มายาแค้น

ตอนที่ 7 : 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,466
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,721 ครั้ง
    16 ส.ค. 62

                                                                                        6

               วราทิตย์ถูกพัฒนะขับรถมาทิ้งไว้ที่สตูดิโอตั้งแต่ 7 โมงเช้าเพราะมีธุระอื่นต้องไปทำ ซึ่งการมาทำงานแต่เช้าก่อนเวลาขนาดนี้สำหรับนักแสดงหนุ่มไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ก็ต้องยอมเมื่อรถส่วนของตัวเองก็ดันมาเสียไม่รู้จักเวลา ตอนที่ชายหนุ่มกำลังถือขนมปังสังขยาถุงใหญ่ที่ซื้อมาแจกทีมงาน ก็พบว่าบริเวณที่จอดรถมีรถของผู้จัดการของสิตางศุ์อยู่ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ก็พบว่ากระจกทั้งหมดถูกลดลง ภายในมีผู้ชายที่คุ้นหน้าคุ้นตาดีนอนหลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราว

                แปลว่าสิตางศุ์คงจะมาแล้วสินะชายหนุ่มคิดในใจ

                ขณะที่เดินเข้าไปในสตูดิโอชายหนุ่มเห็นทีมงานหลายคนเดินสวนออกมา ในมือแต่ละคนถือถุงน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ นั่นก็ยิ่งเดาได้ไม่ยากว่าของพวกนี้มาจากใคร?

                “วันนี้ลมอะไรหอบทั้งพระเอก นางเอก มากันแต่เช้ากันคะเนี้ย?”ฝ่ายประสานงานเมื่อเห็นใบหน้าคมคายอันอบอุ่นก็ยกยิ้มแซว

                “ผู้จัดการผมมีธุระต้องรีบไปทำ เลยเอาผมมาปล่อยทิ้งไว้ก่อน....นี่ครับ ตอนผ่านร้านขนมปังสังขยาเห็นว่าน่าทานเลยซื้อมาฝากทุกคน”เขายื่นถุงขนมให้กับคนตรงหน้าที่ยื่นมือออกมารับ

                “คุณซันทานอะไรมาหรือยังคะ คุณสิตางศุ์ซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋มาพอดี แม่ครัวก็ยังไม่ได้ทำอาหารด้วย ยังไงทานรองท้องไปก่อนได้ไหมคะ หรือว่าจะให้คนไปชงกาแฟให้ดี”

                “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง”วราทิตย์ตอบยิ้มๆจากนั้นสายตาก็เห็นว่ามุมหนึ่งของสตูดิโอมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งเหม่ออยู่ ในมือมีถุงน้ำเต้าหูที่ใช้หลอดเจาะแบบง่ายๆ อีกมือถือปาท่องโก๋ที่เหลืออยู่ครึ่งตัว บรรยากาศโดยรอบของเธอดูเงียบสงบและหม่นหมองจนเขาอยากจะเข้าไปทำลาย

                “แก้วก็มีทำไมไม่ใส่แก้วดื่ม?”

                สิตางศุ์ที่กำลังดื่มด่ำกับความเงียบในจิตใจที่นานๆครั้งจะเกิดขึ้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะหันไปมองต้นเสียงที่เข้ามาขัดจังหวะอารมณ์สุนทรีเล็กๆของตัวเอง

                “เจาะดูดจากถุงมันคลาสสิก”เมื่อทำลายความหม่นหมองลงได้ มุมปากของวราทิตย์ก็ยกยิ้มอย่างได้ใจ ก่อนจะนั่งลงข้างๆพร้อมยื่นกล่องขนมปังสังขยาที่หยิบติดมือมาด้วยให้หญิงสาว

                “ไม่ได้ไดเอทอยู่ใช่ไหม?”

