ตอนที่ 31 : Ch.29 Fake/Brave IX - Akita/Felix - [งานแข่งขันปีหนึ่ง] – ครึ่งแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 มิ.ย. 59


Crystalfall: Fake/Brave

คริสตัลฟอร์: เฟค/เบรฟ

Ch.29 Fake/Brave IX

Akita/Felix - [งานแข่งขันปีหนึ่ง] – ครึ่งแรก

“สุดท้ายแล้วก็เป็นฉันที่ต้องใช้พลังจิตอัดลำแสงถล่มใส่พวกหุ่นยนต์แมงมุมแปดขานั่นทีเดียวสิบตัวทุกครั้งเลย”

เรื่องเล่ากึ่งโม้นิดหน่อยของฉันที่มีความจริงแค่ 50% ก็ยังทำให้เรย์ลี่ลุกตาวาวได้

ยัยนี่เชื่อซะทุกเรื่องแน่ๆ

“แสดงว่าโลกนู้นท่านพี่ต้องเก่งมากๆ เลยสินะ!

“ไม่รู้เรื่องว่าเก่งหรือเปล่า แต่ก็มีหลายๆ คนที่เก่งเหมือนกันแต่เก่งคนละอย่าง”

“งืม...ชักอยากไปโลกนั่นบ้างจัง มีทั้งอุปกรณ์เครื่องมือมากมายที่ไม่ต้องใช้เวทมนต์...ท่านพี่อยู่ที่นั่นคงสะดวกสบายมากแน่ๆ เลย!

“ฮ่าๆ มันก็ใช่อยู่ แต่สำหรับคนที่ขึ้นชื่อว่ามีพลังมากที่สุดในโลก...ไม่มีวันไหนมีชีวิตเป็นปกติหรอก”

ฉันพูดไปอย่างงั้นแล้วย้อนคิดถึงชีวิตโลกเก่าหลังลาออกจากกองกำลังทหารเวิลด์เจเนอรัล เธอต้องหลบซ่อนและหนีไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้องค์กรลึกลับจับตัวเธอและถึงขั้นต้องสร้างประวัติปลอมให้ลูกสาวตัวเอง ซึ่งอากิตะและนานามิคอยจัดการเรื่องนั้นให้ มันก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ไม่ค่อยพบหน้าลูก

อันที่จริงแล้วฉันเกิดนึกสนุกกับการใช้ชีวิตแบบนั้นเลยติดลมเป็นสิบๆ ปี

ความสัมพันธ์ฉันกับลูกสาวเลยไม่คืบแถมครั้งหนึ่งเผลอทำร้ายเธออีกยิ่งเลวร้ายใหญ่

“เฮ้อ...”

พอเรย์ลี่เห็นฉันทำหน้าลำบากใจเลยลุกขึ้นจากโต๊ะน้ำชาไปยืนพิงตรงหน้าต่างที่ข้างนอกเป็นตอนกลางคืนแล้ว

“คงมีเรื่องเกิดขึ้นมากมายสินะคะ...ถ้าอยากจะระบายละก็เรย์ลี่พร้อมเป็นอ้อมอกให้นะคะ!

แล้วหล่อนก็เดินกลับมากางมือออกเตรียมรับอ้อมอก ฉันเลยดีดนิ้วใส่หน้าผากเธอถึงจะรู้ว่าเธออยู่บนโลกนี้มากกว่าฉันหลายปีก็ตาม

“ไม่ต้องมาเนียนเลย”

“ง่ะ! ได้กอดสักนิดก็ยังดีนะคะท่านพี่!

แล้วเจ้าตัวก็ลากฉันไปบนเตียงแล้วนอนกอดฉันเอาหน้าซุกหน้าอกได้หน้าตาเฉย ทอมมี่ที่นั่งจิบน้ำชาด้วยกันตั้งแต่ตอนแรกมองดูอยู่แล้วขำเบาๆ...สักพักเรย์ลี่ผงะตัวออกมองไปยังประตูแล้วเงี่ยหูฟังฝีเท้าที่คุ้นเคย

“แย่ล่ะ! วันนี้ทำไมครูหอพักมาไวขนาดนี้นะ”

เธอรีบลุกขึ้นแล้วหยิบคทาเตรียมโดดออกทางหน้าต่าง

“ท่านพี่! วันพรุ่งนี้หนูเชียร์ท่านพี่นะคะ! ฟาดหน้าผู้กล้าจอมปลอมนั่นด้วยมือของท่านพี่เลย!

