มายาแค้น

ตอนที่ 20 : 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,743
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,541 ครั้ง
    22 ส.ค. 62

19


               “ตามสบายนะ”วราทิตย์หันไปพูดกับหญิงสาวโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายมีท่าทียังไง พอเข้าห้องมาได้ตัวเองก็หายเข้าไปในห้องนอนซึ่งเป็นเขตหวงห้าม ทิ้งให้สิตางศุ์ยืนเก้ๆกังๆอยู่กลางห้องอย่างทำตัวไม่ถูก นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาถึงห้องของผู้ชาย เพราะชีวิตก่อนศุทธีวีร์ย้ายเข้ามาอยู่กับเธอ ทำให้เธอไม่เคยต้องไปไหน อย่างกับพีทเอง สิตางศุ์ก็ไม่มีเหตุจำเป็นอะไรที่ต้องไปที่ส่วนตัวของเขา เพราะแค่ยกหูโทรศัพท์เจ้าตัวก็มาถึงที่

                ตอนมาถึงหญิงสาวตกใจกับความเป็นส่วนตัวมากๆจนไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมชายหนุ่มถึงได้มั่นอกมั่นใจว่าจะไม่มีข่าวว่าเขาพาเธอมาที่คอนโดฯตัวเอง สิตางศุ์มองไปรอบๆห้องก็พบว่าจริงๆแล้วรสนิยมของชายหนุ่มดีมาก ทุกอย่างในห้องเต็มไปด้วยของเรียบหรูที่ราคาแพงซึ่งจัดวางอย่างถูกที่ถูกทาง ไม่มีอันไหนที่เธอคิดว่ามันรกหูรกตา และเพราะด้วยเป็นผู้ชายภายในห้องจึงตกแต่งด้วยสีดำ เทาและขาวเป็นส่วนใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีดอกไม้ตบแต่งให้ห้องดูไม่แข็งจนเกินไป หญิงสาวเดินสำรวจไปรอบๆก็ต้องสะดุดกับด้านหลังของแผ่นผ้าใบผืนใหญ่ที่ถูกพิงเอาไว้กับเคาน์เตอร์หินอ่อนสีดำ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าคนอย่างวราทิตย์นั้นซื้อภาพศิลปะอะไรมาตกแต่งห้องจึงเดินเข้าไปหมายจะแอบดู

                “รูปนั่นของสิตางศุ์”เสียงทุ้มของเจ้าของห้องดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้สิตางศุ์สะดุ้งตกใจก่อนจะหันกลับมามองหน้าเขายิ้มๆอย่างร้อนตัวนิดๆ แต่พอได้ยินเขาพูดเจ้าตัวก็มีสีหน้างงงวย

                “ของสิตางศุ์หรอคะ?”หญิงสาวชี้นิ้วใส่ตัวเองพร้อมกับมองรูปร่างของคนตรงหน้าที่อยู่ในชุดสบายๆ สบายกว่าที่เธอเคยเห็นเวลาเขามาที่กองละครหลายเท่า แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอชอบเขาที่สวมกางเกงหลวมๆกับเสื้อกล้ามแบบนี้มากจนทำให้หัวใจที่เคยสงบนิ่งเต้นตึกตัก

                “อืม....เจ้ากรณ์มันฝากเอามาคืน บอกว่าทิ้งไม่ลงก็เลยวานให้ผมเอามาคืนให้”วราทิตย์อธิบายจบก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาสบายๆ ยังไงที่นี่ก็เป็นห้องของเขา จึงไม่จำเป็นต้องทำตัวมีมารยาทมากนักก็ได้ แค่ต้องแสดงแกล้งทำเป็นชายหนุ่มอบอุ่นที่แสนดีภายนอกก็เหนื่อยพอทนแล้ว ถ้าอยู่ในที่ของตัวแล้วยังเป็นตัวของตัวเองไม่ได้เขาก็คงจะบ้าตายไปเสียก่อน

                อีกอย่างชายหนุ่มก็รู้สึกว่าต่อให้สิตางศุ์เห็นตัวตนของเขาจริงๆก็ไม่มีอะไรต้องกลัว เพราะดูเหมือนหญิงสาวจะรู้อะไรมามากพอดูแล้วด้วยซ้ำ

