ตอนที่ 36 : Ch.34 คดีการหายตัวไปของโซล II - [ภาคถอดรหัส]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 มิ.ย. 59


Crystalfall: Fake/Brave

คริสตัลฟอร์: เฟค/เบรฟ

Ch.34 คดีการหายตัวไปของโซล II - [ภาคถอดรหัส]


เยอะเอาเรื่องนะเนี่ย

จำนวนนักผจญภัยและคนอื่นๆ ที่ถูกทางสมาคมกิลด์ผจญภัยเชิญมาร่วมการเดินทางสักทีพยานครั้งนี้ ณ ลานจอนเรือเหาะนอกตัวเมืองนิวส์ไลฟ์ทางตะวันออกมีมากกว่าห้าสิบชีวิต

เควสเร่งด่วนที่ว่าสถานโบราณแห่งหนึ่งใกล้พรมแดนเอลฟ์ทางตะวันตกเฉียงเหนือจู่ๆ ก็มีมอนเตอร์ปรากฏขึ้นมามากมายและยังล้นออกมาจากดันเจี้ยนด้วย เลยมีภารกิจให้ทำการสำรสจอย่างเร่งด่วนเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุ

รูปแบบเควสครั้งนี้จะเป็นปาร์ตี้ระบบเปิด คือหลายปาร์ตี้หรือหลายกลุ่มสามารถทำร่วมกันได้ ยิ่งเยอะยิ่งดี ส่วนค่าตอบแทนไม่ได้สนใจที่จะรู้ด้วยสิเพราะฉันไม่ได้เข้าร่วมทำเควสนั่นสักหน่อยแค่ขอติดเรือเหาะไปด้วย

เพราะบ้านพักตากอากาศของอาจารย์โซลอยู่แถวๆ นั้นพอดี

เดี๋ยวสิ...ไม่ใช่ว่ามอนเตอร์อาละวาดพังบ้านไปแล้วหรอ

ฉันกังวลใจขึ้นมาแต่ก็ทิ้งมันไปเพราะต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองอยู่ดีเลยเดินไปที่ริมหน้าผา เป็นจุดที่เคยยืนอยู่เมื่อสองปีกว่าๆ ที่แล้ว

ตรงนี้สินะ ที่โดนพระเจ้าเล่นงาน

“ท่านพี่!? นั่นท่านพี่หรอคะ!?

เสียงที่คุ้นเคยที่ไม่ได้ยินมานาน พอหันไปพบกับผู้หญิงที่มีนัยน์ตาสีทองทรงผมทวินเทลและสวมชุดผ้าคลุมนักเวทย์ที่ดูดีกว่าครั้งไหนๆ

“เรย์ลี่?”

จริงสิ รุ่นพี่บาร์เบสบอกไปแล้วนี่น่าว่าเควสเรย์ลี่จะไปด้วย

แล้วก็เห็นเธอวิ่งมาหาฉันออกจากกลุ่มคนสี่คนที่ฉันพอจะจำได้มี รอน ลีนี่ บาร์เบสและคิรินซัง

“ท่านพี่รีบขึ้นเรือเถอะคะ!

“แต่ว่า—”

“น่านะ!

แล้วฉันก็ถือดันขึ้นเรือบินอย่างรวดเร็ว พอเจ้าตัวทำสำเร็จก็หอบเหนื่อยนั่งลง

“เรย์ลี่ ฉันว่ามันยังไม่ถึงเวลาเรือออกนะ”

“ก็ท่านพี่ไปยืนตรงนั้นอีกแล้ว! ตรงที่ท่านพี่หายตัวไปยังไงคะ!

อ๋อ คงหมายถึงริมหน้าผานั่น

พอได้รับความเป็นห่วงจากเรย์ลี่เลยลูบหัวตอบ

“ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ”

“ค่ะคะ...”

“เป็นอะไรหรือเปล่าหน้าแดงขึ้นมา?”

“คือ...ถ้าหลังจบเควสนี้แล้วขอเรย์ลี่ไปอยู่กับท่านพี่ด้วยได้หรือเปล่าค่ะ ในฐานะภรรยาคนที่สอง”

พรืดดดดดดดดดดดด...

