ตอนที่ 32 : Ch.30 Fake/Brave X - Akita/Felix - [งานแข่งขันปีหนึ่ง] – ครึ่งสอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 มิ.ย. 59

 

Crystalfall: Fake/Brave

คริสตัลฟอร์: เฟค/เบรฟ

Ch.30 Fake/Brave X

Akita/Felix - [งานแข่งขันปีหนึ่ง] – ครึ่งสอง

“ท่านนักสร้าง”

ชายน้ำเงินสั้นตั้งตรงสูงร้อยหกสิบสวมฮู้ดคลุมไหล่สีขาวแถบส้มถูกทักจากคนที่นั่งอยู่ไม่ห่างนักหลังจากเข้าห้องที่มีจอถ่ายทอดสดและนักเวทย์อีกหลายชีวิต

“ชื่อของกระผมก็มีนะท่านศาสตราจารย์เลสเตอร์”

“หึ แล้วมาทำอะไรที่นี่หรือ”

“แน่นอน...ก็มาดูผลงานของกระผมเองยังไงละครับ สนามแข่งปีหนึ่งของปีนี้ผมออกแบบใหม่เพิ่มความเร้าใจมากกว่าเดิม”

“ยังภาคภูมิใจตลอดเวลาไม่เคยเปลี่ยน”

“อ่ะแน่นอน เกือบทุกอาคารทุกตึกที่นี่กระผมล้วนออกแบบเองทั้งหมด! งานวันนี้ก็เช่นกัน! เจ้าพวกรุ่นพี่ทั้งหลายที่แอบปล่อยข้อมูลให้น้องหน้าใหม่คงคิดว่ามันจะเหมือนปีที่แล้วใช่ไหม? ไม่ใช่เลย! ชั้นแรกเหมือนเดิมก็จริง แต่ชั้นสองเป็นต้นไป...หึๆๆๆๆๆ ฮ่ะ! ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”

คนที่ถูกเรียกนักสร้างกางแขนสองข้างระเบิดหัวเราะสนั่นลั่นห้องชนิดไม่เกรงสิบกว่าชีวิตในห้องนั้นเลย

เฮ้ยๆ มันไม่เป็นตามที่บอกๆ กันมานิ?

ชั้น B1 ที่เป็นทางผ่านเฉพาะแต่ละห้องไม่มีอะไรมากแค่ทางตรงเดินวนลงมาเรื่อยๆ มีคริสตัลแอบซ่อนเนียนๆ บางจุดบ้างแต่ก็เก็บได้หมด

แต่ชั้น B2 ที่ๆ น่าจะเป็นที่โล่งๆ และประจบกับอีกสองห้องเพื่อแย่งชิงคริสตัลกันตามที่พวกรุ่นพี่บอกไว้กลายเป็นเขาวงกตเนี่ยนะ! ผลก็คือห้อง C เกือบยี่สิบชีวิตพากันเดินเกาะกลุ่มค่อยๆ เดินตามทางคดเคี้ยวจนไม่รู้ทางไหนที่เข้ามา ข้างบนที่ฉันน่าจะใช้มือซ้ายปีนขึ้นไปไม่ก็ยิงขึ้นเกาะก็ดันมีบาเรียสีฟ้าจางๆ กั้นไว้อีก...ซึ่งเอาจริงๆ แล้วมือซ้ายของฉันมันทะลุเวทมนต์เกือบทุกอย่างได้แต่ถ้าทำแบบนั้นอาจจะโดนหาว่าโกงได้...

แล้วมีอะไรที่เราได้เปรียบมั้งไหมเนี่ย

ระหว่างที่เดินๆ อยู่เหมือนได้ยินห้องอื่นที่เดินทางมาถึงก่อนแต่อยู่คนละฝั่งกรี๊ดร้องลั่นอย่างกับเจอผี

เพื่อนในห้องเริ่มออกความเห็น

“นี่ๆ พวกเรา...เดินกลับดีกว่าไหม”

“เธอจำทางกลับได้เหรอ”

“เอ่อ...ลองเดินกลับดูๆ ไปก่อนเถอะ”

“อย่าเสี่ยงเลย ถ้ายิ่งเดินไปทั้งที่ไม่แน่ใจทั้งๆ อย่างงั้น”