                สิตางศุ์ที่อยู่ใกล้กับภาพอยู่แล้วยื่นมือเข้าไปพลิกรูปภาพดู ความรู้สึกตื่นเต้นก่อนหน้าเรียกได้ว่าหายวับไปในพริบตา หญิงสาวมองภาพพอทเทรดของตัวเองในสมัยแรกที่เข้ามาทำงานในวงการก็เพียงแต่ส่ายหัวด้วยความเสียดาย ความจริงเธอรักภาพๆนี้มาก มันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองยังมีแรงที่จะสู้กับเรื่องราวเลวร้ายต่างๆ มันทำให้นึกถึงวันแรกที่เธอได้สัมผัสกับวงการมายาซึ่งเป็นที่ที่ทำให้เธอค้นพบตัวตน

                ตลอด5ปีที่ตกอยู่ในนรก สิตางศุ์มีภาพๆนี้ที่เป็นกำลังใจในการทำงานในแต่ละวัน แม้ว่างานๆนั้นจะทำให้เธอลดค่าของตัวเองแค่ไหนแต่เธอก็ยังกัดฟันทำมันต่อไป ตอนที่ใบหน้าของเธอไม่เหลือเค้าโครงเดิม หญิงสาวก็อาศัยรูปๆนี้ย้ำเตือนตัวเองว่าความจริงแล้วเธอมีใบหน้าที่งดงามแค่ไหน แม้ว่าเจ็บปวดที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ แต่ภาพๆนี้ก็เป็นสิ่งเดียวที่บอกว่าสิตางศุ์นั้นเคยมีช่วงเวลาดีๆเช่นกัน

                และเพราะภาพๆนี้.....ที่ทำให้เธอตัดสินใจจบชีวิตอันแสนโง่เขลาของตัวเอง

                วราทิตย์ไม่คิดว่าสิตางศุ์จะร้องไห้ และที่ไม่คิดมาก่อนคือเพราะอะไรภาพๆนี้ถึงทำให้จู่ๆหญิงสาวถึงได้ร้องไห้ออกมาจนลืมตัวว่าอยู่ที่ไหน ทั้งชีวิตชายหนุ่มเคยเห็นน้ำตาผู้หญิงมามากมาย ทั้งแสแสร้ง ทั้งเรื่องจริง แต่ไม่เคยมีน้ำตาของใครคนไหนที่ทำให้เขาอึดอัดใจได้เท่ากับผู้หญิงตรงหน้าเขาในตอนนี้ และด้วยเหตุนี้เจ้าของห้องจึงลุกจากโซฟาเพื่อเดินไปดึงร่างบางเข้ามาในอกกว้าง

                “สิตางศุ์ไม่ชอบเดี๋ยวผมเอาไปทิ้งให้ก็ได้ ไม่เห็นต้องร้องไห้เลย”

                เมื่อร่างกายถูกโอบล้อมด้วยความอบอุ่นอย่างไม่ได้ตั้งตัว สิตางศุ์ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในคอนโดฯอันเป็นรังรักเก่าของตัวเอง ตอนนี้เธอมีชีวิตใหม่ที่สวรรค์บันดาลให้เพื่อแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด เมื่อตั้งสติได้ก็ตระหนักว่าตัวเองนั้นร้องไห้ออกมาอย่างไม่รู้ตัว ไม่แปลกที่เจ้าของห้องจะตกใจ

                “ขอบคุณนะคะ แต่เดี๋ยวสิตางศุ์จัดการเองดีกว่าค่ะ”ร่างบางดันตัวเองจากชายหนุ่มก่อนจะก้มหน้าพูดเบาๆ มืออีกข้างก็พยายามเช็ดน้ำตาที่ยังคงไหลไม่ยอมหยุด

                “สิตางศุ์จะว่าผมยุ่งไม่เข้าเรื่องอีกแล้วสินะ?”วราทิตย์กอดอกมองสิตางศุ์ที่กำลังพยายามห้ามน้ำตาตัวเองแล้วพูดขึ้นอย่างไม่พอใจเมื่อนึกถึงท่าทีของหญิงสาวในวันนั้น

                “เปล่านะคะ!”สิตางศุ์ที่กำลังพยายามหยุดน้ำตาของตัวเองได้ยินเจ้าของห้องพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยก็รีบเงยหน้าแก้ความเข้าใจผิดในทันทีเพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะไม่ยอมร่วมมือและให้เธอยืมคนของเขาไปทำงาน