“อ่าจ๊ะ”

ที่พูดมามันใช่งานแข่งชิงแต้มทำลายคริสตัลหรอนั่น ถึงจะรู้ว่าให้อนุญาตซัดพลังใส่กันก็เหอะ

พอเรย์ลี่กระโดดหายไป ครูหอพักเข้ามาในห้องทันที ฉันทักทายอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“อ้าว หวัดดีค่ะ ทำไมไม่เคาะประตูห้องก่อนละ?”

“มาตามจับตัวคนลอบแอบเข้าหอพัก ไม่จำเป็นต้องเคาะประตูหรอกค่ะ” ครูหอพักท่าทางหยิ่งๆ มองซ้ายขวาจนแน่ใจ “หนีไปทันสินะ”

“งั้นราตรีสวัสดีนะคะ”

ฉันโบกไม้โบกมือส่งยิ้มประชดให้ซึ่งเจ้าตัวไม่พึงพอใจอย่างยิ่งรีบปิดประตู ทอมมี่ขำจนต้องตบเข่า

“ดูป้าเขาทำหน้าเข้าสิ”

“เพิ่งเห็นนายแบบนี้ครั้งแรกเลยนะ”

“ก็มันชวนให้นึกถึงอาจารย์ที่โรงเรียนผมล่ะครับ หมายถึงโลกก่อน”

“อือ รู้แล้วล่ะ...งั้นขอตัวนอนเก็บแรงไว้ไฟว์พรุ่งนี้ก่อนนะ”

“ครับ เดี๋ยวผมว่าจะเข้านอนแล้วเหมือนกัน”

ทอมมี่บอกอย่างงั้น ฉันเลยทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของตัวเอง...

ไม่รู้ว่าทำไมเวลาเอาหัวนอนบนหมอนแล้วแทบจะหลับทันที แต่เวลาตื่นบางวันรู้สึกเหนื่อยบ้างไม่ก็ร่างกายรู้สึกโล่งแปลกๆ

แต่ช่างมันเถอะ นอนดีกว่า

เฮ้ย...ทำไม...ฉันมาโผล่ที่นี่...

ในน้ำ...ไม่ใช่ นี่มันกลางมหาสมุทรแน่ๆ ข้างล่างมืดสีน้ำเงินเข้มแล้วเหนือขึ้นมาเรื่อยๆ ก็เริ่มสว่างขึ้นแต่ก็รับรู้ดีว่ามันเป็นตอนกลางคืน

บรรยากาศแบบนี้มันคุ้นๆ และทำไมฉันหายใจใต้น้ำได้ละเนี่ย

ด้วยความสงสัยนั่นเลยพยายามมองรอบตัวส่ายหัวไปมาหาสาเหตุให้ได้...และแล้วก็เริ่มรู้สึกตัวที่ว่าตัวเองมีผมยาวสีแดง

ผมนี่มัน...ของฉันนี่!?

ใช่ ของฉัน...โลกก่อน

...หรือว่า!

พอนึกออกแล้วก้มมองดูชุดที่ตัวเองใส่ เป็นชุดเกราะเบากันกระสุนดำเทาที่คุ้นเคยมีอักษร MLA สีขาวบนหน้าอกทางซ้าย มันเป็นงานที่เธอทำอยู่ก่อนที่จะฆ่า

ฆ่า...

ฉันเคยถูกฆ่าที่นี่...

เมื่อรู้สึกถึงแสงสีแดงสาดส่องมาจากข้างหลัง เสียงกระซิบภายในมันบอกให้รีบพลิกตัวไปมองถึงแม้จะหวั่นใจมากก็ตาม

จะจะจะจะจะจะเจ้านี่มัน!

