[Fic] EXO ,CHANBAEK - Calories Love Season 2 ♥

ตอนที่ 7 : ♥ Calories Love Season 2 Chapter : 6000 kcal. - ก็แค่...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,062
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    18 เม.ย. 56

CALORIES LOVE SEASON 2

PAIRING : CHANBAEK / KRISHUN / KAISOO .

CHAPTER : 6000 kcal.

 

 

 

 

 

ก็แค่

...

 

           

            “ฮ้าวววววว~~~” คนข้างๆ คยองซูอ้าปากหาวไม่หยุดตั้งแต่ออกมาเลือกซื้อของด้านนอก และตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนก็อยู่ที่ร้านขายวัสดุต่างๆ ที่ใช้ทำเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากในวิชาเรียนของจงอิน ซึ่งจงอินเองก็เป็นฝ่ายเป็นคนมาดูของให้เพื่อนๆ ในกลุ่มเพราะเขาเชี่ยวชาญที่สุด

            “หลับก่อนไหม” คยองซูประชดแล้วไล่อ่านลิสท์รายการของที่อยู่ในมือของตัวเอง แล้วจงอินก็เป็นคนเดินเลือก

“รีบซื้อของกัน จะได้รีบกลับ วันนี้ฉันง่วงจริงๆ”

“ก็เห็นง่วงทุกวัน”

“แต่วันนี้ง่วงจริงๆ ยังไม่ได้นอนเลยตั้งแต่เช้า” บอกด้วยดวงตาที่ปรือๆ เพราะจงอินต้องนั่งทำรายการของนี้ยันเช้าแถมยังต้องคำนวณทุกอย่างเองทั้งหมดจนตัวเองไม่ได้นอน คยองซูเองก็พอจะดูออกว่าจงอินไม่ได้นอนเพราะใต้ตานั้นคล้ำอย่างเห็นได้ชัด

“เดี๋ยวฉันขับรถให้เองแล้วกัน เห็นแล้วเพลียแทน”

“ฮึ..กลัวฉันหลับในล่ะสิ” จงอินยิ้มมุมปากเล็กๆ แล้วก็เลือกไม้อัดบางอย่างตั้งใจ

“ฉันห่วงชีวิตฉันมากกว่า”

“ไม่ห่วงฉันเลยรึไง” พูดในขณะหยิบไม้อัดออกมาได้เรียบร้อยแล้วเอาใส่รถเข็นของตัวเอง

“ทำไมต้องห่วง”

“ก็เปล่าหรอก ถามดูเฉยๆ เผื่อจะห่วงกันบ้างตามประสาเพื่อน” บอกด้วยเสียงเรียบแล้วเดินเข็นรถต่อไปเพื่อเลือกซื้อสี คยองซูทำปากขมุบขมิบที่จงอินมักจะทำตัวติดเขาอยู่เสมอๆ แต่ในบางครั้งเมื่อเซฮุนอยู่ด้วยโดยที่มีเขาจงอินก็จะคุยกับเซฮุนได้อย่างใกล้ชิด...แต่เขาก็คุยกับเซฮุนไม่ค่อยสนิทใจสักเท่าไหร่นัก

 

เพราะแววตาของจงอินเหมือนมีเซฮุนอยู่ในนั้น ทั้งๆ ที่เขาเองก็ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาจะต้องรู้สึกแปลกๆ แบบนี้ด้วย

 

หรืออาจจะเป็นเพราะ...เขาเริ่มชินกับการอยู่จงอินมากเกินไปแล้วจริงๆ

 

แต่สิ่งที่เขาเกลียดนั้นก็คือการเปลี่ยนแปลง...

เมื่อสิ่งที่เขาเริ่มคุ้นชินนั้นหายไป เขาก็จะกลายเป็นคนที่อยู่ไม่ได้เมื่อไม่มีสิ่งนั้น

 

 

พวกเขาซื้อของทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยก่อนที่คยองซูจะเอากุญแจรถมาจากมือของจงอินแล้วเขาเองก็ทำหน้าที่เป็นคนขับรถเอง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือจงอินจะขับรถกลับเองไหวรึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย

 

“แล้วนายจะขับรถกลับเองได้ยังไง”

“อือ..ได้แหละ” รับอือในลำคอเมื่อจงอินเข้ามานั่งในรถแล้วก็หลับตาลงอย่างอ่อนล้า คยองซูเหลือบมองเล็กๆ และตั้งใจขับรถออกจากร้านขายของไป

 

ระหว่างทางที่ขับรถนั้นจงอินหลับสนิทอยู่ที่เบาะข้างๆ เขา ใบหน้าที่ดูอ่อนล้าแล้วก็มีรอยคล้ำที่ใต้ดวงตาทำให้แก้มทั้งสองดูซูบตอบลงเพราะการพักผ่อนไม่เพียงพอของร่างกาย คยองซูตั้งใจขับรถไปยังบ้านของตัวเองเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไรต่อ

 

 

นี่เขากำลังทำอะไรอยู่...คยองซูถามตัวเอง...

 

เขาคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยในหัวสมองจนกระทั่งมาถึงบ้านของตัวเอง คยองซูดับเครื่องลงแล้วปลดสายเบลท์ออก ดวงตากลมมนเหลือบมองไปยังร่างสูงที่หลับพริ้มไม่รู้เรื่องอะไร

 

“จงอิน...” เขาเขย่าตัวของจนเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าอีกคนจะตื่นเลย

“นี่นาย..ตื่นได้แล้ว” เขย่าแรงขึ้นแต่จงอินก็ยังคงนิ่งเหมือนเดิม คยองซูถอนหายใจพรืด สงสัยจะปลุกไม่ตื่นจริงๆ

“นี่! ตื่นเร็ว”

“อืม..” พลิกตัวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก

“ปวดหัวจัง...อ้าว...ถึงบ้านนายแล้วเหรอ” จงอินงัวเงียแล้วใช้มือกุมขมับของตัวเอง เขารู้สึกปวดหัวตุบๆ เพราะนอนในรถเลยเกิดอาการเมื่อยตัวแล้วปวดหนึบไปหมด แถมยังปวดตาอีกด้วย

“อ่า ปวดตาชะมัด” เขาใช้นิ้วมือทั้งสองนวดคลึงที่ตาของตัวเองทั้งสองข้าง

“แล้วจะขับรถไหวไหมเนี่ย”

