[ทำมือ+E-book] Doctor Please อย่าอ่อยมาก...เดี๋ยวยอม

ตอนที่ 6 : [รีอัพ] หมอต้าคนอ่อย : Chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,732
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 230 ครั้ง
    2 เม.ย. 63




5

       

            ตึกตัก ตึกตัก       

     ฉันนั่งกุมหน้าอกตรงตำแหน่งของหัวใจไว้เพราะกลัวว่ามันจะหลุดออกมา ถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันจะนั่งอยู่บนรถแล้วแต่สัมผัสอบอุ่นที่เจือจางอยู่บนศีรษะทำให้ฉันนั่งนิ่งอยู่ที่เบาะไม่ขับรถออกไปไหน ถึงปากฉันจะทำเป็นแกล้งเขาไปว่าที่ไม่ให้ลูบหัวเพราะผมมันจะยุ่งแต่ความจริงมันไม่ใช่

     เพราะฉันกลัวจะหวั่นไหวมากกว่า

     ฉันทำใจอยู่พักใหญ่ก่อนจะตัดสินออกรถเพื่อจะกลับหอ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงที่หมาย ฉันจัดการขึ้นไปบนห้องตัวเองโดยที่ไม่ลืมส่งข้อความหาหมอต้าด้วย ก็แบบบอกเขาไว้แล้วนี่เนอะว่าจะไลน์ไปบอกอะ

            แรลลี่ไงจะใครล่ะ : ถึงห้องแล้วงับบ

            แรลลี่ไงจะใครล่ะ: ได้ส่งรูปภาพ

            พร้อมกับเซลฟี่ส่งไปเบาๆ รอไม่นานข้อความก็ถูกอ่านพร้อมกับตอบกลับมา ฉันก้มลงอ่านในใจ

            Ta Tar : ถึงสักที รอตั้งนาน

            Ta Tar : เหนื่อยมากเลยค่ะ

            Ta Tar : ได้ส่งรูปภาพ

            ฉันอดที่จะอมยิ้มไม่ได้เมื่อหมอต้าส่งรูปเซลฟี่ตัวเองกับเด็กผู้หญิงที่ร้องไห้จนตาแดงมาให้ฉัน เดาจากรูปแล้วเขาคงจะรับมือกับเด็กคนนี้ยากพอสมควร

     โอ๊ยน่ารักอะ...

               รู้สึกอยากคลอดลูกมาให้เขาดูแลจังเลยค่ะ

 

            14.04 PM.

            ฉันนั่งมองอาจารย์ประจำคลาสที่กำลังสั่งงานด้วยอารมณ์บ่จอยสุดๆ วันนี้ฉันเลิกบ่ายสองแต่นี่เลยเวลามาเกือบสิบนาทีแล้วอาจารย์ก็ไม่เห็นมีวี่แววว่าจะปล่อยสักที

               และเหมือนพระเจ้าจะได้ยินคำบ่นของฉันเพราะหลังจากที่อาจารย์สั่งงานเสร็จแกก็ปล่อยคลาสทันที ฉันหันไปมองแองเจลที่นั่งข้างๆก็พบว่าเธอเก็บของใส่กระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ดูท่าเหมือนจะจัดการตั้งนานแล้วด้วย อาการลุกลี้ลุกลนของเธอทำเอาฉันขมวดคิ้วงง เธอรีบลุกขึ้นยืนทันทีหลังจากที่อาจารย์ปิดโปรเจคเตอร์ลง

               ไปก่อนนะ

    เดี๋ย...! ”

               ฉันยังไม่ทันที่จะทัดท้านอะไรยัยเพื่อนตัวดีก็รีบปลีกตัวออกจากห้องไปเสียก่อน อะไรจะรีบปานนั้นย่ะ ว่าจะชวนไปกินไอติมสักหน่อย รู้สึกอยากกินของหวานแถมอากาศยังร้อนอีกด้วย สงสัยคงจะอโลนอีกแล้ว หาแฟนสักคนดีมั้ยเนี้ย?

