มายาแค้น

ตอนที่ 12 : 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,651 ครั้ง
    17 ส.ค. 62

11

                    “แน่ใจนะว่าจะไม่ให้ผมอยู่เป็นเพื่อน”

                “แน่ใจค่ะ ถ้าคุณพีทอยู่เป็นเพื่อน มีหวังได้กลับบ้านดึกแน่ๆค่ะ!”สิตางศุ์หันไปค้อนใส่ผู้จัดการส่วนตัวที่ไม่ยอมขึ้นรถสักที วันนี้มีซีนที่ต้องถ่ายกลางคืน สิตางศุ์เห็นว่าถ้าพีทรอเธอเลิกกอง มันคงจะดึกเกินไป หลังจากที่ทานอาหารเย็นที่กองเรียบร้อย เธอจึงสั่งให้เขากลับไปก่อน

                “แต่ว่า....”

                “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คนตั้งเยอะสิตางศุ์อยู่ได้ คุณพีทรีบกลับไปพักเถอะค่ะ พรุ่งนี้ต้องมารับสิตางศุ์แต่เช้าอีก”ในเมื่อเขาไม่ยอมไปสักที สิตางศุ์จึงต้องใช้มือสองข้างดันหลังของชายหนุ่มให้ขึ้นรถ

                “ต้องระวังตัวมากๆนะสิตางศุ์  พิมพ์ดาวไม่น่าไว้ใจ ไม่รู้ว่าจะทำอะไรอีก”เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ พีทเล่าให้สิตางศุ์ฟังแล้ว นักแสดงสาวรับรู้ก็เพียงแต่พยักหน้าไม่ได้พูดอะไร นั่นทำให้เขาไม่รู้ว่าสิตางศุ์คิดจะทำอะไรอยู่กันแน่

                จนถึงตอนนี้สิตางศุ์ก็คิดไม่ออกว่าเพราะอะไรพิมพ์ดาวถึงจะต้องตามจองล้างจองผลาญเธอไม่เลิกและพร้อมจะทำทุกอย่างให้เธอหมดสิ้นหนทาง ไม่ใช่แค่ในวงการแต่รวมถึงสังคมภายนอกด้วย การที่หญิงสาวเข้าหาผู้จัดการส่วนตัวของเธอก็คงมีจุดประสงค์เดียวกับชีวิตก่อน คือต้องการให้พีทปล่อยข่าวเสียหายของเธอไปสู่ที่สาธารณะ แม้ว่าตอนนี้สิตางศุ์จะกำลังพยายามทำตัวดีขึ้นและใช้ชีวิตที่ได้กลับคืนมาอย่างคุ้มค่า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพฤติกรรมแย่ๆที่ผ่านมามันไม่เคยเกิดขึ้น

                นักแสดงสาวในสมัยก่อนเคยดูถูกคนอื่น เคยไล่คนอื่นออกจากงานเพียงเพราะคนๆนั้นทำผิดพลาดเพียงครั้งเดียว เอาแต่ใจจนหลายคนเอือมระอา บางครั้งหากไม่ชอบอะไรสิตางศุ์ก็จะเหวี่ยงใส่ในทันทีโดยไม่ไว้หน้าใคร ไม่รวมพฤติกรรมนินทาหรือว่าร้ายคนในวงการให้กับผู้จัดการส่วนตัวฟัง ถึงจะไม่ร้ายแรงแต่ก็ส่งผลต่ออาชีพการงานของเธออย่างมาก ยังไงๆรายได้เธอก็ต้องมาจากลูกค้าที่เข้ามาสปอนเซอร์ ประชาชนทั่วไป หากสุดท้ายแล้วไม่มีใครสนับสนุน สิตางศุ์ก็อาจจะต้องกลับไปสู่จุดเดิมคือการแลกอะไรบางอย่างเพื่อของานทำ....แต่นั่นก็เป็นความคิดอันโง่เง่าของเธอในชีวิตก่อน

                แต่เมื่อได้ชีวิตนี้มาใหม่แล้ว.....ยังไงเธอก็ต้องพยายามประคับประคองมันให้ดีที่สุด

                หลังเลิกกอง ระหว่างที่กำลังรอตะวันมารับ สิตางศุ์ก็เห็นเงาร่างของคนคุ้นเคยในชาติก่อนค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นมิตร

