#ก็จะดื้อ (omegaverse)

ตอนที่ 2 : โกโกที่ 1 : พี่ชาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43,646
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,743 ครั้ง
    6 พ.ค. 63

ก็จะดื้อ1

พี่ชาย

 

 

สิบเอ็ดโมงเช้าวันเสาร์เป็นช่วงเวลาพักผ่อนที่แสนจะใส เสียงนกร้องจิ๊บๆ ร้องคลอกันเหมือนฉากเปิดในนิทานดิสนี่ย์ ต่างกันตรงที่ในความจริงที่นี่กรุงเทพไม่ใช่แถวราชวังในนิทานและหากฉากเปิดของดิสนี่ย์จะอยู่ในห้องน้ำก็คงจะเป็นนิทานฝันร้ายของเด็ก

 

และสิ่งที่แย่ที่สุดคือนอกจากสถานที่จะอยู่ในห้องน้ำแล้วนั้นก็คงหนีไม่พ้น

 

...เสียงอาเจียนที่ดังลั่น

 

 

“อ้อกกกกกกกกกกกกกกก” เจ้าของเสียงอาเจียนกระชับกอดโถส้วมสีขาวเพื่อนรักแนบแน่นประหนึ่งเพื่อนสนิทกันมาหลายชาติ กลุ่มผมฟูสีน้ำตาลจุ่มไปจนเกือบชิดโถ ภาพที่ตัวเองขยับตัวเต้นและชนแก้วกับเพื่อนเมื่อคืนฉายทับเข้ามา

 

...ไม่น่าเลย

รู้งี้พอตั้งแต่แก้วที่ห้านั่นดีกว่า แสบคอไปหมดแล้ว!!!

 

เขาได้แต่กล่าวคาดโทษเพื่อนโอเมก้าตัวแสบในใจเพราะปากไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะขยับบ่น เช้าวันเสาร์ที่ควรจะเริ่มต้นด้วยความสดใสดันเป็นกระโถน ตะนิดถอนหายใจด้วยเหนื่อยอ่อน เขาหมดแรงจะใช้ชีวิตแล้วสำหรับวันนี้ ขอหลับแล้วตื่นมาหายแฮงค์เลยเถอะได้โปรด

แต่ก็ทำได้แต่งอแงในความคิดเพราะสุดท้ายเขาก็ต้องลากร่างไร้เรี่ยวแรงนี่ไปอาบน้ำแปรงฟันเพื่อที่จะลงไปรับโทษที่รออยู่ที่ห้องนั่งเล่น

หลังจากอาบน้ำจนตัวหอมกลิ่นสบู่ตรานกแก้วส่วนถูกหัวกลิ่นเฮดแอนด์โชว์เดอร์ ตะนิดก็พาร่างตัวเองมาหยุดอยู่หน้ากระจกซิงค์ล้างหน้า ดวงตาสีอ่อนจ้องนิ่งไปที่กระจก

 

... โทรมสุดๆ ชัดเจนว่าเมาค้าง

ว่าแต่ไอ้รอยช้ำตรงแถวข้อศอกนี่มายังไงนะ จำไม่ได้แล้ว เวรเอ๊ยไม่น่าปล่อยให้เมาขนาดนีั้เลย

 

ตะนิดก่นด่าตัวเองในใจ แต่ถามว่าด่าไปแล้วสำนึกไหมก็ไม่หรอก เขามีคติที่ว่าปัญหาวันนี้ก็ปล่อยให้มันอยู่แค่วันนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่ สรุปจบด่าตัวเองและปลอบตัวเองเสร็จก็ออกมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวแต่งตัวให้เรียบร้อย หายใจเข้าสองฟึดเรียกขวัญและกำลังใจก่อนจะเปิดประตูเดินออกจากห้องนอนไป

 

“ไอ้ตัวแสบ”

 

เอาจริงๆ แล้วเสียงที่ดังขึ้นนั้นไม่ได้ตวาดดุเสียงดังอะไรแท้ๆ แต่ด้วยความที่ต้นเสียงคือคุณนิตยาในท่ากอดอกมันถึงน่ากลัวขึ้นเป็นสิบเท่า เขาได้แต่ยกยิ้มเจื่อน ยิ้มไว้ก่อนเดี๋ยวร้ายก็กลายเป็นดี

 

“แม่ นิดอธิบายได้” รู้สึกชื่อตัวเองดูน่ารักขึ้นมาทันทีเมื่อถูกย่อ แต่ตอนนี้ก็ต้องน่ารักอ้อนไว้ก่อนแล้วแหละ ...เผื่อรอด