หุ่นยนต์รูปล่างปลาหมึกขนาดยักษ์ที่มีดวงตาสีแดงแสบตากำลังจ้องมองระยะใกล้ ความกลัวจับใจที่แผ่ซ่านไปทั้งตัวจนขยับไม่ได้ หนวดเหล็กปลายแหลมของมันต่างพุ่งเข้ามาหา

อ๊าก!!!

หัวใจมันรู้สึกเจ็บแน่นอย่างแรงจนลืมตาตื่นขึ้นมา เหงื่อแตกซีดทั่วตัวหายใจเร็วอย่างมากก่อนที่จะรู้สึกตัว

นี่ฝันหรอเนี่ย...ทำไมรู้สึกเหมือนจริงชะมัด

มันเจ็บ...ปวด...กลางอก...เหลือเกิน

ถึงมันจะเป็นฝันแต่มันเป็นฝันย้อนความทรงจำโลกก่อนที่จะมาโลกคริสตัลฟอร์แห่งนี้ ภารกิจที่คุ้มกันสินค้าแล้วเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ ซึ่งมันค้างคาใจอยู่ทุกวันนี้

เป็นเพราะพระเจ้าอีกหรือเปล่านะ

ถึงจะคิดอย่างงั้นก็ไม่มีประโยชน์เพราะมันแก้อะไรไม่ได้แล้ว มองออกตรงหน้าตาก็ยังเห็นท้องฟ้าที่มืดอยู่

อยากจะนอนต่อแต่กลัวฝันเห็นอีก

คิดแบบนั้นแล้วจะลุกขึ้นจากที่นอนแต่มันติดอะไรบางอย่าง

แขน!? แขนใคร?

“จึ้ย!?

พอจะพลิกตัวไปดูหลังคอกลับถูกลมหายใจใครบางคนพ่นใส่จนรู้สึกสยิวแปลกๆ

ผะผะผะผีหรอ...

ถึงกลัวแต่ก็ยังจะหันไปดูอยู่ดี

ปัดโธ่...ทอมมี่นี่เอง แล้วทำไมมานอนบนเตียงฉันละเนี่ย!? กอดซะแน่นเลยนะ

ฉันค่อยๆ แกะมือเขาออกแล้วเอาหมอนตัวเองวางแทนและห่มผ้าให้ถึงจะลุกขึ้นนั่งได้

“นี่เจ้าตีชิ่งกันเองหรือ?”

เอลด้าที่แอบอยู่ในห้องพูดออกมาทำเอาฉันแทบสำลัก ถามเสียงเบาเพื่อไม่ให้ทอมมี่ตื่น

“นี่เธอ!? มาอยู่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เมื่อครู่นี่เอง เพิ่งปีนเข้ามา”

“หน้าต่างห้องฉันกลายเป็นทางเข้าไปตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย”

“แล้วจะแก้ผ้าไปถึงเมื่อไร”

“หือ?”

เพราะเอลด้าพูดแบบนั้นเลยก้มมองตัวเอง...เสื้อถูกแก้เชือกออกจนเห็นหน้าอกตัวเองที่ไม่เติบโตสักที

“เฮ้ย!

แล้วฉันก็รีบมัดเสื้ออย่างไว รู้สึกว่าผ้าคลุมช่วงล่างเองดูเหมือนจะหย่อนหน่อยๆ ด้วยแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก พอเห็นรอยยิ้มของเอลด้ารีบปฏิเสธโดยไว

“ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ!

“งืม...พยายามจะเชื่อนะ”

ให้ตายสิ นี่มันบ้าอะไร

ช่างแม่งล่ะ!

“แล้วจะไปไหนล่ะนั่น” เอลด้าถามเพราะเห็นฉันตั้งท่าจะเดินออกจากห้อง

“ไปซ้อมที่สนามฝึกสักหน่อย”

“ไม่สนใจเราสักหน่อยหรือว่ามาทำอะไร”

“ก็บอกพูดมาสิ”

“เฮ้อ...อยากจะเตือนเรื่องที่เจ้าจะเข้าแข่งขันน่ะ ระวังอากิตะไว้ให้ดี”

เรื่องที่เอลด้าพูดเรียกความสนใจได้เต็มร้อย

“หา!?

