มายาแค้น

ตอนที่ 14 : 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,949
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,759 ครั้ง
    18 ส.ค. 62

13ร็น็HCWKCFOWK  COFKIVJ


               ระหว่างที่พักรอเข้าฉากต่อไป ทีมงานหลายคนก็ยังคงเอาแต่พูดถึงข่าวไม่เลิก ยิ่งมีคนเห็นสิตางศุ์กับศุทธวีร์ยืนคุยกันด้วยแล้ว ข่าวลือก็แพร่สะพัดทั้งจริงทั้งเท็จไปทั่วทั้งกอง

                “สิตางศุ์?”

                “คะ?”เสียงเรียกจากพระเอกหนุ่มของเรื่องดังขึ้น ทำให้สิตางศุ์ที่กำลังทบทวนบทในหัวเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างรอคำถาม

                “บทวันนี้ยากจังนะ เล่นเอาผมปวดหัวไปเหมือนกัน”ท่าทางสบายดีของหญิงสาว ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังรู้สึกเป็นห่วงเพราะเห็นว่าเธอเอาแต่ขมวดคิ้วไม่ยอมหยุดอยู่ตลอดใจชื้นขึ้นมานิดหน่อยที่เห็นว่าสิตางศุ์ยังคงตอบรับเขาด้วยสีหน้างงๆเช่นเดิมเวลาถูกเขาเรียก

                “อ๋อ ใช่ค่ะ....ก็เป็นช่วงที่แต่ละฝ่ายต่างมีใจให้กันแต่ก็ต้องปฏิเสธความรู้สึกของตัวเอง การที่ต้องแสดงออกมาให้คนดูรู้แต่ต้องไม่ให้ตัวละครอีกฝ่ายรู้เนี่ย ยังไงก็ยากจริงๆค่ะ”ปกติบทพวกนี้ไม่มีอะไรมากก็จริง แต่เพราะเนื้อเรื่องเน้นไปทางเชือดเฉือน เป็นคู่รัก คู่แค้น มีความสับสนและซับซ้อนในความรู้สึกว่าฉันรักเขาแต่ก็รักไม่ได้เพราะว่าเขาทำให้ครอบครัวของฉันไม่เหลืออะไร ดังนั้นช่วงรอเปลี่ยนฉาก สิตางศุ์ก็ต้องรีบกำจัดเรื่องไร้สาระออกจากหัวไปให้เร็วที่สุดเพื่อไล่ระดับความรู้สึกของตัวละคร ก็อย่างที่รู้กันเสมอว่าละครไม่ได้ถ่ายฉากต่อฉากตามเนื้อเรื่อง แต่สลับไปสลับมาตามความเหมาะสม หากไม่ระวังและต่ออารมณ์ไม่ติด วันทั้งวันก็อาจจะทำให้คนทั้งกองเดือดร้อน

                “เออ....จริงสิ เมื่อเช้าตอนมากองผมเห็นข่าว ตลกมากเลย”จู่ๆเมื่อถูกเปลี่ยนเรื่องอย่างกะทันหัน สิตางศุ์จึงมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ หรือว่าเขาเองก็ต้องการที่จะถามเธอว่าเรื่องทั้งหมดเป็นยังไง หรือเชื่อไปแล้วว่าเธอกับศุทธวีร์เป็นอย่างในข่าว ชายหนุ่มถึงคิดว่ามันเป็นเรื่องตลก

                “ตลกตรงไหนคะ?”

                “ไม่ต้องมองผมน่ากลัวขนาดนั้นก็ได้สิตางศุ์....ผมแค่ว่ามันตลกตรงที่ใครๆมองไม่ออกได้ยังไงว่าเงาที่เห็นเป็นแค่ท่าทางของคนที่ล้มแล้วมีคนช่วยประคอง ไม่ใช่คนกอดกัน”วราทิตย์เห็นหญิงสาวจ้องเขม็งไม่พอใจก็รีบยกมือสงบศึกแล้วรีบอธิบายความคิดของตัวเองออกไป

                “คุณซันว่าอะไรนะคะ!