                “ก็เปล่าหรอกค่ะ แต่ถ้ากินลงไปก็กลัวว่าชุดวันนี้จะยัดไม่ลง”สิตางศุ์ปฏิเสธโดยไม่ต้องคิดเมื่อเห็นทั้งแป้งทั้งน้ำตาลตรงหน้า แม้ว่าเธอจะไม่ได้เคร่งครัดในการรักษาหุ่นแล้ว แต่เห็นขนมปังก้อนใหญ่ตรงหน้ายังไงก็คงกินไม่ลง

                “คนละครึ่งชิ้นก็แล้วกัน ผมกินน้ำเต้าหู้คุณแล้ว ถือว่าแลกกัน”เห็นท่าทางไม่ยอมให้เธอได้ปฏิเสธ สิตางศุ์จึงยื่นมือที่ถือปาท่องโก๋อยู่แล้วครึ่งตัวออกไปเพื่อรับขนมปังที่ชายหนุ่มแบ่งมาให้อย่างเสียไม่ได้

                “ขอบคะ.....ว๊าย!”ยังไม่ทันได้รับขนมปังมาถือไว้ดีๆ สิตางศุ์ก็เห็นว่าไส้สังขยาด้านในทำท่าจะหก ด้วยความตกใจจึงยื่นหน้าเข้าไปกัดตรงส่วนนั้นอย่างรวดเร็ว

                ทางด้านของวราทิตย์เอง เมื่อได้ยินเสียงร้องของคนตรงหน้าพร้อมกับมองไปยังขนมปังในมือก็กลัวว่าไส้สังขยาสีเขียวจะหกเปื้อนชุดตัวเอง จึงก้มหน้าลงเพื่อกัดส่วนที่ทำท่าจะหกในมือ พลางคิดว่าเดี๋ยวค่อยแบ่งอีกชิ้นให้หญิงสาวก็แล้วกัน

                เมื่อคนสองคนมีความคิดเหมือนกัน ตอนนี้สิตางศุ์กำลังเบิกตากว้างมองดวงตาสีดำที่กำลังจ้องมองมาเช่นกัน ปลายจมูกของเธอกับเขาสัมผัสกันอย่างพอดี ส่วนริมฝีปากของหญิงสาวเหมือนว่าจะขบกัดนิ้วมือของวราทิตย์ด้วยความไม่ได้ตั้งใจ ผ่านไปไม่กี่วินาทีที่รู้สึกตัว สิตางศุ์จึงรีบผละตัวออกก่อนจะหัวเราะเบาๆกลบอาการกระอักกระอ่วนที่เกิดขึ้น

                “หะ หะ สรุปว่าขนมปังชิ้นนี้ควรเป็นของใครดีคะ?”

                “คุณทานอีกชิ้นก็แล้วกัน”วราทิตย์หยิบขนมปังสังขยาอีกชิ้นที่อยู่ข้างตัวยื่นให้คนตรงหน้าอีกครั้งด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับว่าเมื่อครู่ไม่มีเหตุการณ์ใกล้ชิดอะไรเกิดขึ้น

                ชายหนุ่มมองเพื่อนร่วมงานรีบกินทุกอย่างให้หมดด้วยเวลาอันรวดเร็วก่อนที่เธอจะขอตัวไปดูผู้จัดการส่วนตัวที่นอนอยู่ในรถ วราทิตย์มองสิตางศุ์ที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินออกจากสตูดิโอก็หันกลับมามองของกลางในมือ แม้การแสดงออกภายนอกเขาจะเรียกได้ว่าเป็นปกติ แต่ทว่าความรู้สึกที่ได้รับสัมผัสอันอ่อนหนุ่มของริมฝีปากหญิงสาวและกลิ่นหอมที่ลอยวนอยู่บริเวณปลายจมูกทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเมื่อสิ่งเหล่านั้นหายไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะได้ดื่มด่ำและทำความเข้าใจ