“ไม่ฟัง”

“แง้” ยังไม่ทันได้กรอกตานึกคำอธิบายก็ถูกปัดตกไปก่อนเลยล่วงหน้า ได้แต่อ้าปากพะงาบๆ ...แม่นะแม่ ขอให้ได้แก้ตัวหน่อยก็ไม่ได้เลย

“กลับบ้านมาตอนตีสามสภาพเพื่อนแบกขึ้นหลัง แม่ควรดุลูกยังไงดี”

“เอาเป็น ไอ้เด็กดื้อคนนี้นี่มันจริงๆ เลย!... ไหมแม่”

“นายตนิษฐ์!” ชื่อจริงมาน้ำตาก็ตก

“แม่อ่ะ นิดก็ไม่เด็กแล้ว ยี่สิบสองแล้ว มันก็มีบ้างป่ะ ตามภาษาวัยรุ่น”

“เดือนนี้สามรอบแล้ว มันจะเกินไปแล้วนะนิด”

“แต่แม่...”

“นี่มันก็ใกล้ช่วงฮีทของเราแล้ว ขอแค่เรื่องนี้ให้กันไม่ได้เลยหรอลูก” คุณนิตยาขยับโทนเสียงขึ้นมานิดหน่อยตามแรงอารมณ์

สิ้นเสียงนั่นตะนิดก็กำมือแน่น ดวงตาใสฉายแววสั่นระริกด้วยความเสียใจ ไม่ใช่เพราะโกรธกับคำพูดของคนเป็นแม่

 

... แต่เพราะเถียงอะไรไม่ออก

 

ฮีท

 

ฝันร้ายสำหรับโอเมก้า สิ่งเกลียดให้ตายแค่ไหนก็ไม่สามารถหนีพ้น ไอ้อาการที่ทำให้เรารู้สึกร่างไม่ใช่ของเราอีกต่อไป ไม่สามารถบังคับตัวเองได้

ตะนิดเริ่มมีอาการฮีทตั้งแต่อายุสิบแปด ถือว่าช้าสำหรับโอเมก้าที่ควรจะเริ่มมีฮีทแรกกันตั้งแต่อายุสิบห้า ด้วยความที่ไม่ได้เตรียมตัวรับสถานการณ์นี้ไว้ เขาจำได้แม่นว่าวันนั้นที่บ้านวุ่นวายไปหมด พ่อต้องพาคณิตพี่ชายฝาแฝดของเขาขึ้นรถออกนอกบ้านเพราะทั้งคู่เป็นอัลฟ่า

 

...แต่ถึงอย่างนั้น

 

ภาพที่คณิตจ้องเขาด้วยสายตาล่าเหยื่อนั่นยังติดได้ดีอยู่ในความทรงจำ ถึงแม้หลังจากฮีทนั้นผ่านไปบ้านเราจะกลับมาเหมือนเดิม

แต่ลึกๆ เขาก็รู้ดีว่ามันไม่เหมือนเดิมเลยสักนิดเดียว มันเหมือนมีรอยแยกบางอย่างเกิดขึ้น

 

“นิดขอโทษ...” เขาเอ่ยขอโทษเสียงแผ่ว

“นั่งลง”

“แม่ นิด-“

“นายตนิษฐ์ นั่งลง” ชื่อจริงมาก็เป็นอันรู้กันว่าเป็นประโยคสำสั่ง

ตะนิดเดินคอตกไหล่ห่อเหลือตัวเท่ามดตะนอยไปนั่งลงบนโซฟาข้างคุณนิตยา ดวงตากลมก็กวาดมองซองเอกสารใสบนโต๊ะพร้อมกับกระพริบตาปริบๆ จะไม่ให้กระพริบตาได้ยังในเมื่อที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้า

 

เรซูเม่?

อะไร จะให้ไปสมัครงานหรือมีใครมาสมัครงานที่บ้านงั้นหรอ? นี่แม่โกรธที่เขาเมาเลยรับแม่บ้านเพิ่มอะไรอย่างนั้นหรอ มันจะแก้ปัญหาไม่ตรงจุดเหมือนลุงแถวนี้แก้ปัญหาเกินไปแล้ว

 

“เรซูเม่หรอ นี่แม่จะสมัครแม่บ้านอีกแล้วหรอ พี่นาคนเดียวไม่พอหรอแม่” พี่นาคือแม่บ้านคนปัจจุบันครับ ทำส้มตำเก่งมากแต่ที่เก่งกว่าคือแอบไปอู้หลับกับทาหน้าขาวมาจ๊ะเอ๋กันบ่อยๆ ก่อนเข้านอน

“เรซูเม่อะไรล่ะ นี่ประวัติคู่ดูตัว”

“ดูตัว?” เขาขมวดคิ้วงงไปหนึ่งที “แล้วหรอ...”