               หึ...พูดเหมือนง่ายนะยัยบ้า

            Rrrr Rrrr เสียงริงโทนโทรศัพท์ที่ดังออกมาจากกระเป๋าสะพายทำให้ฉันหยุดก้าวขาที่เหลืออีกไม่กี่ก้าวก็ออกจากตึกแล้วค้นหาโทรศัพท์เจ้ากรรมที่แผดเสียงไม่หยุด พอเอาออกมาดูหน้าจอก็ต้องหัวใจกระตุกเพราะคนที่โทรมาคือหมอต้า

               ว่าไงคะ?ฉันกรอกเสียงลงไปทำให้มันปกติและแอบหวานที่สุด

               [ลี่อยู่ไหนคะ?]

               อยู่ที่มอ.คะฉันตอบไปตามความจริง ตอนนี้ฉันยังไม่ได้ออกจากมหาลัยสักหน่อย

               [อา...หมอโทรมากวนเวลาเรียนของลี่รึเปล่าคะ?] เพราะน้ำเสียงที่ฟังดูรู้สึกผิดของเขาทำให้ฉันต้องรีบตอบทันควัน

               ไม่ค่ะ ไม่กวนเลยพอดีลี่เลิกคลาสแล้วค่ะ กำลังจะออกจากมอ.

               […]

               หมอต้ามีอะไรรึเปล่าคะ?เห็นว่าเขาเงียบไปฉันจึงเป็นฝ่ายถาม

               [คือพอดีหมอออกมาข้างนอกค่ะ] ฉันเงียบ ฟังสิ่งที่หมอต้าจะพูดต่อ [แล้วรถดันมาเสียกลางคัน โทรตามช่างแล้วตอนนี้รถโดนลากไปอยู่ที่อู่]

               “…”

               [ตอนนี้ร้อนมากเลยค่ะ หิวก็หิว] น้ำเสียงเขาฟังดูออดอ้อน

               ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาต้องการอะไร

               นั่งแท็กซี่กลับสิคะฉันจึงพยายามหลีกเลี่ยง มันจะดูใจง่ายไปมั้ยถ้าฉันออกตัวไปรับผู้ชายถึงที่ ถึงแม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะหล่อวัวตายความล้มเลยก็ตามเถอะ

               ...หรือควรไปรับดีวะ?

               [กระเป๋าเงินหมออยู่ในรถค่ะ...ลืมหยิบมา] ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ เหมือนคนที่อยู่ปลายสายจะได้ยินเขาจึงพูดเสียงอ่อย [ไม่เป็นไรค่ะถ้าลี่ไม่สะดวกใจ เฮ้อ...ทำไมชีวิตน่าสงสารจัง อากาศก็ร้อนแถมยังมาหิวอีกมีหวังถ้าอยู่นานกว่านี้ได้เป็นลม...]

               หมออยู่ตรงไหนคะ?ฉันรีบถามขัดเขาที่กำลังทำตัวให้น่าสงสารที่สุด ยังไงเขาก็เป็นหมอรักษาฉันนะเว้ย เกิดฉันทำให้เขาไม่พอใจขึ้นมามีหวังเขาไม่แกล้งโดยให้ยาฉันผิดรึไง?

               [ลี่จะมารับเหรอคะ?] น้ำเสียงเขาฟังดูร่าเริงและพอใจต่างจากน้ำเสียงตัดพ้อเมื่อครู่อย่างชัดเจน พอเขาบอกโลเคชั่นฉันก็ต้องขมวดคิ้วเพราะที่ๆเขาอยู่มันไม่ห่างจากมหาลัยเท่าไหร่นัก

               หลังจากวางสายจากหมอต้าฉันก็ยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋าสะพายแล้วก้าวเดินฉับๆไปที่รถของตัวเอง ตอนออกมาจากตึกฉันเหลือบไปเห็นแองเจลกับพ็อตเตอร์หนุ่มหล่อแสนเย็นชาคณะวิศวะหนึ่งในห้าเทพของมหาลัยเดินคู่กันไปที่รถเฟอรารี่คันหรู เห็นแบบนั้นฉันก็ยกยิ้มขึ้นมา ที่รีบนี่คือจะมาหาพ็อตเตอร์?