                สิตางศุ์ที่เพิ่งเดินออกมาจากสตูดิโอกำลังย่อตัวลงนั่งลงกับพื้นในที่ลับตาคน ตอนนี้หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วราทิตย์กับหญิงสาวใกล้ชิดกันเพราะที่ผ่านมาเวลาแสดงละครมันจำเป็นอยู่แล้วที่จะต้องมีฉากเลิฟซีน เธอไม่เคยเขินอายจนทำงานไม่ได้ เรียกได้ว่าไม่ได้รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ เมื่อผู้กำกับสั่งคัท ทั้งเธอและเขาก็ต่างแยกย้ายไปพักที่มุมของตัวเอง เพียงแต่ครั้งนี้เขากับเธอใกล้ชิดกันอย่างไม่ได้ตั้งใจนอกเหนือจากการทำงาน ความจริงสิตางศุ์ไม่ควรจะคิดอะไรมากแต่ทำไมกลับกลายเป็นว่าเธอรู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อนผ่าวและไม่กล้าที่จะสบตากับวราทิตย์เสียอย่างนั้น

 

                ขณะที่กำลังแต่งหน้าอยู่ในห้อง นักแสดงหลายคนที่พอจะเห็นหน้าคร่าตากันมาก่อนก็เข้ามาทักทายพอเป็นพิธีจากนั้นก็ต่างแยกย้ายไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

                กว่าที่สิตางศุ์จะสงบอารมณ์ของตัวเองได้และคิดว่าน่าจะเป็นเพราะตัวเองตื่นเช้าทำให้สมองยังทำงานไม่เต็มที่ ก็เลยเกิดอาการตื่นเต้นและตอนนั้นก็ตกใจพอดีที่เห็นว่าไส้ของขนมปังทำท่าจะหก ดังนั้นเมื่อหาเหตุผลของอาการผิดปกติของตัวเองได้แล้ว หญิงสาวก็ไปตามผู้จัดการที่เพิ่งตื่นและเดินตามมาส่งถึงหน้าห้องแต่งตัว

                “สวัสดีค่ะทุกคน ขอโทษนะคะที่พิมพ์มาสาย รถติดมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”เสียงใสๆกังวานที่ดังขึ้นจากที่ประตูทำให้ทุกคนที่กำลังยุ่งง่วนอยู่หันไปมองต้นเสียงก่อนจะยกยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูกับท่าทีเหนื่อยหอบและกำลังรู้สึกผิดที่ตัวเองนั้นมาสายกว่าที่ทีมงานนัดหมาย มีเพียงสิตางศุ์คนเดียวเท่านั้นที่ยังคงหลับตาปล่อยให้ช่างแต่งหน้าค่อยๆลงเครื่องสำอางลงบนเปลือกตาอย่างแผ่วเบา

                “สวัสดีค่ะพี่สิตางศุ์”เมื่อถูกเจาะจงที่จะทักทายในจังหวะที่ช่างแต่งหน้าละแปรงออกไปแล้ว สิตางศุ์จึงค่อยๆลืมตามองนักแสดงน้องใหม่ในกระจกก่อนจะยกริมฝีปากขึ้นช้าๆ

                สำหรับพิมพ์ดาวที่มองแววตาและรอยยิ้มของนักแสดงคนดังที่ส่งมาให้ เธอรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเหยื่อที่กำลังถูกนักล่าจับจ้อง เพียงแต่ชั่วพริบตาความรู้สึกนั้นก็หายไป

                “ถ้าวันนี้พิมพ์ทำอะไรผิด พี่สิตางศุ์ช่วยสอนพิมพ์ด้วยนะคะ พิมพ์เป็นแฟนคลับของพี่สิตางศุ์มานาน ติดตามดูผลงานทุกอย่างเลยค่ะ วันนี้ก็เลยอาจจะดูประหม่าไปสักหน่อยเพราะได้มาทำงานร่วมกับนักแสดงในดวงใจ พี่สิตางศุ์เป็นไอดอลของพิมพ์เลยนะคะ”ท่าทางน่ารักและสดใสที่ปรากฏออกมาของพิมพ์ดาว เรียกสายตาของคนในห้องให้มองอย่างนึกเอ็นดูกับท่าทางไร้เดียงสาของนักแสดงหน้าใหม่ จะมีก็แต่คนที่ถูกยกย่องให้เป็นไอดอลที่ก้มหน้าพิจารณาเล็บเล่น