“ไม่ไหวก็คงต้องไหว” บอกกับคยองซูโดยที่ยังไม่ลืมตาแล้วคิ้วก็ขมวดเข้าหากันเพราะอาการปวดหนึบที่ศีรษะของตัวเองก่อนจะลงจากรถเพื่อย้ายไปอยู่ฝั่งคนขับ คยองซูก็ลงจากรถพร้อมกันแต่จงอินดันทรุดแล้วคว้าประตูรถเอาไว้

“เฮ้ย นาย!” คยองซูรีบวิ่งไปหาจงอินเมื่อร่างสูงนั้นค่อยๆ ทรุดลงข้างรถยนต์ของเขา

“อือ..” สะบัดหัวแล้วก็พยายามลืมตาขึ้นแต่เปลือกตาของเขานั้นหนักอึ้งเหลือเกิน

 

คยองซูมองจงอินที่อาการไม่ค่อยสู้ดีนักอย่างเป็นห่วง เพราะเขาก็เคยเป็นอาการแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน และมันก็ทรมานที่ร่างกายของตัวเองพักผ่อนไม่เพียงพอ

 

“คืนนี้นายค้างที่บ้านฉันแล้วกัน ถ้าขืนขับรถกลับเองมีหวังคว่ำตายแน่” คยองซูบอกแล้วพยุงจงอินให้ยืนขึ้นก่อนจะพาเดินไปในบ้านของตัวเอง

“อือ..” จงอินแทบจะไม่มีแรงลืมตาขึ้นแต่เขาก็พยายามเดินโดยมีคยองซูคอยพยุง

“แม่ครับ...แม่เปิดประตูให้ผมที” คยองซูร้องบอกไม่นานแม่ของเขาก็รีบมาเปิดประตูบ้านให้ก่อนจะอุทานออกมาเบาๆ เมื่อเห็นสภาพของจงอิน

“เป็นอะไรเนี่ย...ดูไม่ดีเลย...รีบเข้ามาในบ้านก่อนเร็ว”

“เพื่อนผมไม่ค่อยสบาย เลยขับรถกลับไม่ไหว วันนี้เขาจะค้างที่นี่นะ” คยองซูบอกเสร็จสรรพ ผู้เป็นแม่พยักหน้าให้ก่อนที่พาขึ้นไปบนห้องนอนของตัวเอง

 

คยองซูเปิดประตูห้องแล้วค่อยๆ พาจงอินนอนพักที่เตียงของตัวเอง และนี่ก็เป็นครั้งแรกเลยที่มีคนมานอนบนเตียงของเขายกเว้นแพคฮยอนน่ะ

 

“อ่ะ...นายนอนตรงนี้ก่อนเดี๋ยวฉันไปหายาแก้ปวดมาให้” คยองซูบอกก่อนจะหมุนตัวออกจากห้องแต่ข้อมือเล็กถูกจงอินคว้าไว้ก่อน

“อืม..อย่าเพิ่งไป...”

“จะไปเอายา”

“อย่าเพิ่งไป อยู่เป็นเพื่อนแป๊บหนึ่งก่อน...” จงอินพูดเสียงเหนื่อยอ่อน จะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ยังมีแรงมาจับมือเขาไว้ ส่วนคยองซูเปลี่ยนมานั่งข้างๆ ขอบเตียงอย่างว่าง่ายแล้วมองใบหน้าที่ซีดเซียวของจงอิน คิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากัน

“ปวดหัวมากไหม” คยองซูถามอีกฝ่ายพยักหน้าให้อย่างช้าๆ ทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่

“เดี๋ยวฉันจะไปเอายา”

“ฉันไม่อยากกินยา”

“ทำไมดื้อ”

“ฉันแค่ไม่ชอบ ไม่ได้ดื้อ”

“นั่นแหละที่เขาเรียกว่าดื้อ”

“อืม...” ทำเสียงอือนิ่งๆ ในลำคอ ส่วนคยองซูค่อยๆ เลื่อนมือไปนวดคลึงบริเวณเปลือกตาและคิ้วเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายก่อนจะนวดบริเวณขมับทั้งสองข้าง

“อืม...”

“...”

 

คยองซูนวดเบาๆ ไปเรื่อยๆ จนจงอินเริ่มผ่อนคลายก่อนที่ตัวเองจะหยุดแล้วบอกว่าจะไปเอายามาให้คนกินแล้วจะได้นอนพักผ่อน

 

“รีบมานะ...ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว” จงอินบอกเมื่อคยองซูกำลังจะลุกออกไปจากห้อง

“อืม เดี๋ยวฉันมา” บอกก่อนจะรีบเดินลงไปทันที

 

 

 

เกิดอะไรขึ้นนะ...

ทำไมเขาจะต้องทำตามที่อีกคนบอกทุกอย่าง แล้วเขาก็รู้สึกหัวใจเต้นแรงเมื่อจงอินจับข้อมือเมื่อครู่นี้...

แล้วมันคืออะไรที่เขารู้สึกร้อนผ่าวที่ข้างแก้ม...

 

จะรู้สึกดีก็ใช่..แต่จะแย่ก็ใช่...สุดท้ายภาพใบหน้าของเซฮุนก็ผุดมาอยู่ในหัวของเขา...

เซฮุน...คนที่ทำให้จงอินหยุดพูดได้ และก็ทำตามอย่างว่าง่ายแม้จะขัดขืนในตอนแรกสุดท้ายแล้วก็ยอมทำให้แต่โดยดี

 

ใช่...คยองซู...มัน ก็แค่ เพื่อน...กันเท่านั้นเอง เขาได้แต่บอกตัวเอง

แล้วก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับหัวใจของเขา

 

 

...

 

 

 

“นายบอกเรื่องที่จะไปจีนกับหมอนั่นรึยังน่ะ” คยองซูถามในขณะที่พวกเขากำลังกินอาหารกลางวันในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์กันอยู่ แพคฮยอนที่เคี้ยวข้าวแกงกะหรี่อยู่นั้นส่ายหน้าเบาๆ แทนก่อนที่จะถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ

“ยังไม่คุยกันอีกเหรอ”

“อืม ยังเลย...”