“อ่านซะ ประวัติพอสังเขปของพี่ชาย”

“พี่ชายก็ไอ้คณิตไง”

“ไม่ๆ แม่หมายถึงพี่ชาย”

“เอ๊า ก็ไอ้คณิตไง หรือมันเป็นลูกเก็บมาเลี้ยง!!! ว่าแล้ว!!! หน้าเหมือนเล็บตีนจิงโจ้มีหน้ามาขอเป็นแฝดกัน”

“สัด กูไม่ได้ขอ”

 

ป้าป!!!

แรงฟาดจนหัวโยกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สมชื่อแฝดนรก ด่ามันหน้าเหมือนตีนจิ้งโจ้เมื่อกี้ก็ลืมคิดไปเลยว่าเข้าตัวเองไปด้วย ชิ

แรงตบจนหัวปลายผมสิบห้าเซ็นกระจุยขนาดนี้ก็อดไม่ได้ที่ต้องหันไปคาดโทษไอ้แฝดเวร ถ้ารู้ว่าเกิดออกมามันจะแย่งสารอาหารจากเขาไปหมดขนาดนี้ รู้งี้แอบเอาสายสะดื้อฟาดมันให้ม่องไปตั้งแต่อยู่ในห้องแม่แล้ว เซ็ง คิดได้เมื่อสาย(สะดือหลุด)ไปแล้ว

 

“อย่าตีน้อง”

“เออ อย่าตีน้อง” เห็นแม่ดุก็เขาต้องรีบผสมโรงดุด้วย เอาอีกแม่ ด่ามันอีก ไอ้มารหัวขนแย่งเกาะไข่แม่มาเกิด ชิ่วๆ

“ไหนเอามาหน้าผัวมึงดูดิ๊”

“หยาบว่ะคณิต ผัวไรวะ” เขาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ

คณิตเอื้อมมือไปหยิบเรซูเม่(?) จากมือแม่มาอ่าน ส่วนผมก็ได้แต่นั่งถอนหายใจด้วยความเซ็ง หากเป็นสมัยก่อนที่จะมีการแบ่งไอ้ชนชั้นบ้าบอ อัลฟ่า เบต้า โอเมก้าอะไรนี่ การไปดูตัวคงฟังดูแปลก แต่ปัจจุบันการไปดูตัวเพื่อเลือกคู่ระหว่างอัลฟ่ากับโอเมก้านั้นเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ ซึ่งการดูตัวก็จะแบ่งเป็นหลายประเภท ดูตัวเพื่อสืบพันธุ์ ดูตัวเพื่อพัฒนาความสัมพันหรือดูตัวเพื่อช่วยตอนฮีตระยะสั้นๆ

แต่สำหรับเขาแล้วทุกการดูตัวที่แม่เป็นคนเลือกมันมักจะเพื่อไปนั่งกินข้าวด้วยแล้วชิ่งหนี ไปให้แม่สบายใจไปงั้น

 

“เออ คนนี้ก็พอได้นะ หล่อดี หล่อเกือบเท่ากู”

“ขอร้องคณิต กูไม่เดทกับคนหน้าเหมือนตีน”

“ไอ้ต๋ามึง!!!”

“อะไรไอ้ราคะ!!!” เสียงมวยดังขึ้นเตรียมพร้อมเปิดศึกเลือดข้นคนบ้า

“หยุดตีกันก่อนที่แม่จะตีทั้งคู่นะ คณิต!! ตนิษฐ์!!” จำใจต้องหยุด หยุดโดยที่ไม่มีอะไรกั้นไม่งั้นตูดเราจะกลายเป็นรอยไม้แขวนเสื้อได้

“ว่าแต่มันชื่อว่าไรนะแม่”

“มัน?”

“หมายถึงเขา แหะๆ”

“ชาย พี่เขาชื่อชาย” พอได้ยินชื่อแล้วเขาก็ได้แต่อุทานในใจ โคตรเท่ แค่เรียกก็ดูรวยขึ้นมาทันที คุณชาย พี่ชาย ยศเหนือกว่าเห็นๆ

“พี่ชาย...”

