มายาแค้น

ตอนที่ 6 : 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,618
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,781 ครั้ง
    16 ส.ค. 62

5


              วราทิตย์กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนโซฟาบุหนังอย่างดีราคาแพงสีดำอย่างหงุดหงิดเมื่อยังนึกถึงภาพของสิตางศุ์ตอนที่เธอพูดถึงความฝันบ้าๆของตัวเอง สีหน้าและท่าทางของหญิงสาวมันว่างเปล่า ไร้ความรู้สึก บ่งบอกได้ว่าความฝันนั้นทำให้เธอสิ้นหวังแค่ไหน แม้ว่าจะเป็นชั่วพริบตาที่ได้เห็น แต่เขากลับจดจำได้ไม่ลืม

                “สืบประวัติของสองคนนั้นมาเป็นยังไงบ้าง?”

                “ก็ไม่เห็นมีอะไรจะน่าสนใจสักอย่าง เป็นคนธรรมดาๆ ฐานะปานกลางทั้งคู่ มีแมวมองมาติดต่อ ได้เล่นMVเพลงดังก็เลยทำให้สังกัดที่สิตางศุ์อยู่สนใจติดต่อมาเล่นละคร ทุกอย่างก็เป็นไปตามสเต็ป”พัฒน์หรือพัฒนะ ผู้จัดการส่วนตัวพ่วงด้วยหน่วยสืบข้อมูลทุกอย่างตามที่วราทิตย์ต้องการโยนเอกสารและภาพถ่ายที่ได้มาไปตรงหน้าชายหนุ่ม

                “แน่ใจนะว่าสืบหามาหมดแล้ว?”

                “หามาหมดแล้วจริงๆ”

                “แล้วสองคนนี้ไม่รู้จักคนในวงการเลยเหรอ ไม่เคยติดต่อ พูดคุย?”ชายหนุ่มเอื้อมตัวไปหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดพลิกไปพลิกมาด้วยความสงสัย

                “นายหมายถึงใครล่ะ ระบุตัวมาเลยก็ได้ ฉันจะได้ไปหามาให้”

                “พวกบรรดานักแสดงอะไรแบบนี้....ไม่มีเลยอย่างนั้นเหรอ?”

                “อืม....เท่าที่ดูมาก็ไม่มีนะ เพิ่งเข้าวงการมาแบบสดๆใหม่ๆ เป็นพวกมือใหม่ไร้พิษสง”เมื่อได้รับคำยืนยันจากผู้จัดการที่ไม่เคยทำงานพลาดมาก่อน วราทิตย์ก็ยิ่งนึกสงสัยในท่าทีของสิตางศุ์เมื่อไม่กี่วันก่อน เธอดูโกรธแค้นนักแสดงหน้าใหม่สองคนนี้มาก ทั้งๆที่เอกสารและหลักฐานตรงหน้าบ่งชี้ว่าทั้งสามคนไม่มีความเกี่ยวข้องกัน อย่าว่าแต่รู้จักกันเลย เรียกได้ว่าอยู่คนละโลกด้วยซ้ำ ทั้งที่อยู่อาศัย โรงเรียน มหาลัย ทุกอย่างมันชี้ชัดเจนว่าทั้ง สิตางศุ์ ศุทธวีร์ พิมพ์ดาว นอกจากในวงการบันเทิงแล้ว ไม่มีทางที่พวกเขาจะพบเจอกันได้เลย