“ให้ตายสิ พวกนายไม่คุยกันเลยแล้วเมื่อไหร่จะเข้าใจเนี่ย”

“ไม่รู้เหมือนกัน” แพคฮยอนทำหน้าสลดแล้วก็ตักข้าวเข้าปากจนแก้มพอง เขาก็รู้สึกเสียใจเหมือนกันที่พวกเขาทั้งคู่ไม่หันหน้ามาคุยกันสักที แต่ใช่ว่าเขาจะไม่อยากคุย ชานยอลเองก็ยุ่งมากต้องซ้อมบทละครตลอดเห็นจงอินบอกอย่างนั้น

“หาทางบอกซะ ไม่งั้นจะไปกันใหญ่ ยิ่งต้องไปกับจื่อเทาด้วย”

“อืม...ฉันจะพยายาม”

“พยายามสุดๆ อ่ะ ไม่งั้นหมอนั่นได้ตรอมใจตายแน่ที่นายได้ไปจีนกับจื่อเทาน่ะ”

“ฮื่อ...ชักไม่อยากไปแล้วสิคยองซู...” ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้วก็วางช้อนลง

“ต้องไป ถ้านายไม่ไปใครจะไปเล่า”

“นายไง”

“บ้าเหรอ ฉันไม่อยากไปจีนสักหน่อย” ยักไหล่แล้วเบะปากเพราะเขาไม่ค่อยปลื้มกับพี่จีนสักเท่าไหร่นัก

“ฮื่อ...”

“ไม่ต้องฮื่อฮ่าอะไรทั้งสิ้นอ่ะ นายต้องคุย หมอนั่นก็ไม่ยอมทำอะไรเลยรึไงนะ น่าหงุดหงิดจริง”

“ทำไงดีนะ...ฉันกลัวชานยอลจะโกรธจังที่จะต้องไปจีนกับจื่อเทา”

“นายไปดูงานนะ ไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีสักหน่อย ถ้าขืนหมอนั่นงี่เง่าอยู่ก็ไม่ต้องคงต้องคุยกันแล้ว” กลอกตาไปมาแล้วบ่นถึงชานยอล

“คือบางทีฉันก็รู้สึกน้อยใจนะ...”

“อืม...ฉันเข้าใจ” พยักหน้าเล็กๆ ให้กับแพคฮยอน

“วันนั้นชานยอลไม่ฟังที่ฉันพูดเลย สุดท้ายแล้วฉันก็เป็นฝ่ายเดินออกมาเองเพราะเขาไม่เข้าใจฉันเลย”

“อืม...”

“ถ้าเขาแค่ฟังฉันพูดเท่านั้นเองคยองซู” แพคฮยอนก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันไม่ว่าจะพยายามอธิบายแต่มันก็เหมือนกับฟังไม่ขึ้นเลยสักอย่าง แต่เรื่องบางเรื่องก็ต้องใช้ใจทำความเข้าใจกันบ้างสิ...

 

 

เหมือนที่เขาใช้หัวใจรักชานยอล..และฟังชานยอลตลอดมา

แต่ทำไมชานยอลไม่ลองฟังเขาบ้างเลย

 

 

“แล้วนายชอบจื่อเทานั้นป่ะ” คยองซูถามทั้งๆ ที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว แพคฮยอนส่ายหน้าช้าๆ

“นายก็รู้ว่าฉันไม่เคยมองใคร...จื่อเทาเป็นน้องชาย...”

“ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ แต่ทำไมชานยอลไม่รู้อะไรเลยบ้างนะ”

 

คยองซูส่ายหน้าให้กับชานยอลโดยที่เจ้าตัวไม่รู้อะไรเลย เขาและแพคฮยอนนั่งคุยกันไปเรื่อยเปื่อยแล้วคยองซูเองก็ถูกจงอินชวนไปซื้อของอีกตามเคยเพราะว่าของที่ซื้อมาก่อนหน้านั้นมันขาดเลยต้องไปซื้อเพิ่ม

 

แพคฮยอนขอเดินห้างต่อหลังจากที่คยองซูออกไปรอจงอินเรียบร้อย เขาเลือกซื้อของที่จำเป็นบางอย่างสำหรับที่จะเดินทางในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้านี้ คนตัวเล็กนึกขึ้นได้ว่าจื่อเทาอาจจะต้องการของจำเป็นต้องใช้เลยหยิบมือถือออกมากดชวนอีกคนให้มาช่วยเลือกดูของ

 

นายอยู่ไหนเหรอ..มาซื้อของที่จำเป็นไปจีนด้วยกันไหม

 

ติ๊ง!

จื่อเทาตอบกลับมาในเวลาต่อมา

 

ผมอยู่ข้างนอกพอดีครับ พี่อยู่ที่ไหนเหรอเดี๋ยวผมจะออกไปหา

อยู่ห้าง K World น่ะ จะรอที่ชั้นหนึ่งนะ

ครับ ผมจะรีบไปนะ

 

จื่อเทาส่งอีโมติค่อนยิ้มกลับมาให้พร้อมกับข้อความ แพคฮยอนเก็บมือถือเข้ากระเป๋าตามเดิมแล้วก็เดินไปเรื่อยๆ ก่อนจะเจอกับพวงกุญแจแฮนด์เมดน่ารักๆ ที่เป็นตัวยีราฟสีเหลือง แพคฮยอนเดินเข้าไปดูในร้านแล้วหยิบพวงกุญแจนั้นขึ้นมาอย่างถูกใจ

 

“น่ารักจัง..เหมือนชานยอลเลย” พึมพำเล็กๆ แล้วก็หยิบพวงกุญแจยีราฟแฮนด์เมดนั้นไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์ พนักงานแพ็คใส่ถุงกระดาษให้อย่างน่ารักก่อนที่เขาจะรับมันมาในมือ

เขาอยากจะให้พวงกุญแจนี้ก่อนที่จะไปจีน หวังว่าชานยอลคงจะชอบมันแล้วก็ห้อยมันกับกระเป๋า





 

.

 

.

 

.

 

“พี่แพคฮยอนครับ ผมมาแล้ว” จื่อเทายิ้มเมื่อเดินมาหาแพคฮยอนที่นั่งรออยู่ที่เก้าอี้สำหรับลูกค้าของห้าง

“อื้อ ไปดูของกันเลยไหม”

“ครับ” ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี

 

ทั้งคู่เดินดูของใช้ที่จำเป็นสำหรับไปดูงานที่จีน และซื้อชุดใหม่คนละชุดเพื่อเดินทาง จื่อเดินเข้าไปที่ร้านเสื้อผ้าแล้วก็หยิบผ้าพันคอสีแดงผืนใหญ่มาพันรอบคอตัวเองก่อนจะโพสท่าให้แพคฮยอนดูเล่นๆ แต่ไม่รู้ว่าพนักงานในร้านแอบมองแล้วต่างก็พาซุบซิบอย่างชอบใจ

“พนักงานมองนายกันใหญ่แล้ว อายเขาไหมนั่น” แพคฮยอนตีแขนของจื่อเทาเบาๆ แต่อีกฝ่ายยักไหล่ให้อย่างไม่สนแล้วก็ถอดผ้าพันคอออกแล้วเก็บไว้ที่เดิม

“ผมคงเท่มากใช่ไหมล่ะ คิกๆ...”

