ตอนที่ 38 : Ch.36 คดีการหายตัวไปของโซล IV - [ภาคอาจเป็นจุดจบ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 มิ.ย. 59


Crystalfall: Fake/Brave

คริสตัลฟอร์: เฟค/เบรฟ

Ch.36 คดีการหายตัวไปของโซล IV - [ภาคอาจเป็นจุดจบ]

เปล้ง!

แก้วชากระเบื้องบนโต๊ะกลิ้งล้มตกพื้น บรรณารักษ์เอลฟ์สาวแว่นผมม้วนฟ้าเข้มในหอสมุดที่เป็นเจ้าของแก้วนั่นไม่ได้โกรธเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นห่วงคนที่รินน้ำชาให้เธอมากกว่าเพราะตัวเซมาล้มใส่โต๊ะแต่ยังเกาะไว้ทัน

“ว๊าย! ตายแล้วทอมมี่! เป็นอะไรหรือเปล่า”

“เอ่อ...ไม่รู้เหมือนกันครับ จู่ๆ มันก็...”

“หน้ามืดแน่ๆ เลย มะๆๆ มานั่งพักก่อน”

สาวบรรณารักษ์ประคองตัวทอมมี่นั่งลงบนเก้าอี้ เจ้าตัวเอามือกุบศีรษะหลับตาให้มันรู้สึกดีขึ้นเพราะเริ่มจะเวียนหัว

“เธอหักโหมงานมากไปแน่ๆ ฉันไม่น่าวานเธอช่วยรินน้ำชาให้เลย”

“ไม่ครับ มันไม่ใช่อย่างงั้น”

ทอมมี่ส่ายมือปฏิเสธอยู่สักพักพูดในสิ่งที่เขากำลังรู้สึก

“มันแปลก ๆ นะครับ ทำไมรู้สึกใจหายชอบกล...แล้วทำไมผมต้องรู้สึกเป็นห่วงเฟลิกซ์ขึ้นมากขนาดนี้”

สาวบรรณารักษ์ได้ยินแบบนั้นแล้วเหมือนเธอจะเข้าใจอาการที่ทอมมี่เป็น แต่เลือกที่จะไม่พูดเพราะไม่อยากให้เขารู้สึกแย่ไปมากกว่านี้

“นั่นอาจจะเป็นเพราะคนรักของเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย เชอรี่”

เสียงผู้ชายอีกคนที่เดินเข้ามา สาวบรรณารักษ์กำลังจะต่อว่าพอเห็นเจ้าของเสียงแล้วก็ไม่กล้าที่จะพูด ทอมมี่หงายหน้าขึ้นมาดูเห็นคนที่ไม่อยากจะเจอมากที่สุด

“ท่านอาเธอร์...”

เจ็บ...ปวด

ความรู้สึกที่ฉันน่าจะชินกับมันแล่นเข้ามาทุกส่วนของร่างกาย พอลืมตาที่แทบจะลืมไม่ขึ้นก็ไม่เห็นสิ่งใด

ฉัน...อยู่ที่ไหน...

จริงสิ...ฉันร่วงลงเหวมา...นี่น่า

“แค่กๆๆ”

คอสำลักอะไรบางอย่างที่คล้ายควันออกมา

ไอควันอะไรเนี่ย...

แล้วแขนขาฉันหักหรือยังไง...ถึงขยับไม่ได้

เหอะ...ก็น่าจะหักอยู่หรอก

ฉันพยายามรวบรวมสติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คิดทบทวนถึงสิ่งต่างๆ แม้ลมหายใจจะรวนรินก็ตาม

ทำไม...ทำไมฉันต้องนึกถึง...อันนาด้วยนะ...

อันนา...เธอก็...ตกลงเหว...แบบนี้...เหมือนกันนี่น่า...

เธอรู้สึก...แบบนี้สินะ...

