ตอนที่ 41 : Ch.38 บทนำ Vol.2 - [ตื่นขึ้น]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 มิ.ย. 59

ที่ไหน

สัมผัสแรกที่รู้สึกคือตัวเองกำลังนั่งก้มอยู่บนพื้นคอนกรีตทีไหนสักที่...แล้วมีเสียงสองอย่างที่ดังกระทบเป็นจังหวะดังขึ้นเรื่อยๆ เล่นสลับกัน

ทะเล...กับฝน

ห๊ะ!

เพียงสองสิ่งที่ได้ยินก็กระตุ้นความทรงจำที่ถูกเก็บไว้ในลิ้นชักสีดำให้ถูกเปิดออกมา คำพูดของใครหลายๆ คนกำลังถูกกรอเล่นในหัวสมองอีกครั้ง

{เฟลิกซ์...แบบนี้มันดีจริงๆ แล้วเหรอ}

-ทำไมคุณ...ถึงได้...ดูเหมือนฉัน...จังคะ?-

*หึ...อย่างเธอไม่มีที่ไหนให้ไปหรอก!*

“เฟลิกซ์! ยัยบ้า! ไม่ใช่ความผิดของเธอเลยนะ!

[แม้แต่พระเจ้าก็คงไม่ทันคิด]

*พระเจ้า? เธอเชื่อเรื่องแหกตาพวกนั้นเข้าไปได้ยังไง*

-แม่! หนูเรียกว่าแม่ได้หรือเปล่าคะ?-

*ปืนคู่นี้มันพรากสายสัมพันธ์มานักต่อนักแล้ว*

“บางทีด็อกเตอร์ลากัซอยู่เบื้องหลังเรื่องพวกนี้ก็ได้”

[ตราบใดที่พระเจ้าไม่ชายมอง ชะตากรรมทุกคนบนโลกใบนี้ก็เป็นไปดั่งที่พวกเขาต้องการ]

“ฉันดีใจนะที่เห็นฉันเป็นเพื่อนคนสำคัญเสมอ”

*โลกใบนี้...ที่นั่งสำหรับเธอมีแต่เพียงที่เดียวเท่านั้น เฟลิกซ์*

{เฟริน...ระวังตัวด้วยละกัน}

[พลังของเธอ...มันต้องย้อนทำลายตัวเองเข้าสักวัน]

-เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปใช่ไหมคะ...คุณแม่-

[และคนรอบข้างตัวเธอ...]

อากิตะ นานามิ อันนา วิคตอเรีย รันเนอร์...ทุกๆ คน

เสียงพวกนั้นดังวนลูปเรื่อยๆ จนฉันแทบจะทันไม่ไหว

เรื่องพวกนั้น...มันเคยเกิดขึ้นนี่น่า...เก็บเอามาฝันบ่อยๆ

ความทรงจำที่ฉันอยากจะลืมมันซะ...อยากจะฝังมัน ฝังมันให้ลึกที่สุด...

แต่ใบหน้าที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้...มันเหมือนเธอมากนะ อันนา

เจ็บใจชะมัด...นี่ฉันลืมไม่ลงจริงๆ สินะ

เจ็บใจ...ตัวเอง...ที่ช่วยเธอ...ไม่ได้


Crystalfall: Uprising

คริสตัลฟอร์: อัพไรซิ่ง

Ch.38 บทนำ Vol.2 - [ตื่นขึ้น]

“อรุณสวัสดิ์คะ ท่านพี่

พอลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ฉันมองไปทางซ้ายเจอกับสิ่งที่น่าจะเป็นหน้าต่าง ที่ไม่แน่ใจเพราะตายังเบลอๆ พอพลิกมาทางขวาก็เจอใครบางคนทักทายฉันพอดี

ใครนะ...

แล้ว...ทำไมฉัน...เพลียขนาดนี้นะ...

จริงสิ ฉันตกเหวในดันเจี้ยนนี่น่า...ถูกคริสตัลแทงทะลุ ดอกไม้พิษอีก...

แต่ดูเหมือนจะรอดมาสินะ...ฉันหลับไปกี่วันละเนี่ย

พอตาเริ่มหาเบลอก็รู้ว่าคนที่นั่งอยู่เมื่อครู่กำลังลุกขึ้นไปตามหมอเป็นใคร

เรย์ลี่...

