ตอนที่ 44 : Ch.41 Darkness memories III - [Operation Titanfall]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 มิ.ย. 59


Crystalfall: Uprising

คริสตัลฟอร์: อัพไรซิ่ง

Ch.41 Darkness memories III - [Operation Titanfall]

[01:12] [23/08/2041]

[ยานแม่มอชชินนี่, ห้องรับรองเหนือลานจอด C-2]

ทำไมฉันโดนลากมาดื่มน้ำชาด้วยละเนี่ย

เฟลิกซ์คิดอย่างหนักแล้วจิบน้ำชาไปพลางๆ คนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เอ่ยขึ้น

“เฟลิกซ์...รู้ไหมว่าตอนนี้ฉันกำลังกังวลเรื่องที่เราจะไป Area CH-5 นี่มาก”

“หึ? คนอย่างเธอกังวลเป็นด้วยหรอ รันเนอร์”

“ก็เป็นครั้งแรกนี่น่า...ที่ไม่มีเจ้าพวกนั้นออกโรงด้วย ไม่จับเจ้าเรดนะ”

สิ่งที่รันเนอร์พูดมานั้น เฟลิกซ์เข้าใจดีว่าเธอหมายถึงพรรคพวกในทีมเฮฟเว่นพันนิชเชอร์ที่บัดนี้ไม่รู้ว่าคนอื่นๆ หายไปไหนหมด

อยากจะถามเรื่องนั่นอยู่ตามที่เจ้าตัวอยากให้ถาม...

แต่ให้พูดเองน่าจะดีกว่า ดูแล้วมันน่าจะมีดราม่าหนักแน่ๆ

เฟลิกซ์เผลอมองหน้ารันเนอร์นานไปหน่อยเลยโดนทัก

“มีอะไรติดที่หน้าฉันหรอยะ”

“ปะเปล่า...”

“ลำบากใจที่จะถามเรื่องนั้นหรือไง ก็บอกแล้วว่าพูดเรื่องนั่นให้ฟังตั้งแต่เมื่อวาน แต่พอดีฉันโดนไหว้วานทำธุระนิดหน่อย...ไม่ได้อ่อนแอถึงกับปอดแหกนะ!

รันเนอร์วางแก้วน้ำชากระแทกดังไปหน่อย ตุ๊กตาหมียักษ์คู่ใจที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างหลังเป็นบอดี้การ์ดบอก

“ถ้าวางแก้วแบบนั้นอีกสองครั้งมันจะแตกจนใช้ไม่ได้นะคะ ท่านรันเนอร์”

“รู้แล้วน่า! ฟิโอร่า!” รันเนอร์ไม่พอใจ

“เอ่อ...แล้วที่ดึงตัวฉันมาจากลาน C-2 เพื่อที่จะเล่าเรื่องนั้นให้ฟังใช่ไหม” เฟลิกซ์ดึงเข้าเรื่อง

“ก็ใช่น่ะสิ! รีบๆ บอกให้ฉันเล่าได้แล้ว!

ท่าทางแปลกๆ ของรันเนอร์ทำให้เฟลิกซ์ยิ้มกว้าง

งืม...ที่แท้ไม่อยากเป็นฝ่ายเข้าหาก่อนสินะ ด้านซึนของรันเนอร์ไม่เคยเปลี่ยนเลยนา

และแล้วคนร้องขอ กุมมือส่งสายตาอ้อนวอนทำเสียงบีบเล็ก

“ช่วยเล่าเรื่องเฮฟเว่นพันนิชเชอร์วงแตกหน่อยนะคะ ท่านรันเนอร์”

“เมื่อเจ้าขอร้อง...รันเนอร์ผู้นี้จะชี้แจงแถลงไขให้เอง โฮะโฮะ”

น้ำเสียงที่พยายามทำเป็นอยู่เหนือกว่าประกอบกับมือขวาของรันเนอร์ชันคางแล้วมองเฟลิกซ์ด้วยสายตาที่น่าสงสาร ทำให้คนที่รอร้องเมื่อครู่รู้สึกอยากเปลี่ยนใจขึ้นมา

มุมนี้ของเธอฉันละเกลียดจริงๆ

แล้วรันเนอร์ก็เริ่มพล่ามยาวตามความต้องการส่วนตัว ซึ่งต้องขออธิบายเรื่องเฮฟเว่นพันนิชเชอร์กันก่อนที่จะเข้าสู่เรื่องวงแตก