                สิตางศุ์เกือบจะกระชากคอชายหนุ่มเข้ามาถามให้รู้เรื่องว่าเพราะอะไรเขาถึงได้รู้ลึก รู้ดีขนาดนั้นทั้งๆที่เธอแน่ใจว่าเขากลับไปก่อนที่จะเกิดเรื่องและเพิ่งวนรถกลับมาเพราะว่าลืมของ ดังนั้นเขาไม่มีทางรู้ว่าเหตุการณ์ในตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นอย่างแน่นอน

                “อีกอย่าง ฝีมือคนปล่อยภาพก็แย่มาก แย่จนผมรับไม่ได้ สิตางศุ์ตัวจริงทั้งสวยทั้งดูดีขนาดนี้ แต่ถ่ายออกมาคุณภาพแย่สุดๆ รู้เลยว่าต้องเป็นมือใหม่ที่ไร้ฝีมือ”

                ชายหนุ่มไม่ได้แก้ตัวว่าเขาไม่คิดว่าคนในภาพคือคนอื่นไม่ใช่สิตางศุ์ เพียงแต่พูดถึงความจริงที่ติดตลกจนทำให้หญิงสาวถึงกับพูดไม่ออก

                “ผมรู้จักสิตางศุ์มาตั้งนาน เล่นละครด้วยกันก็หลายเรื่อง ผมรู้ว่าสิตางศุ์ไม่ไปคว้าเอาใครมาเป็นคนรักได้ง่ายๆหรอก ถ้าสิตางศุ์จะชอบใครจริงๆเป็นผมไม่ดีกว่าหรือไง?”วราทิตย์ยกยิ้มอบอุ่นปลอบใจและจงใจที่จะพูดเสียงดังให้ใครต่อใครผ่านมาได้ยินและเลิกสนใจเรื่องของหญิงสาวกับนักแสดงหน้าใหม่อย่างศุทธวีร์สักที เขาจะรู้สึกดีมากถ้าหลังจากนี้จะมีข่าวของเขากับสิตางศุ์  ยังไงๆช่วงนี้เขากับเธอก็มีข่าวเรื่องคู่จิ้นคู่ฟินจากฝีมือแฟนคลับของทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว จะมีข่าวรักกันออกไปทั้งในจอ นอกจอ ก็ไม่เป็นปัญหา อย่างน้อยๆตัวเขาเองก็มีชื่อเสียงกว่ามือใหม่เป็นไหนๆ

                “ขอบคุณนะคะที่เข้าใจสิตางศุ์”

                ‘ผมรู้ว่าสิตางศุ์ไม่ไปคว้าเอาใครมาเป็นคนรักได้ง่ายๆหรอก

                คำพูดของวราทิตย์ก้องอยู่ในหัวหญิงสาวเพื่อย้ำเตือนว่าชีวิตก่อนนั้น เธอตัดสินใจแย่ขนาดไหน อะไรที่ทำให้เธอคว้าเอานักแสดงใหม่มาเป็นคนรักและหลงใหลในตัวเขาจนยอมทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองทุกอย่างเพื่อรั้งหัวใจและตัวของเขาให้อยู่ข้างกาย ตอนนั้นไม่ว่าใครที่สนิทรู้เรื่องความรักของสิตางศุ์กับศุทธวีร์ห้ามยังไงเธอก็ไม่ยอมฟังและพร้อมที่จะทำลายทุกคนที่ขัดขวาง สุดท้ายแล้วรอบกายเธอจึงไม่เหลือใครสักคน

                วราทิตย์เห็นหญิงสาวตรงหน้าเอาแต่เหม่อใจลอยไม่ได้ฟังคำพูดของเขาสักนิด ใบหน้าที่ยิ้มแย้มก็ค่อยๆขรึมลงทันที ทั้งๆที่คิดว่าการที่พูดหยอกล้อแบบสองแง่สองง่ามไปแบบนั้นจะได้รับสายตาค้อนๆหรือไม่ก็คำพูดปฏิเสธที่ไม่แยแสกลับมา ดังนั้นสีหน้าไร้ชีวิตชีวากับแววตาที่เหมือนล่องลอยไปไกลทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก

                “สิตางศุ์!