               เห็นไม่สนใจใครแบบยัยแองเจลนี่ก็ร้ายไม่เบานะเนี้ย

               ฉันส่ายหัวให้กับเพื่อนตัวเองก่อนจะเดินไปที่รถ ปลดล็อคเข้าไปนั่งแล้วขับออกไปหาหมอต้าโดยไม่รีรอ บอกแล้วไงว่าที่ๆหมอต้าอยู่มันไม่ห่างจากมหาลัยเท่าไหร่ทำให้ฉันใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็มาถึง เห็นหมอต้านั่งรออยู่ที่ป้ายรถเมล์ ใบหน้าหล่อชุ่มไปด้วยเหงื่อก็อดเห็นใจไม่ได้ หมอต้าเป็นคนผิวขาวคิดว่าไม่นานมันคงจะเริ่มแดงเพราะนี่ก็เพิ่งจะบ่ายสองกว่า ที่เขานั่งอยู่มันไม่ได้ช่วยหลบแดดเลยสักนิด

               แรลลี่หมอต้าที่หันมาตอนฉันลดกระจกลงพอดีพลางร้องออกมาเสียงดัง ท่าทางเขาดูดีใจสุดๆ ร่างสูงก้าวฉับๆมาหาฉันแล้วเปิดประตูฝั่งข้างคนขับเข้ามานั่งทันที อา...ค่อยยังชั่วหน่อยเจ้าของประโยคจับคอเสื้อส่ายไปส่ายมา ฉันที่เห็นท่าทางอิดโรยของเขาก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ ดีที่หุบทันตอนเขาหันมามอง

               ร้อนๆแบบนี้ไปกินไอติมกันมั้ยคะ? ลี่พอจะรู้จักร้านอร่อยๆแถวนี้อยู่ฉันชวนเขา ความจริงฉันก็กะจะมากินไอติมตั้งแต่แรกอยู่แล้วนั่นแหละ ดีซะอีกมีเพื่อนนั่งกินด้วยจะได้ไม่เหงา

               กิน ไอติม ชวนกันอย่างนี้เลยเหรอคะ?ฉันพยายามที่จะไม่คิดทวนคำพูดสองแง่สองง่ามของเขาแล้วนะแต่มันห้ามไม่ได้จริงๆ ก็ฉันไม่ใช่เด็กวัยรุ่นใสๆแล้วนี่

               ทะลึ่งฉันจิกตาใส่เขาก่อนจะออกรถไปยังร้านไอติมไข่แข็งร้านโปรดของฉันเนื่องด้วยตรงที่ฉันจอดมันเป็นขาวเหลืองจอดนานไม่ได้

               ทะลึ่งอะไรคะ...คิดอะไรของลี่เนี้ย?เขาพูดยิ้มๆไม่สนใจหน้าที่เริ่มเห่อร้อนของฉันเลยสักนิด ให้มันได้อย่างนี้สิ! คอยดูเถอะ...วันไหนที่สามารถเอาคืนเขาได้ฉันสาบานว่าจะเอาคืนให้สาสม... ฉันเดินนำหมอต้าเข้ามาในร้านก่อนจะเลือกที่นั่งที่ใกล้พัดลมมากที่สุด สักพักจึงมีพนักงานเข้ามา

               รับอะไรดีคะ?

               ไอติมไข่แข็งอย่างเดียวค่ะฉันตอบโดยไม่ต้องดูเมนูเพราะฉันมาร้านนี้ประจำอีกอย่างฉันชอบกินไอติมที่ใส่ไข่แข็งอย่างเดียว เป็นพวกไม่ชอบเครื่องอย่างอื่น มันรู้สึกไม่ได้กลิ่นอายของไอติมสักเท่าไหร่

               สองครับหมอต้าบอกหลังจากฉันพูดจบ ทันทีที่พนักงานพยักหน้าแล้วเดินจากไปฉันก็หันไปพูดกับร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงข้าม

               หมอชอบกินแบบใส่ไข่แข็งเฉยๆเหรอคะ?

               ค่ะ มันรู้สึกรับรู้รสชาติของไอติมได้มากกว่า

               คิดเหมือนลี่เลยค่ะ

               คงจะเป็นเนื้อคู่กันล่ะมั้งคะกึก! ค้างครับ...ปากนี่อ้าค้างไว้เลยครับท่านผู้ชม

               หยอดได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแบบนี้นี่หมอหรือเซเว่นคะ?

               แต่งงานกันเลยมั้ยคะ?ฉันแซวทีเล่นทีจริงให้บรรยากาศมันไม่ดูอึดอัดไปเท่าไหร่ แต่คำตอบของหมอต้าทำให้ฉันรู้เลยว่าคิดผิด...