                “นายให้ฉันไปหาประวัติคนพวกนี้ทำไม หรือว่าพวกหน้าใหม่ทำให้นายไม่พอใจอย่างนั้นหรือไง?”พัฒนะมองเจ้านายหนุ่มรูปงามที่อยู่ตรงหน้า ความจริงแล้ววราทิตย์แม้จะทำงานในวงการบันเทิงและมีรูปลักษณ์เป็นคนอบอุ่นใจดี น่าเข้าใกล้ แต่ทว่าความจริงใครจะรู้ว่าเบื้องหลังของผู้ชายคนนี้ไม่ต่างอะไรกับวงการมาเฟีย ครอบครัวมีอิทธิพลอย่างมากในธุรกิจสีเทาและบอกได้ไม่เต็มปากว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมายหรือเปล่า พัฒนะเข้ามาทำงานกับวราทิตย์ตอนที่ชายหนุ่มเข้ามาในวงการแล้ว หน้าที่หลักก็คือดูแลคิวงานและคอยสืบหน้าข่าวในเรื่องที่นักแสดงหนุ่มต้องการ ส่วนเรื่องอื่นๆยังไม่ได้รับอนุญาตให้ได้รู้จนถึงทุกวันนี้

                ซึ่งหลายครั้งข้อมูลเหล่านั้นก็เป็นบุคคลที่ทำให้เขาไม่พอใจ จากนั้นไม่นานชื่อนั้นก็จะถูกลบหายไปจากความทรงจำของทุกคนช้าๆ พัฒนะจึงพูดได้แค่ว่าอย่าทำอะไรให้วราทิตย์ไม่พอใจจะเป็นการดีที่สุด เพราะชายหนุ่มหากต้องการจัดการใคร เขาจะทำอย่างเลือดเย็นและไร้ความปราณีอย่างถึงที่สุด

                “มีเรื่องให้อยากรู้นิดหน่อย ไม่มีอะไรหรอก”

                “ไม่มีอะไรก็ช่างเถอะ อย่าไปสนใจเรื่องของพวกหน้าใหม่เลย มาสนใจเรื่องนี้ดีกว่า”เมื่อเห็นท่าทางของวราทิตย์ไม่มีอะไรผิดปกติ พัฒนะจึงเปิดหน้าเพจที่แฟนคลับของชายหนุ่มทำให้ขึ้นมาให้ผ่านหน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ตรงหน้า

                “อะไร?”

                “แฟนคลับนายหันไปสนใจสิตางศุ์ ซึ่งถ้าละครเรื่องนี้ออนแอร์ มีความเป็นไปได้ว่านายจะต้องถูกจับให้เป็นคู่จิ้นคู่ฟินแน่นอน ซึ่งนายไม่ชอบไม่ใช่หรอ?”

                วราทิตย์มองหน้าจอที่แฟนคลับโพสต์ตารางงานของเขาไว้เพื่อให้ใครที่สะดวกตามไปให้กำลังใจ และในนั้นก็มีหลายคนไปเขียนใต้ภาพถึงสิตางศุ์ ว่าอยากเห็นพวกเขาทำงานด้วยกันอีกเรื่อยๆ

                “ที่ว่าไม่ชอบนี่คืออะไร?”เจ้าของห้องถาม

                “ก็ไม่ชอบถูกจับคู่แบบนี้ไง อีกอย่างนายก็ไม่ชอบผู้หญิงคนนั้นด้วย คนอะไรภายนอกก็สวยดีอยู่หรอกนะแต่การแสดงออกต่อคนอื่นแย่มาก คิดว่าตัวเองดังมาก จนไม่ต้องเห็นหัวคนอื่นหรือไงนะ ต่อให้หลอกบรรดาแฟนคลับพูดว่ากลับตัวกลับใจได้แล้วก็เถอะ แต่หลอกคนที่ทำงานกันมานานไม่ได้หรอก”เพราะพัฒนะต้องตามวราทิตย์ไปถ่ายงานเกือบทุกครั้ง ทำให้เขาเห็นพฤติกรรมแย่ๆและเห็นความเยอะของสิตางศุ์มามาก ดีหน่อยที่นักแสดงสาวไม่ได้เข้ามายุ่งวุ่นวายกับคนในการดูแลของเขามากนัก การทำงานก็เลยเป็นไปได้ด้วยดีและที่สำคัญ วราทิตย์ก็รำคาญผู้หญิงคนนี้จนไม่มีท่าทีว่าจะสนใจ เรียกง่ายๆว่าทำเหมือนอีกฝ่ายไม่มีตัวตนในสายตา