เจ็บ...แต่ร้องออกมาไม่ได้

“แค่กๆๆ”

ฉันไออีกรอบ ทีนี่รู้สึกเวียนหัวหนักขึ้นมา

อยากจะอ๊วก...

เหมือนสายตาฉันจะเริ่มปรับชินกับความมืด สิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวค่อยๆ ปรากฏให้เห็นเด่นชัด...

และมันเด่นชัดจนฉันใจหาย

คะคะคริสตัล

มีคริสตัลบริสุทธิ์มากมายอยู่ล้อมรอบตัวฉันเต็มไปหมด...และสีของมันคือสีม่วง การที่คริสตัลจากสีฟ้าเป็นสีม่วงนั้นมีอยู่เหตุผลเดียวเท่านั้น

และเหตุผลนั่นก็อยู่ข้างๆ คริสตัล มันแทรกอยู่ข้างคริสตัลเต็มไปหมด

ดอกไม้ม่วงพิษ!!

เป็นดอกไม้ที่มักใช้สกัดทำหมอกพิษและมันเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันนอนทรามที่บ้านของมาเรียเพราะแอ่งน้ำที่ตกลงไปมีดอกไม้พิษนี่ปนเปื้อนอยู่ และมันจะปล่อยพิษรอบข้างอยู่เกือบตลอดเวลาแม้แต่คริสตัลก็ไม่เว้น

ยะยะยะแย่แล้ว!

ฉันพยายามฝืนขยับตัวแต่มันไม่ทำตามคำสั่งสักนิด เหมือนมันติดอะไรอยู่พอเกรงคอยกขึ้นให้เห็นร่างกายตัวเองทำเอาช็อกแทบหัวใจวาย ไม่ว่าขาทั้งสองข้าง แขนขวาและหน้าท้องล้วนมีคริสตัลที่เป็นสีแดงย้อมด้วยเลือดผุดทะลุขึ้นมา

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!

ความเจ็บของจริงแล่นเข้าสู่หัวใจจนแทบจะหลุดกระชากออกมา ร่างกายกระตุกอยู่สองสามครั้งก่อนที่จะแน่นิ่งสนิท ความเย็นเยือกแผ่ซ่านไปด้วยร่าง

ไม่ไหว...แล้ว…

นี่...เป็น...จุดจบ...ของฉัน...จริงๆ...สินะ...

และแล้วเปลือกตาของเฟลิกซ์ก็ปิดลงไป ไอพิษยังคงแล่นเข้าสู่ร่างกายเธอเรื่อยๆ ผ่านบาดแผลที่ถูกแทงทะลุและลมหายใจที่น้อยลงไปทุกที

........................................................................................................................

...................................................................................................

.......................................................................................

.............................................................................

..................................................................

........................................................

............................................

...................................

.........................

..............

....

เวลาผ่านไปเนิ่นนานแสนนาน

แต่เรย์ลี่ไม่เคยท้อนะคะ ท่านพี่

ความในใจที่เธอรู้ดีว่าไม่เคยจะส่งถึงร่างไร้สติของเฟลิกซ์ที่นอนแน่นิ่งบนเตียงคนไข้ภายในโรงพยาบาลในสถาบันนิวส์ไลฟ์ เธอตั้งใจเลือกห้องที่ดีที่สุดที่รับอากาศภายนอก

“ท่านพี่...”

เรย์ลี่กุมมือขวาของคนที่ไม่ได้สติ เธอทำแบบนี้ทุกวันไม่เคยเว้นเลยสักครั้งความรู้สึกที่ทับถมมานานเริ่มออกฤทธิ์

เป็นความผิดของเรย์ลี่...เป็นความผิดของเรย์ลี่ที่ไม่ระวัง!

คนที่นอนแบบนี้น่าจะเป็นเรย์ลี่มากกว่า! ตายแทนก็ยังได้!