“เฮ ทุกคน” ฉันเอ่ยขึ้น “ไม่ต้องกังวลอะไรไป”

“หา? ไม่กังวล? จะบ้าเหรอ อย่างน้อยเราควรน่าจะรู้เส้นทางให้พ้นจากเขาวงกตนี่สิ ถ้าห้องอื่นไปถึงชั้น B3 ที่มีคริสตัลเยอะๆ ก่อนจะไม่ทันการนะ”

สิ่งที่เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาก็ถูกอยู่

“แต่ทุกคนก็ช่วยกันดูแล้วไม่ใช่หรือไง มันไม่มีคำใบ้ไม่มีสัญลักษณ์อะไรเลยทั้งนั้น นี่มันเขาวงกตที่ถูกสร้างขึ้นมาสุ่มๆ เท่านั้น...คงต้องใช้ดวงกับความสามารถที่มีละนะทุกคน”

พอฉันพูดไปอย่างงั้น หน้าตาทุกคนก็ไม่ได้ดีขึ้นแม้แต่น้อยราวกับว่ายอมรับกับชะตากรรมอันข่มขืนที่ห้องอื่นน่าจะชิงตัดหน้าไปแล้ว ฉันมองดูรอบๆ ตัวแล้วหงายหน้าขึ้นข้างบน

ถ้าไม่มีบาเรียเป็นหลังคาปิดละนะ

“สายลมเป็นของข้า! วิงค์! [Wing]

“บาเรีย!

สองประโยคนี้แทบจะเกิดขึ้นพร้อมกัน บาเรียขึ้นมากางตรงหน้าพวกเรากันสายลมที่เข้ามาปะทะจากนักเวทย์อีกห้องหนึ่งที่ไม่แน่ใจว่าห้องไหน เขาน่าจะซุ่มรอดักอยู่มาสักพัก...ซึ่งเขากำลังตกใจที่เพื่อนในห้องของฉันกางเวทมนต์ป้องกันขึ้นมาทัน

“ชิ! ถ้าแบบนี้ล่ะเป็นไง! อ๊าก!!

ฉันไม่รอช้ายิงหมัดซ้ายเข้าเจ้าตัวเต็มๆ จนเวทมนต์ปกป้องแตกก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่เทเลพอร์ตออกไป เพื่อนในห้องคนหนึ่งวิ่งเข้าตรงนั้น

“โธ่! จะรีบเอาตัวออกไปทำไม! ยังไม่ทันเห็นหน้าชัดๆ เลย”

“เธอจะทำอะไร?”

“จะดูว่ามาจากห้องไหนไง จะได้จำไว้ว่าห้องนั้นเหลือกี่คนแล้ว”

งืม เป็นวิธีที่ดีเหมือนกัน

แต่ว่าจะมีพรรคพวกแถวนี้อีกไหมนะ...

“เฮ! ทุกคน! แผน B กันเลยดีกว่า”

ทุกคนต่างหันมามอง

“ไวไปไหมครับ?” ทอมมี่ขัด

“ไม่หรอก ขืนเรายังอยู่เป็นกลุ่มมีหวังโดนโจมตีหมู่ง่ายๆ แน่ แยกกันเป็นบัดดี้ตามแผน B น่าจะดีกว่า”

พอพูดแบบนั้นไป แลดูทุกคนจะลังเลเล็กน้อยแต่ก็ทำหน้าฮึดสู้

“เอาไงก็เอากัน”

“ดี...งั้นทุกคนแยกย้ายกันได้! เจอกันที่ชั้น B3 นะ!

“เฮ!!!

พอทุกคนจับกันเป็นคู่ตามที่ตกลงก่อนหน้านี้แล้วแยกกันเดินไปคนละทิศทาง ทอมมี่เดินเข้ามาหาฉัน

“เฟริน...แน่ใจนะครับ?“

“ดีกว่าตายหมู่ แยกๆ กันไปแบบนี้ดีแล้ว ช่วยกันตีคริสตัลด้วย”

“แต่ถ้าเพื่อนเราไปเจอห้องอื่นที่เกาะกลุ่มกันมา ไม่เสียเปรียบแย่หรอครับ?”