น้ำลายฉันเกือบพุ่งใส่หน้าคนพูดถ้าไม่ใช่ว่าปิดปากตัวเองทัน

“ระเรย์ลี่! พูดเรื่องอะไรเนี่ย!?

“กะก็เห็นเอลด้าบอกว่า ท่านพี่กับทอมมี่เพศเดียวก็ยังทำเรื่องอย่างว่าได้เกือบทุกวัน บางวันก็ใช้เขานั่นทำด้วย ดังนั้นถ้าเรย์ลี่ไปอยู่ด้วยคงจะทำเรื่องอย่างนั้น...ได้สินะคะ!

คราวนี้ฉันเอามือข้างซ้ายจักรกลอันใหญ่กุมหัวตัวเองมิดแล้วค่อยๆ กำมือขวาแน่น

เอลด้า...เธอยังไม่เลิกเล่นเป็นสโตกเกอร์สินะ กลับไปจะตามล่าตัวเธอจับขังกรงนกคอยดูสิ!

จริงอยู่ทีฉันกับทอมมี่กับเรื่องนั้นกันเกือบทุกวันแต่ฉันไม่ได้อยากสักหน่อย...เชอะ ถ้าไม่โดนไอ้เวทย์กระตุ้นนั่นเล่นงานเข้านะ

“นี่เรย์ลี่ อย่าไปเชื่อขี้ปากเอลด้าเลย ยัยนั่นกำลังหลอกเธออยู่นะ”

“เป็นอย่างงั้นหรอคะ” เรย์ลี่ทำหน้าเหมือนจะเชื่อ

“ใช่จ๊ะ อีกอย่างฉันไม่ได้คิดกับเธออย่างงั้นสักหน่อย”

ได้โปรดอย่างเป็นทอมมี่สองเลย แค่นี้ก็จะบ้าตายอยู่แล้ว

“เข้าใจแล้วค่ะ”

เรย์ลี่พ่องแก้มป่องเชิดหน้ามองไปทางอื่น ฉันหรี่ตาลง

ฉันว่าเรย์ลี่น่าจะรู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้วนะ แค่ไม่อยากพูดกันตรงๆ ล่ะมั้ง

แต่ทำไมวันสองวันนี้เรื่องใต้สะดือมันวนเวียนเข้าหูบ่อยจังฟะ

และแล้วกับตันเรือลำนั้นตะโกนบนให้ทุกคนรู้

“เรือใกล้จะออกบินแล้ว! ทุกคนเข้าหาที่เกาะไว้!

ใช้เวลาทั้งหมดสี่ชั่วโมงก็ถึงที่หมาย

เรือทั้งสามลำถูกเทียบท่าที่กลางทุ่งหญ้าเรียบ คนที่มาทำเควสเริ่มขนอุปกรณ์ที่จะสร้างเป็นกำแพงไม้เพื่อที่จะทำเป็นแคมป์เพราะระยะเวลาที่พวกเขาทำเควสนี้คือสัปดาห์หนึ่งและที่ต้องทำถึงขนาดนี้เพื่อกันมอนเตอร์บุกมาด้วยเพราะตรงที่อยู่นั้นไม่ไกลจากดันเจี้ยนที่เป็นโบราณสถานมากนัก

“ที่นั่นหรือเปล่าคะท่านพี่ ที่ว่าจะไป”

เรย์ลี่ถามแล้วชี้ไปทางบ้านหลังหนึ่งที่อยู่บนเนินเขาที่ยื่นออกมาทางซ้ายของทางเข้าป่า มันอยู่ห่างจากตรงนี้ประมาณสี่ร้อยเมตรได้

“นั่นแหละ บ้านพักตากอากาศของคนที่หายตัวไป”

“อยากให้เรย์ลี่ช่วยไหมคะ”

“ไม่ๆๆๆ งานนี้เธอไม่เกี่ยวแถมงานสบายมากด้วย ฉันไม่อยากรบกวนเธอหรอก เห็นว่าน่าจะหนักเอาเรื่องนี่นะ มอนเตอร์ที่อาละวาดนอกดันเจี้ยน”

