#ก็จะดื้อ (omegaverse)

ตอนที่ 14 : โกโกที่ 13 : รัท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,693 ครั้ง
    15 มิ.ย. 63

ก็จะดื้อ 13

รัท

 

 

เช้าแสนสดใสของตะนิดมักจะเริ่มต้นด้วยแสงแดดส่องกับกลิ่นลาเวนเดอร์จางๆ แต่วันนี้เขากลับตื่นขึ้นด้วยอาการจี๊ดหัวอย่างรุนแรง

 

อะไร...

ใครบังอาจมาเจาะถนนบนหัวเขา ทำไมถึงปวดขนาดนี้ 

 

ตะนิดขยี้ตาไปมาก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นเพื่อที่จะเห็นใบหน้าคล้ายตัวเองนั่งกอดอกจ้องอยู่ในระยะประชิดเตียง 

 

“เชี่ยยยยยยย!!! อะไรของมึงเนี่ยคณิต ตกใจหมด!!!” ตะนิดโวยวายลั่นพร้อมกับเหวี่ยงคุณนุ่มเบอร์ห้าใส่แฝดพี่ที่บังอาจมาโผล่ให้ตกใจตั้งแต่เช้า

“กูไหมตะนิด กูไหม”

“กูอะไร”

“กูไหมที่ต้องอยากปาคุณอ้วนเบอร์ห้านี่ใส่มึง”

“คุณนุ่มไม่ใช่คุณอ้วน!!!”

“มึงดูสภาพตัวเองก่อนไอ้เวร!!” 

 

สภาพ? 

ตะนิดตวัดสายตากลับมาพิจารณาตัวเอง ก็ไม่มีอะไรนี่นา แค่ใส่เสื้อยืดตัวเดียวนอนเองมันแปลกตรงไหนก-

 

เอ๊ะ...

เสื้อยืดตัวเดียว?  

 

“เสื้อมึงเหรอคณิต?”

“...”

“เห้ย กูไม่ได้ใส่เกงในด้วย” เปิดโปงผ้าห่มแล้วตะนิดก็เกือบตกใจ เจอมังกรยักษ์เข้าให้ 

“...”

“เอ๊ะ มึงกัดต้นขากูด้วยเหรอ ฟ้องแม่นะ!” 

“โอ๊ย กูอยากจะเป็นลม” คณิตซบหน้าลงกับเตียงด้วยความไม่ไหวในความเอ๋อของแฝดตัวเอง ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาสัญญาว่าจะไม่แย่งสารอาหารจากแม่เลย เผื่อแฝดน้องมันจะเด๋อน้อยกว่านี้ลงบ้าง สักสิบเปอร์เซ็นต์ก็ยังดี 

 

“เสื้อฉันเอง” ภาสที่ยืนพิงกรอบประตูจิบกาแฟมองความวุ่นวายพูดขึ้น แน่นอนว่าแมวดื้อก็หันขวับไปทันที  

“เสื้อพี่ภาส? แล้วทำไมนิดใส่เสื้อพี่ภาส?” 

“เพราะเราเมาอ้วกเละเทะที่ปาร์ตี้เมื่อวาน” ภาสจ้องตะนิดผ่านกรอบแว่นด้วยสายตาติดดุอยู่เล็กน้อย แต่นั่นก็ทำเอาเจ้าแมวขี้กลัวหางพองขึ้นมาทันที

“ขะ ขอโทษครับ”

“มึงเมาแล้วอ้วกใส่พี่เขา”

 

ห๊ะ!!!!!