                “บางที....ตอนนี้อาจจะชอบก็ได้”ชายหนุ่มปรายตามองผู้จัดการส่วนตัวก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอน

                ยังไม่ทันที่จะได้ถามให้รู้เรื่อง เจ้าของประเด็นก็หายเข้าไปในเขตหวงห้ามเรียบร้อยแล้ว นั่นทำให้พัฒนะเพิ่งคิดได้ว่าช่วงหลังๆมานี้ วราทิตย์มีท่าทางแปลกๆเกี่ยวกับสิตางศุ์ ไหนจะลุกขึ้นออกจากห้องไปดูหญิงสาวตอนวันประชุมอีก แบบนี้มันไม่ใช่เรื่องปกติจริงนั่นแหละ

                “หรือว่า.....”

 

                ตะวันมองพี่สาวฮัมเพลงขณะหย่อนกุ้งลงไปในหม้อก็หันไปมองหน้าพ่อกับแม่ที่กำลังทำหน้าตาไม่ได้ต่างจากเขานัก วันนี้เป็นวันหยุดของสิตางศุ์ จู่ๆหญิงสาวก็มาปลุกเขาแต่เช้าเพื่อขอยืมรถแต่เพราะว่าสิตางศุ์ถูกห้ามไม่ให้ขับรถตั้งแต่ทำงานหนักจนเกือบประสบอุบัติเหตุ ตะวันจึงจำเป็นต้องไปตลาดแต่เช้าเพื่อซื้อของมาทำอาหารเช้าเป็นเพื่อนพี่สาว และกว่าจะกลับมาได้ก็เกือบจะทำตลาดแตก ดีหน่อยที่พวกเขาสองคนเติบโตขึ้นมาแถวนี้มาตั้งแต่เด็กๆ จึงไม่มีแม่ค้าคนไหนสนใจเท่าไรเพียงแค่เอ่ยทักทายตามประสาเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นสิตางศุ์ก็ยังมีแฟนคลับวิ่งเข้ามาขอถ่ายรูปอยู่ดี

                “พี่เขา....ทำได้จริงๆหรอครับ?”ตะวันหันกระซิบถามเจ้าของบ้านทั้งสองคนเบาๆ

                “แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน”อนงค์หันไปตอบคำถามของลูกชายพร้อมกับมองลูกสาวด้วยความสงสัย เธอเป็นคนเลี้ยงดูสิตางศุ์มาตั้งแต่เล็กจนโต ลูกสาวคนนี้ไม่มีทางเข้าครัวทำอาหารแน่ๆ ยิ่งพอเข้าวงการด้วยแล้ว อะไรที่ทำให้เนื้อตัวมีกลิ่น สิตางศุ์ก็ไม่คิดเฉียดเข้าใกล้ แต่การที่เห็นท่าทางลูกสาวที่อยู่ในครัวทำอาหารอย่างคล่องแคล่วตรงหน้า คนเป็นแม่ก็ได้แต่เพียงแปลกใจ

                “เสร็จแล้วค่ะ!”ข้าวต้มกุ้งร้อนๆ 4 ชามถูกนำมาวางตั้งอยู่บนโต๊ะอาหารส่งกลิ่นหอมให้คนที่นั่งอยู่ค่อยๆก้มลงมอง

                “กินได้แน่นะ”แม้ว่าหน้าตาของอาหารเช้าตรงหน้าจะดูปกติและน่ากิน แต่ตะวันก็ยังไม่วายถามด้วยความระแวง

                “กินได้แน่นอน รับรองว่ากินแล้วตะวันจะต้องร้องให้พี่ทำให้กินบ่อยๆแน่”สิตางศุ์ย่นหน้าใส่น้องชายก่อนจะตักข้าวต้มตรงหน้าเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อเห็นว่าแม่ครัวกินเข้าไปหน้าตาเฉย คนในบ้านจึงค่อยๆลองตักขึ้นมาชิมบ้าง