“เออ พรุ่งนี้แม่นัดพี่ชายไว้ตอนเที่ยงที่สยาม นิดห้ามไปสายนะลูก”

“คร้าบบบบบ”

“สายชัวร์ รับไวงี้”

“ยุ่งว่ะคณิต”

“อยากให้ไปด้วยป่ะเนี่ย เพื่อแม่งเป็นพวกหื่นกามเดี๋ยวกูสอยแม่ง” คณิตเอื้อมมือมาขยี้หัวแฝดตัวเล็กไปมา

 

ถึงจะตีกันบ่อยเหมือนเกลียดขี้หน้ากันมาตั้งแต่สมัยเป็นสเปิร์ม แต่ถ้าพูดตรงๆ แล้ว คณิตเองก็ห่วงและหวงแฝดน้องที่เกิดมาตัวเล็กไม่น้อยไปกว่าพ่อและแม่ หลายต่อหลายครั้งที่เจ้าตัวแอบสะกดรอยตามน้องชายตัวเองเพื่อไปดูให้มั่นใจว่าคู่เดทน้องจะไม่แอบแตะอั๋งหรือใช้กำลังพาน้องเขาไปไหน

...คงไม่ต้องบอกว่าคู่เดทตะนิดน่ะเขาตามไปกระทืบมาหลายรายแล้ว แต่ให้มันรู้ไม่ได้หรอก เดี๋ยวมันเหลิง

 

“ไปเป็นไร นัดสยามหนีง่าย กินข้าวเสร็จเดี๋ยวชิ่งเลย” ประโยคหลังตะนิดจงใจกระซิบให้รู้กันอยู่สองคน

“เค”

“กระซิบอะไรกันน่ะ”

“แม่ นิดหิวมากก แฮ้งค์ด้วย มีอะไรหวานๆ เปรี้ยวๆ กินไหม”

“แม่ทำต้มยำไก่ไว้ คณิตไปอุ่นให้น้องไปลูก”

“อยากแดกก็อุ่นเองไอ้ต๋า”

“คณิตพี่รักก กูไม่มีแรงแล้วววว ทำให้น้องหน่อยยยย” ตะนิดรีบกอดแขนคนเป็นพี่พร้อมกับไถหัวออดอ้อนทันที ปกติเขาก็อ้อนมันอยู่บ่อยๆ คนอย่างคณิตน่ะแพ้ลูกอ้อนจะตาย

“วุ่นวายว่ะ เออ เดี๋ยวไปทำให้” ว่าแล้วแฝดพี่ก็ยอมลุกเข้าครัวไปให้แต่โดยดี ตะนิดยิ้มร่าเมื่อแผนการอ้อนสำเร็จก่อนจะหันกลับมาสนใจประเด็นหลักของตัวเอง รู้ดีว่าต่อให้ถอนหายใจครบสิบครั้งยังไงปัญหาก้อนใหญ่นี่ก็ไม่มีทางหลุดแต่ตะนิดก็เลือกจะถอนหายใจอีกรอบออกไปอยู่ดี

 

เอาเถอะ

พรุ่งนี้ก็แค่ตื่นๆ ไปให้มันจบ

 

แค่ตื่นๆ ให้มันจบ

ใช่ เขาคิดแบบนั้น

 

จนกระทั่งวันต่อมาตอนที่นาฬิกาปลุกเวลาในมือถือโชว์เลขสิบเอ็ดโมงครึ่ง เขาถึงได้รู้ว่า

 

มันไม่จบ เพราะกูไม่ตื่นนนนนน

สายแล้วโว้ยยยยยย!!!

 

ฉิบหายๆๆๆๆๆๆ แม่รู้โดนด่าขี้หูเหลวแน่นอน นึกขอบคุณพระเจ้าร้อยครั้งที่วันนี้แม่เขาออกไปชิทแชทกับสมาคมแม่บ้านแถวตลาด อัพเดทข้อมูลข่าวสารความเป็นมาของเพื่อนร่วมซอยแบบวันต่อวัน ขนาดแม่ไม่อยู่ขาเขายังขวิดกันแทบตาย เกือบจะใส่เสื้อกลับตะเข็บออกจากบ้าน แค่เปิดตัวเจอกันวันแรกก็วุ่นวายเลยโว้ยไอ้คุณชายนี่

 

แน่นอนว่าในเวลาเร่งด่วน ตัวเลือกคงหนีไม่พ้นพี่วิน เขายกมือขึ้นโบกเรียกพี่วินให้ไปส่งที่บีทีเอส ระหว่างได้ยินพี่วินพยายามพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ได้ยินเหมือนภาษาทิพย์ พยักหน้าไว้ก่อน เข้าใจๆ ไอซีๆ ไม่ลืมตบบ่าบอกพี่เขาสู้ๆ ก่อนจะออกตัววิ่งตื๊ดบัตรแรบบิทเข้าสู่ชานชะลา