เฮฟเว่นพันนิชเชอร์ [Heaven Punisher] คือหน่วยรบพิเศษที่ถูกจัดตั้งโดยตรงจากวิคตอเรีย เลขาธิการเวิลด์เจเนอรัล เป็นหน่วยที่รวบรวมคนที่มีความสามารถสูงมีเอกลักษณ์เฉพาะด้านไม่ว่าจะเป็นสาวผู้หยุดเวลา, ชายผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ทุกชนิดทุกอย่าง, เด็กสาวที่วิ่งไวเหมือนวาป เป็นต้น ซึ่งแต่ละคนล้วนเป็นอย่างงั้นโดยที่ไม่มีใครรู้ที่ไปที่มาของหน่วยนี้แม้แต่น้อย

อันที่จริงเฟลิกซ์ที่มีพลังจิตเรื่องการควบคุมแสงก็เกือบจะได้อยู่ในหน่วยนี้เป็นทางการ แต่ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอ “แข็งแกร่งเกินไป” ที่จะเปิดเผยต่อหน้าสาธารณะชน การมีตัวตนพลังของเธอจึงถูกเป็นความลับมีเพียงไม่กี่คนในเวิลด์เจเนอรัลที่รู้เท่านั้นโดยให้อยู่หน่วยสนับสนุนที่พร้อมจะช่วยเฮฟเว่นพันนิชเชอร์ได้ทุกเมื่อหรือลงมือเองก็ตาม

และรันเนอร์ก็บอกถึงสาเหตุของหน่วยนี้พังลงเพราะ...

“ทัศนคติ?” เฟลิกซ์ทวนถึงสิ่งที่ได้ยินอีกครั้ง

“ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ความเห็นไม่ลงรอยกันมานานมากๆ...คงจะทนไม่ไหวกันละมั้ง โฮะโฮะ”

“งั้นหรอ...”

เฟลิกซ์พยายามนึกอยู่ว่าก่อนหน้าที่เธอจะลาพักสองปีพวกเขาทะเลาะกันตอนไหนแต่ก็นึกไม่ออก

พวกเขารักกันดีจะตายนี่นา ไม่น่าจะ...

“กำลังคิดว่าพวกนั้นไม่มีทางแตกคอกันใช่ไหม...ไร้เดียงสาซะจริงๆ” รันเนอร์ว่า “จะบอกอะไรให้ ถึงแม้ฉันจะเข้าร่วมกับหน่วยหลายสิบปีก่อนก็ตาม แต่ก็แอบรู้มาว่าพวกเขาอยู่ด้วยกันมานานมาก ผ่านเรื่องอะไรมามากมายร่วมกันราวๆ ร้อยปีได้”

“ระ...ร้อยปี! แบบนั้น—”

เฟลิกซ์กำลังจะเถียงแต่เพิ่งนึกอะไรออก

จริงสิ...พวกเขาอาจจะเหมือนรันเนอร์ก็ได้ ถูกดัดแปลงร่างกายให้ไม่แก่ลง คงความแข็งแรงและแข็งแกร่งเอาไว้...ถ้ารันเนอร์จำไม่ผิด ตอนนี้เธอน่าจะอายุแตะเลขห้าสิบแล้ว

แต่พวกนั้นอยู่กันมาร้อยปีเชียวเลยหรอ? เรื่องนี้วิคตอเรียไม่ยักจะบอกเลยแฮะ

“โฮะโฮะ อย่าบอกนะว่าเธอยังไม่รู้เรื่องนั้น?” รันเนอร์ขมวดคิ้วถาม

“รู้อยู่แล้ว...แต่เพิ่งเคยจะได้ยินว่าเป็นร้อยปี เดี๋ยวสิ...ตอนนั้นเวิลด์เจเนอรัลยังไม่—”

“เรื่องนั้นไว้ถามคนๆ นั้นน่าจะดีกว่านะ คุณคนสนิทของเลขาธิการ”

พอเฟลิกซ์โดนทักแบบนั้น เธอรีบส่ายหัว

“เปล่าสนิทสักหน่อย...ให้ตายสิ เธอทำให้ฉันเครียดเลยนะเนี่ย”

“ฮ่าๆ เอาน่าถือเป็นการพูดคุยที่ดีก่อนเริ่มศึกใหญ่วันนี้”

รันเนอร์พูดแล้วจิบน้ำชามองออกไปทางข้างล่างที่มีกองกำลังทหารและหุ่นยนต์โกเลมมากมายเตรียมกำลังพลอยู่ ด้วยเรื่องต่างๆ ที่คนตรงหน้าพูดมาทำให้เฟลิกซ์อยากไขข้องข้องใจเรื่องหนึ่ง

รันเนอร์จะรู้เรื่องของวิคตอเรียหรือเปล่า...ลองเชิงดูก่อนละกัน

“เธอ...เชื่อเรื่องพระเจ้าไหม?”