                “อร่อยมากเลยสิตางศุ์ ไปหัดทำอาหารมาตั้งแต่เมื่อไร?!”ดิเรกเป็นคนแรกที่เอ่ยปากชมอย่างตื่นเต้น พลางมองหน้าลูกสาวด้วยความภาคภูมิใจ

                “ไม่น่าเชื่อว่าพี่จะทำอาหารอร่อยได้เลย”

                “นั่นสิ อร่อยมากเลยลูก”

                สิตางศุ์มองใบหน้ายิ้มแย้มของคนในครอบครัวก็รู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก ทำไมหญิงสาวจะไม่รู้ว่าครอบครัวคิดว่าเธอเป็นคนยังไง เธอไม่ชอบทำอาหารและไม่ยอมเข้าครัวที่จะทำให้เธอตัวเหม็นเด็ดขาด แต่ในชีวิตก่อนเพื่อจะรั้งชายที่เธอรัก สิตางศุ์ก็พยายามทำทุกอย่างที่ไม่เคยทำ ข้าวต้มกุ้งธรรมดาๆกว่าเธอจะทำมันออกมาได้อร่อยนั้น เธอต้องถูกมีดบาดตั้งกี่ครั้ง ต้องทำเสียไปตั้งกี่หม้อ

                ..........แต่ในเช้าวันหนึ่งที่เธอทำสำเร็จ เขากลับไม่ยอมแตะต้องมันเลยด้วยซ้ำ..........

                “มีอีกหลายอย่างเลยนะคะที่สิตางศุ์ทำได้ ถ้าวันไหนสิตางศุ์หยุด สิตางศุ์ขอรับหน้าที่ทำอาหารเช้าให้ทุกคนเองนะคะ”

                “ไม่ได้หรอก”อนงค์วางช้อนลงแล้วมองหน้าลูกสาวอย่างไม่พอใจ

                “คุณ?”

                “ยังไงก็ต้องตามแม่มาช่วยด้วยสิ เดี๋ยวหั่นนั่นหั่นนี่แล้วมีดบาดขึ้นมาจะทำยังไง สิตางศุ์เป็นผู้หญิงนะแถมเป็นนักแสดงอีก ไม่ได้.....ยังไงก็ทำคนเดียวไม่ได้”

                “แม่คะ....”สิตางศุ์หัวเราะออกมาทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่าในตอนนี้เธอไม่ได้ไร้ค่าอีกต่อไปแล้ว เธอยังได้รับความอบอุ่นจากครอบครัว ยังมีสิ่งที่ทำให้ครอบครัวได้ภาคภูมิใจแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กๆอย่างการทำอาหารก็ตาม

                “สิตางศุ์....ร้องไห้ทำไมล่ะลูก แม่แค่แกล้งเล่นเท่านั้นเอง”

                “สิตางศุ์แค่ดีใจน่ะค่ะ....ที่ตัดสินใจถูกในการย้ายกลับมาบ้าน”หญิงสาวหัวเราะพร้อมกับพยายามเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย

                “ไอ้ตะวัน....ไปปลอบพี่สาวแกเดี๋ยวนี้นะ!

                “อ้าวพ่อ....เกี่ยวอะไรกับผม พี่เขาร้องไห้เอง”แม้ว่าจะพูดแบบนั้นแต่ตัวเขาก็ลุกขึ้นหยิบกระดาษยื่นให้พี่สาวอย่างว่าง่าย

                แม้ว่าสิตางศุ์จะเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงและมีรายได้มากแค่ไหน ที่บ้านก็ไม่เคยใช้เงินของเธอเลยสักบาท บ้านที่อยู่ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นบ้านสองชั้นหลังเล็กๆที่มีสมาชิกอยู่กันแค่ 4 คนรวมทั้งเธอด้วย ไม่มีคนรับใช้ ไม่มีรถคันหรู ตอนนี้สิตางศุ์รู้แล้วว่าสิ่งที่ไม่สามารถหาจากที่ไหนได้ก็คือความรักโดยปราศจากผลประโยชน์ของครอบครัว

