มายาแค้น

ตอนที่ 10 : 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,168
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,710 ครั้ง
    16 ส.ค. 62

9


               วันนี้เป็นวันเปิดกล้องวันแรก สิตางศุ์มาถึงกองถ่ายก่อนเวลานิดหน่อย ตอนนี้หญิงสาวย้ายกลับไปอยู่บ้านอย่างจริงจัง ซึ่งค่อนข้างห่างไกลจากตัวเมือง ขนาดที่ว่าออกมาแต่เช้าแต่ก็ยังไม่พ้นรถที่ติดแน่นเป็นระยะๆ

                “ถ้าวันไหนเลิกเย็นมากๆหรือว่าเลิกดึก สิตางศุ์จะให้ตะวันมารับแทนนะคะ”นักแสดงสาวเดินคุยมากับผู้จัดการส่วนตัวและกำลังถกเถียงกันเรื่องไปรับ-ไปส่ง

                “ผมบอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร ผมดูแลสิตางศุ์ได้”

                “แค่ต้องตื่นเช้ามากๆเพื่อมารับสิตางศุ์ก็มากพอแล้วนะคะ อย่าให้ต้องกลับบ้านดึกดื่นไปด้วยเลย ถ้าไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ ร่างกายคุณพีทจะรับไหวได้ยังไง ระยะทางไปกลับระหว่างบ้านสิตางศุ์กับบ้านคุณพีทไม่ใช่ใกล้ๆนะคะ ขับไปขับกลับ อันตรายตายเลย”ความจริงแล้วสิตางศุ์สามารถขับรถเองได้ แต่เพราะช่วงแรกๆที่เข้าวงการและเริ่มมีชื่อเสียงเธอรับงานมากเกินไปบวกกับยังไม่มีผู้จัดการส่วนตัวดูแล พีทเองยังต้องแบ่งไปดูแลนักแสดงในสังกัดคนอื่นๆด้วย ดังนั้นการหักโหมทำงานหนักทำให้เธอเคยหลับในจนเกือบประสบอุบัติเหตุ แม้ว่าตอนนี้เธอจะไม่ได้รับงานหนักขนาดนั้นแล้ว แต่ทุกคนลงความเห็นว่าเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สิตางศุ์จึงถูกห้ามไม่ให้ขับรถอีก

                “แต่ว่า.....”

                “ไม่มีแต่ค่ะ สิ่งที่สิตางศุ์ตัดสินใจแล้วถือว่าสิ้นสุดค่ะ!”สิตางศุ์ยกมือห้ามผู้จัดการส่วนตัวไม่ให้พูดต่อ ท่าทางเผด็จการและหยิ่งยโสปรากฏแก่สายตาของนักแสดงคนอื่นๆและทีมงานที่นั่งมองทั้งสองคนอยู่จากที่ไกลๆ ทุกคนจะไม่ได้ยินบทสนทนาของคนทั้งคู่ จึงเดาเอากันเองว่าคงไม่ใช่เรื่องดีจากท่าทางของหญิงสาว

                พฤติกรรมของสิตางศุ์เป็นที่ครหาของคนหมู่มากมานาน  แม้ว่าช่วงหลังๆจะมีข่าวด้านดีๆขึ้นมาบ้าง แต่คนที่ทำงานมานานกลับไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าคนอย่างสิตางศุ์จะมองเห็นใครอยู่ในสายตา ทุกคนได้แต่มองผู้จัดการส่วนตัวของนักแสดงสาวด้วยความเห็นใจเมื่อเห็นว่าเขาทำสีหน้าอ่อนใจระคนอ่อนโยน

                “ผู้จัดการส่วนตัวของพี่สิตางศุ์ใจดีจังเลยนะคะ โดนว่าขนาดนั้นยังยิ้มอยู่อีก”พิมพ์ดาวเอียงคอพูดอุบอิบเบาๆ อย่างจงใจให้คนแถวนั้นได้ยิน