“พระเจ้า!? เธอเชื่อเรื่องแหกตาพวกนั้นเข้าไปได้ยังไง!

ปฏิกิริยาของรันเนอร์ทำให้เฟลิกซ์ลืมตัวผวาไปชั่วขณะเพราะคนตะคอกใส่หน้าทำตาราวกับโกรธแค้นเป็นที่สุด ฟิโอร่าที่เป็นหุ่นยนต์หมีคู่ใจออกโรงเตือน

“ท่านรันเนอร์...สงบสติอารมณ์หน่อยเถอะคะ”

“ไม่ต้องมาสะเออะฟิโอร่า! ก็รู้ดีไม่ใช่หรือไงถ้าฉันอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาต้องทำยังไง”

“อ่า...ขออภัยด้วยค่ะ ฟิโอร่าจะเงียบๆ ตามที่เคยสั่งไว้”

“ไม่ต้อง! แกออกไป! แล้วพาเฟลิกซ์ออกไปด้วย!

“คะ...ค่ะ!

แล้วจู่ๆ เฟลิกซ์โดนลากออกมาจากนอกห้องแบบงงๆ ฟิโอร่าที่สูงเกือบสองเมตรยืนคอตก

เรื่องอะไรหว่า

“เอาอีกแล้วท่านรันเนอร์” ฟิโอน่าตัดเพ้อ

“นี่ ช่วยบอกได้ไหมว่าทำไมเจ้านายเธอถึงเป็นแบบนั้น”

“คือ...น่าจะเป็นเพราะเรดค่ะ”

“เรด!?

เฟลิกซ์ทวนชื่อนั้นอีกรอบเพราะรู้ว่าเรดที่พูดถึงคือหนึ่งในสมาชิกเฮฟเว่นพันนิชเชอร์เป็นผู้หญิงผมขาวไม่สั้นไม่ยาวตาสีเทาชอบทำตัวลึกลับและมีตัวตุ๊กตาเล็กๆ สองตัวที่พูดได้ที่ชื่อว่าฮาปเปอร์กับเรสเทียร์

และนั่นทำให้เฟลิกซ์นึกออกว่ารันเนอร์ไม่ค่อยจะถูกกับเรดเท่าไหร่

“แล้วเกี่ยวอะไรด้วย?”

“คือ...คงเป็นเพราะเรื่องที่คุณเฟลิกซ์พูดนั่นแหละคะ เรดมันจะพูดเรื่องนี้กับท่านรันเนอร์บ่อยๆ คะ”

“อ๋อ ฉันคงไปสะกิดต่อมนั่นเข้าสินะ”

เฟลิกซ์พูดแล้วเดินจากไปโดยที่เหลือบมองรันเนอร์อย่างเป็นห่วงที่เห็นได้จากข้างนอกเพราะเป็นห้องกระจก...เธอเอาแต่ทำหน้าเคียดแค้น

[9 ชั่วโมงต่อมา]

[10:27] [23/08/2041]

[Area CH-5 เขตตะวันตก, Warning-Zone, วิงเจ็ทของหน่วย C ซัพพอร์ต]

“จะเริ่มทิ้งตัวอีกภายใน ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง ไป! ไป! ไป!

ดรอปพอท [Drop Pod] แคปซูลเหล็กทรงกระบอกที่เหมือนจรวดกลับหัวบรรทุกลูกน้องของนานามิตัวละสามคนกว่าสิบตัวถูกดีดปล่อยลงจากในตัววิงเจ็ทที่บินอยู่กลางอากาศสูงถึงหกหมื่นฟุต นานามิก้มดูดรอปพอทที่ถูกปล่อยลงไปก่อนที่จะกระโดดเข้าดรอปพอทอันสุดท้ายที่มีเฟลิกซ์รออยู่ในนั้นซึ่งเจ้าตัวฉีกยิ้มหลิ่วตาให้

“เวลาเก่าๆ แบบนี้คิดถึงจัง”

“จะดีกว่าถ้าศึกนี้ไม่เกี่ยวกับเธอตรงๆ” นานามิคาดเข็มขัด

“ก็คงงั้นแหละ พี่ชายฉันมันชอบก่อเรื่อง”

“จะเริ่มปล่อยดรอปพอทอันสุดท้ายภายในสามวินาที สาม สอง หนึ่ง ศูนย์!