                ท่าทางของสิตางศุ์ที่เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มเต็มไปด้วยความตระหนกตกใจ ในดวงตายังฉ่ำไปด้วยคราบน้ำตาที่ยังคลอหน่วยทำท่าจะไหลลงมาได้ทุกเมื่อ จมูกโด่งแดงเล็กน้อย ไหนจะริมฝีปากที่ชมพูที่ถูกฟันขาวขบกัดเอาไว้ ภาพตรงหน้าไม่ว่าใครเห็นก็ต้องอดไม่ได้ที่จะต้องมองอย่างเคลิบเคลิ้มกับความยั่วยวนอันไร้เดียงสา วราทิตย์มองสิตางศุ์ที่จ้องมองมาก็เพียงแต่พยายามข่มความปรารถนาที่ผุดขึ้นมาตามสัญชาตญาณให้กลับไปอย่างยากลำบาก

                ความเงียบที่เกิดขึ้นในห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศอันคลุมเครือ หญิงสาวเห็นเจ้าของห้องไม่มีท่าทีอะไรก็นึกเสียใจและค่อนข้างสิ้นหวังเล็กน้อย พลางคิดว่าต้องวางแผนใหม่เสียแล้ว

                “ถ้าคุณซันจะจัดการให้ก็ขอบคุณมากค่ะ”สิตางศุ์ก้มหน้าลงอีกครั้งและกำลังคิดว่าน่าจะเอ่ยปากขอตัวกลับได้แล้วเพราะจากท่าทีที่แสดงออกของวราทิตย์ เขาคงไม่ยอมช่วยเหลือให้ยืมคนของเขาอย่างแน่นอน

                “ผมชอบรูปนี้ของสิตางศุ์นะ เสียดายถ้าจะต้องทำลายมันทิ้ง”

                อารมณ์ปรารถนาที่เกิดขึ้นหายวับไปในทันทีที่วราทิตย์สัมผัสได้ถึงความหม่อหมองที่แผ่ออกมาจากรอบกายของร่างบางตรงหน้า ชายหนุ่มจึงใช้สายตามองเลยตัวเป็นๆไปหยุดอยู่ที่รูปภาพแทน

                “สิตางศุ์ก็ทิ้งมันไม่ลงเหมือนกันค่ะ ก็เลยจงใจเอาไว้ที่ห้อง หวังว่าเจ้าของคนใหม่จะทิ้งมันให้....แต่กลับกลายเป็นว่าสุดท้ายมันก็มาอยู่ตรงหน้าอยู่ดี”

                “ทำไมถึงอยากทิ้งมันนักล่ะ ทั้งๆที่ชอบมันมากแท้ๆ”

                “เพราะว่าอดีตมันไม่ได้สวยงามอย่างที่เห็นละมั้งคะ”สิตางศุ์พูดถึงชีวิตก่อนซึ่งสำหรับเธอนั้นมันคืออดีตอันแสนเจ็บปวด ดังนั้นต่อให้ภาพนี้มีความหมายแค่ไหน จะสวยงามยังไงแต่มันก็ทำให้เธอนึกถึงเรื่องราวที่แสนเจ็บปวด

                “อืม”วราทิตยได้ยินคำตอบก็เพียงแต่ตอบรับในลำคอ อดีตของแต่ละคนมันไม่ได้สวยงามจริงๆไม่ว่าใครก็ตาม ชายหนุ่มยกมือขึ้นใช้นิ้วโป้งค่อยๆเช็ดรอยคราบน้ำตาบนใบหน้าสิตางศุ์ออกอย่างแผ่วเบา เขาคิดมาตลอดว่าผู้หญิงอย่างสิตางศุ์นั้นไม่เหมาะกับน้ำตา ไม่ว่าจะในละครหรือในชีวิตจริง นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ตัวเองรู้สึกมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าว่าจะไม่ยอมให้เธอตรงหน้าคนนี้เสียน้ำตาอีกไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม

                สิตางศุ์ที่จู่ๆก็ได้รับการกระทำอันแสนอ่อนโยนติดๆกันหลายครั้งนอกจากความตกใจที่คาดไม่ถึงแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องทำคือการหักห้ามหัวใจของตัวเองเอาไว้ไม่ให้เต้นแรง เรื่องราวของเธอในชีวิตก่อนเป็นบทเรียนราคาแพงสอนว่าเธอไม่อาจหลงใหลไปกับความอบอุ่นที่ใครมอบให้อีกต่อไปแล้ว ดังนั้นในชีวิตนี้ที่ได้มาสิตางศุ์ก็ต้องบอกกับตัวเองย้ำๆว่าต้องระมัดระวังตัวและหัวใจให้ดี อย่าไปมอบให้ใครง่ายๆอีก