“ช่วงนี้เจ้านั่นเคลื่อนไหวแปลกๆ เลยไม่ค่อยวางใจสักเท่าไหร่ พรุ่งนี้อาจจะมีอะไรไม่คาดฝันก็ได้ เลยอยากให้เจ้าระวังตัวไว้”

“อือ...จะจำไว้ล่ะกัน”

แล้วฉันก็ออกไปทั้งที่คาใจอย่างงั้น ราวกับว่าความกลัวจากฝันมันน่ากลัวว่าผู้กล้าตัวปลอมกว่าเยอะ

“ยังจะแคร์อีกเนอะ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ตัวจริงแท้ๆ”

เอลด้าบ่นแล้วเดินตรงไปยังโต๊ะน้ำชา ตอนนี้เธอยังอยู่ที่ห้องพักของเฟลิกซ์และทอมมี่ เธอดื่มชาจนหมดแล้วเอ่ยขึ้น

“เราว่าแบบนั้นความสัมพันธ์ระหว่างนายกับเฟลิกซ์มันจะไม่คืบนะ ทอมมี่”

“รู้ด้วยหรอครับ”

ทอมมี่ที่น่าจะหลับอยู่ลืมตาขึ้นราวกับว่าเขาไม่ได้หลับอยู่แล้ว

“ข้าเฝ้ามองเฟลิกซ์มาตลอด แม้เวลาดึกแบบนี้...เลยเห็นอะไรที่ไม่น่าเห็นเข้า อย่างน้อยๆ ช่วยปิดหน้าต่างผ้าม่านก่อนที่จะลักหลับเฟลิกซ์สิ”

ทอมมี่ได้ยินเช่นนั้นแล้วหน้าแดงลุกขึ้นนั่ง

“รู้ด้วย!?

“แล้วคิดว่าข้าเป็นใครล่ะ อาชีพเดิมคือนางฟ้าที่มีหน้าที่เฝ้ามองผู้คนนะ เรื่องแค่นี้ทำไมจะไม่รู้...แต่สิ่งที่เจ้าทำ มันไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยหรือ สนองตัณหาตนเองแม้จะทำ...เอ่อ...ทำแบบนั้นแต่เป็นการลับหลัง”

“คือ...ถ้าเฟรินรู้เข้าคงตีตัวออกจากผมแน่ๆ”

ทอมมี่ยืนยันคำเดิม เอลด้าเริ่มหัวเสีย

“เลยจะทำแบบนี้ทุกครั้งไป? สักวันเฟลิกซ์ต้องจับได้แน่ๆ เจ้าจะเจ็บปวด เราแนะนำว่าถ้าชอบเฟลิกซ์จริงๆ ทำไมไม่ขอคบตรงๆ เลย”

“คบ!? แต่เราเป็นผู้หญิงด้วยกันนะ?”

“แล้วสิ่งที่เจ้าแอบทำให้เฟลิกซ์เกือบทุกคืนมันคืออะไรละ เจ้าตัวยังไม่รู้สึกตัวเลยว่าที่ตัวเองอ่อนแรงบางวันตอนเช้าเพราะอะไร เกิดมันเป็นต้นเหตุทำให้เฟลิกซ์บาดเจ็บเจ้าจะรับผิดชอบไหวไหม เฮ้อ...เพศเดียวกันก็คบหากันได้นิ เจ้าคิดมากไปเอง ที่นี่มันเป็นโลกแฟนตาซีโบราณก็จริงแต่ที่นี่คือสถาบันนิวส์ไลฟ์ที่เปิดกว้างหลายๆ เรื่อง ไม่ลองดูสักหน่อยล่ะ บางทีเจ้าอาจจะไปได้สวยก็ได้”

เอลด้าเทศน์ยาว ทอมมี่ก้มหน้าคิดอยู่สักพัก

“ถ้าเฟรินเกิดปฏิเสธล่ะ”

“นั่นมันก็เรื่องของเจ้า ยังดีกว่าหลอกลวงทำลับหลังอยู่แบบนี้...หรือเจ้าไม่ได้ชอบเฟลิกซ์แค่สนองตัณหาอยู่คนเดียว?”