“โชคดีครับหัวหน้า!

นักบินบอกผ่านวิทยุแล้วดรอปพอทก็ถูกปล่อยลงจากวิงเจ็ทแนวดิ่ง พื้นภายในดรอปพอทที่สั่นๆ อยู่นั้นกำลังฉายภาพสดให้เห็นถึงข้างล่างที่ยังมองอะไรไม่ค่อยเห็นนักนอกจากเมฆและมีตัวเลขความสูงที่กำลังนับถอยหลังอยู่ ในใจเฟลิกซ์เต้นรัวๆ

ตื่นเต้น ตื่นเต้น ตื่นเต้น ตื่นเต้น ตื่นเต้น

“เฮ!! ถ้าถึงหมื่นห้าฟุตเมื่อไรเราจะบินกันเลยนะ!” นานามิย้ำเตือน

“โอเค!! แต่ฉันกังวลมากกว่าเรื่องระบบต่อต้านอากาศยานข้างล่างตรงทางเข้าท่อระบายน้ำนี่น่ะ! มันจะใช้เลเซอร์หรือจรวดติดตามนะ?”

“มันใช้แฟลต [Flak]

“หา!! แฟลตเนี่ยนะ!?

“ถึงได้เตรียมปีกมายังไงเล่า! เธอก็รีบๆ เอาหลังพิงเข้าที่ได้แล้ว ฉันจะกดติดตั้ง!

เฟลิกซ์ที่หัวเสียได้ยินแล้วก็ทำตาม นานามิเอื้อมมือกดปุ่มที่อยู่ข้างๆ อย่างช่ำช่องแล้วที่หลังทั้งคู่ก็มีอะไรบางอย่างประกอบกันแล้วติดที่แผ่นหลังทั้งคู่ก่อนที่จะมีหมวกกระจกอย่างดีครอบแล้วมีโฮโลแกรมฉายภาพในหมวกขึ้นเพื่อโชว์สถานะต่างๆ เตรียมความพร้อม

“ทางนี้พร้อม!

“ทางนี้ชุดไม่มีปัญหา!” เฟลิกซ์บอก “แต่เรื่องแฟลตนั่น...ฉันไม่มั่นใจจะหลบได้หรือเปล่า! ถึงจะใช้ระบบช่วยก็เหอะ!

“งั้นตอนออกตัวก็บินตามหลังฉันให้ดีๆ ละกัน! คราวหลังเธอกลับไปฝึกที่ห้องจำลองเลยนะ! เพราะถ้าไปแถวๆ ถิ่นก่อการร้ายพวกมันมักจะใช้กัน ถึงมันจะเจาะเกราะไม่เข้าแต่ทำให้ยุ่งยากมากเลยนะ!

“ก็ได้! ขากลับไปเตรียมให้หน่อยล่ะกัน!

“ใกล้จะถึงแล้ว! หมื่นห้าหก! ห้าห้า ห้าสี่ ห้าสาม ห้าสอง ห้าหนึ่ง เอาเลย!!

ปึ่ง!

ข้างหลังทั้งคู่ถูกดีดออกพร้อมกับร่างที่เกาะแน่น ทั้งคู่สองต่างม้วนตัวหลายรอบแนวดิ่งจนตั้งหลักได้แล้วกดกางปีกที่แผ่นหลังทั้งคู่ ตรงส่วนโครงปีกมีพลังงานสีเหลืองปรากฏขึ้นมาเป็นรูปร่างปีกที่แหลมคม ทำให้ความเร็วทั้งคู่เริ่มชะลอ...ลูกน้องของนานามิที่ล่วงหน้าลงมาก่อนบอกเตือนผ่านวิทยุ

“หัวหน้า! มันยิงแฟลตมาแล้ว!

“ทำตามแผน! บินหลบมันไปเรื่อยๆ”

“หัวหน้าครับ! แฟลตของมันเจาะเกราะได้ครับ พวกเราโดนเล่นงานไปแล้วหนึ่ง!

เรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น นานามิรีบออกคำสั่งใหม่

“ทางตะวันตก! บินลงทางตะวันตก! ให้พ้นรัศมีการยิงของป้อม AA แล้วบินเรียบต่ำพร้อมโจมตีเป้าหมาย!

“รับทราบ!

ลูกน้องทั้งหมดพูดพร้อมกัน นานามิสลับช่องสื่อสารให้เฟลิกซ์ได้ยินคนเดียว

“เฟลิกซ์! เธอต้องใช้ไอ้นั่นจัดการพวกป้อม AA เดี๋ยวนี่! ใช้ระบบคอมเล็งตำแหน่งเลย!