                “ค่ะ!”เหมือนกับถูกปลุกออกจากวังวนอันโหดร้ายในชีวิตก่อน สิตางศุ์ที่ถูกดึงกลับมาอย่างรวดเร็วจึงนั่งหลังตรงมองซ้ายมองขวาด้วยความตื่นตระหนก และเมื่อรับรู้ว่าตัวเองกำลังหมกมุ่นกับเรื่องราวในชีวิตก่อนจนลืมบทที่ทบทวนอยู่ในหัวก่อนหน้าก็ได้แต่โทษตัเองซ้ำๆ

                “ผมพูดกับสิตางศุ์อยู่ ทำไมไม่สนใจกันเลย”

                “พอดีคิดอะไรนิดหน่อยค่ะ เมื่อกี้คุณซันว่ายังไงนะคะ?”หลังจากที่ได้ยินคำพูดที่บอกว่า ผมรู้ว่าสิตางศุ์ไม่ไปคว้าเอาใครมาเป็นคนรักได้ง่ายๆหรอก หญิงสาวก็ไม่ได้ยินอะไรอีกเลย จึงไม่รู้ว่านักแสดงหนุ่มคนดังพูดอะไรกับเธอต่ออีก

                ด้วยสีหน้าใสซื่อที่แสดงออกมาทำให้วราทิตย์จะโกรธก็ไม่กล้า จะว่าก็ไม่ได้ มันทั้งตลกที่ตัวเองพูดอะไรเลี่ยนๆออกไปแต่ก็เสียดายที่คนตรงหน้าดูเหมือนจะไม่ได้ยิน เขาจึงได้แต่ส่ายหัวขำๆให้กับตัวเอง

                ช่วงที่พักเที่ยงสิตางศุ์เป็นคนที่ขอแยกตัวไปทานอาหารส่วนตัวเพราะไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใครๆตอนเวลาส่วนตัว อีกอย่างเธอก็ไม่ชอบนั่งกินข้าวกับใครอยู่แล้ว หากไม่ใช่ว่าอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น สิตางศุ์ก็ยังคงให้คนหาห้องเงียบๆให้เธอได้พักอย่างเอาแต่ใจเช่นเดิม

                หลังจากที่กินข้าวเที่ยงไปได้นิดหน่อยสิตางศุ์ก็ไม่อยากอุดอู้อยู่ในห้องเลยออกมาเดินเล่นย่อยอาหารเพราะรู้อยู่แล้วว่าช่วงแบบนี้ไม่มีคนเดินไปมาให้รำคาญใจเธออย่างแน่นอน

                “พิมพ์ไม่เห็นพี่สิตางศุ์จะเดือดร้อนอะไรเลยนี่คะ หรือว่าเราเอารูปชัดๆไปให้นักข่าวเลยดีไหม?”เสียงเล็กๆของพิมพ์ดาวที่ดังมาจากด้านข้างของบริเวณข้างตึกทำให้สิตางศุ์ชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆอย่างเบาๆ

                “คนที่เห็นข่าวไม่ได้โง่หรอกนะ มันชัดอยู่แล้วว่าคนในรูปคือสิตางศุ์กับพี่”

                “แล้วทำไมพี่สิตางศุ์ถึงได้นิ่งขนาดนั้นราวกับไม่ใช่เรื่องของตัวเองด้วยซ้ำ แถมยังมาบอกอีกนะว่าถ้าพิมพ์รู้ว่าคนในรูปเป็นใครให้บอกด้วย พี่ธีม....แบบนี้เราสองคนจะแย่เอานะ!”เสียงโวยวายของพิมพ์ดาว ทำให้ศุทธวีร์ต้องรีบหันซ้ายหันขวาเพื่อมองดูว่ามีใครเดินผ่านมาหรือเปล่า แต่เมื่อไม่มีอะไรผิดปกติจึงส่งสายตาห้ามปรามหญิงสาวก่อนจะพูดขึ้น

                “สิตางศุ์อยู่ในวงการนี้มานานกว่าเราสองคนตั้งเท่าไร ถ้าตกใจสิแปลก ไม่เป็นไรหรอก”

                “ก็ใช่น่ะสิ พี่ธีมมีคนติดต่องานเข้ามาไม่ขาดสายเลยไม่ใช่หรือไง ไหนจะถ่ายแบบ โฆษณา สัมภาษณ์รายการอีก แต่ถึงอย่างนั้นก็มีชื่อเสียงไม่พอต่อความต้องการของพี่หรอก....ใช่ไหมล่ะ?”