น้ำตาไหลผ่านแก้มเธอจนตกลงพื้น เรย์ลี่ไม่เคยคิดแม้แต่จะเช็ดมันเลยสักครั้ง

ได้โปรดฟื้นขึ้นมาเถอะท่านพี่! นี่ก็จะสิบเจ็ดปีแล้วนะ!

ตัวเลขในใจนั้นคือระยะเวลาของเฟลิกซ์ที่กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา หมอที่ดูแลบอกว่าไม่มีสัญญาณที่ดีเลยแม้แต่น้อยเพราะเธอถูกพิษจากดอกไม้สีม่วงเข้าสู่ร่างกายเยอะเกินไปเป็นระยะกว่าหนึ่งเดือนที่ปาร์ตี้ทำเควสนั้นกว่าจะพบตัว ไม่ว่าจะใช้ทุกวิธีการรักษาแล้วก็ไม่ดีขึ้นแม้แต่น้อย

และหมอยังบอกอีกว่า บางที...เธออาจจะตายไปนานแล้วก็ได้เหลือแต่ร่างกายที่ยังมีลมหายใจกับคริสตัลกลางอกที่ยื้อชีวิตอยู่เท่านั้น

ข้อสันนิฐานนั่นเรย์ลี่ไม่ยอมรับมันหรอก!

“ตื่นเถอะนะท่านพี่...ตื่น...เถอะ”

เรย์ลี่เอาหน้าซุกที่มือขวาของเฟลิกซ์ หลั่งน้ำตาแห่งความเสียใจและความท้อแท้ที่สะสมตลอดมา

หือ?

เรย์ลี่เงยหน้าขึ้นมาแล้วรีบเช็ดน้ำตา

ตะกี้มือท่านพี่ขยับงั้นหรอ?

เพื่อความแน่ใจเธอจับมือขวาของเฟลิกซ์ด้วยทั้งสองมือแล้วหลับตาเพ่งสมาธิไปที่ปลายมือทั้งสองของตัวเอง

งืม...........................

งืม..................

ขะๆๆๆๆๆ ขยับ! มือขยับ!

เรย์ลี่ผงะลืมตาขึ้นมาแล้วจ้องไปที่ใบหน้าของเฟลิกซ์ เปลือกตาเธอเริ่มขยับ

“ท่านพี่!!

เรย์ลี่จดจ่อกับปรากฏการณ์ปาฏิหาริย์นี้ เปลือกตาของเฟลิกซ์ค่อยๆ เปิดขึ้นเผยให้เห็นนัยน์ตาสีแดงที่แสนจะอ่อนล้า เจ้าตัวขยับลูกตาไปทางซ้ายก่อนที่จะมาทางขวาเห็นเรย์ลี่

ท่านพี่...

น้ำตาแห่งความปลื้มปิติไหลเออล้นกว่าครั้งไหนๆ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มกับสิ่งที่รอคอยมานานแสนนาน

“อรุณสวัสดิ์คะ ท่านพี่...”


ช่วงคุยกับไรท์เตอร์

จบลงไปแล้วสำหรับ Ch.36 นะจ๊ะ

ตอนนี้สั้นกว่าเดิมอีก

แต่เกิดเหตุการณ์ที่ร้ายแรงกับตัวเฟลิกซ์...

แล้วหลังจากนี้เธอจะเป็นยังไงต่อล่ะ? หลังพบว่าตัวเองสลบมาสิบเจ็ดปีกว่าๆ

ใกล้เวลาที่คริสตัลฟอร์จะล่มสลายแล้ว

โปรดติดตามต่อตอนไปที่มีชื่อว่า

Ch.37 บทส่งท้าย Vol.1 – [นานามิ]

ตอนท้ายอาจจะนานหน่อยนะ

ถ้าชอบก็ Comment ให้กำลังใจกันบ้างเน้อ 1 Comment เท่ากับล้านกำลังใจเลย ฮ่าๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

53 ความคิดเห็น