                ดิเรก พ่อของสิตางศุ์ทำบริษัทรับเหมาก่อสร้างเล็กๆ และต่อให้มีงานเข้ามา พ่อของเธอก็ชอบหาเรื่องหยุดอยู่บ้านเป็นเพื่อนแม่ ที่ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านเต็มตัว ซึ่งสิตางศุ์รู้สึกว่าการเป็นอยู่แบบนี้ทำให้เธอลืมความแค้นได้ชั่วคราว

                “สิตางศ์ไปทำงานก่อนนะคะ”หญิงสาวบอกคนในบ้านขณะสวมรองเท้าที่หน้าประตู

                “ทำงานราบรื่นนะลูก”

                “ให้คุณพีทขับรถระวังๆนะ”

                “ถ้ากลับดึกมากก็โทรมาให้ผมไปรับได้นะพี่”เสียงที่ตามหลังมาติดๆทำให้สิตางศุ์ที่กำลังเปิดประตูยกยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี

                พีทรู้สึกว่าตั้งแต่สิตางศุ์กลับมาอยู่บ้านก็ดูจะมีความสุขมากขึ้นทุกที ขนาดที่ว่าจะตื่นเช้าแค่ไหนก็ไม่มีทีท่าว่าจะเหวี่ยงวีนใครต่อใครที่ทำอะไรไม่ถูกใจ ซึ่งสำหรับตัวผู้จัดการส่วนตัวอย่างเขารู้สึกว่าสิตางศุ์ที่เป็นแบบนี้ลงตัวดีมาก เพียงติดอยู่แค่ว่าเขาจะต้องตื่นเช้าตามไปด้วย

                “ให้สิตางศุ์ขับให้ก็ได้นะคะ”

                “ได้ยังไง....สิตางศุ์นอนพักผ่อนเถอะ ผมไม่เป็นไร”ยังไงเขาก็เป็นผู้จัดการของหญิงสาว จะให้นักแสดงที่ตนเองดูแลมาขับรถให้นั่ง ยังไงมันก็ดูไม่น่าจะใช่เรื่องที่ดีเท่าไรนัก

                “คุณพีทต้องตื่นเช้ากว่าสิตางศุ์ คุณพีทต่างหากที่ต้องนอนพักผ่อนบนรถ อีกอย่างสิตางศุ์นอนมาเต็มอิ่มแล้ว ไม่เป็นอะไรแน่นอน....จอดค่ะ!

                “แต่ว่า.....”

                “จอดค่ะ!”เมื่อถูกสั่งให้จอดรถอย่างเผด็จการ พีทก็จำเป็นต้องจอดตามคำสั่งอย่างไม่อาจขัดขืน

                ตอนที่มาถึงสตูดิโอที่ใช้ถ่ายฟิตติ้งและถ่ายโปรโมทละคร สิตางศุ์ที่เห็นว่าผู้จัดการส่วนตัวของเธอยังคงหลับสนิทก็ไม่ได้ปลุกเขา ยังไงตอนนี้ก็เพิ่งจะใกล้ๆ7โมงเช้า พวกเธอมาก่อนเวลานัดตั้ง 2 ชั่วโมง ดังนั้นสิตางศุ์จึงจัดแจงดับเครื่อง เปิดกระจกออกทั้งหมดเพื่อปล่อยให้พีทได้นอนต่ออีกสักพัก ส่วนตัวเธอถือน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ถุงใหญ่เข้าไปด้านใน

                “สวัสดีค่ะทุกคน สิตางศุ์ซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋เจ้าเด็ดเจ้าดังจากแถวบ้านมาฝากค่ะ มาทานกันก่อนสิคะ”เมื่อเดินเข้ามาด้านในก็เห็นทีมงานที่มาถึงกำลังเตรียมตัวจัดข้าวของเครื่องมือ สิตางศุ์จึงร้องบอกแล้ววางถุงลงบนโต๊ะตัวใหญ่

                “คุณสิตางศุ์ทำไมมาเช้าอย่างนี้ล่ะคะ!?”