“ค่ะ พวกนักสำรวจคณะหนึ่งที่มาที่นี่เกือบตายหมด ทางสมาคมเลยรู้...เรย์ลี่ไม่อยากจะคิดเลยนะคะ ถ้าไม่มีคนรอดมาบอกเรื่องนี้จะมีอีกกี่ชีวิตที่ต้องสังเวย”

“ถ้าอย่างงั้นเธอก็รีบไปทำหน้าที่ซะสิ” ฉันควักมือไล่

“โธ่ท่านพี่ละก็ ไม่ได้เจอกันเกือบเดือนแล้วนะคะ”

“เออจริงสิ เห็นบาร์เบสบอกว่าเพื่อนของเขาเห็นเธอเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ เป็นอะไรหรือเปล่า”

คำถามนั้นไม่รู้ว่าควรถามหรือเปล่า เรย์ลี่ถึงได้มีปฏิกิริยาตกใจอย่างมากอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นคะ แค่...เอ่อ...ถูกหมอคนนั้นวานบ่อยๆ”

“หมอ...อ๋อ”

ฉันนึกถึงหมอผู้ชายที่เคยดูแลฉันหลังงานแข่งขันปีหนึ่งที่ผลการแข่งขันลงเอยด้วยการไม่มีใครชนะแต่ได้รับคูปองทานอาหารโรงอาหารหรูฟรีทุกคนเป็นระยะเวลาหลายเดือนอยู่

“ขอให้โชคดีกับหมอคนนั้นนะ”

“เรย์ลี่ไม่ได้ชอบหมอนั่นนะ! เรย์ลี่มีแต่ท่านพี่คนเดียวเท่านั้น!

เมื่อเรย์ลี่ยืนยันหนักแน่นขนาดนั้นเลยลูบหัวตอบอีกครั้ง

“เข้าใจละ งั้นทำตามคำสั่งฉันนะ รีบๆ ไปช่วยคนอื่นสร้างแคมป์ได้แล้ว”

และฉันก็รีบเดินออกไปทางบ้านพักตากอากาศ เรย์ลี่ยืนหน้าบึ้งบ่นพึมพำว่า

“ท่านพี่ละก็...น่าจะรู้ตัวบ้างนะว่าเรย์ลี่อยากอยู่เคียงข้างท่านพี่ทุกวัน”

มหกรรมเอกสาร

พอเข้าบ้านตากอากาศของอาจารย์โซลมาก็พบกับกระดาษนานาชนิดตกกระจายอยู่ทั่วบ้าน ยังไม่รวมพวกที่มีอยู่ตามชั้นที่วางเอกสารต่างๆ ที่มีกว่าสิบที่

สภาพอย่างกับมีคนมารื้อแน่ะ

พอเดินเข้าไปอีกห้องก็เจอของที่หาในที่สุด มันวางอยู่ใต้โต๊ะที่มีแผนที่คริสตัลฟอร์กางไว้อยู่ ฉันก้มตัวลากมันออกมาซึ่งมันก็หนักเอาเรื่องเหมือนกันแม้ใช้แขนซ้ายช่วยแล้วก็ตาม พอมานั่งพิจารณารูปลักษณ์โดยรวมแล้วทำไมตะลึงนิดหน่อย

เหมือนกล่องยุทโธปกรณ์ทางการทหารโลกก่อนชัดๆ

มีแป้นรหัสเลขจริงๆ ด้วย ถ้าจำไม่ผิดคำบอกเล่าของคนสนิทของอาจารย์โซลในสำนวนคดีบอกว่ากล่องนี้เคยถูกเปิดมาก่อนโดยเจอรหัสจากเอกสารที่บันทึกรายละเอียดโบราณสถานที่ค้นพบกล่องนี้

ซึ่งเอกสารนั่นถูกเก็บไว้ ณ ที่แห่งนี้และคนที่เคยมาหาก่อนกลับหารหัสไม่เจอ

ฉันพยักหน้ายิ้มรับมันแล้วเงยหน้ามองกองเอกสารรอบตัว

จะหาเจอไหมเนี่ย

“กาแฟไหมคะ ท่านพี่!