“โอเคร!!

เฟลิกซ์กางมือทั้งสองแล้วสายตาจ้องหมั่นไปที่เป้าหมายทั้งสี่ที่ระบบคอมในหัวส่งตำแหน่งให้ ที่รอบๆ ตัวเธอเริ่มมีแสงสีเหลืองรวมตัวกันเป็นเข็มขนาดใหญ่ดั่งใจนึก

“ไปเลย!!!

เธอเหวี่ยงแขนลงเล็กน้อยทำให้แสงสีเหลืองที่รวมกันเป็นเข็มขนาดใหญ่พุ่งด้วยความเร็วเท่าแสงทำให้ป้อมปืน AA ทั้งสี่พังในพริบตา หนึ่งในลูกน้องที่บินออกมาจากระยะตามคำสั่งเกิดสงสัย

“หัวหน้าครับ! ทำไม AA ถึงหยุดยิงละครับ!

“ไม่ต้องสนใจ! ทำตามคำสั่งก็พอ! เดี๋ยวฉันกับเฟลิกซ์จะบินตามไปสมทบเดี๋ยวนี้!

แล้วทั้งคู่ก็เลี้ยวปีกบินอ้อมไปหาอีกทีมที่กำลังจะบินเรียบอ่างเก็บน้ำทางใต้แล้วทุกคนกำลังบินมุ่งตรงไปยังท่อระบายน้ำอีกสิบกิโลเมตร นานามิออกโรงสั่ง

“เราจะเข้าประจัญบานอีกไม่กี่วินาที อะไรที่มันยิงมาส่งกลับให้พวกมันสิบเท่า!

“รับทราบ!

แล้วนานามิรีบบอกเฟลิกซ์

“เฮเฟลิกซ์! ใช้อาวุธธรรมดาห้ามใช้พีทูก่อนหน้านี้เด็ดขาดนะ!

“รู้แล้วน่า เธอก็ให้ฉันทำแบบนี้ประจำอยู่แล้วไม่ใช่หรอ”

“นั่นสินะ...ก็ไม่ได้ออกรบร่วมกันนานนิ”

นานามิเผลอนึกถึงสมัยก่อนเล็กน้อยก่อนที่จะดึงสติกลับมา ทุกคนพอบินเข้าระยะที่จู่โจมก็ต้องแปลกใจเพราะคอมตรวจไม่พบอาวุธอีกฝ่ายเลย

“หา!? อะไรกันเนี่ย!? มีแค่ AA งั้นเหรอ? ทุกคน! ชะลอความเร็วแล้วเข้าจู่โจมอย่างระวัง!

“ครับ!/ค่ะ!

และแล้วใช้เวลากว่าสิบนาทีบินวนจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรเลยจึงบินลงที่เหนือท่อทางเข้าพบกับทางที่ยาวเข้าไปจนมองไม่เห็นอะไร ส่วนปีกที่ติดอยู่ข้างหลังนั้นถูกพับเองลงไปเองโดยอัตโนมัติ นานามิรีบติดต่อศูนย์ใหญ่

“ไม่มีอะไรจริงๆ เหรอเนี่ย...เรียกศูนย์ใหญ่! หน่วย C ยึดทางเข้าท่อได้แล้วไม่พบข้าศึกแต่อย่างใด มีเพียง AA เท่านั้น”

“นี่คือศูนย์ใหญ่ เรารับทราบแล้ว...ภารกิจของพวกท่านก็คือค้นหาและเก็บกู้ข้อมูลให้มากที่สุด ถ้าพบข้าศึกพยายามจับเป็น แต่จับตายได้ตามดุลยนิจ”

“รับทราบ!

หวอออออออออออออออออออออออออออออออออออ

เสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นจากที่ๆ ห่างออกไปทางใต้ไม่ไกลมากนัก ทุกคนต่างเดินถอยออกมาดูก็พบว่าที่ท้องฟ้านั่นต่างมีดรอปพอทขนาดใหญ่หลายร้อยลูกที่ถูกยิงออกมาจากยานแม่มอชชินนี่ บัดนี้ได้มาถึงอาณาเขตที่พวกเขากำลังจะลอบเข้าไปทางท่อน้ำแล้ว

“โกเลมรุ่นพิเศษ ไททันโกเลม...กว่าร้อยตัวสินะ มิน่าถึงตั้งชื่อปฏิบัติการนี้ว่าไททันฟอร์”