            ก็โอนะคะ

               โอน้อยออกน่ะสิอิผี!

               มาแล้วค่ะการสนทนาของเราสิ้นสุดลงที่มีไอติมไข่แข็งมาวางด้านหน้าคนละหนึ่งถ้วยและน้ำเปล่าคนละหนึ่งแก้ว ฉันจัดการดื่มน้ำก่อนจนมันหมด ปกติเป็นคนที่ติดนิสัยดื่มน้ำเยอะอยู่แล้ว ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆทำให้ผิวสวยนะเออ เพราะฉะนั้นมาดื่มน้ำเปล่ากันค่ะ

               มีอะไรรึเปล่าคะ?ฉันถามหลังจากเงยหน้าออกมาจากไอติมของตัวเองที่เพิ่งตักเข้าปากไปได้เพียงสามคำ ก็หมอต้าเขาเล่นจ้องฉันเขม็งแล้วไหนจะขมวดคิ้วย่นนั้นอีก เป็นอะไรของเขา?

            วูบหนึ่งฉันเห็นเขาหยุดกึกก่อนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

           ลี่วางช้อนเดี๋ยวนี้เขาพูดปรามเสียงเบาเพราะกลัวจะรบกวนโต๊ะข้างๆแต่น้ำเสียงดุเชิงคำสั่งของเขาพลอยทำให้ฉันวางช้อนไปด้วย

               มะ...มีอะไรเหรอคะ?ถามอย่างประหม่า

               ลี่เพิ่งไปหาหมอใช่มั้ยคะ?หมายถึงเขาน่ะเหรอ?

               ค่ะ

               แล้วลี่เป็นทอนซิลอักเสบใช่มั้ย?น้ำเสียงเขาเริ่มกดต่ำจนฉันกลัว

               ได้แต่พยักหน้ากลับไป

               หมอว่าหมอสั่งห้ามไว้แล้วนะว่าห้ามกินของเย็นน้ำเย็นก็ห้าม...ไอติมนี่ยิ่งแล้วใหญ่ พูดจบไม่พอหมอต้าก็ยื่นมือมาคว้าถ้วยไอติมของฉันไปแล้วตักกินหน้าตาเฉย ฉันพยายามจะดึงกลับเขาก็ทำตาโหดใส่

               จำได้ว่าสั่งห้ามแต่ไม่ให้กินฉันก็ลงแดงเลยดิ

               ครั้งเดียวเองนะคะหมอต้าขา ไม่ได้กินทุกวันสักหน่อย น๊าาาฉันเริ่มปฏิบัติการขี้อ้อนที่ไม่ว่าคนที่ฉันอ้อนจะเป็นใครคนๆนั้นก็จะแพ้ลูกอ้อนฉันทุกที แต่ดูท่าแล้วคนนี้คงยากเพราะนอกจากไม่ตกลงแล้วยังเอามือมาปิดตาไว้อีก

               อย่างอแง เดี๋ยวพาไปซื้อบราวนี่สิ่งที่หมอต้าพูดขึ้นมาทำเอาฉันเงียบ ไอติมกับบราวนี่...ฉันเลือกบราวนี่

               “…” หมอต้าเอามือที่ปิดตาออกแล้วจ้องมาที่ฉัน

               ตอนผ่านมาหมอเห็นมีร้านเบเกอรี่อยู่ใกล้ๆนี้เองค่ะใช่ มันเป็นร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ออกแบบสไตล์น่ารักๆที่ฉันยังไม่ได้เคยเข้าไป แต่คิดอยู่เหมือนกันว่าจะไปเพราะร้านมันดึงดูดมาก บราวนี่แทนไอติม แต่ถ้าลี่ไม่อยาก...

               ไปค่ะ!” ฉันรีบโพล่งขึ้นมาจนรอบข้างหันมามองแต่ไม่สนใจ ตอนนี้ฉันทำตาวิบวับใส่หมอต้า แวบหนึ่งฉันเห็นว่าเขาหน้าแดงแต่ก็หายไปจึงคิดว่าคงจะตาฝาด

               นึกดูดีๆก็รู้สึกน้อยใจเหมือนกันแฮะ หมอต้าเขามาเหมือนจะจีบฉันแท้ๆแต่กลับลืมว่าฉันทอนซิลอักเสบ เขาดูไม่เห็นจะใส่ใจอะไรฉันเลย...