“หือ? เรย์ลี่หรอ เอาสิ”

ฉันแปลกใจนิดหน่อยที่เธอมาหาฉันเวลานี้ มันน่าจะเกือบเที่ยงคืนแล้วนะ

ใช่ ตอนนี้ฉันยังไม่หลับเพราะกำลังนั่งไล่อ่านเอกสารทีละแผ่นหารหัสมาเปิดกล่องเหล็กนี่ ซึ่งนั่งหามาตั้งแต่เย็นจนถึงตอนนี้ก็อ่านเอกสารไปกว่าหนึ่งส่วนสี่ของทั้งหมดแล้ว

“นี่ค่ะ กาแฟร้อนๆ วางไว้ตรงนี้นะคะ”

“ขอบใจมากนะ” แล้วฉันก็ยื่นมือหยิบแก้วกาแฟมาจิบ “แล้วเธอยังไม่นอนอีกหรือไง”

“เพิ่งออกเวรเฝ้าคะ เดี๋ยวว่าจะนอนแล้วแต่ยังเห็นแสงไฟเทียนไขสว่างอยู่ไกลๆ เลยคิดว่าน่าจะโหมงานหนักอยู่แน่ๆ”

“งืม งั้นถือว่าความเอาใจใส่สำหรับการเข้ามาอยู่บ้านเดียวกันผ่านในระดับหนึ่งแล้วนะ”

“หือ!? เยส!

นี่ฉันเผลอให้ความหวังไปหน่อยหรือเปล่าเนี่ย

“แล้วท่านพี่หาอะไรอยู่กันแน่คะ”

“รหัสบางอย่างที่ในเอกสารพวกนี้” ฉันพูดแล้วชี้ไปทางกองเอกสารมหึมาที่ย้ายมารวมๆ กันแล้วทั้งบ้าน”

“หา!! หมดนี่เลยหรอคะ!” เรย์ลี่เพิ่งจะสังเกตเห็นกองเอกสารกว่าหลายพันใบ

“คิดว่าถ้านั่งหาไปเรื่อยๆ คงจะเสร็จตอนสายๆ พรุ่งนี้แน่”

“แล้วทำไมต้องฝืนตัวเองขนาดนั้นด้วยละคะ”

เรย์ลี่ส่งสายตาที่เป็นห่วง ซึ่งมันทำให้ฉันใจอ่อนลงได้บ้างนิดหน่อยแต่ก็ต้องฝืนเพื่องาน

“มันคาใจน่ะสิ ถ้าไม่ทำละก็นอนไม่หลับ หวังว่าเข้าใจฉันนะเรย์ลี่”

“ค่ะ เรย์ลี่จะไม่ขัดขวางความตั้งใจของท่านพี่คะ งั้น...เรย์ลี่ขอตัวก่อนนะคะ”

เรย์ลี่กำลังจะเดินประตูออกไปแต่ฉันนึกเรื่องที่อยากจะพูดขึ้นมาได้

“นี่เรย์ลี่”

“คะ?”

“เห็นว่าพรุ่งนี้จะเริ่มลงไปดันเจี้ยนแล้วใช่ไหม ระวังตัวหน่อยนะ...ถ้ามีอะไรก็มาขอยืมมือฉันได้เลยทุกเวลา”

“ความปรารถนาของท่านพี่เรย์ลี่ขอรับไว้อย่างสุดซึ้งเลยคะ” เรย์ลี่เอามือกุมไว้กลางอก “แต่กว่าจะได้ลงดันเจี้ยนน่าจะบ่ายละคะเพราะต้องเคลียร์มอนเตอร์ที่อยู่นอกดันเจี้ยนก่อน...งั้นขอตัวก่อนนะคะ”

“ฝันดีจ้า”

“ท่านพี่ก็ฝันดีเช่นกันนะคะ”

พอเรย์ลี่จากไปแล้วฉันก็ถอนหายใจ

ดูเหมือนงานทางนั้นจะไม่ง่ายกว่าที่คิดไว้แฮะ


เฮ้ยๆ ฉันว่าไม่พลาดแม้แต่แผ่นเดียวนะ

ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงวันของวันถัดมาแล้ว ซึ่งใช้เวลามากกว่าที่คิดกว่าจะตรวจเอกสารจนหมดเพราะต้องงีบหลับพักเป็นช่วงๆ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับหารหัสนั่นไม่เจอเลย

ถ้าไม่อยู่นี่แล้วมันจะอยู่ที่ไหนละ?