“ไม่หรอก การเกาะเป็นกลุ่มในที่ๆ แบบเนี่ยถือว่าโง่ด้วยซ้ำ ก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือเวทย์ลมตะกี้ถ้าเพื่อนเรากางไม่ทันได้ลงไปนอนตามแรงลมเกือบหมดแน่”

“อ๋อ...ครับ”

ฉันกับเขาเดินตามทางเขาวงกตไปเรื่อยๆ พอเจอแท่งคริสตัลลอยอยู่ก็ทำลายมัน เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงจู่ๆ พื้นดินและเพดานดินสั่นสะเทือนคล้ายแผ่นดินไหวอยู่เกือบนาที

อะไรน่ะ?

“มีคนเล่นเวทย์ดินแรงแน่ๆ เลย”

ฉันก็คิดอย่างงั้น...

แต่ที่คิดมากกว่าก็คือทำไมเดินๆ มาไม่เจอห้องอื่นเลย?

ทั้งๆ ที่ก็ได้ยินเสียงปะทะกันอยู่เรื่อยๆ

หรืออยู่ทางปลอดคน?

พอเดินมาถึงหัวเลี้ยวหักอกทางซ้าย จู่ๆ ทอมมี่เดินนำแล้วขวางทางไว้

“มีอะไร?”

“คือ...ผมมีเรื่องที่จะพูดให้ได้จริงๆ นะครับ ทนรอไม่ไหวแล้ว”

เขาในร่างปีศาจสาวกุมมือฉันยกขึ้นมา

“เห๊ะ!?

“คือ...มีเรื่องจะสารภาพครับ ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมแอบทำเรื่องอย่าง—”

แล้วจู่ๆ ฉันก็ถูกเขาผลักออกกระเด็นเต็มที่จนล้มลงไป

“อะไรของนายเนี่ย!...เฮ้ย!

ที่ร้องเฮ้ยทีหลังเพราะเห็นกำแพงดินสีคล้ำออกม่วงนิดๆ ผุดขึ้นมาเป็นแถวยาวมากั้นระหว่างฉันกับเขาจนไม่เห็นตัว เจ้านั่นตะโกนเรียกหา

“เฟริน! เป็นอะไรไหม!

“ฉันไม่เป็นไร แล้วนายล่ะทอมมี่!?

“ไม่ล่ะครับ...แค่ตอนนี้”

จบคำพูดนั้นก็ได้ยินเขาชักอาวุธตัวเองโหมดดาบขึ้นมา ที่รู้เพราะมันมีเสียงคลื่นอ่อนๆ เหมือนเซเบอร์ตามหนังพวกไซไฟ

คนทำกำแพงนี่อยู่ฝั่งนั่นสินะ!

“ย๊าก!!

ฉันง้างหมัดซ้ายใส่กำแพงเพื่อที่จะทำลายมัน แต่รู้สึกว่ามันจะหนากว่าที่คิดและปล่อยควันพิษออกมาด้วย

ขืนชกต่อมีหวังเวทย์ปกป้องพังก่อนแล้วโดนจับโยนนอกเกมแน่ๆ

แต่ทำไมบาเรียทรงกลมของฉันถึงกันจำพวกควันพิษได้นะ

ฉันสงสัยเรื่องนั่นมานานแล้ว...โล่อัตโนมัติที่มันขึ้นปรากฏขึ้นมาเวลาที่มีอันตรายถึงตัวจำพวกเวทมนต์ ถ้าเป็นพวกกายภาพอย่างดาบมันจะไม่ปกป้องให้

แต่ควันพิษจากกำแพงนี่มันน่าจะเป็นเวทย์ไม่ใช่หรอ?

เฮ้ย! ลืมไปซะสนิท เวทย์ดินมันแค่กระตุ้นพวกสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติอยู่แล้วนี่หว่า! มิน่าถึงกันพวกนี้ไม่ได้

“อดทนไว้นะทอมมี่! ฉันกำลังอ้อมไปหา!

“ครับ!!

ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะหาทางไปเจอกันได้ยังไง

แต่ถ้าเลาะทางขวาไปเรื่อยๆ น่าจะไปบรรจบทางนั้นพอดี

โครม!!