และแล้วหมอก็เข้ามาตรวจอาการอยู่สักพักใหญ่ก็พูดกับฉันว่า

“ปาฏิหาริย์มาก”

“งั้นแสดงว่าท่านพี่หายดีแล้วใช่ไหมคะ! จากอาการนั่น” เรย์ลี่เอ่ย

“เป็นที่แน่นอนว่าเธอจะไม่กลับไปเป็นแบบนั้นแล้ว แสดงความยินดีด้วย”

“เย้!!

“กรุณาเบาเสียงด้วยครับ”

“ขอโทษค่ะ”

เรย์ลี่เผลอเสียงดังไปหน่อยเลยถูกหมอตำหนิ

“คะ...คุณ...หมอ”

ฉันพยายามเปล่งเสียง ทั้งสองคนรีบเข้ามาดูอาการ

“อย่าเพิ่งฝืนเลยคุณเฟลิกซ์” คุณหมอว่า

“ตะ...แต่...อยากรู้...นี่ค่ะ...ว่าฉัน...เป็น...อะไรไป”

เมื่อเปล่งเสียงถามแบบนั้นไปแล้ว ทั้งสองคนทำหน้าลำบากใจ

ร้ายแรงงั้นหรอ?

คุณหมอหลับตาลงเหมือนตัดสินใจได้แล้วลืมตาขึ้นมา

“ถ้าอย่างงั้น ทำใจดีๆ ไว้นะครับ”

ทำใจดีๆ?

ฉันสงสัยกับคำพูดนั้นแต่เท่าที่ดูแขนขาฉันก็ยังอยู่ครบ เพียงแต่ยังขยับร่างกายไม่ค่อยจะได้

“คุณเฟลิกซ์ถูกพิษของดอกไม้เป็นระยะเวลาสองสัปดาห์ ณ ที่ดันเจี้ยนนั่น...ส่งผลให้คุณ...กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา”

เจ้าหญิงนิทรา?

“ห๊ะ? เอ่อ...แล้ว...ฉัน...หลับไป...กี่เดือน...คะ”

“สิบเจ็ด...ปี”

จำนวนเลขที่กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ฉันแน่ใจว่าฟังไม่ผิด

สิบเจ็ดปี!

ฉันเผลอหันไปมองหน้าเรย์ลี่เพื่ออยากจะรู้ว่ามันเป็นความจริงใช่ไหม หน้าเศร้าๆ ของเธอเป็นคำตอบ

สิบเจ็ดปี...นี่เรานอนเป็นผักนานขนาดนั้นเชียว

คิ้วฉันกระตุกเป็นเจ้าเข้า มือขวาจะยกขึ้นมากุมศีรษะตามความเคยชินแต่มันโดนอะไรเข้าก่อน

ผม? ผมยาวสีแดง?

ความผิดปกติที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้ฉันเริ่มสังเกตเห็นตัวเองมากขึ้น

ขายาวขึ้น...รูปร่างใหญ่ขึ้นนิดหน่อย หน้าอกบึ้มเหมือนชาติที่แล้ว

ชาติแล้ว...

“กระ...จก...ฉันขอ...กระจก!

เรย์ลี่ได้ยินแบบนั้นแล้วรีบไปหยิบกระจกแผ่นหกเหลี่ยมอันหนึ่งมาให้ขนาดเท่าฝ่ามือพอดี ฉันยัดตัวเองลุกขึ้นนั่งแล้วยื่นมือขวารับมันไว้แล้วส่องที่หน้า...ผู้หญิงที่อยู่ในกระจกนั้นเป็นสาวอายุสามสิบต้นๆ ผมยาวสีแดงเกือบถึงเอว ผิวเกือบจะเป็นสีแทน

นี่มัน...ฉัน...ในชาติ...ที่แล้วนิ...

แล้ว...ใบหน้า...อันนาบนตัวฉัน...หายไปไหน?

“เรย์ลี่...เกิดอะไรขึ้นกับฉันแน่”

คนถูกถามเม้มปากเหมือนไม่แน่ใจที่จะพูดแต่ก็ยอมพูดในที่สุด

“คือตอนที่เจอท่านพี่...ท่านพี่ก็กลายเป็นแบบนี้ไปแล้วคะ”

“หา!

“ตอนแรกเรย์ลี่นึกว่าคนอื่น แต่พอเห็นแขนซ้ายจักรกลแล้วก็คิดได้อย่างเดียวว่าต้องเป็นท่านพี่แน่ๆ แต่คงเกิดอะไรขึ้นสักอย่าง...พอทอมมี่มาเยี่ยมถึงได้รู้ว่าท่านพี่เคยมีรูปร่างหน้าตาแบบนี้จากโลกที่ท่านพี่มา”

 เรื่องที่เรย์ลี่เล่ามานั้นไม่ได้เคลียร์ข้อสงสัยนั่นแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำให้คิดหนักมากกว่าเก่า

พระเจ้าแน่ๆ...พระเจ้าแน่ๆ!!