                “ผู้จัดการส่วนตัวของสิตางศุ์กลับไปแล้ว สิตางศุ์กลับยังไงหรอครับ?”ศุทธวีร์เอ่ยทักพร้อมกับมองใบหน้าอันสวยงามของนักแสดงสาวที่ทำท่าไม่พอใจนักที่เจอเขา นั่นทำให้เลือดในกายของชายหนุ่มถูกกระตุ้นว่าอย่างไรเขาจะต้องเอาชนะผู้หญิงคนนี้ให้ได้

                “เราไม่ได้สนิทกัน กรุณาอย่าเรียกชื่อสิตางศุ์เฉยๆ อย่างน้อยๆก็ควรมีมารยาทในการเรียกคุณนำหน้าด้วยค่ะ”สิตางศุ์พูดตอบอย่างไม่พอใจเมื่อได้ยินชายหนุ่มตรงหน้าเรียกเธออย่างสนิทสนม ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้ตอบรับมิตรภาพจอมปลอมของเขาด้วยซ้ำ  เห็นได้ชัดว่านิสัยชอบทำอะไรตามใจตัวเองไม่เคยนึกถึงความรู้สึกคนอื่นนั้นเป็นมานานแล้ว ไม่ได้มานิสัยเสียตอนที่คบกับเธออย่างลับๆในชีวิตก่อน

                “ผมอยากสนิทกับสิตางศุ์จริงๆนะครับ ให้โอกาสผมได้ไหม?”ด้วยสายตาที่อ้อนวอนมา หญิงสาวก็นึกได้ว่าครั้งหนึ่งนั้นเธอก็เคยอ้อนวอนต่อเขาอย่างเสียศักดิ์ศรี

                สิตางศุ์ทำไม่ได้ ทำไมไม่จริงๆ คุณให้โอกาสสิตางศุ์ได้ไหมธีม?

                ครั้งนั้นเธอทำอะไรผิดนะ......อ๋อ.....เธอไม่ยอมพลีกายให้กับลูกค้าอายุรุ่นราวคราวพ่อให้เชยชม จนทำให้เขาถูกปลดออกจากการเป็นพรีเซนเตอร์คนสำคัญ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เป็นข่าวโด่งดังว่าเขากำลังจะถูกผลักตกอันดับลูกรักของสังกัดและช่อง นั่นทำให้ศุทธวีร์โกรธเธอมากจนบอกเลิก

                สิตางศุ์ขอโทษค่ะ ให้โอกาสสิตางศุ์เถอะนะคะ คุณจะให้ทำอะไรสิตางศุ์ยอมทุกอย่าง แต่อย่าเลิกกับสิตางศุ์เลยนะคะ สิตางศุ์อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณหญิงสาวคุกเข่าอ้อนวอนให้แฟนหนุ่มหันกลับมามองเธออีกครั้ง สุดท้ายก็ต้องยอมเอาตัวแลกงานเพื่อที่จะได้รับความรักของเขากลับคืนมา

                ยิ่งนึกถึงสิตางศุ์ก็เอาแต่ด่าตัวเองไม่หยุดว่าทำไมตอนนั้นเธอถึงได้โง่เอาชีวิตไปฝากไว้กับคนที่ไม่เคยเห็นค่าและไม่มองเธออยู่ในสายตา คนที่เอาแต่ผลักเธอโยนไปหาคนนั้นทีคนนี้ทีเหมือนสิ่งของ หากว่ายังต้องยืนอยู่ตรงนี้ต่อไป หญิงสาวก็ไม่รับประกันว่าเธอจะลงมือทำร้ายคนตรงหน้าให้หายแค้นใจได้หรือเปล่า ดังนั้นทางทีที่ดีสุดคือการเดินจากไปในขณะที่เธอกำลังมีสติ

                “อ๊ะ!

                นักแสดงสาวอุทานเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรมาขัดขาให้ล้มและในจังหวะนั้นเอง อ้อมกอดอันอบอุ่นแข็งแกร่งก็เข้ามาโอบล้อมปกป้องเธอไว้ สิตางศุ์เงยหน้ามองศุทธวีร์ที่กำลังช่วยเธอ กาลเวลาก็เหมือนจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ราวกับว่าเธอได้ย้อนกลับไปในวันแรกที่ได้เจอกับเขา