ดาบเล่มใหญ่ผ่าลงมาหวิดหน้าฉัน เหมือนชายที่รอดักอยู่กะจังหวะพลาดไปหน่อยแต่สติของเขายังดีที่กระโดดถอยหลังมาตั้งหลัก

“ยินดีที่ได้เจอนะครับ คุณไซบอร์ก ศัตรูของผู้กล้า”

คำพูดคำจาที่แฝงไปด้วยความดูถูกของชายนักดาบห้อง A ซึ่งฉันไม่ชอบใจเขานิดหน่อย

“เขาเป่าหูอะไรนายมาฉันไม่สนหรอกนะ แต่ช่วยถอยไปหน่อยได้ไหม”

“อุตสาห์ได้เจอทั้งทีคงไม่ยอมทำแบบนั้นหรอก”

“โอะโอ้ อยากจะลองดีใช่ไหม”

“แน่นอน!

เขาง้างดาบใหญ่นั่นขึ้นแล้วฟาดลงพื้นเกิดคลื่นเสี้ยวจันทร์พุ่งเข้ามาหา ฉันยกมือซ้ายขึ้นมากั้นไว้เพราะรู้ดีกว่าโล่ทรงกลมของฉันกันได้แน่นอนเพราะคลื่นเสี้ยวจันทร์นั่นมีต้นกำเนิดจากเวทมนต์ที่ลงในดาบอีกที...อีกฝ่ายเลยดูเป้ไป

“เป็นอย่างที่ลือกันจริงๆ ขี้โกงชัดๆ”

“แล้วคนที่นายนับถือเป็นผู้กล้าไม่โกงบ้างหรือ...ใช้อาวุธในตำนานได้แบบนั้น”

“อย่ามาลบหลู่อาวุธของผู้กล้าของข้า!

ดูเหมือนฉันจะทำเขาโกรธมาก วิ่งแกว่งดาบเข้ามาอย่างไม่เกรงตัว ฉันก็วิ่งสวนไปแล้วใช้หมัดจักรกลซ้ายเล่นงานที่ตัวดาบจนแตกพังแล้วรีบชักมือกลับฟาดหลังหัวเจ้านั่นจนเวทย์ปกป้องพัง ถูกส่งกลับบ้านอีกราย

“เสียเวลาชะมัด”

 

“เซน่า!?

ทอมมี่เอ่ยปากอย่างไม่น่าเชื่อหลังเห็นเจ้าของเวทย์กำแพงดินที่ยินอยู่ข้างๆ กำแพงดินห่างออกไปสามสิบเมตร รอบๆ ตัวเธอมีดินที่ก่อตัวเป็นหอกแหลมอยู่สี่อันลอยอยู่

“ทะทะทอมมี่!? เธอเองเหรอ?”

“ครับ”

“ตายล่ะ ฉันนึกว่าห้องอื่นเลย...เธอเป็นอะไรไหม”

“ไม่ครับ...แค่บัดดี้ผมโดนแยกทางกัน”

“ขะขะขอโทษจริงๆ นะ!

หล่อนรีบก้มหัวขอโทษใหญ่ ทอมมี่มองไปยังกำแพงดินที่ถูกสร้างขึ้น

“แล้ว...ใช้เวทย์ดินได้ถึงขนาดนี้แล้วเหรอครับ เห็นว่าใช้ได้แค่สร้างหินแหลมเท่านั้น”

“เอ่อ...คือ...คนเรามันก็ต้องมีไม้ตายไว้เผื่อบ้างไง”

“อ๋อเหรอครับ...”

“เธอช่วยเก็บดาบนั่นก่อนได้ไหม มันเสียวๆ ยังไงก็ไม่รู้ถ้ามันยังเห็นอยู่”

ทอมมี่ได้ยินแบบนั้นแล้วกดปุ่มเปลี่ยนดาบเป็นปืนแทน ซึ่งอีกฝ่ายมองไม่ออก ที่เขาทำแบบนั้นเพราะด้วยเหตุผลบางอย่าง

ตะกี้ผมเห็นอยู่ว่าแอบมองมานาน...ก็น่าจะรู้ว่าเป็นห้องเดียวกันแล้วไม่ใช่เหรอ?