“เท่มากกกกก...ไปร้านอื่นกันเถอะ” แพคฮยอนบอกกึ่งประชดเล็กๆ แล้วจูงแขนจื่อเทาออกจากร้านไป

 

...

 

พวกเขาเดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้เป็นว่าเล่น แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ของอะไรติดกลับมาเลย ถึงแม้ว่าส่วนมากจะเล่นกันเสียมากกว่า สุดท้ายก็ไปจบอยู่ที่ของจำพวกครีม และยาสามัญอะไรพวกนี้ที่ต้องติดตัวเวลาเดินทางไปต่างประเทศ

 

“พี่แพ้ยาอะไรรึเปล่าครับ” แพคฮยอนส่ายหน้าเล็กๆ ก่อนที่จื่อเทาจะทวนรายชื่อยาที่เขานึกออก

“อืม..เอายาแก้ปวด ยาแก้แพ้เผื่อจะแพ้อากาศ แล้วก็ยานวดเผื่อเดินเยอะอาจจะปวดขาได้ อืม..อะไรอีกนะ...ยาดมไหมครับ”

“อื้อๆ เอาด้วยสิ เผื่อเวียนหัว”

“โอเค งั้นผมไปบอกให้ที่เคาท์เตอร์นะ” จื่อเทาเดินไปที่เคาท์เตอร์ยาก่อนที่จะบอกรายชื่อยาที่เขาต้องการ ไม่นานก็ได้ยาสามัญที่จำเป็นมาแล้วหนึ่งชุด

 

ถุงของใช้เต็มทั้งสองมือของจื่อเทาโดยที่แพคฮยอนไม่ถืออะไรสักอย่างเดียว คนตัวเล็กทำหน้ามุ่ยเมื่อจื่อเทาไม่ยอมให้เขาถือช่วย เพราะเพียงมีข้ออ้างแค่ว่าเขาตัวเล็ก นี่มันไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลยนะ...

 

“นี่..ให้ฉันช่วยถือก็ได้ ดูสิเต็มมือนายหมดแล้ว”

“แค่นี้สบายมากครับ ไม่หนักเลย”

“เหมือนฉันกำลังเอาเปรียบนาย”

“ไม่เอาเปรียบครับ” ฉีกยิ้มให้กับแพคฮยอนแล้วก็เดินไปเรื่อยๆ แต่เมื่อได้ของครบแล้วเลยตัดสินใจจะแยกย้ายกันกลับ

“แล้วพี่กินอะไรมารึยังครับ”

“เพิ่งกินข้าวกับคยองซูมาน่ะ...นายหิวเหรอ” จื่อเทาพยักหน้าแล้วยิ้มแหยๆ ให้

“งั้นไปหาอะไรกินกันก่อน เดี๋ยวฉันนั่งเป็นเพื่อน”

“ครับ!” รับทราบแล้วเดินไปยังชั้นของอาหารในห้าง จื่อเทาชี้ไปที่ร้านอาหารญี่ปุ่นก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน จื่อเทาเลือกที่โต๊ะว่างแล้ววางของลง พนักงานหญิงเข้ามารับออเดอร์อยากรู้หน้าที่

“พี่จะไม่กินจริงๆ เหรอ มาดูผมกินเฉยๆ มันแปลกอยู่นะ”

“ฉันอิ่มแล้วอ่ะ นี่เพิ่งกินข้าวแกงกะหรี่มาแล้วด้วย” ยู่ปากให้เล็กๆ แต่จื่อเทาก็ยังบังคับให้คนตัวเล็กสั่งอาหารอยู่ดี

“สั่งเถอะนะครับ นิดหนึ่งก็ยังดี” กระพริบตาปริบๆ แพคฮยอนส่ายหน้าให้ก่อนจะก้มมองเมนูอย่างตามใจ

“อืม..เอาอะไรดีนะ...พุดดิ้งชาเขียวแล้วกัน” บอกกับพนักงานแล้ววางเมนูลง

“ผมเอาข้าวหน้าเนื้อแบบเอ็กซ์ตร้านะครับ แล้วก็เอาน้ำกีวี่สองแก้ว” จื่อเทาเลือกเสร็จแล้วมองหน้าแพคฮยอน

“ทำไมสั่งสองแก้วล่ะ”

“ให้พี่แก้วหนึ่ง”

“ขอบใจนะ” แพคฮยอนยิ้มบางให้จื่อเทาที่มักจะคิดเผื่ออะไรก่อนเสมอๆ เมื่อกี้เขาก็ลืมสั่งเครื่องดื่มไปแต่อีกฝ่ายก็รู้ว่าเขาคงจะลืมเหมือนกัน

“เป็นยังไงบ้างครับ” จื่อเทาเมื่อพนักงานเดินออกไปแล้ว แพคฮยอนทำหน้างงกับคำถามแล้วเอียงคอ

“อะไรเหรอ”

“พี่..กับพี่ชานยอล...คุยกันหรือยังครับ”

“อ๋อ...ยังเลย” แพคฮยอนตอบออกไปด้วยเสียงเรียบ ใบหน้านั้นหมองลงทันทีที่ได้ยินชื่อของชานยอล จื่อเทาขยับเล็กน้อยแล้วก็พูดต่อ

“ให้ผมไปช่วยพูดไหมครับ”

“หือ? นายจะไปพูดอะไร”

“ผมแค่อยากจะบอกว่าผมไม่คิด...อะไรเกินเลยกับพี่เลย”

“...มันจะดีเหรอจื่อเทา”

“อย่างน้อยผมก็อยากให้พี่ชานยอลเชื่อใจพี่แพคฮยอนมากกว่านี้ ถ้าผมไปพูดเองพี่เขาอาจจะเข้าใจก็ได้นี่ครับ” อธิบายเหตุผลให้แพคฮยอนฟัง

“บอกก่อนไปจีนก็ได้ครับ พี่เขาจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง...” แพคฮยอนนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พยักหน้าอย่างเข้าใจกับคำแนะนำของจื่อเทา

“อืม...ชานยอลควรจะฟังฉันบ้าง แล้วฉันก็ขอให้เขาฟังนายบ้างเหมือนกัน” บอกด้วยเสียงเรียบๆ แพคฮยอนหลุบตาลงต่ำ เขาหนักใจกับความอึดอัดนี่เหลือเกิน

 

เขาต้องเลิกคุย หรือว่าต้องตัดความสัมพันพี่น้องบัดดี้กับจื่อเทาเลยงั้นเหรอ...