“เปล่าๆๆๆๆ” ทอมมี่รีบปฏิเสธ “เฟรินเป็นคนเดียวที่เข้าใจผม...ผมเลย...มันไม่น่าเป็นแบบนี้เลยถ้าไม่เกิดเรื่องเชอรี่นั่น มันทำให้ผมปฏิเสธความต้องการทางเพศไม่ได้เลย”

“ก็เข้าใจอยู่...” เอลด้าพยักหน้าก่อนที่จะคิดอะไรได้ “เดี๋ยวนะ!? เจ้าไม่เคยบอกอาการข้างเคียงนั่นกับเฟลิกซ์บ้างเลยหรือไง?”

“ตอนแรกผมคิดว่าไม่มีอะไรนะครับ แล้วมันหนักขึ้นทุกวันทุกวันจนทนไม่ไหวแต่ก็ไม่อยากจะทำลายความสัมพันธ์ตอนนี้...”

“เฮ้อ...ยังไงซะเรื่องนี้เฟลิกซ์ต้องรู้เข้าสักวันชิงขอคบก่อนดีที่สุด...ความรักไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียงนะ หัดเอาใจใส่บ้าง ข้าไปละ”

เอลด้ากระโดดออกทางหน้าต่างไป ทอมมี่ได้แต่นั่งกรุ่นคิดถึงเรื่องที่ผ่านๆ มา

[หลายชั่วโมงต่อมา – เวลาเที่ยงตรง]

“ทุกๆ คนข๊า!! ตอนนี้เด็กใหม่ชั้นปีหนึ่งทั้งสามห้องได้เข้ามายังในสนามแล้วข๊า!!

เสียงผู้ประกาศสาวที่ตามมาด้วยเสียงกึกก้องเฮต้อนรับเด็กใหม่ทุกคนเดินเข้าสนามที่มีหลุมสามทางเข้าไปยังใต้ดิน เด็กใหม่หลายคนประหม่าเมื่อเจอแบบนี้ ผู้ประกาศบรรยายต่อไป

“เหล่าเด็กใหม่ที่กำลังเดินเข้าสู่สนามในตอนนี้จดจำกันไว้ให้ดีนะค๊า!! พวกเขาอาจจะเป็นกำลังขับเคลื่อนนิวส์ไลฟ์แห่งนี้ให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้ค๊า!

“แหม่ อวยกันขนาดนี้ดิฉันเองอดใจไม่ไหวอยากทำความรู้จักกับทุกๆ คนแล้วสิ” ผู้ประกาศสาวอีกคนสนับสนุน

“เดี๋ยวเราก็ได้รู้จักพวกเขาผ่านการต่อสู้แย่งชิงแต้มจากคริสตัลน๊า...โอ้ว กลุ่มแรกที่เดินนำมานั่นเป็นห้อง A ค่ะ! ชายที่อยู่หน้าขบวนคือคนที่ใครๆ ต่างเรียกเขาว่าเป็นผู้กล้าตามคำทำนายนั่นเอง! ชื่อของเขาก็คืออากิตะเจ้าข๊า!! เขามาพร้อมกับหอกสวรรค์ของกลุ่มผู้กล้าผู้ก่อตั้งนิวส์ไลฟ์ขึ้นมาคาดว่างานนี้ไม่มีการปราณีอย่างแน่นอน! ใครพนันไว้คงใจชื้นขึ้นเป็นแน่แท้เจ้าข๊า!

“ห้องอื่นก็ไม่หมูนะคะ ห้อง B ที่กำลังเดินเข้าสู่ตำแหน่งถ้ำทางเข้าของตนเองนั่น ได้ข่าวว่าพวกเขามีความสามารถที่หลากหลายเลยนะคะ! เราจะมาดูกันว่าพวกเขาจะใช้ความหลากหลายนั่นคว้าชัยชนะได้หรือไม่!

“สุดท้ายก็เป็นห้อง C ข๊า! โอะโอ้! นั่นไงค่ะ! เฟลิกซ์! หญิงสาวร่างน้อยที่มีแขนซ้ายเป็นไซบอร์กขนาดใหญ่นั่นเธอคืออีกหนึ่งตัวเก็งของการแข่งขันครั้งนี้เลยค๊า! วันนี้เราก็จะได้เห็นฝีมือของเธอกันแล้วว่าจะโค่นอีกสองห้องได้หรือไม่!