ทรยศ???

“ขอบคุณมากนะที่ทำตาม...และช่วยลงไปนอนกับพื้นซะเถอะ!

เพียงเธอขยับมือชี้มาทางทอมมี่ เจ้าดินแหลมก็พุ่งไปหาทันที ทอมมี่ยกปืนขึ้นมายิงส่งพลังเวทย์สีฟ้าลูกใหญ่ประมาณลูกฟุตบอลใส่ทีเดียวเหล่าดินแหลมนั่นก็หายหมด อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบกระสุนเวทย์เกือบไม่ทันแล้วรีบชี้คทามาทางเขา

“บ้าน่า!? อาวุธนั่นมันยังไงกันแน่!?

“ทางคุณมากกว่า...ทำไมต้องสู้กันเองด้วย?”

“เหอะๆ ก็...ก็...เอ่อ...บอกก็ได้! ฉันร่วมมือกับห้อง A เพื่อขัดขวางไม่ให้ยัยเฟลิกซ์นั่นลงไป B3 ได้ยังไงเหล่า!

“ทำไมต้องทำแบบนั้น? พวกเขาให้อะไรเธอถึงได้ยอมทำแบบนั้น”

“ฮ่าๆๆๆ ก็เพราะ—”

เปล้ง!

เซน่าสลบลงไปนอนกับพื้นด้วยคทาของเซน่าอีกคน

“หา!?

“ทอมมี่!? เป็นอะไรหรือเปล่าคะ เจ้าตัวปลอมนี่ทำอะไรหรือเปล่า”

“ก็...”

เขาหันไปมองกำแพงดินข้างๆ เซน่าอีกคนเห็นแล้วถอนหายใจก่อนที่จะรวบรวมพลังไว้ที่หัวคทาแล้วฟาดเข้าที่ตัวเซน่าที่นอนอยู่จนเวทย์ปกป้องแตก...ไม่ใช่แค่นั้นเซน่าที่เคยเห็นมันสลายหายไปกับตากลายเป็นอีกคนที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน

“ดูเหมือนจะมีหน้าที่ทำให้ห้องอื่นแตกแยกสินะครับถึงใช้เวทย์แปลงกายพูดเรื่องแบบนั้น”

ทอมมี่เอ่ยเข้าใจเอง เซน่าตัวจริงกัดฟัน

“ผู้หญิงคนนี้น่าจะแอบเอาเส้นผมฉันไปก่อนการแข่งแน่ๆ”

“แบบนี้ถือว่าโกงไหม?”

“น่าจะไม่...มั้ง?”

“งั้นเรารีบไปหาเฟรินเถอะครับ”

“ศาสตราจารย์เลสเตอร์! เห็นอาจารย์ชาร์ล—”

“ท่านนักสร้าง? อยู่นี่”

เรย์ลี่กลับมายังห้องสังเกตการณ์ที่มีนักเวทย์กว่าสิบคนคอยควบคุมการแข่งขัน เธอมุ่งตรงถามเลสเตอร์โดยที่ไม่ได้สังเกตว่าคนที่ตามหาอีกคนอยู่ในห้องนั้นเหมือนกันเลยเดินดุ่มเข้าไปหา

“ทำไมท่านผนึกบาเรียห้ามใช้เทเลพอร์ตจากภายนอกด้วย!

“กันโกงไง?” นักสร้างหรืออาจารย์ชาร์ลตอบหน้าซื่อๆ

“ถ้ามันเกิดเรื่องยุ่งยากกว่านี้ท่านจะรับผิดชอบไหมถ้าเข้าไปช่วยคนข้างในไม่ทัน!