ถึงตอนนี้แมวดื้อก็รู้สึกกลัวขึ้นมาจริงๆ แล้ว ตากลมจ้องอัลฟ่าหน้าดุอย่างไม่อยากจะเชื่อ โอมายก็อด อย่างน้อยก็อ้วกใส่คณิตไม่ได้เหรอ ทำไมหวยต้องไปลงกับคนที่ดุขนาดนั้นด้วยล่ะ 

 

“ขอ ขอโทษครับ”

“อืม”

“ละ แล้วกางเกงใน”

“ฉันใส่ให้แล้วแต่เธอพยายามจะถอดโชว์ไฝอยู่หลายรอบ ฉันเลยเก็บคืนกระเป๋า” 

 

โชว์ไฝ!!!!

บ้าไปแล้วเรอะ นั่นไฝนะไม่ใช่กายกรรมจะโชว์ทำไม!!!

หรือนี่คือผลพวงของการที่เราไม่มีสกิลอะไรให้อวดมาก จิตใต้สำนึกเลยพยายามจะอวดอะไรบางอย่างที่มีตอนเมา แต่โชว์ไฝเนี่ยนะ!! อย่างน้อยโชว์พับลิ้นก็ยังดี!!! ว่าไฝจุดไหนนะ เขามีไฝสองที่คือที่ฝ่าเท้ากับที่ก้น แต่คงที่ฝ่าเท้าแหละ ใครจะบ้าไปเปิดก้นโชว์คนอื่น

 

แต่เอ๊ะ...

ถอดโชว์ไฝ?

 

“ตะนิด” เสียงขรึมดังเรียกมาจากฝั่งเตียง ตะนิดค่อยๆ หันหัวช้าๆ ไปทางแฝดพี่พร้อมกับหัวเราะแห้งๆ ไอ้หยาาาาาาา เสียงคณิตต่ำมาเลย 

“คณิต กูรักมึงน้า” บอกรักไว้ก่อนแล้วความผิดเราจะลดลงมาครึ่งหนึ่ง แม่สอนไว้ ซึ่งก็เหมือนจะได้ผลเพราะคณิตถอนหายใจแบบเหนื่อยใจแบบนี้แสดงว่าหายโกรธแล้ว ตะนิดอมยิ้มดีใจ แต่ยังไม่ทันจะดีใจได้สุด คนที่ยืนมองเงียบๆ ก็ปาระเบิดลูกใหญ่ลงมา

 

“ว่าแต่แฝดกันแถมมีไฝอยู่ที่เดียวกันถึงจะคนละข้างนี่ก็แปลกดีนะ” 

 

เจี๊ยก...

ไฝแฝดอยู่ที่ก้น!

ตะนิดตาแทบกลิ้งไปด้านหลังเมื่อภาสบอกบางอย่างที่มันควรจะเป็นความลับระหว่างครอบครัวเขาออกมา ซึ่งแน่นอนว่าคณิตถลึงตาจนถลน ส่วนเขาก็พยายามกลั้นใจอยู่ เผื่อสลบจะได้รอดพ้นจากการโดนคณิตบ่น

 

“เอ่อ... คณิต กูรักมึงน้าาา ตะนิดรักคณิตสุดๆ รักมากๆ  รักมากเท่าโลกชุบแป้งสามชั้นชุบเกร็ดขนมปังสามชั้นไข่อีกห้าชั้นแล้วเอาไปทอดเลย”

“มึง ไอ้อ้วน...”

“กูเมาน้าคณิต ลดโทษครึ่งหนึ่งได้ไหม นะๆ คนไทยด้วยกัน” คณิตทำหน้าโมโหสุดๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นถอนหายใจยาว แฝดพี่ยกมือขึ้นดีดเหม่งแฝดน้องไปหนึ่งทีก่อนจะลุกขึ้นยืน 

“ช่างเถอะ แต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วกัน กูไปรอด้านนอก”

“คณิต เดี๋ยว...” พอแฝดพี่ไม่โกรธเท่าที่คิดก็พานให้แมวดื้อไม่สบายใจ ดวงตากลมมองแผ่นหลังของแฝดพี่ที่ค่อยๆ เดินห่างไปน้ำตารื้น แมวดื้อรีบดึงขาออกจากผ้าห่มวิ่งไปกอดหมับเข้าที่เอวคนเป็นพี่ “คณิต ขอโทษแล้ว ขอโทษนะ ให้ตีก็ได้ ไม่โกรธกันแบบนี้” 