                ศุทธวีร์.....นักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ที่มาพร้อมกับร้อยยิ้มที่ทำให้หัวใจเธออบอุ่นจนละลายและยินยอมทำทุกอย่างและเพื่อมองอนาคตที่สดใสของเขา เธอจึงทำได้ทุกอย่างโดยไม่คิดว่าการคบกันลับๆของพวกเขาจะเป็นเรื่องที่น่าแปลกอะไร ใครๆในวงการก็ทำกันทั้งนั้น

                อยู่ข้างนอกศุทธวีร์จะทำตัวสุภาพ รักษาระยะห่างจากสิตางศุ์โดยไม่แสดงพิรุธออกมาให้ใครจับได้ แต่ในเวลาส่วนตัว เขาเองในช่วงแรกๆก็ดูแลเธออย่างดี ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน ห้องก็สะอาดน่าอยู่ แน่นอนว่าการที่เปิดประตูห้องมาเจอเขาอยู่นั้น ทำให้หัวใจของสิตางศุ์มีความสุขกว่าอะไรทั้งหมด มันเป็นช่วงเวลาดีๆที่เธอคิดว่าตัวเองคิดไม่ผิดที่เลือกผู้ชายคนนี้.....

                เมื่อตั้งสติได้ว่าเธออยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายที่ทำให้เธอตกนรกมา 5 ปีเต็มๆ สิตางศุ์ก็ผลักเขาออกด้วยแรงทั้งหมดที่มีจนทำให้ชายหนุ่มถึงกับล้มก้นจ้ำเบ้า กว่าจะหายเจ็บและลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ร่างบางก็เดินหายไปแล้ว

                ตอนที่เดินออกมาอย่างไม่รู้ทิศทางและในขณะที่กำลังจะเดินไปรอตะวันตามที่นัดหมาย ไหล่บางก็ถูกมือหนาของคนๆหนึ่งจับเอาไว้แน่น

                “คุณซัน?!

                “ตกใจอะไร ผมเรียกสิตางศุ์ตั้งนานก็ไม่ได้ยิน”วราทิตย์ยิ้มให้หญิงสาวกับท่าทีตระหนกตกใจ

                “ยังไม่กลับอีกหรอคะ สิตางศุ์เห็นคุณขึ้นรถไปกับผู้จัดการไปแล้วนี่!”ตอนที่เขากำลังถูกพิมพ์ดาวเกาะแกะไม่เลิก วราทิตย์ก็ใช้จังหวะที่สะดวกเดินเข้ามาหาเธอเพื่อเป็นไม้กันหมาส่งเขาขึ้นรถ ซึ่งก็เห็นอยู่ชัดๆว่าเขากลับไปก่อนสักพักแล้วเพราะกว่าที่หญิงสาวจะเก็บข้าวของส่วนตัวเสร็จก็นานพอดู การที่เขาโผล่มาอยู่ตรงนี้ตอนนี้ทำให้เธอประหลาดใจมาก

                “ผมลืมของก็เลยให้นายพัฒน์วนกลับมา บังเอิญเห็นว่าสิตางศุ์ยังอยู่ก็เลยจะมาถามว่ากลับยังไง คุณพีทไปไหน?”

                “อ๋อ....สิตางศุ์ให้น้องชายมารับค่ะก็เลยบอกคุณพีทให้กลับไปก่อน”หญิงสาวตอบพลางมองซ้ายมองขวา เพื่อดูว่าน้องชายมาแล้วหรือยัง

                “ผมอยู่เป็นเพื่อนสิตางศุ์ก่อนก็แล้วกัน ถึงจะยังมีทีมงานยังไม่กลับแต่มันก็อันตรายนะที่นักแสดงสาวจอมเหวี่ยงจะมายืนอยู่คนเดียวมืดๆแบบนี้”ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมจ้องหน้าหญิงสาวตรงๆเพื่อสังเกตสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนักของเธอ และนั่นทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก

                “ขอบคุณนะคะ”สิตางศุ์หันไปขอบคุณนักแสดงหนุ่มที่มีน้ำใจ ตอนนี้สภาพจิตใจของเธอไม่ค่อยคงที่นักเลยไม่ค่อยอยากอยู่คนเดียวเท่าไร  หากมีคนมายืนเป็นเพื่อนคงดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องคิดมาก

                “แล้วน้องชายสิตางศุ์ใกล้ถึงหรือยัง?”