“ก็แค่ปลดผนึกไง”

เรย์ลี่ได้ยินแล้วเจ็บใจที่ต่อว่าไม่ได้อีก เลสเตอร์ที่เห็นเรย์ลี่กลับมาเลยถาม

“เรื่องนั่นเสร็จแล้วหรือ”

“ยังหรอกค่ะ แต่เจอตัวนักเวทย์ดินเฉพาะทางแล้วตอนนี้พวกเขากำลังแก้เวทย์เงื่อนไขที่สนามอยู่เลย...แต่พอจะเข้าไปเทเลพอร์ตหาเขตอาคมวงเวทย์ที่น่าจะแอบซ่อนอยู่ใต้ดินกลับติดผนึกบาเรียกันเวทย์เทเลพอร์ตจากภายนอก”

“หือ? มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ชาร์ลทำหน้างงถาม

“มีใครก็ไม่รู้เล่นลงเวทย์เงื่อนไขไว้บนหน้าดินแถวทางเข้าคุกใต้ดินทั้งสามทางค่ะ”

.”ไม่ๆ เป็นไปไม่ได้! ก่อนวันงานนี้ก็เช็คกันดีแล้วว่าไม่มีอะไร” เจ้าตัวยืนยัน

“เรื่องนั้นเรย์ลี่ไม่รู้หรอกค่ะ! แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว ช่วยปลดผนึกด้วยเถอะ...ไม่ก็ออกคำสั่งให้นักเวทย์ที่นี่ทุกคนเทเลพอร์ตทุกคนออกให้หมดก่อนก็ได้เพื่อความปลอดภัย!

“เรย์ลี่ ข้าว่าอันนั้นควรเป็นตัวเลือกที่หลังสุด”

เลสเตอร์ออกความเห็นที่เรย์ลี่ไม่เชื่อว่าจะได้ยิน

“ทำไมคะ? ความปลอดภัยของปีหนึ่งต้องมาก่อนสิ!

“ใจเย็นก่อน เรายังไม่รู้เงื่อนไขที่ถูกลงอาคมไว้เลยนี่ บางทีถ้าทำแบบนั้นอาจจะทำให้เวทย์เงื่อนไขทำงานก็ได้”

เรื่องเลสเตอร์พูดมานั้นทำให้เรย์ลี่ใจเย็นลงแล้วถามต่อ

“แล้วจะให้ทำยังไงคะ?”

“ปล่อยให้แข่งต่อไป...เท่าที่สังเกตดูมาก่อนก็ยังไม่มีความผิดปกติ”

เลสเตอร์ว่าเช่นนั้น เรย์ลี่เลยเลือกที่จะยอมไปก่อนแล้วหันไปดูจอนับร้อยในห้องนี้แล้วนึกอะไรออกบางอย่าง

“อาจารย์ชาร์ล...ภาพพวกนี้มาจากอุปกรณ์เวทมนต์ใช่ไหมคะ? แล้วมันขยับไปไหนได้ไหม”

“ใช่ ควบคุมให้มันไปตรงไหนก็ได้”

“งั้นขอให้ใช้ตัวหนึ่งหาเขตอาคมด้วยเถอะคะ ถ้าเจอมันแล้วจะได้ทำลายได้ทันทีเลยค่ะ”

เมื่ออาจารย์ชาร์ลได้ยินแบบนั้นเลยคุยกับคนที่นั่งคุมอยู่จนสามารถเริ่มการค้นหาได้...แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาไม่เจอ เรย์ลี่บ่น

“มันไปอยู่ตรงไหนนะ...ไม่มั่นใจเรื่องตำแหน่งพวกเวทย์ดินด้วยสิ”

“บางทีอาจจะไม่ได้อยู่ชั้น B1 ก็ได้” ชาร์ลว่า “เพราะตามทฤษฎีแล้วดินมันเชื่อมต่อกันหมดแต่ยิ่งห่างมากเท่าไหร่ผลลัพธ์ที่ออกมายิ่งแย่มากเท่านั้น เว้นแต่มีเขตอาคมนั่นมันใหญ่พอ”

“หมายความว่าไงคะ”

“มันอาจจะอยู่ลึกลงไปกว่านี้อีก...อาจจะอยู่ในเขตแข่งขันก็ได้”

“งั้นรีบหาเลยค่ะ!

.