                “ตอนนี้สิตางศุ์ย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านแถวชานเมืองแล้ว ถ้าออกช้ามีหวังรถติดมาไม่ทันนัดแน่ๆ เอาชัวร์ๆก็ออกมาก่อนเวลาดีกว่าค่ะ”เมื่อได้รับคำตอบ บรรดาทีมงานที่เคยเจออิทธิฤทธิ์ของสิตางศุ์มาก่อนก็เบาใจ ด้วยเกรงว่านักแสดงสาวจะเข้าใจผิดนึกว่าทีมงานนัดเธอแต่เช้า

                “ทานกันตามสบายเลยนะคะ สิตางศุ์ขอถุงหนึ่ง”เพราะรู้ดีว่าสมัยก่อนนั้นเธอร้ายกาจยังไง จะให้เธอนั่งล้อมวงพูดคุยเฮฮากับทุกๆคนก็ดูจะแปลกๆและกระอักกระอ่วนใจ สิตางศุ์จึงหยิบน้ำเต้าหูออกมาหนึ่งถุงพร้อมกับปาท่องโก๋หนึ่งตัวเดินเลี่ยงไปนั่งที่เก้าอี้มุมห้องเงียบๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.781K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,066 ความคิดเห็น

  1. #2048 Apple1811 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 13:35
    หนีเสือปะจระเข้หรือป่าวคะคุณน้อง พี่ว่าออกจากวงการเลยดีกว่าไหม
    #2,048
    0
  2. #1822 saro116 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 23:01
    ฉันชอบบบ นางวางตัวได้ดีแล้วจริงๆๆ
    #1,822
    0
  3. #1281 PlairTipchada (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 04:04
    สิตางศ์ลู๊ก เติบโตอย่างมีคุณภาพ แม่ปลื้ม
    #1,281
    0
  4. #354 iamagril (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 17:16
    รออออออ
    #354
    0
  5. #326 Praw me (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 23:10
    เรื่องนี้ชอบมาก ขอบคุณนะจ๊ะ
    #326
    0
  6. #247 19112518 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 13:18

    ติดตาม

    #247
    0
  7. #221 สักวัน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 11:17

    ติิิิิิิิดตามมมม

    #221
    0
  8. #182 Dreammimi1 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 10:41
    ถ้าหากไม่ใช่สองคนนั่นตอนนี้จะค้นพบความสุขอย่างแท้จริงรึป่าว.

    เป็นนางเองต้องย้อนดูตัวและแก้ไขเหตุการข้างหน้าในอนาคต
    #182
    0
  9. #181 Dreammimi1 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 10:38
    จะว่าไปสองคนนั่นในช่วงนี่ยังไม่ได้ทำผิดเลยนะ.

    รู้ว่าจะเกิดเหตุการแบบนั้นขึ้นก็อย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวก็สิ้นเรื่องนี่นา
    #181
    0
  10. #31 mykray (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 21:14
    ตอนนี้น่ารักจังเลยค่ะ ความสัมพันธ์ในหลายๆบทบาทกำลังจะดี
    #31
    0
  11. #14 raksinaWongsai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 02:09
    ขอบคุณคร้า สนุกมาก
    #14
    0
  12. #13 sarabiya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 19:28

    กดติดตามเรียบร้อย สู้ๆค่ะเป็นกำลังใจ^_^

    #13
    0
  13. #7 Siidam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 18:37
    อัปเดตบ่อย ๆ ได้ไหม ลืมเรื่องนี้ไปแล้วนะนี่ ดีที่แจ้งเตือน
    #7
    0
  14. #6 อาราเล่ จุบุ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 17:47
    เราติดเรื่องนี้นะไรท์มาอัพบ่อยๆใด้มั๊ยคะ
    #6
    0