เขาเองก็ไม่เข้าใจ...ชีวิตนี้เขาต้องมีเพียงแค่เพื่อนคนเดียวอย่างคยองซูอย่างนั้นเหรอ?

 

ทั้งๆ ที่เขาเองก็มีคนรักแค่คนเดียวก็คือชานยอล แต่เขากลับคุยกับคนอื่นไม่ได้

 

“ครับ...แล้วผมจะช่วยพูดนะ” จื่อเทายิ้มบางๆ ให้กับคนตัวเล็ก

 

ภายในใจก็รู้สึกเสียใจเล็กๆ แต่มันก็รู้สึกดีที่ได้ทำอะไรๆ ให้รุ่นพี่ของตัวเอง

และรุ่นพี่คนนี้ก็ทำให้เขารู้จักคำว่าการให้...

 

จื่อเทาชอบแพคฮยอน...และถ้าเขามาเร็วกว่านี้เขาอาจจะได้ใช้เวลาร่วมกับแพคฮยอนให้เต็มที่โดยที่ไม่มีพันธะอะไรมาค้ำคอเขาไว้

 

ไม่สมหวังก็ไม่เป็นไร...ถือซะว่าคนๆ นี้ผ่านมาให้เขามีความทรงจำดีๆ ที่ได้ทำด้วยกันก็พอแล้ว

 

 

“ขอบใจนะจื่อเทา...” แพคฮยอนบอกขอบคุณแล้วส่งยิ้มบางๆ ไปให้

 

 

ติ๊ง...

เสียงข้อความเข้าทำเอาแพคอยอนสะดุ้งเขาล้วงมันออกมาก่อนจะกดเข้าไปอ่านข้อความ แล้วดวงตาเล็กก็เบิกกว้าง แพคฮยอนรู้สึกหัวใจกำลังสั่นนิดๆ

 

จะไปจีน...ทำไมไม่บอกกัน จะบอกฉันเมื่อไหร่

 

เป็นข้อความจากชานยอลที่ส่งมาให้เขา ถึงไม่ต้องฟังเสียงก็รู้สึกได้ว่าชานยอลไม่พอใจเขามาก อีกทั้งไม่ได้คุยกันนับอาทิตย์ และเรื่องที่ไปจีนเขาเองก็ยังหาโอกาสบอกไม่ได้...มันทำให้เขารู้สึกผิดที่สุด ผิดที่เดินหนีชานยอลมาตั้งแต่วันนั้น

 

แล้วชานยอลรู้เรื่องนี้ได้ยังไง

 

คนตัวเล็กรีบพิมพ์ตอบกลับไปอย่างไม่รีรอ

 

ฉันขอโทษ...เพียงแค่ฉันยังหาเวลาบอกนายไม่ได้

 

แพคฮยอนทำหน้ารู้สึกไม่ดีจนจื่อเทารู้สึกเป็นห่วงไปด้วย

 

“เป็นอะไรรึเปล่าครับ”

“ชานยอลรู้แล้วว่าฉันจะไปจีน...”

“พี่เขารู้ได้ยังไงครับ” จื่อเทาถามแต่แพคฮยอนส่ายหน้าไปมาอย่างไม่รู้แล้วกำมือถือแน่น

“ฉันรู้สึกผิดจัง...ที่ไม่รีบบอกชานยอลก่อน..ฉัน” แพคฮยอนโทษตัวเองแล้วหยิบมือถือขึ้นมาแล้วพิมพ์ไปหาชานยอลอีกครั้ง

 

ฉันขอโทษจริงๆ...

 

แพคฮยอนแทบจะร้องไห้ออกมาเมื่อชานยอลไม่ตอบอะไรกลับมาเลย คนตัวเล็กเริ่มกระวนกระวายทำอะไรไม่ถูก เขาอยากจะคุยกับชานยอลตอนนี้แต่ก็กลัวว่าชานยอลจะไม่ยอมคุยด้วย...

 

เขารู้สึกหวาดกลัวไปหมด

 

ผ่านไปหลายนาที ชานยอลตอบกลับมาทำให้แพคฮยอนใจชื้นขึ้นมาก่อนที่จะรีบกดอ่านข้อความนั้นทันที

 

นายอยู่ไหน

ฉันอยู่ข้างนอก...ฉันไปหานายได้ไหม

ฉันอยู่ที่คอนโด

ได้...เดี๋ยวฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ

 

แพคฮยอนเก็บมือถือเข้ากระเป๋าแล้วรีบบอกจื่อเทาทันที

 

“ฉันต้องไปแล้ว ขอโทษที่อยู่ด้วยไม่ได้นะ” บอกอย่างเร่งรีบ แต่จื่อเทายิ้มกลับมาแล้วส่ายหน้าแทน

“ไม่เป็นไรครับ พี่ไปหาพี่ชานยอลเถอะ”

“อือ...ฉันไปก่อนนะ” แพคฮยอนคว้ากระเป๋าแล้วรีบวิ่งออกจากร้านทันที

 

จื่อมองตามแล้วหันไปมองข้าวของทุกอย่างที่เป็นของแพคฮยอนอยู่ข้างตัวเอง

 

“ไว้ค่อยให้ทีหลังก็แล้วกัน...เพราะพี่คงรีบมากจริงๆ...” พึมพำกับตัวเองแล้วก็นั่งรออาหารอยู่ภายในร้านเพียงคนเดียว จื่อเทาหยิบมือถือของตัวเองออกมาก่อนที่จะโทรหาเพื่อนสนิทที่สุดของตัวเองนั่นก็คือเฉิน...

 

(“ว่าไง มีอะไรรึเปล่า”) เฉินรับแล้วพูดเป็นภาษาจีนที่เขาถนัด

“แกออกมาหาฉันหน่อยดิ อยู่ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ห้าง K World” จื่อเทาบอก เฉินที่ได้ยินน้ำเสียงนิ่งๆ ก็จับอาการได้ว่าเพื่อนของตัวเองกำลังรู้สึกแย่...

(“เป็นอะไรไปวะ”) ปลายสายนั้นถามกลับไปอย่างเป็นห่วง จื่อเทาเงียบแล้วแค่นเสียงหัวเราะของตัวเองออกมาเบาๆ

“รู้สึกแย่...อย่างบอกไม่ถูก”

(“อยู่ร้านอาหารญี่ปุ่นใช่ไหม เดี๋ยวจะรีบไปหาเดี๋ยวนี้แหละ...”)

“อืม...รีบมานะเพื่อน” บอกเสร็จก็กดวางสายไป จื่อเทาทรุดตัวแล้วทิ้งน้ำหนักตัวเองเอนพนักพิงของเก้าอี้อย่างหมดแรง...ทั้งๆ ที่เขายังไม่ได้ออกแรงทำอะไรแท้ๆ

 

ก็มันเหนื่อยใจ ไม่ได้เหนื่อยกายนี่นา...