                “ใจดีอะไร เรียกว่าโง่ต่างหากถึงจะถูก ปล่อยให้คนแบบนี้จิกหัวใช้ไม่ยอมตอบโต้บ้าง”

                “เหอะ....จะเรียกว่าโง่ก็ไม่ได้นะ แม่นั่นทำเม็ดเงินให้ตั้งเท่าไร ต่อให้โดนมากกว่านี้ก็ต้องยอม ก็คนมันดังนี่นะ”เมื่อได้ฟังบรรดานักแสดงคนนั้นพูดที คนนี้พูดบ้างถึงนางเอกสาวดาวรุ่ง พิมพ์ดาวก็ยกยิ้มมองคนตรงหน้าที่อยู่ไกลๆอย่างมีแผนการ

                ในขณะที่สิตางศุ์กำลังจะเดินไปเข้าฉาก เธอเห็นคนรักเก่าในชีวิตก่อนทำท่าจะเดินเข้ามาทักทาย ภาพเหตุการณ์ในครั้งนั้นค่อยๆเริ่มฉายชัดซ้ำไปซ้ำมาในหัวไม่หยุดอีกครั้ง เพื่อย้ำเตือนความโง่เขลาของตัวเอง

                สวัสดีครับสิตางศุ์....ผมเรียกคุณว่าสิตางศุ์เฉยๆได้ไหม?รอยยิ้มอันอบอุ่นที่ศุทธวีร์ส่งให้ ทำให้สิตางศุ์ที่กำลังหัวเสียกับผู้จัดการส่วนตัวยกยิ้มให้เขาอย่างไม่รู้ตัว อารมณ์ขุ่นมัวในใจก็พลอยหายไปด้วย

                ผมกับสิตางศุ์อายุเท่ากัน จริงๆผมแก่เดือนกว่านิดหน่อย คือ.....ผมอยากสนิทกับสิตางศุ์นะครับท่าทางเขินๆที่แสดงออกมาอย่างสุภาพไม่เหมือนผู้ชายคนไหนที่เคยเข้าหา ส่วนใหญ่ทุกคนมักคิดว่าเธอชอบผู้ชายเจ้าชู้ลุคแบดบอยเพราะมันท้าทาย ทั้งๆที่ความจริงแล้วสิตางศุ์ก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาที่ต้องการผู้ชายที่ดีและจริงใจ

                “ได้สิคะ ถ้าอย่างนั้นให้สิตางศุ์เรียกคุณว่า....”เธอรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มมีชื่อเสียง ตอนแรกเธอไม่คิดจะใส่ใจแต่เมื่อถูกหยิบยื่นมิตรภาพมาให้เธอก็ยินดีที่จะรับ

                “ธีมครับ....เรียกผมว่าธีม”

                “ค่ะธีม เรา....เอ่อ...สิตางศุ์ช่วยต่อบทให้ไหมคะ พอดีว่ายังไม่ถึงคิวสิตางศุ์”

                “ดีสิครับ สิตางศุ์ใจดีที่สุดเลย”อาจจะเพราะคำพูดเป็นกันเองราวกับว่าเอ็นดูการกระทำของเธอ หรืออาจจะเพราะรอยยิ้มแสนหวานที่เขาส่งมาให้ ทุกอย่างในตัวของศุทธวีร์ค่อยๆสว่างชัดขึ้นในใจของสิตางศุ์อย่างรวดเร็ว โดยที่เธอไม่รู้เลยว่านี่เป็นกับดักอันร้ายกาจที่พาเธอไปสู่จุดจบที่น่าเศร้า

                “สวัสดีครับสิตางศุ์....ผมเรียกคุณว่าสิตางศุ์เฉยๆได้ไหม?”สิตางศุ์มองคนตรงหน้าพร้อมกับกำมือแน่นอย่างเคียดแค้นกับท่าทาง คำพูด รอยยิ้ม ทุกอย่างในตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากเดิมเลย ณ นาทีนี้เธอไม่รู้จริงๆว่าศุทธวีร์วางแผนทุกอย่างมาตั้งแต่แรกหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆหลังจากนี้เขาก็จะใช้เธอเป็นบันไดไปสู่ความสำเร็จ