                “ยังไงมันก็คงต้องค่อยเป็นค่อยไป ใครจะไปคิดว่ามันจะผิดแผนไปเยอะขนาดนี้ ว่าแต่เราเองเถอะเรื่องของวราทิตย์ ทำไมถึงไม่ไปไหนสักที”

                “เขาให้ฉันเข้าใกล้ง่ายๆได้ที่ไหนกัน!

                บทสนทนาของสองหนุ่มสาวนั้นเข้าหูสิตางศุ์ทุกคำไม่ตกหล่นแม้แต่ประโยคเดียว เมื่อชีวิตก่อนสิตางศุ์ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพิมพ์ดาวกับศุทธวีร์นั้นรู้จักสนิทสนมกันมาก่อน รู้แค่ว่าเข้าวงการมาพร้อมๆกันและถึงแม้จะสังกัดเดียวกันกับเธอ แต่เธอก็ไม่เห็นว่าพวกเขาจะคุยกันเท่าไร หลังจากละครเรื่องนี้ออกฉายทั้งคู่ก็กลายเป็นคู่จิ้นคู่ใหม่ของวงการและเริ่มสนิทสนมกันเพราะต้องออกงานด้วยกันบ่อยๆ นี่เป็นสิ่งที่คนรักของเธอบอก

                แล้วสิ่งที่เธอเห็น.....สิ่งที่เธอได้ยินตอนนี้มันคืออะไร?

                หญิงสาวกำหมัดเอาไว้แน่นเพื่อห้ามตัวเองไม่ให้พุ่งตัวออกไปกระชากหน้ากากจอมปลอมของสองคนนั้นออกมา ในใจเอาแต่พร่ำบอกตัวเองว่ายังไม่ถึงเวลา สิ่งที่เธอเจอและได้รับมานั้นมันหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่จะทำลายอนาคตในวงการของทั้งคู่ตอนนี้ เธอจะต้องทำให้ชายโฉดหญิงชั่วได้รับรู้ถึงสิ่งที่เธอเจอ!

                ในขณะที่กำลังจะถอยหลังกลับเพราะได้ยินว่าทั้งสองคนจะไปรวมตัวกับคนอื่นๆ แผ่นหลังก็กระทบเข้ากับอกกว้างจนเธอเกือบหลุดร้องออกมาด้วยความตกใจ แต่โชคดีที่มีมือหนาตรงเข้ามาปิดเอาไว้เสียก่อน

                “ชู่ว....ผมเอง”เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบหนักข้างหู ทำให้สิตางศุ์ตั้งสติได้อย่างรวดเร็วจากนั้นเกินกว่าที่สมองจะกลับมาสั่งการได้ครบถ้วน ร่างบางก็ถูกชายหนุ่มลากออกไปจากพื้นที่เสี่ยงต่อการพบเห็นเสียก่อน

                “ตกใจหมดเลยค่ะ!”ทันทีที่หลุดการพันธนาการของวราทิตย์ สิตางศุ์ก็หันไปมองเขาตาเขียวที่จู่ๆก็โผล่มาในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน

                “ก็จู่ๆก็เดินหายออกจากห้อง ผมก็เลยตามหา ใครจะคิดว่าสิตางศุ์จะมาหลบๆซ่อนๆตามมุมตึก”

                “คุณซันว่าสิตางศุ์เป็นหมาหรอคะ!

                “ผมหมายถึงโจรต่างหาก”วราทิตย์หัวเราะออกมาเบาๆเมื่อได้ยินว่าหญิงสาวตรงหน้าเปรียบเทียบตัวเองกับสัตว์ขนปุยสี่เท้า เมื่อสิตางศุ์เห็นเขาหัวเราะล้อเลียนก็หน้าแดงเมื่อคิดถึงว่าเมื่อครู่นี้เธอเปรียบตัวเองกับสุนัข

                “แบมือออกมาให้ผมดูหน่อย”