                ชีวิตก่อน ผู้หญิงที่ตีสองหน้าเก่งอย่างพิมพ์ดาวก็เคยพูดประโยคเดียวกัน สิตางศุ์จำคำพูดของเธอได้ทุกคำและทุกการกระทำ จำได้อย่างแม่นยำว่าพิมพ์ดาวคนนี้ฉ้อเลาะเก่งแค่ไหน และเธอก็โง่ที่เชื่อท่าทางไร้เดียงสาไม่มีพิษสง หญิงสาวเคยไว้ใจนักแสดงมือใหม่คนนี้มาก ทั้งยังเคยให้สัมภาษณ์ออกสื่อว่าพิมพ์ดาวเป็นเพื่อนรุ่นน้องนักแสดงที่ตนเองสนิทมากที่สุดจนเป็นบันไดพาให้พิมพ์ดาวเป็นที่รู้จักมากขึ้น

                “แล้วพวกพี่ไม่ใช่ไอดอลหรอน้องพิมพ์”

                “นั่นสิ....พวกพี่เก่งกว่าสิตางศุ์อีกนะ”

                “พิมพ์ก็เป็นแฟนคลับทุกคนนั่นแหละค่ะ เพียงแต่พิมพ์ชื่นชอบพี่สิตางศุ์มากที่สุดก็เท่านั้นเอง”เมื่อถูกคนในห้องเอ่ยปากหยอกล้อ เด็กใหม่ในห้องที่ยังยืนว่างๆเพราะช่างแต่งหน้ายังไม่ว่างก็หัวเราะเสียงใส แต่แล้วก็ต้องเงียบเสียงลงเมื่อเห็นว่ามีฝ่ามือเรียวสวยข้างหนึ่งยื่นออกมาตรงหน้า

                “อะไรหรอคะพี่สิตางศุ์?”

                “เอากระดาษกับปากกามาสิจ๊ะ พี่จะได้เซ็นให้”สิตางศุ์ฉีกยิ้มกว้างขึ้นพร้อมกับมองพิมพ์ดาวในกระจกนิ่งๆ

                “เอ่อ....คะ....คือว่าพิมพ์ไม่ได้เอากระดาษมาค่ะ แค่ได้ทำงานกับพี่สิตางศุ์ก็ดีมากๆแล้ว ไม่ต้องให้ลายเซ็นก็ได้ค่ะ”

                “ไม่เป็นไรหรอก ไหนๆน้องพิมพ์ก็ชอบพี่มากๆๆๆๆๆขนาดนี้แล้ว ถ้าพี่ไม่มีอะไรให้เป็นของที่ระลึกมันดูจะแปลกๆไปหน่อยนะ ถ้ายังไงน้องพิมพ์ช่วยไปหยิบกระเป๋าของพี่ให้ทีสิจ๊ะ”เห็นท่าทางของพิมพ์ดาวที่มองซ้ายมองขวาหาความช่วยเหลือ สิตางศุ์ก็ยิ่งนึกสนุก.....

                หึ....เป็นแฟนคลับงั้นหรอ....ฉันจะทำให้เธอได้รู้ว่าเธอจะได้เป็นแค่แฟนคลับของฉันตลอดไปหญิงสาวคิดในใจ จากนั้นก็ชี้กระเป๋าของตัวเองที่วางอยู่บนโซฟาในห้อง

                “กระเป๋าใบใหญ่ตรงนั้นไงจ๊ะ น้องพิมพ์รีบหยิบมาให้พี่ที....หรือว่า....น้องพิมพ์ไม่ได้เห็นพี่เป็นไอดอล แล้วก็ไม่ได้เป็นแฟนคลับของพี่”สิตางศุ์มองมือเล็กๆของคนในกระจกที่กำแน่นก็ได้แต่ยกยิ้มในใจ คนอื่นอาจจะไม่ได้สังเกตเห็นท่าทางผิดปกติของพิมพ์ดาว แต่หญิงสาวมีชีวิตนี้เพื่อแก้แค้น ดังนั้นเธอจึงจำเป็นต้องมองทุกอย่างให้ทะลุปรุโปร่ง