“หือ?”

ฉันลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความงุนงง

ทำไมฉันนอนอยู่ละ?

พอเห็นแสงสีส้มที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างกับเรย์ลี่ที่นั่งหลับอยู่ใกล้ๆ ก็พอจะเข้าใจ

เราวูบไปตั้งแต่เมื่อไร?

ฉันค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่งขอบเตียงอีกครั้งแล้วเอามือกุบหัวเขาเพราะมันค่อนข้างปวด คนที่นั่งหลับสัมผัสไวเลยลืมตาขึ้นมา

“ท่านพี่...”

“ฉันเป็นลมไปใช่ไหม”

“ประมาณนั้นแหละค่ะ นี้ค่ะน้ำ”

เรย์ลี่รีบเสิร์ฟน้ำให้ฉันเพราะคงรู้ดีว่าคอฉันแห้งเพราะเสียงไม่ค่อยจะมี พอได้ดื่มน้ำแล้วรู้สึกดีขึ้นมาเลยทีเดียวก่อนที่จะพันม้วนผมสีแดงยาวเล่น

กลายเป็นแบบเดิมแล้วสินะ...

ทำไมไม่ดีใจเลยละ...

ฉันเอามือบีบหน้าอกตัวเองที่เต็มไม้เต็มมือให้แน่ใจอีกครั้งว่าไม่ใช่ของปลอมแล้วถอนหายใจ เรย์ลี่หยิบคุกกี้มาให้

“กินสักหน่อยนะคะ จะได้ดีขึ้น

“อือ...”

ฉันทานมันอย่างละเมียดละไม ลิ้นสัมผัสของหวานให้ความรู้สึกเหมือนได้ดื่มน้ำยาฟื้นฟูมานา ร่างกายฉันมีออร่าสีฟ้าเรืองแสงขึ้นแล้วหายไปแทบจะทันที

หือ? ตะกี้มันอะไร

“เฟริน...”

เสียงคุ้นเคยที่มักได้ฟังทุกเช้า...ฉันรีบหงายหน้ามองไปที่ประตูพบกับคนที่อยากจะเจอมาก

แต่ว่า...

“ท่านอาเธอร์?”

เรย์ลี่เอ่ยแปลกใจก่อนที่จะทำท่าปวดหัว ฉันเองก็กำลังอึ้งกับภาพที่เห็นอยู่...ทอมมี่ในชุดราตรีสวยงามกำลังอยู่ในอ้อมกอดของอาเธอร์ราวกับเป็นคู่รัก ในใจฉันรู้สึกด้านชาไปหมด

ดูเหมือนทอมมี่เพิ่งจะรู้ตัวเลยผละออกจากวงแขนอาเธอร์ ฉันพูดตามที่เห็น

“ทั้งสอง...ตั้งแต่เมื่อไร”

มันน่าจะเป็นคำถามที่หนักใจทั้งสองคนเลยอำอึ้งไม่ยอมพูดกัน ฉันหลับตาลงแล้วยิ้มอย่างเข้าใจ

“นั่นสินะ...มันตั้งสิบเจ็ดปีแล้วนิ ใครเขาจะไปรอไหว”

“คือไม่ใช่อย่างงั้นนะครับเฟริน” ทอมมี่รีบบอก

“ไม่...นายไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ฉันไม่ได้โกรธอะไรเลย”

ฉันยกมือห้ามแล้วพูดอย่างงั้นแต่ดูเหมือนทอมมี่จะไม่เชื่อ

“จริงๆ นะ ฉันไม่ได้โกรธสักนิด...แต่แปลกใจมากกว่าที่นายคบกับอาเธอร์เนี่ยนะ?”

“มันมีหลายๆ เรื่องเกิดขึ้น”

คราวนี้อาเธอร์เป็นคนตอบ เขาตอบอย่างไม่หวาดหวั่นอะไรเลยด้วย ทอมมี่ที่ยืนอยู่ใกล้เขาก็ดูไม่มีทีท่าจะหวาดกลัวคนที่เคยทำร้ายแม้แต่น้อย ฉันมองต่ำแล้วบอกพวกเขา

“งั้นก็...วันนี้สองคนกลับไปเถอะ ฉันอยากจะอยู่กับเรย์ลี่”

“แต่ว่าเราอธิบายเรื่อง—”

“บอก-ให้-ออกไป-ยังไงเล่า!!!

ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะตวาดเสียงแรงได้ขนาดนี้หลังจากฟื้นขึ้นมา อาเธอร์ที่ถูกฉันไล่พยักหน้าเข้าใจแล้วจะพาทอมมี่ออกแต่เจ้าตัวดูเหมือนไม่ยอม

“ตะตะแต่ว่า—”

“วันนี้เรากลับกันก่อนเถอะ เจ้าตัวพูดแล้วก็เคารพเขาหน่อย”

อาเธอร์กล่อมทอมมี่อยู่มัดแล้วพากันออกไป เรย์ลี่คงจะเห็นแล้วว่าฉันกำลังจะร้องไห้เลยเข้ามากอด...แล้วก็เป็นแบบนั้นอยู่สักพักใหญ่จนฉันเริ่มดีขึ้น เรย์ลี่กอดฉันแน่นกว่าเดิม

“ท่านพี่...ไม่จำเป็นต้องไปสนใจพวกเขาหรอกค่ะ ท่านพี่มีเรย์ลี่อยู่ตรงนี้อีกคนนะคะ”

“หึ...ไม่เนียนนะ”

ฉันดีดหน้าผากหล่อนไปทีหนึ่ง

“โอ้ย! ท่านพี่! ทำไมปรับอารมณ์ไวจัง”

“ฉันมันอายุเยอะแล้ว...ตั้งแต่ก่อนมาโลกนี้ด้วยซ้ำไป ก็เข้าใจเรื่องแบบนั้นอยู่แต่มันอดที่จะ...รู้สึกผิดหวังเสียใจไม่ได้”

ฉันผ่อนเสียงสั่นๆ ลง...เรย์ลี่ถามต่อ

“แล้ว...ที่โลกนั่น...ใช่ที่ท่านพี่เคยบอกว่าเจอเรื่องร้ายๆ มาหรือเปล่าคะ”

เรื่องร้ายๆ...ที่โลกเก่าของฉัน?

พอได้ยินแบบนั้นแล้วถึงกับยิ้มออก

“อือ...ใช่ อยากจะฟังเรื่องนั้นไหม”

“อยากสิ!

เรย์ลี่ตั้งท่ารับฟังเต็มที่...ฉันหันไปมองท้องฟ้าสีส้มยามเย็นผ่านหน้าต่าง

ตอนนั้นรู้สึกจะเป็นเวลานี้พอดีสินะ

“หลังจากที่ฉันแต่งงานมีลูกสองขวบแล้ว ก็ถูกเรียกกลับเข้าประจำการที่กองกำลังเวิลด์เจเนอรัล...”

ช่วงคุยกับไรท์เตอร์

จบลงไปแล้วสำหรับบทแรกของ Vol.2 แล้วนะจ๊ะ

ในที่สุดเฟลิกซ์ก็ตื่นจากการหลับใหลสิบเจ็ดปีแล้ว!

แต่ทว่าทำไมจู่ๆ ร่างกายเธอถึงกลายเป็นคนก่อนเหมือนชาติที่แล้วล่ะ?

ทอมมี่ถูก NTR ไปซะได้ ทำให้เฟลิกซ์เสียใจอย่างหนัก

แล้วเรื่องที่กำลังจะเล่าให้เรย์ลี่คือเรื่องอะไรละ

แล้วคำพูดของใครหลายคนในช่วงแรกมันคืออะไรกันแน่

โปรดติดตามตอนต่อไปที่มีชื่อว่า

Ch.39 Darkness memories I – [หวนคืน]

พากลับสู่โลกเดิมที่เราอยู่กัน!

ถ้าชอบก็ Comment ให้กำลังใจกันบ้างเน้อ 1 Comment เท่ากับล้านกำลังใจเลย ฮ่าๆ


 

53 ความคิดเห็น

  1. #36 TwinHaro (@twinharosystem) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 15:43
    กลับร่างเดิม มันเกิดไรขึ้น!! ว่าแต่ลงเร็วมาเลย นึกว่าต้องรอเป็นอาทิตย์
    #36
    1
    • #36-1 ::Spy:: (@spy-spy-spy) (จากตอนที่ 41)
      15 มิถุนายน 2559 / 15:45
      ร่างเดิมแจ่มกว่า :P (ติดตามต่อไป) //// กะไว้ว่าอีกหลายวันจะเขียนจบบท แต่ไปๆ มาๆ วันนี้เขียนจบตอนซะงั้น :D
      #36-1