                สิตางศุ์มองหน้าวราทิตย์ที่จู่ๆก็ขอดูมือของเธอ แม้ว่าใบหน้าของเขาจะมีร่องรอยของอาการขบขันเมื่อครู่ แต่หากแต่มองดีๆก็พบว่าในดวงตาดำสนิทของเขาดูน่ากลัวเย็นชาจนเธอไม่กล้าละสายตา

                “เอ่อ....เอ่อ”

                “มือ”ชายหนุ่มย้ำเสียงหนัก ทำให้หญิงสาวรีบเก็บมือสวยของตัวเองเอาไปไว้ด้านหลังอย่างทำตัวไม่ถูก สิตางศุ์จำได้ว่าเขาเคยเตือนเธอไม่ให้ทำร้ายตัวเองเวลาไม่พอใจใคร แต่ตอนได้ยินสิ่งที่ศุทธวีร์กับพิมพ์ดาวพูดคุยกันมันมักตอกย้ำถึงความไร้เดียงสาของเธอในชีวิตก่อน ดังนั้นเธอจึงเผลอกำมือแน่นข่มกลั้นความแค้นในใจด้วยความเคยชินและก็ไม่คิดจริงๆว่าวราทิตย์จะมาเห็นเข้า

                “เอ่อ...เรากลับเข้าไปกันดีกว่านะคะ เดี๋ยวทีมงานจะตามหา”

                วราทิตย์มองสิตางศุ์ที่ทำท่าเฉไฉก็ไม่คิดจะพูดอะไรให้มากความ แต่กลับดึงดันที่จะคว้ามือขาวออกมาจากด้านหลังของหญิงสาวมาดู เมื่อเห็นรอยเลือดที่เกรอะกรังเต็มฝ่ามือ ชายหนุ่มก็ยิ่งบีบข้อมือเล็กๆแน่นอย่างไม่รู้ตัว

                “ผะ....แผลมันเล็กนิดเดียวเองค่ะ ไปล้างน้ำก็หายแล้วไม่ได้เป็นอะไรมากอย่างที่เห็นหรอกนะคะ สิตางศุ์ไม่ทำให้เสียงานแน่นอน”บรรยากาศรอบตัวที่แผ่ออกมาจากตัวของวราทิตย์ ทำให้หญิงสาวต้องรีบอธิบายให้เขาฟังว่าตัวเองไม่ได้เหลวไหลทำร้ายตัวเองแล้วจะทำให้เขาเสียงานอย่างที่เขาพูดบ่อยๆ

                “จริงๆนะคะ สิตางศุ์ผิวขาวเป็นอะไรนิดหน่อยก็เลยดูน่ากลัว สิตางศุ์ไม่เจ็บเลย ทำงานต่อได้ค่ะ!”ยิ่งเห็นว่าเขาไม่พูดจาเอาแต่มองหน้าเธอเขม็งท่าเดียว สิตางศุ์ก็ได้แต่พยายามพูดพร้อมกับหลบตาคนตรงหน้าที่ไม่รู้ทำไมเธอจึงรู้สึกว่าเขาน่ากลัวเหลือเกิน น่ากลัวจนเธอไม่กล้าที่จะเหวี่ยงวีนออกไปอย่างทุกที

                “ผมไม่ได้ห่วงงาน แต่ผมกลัวคุณเจ็บตัวแบบนี้มากกว่า!

 

                “นายครับ?”

                “หื้ม?”วราทิตย์หันไปตอบรับลูกน้องเมื่อมองรถของน้องชายสิตางศุ์ขับออกไป ยังโชคดีที่ตัวเองกลับมาเจอสิตางศุ์ ไม่อย่างนั้นคงมาเสียเที่ยว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะตำหนิน้องชายของเธอที่มารับสิตางศุ์จนดึกขนาดนี้

                “นี่ครับ”เห็นว่าเจ้านายกำลังอารมณ์ดี ประภพลูกน้องคนสนิทจึงยืนโทรศัพท์ที่มีรูปถ่ายของสิตางศุ์กับศุทธวีร์ให้คนตรงหน้าดูเพื่อรายงานความเคลื่อนไหว้รายวัน

                วราทิตย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู จากใบหน้าที่อิ่มเอมไปด้วยรอยยิ้มเมื่อครู่ค่อยๆเลือนหายไปเป็นความเคร่งขรึมจริงจังจนประภพที่ยืนอยู่ด้วยอดไม่ได้ที่จะเดินถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อสร้างระยะห่าง