                “พิมพ์แค่เกรงใจพี่สิตางศุ์”

                “ไม่ต้องเกรงใจหรอกจ๊ะ กระดาษแผ่นเดียวพี่ให้น้องพิมพ์ได้อยู่แล้ว”

                ไม่ว่าจะพูดยังไง คนที่เอาแต่มองเธอผ่านกระจกก็พูดว่ามอบลายเซ็นให้ท่าเดียว พิมพ์ดาวจึงจำเป็นต้องเดินไปหยิบกระเป๋ามาให้สิตางศุ์อย่างช่วยไม่ได้ แต่เมื่อเธอยื่นให้  กลับได้ยินนักแสดงสาวบอกให้หยิบกระดาษออกมาให้แทน

                “น้องพิมพ์ช่วยหยิบกระดาษออกมาให้พี่หน่อยได้ไหม จริงๆมันมีหลายแบบมาก พี่เอาไว้เวลาเจอแฟนคลับข้างนอกจะได้แจกได้เลย น้องพิมพ์ก็เลือกแล้วกันว่าอยากได้กระดาษลายไหน ปากกาสีอะไร”ตอนที่พูด สิตางศุ์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ เอาแต่มองดูเล็บและคุยกับช่างแต่งหน้าเรื่องร้านทำเล็บที่ทำอยู่เป็นประจำ

                ในสายตาของพิมพ์ดาว สิตางศุ์เป็นผู้หญิงที่สวยมากแต่เป็นพวกเอาแต่ใจไร้สมอง ยิ่งได้ยินข่าวว่าเจ้าตัวชอบจู้จี้เรื่องเยอะ เธอจึงรู้สึกว่าตัวเองก็มีดีพอที่จะไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดได้เช่นกัน ดังนั้นเธอจึงจงใจเข้าใกล้นักแสดงสาวและแสร้งว่าเป็นแฟนคลับเพื่อหาทางใช้สิตางศุ์เป็นบันไดเข้าสู่วงการบันเทิงในขั้นแรก หากว่าได้รับความเอ็นดูจากนักแสดงหญิงคนนี้ เธอเองก็จะเป็นที่จับตามองได้ไม่ยากนัก เพียงแต่ไม่คิดว่านอกจากที่คนตรงหน้าจะไม่ใส่ใจแล้ว สิตางศุ์ยังมองว่าเธอเป็นแค่แฟนคลับคนหนึ่งเท่านั้น

                “เร็วๆสิจ๊ะ เดี๋ยวช่างแต่งหน้าว่างแล้วต้องคอยมันไม่ดีนะ”

                “ค่ะ”ยิ่งเห็นท่าทางของนักแสดงสาวดาวรุ่งที่ไม่คิดจะมองเธออยู่ในสายตา พิมพ์ดาวก็แอบกัดฟันอย่างเจ็บใจจากนั้นก็หยิบกระดาษและปากกาขึ้นมายื่นให้สิตางศุ์อย่างส่งๆ

                “ลายสตรอว์เบอร์รี....น่ารักเหมาะกับน้องพิมพ์ดาวดีนะคะ”หญิงสาวเจ้าพูดพลางยกยิ้มหวานอย่างสะใจ ก่อนจะรับปากกามาเซ็นชื่อของตัวเองลงไปอย่างอารมณ์ดี

                 ขอบคุณที่ชื่นชอบพี่นะคะ ขอให้น้องพิมพ์ดาวสนับสนุนผลงานและเป็นแฟนคลับของพี่ตลอดไป

                “นี่จ๊ะน้องพิมพ์ เก็บไว้ดีๆนะ”

                “ขะ....ขอบคุณค่ะ”ขณะที่พิมพ์ดาวถือกระดาษไว้ก็เผลอลืมตัวกำมันแน่นอย่างไม่พอใจ ยิ่งเห็นประโยคที่สิตางศุ์เขียนหญิงสาวรู้สึกคล้ายกับจะเป็นการเยาะเย้ยว่าคนอย่างเธอเป็นได้แค่แฟนคลับของนักแสดงสาวเท่านั้น