               งั้นรอแป๊บนะคะหมอต้ารีบจัดการกับไอติมสองถ้วยตรงหน้า ถ้วยหนึ่งของเขาส่วนอีกถ้วยของฉัน ฉันมองเขากินตาละห้อย ไม่เป็นไรนะยัยลี่เดี๋ยวก็ได้กินบราวนี่แล้ว... หลังจากที่ฉันจ่ายเงินเรียบร้อยเราทั้งคู่ก็เดินออกมาที่ฟุตบาท มุ่งหน้าไปยังร้านเบเกอรี่สีพาสเทล

            กริ๊ง~

            ทันทีที่หมอต้าผลักประตูเข้าไปกระดิ่งที่อยู่บนประตูก็กระทบกันเสียงดังสะท้อนไปทั่วร้าน ภายในมีลูกค้านั่งไม่มากนักอาจจะเพราะเพิ่งเปิดใหม่แต่สายตาฉันกลับไปสะดุดอยู่ตรงที่โต๊ะทางซ้ายริมหน้าต่าง มีชายหญิงคู่หนึ่งนั่งอยู่ ผู้ชายคนนั้นฉันรู้จัก เขาคือ บราเทอร์หนึ่งในห้าเทพของทางมหาลัยที่ฉันเรียนอยู่ เพื่อนของพ็อตเตอร์ ส่วนผู้หญิงหน้าหวานผมยาวที่มองมาทางนี้ฉันไม่รู้จัก เธอลุกขึ้นยืนแล้วก้าวฉับๆมาทางนี้...ตรงมาหาหมอต้า

               เฮียต้า!” ผู้หญิงคนนั้นพูดก่อนจะโผกอดร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆฉัน ฉันยืนอึ้งกับภาพที่เห็น ความรู้สึกบางอย่างแทรกซึมเข้ามาภายในหัวใจ ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร ฉันแค่รู้สึกไม่พอใจที่หมอต้าไม่ปฏิเสธแถมยังยืนนิ่งให้เธอกอด ฉันที่ทนมองไม่ไหวจึงเบือนหน้าหนีไปอีกทางก็เห็นว่าบราเทอร์หันมามองทางนี้เหมือนกัน แววตาเขาดูนิ่งอ่านไม่ออก ไม่เหมือนบราเทอร์คนเดิมที่ขี้เล่นเลยสักนิดเดียว

               คิดถึงจังเลย

               ฉันตัดสินใจเดินตรงไปหาเขาไม่สนใจเสียงหวานที่พูดคุยกับหมอต้า ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงไม่กล้าแน่เพราะเขาเป็นถึงห้าเทพที่ผู้หญิงต่างกรี๊ดกราดและหมายปองรวมถึงฉันด้วย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ฉันมีเรื่องอยากจะถามเขา...และไม่อยากอยู่มองภาพสองคนข้างหลังนั้นด้วย

               มันรู้สึกหงุดหงิด

               กลัวอยู่ต่อแล้วทนไม่ไหวตบะแตกไปตบเธอเข้า...

               ไงบราเทอร์สุดหล่อออฉันลากเสียงยาวแล้วถือวิสาสะนั่งลงตรงข้ามเขา บราเทอร์ละสายตาจากผู้หญิงคนนั้นก่อนจะเลื่อนมามองฉันแล้วยิ้มโปรยเสน่ห์อย่างที่เขาชอบทำ

               โอ๊ย...อกอิลี่จะแตก

               ไง ทำไมหน้าคุ้นๆจัง?หนุ่มหล่อหน้าตาขี้เล่นขมวดคิ้วยามจ้องหน้าฉัน จะไม่คุ้นหน้าได้ยังไงในเมื่อฉันตามไปกรี๊ดกร๊าดกลุ่มของเขาอยู่ตลอด อีกอย่าง...