                ตั้งแต่ที่เขาให้พัฒนะไปตามสืบประวัติของสิตางศุ์  จากนั้นก็ได้สั่งลูกน้องคนสนิทที่แม้แต่ผู้จัดการส่วนตัวก็ไม่เคยรู้ให้คอยติดตามสิตางศุ์ทุกความเคลื่อนไหวแล้วมารายงานเขาในทุกวันว่าหญิงสาวไปไหน ทำอะไร ที่ไหน กับใคร อย่างภาพที่อยู่ในมือก็เป็นภาพของสิตางศุ์ที่ยืนคุยกับนักแสดงหน้าใหม่ จากนั้นก็เป็นภาพที่หญิงสาวถูกศุทธวีร์ขัดขาทำให้ล้มจนต้องเข้าไปประคอง แต่ภาพที่เด็ดที่สุดคือภาพของพิมพ์ดาวที่กำลังกดถ่ายภาพของทั้งสองคนที่กำลังโอบกอดประคองกัน ชายหนุ่มเลื่อนมองภาพเหล่านั้นก่อนจะหมุนโทรศัพท์ของลูกน้องเล่นในมือพลางครุ่นคิดเรื่องบางอย่าง

                “ข่าวใหญ่จากคู่จิ้นนาย”ทันทีประตูเปิดออก พัฒนะก็โยนหนังสือพิมพ์ประจำวันให้กับเจ้านายก่อนจะเดินเข้าไปที่ครัวเพื่อรินกาแฟดื่มอย่างทุกครั้ง

                วราทิตย์เห็นการพาดหัวข่าวกับรูปลางๆก็ยกยิ้มเย็นชาก่อนจะลุกขึ้นโยนมันลงในถังขยะอย่างไม่ใยดีและไม่คิดจะชายตามองมันเป็นครั้งที่สอง ท่าทางของเขาทำให้พัฒนะหันมาเห็นถึงกับขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้านายหนุ่มถึงอารมณ์ไม่ดีแต่เช้า

                “ไม่อ่านหน่อยหรอ?”

                “ไม่ล่ะ....ข่าวขยะๆแบบนี้สมควรอยู่ในที่ที่มันควรอยู่มากกว่า”ชายหนุ่มเจ้าของห้องตอบพลางปลายตามองลูกน้องเพื่อไม่ให้เขาพูดอะไรไร้สาระออกมาในตอนนี้....ตอนที่เขากำลังโมโหจนอยากจะกำจัดคนให้พ้นมือพ้นเท้า

                ตั้งแต่เดินเข้ากอง ไม่มีตรงไหนเลยที่วราทิตย์จะไม่ได้ยินเรื่องซุบซิบของสิตางศุ์เกี่ยวกับข่าวบ้าๆที่เกิดขึ้น ไหนจะเรื่องที่เธอคบซ้อนกับผู้ชายวัยรุ่นชุดนักศึกษา ถึงแม้ว่าน้องชายของหญิงสาวจะไม่เคยออกสื่อแต่ทุกคนก็รู้ทั่วทั้งวงการว่าสิตางศุ์นั้นมีน้องชายอยู่หนึ่งคนชื่อตะวันและเคยถูกทาบทามให้เข้าวงการด้วย ดังนั้นในเนื้อข่าวนอกจากจะนั่งเทียนเขียนแล้วยังไร้จรรยาบรรณจนเขาเองรับไม่ได้

                “มาโน้นแล้ว นางเอกคนดัง”ทันทีที่ได้ยินคนข้างตัวพูด วราทิตย์ก็ปรายตามองเขาด้วยความไม่พอใจในความปากเปราะของผู้จัดการส่วนตัว และเหมือนว่าพัฒนะจะได้รับรังสีที่แผ่ออกมาจากนักแสดงหนุ่ม เขาจึงรีบก้มหน้าแล้วปิดปากแน่นไม่พูดอะไรอีก