นานามิพึมพำกับตัวเอง เฟลิกซ์ต่างก็เห็นตัว ที่ๆ พวกไททันโกเลมโดยมีรันเนอร์อยู่ด้วยกำลังบุกไปนั้นก็คือฐานทัพลึกลับที่มี DNA ของเฟลิกซ์อยู่นั่นเอง

ดร. ดิไวน์...อยากจะรู้ไวๆ แล้วสิว่านายเอาเลือดฉันไปทำอะไรกันแน่

[15 นาทีต่อมา]

“ไม่มีข้าศึกเลยสักนิด”

นานามิกัดฟันกังวลใจซึ่งสำหรับเฟลิกซ์แล้วถือว่าเป็นเรื่องดีที่ไม่มีใครออกมาต้อนรับระหว่างทางที่เดินในท่อน้ำมา ทุกคนต่างเดินเป็นแนวกระดานอย่างระวัง พื้นดินสั่นกับเสียงระเบิดที่มาเรื่อยๆ ทุกๆ สิบวินาทีทำให้รู้ว่าศึกข้างบนนั้นกำลังจัดหนักจัดเต็ม

“หัวหน้า! ข้างหน้าเจอเกทปล่อยน้ำแล้วครับ!

ลูกน้องคนหนึ่งรายงานให้ทราบ ทุกคนต่างไปยืนอยู่ตรงหน้าประตูระบายน้ำขนาดใหญ่ นานามิมองไปทางซ้าย

“เข้าประจำตำแหน่งซ้ายขวา! ฉันกับเฟลิกซ์จะลุยเข้าไปก่อนเดี๋ยวจะส่งสัญญาณให้ตามมา...คาล! คอยเปิดสวิตซ์ประตูตรงทางซ้าย”

“ครับ!/ค่ะ!

แล้วทุกคนก็ทำตามคำสั่ง เฟลิกซ์เข้ามากระซิบ

“จะให้ฉันลุยก่อนถ้าเจอของหนักใช่ไหม”

“แหงสิ...พร้อมยัง”

“พร้อมมานานแล้ว”

“คาล! เอาเลย!

ตรึง!!

ความเร็วของเกทถูกเปิดนั่นเร็วมากจนทุกคนไม่ทันตั้งตัว นานามิรีบยกปืนขึ้นเล็งอย่างเร่งรีบ ส่วนเฟลิกซ์ก็ยกปืนเล็งไว้เช่นกันแล้วทั้งคู่ค่อยๆ ย่องผ่านเกทเข้าไปใช้ไฟส่องซ้ายขวาก็พบว่ามันยังเป็นท่อน้ำเหมือนเดิม นานามิส่องจนแน่ใจแล้วออกคำสั่ง

“เคลียร์! ทุกคนเข้า—”

ตรึง!!

จู่ๆ เกทระบายน้ำก็ปิดเอง นานามิกับเฟลิกซ์ต่างตกใจรีบวิ่งเข้ามาดูที่เกทใกล้ๆ นานามิกดวิทยุสื่อสารข้างหู

“คาล! ทุกคนทางนั้นเป็นอะไรไหม?”

“ไม่ครับ! แล้วทางนั้นละหัวหน้า”

“ก็ไม่...” นานามิกัดฟันอีกรอบ “เปิดได้ไหม?”

“ไม่ได้เลยครับ!

“งั้นพวกนายหาทางเปิดมันให้ได้ละกัน เพราะข้างในนี่...ไม่มีสวิตซ์อะไรเลย เดี๋ยวฉันสองคนล่วงหน้าไปก่อน รีบตามมาละกัน”

“ครับหัวหน้า!

“นานามิ...ให้ใช้พีทูพังก็ได้นะ”

จู่ๆ เฟลิกซ์เสนอขึ้นมาแล้วเตรียมจะถอดถุงมือเพื่อเอามือทาบเกท แต่นานามิจับข้อมือไว้ทัน

“อย่าดีกว่า...อีกอย่าง ฉันรู้สึกตงิดใจตั้งแต่ทางเข้ามาละ ต้องให้เธอเข้าไปจัดการของข้างที่ในที่เป็นอันตรายเองดีกว่า ไม่อยากให้ลูกน้องเสียเพิ่มแล้ว”

“เอางั้นก็ได้”

แล้วทั้งสองก็เดินลึกเข้าไปเรื่องๆ จนเจอประตูเหล็กเล็กบานหนึ่งที่เหนือหัวมีไฟสีแดงส่องสว่างอยู่ นานามิพยายามหาทางเปิดแต่ก็ทำไม่ได้สักที

“เฟลิกซ์!