                “ไม่สะดวกค่ะ”กว่าหญิงสาวจะหาเสียงตัวเองเจอ ในใจก็นับเลขไปหลายร้อยเข้าไปแล้ว

                “เอ่อ....ผมกับสิตางศุ์อายุเท่ากัน จริงๆผมแก่เดือนกว่านิดหน่อย คือ.....ผมอยากสนิทกับสิตางศุ์นะครับ”ศุทธวีร์มองสิตางศุ์อย่างทำตัวไม่ถูกเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอตอบกลับมาอย่างไม่ไว้หน้าสักนิด แม้ว่าเขาจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับนักแสดงสาวคนนี้มามาก แต่ก็ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเองรวดเร็วทันใจแบบนี้

                ศุทธวีร์มีเป้าหมายในการเข้ามาทักทายสิตางศุ์ ดังนั้นไม่ว่าจะเจอกับอะไรหรือนิสัยแย่ๆของคนตรงหน้ามากแค่ไหน เขาก็จะไม่ยอมแพ้และถอดใจเด็ดขาด ยังไงเขาก็ต้องสนิทกับผู้หญิงคนนี้ตามที่หัวใจเรียกร้องให้ได้!

                “อ้าว....สิตางศุ์”ยังไม่ทันที่ได้จะได้รับคำตอบจากหญิงสาว เสียงทุ้มน่าฟังก็ดังขึ้นพร้อมกับตัวของวราทิตย์ที่เดินเข้ามาใกล้

                “คุณซัน สวัสดีค่ะ”ตั้งแต่ที่เขาไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาลอย่างไร้มารยาทและไม่มีความเกรงใจ สิตางศุ์ก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลยจนกระทั่งวันนี้ ถึงอย่างนั้นก็ยังคงขอบคุณเขาในใจที่มาทักทายได้จังหวะพอดี

                “ไม่สบายหายดีแล้วนะ”วราทิตย์ถือวิสาสะใช้หลังมือแตะที่หน้าผากของหญิงสาวอย่างสนิทสนม

                ท่าทางของวราทิตย์กับสิตางศุ์ทำให้ศุทธวีร์รู้สึกอึดอัดและไม่ชอบใจคับแน่นอยู่ในอก เหมือนกับว่าเขาเป็นส่วนเกินและกำลังถูกแย่งของรักไปต่อหน้าต่อตา อีกอย่างเขายืนอยู่ตรงหน้าชัดๆแต่พระเอกคนดังกลับทำเป็นมองไม่เห็น

                “สวัสดีครับคุณซัน”

                “อ๋อ...สวัสดีครับ คุณศุทธวีร์ใช่ไหม....ได้ร่วมงานกันครั้งแรกพยายามเข้านะครับ”เมื่อถูกขัดจังหวะที่จะได้คุยกับสิตางศุ์ วราทิตย์จึงต้องหันไปทักทายนักแสดงหน้าใหม่อย่างเสียไม่ได้ด้วยรอยยิ้มอันเป็นมิตร

                “เรียกผมว่าธีมเฉยๆก็ได้ครับ”

                “ผมไม่ค่อยถนัดเรียกชื่อเล่นใครถ้าไม่สนิท แล้วก็ไม่ชอบให้ใครที่ไม่สนิทมาเรียกชื่อเล่นด้วยเหมือนกัน”ชายหนุ่มตอบพลางยกยิ้มมากกว่าเดิม น้ำเสียงที่พูดก็เรียกได้ว่าปกติและมีมารยาท ไม่ได้เป็นการดูถูกอะไร เพียงแค่ชี้แจงอย่างสุภาพกลับไป จากนั้นวราทิตย์ก็จูงมือสิตางศุ์เดินไปด้วยกัน