“เอ๋!? ดิฉันได้ข่าวว่าผู้หญิงคนนั้นยังถูกอาวุธของผู้กล้ายอมรับด้วยนะคะ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เอาลงสนามด้วย”

“คิดว่าแขนนั่นน่าจะเอาอยู่ล่ะมั้งค๊า!

“โอ้ว ถ้าเป็นอย่างงั้นก็น่าติดตามขึ้นแล้วสิ ใครพนันกับเธอไว้คงลุ้นกันตัวโก่งแน่ๆ เลย!

ทำไมต้องเอาฉันเป็นหัวข้อสนทนาผ่านไมค์นั่นด้วยฟ่ะ

ฉันชักเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา

“เฮ! งานนี้เราหวังเพิ่งเธอนะ! ใช่ไหมพวกเรา!

เพื่อนคนหนึ่งในห้องพูดกับฉันแล้วบอกทุกคนหาแนวร่วม ซึ่งก็ให้ความร่วมมือกันดี

“ไม่ใช่แต่ฉันหรอก ทุกๆ คนก็ด้วย ทำตามแผนที่วางไว้ให้ดีละ พยายามให้เต็มที่นะ!

“เฮ!!!

ฉันพูดถึงเรื่องที่ตกลงกับทุกคนในห้องไว้เกี่ยวกับการจัดคู่บัดดี้ในการแข่งขันนี้ เราจะไม่เดินเป็นกระจุกแต่จะอยู่กับเป็นคู่ๆ แล้วทุกคนให้ฝึกซ้อมกันเพื่อให้เรียนรู้ข้อเด่นข้อด้อยของแต่ละคู่เพื่อเอามาเสริมกันเวลามีปัญหาเวลาแข่งและถ้าหลีกเลี่ยงหารต่อสู้ได้ก็เลี่ยงเพราะเป้าหมายของพวกเรามีอย่างเดียวก็คือทำลายคริสตัลที่อยู่ในคุกใต้ดินให้มากที่สุดก็พอ

ทอมมี่เดินเข้ามาหาพอดี เขาถืออาวุธที่ได้มาหลายวันก่อน

“ผมมาแล้วครับ โทษทีที่มาช้าไปหน่อย”

“อือ...เอาล่ะทุกคนลองเช็ดอาวุธของตัวเองอีกรอบหน่อย”

ฉันตะโกนบอกให้ทำแบบนั้นเพื่อความไม่ประมาท ซึ่งกลายเป็นจุดสนใจจนพิธีกรต้องเอ่ย

“ห้อง C โชว์อาวุธตัวเองแล้วค่ะ! ดูเหมือนพวกเขาจะพร้อมสำหรับการแข่งขันนี้มากเลย”

“เท่าที่ดูแล้วพวกเขามีอาวุธครบมือเลยนะคะ ซึ่งที่น่าเกรงกลัวสุดๆ ก็คือแขนซ้ายของผู้หญิงคนนั้นนั่นเองค่ะ!...เอ๊ะ!? คนข้างๆ เธอนั่นถืออาวุธอะไรคะนั่น”

“ไม่เคยเห็นมาก่อนเหมือนกันค่ะ เหมือนจะเป็นดาบแต่ไม่ใช่...มีคริสตัลด้วย ดาบจากคริสตัล!? ดาบเวทมนต์”

“ดาบเวทมนต์? ถึงกับลงบัพเพิ่มที่ดาบเหรอคะนั่น”

“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ดาบธรรมดาไปเสริมเวทมนต์ แต่มันเป็นดาบจากเวทมนต์จริงๆ เลยคะ!

“โอ้ว มีคนน่าสนใจเพิ่มอีกคนแล้วสินะคะ”

ไปสนใจห้อง A บ้างก็ได้นะ

ฉันกัดฟันไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ ทอมมี่สะกิด

“เฟริน อย่างงี้ไม่เท่ากับว่าอีกสองห้องรู้ข้อมูลล่วงหน้าหรือครับ?”