                ชายหนุ่มมองหญิงสาวที่เดินหน้าเชิดตรงเข้ามาในกองอย่างไม่สะทกสะท้าน บนใบหน้าฉายชัดว่าไม่ได้สนใจเสียงของปากหอยปากปูที่ตามติดหู ที่สำคัญที่สุดคือสิตางศุ์ยังคงยิ้มนิดๆคุยกับผู้จัดการอย่างสบายใจ ซึ่งหากว่าเขาไม่ใช่คนมีประสบการณ์การมองคนมาก่อนก็คงคิดว่าข่าวที่เกิดขึ้นไม่มีผลกระทบอะไรกับหญิงสาวเลย แต่ท่าทางของสิตางศุ์แม้จะเรียกได้ว่าปกติ ถึงอย่างนั้นหากมองดูดีๆในดวงตาที่สดใสกลับไม่ได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกจริงๆออกมา ดูก็รู้ว่าเธอไม่ชอบใจอย่างมากที่ต้องมาตกเป็นข่าวกับคนที่เขามั่นใจว่าหญิงสาวไม่ชอบหน้า เพียงแต่ถึงตอนนี้เขายังหาเหตุผลของการไม่ชอบที่เกิดขึ้นไม่เจอ

                ตอนพักเที่ยงเขาเห็นสิตางศุ์เดินเลี่ยงหายไปในห้องพักก็ได้แต่คิดว่าดีแล้วที่เธอไม่ต้องอยู่ทนฟังทีมงานที่ยังพูดเรื่องข่าวไม่ยอมเลิกราสักที แต่ชั่วครู่ประภพที่แต่งตัวเป็นทีมงานก็เดินเข้ามาบอกว่าสิตางศุ์หายไปไหนก็ไม่รู้ เขาละสายตาแปปเดียวคนก็หายออกจากห้องไปแล้ว วราทิตย์ได้ยินก็ขอตัวนักแสดงคนอื่นๆที่ร่วมโต๊ะ ด้วยความอยากรู้ว่าสิตางศุ์หายไปไหน เดินออกมาตามหาได้สักพัก ก็พบร่างบางหันหลังยืนอยู่คนเดียวนิ่งๆแต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆเขาเองก็พบว่าหญิงสาวกำลังยืนฟังคนสองคนคุยกันอยู่ นั่นคือพิมพ์ดาวกับศุทธวีร์

                เขามองสิตางศุ์ที่กำมือแน่นอยู่ด้านหลังอย่างไม่รู้ตัวว่ามีคนก็ได้แต่ขมวดคิ้วไม่พอใจที่เห็นเธอมักจะเป็นอย่างนี้เสมอเวลาที่โกรธมากๆ และในหลายครั้งที่เขาเห็นว่าหญิงสาวทำทีจะก้าวขาออกไปแต่ก็ชะงักเอาไว้ นั่นยิ่งทำให้เขาสงสัยและอยากรู้จริงๆว่าทั้งสามคนมีความเกี่ยวข้องยังไงกันถึงได้จ้องจะทำลายกันขนาดนี้

                ระหว่างที่พาตัวสิตางศุ์ออกมาก่อนที่เธอจะร้องจนทำให้พิมพ์ดาวกับศุทธวีร์ได้ยิน เขาก็พบว่าร่างของหญิงสาวกำลังสั่นและมันไม่ใช่การสั่นเพราะตกใจที่เขาไปยืนอยู่ด้านหลัง แต่สั่นด้วยความโกรธที่ยากจะระงับได้ ปกติแล้วเขามักจะเห็นสิตางศุ์กำมือแน่นเสมอแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงเลือดซึ่งไหลลงมาโดนมือของเขาระหว่างจับข้อมือของสิตางศุ์

                หญิงสาวพยายามเฉไฉไม่ยอมให้ดูแผลที่มือจนเขาทนไม่ไหวคว้าขึ้นมาและพบว่าตรงกลางของฝ่ามือขาวมีทั้งรอยเล็บและเลือดแดงสดที่ไหลออกมาเต็มฝ่ามือ แต่สิ่งที่ทำให้เขาฉุนขาดคือการที่สิตางศุ์พยายามแก้ตัวและอธิบายว่าไม่เป็นไร เธอสามารถทำงานต่อได้ไม่ให้ใครต้องเสียงาน

                นั่นทำให้เขารู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้าช่างเป็นคนที่สามารถทำให้คนโมโหได้อย่างมากจริงๆ!