“ของกล้วยๆ”

เฟลิกซ์ถอดถุงมือข้างขวาแล้วยื่นแตะประตูเหล็ก ทันใดนั้นประตูนั่นก็เรืองแสงสีทองก่อนที่จะละลายหายไป นานามิทำหน้านิ่ว

“เห็นกี่ทีก็อยากจะมีมั้ง ไอ้พีทูพลังจิตอะไรนั่น”

“อย่าเลย เพราะถ้าไม่มีฉันคงไม่หนีมาซุกหัวอยู่กับเวิลด์เจเนอรัลหรอกและพ่อแม่ฉันคงไม่...”

เฟลิกซ์พูดเสียงค่อยลง นานามิเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าเผลอพูดจี้จุดเพื่อนตัวเองเพราะว่าการที่มีพลังนี้เป็นสาเหตุทำให้พ่อแม่ต้องจบชีวิตลงและเฟลิกซ์ไม่รู้ด้วยว่าเป็นฝีมือใคร แต่นั่นถือสิ่งที่วิคตอเรียขอร้องให้นานามิไม่ให้บอกเฟลิกซ์เพราะมันจะเกิดเรื่องแย่แน่ถ้าบอกไปว่าเป็นคนของบริษัทไฮเทคอัพเปอร์ที่มีอิทธิพลมากเป็นรองเวิลด์เจเนอรัลและยังเป็นพันธมิตร เผลอๆ เฟลิกซ์อาจจะฆ่าคนยกบริษัทที่มีสมาชิกหัวกะทิกว่าแสนคน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่วิคตอเรียจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นเป็นอันขาด

ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอตลอดไปนะ เฟลิกซ์

นานามิภาวนาในใจก่อนที่จะเดินตามเฟลิกซ์เข้าไป ข้างในนั้นมีตะแกงเหล็กเป็นทางเดินแคบยาวที่มันนำพาไปยังอาคารหลังหนึ่งในพื้นที่ที่พวกหน่วยไททันตอนนี้กำลังบุกถล่มยับโดยที่อาคารที่เป็นเป้าหมายจะไม่ถูกทำลายตามข้อตกลงระหว่างทั้งสองหน่วย

“ได้ยินไหมตอบด้วย? อับสัญญาณเหรอเนี่ย!?

“พวกนั้นคงตามมานั่นเองแหละ ตามที่เธอสั่งไว้”

“ไม่ใช่...จะถามศูนย์ใหญ่ว่าทำไมข้างบนถึงเงียบแบบนี้”

สิ่งนั้นทำให้เฟลิกซ์เพิ่งจะรู้สึกตัว

นั่นสิทำไมอยู่ดีๆ เสียงระเบิดถึงเงียบๆ ไป ไม่น่าจะจบศึกได้ไวขนาดนี้นี่? เห็นว่าตรงนั้นมีของหนักเพียบ

แล้วทั้งคู่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีเลยตัดสินใจเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ จนถึงประตูอีกบานซึ่งต้องให้เฟลิกซ์เป็นคนพังเข้าไปอีกครั้ง คราวนี้ได้พบกับห้องโถงใต้ดินที่มีแคปซูลแก้วเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนที่แตกมากมายกว่าร้อยอัน

“นี่มันอะไรกัน?” นานามิอาการเหวอก่อนที่จะกดปุ่มบางอย่างที่แขนซ้าย

“เหมือนพวกเขาจะรีบกันมากนะเนี่ย...ตัดสายเชื่อมแคปซูลนี้ด้วยปืน?”

เฟลิกซ์บอกแล้วยกสายที่ลากเข้าแคปซูลอันหนึ่งให้นานามิดู แต่ดูเหมือนเธอกำลังส่วนโฮโลแกรมบนแขนซ้ายมากกว่า

“ถ้าวัดจากระยะเราเดินมา...ที่นี่ก็เป็นอาคารเป้าหมายแล้ว หือ? สัญญาณมาแล้ว! แต่ไม่ค่อยดี...เฟลิกซ์! เธอเดินสำรวจก่อนเดี๋ยวขอก็เดินหาสัญญาณแปบหนึ่ง”

นานามิเดินแยกไปอีกทาง เฟลิกซ์เดินไล่ดูแคปซูลที่แตกทุกอันไปเรื่อยๆ แล้วมาหยุดที่อันหนึ่งเพราะเห็นเส้นผมสองสามเส้นที่อยู่ในนั้น

ผมสีแดง...เอ๊ะ!?

จู่ๆ เส้นผมนั้นก็สลายหายไปต่อหน้าต่อตา

“อะไรเนี่ย...เอ๋!?