เรื่องสงสัยนั้นทำให้ฉันสะดุ้งเฮือกก่อนที่จะสงบลง

“ยังหรอก ยังไม่ได้เห็นพลังจริงๆ เลยนี่”

“งืม...เฟริน...หลังจากเสร็จงานแข่งนี้มีเรื่องจะขอพูดหน่อยได้ไหมครับ”

“หือ? เรื่องอะไร บอกมาตอนนี้ได้”

“ไม่ๆ มันเป็นเรื่องสำคัญที่เอามาพูดตอนนี้ไม่ได้หรอกครับ...”

“งั้นช่วยกันเอาชนะสิ แล้วจะยอมให้พูดล่ะกันนะ”

ฉันหลิ่วตาให้ทอมมี่ มันเป็นฟิวที่ทำเพื่อสนองตนเอง ง่ายๆ ก็คือทำไปเองแบบไม่รู้ตัว ทอมมี่มีอาการประหม่าขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะมองไปยังถ้ำลงไปใต้ดินข้างหน้าซึ่งเป็นทางของห้อง C โดยเฉพาะ

พิธีกรที่เม้าท์มอยกันจนพอใจแล้วเริ่มเข้าพิธีการ

“เอาละคะท่านผู้ชมทุกๆ ท่าน ภายในสิบห้าวินาทีนี่จะเริ่มการแข่งขันแล้วนะคะ! ใครที่ยังทำธุระอยู่รีบมากันให้โดยไว! เพราะความมันส์กำลังจะเริ่มต้นแล้ว!

ใจฉันเริ่มเต้นเร็วขึ้นเช่นเดียวกันใครๆ หลายคนที่ต่างหวังตั๋วกินฟรีโรงอาหารหรู

“ห้า! สี่! สาม! สอง! หนึ่ง! อออออออออออออออออออออล์สตาร์ทโตะ!

“ปีนี้คึกคักกันดี”

ศาสตราจารย์เลสเตอร์ที่นั่งอยู่หัวมุมห้องฉายภาพสดเป็นร้อยจอเอ่ยขึ้น ภาพสองจอที่ฉายข้างบนพื้นดินภายในสนามประลองเหล่านักเรียนปีหนึ่งทั้งสามห้องทยอยวิ่งเข้าไปในถ้ำของตนเองแล้ว ในห้องนี้ยังมีผู้ใช้เวทย์อีกสิบคนที่ทำหน้าที่คอยตรวจหาความผิดปกติ, ควบคุมการแข่งขัน, เทเลพอร์ตคนเจ็บคนแพ้ออกมา และยังมีเรย์ลี่ที่ยืนข้างๆ ทำหน้าลำบากใจอยู่

“ท่านค่ะ แนะนำว่าไปยังที่นั่ง VIP ของสนามประลองดีกว่านะ ที่นั่นมี—”

“ไม่ ขออยู่นี่ มันสงบดี”

“อ่า ก็ได้ค่ะ”

ทำไมไอ้อ้วนนี่ต้องมาสิงอยู่นี่ด้วย!?

เรย์ลี่ไม่พอใจแต่ไม่ได้แสดงออกมาก่อนที่จะออกไปเฝ้าหน้าห้องเหมือนเดิม

หน้าที่ของเธอในงานนี้ก็คือคุ้มกันคนสำคัญของสถาบันนิวส์ไลฟ์และหวยมาลงที่ศาสตราจารย์เลสเตอร์ ซึ่งจริงๆ แล้วเธออยากจะไปอยู่ในสนามมองดูบรรยากาศการแข่งกับเสียงเชียร์ถึงแม้จะได้ไปอยู่ห้อง VIP ก็ตามมันก็ยังได้บรรยากาศบ้าง

แต่การมาอยู่ห้องควบคุมการแข่งขันข้างนอกสนามนี่มันเสียอารมณ์แถมโดนไล่ให้ออกมาเฝ้าข้างนอกไม่ได้ดูท่านพี่ผ่านจอเวทมนต์อีกด้วย

“รุ่นพี่!?