               ฉันเป็นเพื่อนแองเจล ชื่อแรลลี่ฉันเลือกที่จะบอกแค่นี้ มีหวังบอกเหตุผลก่อนหน้าไม่วายถูกเขาหาว่าเป็นสตอล์กเกอร์เหมือนที่พ็อตเตอร์เคยกล่าวหายัยแองเจลแหงๆ

               บราเทอร์ส่งเสียง อ๋อก่อนจะพยักหน้ารับรู้

               ฉันมีเรื่องอยากจะถามนายฉันเปิดประเด็น ไม่อ้อมค้อม อยู่กับคนหล่อมันทำให้หัวใจฉันกระตุก

               พูดถึงคนหล่อก็นึกถึงหมอต้า...

               ...นึกถึงหมอต้าก็นึกถึงผู้หญิงคนนั้น...

               ...นึกถึงผู้หญิงคนนั้นก็นึกถึงตอนที่พวกเขาสวมกอดกัน

              คิดแล้วเครียดงั้นไม่ต้องคิดมันแม่ง จบ!

           จะจีบฉัน?บราเทอร์ถามติดตลก

               จะบ้าเหรอฉันจะถามเรื่องยัยแองเจลกับพ็อตเตอร์ต่างหากแต่ถ้ายอมให้จีบก็โอนะ ประโยคหลังนี่ฉันคิดในใจนะไม่กล้าพูดออกไปหรอก

               ว่ามาเลยครับ

               พ็อตเตอร์กับแองเจลนี่ยังไงอะ?ฉันยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขา คือมันติดนิสัยอะ เวลาจะพูดถึงใครก็อยากจะพูดให้มันเบาที่สุด นิสัยคนช่างเม้าท์อะเนอะ ฉันได้ยินว่าพ็อตเตอร์เย็นชาสุดๆ แต่วันนี้ฉันเห็นเขามารับเพื่อนฉันที่มอ.ด้วย

               เฮ้ย! จริงดิ?นัยน์ตาบราเทอร์ดูสั่นระริกแพรวพราวเหมือนเด็กเจอของเล็กใหม่

               ก็จริงอะดิ ฉันเลยมาถามนายเนี่ยแหละ

               จะบอกไรให้เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉัน

               ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังสนทนาลับเกี่ยวกับการวางระเบิดอะไรเทือกๆนั้นแหละล่ะ?

               วันนี้ไอ้เตอร์มันไม่มีเรียน ซึ่งปกติคนอย่างมันคงจะต้องนอนเล่นอยู่ที่บ้านแล้วพอบราเทอร์พูดจบฉันก็ทำตาโต ฉันค่อยๆเลื่อนหน้าเขาไปใกล้อีกนิด

               งั้นก็เป็นไปได้ว่า...ว้าย!”

            หมับ!

               ยังไม่ทันได้พูดจบแขนฉันก็ถูกกระชากโดยใครคนหนึ่ง

              

            Tar Talk

            กริ๊ง~

               เสียงกระดิ่งกระทบประตูตอนที่ผมผลักประตูเข้ามาในร้านเบเกอรี่สีพาสเทล วันนี้ผมเช็คตารางเรียนของแรลลี่และวางแผนโกหกเธอว่ารถผมเสียแถมยังลืมเอากระเป๋าเงินมาทำให้เธอต้องมารับผมซึ่งมันก็เป็นไปตามแผน เธอพาผมไปกินไอติมไข่แข็ง ตอนนั้นที่ผมเพิ่งนึกได้ว่าเธอเป็นทอนซิลอักเสบ ผมยอมรับว่าผมผิดใหญ่หลวงมากที่ลืมเรื่องนี้ ผมเข้าหาเธอเพราะอยากได้เธอทำให้ผมไม่ได้สนใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆนี่

               เฮียต้า!” เสียงใสดังขึ้นมาทำให้ผมหันไปมองเจ้าของเสียง สิ่งที่เห็นคือผู้หญิงหน้าหวานรูปร่างสมส่วนที่วิ่งมาทางนี้ ไม่กี่อึดใจเธอก็กระโดดโผเข้ากอดผม ผมยืนนิ่งไม่ได้ปฏิเสธอ้อมแขนของคนตัวเล็กนี้ จะปฏิเสธไปทำไมในเมื่อผมกับเธอเรารู้จักกัน...