                ศุทธวีร์มองตามหลังทั้งสองคนด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก วันนี้เขาถูกพระเอก นางเอกของเรื่องปฏิเสธที่จะทำความรู้จักพร้อมกันจนไม่รู้ว่าหน้าแตกไปกี่รอบ

 

                “คุณซัน?”สิตางศุ์เรียกชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าเดินมาไกลจากศุทธวีร์พอสมควร ซึ่งเมื่อวราทิตย์ถูกเรียกมุมปากก็ยิ้มกว้าง จากนั้นก็หันไปมองหญิงสาวที่จ้องหน้าเขาอยู่

                “เรียกชื่อเล่นผมแบบนี้แปลว่าสิตางศุ์กับผมสนิทกันสินะ”ชายหนุ่มพูดเย้าคนตรงหน้าที่ดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจในสิ่งที่เขาพูดออกไปเลย อีกอย่างเจ้าตัวไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่าชายหนุ่มไม่ได้เรียก คุณๆ ผมๆ อย่างห่างเหินอีกต่อไปแล้ว

                “นี่มันไม่สนุกเลยนะคะ ถ้าเขาเอาคำพูดของคุณซันไปตีความอย่างอื่นแล้วไปบอกนักข่าวจะทำยังไง?”ที่ผ่านมาภาพลักษณ์ของวราทิตย์คือชายหนุ่มแสนอบอุ่นใจดีและเป็นที่รักของทุกคน นักแสดงชายตรงหน้าเป็นคนที่ใครๆก็อยากทำงานด้วยเพราะเขาสามารถสนิทกับคนได้ง่าย แม้ว่าจะมีระยะห่างบ้างแต่ก็เรียกได้ว่าเขาเป็นคนเฟรนลี่คนหนึ่ง ดังนั้นแม้คำพูดที่วราทิตย์พูดกับศุทธวีร์จะพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่คนอย่างคนรักเก่าที่ทำให้เธอตกนรกทั้งเป็นมาตลอด 5 ปี สิตางศุ์รู้ดีว่าเขามีความทะเยอทะยานขนาดไหนและเขาก็พร้อมจะทำลายคนที่อยู่สูงกว่าทุกเมื่อ

                “ก็สิตางศุ์ไม่ชอบนักแสดงหน้าใหม่คนนั้นไม่ใช่หรอ?”

                “แล้วมันเกี่ยวอะไรด้วยคะ?”คำถามที่ถามจากปากของวราทิตย์อย่างไม่แยแสกับคำพูดของเธอก่อนหน้านี้ ทำให้สิตางศุ์ต้องมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ การที่เธอไม่ชอบศุทธวีร์เกี่ยวอะไรกับเขาที่พูดออกไปแบบนั้น

                “เวลามีอะไร คนเราก็ต้องหนุนคนกันเองมากกว่าคนอื่นไม่ใช่หรอ สิตางศุ์ไม่ชอบ ผมก็ไม่ชอบ....อีกอย่างนะ ผมจะไม่พูดซ้ำเป็นครั้งที่สามแล้วนะ ว่าเวลาไม่ชอบใครห้ามทำร้ายตัวเอง”วราทิตย์จับมือของสิตางศุ์ขึ้นมาคลี่ดูฝ่ามือที่มีรอยเล็บสีแดงกดลึกเรียงสวยก็ขมวดคิ้วไม่ชอบใจ

                ความจริงเขาสังเกตเห็นสิตางศุ์ตั้งแต่เธอเดินมาแล้วและกำลังจะเดินเข้าไปทักทายเพียงแต่มีคนตัดหน้าไปเสียก่อน ซึ่งท่าทางของสิตางศุ์ไม่ต่างอะไรกับในห้องประชุมวันนั้น แม้ว่าหญิงสาวจะเก็บสีหน้าได้ดีแต่มือที่กำแน่นไม่ยอมปล่อยทำให้เขารู้ว่าเธอกำลังอดทนอย่างมาก หากว่าเขาไม่เข้าไปทักขัดจังหวะก็กลัวว่าอีกหน่อยนางเอกของเรื่องคงอาจจะถูกเปลี่ยนตัว