 

โชคดีที่ตอนที่ขึ้นบันไดเลื่อนนั้นเป็นจังหวะเดียวกับที่รถไฟฟ้าเข้าชานชะลาพอดี เลยปฏิบัติการแปลงร่างเป็นมนุดป้าลักไก่วิ่งแซงเข้าทางสายกลางเข้าขบวนมาอย่างหน้าด้านหน้าทน หลังจากนั้นก็ทำเนียนต่อด้วยการหยิบมือถือมาพิมพ์ด่าไอ้คณิต ไม่มีไรทำก็ด่าพี่ตัวเอง ตอนนั้นเองที่เขารู้สึกเหมือนมีสายตาหนึ่งกำลังจ้อง ไม่ใช่จ้องธรรมดา แต่เป็นจ้องนิ่งอยู่นานจนต้องเงยหน้าขึ้นมอง

 

คนตรงหน้าเป็นผู้ชายอายุประมาณสามสิบกว่าๆ ดูจากส่วนสูงที่น่าจะถึงร้อยเก้าสิบ ไหล่กว้างแบบที่นกเอี้ยงมาเกาะได้เกินข้างละห้าตัว แขนที่กอดอกอยู่นั่นกล้ามเนื้อแน่นกว่าแขนกุ้งแห้งของเขาไปเยอะ กลิ่นอายชัดเจนแบบไม่ต้องสงสัยว่าเป็นอัลฟ่า เผลอๆ อาจจะเป็นอัลฟ่าเลือดแท้ที่มีจำนวนน้อยในปัจจุบัน ใบหน้าดุใต้กรอบแว่นนั่นจ้องมานิ่งๆ

 

...อะไร จ้องทำไม

แล้วคนอะไรหน้าดุเป็นบ้า

 

รีบหลบสายตาเล่นมือถือเป็นคำตอบแรกที่ตะนิดเลือกทำ ไถไปมาไม่นานแต่ฟิล์มก็สึกไปหลายมิล รถไฟฟ้าก็เข้าจอดที่สถานีสยาม พอประตูเปิดเขาก็รีบชิงออกตัววิ่งแทรกทุกคนออกไป เผลอแอบกระแทกใครไปไม่รู้แรงไปนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจ ตอนนี้กลัวพี่เขาคิดว่าเทแล้วกลับไปบอกแม่มากกว่า ชาร์ตพลังที่เท้าเตรียมพร้อมจะโกยสิโยมเต็มที่

 

... ถ้าไม่ติดว่า

 

แอ้ก!!!

 

คะ คะ คอเสื้อถูกดึง!!!

 

“เห้ย อะไรวะ” ตะนิดรีบหันไปปัดแรงดึงปริศนาออกทันที ซึ่งเจ้าของแรงดึงก็ไม่ใช่ใครไหน

 

เฮียแว่นหน้าดุ...

 

“มารยาทของการอยู่ร่วมกับคนอื่น คนเขาเข้าแถวอยู่ก็ต้องเข้าแถว ไม่ใช่แซงแถวเข้ามา” เสียงทุ้มนั่นเอ่ยออกมาพร้อมกับการกดสายตาดุ

“เอ่อ... โทษทีพี่ ผมรีบ”

“ไม่ใช่ข้ออ้าง”

“เห้ย แล้วจะเอาไงอีก ก็ขอโทษแล้วไง” ตะนิดขมวดคิ้วมุ่น

“โอ้ ต้องสอนมารยาทเรื่องเคารพผู้ใหญ่ด้วยหรอ”

“เห้ยลุง ปล่อยผมดิวะ ผมรีบ”

“ตัวกระเปี๊ยกเป็นลูกหมาทำเก่งจริง” ตะนิดมองอัลฟ่าหมาบ้าตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์

“ลุง จะปล่อยดีๆ ป่ะ”

“ไม่ แล้วเธอจะทำไมหืมตัวเปี๊ยก?”

 

...ตัวกระเปี๊ยกแล้วไง

อยากท้าอำนาจมืดชมรมถึงจะเตี้ยก็เหี้ยกว่านักใช่ไหม

 

ได้!!

 

เสี่ยครับ!!! ปล่อยผมไปเถอะ ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่รับงานบนเตียง” ตะนิดเอ่ยเสียงดังพร้อมกับเบะปากทำหน้ายู่ยี่ประหนึ่งองค์ดาราส่องสามเข้าประทับ

“ห๊ะ?”