 

 

 

 

...

 

 

 

แพคฮยอนนั่งแท็กซี่มาถึงคอนโดที่คุ้นเคยของชานยอลเรียบร้อยแล้ว คนตัวเล็กรีบจ่ายเงินแล้วรีบวิ่งเข้าไปในคอนโดทันที หัวใจที่เต้นระรัวเพราะออกแรงวิ่งแต่ก็เทียบไม่ได้กับความรู้สึกผิดและการที่ต้องเผชิญหน้ากับชานยอลทั้งๆ ที่เขาเองก็ยังไม่พร้อมสักเท่าไหร่นัก

 

เขาเดินมาถึงประตูหน้าห้องของชานยอลเรียบร้อยแล้ว...

มือเรียวเล็กสั่นระริกก่อนที่จะเลื่อนไปเคาะประตูห้อง

 

 

ก๊อกก๊อก...

เขาผ่อนลมหายใจเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของตัวเอง ไม่นานชานยอลก็เปิดประตูออกมา แพคฮยอนเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าเรียบเฉยของอีกฝ่ายด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยว คนตัวเล็กเดินเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูลงอย่างเบามือส่วนชานยอลเดินไปนั่งลงที่โซฟากลางห้องแล้วมองโทรทัศน์อยู่เงียบๆ

 

“ชานยอลอ่า...” แพคฮยอนเรียกด้วยเสียงสั่นแต่ก็พยายามควบคุมไม่ให้ใจของตัวเองสั่นไปด้วย เขามองใบหน้าเพียงด้านข้างของชานยอลแล้วรู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูก

“อืม” รับอือในลำคอ แต่ก็ยังไม่มองหน้าแพคฮยอน คนตัวเล็กวางกระเป๋าลงแล้วนั่งลงข้างๆ ชานยอล

“ฉันขอโทษ...”

 

ชานยอลนิ่ง

 

 

“เมื่อไหร่...นายจะบอกฉันเมื่อไหร่”

“ฉัน...” แพคฮยอนกำมือตัวเองแน่นแล้วก้มหน้าลง ริมฝีปากเรียวเม้มเข้าหากันอย่างรู้สึกผิด

“ฉันยังไม่พร้อมที่จะบอกนาย...แต่ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่บอกนายเลยนะชานยอล”

“ไปกับจื่อเทาใช่ไหม”

“...”

 

แพคฮยอนก้มหน้า...ส่วนชานยอลกำมือของตัวเอง...

 

“ใช่ไหม” ถามซ้ำอีกครั้ง

“อือ ใช่...” แพคฮยอนตอบออกไปตามความจริง ชานยอลหันไปมองด้วยแววตาที่ไม่ชอบใจ

“ไปกับมันทำไม” ใช้เสียงแข็งๆ ถามออกไป

“ไม่ใช่นะ ไม่ใช่...” แพคฮยอนรีบยกมือปฏิเสธส่วนชานยอลกระชากเสียงถามอย่างแรงจนแพคฮยอนสะดุ้งเฮือกเพราะเสียงทุ้มหนัก

“ไม่ใช่แล้วอะไร!

“ชะ..ชานยอล...” แพคฮยอนแทบจะถูกกลืนเสียงไปด้วย เขาไม่เคยเห็นชานยอลเป็นแบบนี้มาก่อน คนตัวเล็กกลืนน้ำลายอันเหนียวหนืดลงคอก่อนที่จะพยายามอธิบายให้คนฝ่ายได้เข้าใจ

“บอกฉันมาสิว่าทำไมต้องมัน ชอบเด็กนั่นมากรึไง เพราะมันทำอาหารเก่งงั้นเหรอ หรือเพราะฉันทำอาหารไม่ได้เหมือนมัน”

“มันไม่ใช่อย่างนั้น...ฟังฉันก่อนได้ไหม”

“...” ชานยอลขบกรามตัวเองแล้วหันหน้าไปอีกทาง แพคฮยอนพยายามพูดอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายเงียบลง

“ฉันจะบอกนายเรื่องไปจีนหลายครั้งแล้ว แต่หาโอกาสไม่ได้สักที...ส่วนที่ได้ไปกับจื่อเทานั้นเพราะอาจารย์ให้เอกสารมาแค่ฉันกับจื่อเทาเพราะคะแนนสูง...นายเข้าใจฉันไหม...” เสียงเรียบนุ่มนั้นอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เขารู้ว่าชานยอลโกรธและเขาก็กำลังอธิบายอยู่

“...”

“เพียงแค่นายฟังที่ฉันพูดก็เท่านั้น...ฉันทำผิด ฉันไม่เคยแก้ตัว...”

“...”

“สิ่งที่ฉันพูดออกไปคือเรื่องจริง และฉันก็ไม่คิดอะไรกับจื่อเทา...”

“ไม่ได้คิดอะไร? ทำไมต้องสนิทกันขนาดนั้น ไปไหนมาไหนด้วยกัน ไปส่งถึงบ้าน!

“...ชานยอล” แพคฮยอนเปลี่ยนมากำมือตัวเองแน่น แล้วเสียงของเขาก็เริ่มสั่น

“ที่ฉันบอกไปทั้งหมด ไม่มีผลอะไรเลยใช่ไหม”

“...”

“ไม่เข้าใจฉันเลยใช่ไหม...ที่ฉันรีบมาที่นี่เพื่ออธิบายเรื่องทุกอย่างนี่ไม่มีความหมายเลยใช่ไหม!” คนตัวเล็กกระชากเสียงถามบ้าง ชานยอลยังคงขบกรามตัวเองแน่นก่อนจะหันไปหาแพคฮยอน

 

น้ำตาไหลรินอาบแก้มโดยไร้เสียงสะอื้น ดวงตาแดงก่ำของแพคฮยอนหันมามองเขาด้วยสายตาตัดพ้อแล้วหัวใจของชานยอลก็หล่นวูบในทันที...

 

“ฉันไม่ได้คิดอะไรกับจื่อเทาทั้งนั้น ไม่เคยคิด!

“...”

“เพราะฉันรักนายแค่คนเดียว...นายไม่รู้เหรอชานยอล...นายไม่รู้เลยเหรอ!

 

แพคฮยอนก้มหน้าเมื่อตัวเองพูดจบแล้วซบหน้าลงกับฝ่ามือทั้งสองข้าง ชานยอลเหมือนถูกฟาดหน้าอย่างแรงด้วยของแข็งเมื่อเป็นเขาเองที่ทำให้แพคฮยอนร้องไห้เสียใจอย่างนี้...