นึกสินึกสิเฟลิกซ์...

ฉันไล่นึกทวนเหตุการณ์ทั้งหมดในสำนวนคดีแล้วคาใจจุดขึ้นหนึ่งมาเกี่ยวกับวันที่อาจารย์โซลหายตัวไป เพดานและผนังส่วนหนึ่งก็หายไปด้วย...

อย่าบอกนะว่าเอกสารที่มีรหัสก็อยู่ที่นั่น...และหายไปด้วย!?

พอคิดแบบนั้นแล้วเอามือขวาทุบโต๊ะทีหนึ่งอย่างเจ็บใจ

เสียเวลางั้นหรอ

ทวนคำนั้นในใจอยู่เรื่อยๆ แล้วจ้องมองกล่องเหล็กเจ้าปัญหานี่

งั้นงัดมันแม่งซะเลยละกัน!

ฉันลุกขึ้นแล้วดันมันติดกำแพงเพื่อให้กล่องมันไม่เคลื่อนที่เวลาจะเปิด ใช้มือซ้ายจักรกลจับที่ส่วนบนของกล่องที่น่าจะเปิดได้แล้วงัดขึ้นสุดแรงเกิดค้างอยู่นานเกือบนาที

เปิดสิโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!

ปึ่ง!!

ฝากล่องเหล็กกระแทกกับผนัง...

เฮ้ย! เปิดได้ซะงั้น!

แล้วฉันมองของที่อยู่ในนั้น

หา? คอมพิวเตอร์?

ใช่...คอมพิวเตอร์รู้สึกจะเป็นรุ่นเก่าๆ โคตรๆ สมัยช่วงปี ค.ศ. สองพันต้นๆ ด้วย

“เฮ้ย!! ของนี่มันมาอยู่ในโลกแบบนี้ได้ไง?”

มันขัดกับแฟนตาซีโคตรๆ เลยนะ

ฉันมัวแต่ตะลึงเลยยืนหนึ่งไปหลายนาที ก่อนที่จะลองยกของที่อยู่ในนั้นออกมาทั้งหมด มีหน้าจอมอนิเตอร์แบบ CRT จอใหญ่ๆ และเคสที่ข้างในมีอิเล็กโทนิคที่ควรจะเป็นคอมพิวเตอร์จริงๆ ไม่ว่าจะเป็น CPU การ์ดจอออนบอร์ด ช่องเสียบสายไฟ ช่องเสียบเม้าท์สีเขียว คีย์บอร์ดสีม่วง ฯลฯ

รุ่นเก่าจริงๆ นั่นแหละ แล้วยังมีไฟฟ้าสำรอง UPS ด้วยนะ

แล้วฉันก็จัดแจงต่อสายทุกๆ อย่างจนเสร็จ มือขวาที่กำลังจะกดเปิดเครื่องสั่นแปลกๆ

นี่ฉันกลัวอะไรเนี่ย...

พอคิดได้ก็กดมันลงไป...เห็นตัวเคสทำงานเป็นปกติแล้วนั่งขอให้จอภาพทำงาน

บูตเครื่องช้าชะมัด

และแล้วบนจอก็ปรากฏหนึ่งสิ่งขึ้นมา เป็นขีดอันเดอร์สกอร์สีขาวกระพริบอยู่

ระบบปฏิบัติการ DOS งั้นหรอ? เก่าชิบ...

ฉันมองลงมาดูคีย์บอร์ด...

พิมพ์คำสั่งอะไรดีนะ...