หาทอมมี่ไม่เจอ...แต่ดันมาเจอทางลงไป B3 ซะงั้น

ตอนนี้ฉันกำลังยืนอยู่ใกล้ทางลงที่มีบันไดและคบเพลิงประดับผนังไล่ลงตามทาง

เอาไงดี...ทอมมี่น่าจะดูแลตัวเองได้อยู่

แต้มต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก

แล้วฉันก็ออกตัววิ่งตามทางไปเรื่อยๆ ไม่นานนักก็เห็นแสงสว่างที่ปลายทาง พบกับชั้น B3 ที่มีโถงกว้างและมีถ้ำกว่าสิบทางแยกกันไป

งืม...ชั้นนี้ออกแบบให้ปะทะกันง่ายดีแฮะ ไม่ว่าจะขาลงมาห้องโถงนี้ ไปตามถ้ำและขากลับและยังต้องมีเจอที่ห้องโถงนี่อีกรอบ...

แต่ทำไมตรงนี้ถึงไม่มีคนอยู่? ยังมากันไม่ถึง? คริสตัลไปอยู่ไหนหมด?

ฉันเดินไปยังกลางโถงมองให้ทั่วๆ เพื่อความไม่ประมาท...ก่อนที่จะเห็นบางอย่างตรงพื้นหน้าถ้ำด้านตะวันออกเฉียงเหนือ

เลือด? เลือดเยอะด้วย

แล้วฉันก็เดินตามรอยเลือดเข้าถ้ำนั่นไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะพบกับห้องโถงอีกห้องแต่เป็นเหวที่มืดมิดและมีแผ่นดินสองเกาะไม่ใหญ่นักลอยอยู่กลางอากาศ ระยะห่างราวๆ ร้อยเมตรของแต่ละช่วงและเมื่อมองไกลก็เห็นทางไปต่ออีก สรุปแล้วจุดที่ฉันยืนอยู่กับทางเข้าข้างหน้าห่างกันประมาณสี่ร้อยเมตร

จะไปยังไงเนี่ย แต่มันทำให้นึกถึงเกมพวกที่ต้องกดวิ่งค้างแล้วกระโดดไกลๆ...แต่นี่มันจะไกลไปหน่อยไหม?

เดี๋ยวสิ...เราใช้ไอ้นี่ได้นิ

ยกแขนซ้ายขึ้นมาเล็งไปผนังเหนือฝั่งตรงข้าม

ยิง!

หมัดซ้ายถูกยิงออกไปจนไปเกาะติดกับผนังฝั่งตรงข้าม

มือนี่ยังจะไกลได้อีกนะ

ดึง!

ฉันออกคำสั่งให้พาตัวเองดึงเข้าหามือซ้าย ร่างถูกกระชากลอยข้ามเหวไปอย่างง่ายดาย

“เดี๋ยวๆ!! หยุดก่อน!!

โครม!

ตัวฉันกระแทกเข้ากับผนังอย่างจังก่อนที่จะตกลงมาหน้าทางเข้าต่อไป

เจ็บๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

แล้วนอนให้หายเจ็บอยู่สักพักก็ลุกขึ้นมองทางเข้าที่ค่อนข้างมืด

มีอะไรอยู่นั้นนะ?

ความอยากรู้อยากเห็นกำหนดให้ฉันต้องก้าวเข้าไปซึ่งจู่ๆ มีคบเพลิงจุดติดขึ้นมาเองทำให้เห็นว่าห้องนี้เป็นห้องโถงที่เล็กกว่าห้องก่อนมากอยู่ มันกว้างน้อยกว่าครึ่งสนามฟุตบอลสองเท่าได้และตรงกลางนั่นมีวงเวทย์ที่ถูกเขียนไว้เป็นวงใหญ่มากและมันเป็นวงกลม

วงกลม...

จริงสิ ตอนที่เรียนเห็นว่าวงเวทย์วงกลมเป็นอะไรที่หายากระดับตำนานเอามากๆ ที่ใช้กันอยู่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบหกเหลี่ยมเลยทำให้เครื่องไม้เครื่องมือ สิ่งประดิษฐ์และวัฒนธรรมของโลกนี้ส่วนใหญ่จะมีรูปร่างเป็นหกเหลี่ยม

แม้แต่พระจันทร์ก็ตาม

เมื่อคิดจบก็ต้องตกใจเพราะไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่กลางวงเวทย์นี่ได้ไง

แล้วจู่ๆ วงเวทย์มันก็เปล่งแสงสีฟ้า

ทำไม...ขยับ...ไม่ได้...