มีคนเดินผ่านมาทัก

“ลีนี่? เธอมาทำอะไรแถวนี้”

“กำลังตามหาท่านนักเวทย์อิมแพคค่ะ”

ลีนี่เข้ามากระซิบบอก

“หือ? มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรอ?”

“คืออย่าไปบอกใครนะคะ ตอนนี้พื้นดินบริเวณในสนามข้างบนเกิดมีปัญหาขึ้นมานิดหน่อยค่ะ เหมือนมีใครร่ายเวทย์สร้างเงื่อนไขบ้างอย่างไว้”

“หา!? แบบนั้นเรื่องใหญ่เลยนะนั่น” เรย์ลี่พูดตามความรู้เรื่องเวทย์ของตนเอง

“ก็นั่นสิค่ะ คณะดูแลตอนนี้หัวปั่นกันยกใหญ่เลยค่ะ ไม่กล้าทำอะไรสุมสี่สุมห้ามากเพราะไม่มีใครรู้ว่าเจ้าคนที่ร่ายมันใส่เงื่อนไขอะไรไว้”

“งั้นหรอ...เลยไม่ได้ประกาศเรื่องนี้ให้คนดูใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ ขืนประกาศไปล่ะก็เกิดจลาจลแน่ ตอนนี้เลยกำลังไล่ตามหาผู้เชี่ยวชาญเวทย์ดินอย่างลับๆ อยู่ค่ะ เผื่อไม่ให้เรื่องแดง”

ลีนี่บอกด้วยสีหน้าที่จริงจังมาก เรย์ลี่พยายามนึกอยู่ว่าเห็นนักเวทย์คนนั้นหรือไม่

“งืม...เรย์ลี่เองก็ไม่ได้เห็นนักเวทย์คนนั้นด้วยสิ ให้เจ้าพวกเพื่อนเธอออกตามหาสิ”

“วานพวกนั้นแล้วค่ะและก็สต๊าฟที่ว่างงานอีกด้วยแต่คิดว่าน่าจะแก้ปัญหาได้ก่อนงานจบนะคะ งั้นลีนี่ขอตัวก่อนนะ”

ลีนี่โบกมือลาแล้วกระพือปีกบินขึ้นไป เรย์ลี่คิดอย่างหวั่นไหว

เรย์ลี่เองก็อยากจะไปช่วยแต่ยังติดหน้าที่ของตัวเอง...

ไม่สิ...น่าจะพอคุยได้อยู่

แล้วเธอก็เดินเข้าห้องนั่นไปสักพักก่อนที่จะรีบวิ่งออกมาด้วยใบหน้าที่กึ่งดีใจกึ่งเคร่งเครียด

เรย์ลี่จะไม่ยอมให้อะไรเกิดขึ้นกับงานแสดงฝีมือของท่านพี่เด็ดขาด!

ช่วงคุยกับไรท์เตอร์

จบลงไปแล้วสำหรับ Ch.29 นะจ๊ะ

ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเดินเรื่องเร็ว...กลัวออกทะเลเลยรีบเข้าฝั่งไวๆ ฮ่าๆ

สำหรับตอนนี้สิ่งที่ทอมมี่แอบกับให้เฟลิกซ์คืออะไรกันแน่ (หลายคนน่าจะเดาได้)
เอลด้าสังเกตเห็นความผิดปกติของผู้กล้าตัวขึ้นมา

และการแข่งขันชิงแต้มสำหรับเด็กใหม่ได้เริ่มต้นแล้ว

ห้อง C จะสามารถฟันฝ่าอุปสรรค์เพื่อเป็นที่หนึ่งได้หรือไม่

แล้วปัญหาเรื่องเวทย์เงื่อนไขพวกคณะดูแลจะจัดการได้ก่อนที่การแข่งจบหรือเปล่า

โปรดติดตามต่อตอนไปที่มีชื่อว่า

Ch.30 Fake/Brave X - Akita/Felix – [การแข่งขันปีหนึ่ง] - ครึ่งสอง

ถ้าชอบก็ Comment ให้กำลังใจกันบ้างเน้อ 1 Comment เท่ากับล้านกำลังใจเลย ฮ่าๆ

53 ความคิดเห็น