               อยู่ดีๆผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆผมก็เดินหนีไปอีกทาง ผมกำลังจะก้าวตามไปแต่คนในอ้อมกอดก็พูดขึ้นมาสักก่อน

               คิดถึงจังเลย

               น้ำหวานใช่ เธอชื่อ น้ำหวานหรือชื่อใหม่คือ เกรซที่ผมไม่ชินซะที เธอเป็นน้องแท้ๆของไอ้กายนั่นเอง เธอเรียนอยู่คณะแพทย์ปีสุดท้าย ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะที่จะมากอดผู้ชายคนอื่นแบบนี้

               แต่เฮียต้าไม่ใช่ผู้ชายคนอื่นสักหน่อย เฮียเป็นเพื่อนของเฮียกายที่หวานเคารพนะคนตัวเล็กบ่นเสียงอุบอิบก่อนจะผละออกไป เมื่อก่อนพวกเราสี่คน ไอ้เพทาย ไอ้กาย น้ำหวานและก็ผมเล่นกันแบบนี้ประจำ พวกเราสนิทกันพอสมควร ตั้งแต่ที่พวกผมปลีกตัวออกไปทำงานก็ไม่ค่อยเจอกับน้ำหวานที่กำลังเรียนมหาลัยสักเท่าไหร่ ตอนนี้น้องก็โตมากแล้วผมกลัวว่าคนอื่นจะมองน้องไม่ดี...แล้วเดี๋ยวไอ้กายมันจะมาต่อยผมให้ แม่งห่วงน้องจะตายรายนั้น

               เคารพมากมั้ยเหยียบเท้าเฮียเนี้ย?ผมพูดขำๆ สายตาจับจ้องไปที่แรลลี่ตลอด ตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง คุยกันสนุกสนาน เห็นแล้วมันน่าหงุดหงิดชะมัด

               นิดหน่อยเอง น้ำหวานตอบก่อนจะหันไปมองโต๊ะที่แรลลี่นั่งเหมือนผม แววตาเธอดูหงุดหงิดตอนมองผู้ชายคนนั้น

               หรือว่าน้ำหวานจะชอบไอ้ผู้ชายคนนั้นวะ?

               เฮ้ย! ไอ้...!

               ผมสบถในใจตอนที่เห็นแรลลี่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ไม่นานชายคนนั้นก็ยื่นหน้าเข้าไปหาเธอ ภาพนั้นมันทำให้ผมรู้สึกเดือด แถมคนตัวเล็กข้างๆผมคงจะคิดแบบเดียวกัน...ตัวสั่นซะ

               เฮียฝากไปซื่อบราวนี่ให้ทีผมควักแบงค์ร้อยยัดใส่มือน้ำหวาน ไม่รอฟังคำตอบรับของเธอผมก็สาวเท้าเข้าไปหาโต๊ะที่แรลลี่นั่งอยู่ทันที

               งั้นก็เป็นไปได้ว่า...ว้าย!”

            หมับ!

               ผมคว้าต้นแขนของเธอแล้วกระชากเข้ามาหาตัว ด้วยแรงที่ผมใช้ทำให้ร่างทั้งร่างของแรลลี่ถลาเข้ามากระทบกับแผงอกของผม

               คุยกันกระหนุงกระหนิงกันดีจังเลยนะคะผมส่งยิ้มไปให้แต่ไม่วายแผ่รังสีอำมหิตไปยังผู้ชายคนนั้นด้วย หน้าตาก็ใช้ได้นิ แต่หล่อไม่เท่ากูหรอกเว้ย!

               หมอทำอะไรน่ะ?แรลลี่ร้องโวยวายตอนที่ผมฉุดกระชากเธอเดินไปที่ประตู ไม่สนใจสายตาของใครที่มองมา ผมคว้าถุงขนมในมือน้ำหวาน พยักหน้าเป็นเชิงขอบคุณให้น้องหนึ่งที

               ไปเคลียร์คนของน้องให้ดีเถอะ

               ...เฮียก็จะเคลียร์กับคนของเฮียเหมือนกัน!           

         


[อัพครบ]

100% : กรี๊ดดดด หมอต้าคนโหดด

พรุ่งนี้เปิดพรีแล้วนะคะทุกคนนน มารับหมอต้าไปไว้ในอ้อมกอดกันนน


"แกคิดว่าจะสู้ฉันได้เหรอ หึ..."


69% : ใครกันคะ ผู้หญิงคนนั้นคือใครคะหมอ!?