                “ปล่อยมือได้หรือยังคะ?”สิตางศุ์มองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจที่ถูกเขามองออก ทั้งๆที่พยายามเก็บความรู้สึกแล้วแท้ๆ อีกอย่างเธอก็ไม่ชอบให้เขามาแตะเนื้อต้องตัวง่ายๆแบบนี้ด้วย

                “ผมก็แค่เป็นห่วง การทำร้ายตัวเองบาดเจ็บมันจะมีผลเสียตามมาเยอะ สิตางศุ์ต้องถ่ายละครนะ นี่ดีที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่ถ้าเป็นมากจะทำยังไง มันไม่คอนทินิวเข้าใจหรือเปล่า?”

                “สิตางศุ์จะจำไว้ก็แล้วกันนะคะ....แต่ถ้าคุณซันยังไม่ปล่อยมือแบบนี้ไม่กลัวว่าคนอื่นๆที่เดินไปเดินมาเอาไปพูดมากหรือไง ข่าวช่วงนี้ยิ่งเงียบๆอยู่ด้วย”พูดๆไปก็เหมือนวราทิตย์กำลังว่าเธอว่าไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน ดังนั้นหญิงสาวจึงหน้าหงิกงอยิ่งกว่าเดิมพร้อมกับจะดึงมืออกแต่มือหนากลับยังคงจับไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเหมือนครั้งก่อนไม่มีผิด

                “มองรอบๆดูนะสิตางศุ์ มีใครสนใจเราสองคนบ้าง?”วราทิตย์ยักคิ้วทำหน้าไม่สะทกสะท้านพลางมองไปรอบตัวที่มีทีมงานเดินไปสวนไปมา ซึ่งทุกคนไม่มีท่าทีสนใจเขากับสิตางศุ์สักนิด

                ที่ผ่านมาวราทิตย์ไม่เคยมีข่าวเสียหายกับนักแสดงร่วม ยิ่งกับสิตางศุ์ที่ร่วมงานกันมานานกลับไม่เคยมีข่าวอะไรเลย ดังนั้นหากจะมีคนมองมาบ้างก็คิดได้แค่ว่าทั้งคู่กำลังทำความเข้าใจตัวละครและซักซ้อมบทกันอยู่นั่นเอง

                “เหอะ!”หญิงสาวที่มองรอบข้างและรับรู้ว่าไม่มีใครสนใจก็รีบสะบัดมือออกทันทีด้วยความหงุดหงิด ท่าทางของนักแสดงหนุ่มตรงหน้าช่างกวนอารมณ์เธอเหลือเกิน มันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นของเล่นชิ้นหนึ่งที่เขากำลังให้ความสนใจ

                การถ่ายทำในวันนี้เป็นการถ่ายฉากเปิดตัวของตัวละครหลัก ซึ่งเป็นการเจอหน้ากันครั้งแรกของพระเอกนางเอกของเรื่อง แน่นอนว่าการถ่ายทำวันนี้ค่อนข้างที่จะเครียดพอสมควร เพราะทั้งหมดเป็นการกำหนดทิศทางในส่วนหนึ่งของละครว่าเป็นละครแนวไหน สิตางศุ์รับบทเป็นลูกสาวของประธานบริษัทซึ่งถูกพระเอกที่รับบทโดยวราทิตย์ได้ซื้อหุ้นไป เธอจะต้องเล่นให้ดูโดดเด่นและมีไหวพริบดีพอเพื่อแย่งชิงบริษัทของตัวเองกลับคืนมา