                “ผมไม่ได้ห่วงงาน แต่ผมกลัวคุณเจ็บตัวแบบนี้มากกว่า!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.759K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,066 ความคิดเห็น

  1. #2036 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 04:02

    ทำไมไม่เอาโทรศัพท์มาอัดเสียงที่สองคนคุยกันละคะ

    #2,036
    0
  2. #2021 babibam1a (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 23:22
    อ่านอีกครั้งก็ยังรำคาญนางเอก อวดเก่งวางตัวเว่อขนาดย้อนกลับมายังโง่เหมือนเดิมสันดานผยอง
    #2,021
    2
    • #2021-1 ดมกาวบนดาวลูกไก่(จากตอนที่ 14)
      29 มกราคม 2563 / 09:18
      ทำไงได้คะ ไม่ได้ย้อนเวลากลับมามีพลังพิเศษหนิ ไม่ได้มีพลังที่จะช่วยปกป้องตัวเองได้ ที่ย้อนกลับมาแล้วจะเปลี่ยนนิสัยจากหน้ามือเป็นหลังมือ
      #2021-1
    • #2021-2 ramona.j(จากตอนที่ 14)
      4 ตุลาคม 2563 / 20:06
      อ่านแล้วอินแล้วติมันดีสำหรับนักเขียนนะ
      แต่อินเกินไม่ไหวๆ
      #2021-2
  3. #1832 saro116 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 08:03
    โถถถ คุณซันของฉันนนนนนนนนนน
    #1,832
    0
  4. #1509 Kanijang_1630 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 13:47

    ชัดไหมสิตางค์ เค้าห่วงเทอ
    #1,509
    0
  5. #1253 Kebhom (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 15:40
    ลองเล่าให้คุณซันฟังไหม๊ได้มีคนช่วย
    #1,253
    0
  6. #882 One-wan53150 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 11:55
    สิตางค์เอ้ยย อย่ามัวแต่คิดแค้นอยุ่เลย มองคนข้างๆตัวแล้วมีความสุขกับชีวิตใหม่ดีกว่า
    #882
    0
  7. #233 สักวัน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 12:33

    ตติดตามมมมมม

    #233
    0
  8. #185 Dreammimi1 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 14:46

    คุณซันขอจิ้นเองแล้วรู้ตัวไหมลูก

    ออกตัวมาไกลมากกกกกก
    #185
    0
  9. #99 Someonepp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 08:56
    พี่ซันต้องยื่นสือเข้ามาช่วยอล้วนะคะ ไม่งั้นมือสิตางค์จะเป็นแผลแบบนี้เรื่อยๆ อิอิ
    #99
    0
  10. #98 SINGER_SINGLE (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 17:25
    เมื่อไหร่สิตางศุ์จะยอมยกใจให้ซัน เห้ออออ
    #98
    0
  11. #97 Yunha (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 15:54

    คุณซันขอจิ้นทั้งในและนอกจอแหน่ะสิตางค์ จัดซิคะไรต์

    #97
    0
  12. #96 poosurat (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 15:10
    ขอบคุณนะคะ เมื่อไรจะรักกันนะกะคุณซัน
    #96
    0
  13. #95 mykray (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 13:45
    สงสารคุณซันเขานะคะ ลงทุนหยอดแต่น้องดันไม่ได้ยิน

    แล้วมีมองหาตลอดเลยนะคะคุณซันไม่เห็นนิดไม่เห็นหน่อยถึงขั้นต้องเดินหา อยากให้คุณพีทอัดเสียงตอนที่หน้าใหม่คุยกันไว้จังเลยค่ะ
    #95
    0
  14. #94 view2544 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 13:04
    คุณซันน่าร้ากกกกก​
    #94
    0
  15. #93 Kanthima_28 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 12:18
    ขอบคุณที่อัพค่ะ สู้ๆค่ะไรท์ / คุณซันเป็นห่วงด้วย
    #93
    0
  16. #92 pleple122 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 11:22

    รอจร้า มาต่อเร็วๆนะคะ

    #92
    0
  17. #91 somphachan12 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 11:09

    ผมกลัวคุณเจ็บ
    #91
    0