                ผู้ชายอย่างวราทิตย์ไม่ใช่คนที่เธอจะคู่ควร เขาและเธออย่างมากก็เป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมงานกันเท่านั้น อีกทั้งนิสัยที่แสดงออกให้ใครต่อใครเห็นก็มักจะเป็นคนพึ่งพาได้และอบอุ่นอยู่แล้ว เธอไม่ควรไปคิดอะไรให้เกินเลยและเข้าข้างตัวเอง

                “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว สิตางศุ์ขอตัวกลับก่อนนะคะ”

                เจ้าของห้องที่สัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าเพราะหญิงสาวเดินถอยหลังออกห่างก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างที่ใครก็ไม่สังเกตก่อนจะลดมือลงมาไว้ข้างลำตัวเช่นเดิม แต่ถึงอย่างนั้นในใจกลับรู้สึกกระวนกระวายและเมื่อได้ยินสิตางศุ์เอ่ยปากบอกว่าจะกลับ ชายหนุ่มก็ยังคงไม่ยินยอม

                “ไหนว่าสิตางศุ์มีเรื่องจะพูดกับผมไม่ใช่หรอ เรื่องอะไรล่ะ?”วราทิตย์กลับมาทำท่าสบายๆแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาสีดำบุหนังตัวหรูตามเดิมเพื่อรอคอยคำตอบ

                สิตางศุ์ได้ยินชายหนุ่มพูดถึงประเด็นสำคัญที่ตัวเองมาที่ห้องเขาก็รู้สึกเริ่มลังเลว่าจะขอร้องเขาให้ช่วยดี หรือว่ากลับบ้านไปคิดแผนใหม่ดี แต่เท่าที่สังเกตคนตรงหน้าในตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าเขาค่อนข้างอารมณ์ดีมากขึ้นแล้ว จึงมีสิทธิ์ที่เธอจะขอร้องเขาสำเร็จ

                เมื่อมองดูหญิงสาวทำท่าประเดี๋ยวจะพูด ประเดี๋ยวก็เงียบ วราทิตย์ก็ไม่ได้เอ่ยปากเร่งอะไรและกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศและภาพตรงหน้าไปเรื่อยๆ หากว่าสิตางศุ์ยังให้คำตอบไม่ได้ เขาก็ไม่คิดจะให้เธอออกจากห้องไปในตอนนี้

                “คือ.....”

                “คือ?”

                “คือ.....สิตางศุ์อยากขอยืมตัวคุณประภพหน่อยค่ะ”สุดท้ายสิตางศุ์ก็ยอมที่จะพูดขอร้องชายหนุ่มออกไป หลังจากที่คิดหลายตลบ สิตางศุ์ไม่รู้และไม่แน่ใจว่าหลังจากกลับไปตัวเองจะคิดแผนอะไรดีๆออกหรือเปล่า

                พูดถึงเรื่องของประภพ วราทิตย์เองก็ลืมไปเลยว่าตัวเองต้องการอยากรู้อยู่พอดีว่าสิตางศุ์รู้ได้ยังไงว่าลูกน้องของเขาเป็นใครและทำงานให้ใคร ในเมื่อเขาแน่ใจว่าทั้งเขาและประภพเองค่อนข้างระวังตัวอย่างมาก

                “สิตางศุ์รู้ได้ยังไงว่าประภพเป็นคนของผม?”ชายหนุ่มยังไม่ได้ให้คำตอบแต่ถามคำถามที่อยากรู้กลับไปแทน

                หญิงสาวคิดอยู่แล้วว่าวราทิตย์จะต้องถาม ตลอดทางจึงเอาแต่คิดถึงความเป็นไปได้ที่ดูน่าเชื่อถือกว่าเธอเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งและเคยเจอพวกเขาอยู่ด้วยกันในชีวิตก่อน

                “สิตางศุ์เคยเห็นคุณประภพอยู่กับคุณซัน แต่เรื่องมันก็หลายปีแล้ว สิตางศุ์ก็จำไม่ได้เท่าไรว่าเจอที่ไหน ตอนที่เห็นภาพในมือถือของคุณซันแล้วเจอหน้าคุณประภพก็เลยเดาว่าทั้งสองคนน่าจะรู้จักกัน”สิตางศุ์ตอบคำถามเขานิ่งๆอย่างสมเหตุสมผล ส่วนวราทิตย์เองก็เอาแต่จ้องหน้าแขกอย่างไม่เกรงอกเกรงใจเพื่อค้นหาความจริง