“เสี่ยมีเมียอยู่แล้ว ผมทำไม่ได้ อย่าทำแบบนี้เลยครับเสี่ยยยยยย” พอเห็นคนโดนเรียกเสี่ยเลิ่กลั่ก เขาก็ยิ่งเบะปากส่งเสียงดัง “เสี่ยปล่อยผมเถอะครับ รอยกุญแจมือที่เสี่ยบังคับใส่เมื่อวานมันยังเจ็บอยู่”

“เดี๋ยว ใครเสี่ย...”

“ฮึกกกกกกก เจ็บเหลือเกินนนน โอ๊ยยยยย เจ็บไปทั้งหัวใจทำไมยังทนนนน เริ่มใหม่อีกกี่หนนะคนใจร้ายยยยยยยย”

 

เริ่มเวอร์ไปนิดหนึ่ง ตกลงเจ็บรอยกุญแจมือหรือแฟนทิ้ง

แต่เอาเถอะ ดาราต้องเล่นใหญ่ไว้ก่อน เผื่อแมวมองเห็นแล้วอินเนอร์เราได้

 

ด้วยความที่จุดที่เรายืนอยู่เป็นสถานีรถไฟฟ้าที่คนเยอะตลอดทุกช่วงเวลาทำให้เริ่มมีคนมองมาเยอะขึ้น ลุงอัลฟ่าหมาบ้าถึงได้ตกใจรีบปล่อยข้อมือเขาออกอย่างรวดเร็ว ใบหน้าดุนั่นเหรอหราจนอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ

 

“หนูขอตัวก่อนครับ... เสี่ยโรคจิต” ทันทีที่ข้อมือหลุด ตะนิดก็รีบหันไปแล่บลิ้นใส่เสี่ยโรคจิตก่อนจะออกตัววิ่งโกยเถอะโยมตื๊ดบัตรออกนอกสถานีมาทันที เขาวิ่งหอบแฮ่กมายังร้านกาแฟชื่อดัง ดังที่ว่าก็ไม่ใช่แค่เพราะสูตรแต่เป็นเสียงติวเตอร์โต๊ะข้างๆ ด้วย แหม่ จองกันเต็มร้านกันเช่นเคย

ตะนิดสอดส่องสายตาไปทั่วร้านพรางหอบหายใจระบายความเหนื่อยจากการวิ่ง ตอนนั้นเองที่จู่ๆ ก็มีบางอย่างเย็นๆ แนบหน้าลงมาข้างแก้ม

 

“เห้ยยยย”

“มาสายนะครับน้องนิด” เขาได้แต่กระพริบตาปริบๆ มองฝ่ายตรงข้าม

อัลฟ่าร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิตสีขาวกางเกงสแลคสีน้ำตาลอ่อนมาพร้อมกับดวงตาสีเทาอมน้ำตาลที่ถึงแม้จะหุบหายไปเล็กน้อยจากการยิ้มจนตาหยีก็ยังดูดีอยู่ตาม

 

นะ นะ ในเรซูเม่ไม่ได้งานดีขนาดนี้นี่นา

 

“พะ พี่ชายหรอครับ”

“ติดบราเธอร์โซนพี่ไว้ตั้งแต่วันแรกเลยหรอ”

“เอ้ย ไม่ๆ หมายถึง คุณชายหรอครับ”

“ไม่ได้รวยขนาดนั้นหรอกครับ”

“...”

“ล้อเล่นน่ะ ใช่ครับ พี่เอง หมายถึงพี่ชายที่... ไม่ใช่พี่ชาย” สิ้นคำแนะนำตัวแสนงงของอัลฟ่าตรงหน้า ตะนิดก็อมลมใส่แก้มเล็กน้อย เจอกันครั้งแรกก็ปล่อยมุกกวนประสาทเลย

“ขอโทษที่มาสายนะพี่ พอดีนิดเจอคนโรคจิตบนบีทีเอส ซวยมาก”

“หืม? เขาทำอะไรไม่ดีนิดหรือเปล่าครับ” หน้าของอัลฟ่าหนุ่มขมวดมุ่นทันทีด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ได้ทำอะไรหรอกครับ ช่างมันเถอะ ว่าแต่นี่พี่กินข้าวมารึยังอะ?”

“ยังเลย รอเราเลือกร้าน”

“โห นิดกินไรก็ได้เลย”

“งั้นเป็นสเต๊กไหมครับ”

“ไม่เอาอ่ะ”

“ราเม็ง?”