                แม้ตัวบทจะดูไม่ยาก แต่เรื่องที่ทำให้สิตางศุ์จะต้องทำการบ้านหนักทุกครั้งคือการเล่นละครคู่กับวราทิตย์ เพราะชายหนุ่มเป็นคนที่เข้าถึงบทบาทมากจนบางครั้งอาจจะทำให้ตัวละครอื่นๆรอบข้างไร้ตัวตนและไม่มีความสำคัญไปเลย ฉะนั้นแล้วหากไม่ถีบตัวเองขึ้นมาก็ไม่มีทางจะได้ฉายแสง และในวงการนี้คนที่จะเล่นคู่กับวราทิตย์ได้อย่างเท่าเทียม เคมีเข้ากันได้มีน้อยมาก แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือสิตางศุ์

                “เอาล่ะนะสิตางศุ์ ตอนซันเดินเข้ามาอย่าเพิ่งรีบเงยหน้าขึ้นมอง ต้องทำเป็นไม่สนใจแต่ในใจเราก็รับรู้แล้วแหละว่ามีคนมาและคนมาเป็นใคร มาเพื่อจุดประสงค์อะไร แล้วพอซันมายืนตรงนี้....สิตางศ์ก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ตรงนี้กล้องจะรับหน้าสิตางศุ์ช้าๆนะ”หญิงสาวพยักหน้ารับคำสั่งผู้กำกับที่เข้ามาบรีฟงานก่อนจะนั่งลงประจำที่โต๊ะทำงานขนาดใหญ่เพื่อรอการถ่ายทำในฉากแรกของเรื่อง

                สิตางศุ์ชอบการแสดงมากเพราะเหมือนกับว่าเธอได้รู้จักผู้คนผ่านตัวละครและได้ทำความเข้าใจชีวิตกับบทบาทที่ได้เล่นซึ่งในชีวิตจริงเธอไม่สามารถทำได้ ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองมีพรสวรรค์ นี่ก็เป็นสิ่งที่เธอภูมิใจกับมันอย่างมาก เธอรักการแสดงจนลืมผู้คนรอบข้างและสุดท้ายแล้ว คนในชีวิตจริงก็ได้พรากสิ่งที่เธอภูมิใจไป

                ....เพราะคำว่ารักคำเดียวที่ทำให้เธอโง่จนเกินเยียวยา....

                “เอานะ....ทุกคนเตรียมตัว....พร้อม!!”สิตางศุ์หลับตาเรียกสมาธิและลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในหัวเมื่อได้ยินเสียงผู้กำกับกำลังจะเริ่มถ่ายทำ

                “แอคชั่น!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.71K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,066 ความคิดเห็น

  1. #1830 saro116 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 07:22
    สงสารนางนะ ต้องมาอยู่ใกล้กับคนที่ไม่ชอบ กับคนที่เกลียด กับคนที่ทำร้ายตัวเอง
    #1,830
    0
  2. #1334 150221 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 19:29
    คุณซันน่ารักนะ
    #1,334
    0
  3. #228 สักวัน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 12:01

    ติิิิิิิิิิิิดตามมมมมมมม

    #228
    0
  4. #56 Nu W Woon Smile (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 19:14
    รอออออออออออออ
    #56
    0
  5. #54 Nu W Woon Smile (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 17:01

    รออ่านต่อคร้าาาา
    #54
    0
  6. #52 Someonepp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 09:33

    คุณซันเนียนจังเลยนะคะ อิอิ
    #52
    0
  7. #47 kook-kook22 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 19:52
    FC

    ซันสิตางศุ์ ค่ะ
    #47
    0
  8. #46 mykray (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 19:09
    เนียนเลยนะคะคุณซันแตะหน้าผากเอย จับมือเอย
    #46
    0
  9. #44 runa-j (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 17:57
    ละครซ้อนนิยาย
    #44
    0
  10. #43 Siidam (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 17:53
    รอทุกวันจ้า ชอบมาก
    #43
    0