                “ยังไงพี่ขอถ่ายรูปน้องพิมพ์เอาไปลงในเพจหน่อยได้ไหมจ๊ะ บรรดาแฟนคลับของพี่จะต้องอิจฉามากแน่ๆ”เมื่อรับรู้ว่าตนเองจัดการแต่งหน้าทำผมเสร็จพร้อมจะออกไปทำงานแล้ว สิตางศุ์ก็หมุนเก้าอี้เพื่อเผชิญหน้ากับพิมพ์ดาวตรงๆและยังคงรอยยิ้มเอาไว้เช่นเดิม

                “ดะ...ได้ค่ะ”

                “ถ้าอย่างนั้น ช่วยถือกระดาษสองมือแล้วก็ยิ้มน่ารักๆเลยนะ”เจ้าของลายเซ็นพูดพลางยกมือถือขึ้นมาเตรียมถ่าย และเมื่อได้มองท่าทีที่ไม่เป็นธรรมชาติของแฟนคลับตัวยงแล้ว ริมฝีปากสีชมพูก็คลี่ยิ้มขึ้นอีก

                “พี่ขอรอยยิ้มแบบจริงใจหน่อยนะน้องพิมพ์ แบบธรรมชาติๆ”


      

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.721K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,066 ความคิดเห็น

  1. #2031 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 01:38

    555 เป็นไงล่ะ อยากจะให้เขาเป็นบันไดให้เหยียบย่ำขึ้นไปอ่ะนะ

    #2,031
    0
  2. #1736 Need1239 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 23:36
    ขยี้ได้ดี
    #1,736
    0
  3. #1252 Kebhom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 14:35
    ดีงามมมม
    #1,252
    0
  4. #1008 P.k (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 23:44

    555555ชอบๆ

    #1,008
    0
  5. #248 19112518 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 13:18

    ตติดตามมม

    #248
    0
  6. #223 สักวัน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 11:26

    นี่แหละต้องเป็นนี้

    #223
    0
  7. #183 Dreammimi1 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 12:03

    นางร้ายแร้งงงงงงง
    #183
    0
  8. #67 miyumiyu (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 21:53
    ไหนบอกไม่ใช่สเปคไงคะคู๊ณณณน
    #67
    0
  9. #50 Someonepp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 00:04
    พวกหน้าใสๆ ใจเลวทรามนี้น่ากลัวจิงๆ รอรับกรรมไปนะจ้ะ น้องสตอ...
    #50
    0
  10. #32 mykray (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 21:24
    น้องงงงง

    แกล้งคนอื่นเขา แต่ในเมื่อเขาคิดไม่ดี ก็ต้องเอาคืนนิดนึงเนาะ
    #32
    1
    • #32-1 mykray(จากตอนที่ 7)
      16 พฤษภาคม 2562 / 21:26
      คุณซันนี่ร้ายจริงๆ ขันอารมณ์สุนทรีคนอื่น

      ปล.ฉากนั้นเราเขินค่ะ พวกคุณจะใจตรงกันแบบนี้ได้ แต่อย่าบ่อยนะคะ ใจบ่ดีมันเขิน
      #32-1
  11. #20 Nu W Woon Smile (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 16:33
    รอออ่านคร้า
    #20
    0
  12. #19 น้ำหวาน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 20:34

    ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #19
    0
  13. #18 eakaroon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 18:44

    ยัยนี่เหมือนยัยนกสองหัวเลยhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-11.png

    #18
    0
  14. #16 sarabiya (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 16:28

    ฆ่ามัน!!! อุ๊ย..ลืมตัว อินมากไปหน่อย ขอบคุณมากค่า สู้ๆน้าเป็นกำลังใจให้จ้า^_^

    #16
    0
  15. #15 runa-j (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 15:52
    จัดให้หนักไปเลย
    #15
    0