“ไม่อยากกินเส้นอะพี่”

“ชาบูไหมครับ”

“หัวเหม็น”

“ยำไหมครับ?”

”ไม่นะพี่ นี่รปภ.”

“อีกนิดพี่จะคิดว่านิดกวนตีนพี่แล้วนะ” อัลฟ่าหนุ่มกล่าวหน้าตายพร้อมกับยื่นน้ำชาเขียวปั่นที่สั่งไว้เผื่อให้ตะนิด

“ฮ่าๆ พี่ตลกอ่ะ นี่สารภาพว่าตอนแรกนิดกะจะมาเจอพี่แล้วชิ่งนะ” ตะนิดรับแก้วมาดูดก่อนจะสารภาพความจริงออกไป

“คิดเหมือนกันเลย”

“เห้ยยย จริงป่ะเนี่ย”

“พ่อพี่บอกว่าพ่อนิดเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อพี่สมัยมัธยม พอฝั่งนิดขอมาเลยปฏิเสธไม่ได้” พูดมาขนาดนี้ตะนิดก็ถึงกับก้มหน้างุด

 

แม่นะแม่!!!

 

“อายเลยอ่ะพี่”

“แต่พอมาเจอตัวจริงแล้ว...” คนตัวสูงกว่าทิ้งจังหวะไปนิดพร้อมกับชายตามองคนตัวเล็กกว่าที่ก้มหน้าทำหน้าแดงเป็นโมจิแยมสตอเบอร์รี่ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา “... น่ารักกว่าที่คิด”

“ฮัดชิ่ว!!! โทษพี่ เมื่อกี้พูดไรนะ”

“เปล่าๆ พี่บอกว่าจอมโจรคิด”

“ห๊ะ?”

“ป่ะ ไปหาอะไรกินกันเถอะ หิวจะแย่แล้ว”

“อือ ไปจากที่นี่เถอะ กลิ่นน้ำหอมอะไรสักอย่างฟุ้งมาก ลาเวนเดอร์หรอ?” ตะนิดยกมือขึ้นปัดจมูกไปมาก่อนจะขอเดินนำออกจากร้านไปก่อน อัลฟ่าหนุ่มมองไล่หลังเล็กของเจ้าโอเมก้าก้อนโมจิแก้มแดงด้วยความเอ็นดูพร้อมกับเดินตามออกไป แม้ในใจจะสงสัยนิดหน่อย

 

กลิ่นน้ำหอม? ลาเวนเดอร์?

ไม่เห็นจะได้กลิ่นเลย...

 

 

สงสัยโอเมก้าจะจมูกไวกว่าอัลฟ่าอย่างเราล่ะมั้ง...

 

 

 

 

--- TALK

 

ยัยน้องตะนิด be like ...

 

 

 

เข้าสู่โหมดจริงจัง มันแปลกไหมคะทุกคน เป็นครั้งแรกที่ลองเขียนแบบบรรยายมุมมองที่สาม

ไม่เคยเขียนเลยค่ะ เลยอยากลองเขียนดู มันแย่ไหมคะ ถ้าแย่อาจจะรีไรท์กลับเป็นบุคคลที่หนึ่ง

หรือมีจุดไหนอยากติชมก็บอกได้เลยนะคะ

 

อ้อ ชื่อน้องนิด คือ ตนิษฐ์ (ตะนิด = เล็ก) ค่า ชื่อน่ารักมากกกกกกก ยัยต๋าาาาา

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.743K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,306 ความคิดเห็น

  1. #5302 Hamavari19 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2564 / 16:34
    ตอนเเรกก็เเสบมายัยนิด5555555
    #5,302
    0
  2. #5258 CallistoJpt (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2564 / 12:23
    น้องตะนิดแสบมากลูก 555555555555555
    #5,258
    0
  3. #5230 Hugyyyyyy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2564 / 08:58

    ยิ้มเลยยยยยย55555
    #5,230
    0
  4. #4782 นุ่มนิ่มเป็นสาววายฮะ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 00:00
    แสบมาก-น้อนน555555555 กวนตีนได้ใจจริงๆ!
    #4,782
    0
  5. #4751 yourwarmhug (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 00:24
    555555555555555555555 เสี่ย ว่าซ่าน
    #4,751
    0
  6. #4737 markmuk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 03:47
    ชื่อน้องน่ารักมากเลย น้องตะนิด
    #4,737
    0
  7. #4657 Torii_sp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 13:23
    โอเคเลยค่า แต่มีแอบหลุดคำว่าผมมานิดหน่อยเลยติดนิดนึง
    #4,657
    0
  8. #4601 ApisDorsata (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 21:23
    ไม่แปลกเลยสนุกมากกก
    #4,601
    0
  9. #4559 YungYing0711 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 17:14
    555คลกอ่าาานายเอกน่ารัก
    #4,559
    0
  10. #4319 Chanee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 19:04