เธอตกใจอีกรอบเพราะคราวนี้หงายหน้าเห็นแคปซูลอันหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงกลางทางเดิน...เหมือนจะมีคนอยู่ในนั้น ระหว่างที่กำลังเดินเข้าไปใกล้ก็ได้ยินเสียงวิทยุดังเข้ามา

“เฮ้ยๆๆๆๆ นานามิ! ได้ยินแล้วใช่ไหม” เป็นเสียงของรันเนอร์

“ได้ยินแล้ว! ค่อยอย่างชั่วนึกว่าจะติดต่อไม่ได้แล้ว” คราวนี้เป็นของนานามิ “คือว่าพวกฉันเจอ—”

“นี่มันบ้าอะไรเนี่ย!” รันเนอร์โวย “ทำไมมีแต่ของหลอก”

“หมายความว่าไง?”

“คือไอ้พวกระบบป้องกันฐานนี้เกือบร้อยทั้งร้อยเป็นของปลอมนั่นสิ!

“หา!! อ๋อ...เข้าใจแล้วมิน่าระเบิดถึงเงียบๆ ไป”

“เซ็งชะมัด แบบนี้เจ้าพวกคณะกรรมการจะไม่บ่นแย่เลยหรือไง เอาโกเลมรุ่นไททันหลายร้อยตัวมารบในที่ๆ แทบจะไม่มีอะไรเลยเนี่ยนะ!?

“ข้างบนฉันไม่รู้หรอก ข้างล่างใต้ดินนี่สิเหมือนมีการทดลองอะไรบางอย่าง”

“เด็กผู้หญิง?”

จู่ๆ เฟลิกซ์เอ่ยแซงขึ้นมา

“เด็กผู้หญิง?” รันเนอร์ทวน

“นานามิ มาหาฉันเดินทางเดิมมาเรื่อยๆ เลย...ฉันเจออะไรบางอย่างแล้ว”

เฟลิกซ์เรียกให้นานามิรีบวิ่งมาสมทบ ในที่สุดเธอก็มาถึงแล้วมองไปยังแคปซูลที่เด่นอยู่กลางทางตรงหน้า ร่างของใครบางคนในชุดแนบเนื้อสีดำรัดรูปกำลังลอยตัวอยู่แนวตั้งในน้ำทั้งแท็งก์แคปซูลนี่ นานามิเอ่ยขึ้น

“เด็กผู้หญิง? ผมขาว...ตายแล้วหรอ”

“ป...ปากเสีย!

“แค่เดาน่า”

“นี่ๆ พวกเธอพูดถึงเรื่องอะไรกัน” รันเนอร์ที่ไม่รู้รีบถาม

“เดี๋ยวพอส่งข้อมูลจะรู้เองละ เลิกกัน”

“ด...เดี๋ยว—”

นานามิตัดสายไปแล้วมองดูแท่งแคปซูลนี้แล้วเดินรอบๆ ส่วนเฟลิกซ์เงยหน้ามองเห็นตัวอักษรอัลฟาเบท

“อันนา?”

“โค้ดเนมของเด็กนี่แน่ๆ ตรงนี้ก็มีเขียนเหมือนกัน”

นานามิหมายถึงด้านบนของแคปซูลอีกด้านที่เธอสำรวจอยู่ เฟลิกซ์เดินเข้าไปใกล้แคปซูลแล้วจ้องหน้าเด็กที่อยู่ในนั้น

ทำไมหน้าเด็กคนนี้ถึงเหมือนกับฉัน...ตอนเด็กละ?


ช่วงคุยกับไรท์เตอร์

จบลงไปแล้วสำหรับ Ch.41 แล้วนะจ๊ะ

สถานที่ที่พวกเธอบุกมาเต็มไปด้วยเรื่องแปลกประหลาด

เด็กสาวที่ถูกขังในแคปซูลมีป้ายชื่อว่า ANNA เธอคือใครกัน

ใช่คนๆ เดียวที่ทำให้เฟลิกซ์ต้องประสบกับความทรงจำอันเลวร้ายที่เคยพูดถึงในโลกคริสตัลฟอร์หรือไม่

โปรดติดตามตอนต่อไปที่มีชื่อว่า

Ch.42 Darkness memories IV – [ANNA]

ความจริงบางอย่างกำลังจะถูกเปิดเผย!

ถ้าชอบก็ Comment ให้กำลังใจกันบ้างเน้อ 1 Comment เท่ากับล้านกำลังใจเลย ฮ่าๆ

 

 

53 ความคิดเห็น