                “ส่งข้อความมาบอกว่าใกล้แล้วล่ะคะ”พูดจบบรรยากาศโดยรอบก็เงียบตามเดิม ความจริงสิตางศุ์ก็อยากจะชวนคุยแต่ก็ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรดี ส่วนวราทิตย์เองเห็นท่าทางของหญิงสาวก็เพียงแต่ยืนมองนิ่งๆราวกับกำลังคิดอะไรในใจ

                เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน นักแสดงหนุ่มก็ยิ่งเห็นหัวคิ้วของสิตางศุ์ค่อยๆขยับเข้าหากัน ในแววตาที่เคยฉายแววเกรี้ยวกราดค่อยๆหม่นแสงลงคล้ายกับเขายืนอยู่กับร่างที่ไร้วิญญาณ

                “สิตางศุ์?”

                “คะ?”

                “ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ บอกผมได้นะ....ถ้ามีอะไรที่ผมช่วยได้ผมก็ยินดีช่วย”คำพูดของวราทิตย์ไม่ได้อ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความจริงใจและเอาจริง

                เพราะสิตางศุ์ไม่ได้สนิทกับวราทิตย์มากนัก ภาพส่วนใหญ่ที่เห็นก็มักจะเป็นใบหน้าสดใสยิ้มแย้มเข้าหาคนง่าย ซึ่งลึกๆในใจสิตางศุ์ก็รับรู้ว่าเขาเพียงแค่แสดงละคนให้คนอื่นๆดู เพราะสัญชาตญาณเธอบอกว่าตัวชายหนุ่มไม่ใช่คนที่น่าเข้าใกล้เท่าไร แต่ ณ ตอนนี้ที่นักแสดงหนุ่มอยู่ตรงหน้าหญิงสาวก็มีแต่ความรู้สึกที่อยากจะเดินหนีไปให้ไกล เพราะแววตาและท่าทางของเขาน่ากลัวมากจริงๆ

                “เอ่อ...ผมหมายถึงว่าเราก็ทำงานด้วยกันมานาน มีอะไรที่พอช่วยได้ผมก็อยากช่วย เหมือนที่สิตางศุ์ช่วยผมจากพิมพ์ดาวไง”เหมือนกับรู้ตัวว่าตนเองนั้นเผยธาตุแท้ของตัวเองออกมาอย่างไม่รู้ตัว วราทิตย์ที่เห็นว่าสิตางศุ์จ้องมองมาอย่างนิ่งอึ้งจึงพยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมและพยายามพูดกลั้วหัวเราะอย่างไม่จริงจัง

                “ขอบคุณนะคะ แต่สิตางศุ์ไม่เป็นไรค่ะ สบายดี”หญิงสาวพยายามยกยิ้มอย่างฝืนๆ ในขณะที่โทรศัพท์ในมือมีเสียงข้อความเตือนเข้ามา

                [ผมถึงแล้วนะ]

                “น้องชายสิตางศุ์มาแล้ว สิตางศุ์ขอตัวนะคะ”

                เหมือนกับได้รับการปลดปล่อยจากสถานการณ์อึดอัด สิตางศุ์ที่ได้รับข้อความจากน้องชายจึงหันไปก้มหัวขอบคุณวราทิตย์ที่อยู่เป็นเพื่อนและกำลังจะเดินจากไป เพียงแต่ไม่คิดว่าจู่ๆมือหนาของเขาจะตรงเข้ามาจับมือของเธอเอาไว้แน่นในขณะที่เธอไม่รู้ตัว

                “เห้ย!

                เสียงของตะวันที่ตะโกนขึ้นพร้อมกับเงาร่างใหญ่ที่พุ่งเข้ามา ทำให้หญิงสาวร่างบางถูกเหวี่ยงให้หมุนรอบตัวหนึ่งรอบก่อนที่จะมีมืออบอุ่นที่แสนคุ้นเคยของน้องชายจับเอาไว้ รู้ตัวอีกทีเธอก็เห็นแผ่นหลังหนาๆของน้องชายที่ยืนอยู่ข้างหน้าเรียบร้อยแล้ว

                วราทิตย์ที่จู่ๆถูกปัดมือออกค่อนข้างไม่พอใจอย่างมาก  แต่มานึกดูอีกทีเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเช่นกันว่าทำไมถึงได้ทำตัวเสียสติไปคว้ามือของสิตางศุ์เอาไว้ไม่ยอมให้เธอเดินไป ดังนั้นเมื่อหายจากอาการไม่เข้าใจตัวเอง ชายหนุ่มก็จ้องมองตรงไปยังผู้ชายตรงหน้าที่เขาไม่ค่อยคุ้นตา แต่ถ้าสังเกตดีๆจะพบว่าคนๆนี้มีลักษณ์โครงหน้าคล้ายกับนักแสดงสาวอย่างสิตางศุ์อย่างมาก ถือว่าเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดีมากกว่ารูปถ่ายที่เขาได้มาในเอกสารข้อมูลส่วนตัวของสิตางศุ์เสียอีก