42% : แต่งค่ะ!5555555555555

หมอคะ ไม่หยอดไม่อ่อยสักวันไม่ได้เลยเหรออออ5 ส่วนแรลลี่หนูเล่นผิดคนแล้วลูกก

อยู่บ้านแบบนี้มาอ่านหมอคนอ่อยกันนน อีกหนึ่งอาทิตย์จะเปิดพรีแล้วน๊าาาา


"เขินอะ แรลลี่ชวนผมแต่งงานด้วย"



26% :  หมอต้านางร้ายค่ะท่านผู้ชมมมม มองจากดาวอังคารก็รู้ว่านางมีแผน555555

แรลลี่ตามเกมส์หมอต้าไม่ทันหรอกลูกกก อิอิ

ไรท์แปะรายละเอียดหนังสือไว้ในเพจแล้วนะคะ

อันนี้ปกฉบับรีปริ้นท์นะค้าาาา



ตอนนี้เรื่องหลักของไรท์จะเป็นเรื่องนี้นะคะ ยังไงก็ฝากด้วยเด้อออ เป็นแนวฟีลกู๊ดไร้สาระเช่นเดิมค่ะ5555555


หอเก่าฉันมีโรคจิตทำให้ต้องย้ายที่อยู่ใหม่
แต่โชตชะตากลับเล่นตลกเมื่อฉันมาเจอเข้ากับ
ตาลุงหน้าหล่อข้างห้องที่ทำตัวหนักกว่าโรคจิตเนี้ยสิ!
"นี่ลุง แก่แล้วก็อย่ามาวุ่ยวายกับหนูดิ"
 "เห็นแก่แบบนี้แต่เอวยังใช้ได้ดีอยู่นะ ลองปะ?"
พูดงี้หมายความว่าไงวะลุง!?



1 เมนต์ = 1กำลังใจน๊า

พูดคุยกันได้ที่
 Facebook : Black Paradises คลิก
Twitter : @black_paradises #หมอต้าคนอ่อย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 230 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,547 ความคิดเห็น

  1. #1543 Kanijang_1630 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 18:34
    โอ้ยยย...หนักจิง
    #1,543
    0
  2. #1507 firstzy93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 19:46
    หึงจ้า
    #1,507
    0
  3. #1506 janejane-za (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 19:19
    น้องหมอใช่ไหมคะ?
    #1,506
    0
  4. #1505 firstzy93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 15:30
    ใครมากอดหมอต้า
    #1,505
    0
  5. #1504 firstzy93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 19:31
    หยอดเก่ง
    #1,504
    0
  6. #1503 aranyaorchid (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 16:34
    น่าเชื่อมากนะคะคุณหมอ
    #1,503
    0
  7. #1502 Praewwa94 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 05:54
    หมอคนเขาดูออก
    #1,502
    0
  8. #1500 firstzy93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 18:29
    ร้าบมากจ้า
    #1,500
    0
  9. #1499 _darinn_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 16:00
    ลี่ มันเป็นแผนชัดๆเลยเนี่ยยย
    #1,499
    0
  10. #1096 pinjite1234 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 19:45
    ใจละลาย
    #1,096
    0
  11. #994 whan.p (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 13:38

    หมอ-ยอม-เสมอ นี่อ่านเป็น --อม-เสมอ จะบ้าตาย กว่าจะตั้งสติอ่านใหม่ได้

    #994
    0
  12. #904 TuktaKetpong (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 13:09
    สกิลการอ่อยของพระนางยอมใจเจ้าค่ะ
    #904
    0
  13. #888 พระพายนารี (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 17:37

    ขยันอ่อยจริงๆหมอคนนี้

    #888
    0
  14. #642 Ying (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 18:05

    อ่อยมา อ่อยกลับไม่โกงคร้าาาาา

    #642
    0
  15. #516 nnnnnn7777 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 20:29
    ร้ายกาจ!!!
    #516
    0
  16. #429 mozzzzzzz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 22:20
    ตามอ่านนะคะ ชอบค่ะ
    #429
    0
  17. #129 C J (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 00:00
    หมออออ
    #129
    0
  18. #23 miramari (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 13:09
    ชอบๆ อ่อยมาก็อ่อยกลับ ไม่โกงกันเลย
    #23
    0