    เปิดมาก็ฮาเลยคร้า

    #4,319
    0
  11. #4208 navanine (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 16:04
    น่ารักมากเลยค่ะ เป็นเรื่องที่อ่านแล้วตลกปนเขิน ชอบภาษาเขียนของคุณไรท์มากเลย อ่านง่ายถมมุกเยอะอีก เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #4,208
    0
  12. #4203 หัวใจy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 10:28

    3Pจัดไป

    #4,203
    0
  13. #3886 FDB88 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 14:34

    เอาจริงตอนแรกคิดว่าคนบนรถไฟฟ้าเป็นพี่ชาย แต่ไม่ใช่ แล้วพี่ชายคือคู่แห่งโชคชะตาน้องเหรอทำไมน้องได้กลิ่น แต่น้องแสบคือชอบมาก

    #3,886
    0
  14. #3878 TTSRLN (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 09:02
    น้องน่ารักอ่ะะะะ แต่ดื้อจังเลยยย ต้องตีๆ
    #3,878
    0
  15. #3858 N2_nungning (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 07:50
    เอ๊ะ โซเมทป่าว แล้วคนบนรถไฟคือใคร คุณชายเป็นพระเอกหรือป่าว
    #3,858
    0
  16. #3844 daydream` (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 12:47
    เอ๊ะ เอ๊ะ สรุปใครเป็นพระเอก งงไปหมดแล้วค่ะ ;-; // แต่คิดว่าน่าจะคนบนรถไฟฟ้า(รึเปล่า?)
    #3,844
    0
  17. #3764 TTSRLN (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 00:28
    ความคู่โชคชะตานี้
    #3,764
    0
  18. #3476 imavikur (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 17:49
    สรุปมครคือพระเอก แต่การกระทำบนรถไฟฟ้าเจองี้เราก็ไม่พอใจนะ นายเอกไม่ควรทำแบบนี้เลยแง
    #3,476
    0
  19. #3382 Fah_Nueafah (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 17:40
    นึกว่าพี่แว่นกล้ามโตบนรถไฟฟ้าเปนพระเอก
    #3,382
    1
    • #3382-1 ma melbourne(จากตอนที่ 2)
      24 กรกฎาคม 2563 / 20:27
      คิดเหมือนกันเลยค่ะ5555555
      #3382-1
  20. #3045 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 23:14
    แสบมากยัยนิด
    #3,045
    0
  21. #2889 kanyaest (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 22:13
    อมกก กลิ่นของคู่แห่งโชคชะตาเหรอ
    #2,889
    0
  22. #2309 chorpett (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 14:21
    ทำไมนายเอกมารยาททรามมาก คนเขาก็เตือนดีๆสำนึกในหัวคือไม่มีเลย รีบเลยทำผิดอะไรก็ได้งั้นเหรอทั้งที่ตื่นสายเอง โครตน่าเกลียดอะ สงสัยคนเขียนคงมีพฤติกรรมแบบนี้เลยมองว่ามันเป็นเรื่องปกติ แถมไปด่าคนมาเตือนว่าโรคจิตอีก มันไม่ตลกอะ มันน่าเกลียด
    #2,309
    9
    • #2309-8 'Oil'sang'(จากตอนที่ 2)
      3 สิงหาคม 2563 / 04:48
      เข้าใจว่าโมโหที่ตัวละครนิสัยแย่อันนี้อินได้ไม่ว่าแต่การพาลลามไปด่านข.ว่าเค้ามีพฤติกรรมแบบนี้ด้วยเราว่ามันแย่นะคะรบกวนใช้สติในการอ่านนิดนึงค่ะ
      #2309-8
    • #2309-9 Hanako_sun(จากตอนที่ 2)
      3 สิงหาคม 2563 / 07:39
      แยกแยะนะคะคุณ เราเชื่อนะว่าทุกคนมีสมอง และสามารถแยกแยะได้🙄🙄
      #2309-9
  23. #2272 chereamz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 10:47
    โอ้มายก้อดดด-ตัวแสบ
    #2,272
    0
  24. #2130 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 17:10

    ตะนิดได้กลิ่นโซลเมทเหร คับลูก
    #2,130
    0
  25. #2102 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 10:22

    ชื่อน่ารักมากกกก

    #2,102
    0