กับดัก?

ฉันพยายามก้มมองลงที่วงเวทย์ มีบางอย่างที่เป็นเส้นสีฟ้ากำลังไหลออกจากตัวฉันลงพื้น เหมือนกับว่ากำลังเติมพลังให้กับวงเวทย์นั้น เรี่ยวแรงเริ่มหมดลงเรื่อยๆ จนคุกเข่าลงไป

นี่มัน...บ้า...อะไร...เนี่ย!

ไม่ว่าจะพยายามสักเท่าไหร่ร่างกายกลับไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย ความทรมานนี้ดำเนินต่อไปหลายนาทีจนมันหยุดทำงานไปเอง...ฉันลงไปนอนหน้าคว่ำกับพื้นแต่ก็ยังมีสติอยู่

วงเวทย์...ดูดพลัง...สินะ

มันยัง...เปล่งแสงอยู่...จะมีรอบต่อไป...งั้นหรอ...

ไม่ไหวแล้ว...นะ

แล้วในตาเธอเห็นเท้าคู่หนึ่งเดินเข้ามาหา

ใครนะ? ช่วยฉันที

สติที่บางเบาแม้กำลังถูกลากออกจากวงเวทย์ก็ยังไม่รู้สึกว่าร่างกายมันขูดกับพื้นดิน คนที่มาช่วยนั้นลากห่างจากวงเวทย์ไม่กี่สิบก้าวฉันก็เห็นวงเวทย์นั่นเริ่มกระจายสิ่งที่มันดูดได้ลงกับพื้นดินและค่อยๆ ส่งขึ้นเพดานเรื่อยๆ เหมือนว่าถูกส่งไปเหนือดินแล้วมันเริ่มมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น

วงเวทย์นั่น...อะไร...ของมัน

“วงเวทย์โบราณนี่สวยใช้ได้ไหม เฟลิกซ์”

ใครน่ะ...คุ้นหูจัง

ต้นคอคอยๆ เอี่ยวหงายมองคนที่มาช่วยไว้

อา...กิ...ตะ

ใบหน้าที่ฉันเห็นตอนนี้เป็นหน้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เขาชั่วร้ายมากถึงมากที่สุด

จริงสิ เขาไม่ใช่อากิตะ...ตั้งแต่แรกแล้วนิ

“อีกไม่นานข้างบนก็จะวุ่นวายกับโกเลมยักษ์สามตัว พวกเขาจะมัวแต่ยุ่งจนไม่ว่างหาตัวเธอที่กลายเป็นศพ...”

ศพ?

นัยน์ตาฉันเบิกโตขึ้นกับเรื่องไม่คาดฝัน อากิตะตอกย้ำมันอีกครั้ง

“ใช่ มันถึงเวลาที่เธอจะต้องตายแล้ว...เฟลิกซ์ ผู้หญิงที่ถูกพระเจ้าสาปแช่ง!

ช่วงคุยกับไรท์เตอร์

จบลงไปแล้วสำหรับ Ch.30 นะจ๊ะ

เอาแล้วเอาแล้ว!

อากิตะเผลอไต๋แล้ว!

เขาเป็นคนวางกับดักวงเวทย์หรือเขตอาคมนั่นหรือ?

แล้วเฟลิกซ์รอดหรือไม่

แล้วการที่วงเวทย์นั่นส่งพลังมหาศาลขึ้นไปนั่นจะเกิดเรื่องแย่ๆ ตามที่อากิตะพูดหรือไม่

โปรดติดตามต่อตอนไปที่มีชื่อว่า

Ch.31 Fake/Brave XI - Akita/Felix – [การแข่งขันปีหนึ่ง] - ครึ่งสาม

ถ้าชอบก็ Comment ให้กำลังใจกันบ้างเน้อ 1 Comment เท่ากับล้านกำลังใจเลย ฮ่าๆ

53 ความคิดเห็น

  1. #50 Ppprt (@Ppprt) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 15:45
    เอาแล้วเอาแล้ว เอากันง่ายๆแบบนี้เลย งั้นก็เอาไป 1 comment แล้วกัน
    #50
    0