                เขาไม่กลัวว่าใครจะรู้ว่าครอบครัวของเขาทำงานอะไรและไม่กลัวใครรู้ว่าจริงๆแล้วตัวเขามีมุมที่ดำมืดแค่ไหน อย่างสิตางศุ์เอง ชายหนุ่มก็เคยให้คนไปสืบประวัติและตามดูพฤติกรรมมาโดยตลอด ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีอะไรมีพิรุธ หญิงสาวเป็นแค่นักแสดงธรรมดาๆคนหนึ่งที่ครอบครัวมีฐานะในระดับหนึ่งและไม่เคยเข้ามาพัวพันหรือคลุกคลีกับธุรกิจผิดกฎหมาย คำอธิบายของสิตางศุ์จึงดูมีน้ำหนักพอที่เขาจะเชื่อ แต่อีกใจก็ยังรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้กำลังพูดโกหกเช่นกัน

                “คุณจะยืมตัวประภพไปทำอะไร?”

                เมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องยอมเชื่อและไม่ซักไซ้อะไรเธออีก สิตางศุ์ก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอกในใจก่อนจะตอบคำถามของเขาไปตามตรง

                “ทางผู้ใหญ่ในสังกัดกำลังกดดันให้สิตางศุ์ยอมใช้ชื่อเสียงของตัวเองผลัดดันศุทธวีร์ให้เป็นที่สนใจ ซึ่งคุณซันก็รู้ว่าสิตางศุ์ไม่ชอบเขามากขนาดไหนและรู้ดีว่าเขาคือเบื้องหลังของข่าวของสิตางศุ์ช่วงนี้ ตอนนี้คุณพีทที่คอยช่วยสิตางศุ์เองก็ถูกหางเลขถูกย้ายไปดูแลนักแสดงหน้าใหม่จอมลวงสองคนนั้นแทน ดังนั้นสิตางศุ์จึงอยากขอยืมตัวคุณประภพไปตามดูศุทธวีร์ให้ทีว่าเขาติดต่อใครบ้าง เจอใครหรือว่าทำอะไรบ้าง”

                สิตางศุ์อยากรู้ว่าใครที่ทำให้ผู้ชายคนนี้ได้รับความหวังจนทะเยอทะยานทำทุกอย่างโดยไม่สนว่าใครจะเป็นยังไง และในเมื่อช่วงนี้คือช่วงกอบโกยการมีชื่อเสียงในเริ่มต้น แน่นอนว่าชายหนุ่มอย่างศุทธวีร์จะต้องทำทุกวิธี และนั่นทำให้หญิงสาวคิดว่ามันเป็นจุดอ่อนที่จะใช้เล่นงานเขาได้ในอนาคต ตอนที่เขาไปยืนอยู่ที่จุดสูงสุด

                หญิงสาวมองไปที่ชายหนุ่มเจ้าของห้องอย่างคาดหวังรอคอยคำตอบ แต่สิ่งที่ทำให้สิตางศุ์รู้สึกเหมือนย้อนกลับไปสู่ขุมนรกในอดีตคือคำตอบที่ดังออกมาจากปากวราทิตย์สั้นๆ

                “แล้วผมจะได้อะไรแลกเปลี่ยนล่ะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.541K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,066 ความคิดเห็น

  1. #2050 Apple1811 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 05:12
    แก้ไขข้อผิดพลาดในอดีตคือปล่อยว่าง แก้แค้นคือยึดติดนะคะคุณน้อง
    #2,050
    0
  2. #2040 รัณฌา (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 08:15

    ชอบความเรียลตรงที่ชีวิตจริงมันหาคนที่เก่งไปซะทุกอย่างได้ยาก

    #2,040
    0
  3. #1511 Kanijang_1630 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 14:32
    คุณซัน .....
    #1,511
    0
  4. #1395 porporjb (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 21:25

    ยิ่งอ่านยิ่งติด ชอบๆ
    #1,395
    0
  5. #1243 MoonlightMeow (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 10:59
    เอาใจไปเลยค่าคุณซันน *///*
    #1,243
    0
  6. #152 mykray (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 20:08
    โหหห คุณซันการค้ามาก อนาคตคุณซันอันใกล้นี้อาจจะได้น้องไปทั้งตัวและหัวใจนะคะ
    #152
    0