งืม...อะไรดีน่า...นึกคำสั่งไม่ค่อยจะออกด้วยสิ ไม่ได้แตะมันนานมากๆ แล้วด้วย

เป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะนึกออก

คำสั่งส่งข้อความผ่าน E-mail ล่ะกัน

แล้วฉันก็เริ่มลงมือพิมพ์

 

ถึง นานามิ เพื่อนรัก (nanami2027@mia.com)

เอ่อ...นี่ฉันเองนะ เฟลิกซ์ไง! ถ้าเธอได้รับเมลนี้ (คงไม่ได้รับแหละ) อยากจะบอกว่าตอนนี้ฉันอยู่ต่างโลกนะ! ฮ่าๆ ไม่เชื่ออ่ะดิ ถ้ามีกล้องถ่ายภาพคงจะแนบไฟล์ไปด้วยละ...ฉันไม่รู้ว่าเธอจะออกค้นหาฉันแทบเป็นแทบตายหรือเปล่า คือฉันก็ตายแล้วจริงๆ นั่นแหละ...เลยถูกพระเจ้าส่งมาโลกอื่นตามความต้องการของเขา มีหลายๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในโลกแฟนตาซีที่ถูกเรียกว่า คริสตัลฟอร์นี่ ไม่ต้องเป็นห่วงฉันแล้วนะ ฉันน่ะตายๆ ไปได้ซะก็ดี เธอจะได้ไม่ต้องถูกลากเกี่ยวกับอันตรายทั้งหลายทั้งมวลเกี่ยวกับพลังจิตของฉันแล้ว...และสิ่งที่สุดท้ายนะ นานามิ...ฉันโคตรคิดถึงเธอเลยวะ

                                                                        และจะคิดถึงตลอดไป

                                                                                เฟลิกซ์

 

พอพิมพ์จบฉันก็กด Enter ลงไป...ข้อความทั้งหมดถูกลบหายไปเหลือแต่เครื่องหมายอันเดอร์สกอร์สีขาวกระพริบอีกครั้งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หึๆ นี่ฉันทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย

“มีคนอยู่ไหมครับ!

มีเสียงผู้ชายไม่คุ้นหูดังขึ้นนอกบ้าน

“ใครนะ!?

“เอ่อ ผมเป็นนักผจญภัยคนหนึ่งครับ ชื่อว่าทาร์ คือ...คุณเรย์ลี่บอกไว้ว่าถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไรเร่งด้วยให้มาที่นี่ได้ครับ”

“หือ? เกิดอะไรขึ้น” ฉันรีบตะโกนถาม

“คือทีมสำรวจกลุ่มที่สองที่มีเรย์ลี่อยู่...ติดกับดักในดันเจี้ยนตอนนี้ยังออกมาไม่ได้เลยครับ!

“หา!!!

ฉันรีบออกไปแล้วให้ผู้ชายคนนั้นวิ่งนำทางไปทันที โดยไม่ทันรู้เลยว่าในบ้านพักตากอากาศที่เธอประกอบคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ ที่หน้าจอมันมีข้อความปรากฏขึ้นมา

E-mail was sent

ช่วงคุยกับไรท์เตอร์

จบลงไปแล้วสำหรับ Ch.34 นะจ๊ะ

ในที่สุดเฟลิกซ์ก็มายังบ้านพักตากอากาศที่เป็นเป้าหมายแล้ว

เธอค้นพบหาวิธีเปิดกล่องเหล็กนั่นจนได้ (อย่างละม่อมฮ่าๆ)

เจอกับคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า?

จู่ๆ ก็มีคนมาแจ้งข่าวไม่ดีเกี่ยวกับเรย์ลี่ เฟลิกซ์เลยรีบออกไปช่วยทันที!

แล้วข้อความบนเจอคอมมันหมายความว่ายังไงกันแน่

เรย์ลี่กับคณะเคลียร์เควสจะรอดหรือไม่

โปรดติดตามต่อตอนไปที่มีชื่อว่า

Ch.35 คดีหายตัวไปของโซล III – [ภาคลงดันเจี้ยน]

ถ้าชอบก็ Comment ให้กำลังใจกันบ้างเน้อ 1 Comment เท่ากับล้านกำลังใจเลย ฮ่าๆ

 

53 ความคิดเห็น