 

ทำไมเขาถึงไม่คิดถึงจุดๆ นั้นบ้างเลยว่าแพคฮยอนนั้นทำอะไรเพื่อเขามาตั้งหลายอย่าง

แต่เขา...กลับทำให้แพคฮยอนร้องไห้

 

เขามันแย่มากจริงๆ...

 

 

 

 

 

 

*

เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ

กว่าจะมาลงได้ มัวแต่ขำ

ตอนนี้แพคร้องไห้งองแงอ่ะ ทำไมปรี้ชานทำแบบนี้ด้ายยยย

ไม่เม้าท์อะไรนะ เดี๋ยวไปเจอกันที่ทวิต

ตอน 7 เตรียมตัว จะรีบอัพไวๆ นี้ ส่วนใครที่รอสั่งจอง ปลายเดือนเปิดให้สั่งแน่นอนค่ะ

เตรียมเงินในกระเป๋าของทั่นไว้ให้ดี มันกำลังจะมา

วะฮ่า 55555555555555555555555555555555555555555555

555555555555555555555555555555555555555555555555

อ้อ! สปอยอีกนิด ว่าภาค 2 นี้มีอะไรให้ลุ้นเยอะแยะนะคะ

ยังไงฝากติดตามกันไปจนจบด้วยจ้า !

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,387 ความคิดเห็น

  1. #1383 pcy921 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 13:04
    ชานยอลรู้ได้งายยยยย
    #1,383
    0
  2. #1365 pim pimmi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 06:53
    โอ๊ยยย เคลียร์กันให้รู้เรื่องนะ
    #1,365
    0
  3. #1351 ParkByun ChanBaek (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 20:25
    น่านไง ชยอลทำไมต้องใส่อารมณ์ด้วยอ่ะ เฮ้อ! แบคมันผิดไปแล้วก็มาขอโทษ ทำดีให้ต้องหลายครั้ง พูดดีดีกันเถ้ออออ!!
    โกรธแล้วน้าา อ๊ากกกก!!! อย่า หน่วง เลย เถ้ออ 
    #ไม่เป็นไรนะเทา เราไม่ว่านายหรอก แต่นายคิดดีแล้วล่ะที่อย่างน้อยก็คิดว่าแพคฮยอนเป็นเหมือนประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตน่ะ 
    #1,351
    0
  4. #1324 nunnuna (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มีนาคม 2557 / 02:13
    ไม่รู้จะอธิบายยังไง TT
    #1,324
    0
  5. #1313 'โยดา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:10
    คุณอิหยอยตะคอกใส่แบคทำไม ! #เทาย่าเข้มแข็งไว้นะ
    #1,313
    0
  6. #1306 tofutangmo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มกราคม 2557 / 15:52
    อิยอลลลลลล แกกกก เดี๋ยวได้มีเรื่องนะ
    แบคร้องไห้เลยเห็นมั้ย ทำไมไม่พูดกันดีๆ หา!
    ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ นี่ก็โมโหจังวุ้ย
    ชานยอลงี่เง่าว่ะ งี่เง่าอ่ะ
    #1,306
    0
  7. #1295 moofern (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2556 / 00:27
    โอ๊ย เจ็บปวดแทนแบค ไหนจะคยองอีกคน
    แต่ฮุนมีพี่คริสแล้วนะ ไคคงไม่...ใช่ไหม ไคชอบคยองนะ!
    #1,295
    0
  8. #1287 ท้องฟ้า NR68 :) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 / 23:21
    งือออออออออ นุ้งแบคร้องไห้แล้วนะยอลลลลล
    #1,287
    0
  9. #1276 A_roonie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 / 20:25
    T^T พอ ส่งลีดไป 55555555555555
    #1,276
    0
  10. #1266 ♡;세훈. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2556 / 09:47
    หน่วงอ่ะแงงง T _ T 
    #1,266
    0
  11. #1251 MyDreamEXO (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2556 / 15:58
    น่านไงได้กลิ่นดราม่าจากตอนที่แล้วจริงๆด้วย พอมาตอนนี้ยิ่งดราม่าเข้าไปใหญ่เลย T^T คืนดีกันสักทีสิ 
    #1,251
    0
  12. #1240 Cbstory (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2556 / 01:24
    ไรท์อารมณ์ดีอ่ะ55555 รักฟิคเรื่องนี้มากๆๆๆๆ ชานแบคดราม่าอีกแย้ววว
    #1,240
    0
  13. #1235 Clothia (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 19:57
    ดีกันสักทีเถอะนะ เราสงสารแบคมากเลยอะ
    #1,235
    0
  14. #1219 LosT MY MiND (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 14:16
    สงสารแบค T.T
    คืนดีกันเถอะน้าา
    #1,219
    0
  15. #1208 tklover (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 15:54
    เป็นไงหละหยอยยยเฮ้อออออ แกนี่น่ะน่าจับมาตีจริงๆ
    #1,208
    0
  16. #1192 fang_ns (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 19:40
    ใช่ชานยอล แบคทำเพื่อแกทุกอย่าง ยอมลดน้ำหนักเพื่อแก แต่แกกับไม่เชื่อใจแบค แกมันแย่มากจิงๆนั้นแหละ
    #1,192
    0
  17. #1182 love (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2556 / 11:23
    ดราม่าจริงๆด้วย:(
    #1,182
    0
  18. #1172 geejajaa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 14:34
    กรี๊ดชานแบคเข้าใจกันแล้ว แจ่ม เยี่ยม เชื่อใจกันนะคะ มั่นคงเข้าไว้นะ
    #1,172
    0
  19. #1158 ThePat. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 01:19
    ยอลทำแบคร้องไห้TT'
    แต่แบคก็นะ ซื่ิอเกินนนนนน
    ยังชวนเทาออกไปด้วยกันอีก
    ขนาดสถานการณ์ไม่ค่อยดีนะ-3-
    #1,158
    0
  20. #1145 ★゙ คุณนายคิม'' (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 05:31
    แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง พี้ชานยอลกลายเป็นคนผิดบาปปปปปปปป
    น้องเทาเทาเป็นคนดี ไม่เสแสร้งสินะ
    เงอออออออออออออออออออ แต่แล้วไงล่ะ แล้วไงล่ะ?
    ไม่อยากให้พี้ชานยอลเป็นคนผิดอะ ก็คนมันขี้หึงแล้วทำไมล่ะ?