                “สวัสดีครับ ตะวันใช่ไหม ได้ยินเรื่องนายมาเยอะเลยจากสิตางศุ์”

                “ห๊ะ?”ตะวันที่กำลังไม่พอใจที่เห็นพี่สาวถูกคนตรงหน้าจับไม้จับมือนั้นทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเมื่อได้ยินคำทักทายที่เป็นกันเองและเมื่อมองหน้าผู้ชายคนนี้ดีๆก็พบว่าชายหนุ่มที่เขาคิดว่ารังแกพี่สาวคือเพื่อนร่วมงานที่แสดงละครร่วมกับสิตางศุ์มาหลายเรื่องนั่นเอง

                “หวงพี่สาวดีจังเลยนะ แต่ไม่น่ามารับช้าแบบนี้”วราทิตย์ยิ้มอย่างเป็นมิตรแต่สิตางศุ์ที่อยู่ด้านหลังของน้องชายกลับรู้สึกว่าคำพูดของเขามีอะไรแอบแฝงคล้ายๆกับตำหนิตะวันเสียด้วยซ้ำ

                “รีบกลับกันเถอะตะวัน เดี๋ยวกลับบ้านช้านะ”

                “เอ่อ...ครับๆ”

                วราทิตย์มองสองพี่น้องที่เดินเคียงข้างกันไปด้วยใบหน้าตึงเครียด ความจริงเขาไม่ได้กลับมาเอาของแต่รู้สึกเป็นห่วงสิตางศุ์อย่างบอกไม่ถูกเพราะเห็นว่าเธอไล่ผู้จัดการส่วนตัวกลับไปก่อน ตอนที่ถึงกลางทางเขาจึงไล่พัฒนะลงจากรถเพื่อที่จะได้วนกลับมาที่นี่อีกครั้ง




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.651K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,053 ความคิดเห็น

  1. #2041 My_SouL (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 10:52
    เรื่องมารับช้านี่เห็นด้วยกับคุณซันนะ ไม่รู้คนอื่นคิดยังไง แต่ส่วนตัว เวลากลางคืนหรือดึกไม่ควรให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายรอ ผู้ชายควรเป็นฝ่ายมารอ แต่ก็นั่นแหละ ถ้านางเอกไม่ได้รอ คงไม่มีเหตุการณ์อะไร
    #2,041
    0
  2. #2034 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 03:26

    สิตางค์โดนแผนขัดขาให้ล้มเพื่อเข้าช่วยเหลือใช่มั๊ยเนี่ย

    #2,034
    0
  3. #608 fahrugnam (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 14:34
    5555 พัฒนะบอกทิ้งกันอย่างนี้เลยเหรอ
    #608
    0
  4. #230 สักวัน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 12:18

    ติิิิิิิิิิิิดตามมมมมมมม

    #230
    0
  5. #86 Yunha (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 20:48

    ตกลงคุณซันมาทันตอนที่ธีมดักพบสิตางค์แล้วเห็นมีคนแอบถ่ายภาพหรือเปล่านะลุ้นๆ

    #86
    0
  6. #79 Nu W Woon Smile (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 21:31
    รอไรท์อัพต่ออยู่นะค่ะ
    #79
    0
  7. #78 mykray (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 07:18
    คุณซันร้ายนักนะ
    #78
    0
  8. #77 miyumiyu (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 13:43
    ไรท์ใจดี~~~ ขอบคุณฮะ
    #77
    0
  9. #76 poosurat (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 13:14
    ขอบคุณค่ะ
    #76
    0
  10. #75 Someonepp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 12:52
    ยิ่งอ่านอดีต ธีมคือโคตรของโคตรเลว เล่นมันหนักๆเลยสิตางค์ ผู้ชายชั่วๆอบบนี้สมควรทำให้ไม่มีที่ยืนในสังคม
    #75
    0
  11. #74 jamlongluxjj (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 09:33
    สนุกมากๆค่ะ
    #74
    0
  12. #73 Nu W Woon Smile (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 09:33

    สนุกคร้าาา
    #73
    0