    น้องเทาเทาก็ว่าไม่ได้ด้วยเพราะน้องเทาเทาเป็นคนดี ก็ขอให้ชานแพคมันเข้าใจกันเร็วๆนะ
    ดูทุกอย่างจะเข้าข้างให้น้องเทาเทามันป๊ะกับหมาแพคน้อยกันทุกทีสิน่าๆ
    แล้วงี้แพคเทาจะไปจีนกันนานเท่าไหร่เนี่ย??

    อิชานมันเป็นบ้าแน่เลยอะ เฮ้ออออออออออออ ก็หมาแพคน้อยอะแหละไม่ยอมบอกชานยอล #เมนหมาแพคน้อยค่ะบอกได้คำเดียว
    #1,145
    0
  21. #1132 chompoochi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2556 / 17:55
    โอ้ หม่ายยยย ก๊าดดดดดดด

    ชานยอลแกรทำอะไรลงไป TT^TT ภาคที่แล้วน้องรักแกจะเป็นจะตายยังไม่ร้องไห้สักแอะ !!!

    นี่อัลไล จื่อเทา ..เป็นเพราะนายนั่นแหละชั้นว่านะ = =

    ก็เข้าใจในเจตนาอันดีนะ แต่มันผิดจังหวะชีวิตไปหน่อยอ่ะ TT

    แต่ทุกคนก็มีมุมมองของตัวเองแล้วก็ดูเหมือนจะน่าสงสารทุกคนเลยอ่ะ

    เดี๋ยวๆ มีน้องคยองของแม่ด้วยนี่ น้องน่ารักมากกกกกกกกก กัมจงแกนะไม่ยอมทำอะไรให้ชัดเจนลูกสาวเราคิดมากแล้วอ่ะ TT

    แต่เราว่าความสัมพันธ์ของจงอินกับเซฮุนมันเหมือนเพื่อนในรูปแบบนึงป่ะ เหมือนเราก็เคยมีเพื่อนต่างเพศนะ ที่เป็นแค่เพื่อนเนี่ยแหละ แต่มันก็มีความรู้สึกที่เออ แกเป็นคนพิเศษนะ รู็สึกดีที่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็ไม่ใช่แฟนอ่ะ ไม่รู้นะ เราเดาผิดเปล่าไม่รู้

    แต่คยองซูก็จับความรู้สึกของไคฮุนที่มันมีต่อกันได้ไง น้องเลยออกอาการแล้ววว เยสสสสส หลังจากที่น้องคยองเก่งมาทั้งภาคที่แล้ว ภาคนี้ขอมันหวั่นไหวบ้างเห้อออ เดี๋ยวจะคิดว่าลูกเป็นทอม(?) 55555555555555

    ส่วนชานแบคนี้ขอถอนหายใจเลยนะ จริงๆนิสัยส่วนตัวของแบคมันไม่ผิดนะ แต่มันเป็นสาเหตุใหญ่เลยแหละที่ทำให้ไม่เข้าใจ

    ส่วนอาการแสดงของชานยอลเราว่าเป็นปกติว่ะ เป็นเราเราก็หึงอ่ะะะะะ แล้วดูน้องแบคทำดิ ชวนมาซ์้อของเดินเที่ยวเงี้ย คือเข้าใจความคิดของน้องแบคเลยนะ แต่บางทีเราก็นะ...เฮ้ออออออออออออออ

    ไปอ่านต่อดีกั่ว อิอิ
    #1,132
    0
  22. #1121 `ชานแบคฟินมาก* (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2556 / 12:26
    ขอเข้าข้างชานยอล
    แบคก็นะ จะชวนเทาไปซื้อของทำไม รู้ก็รู้ว่าเทาคิดยังไง ซื่อเกินไป 
    บางที ถ้าเราเป็นชานยอล เรายิ่งกว่านี้อีก = = 
    #1,121
    0
  23. #1095 SingSomB (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 / 19:33
    ตอนแรกที่แบคชวนเทามาซื้อของด้วยนี่หงุดหงิดมากเลยนะ รู้สึกว่าแบคทำเกินไปหน่อย สถานการณ์ยิ่งไม่ค่อยดีอยู่ก็ยังจะอยู่กับเทาสองต่อสองอีก จากที่เข้าใจแบคเลยเริ่มไม่ค่อยเข้าใจละ แต่พอชานยอลไม่รู้ก็แอบโล่งอก เหมือนช่วยแบคปกปิดความผิดอยู่ 5555 จริงๆปัญหามันอยู่ที่คิดคนละแบบนะ ชานยอลก็ไม่ใช่ว่าจะไมเชื่อใจแบคซะทีเดียวหรอก แต่ถ้าเจอแบบนี้เข้าไปแล้วไม่รู้สึกรู้สาก็เป็นเพื่อนกันเหอะ ไม่ได้รู้สึกแบบแฟนแล้วแหละ ส่วนแบคฮยอนก็มั่นใจว่าตัวเองบริสุทธิ์ใจจริงๆ แล้วก็อธิบายจนไม่รู้จะพูดยังไงดีแล้ว มันก็อดจะเหนื่อย อดจะน้อยใจไม่ได้
    ไคโด้นี่แบบ...เราแอบคิดเหมือนน้องโด้ และสนับสนุนความคิดลูกสะใภ้แบบสุดๆ ไคมันมีอาการกับติ๋มจริงๆอ่ะ เราติดใจตั้งแต่ที่ร้านนั่นละ ไม่แปลกหรอกที่น้องโด้จะเครียด ชัดเจนหน่อยสิอิดำ เมื่อก่อนอยู่กับเซฮุนก็แรดมาเคลิบเคลิ้มน้องคยอง พอมาสนิทกับน้องคยองก็เจือกแคร์เซฮุนให้เห็นใกล้ๆอีก เอาไงวะ ชกกันป่ะ
    #1,095
    0
  24. #1092 kahee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 / 16:55
    จะร้องไห้
    #1,092
    0
  25. #1078 £u¢iƒër (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 14:54
    ตอนแรกนี่แบบขึ้นมากเลย แบคแม่งจะชวนเทามาซื้อของด้วยกันทำไมวะ นิสัยดีเกินนนนลูก โอ้ยยยย ไม่อยากจะคิดเลยถ้าหยอยมาเจอจะเป็นยังไง มีไรหนูต้องรีบบอกหยอยสิลูก มันแต่ยึกยักอยู่ได้ หึ่มๆ ไม่ได้ใจแม่เลย แต่หยอยแอบตะคอกแบคนะ ถือว่าเจ๊าก็แล้วกัน อภัยคดีนี้แบคละกัน เอาใจช่วยหยอย
    #1,078
    0