“เออ”

“มึงเออใส่กูได้ไง โกรธขนาดนั้นเลยเหรอ ขอโทษแล้วไง แม่สอนว่าถ้าขอโทษแล้วต้องหายโกรธดิวะคณิต” 

“ก็เออหายโกรธแล้วไง”

“ทำไมมึงหายง่าย มึงโกรธมากเลยเหรอ”

“เออ โกรธฉิบหาย ไอ้อาการไม่ระวังตัวของมึงเนี่ยสอนเท่าไหร่ก็ไม่จำ โกรธโคตรๆ แต่ก็...” คณิตถอนหายใจพร้อมกับเงยหน้าสบตากับอัลฟ่าเลือดแท้ที่ยืนกอดอกอยู่ตรงหน้า เขาเพิ่งจะรู้จากปากอีกฝ่ายว่าตะนิดฮีทแล้วและอีกฝ่ายก็อดทนไม่ได้ทำอะไร แถมยังคอยดูแลน้องเขาตอนฮีทมาอย่างดี  

 

ก็พอที่จะวางไว้ได้นิดหน่อย

แต่ก็แค่นิดหน่อยแหละนะ ไม่มีใครบนโลกที่จะรักตะนิดได้เท่าเขาหรอก

 

“แต่ก็?”

“มีคนคอยดุเพิ่มก็วางใจหน่อย กูไม่บ่นก็มีคนอื่นช่วยบ่น”  

“...”

“ฝากด้วยแล้วกัน... ครับ” คณิตใช้ลิ้นดุนแก้มเล็กน้อยก่อนจะผละเดินออกมาจากตัวห้องนอน ตะนิดมองตามหลังแฝดพร้อมกับขมวดคิ้ว 

 

ฝากอะไร? จะพูดว่าฝากไว้ก่อนรึเปล่า? 

กำลังจะวิ่งตามออกไปแต่ก็โดนแขนแกร่งที่รอจังหวะอยู่ดึงไว้เสียก่อน ภาสเหลือบมองขาขาวที่โผล่พ้นชายเสื้อนอนเขาพร้อมกับเงยขึ้นมองใบหน้าดื้อที่มองกลับมาอย่างสงสัยว่าเขารั้งไว้ทำไม

 

“มีคนอยู่ที่ห้องนั่งเล่นเยอะ” ภาสเอ่ยตอบพร้อมกับดึงแขนแมวดื้อกลับเข้าไปในห้อง เขาวางแก้วกาแฟไว้ที่โต๊ะหัวเตียงก่อนจะหันกลับมามองแมวดื้อ 

“พะ พี่ภาส” 

“ติดไว้ก่อนนะ ไว้ถ้าคิดออกว่าทำโทษเธอยังไงแล้วฉันจะกลับมาคิดบัญชี” 

 

เจี๊ยกกกกกกกกกกกกกก

แมวดื้อถึงกับหน้าซีดหางจุกตูด ภาสผละออกจากร่างเล็กเดินไปปิดผ้าม่านกันคนมองเข้ามาเห็นแมวดื้ออาบน้ำก่อนจะเดินกลับมาหยิบแก้วกาแฟ

 

“พี่ภาส คือนิด...”

“แต่งตัวให้เรียบร้อย เดี๋ยวจะออกไปกินร้านอาหารริมหาดกัน ฉันเตรียมน้ำส้มไว้ให้ที่โต๊ะดื่มแก้แฮงค์ก็ได้” 

“...”

“อ้อ แล้วไม่ต้องพยายามโชว์ไฝแล้วนะ”

“อ๊ะ”

“เมื่อวานฉันเห็นชัดพอแล้ว” 

 

พูดจบภาสก็เดินออกจากห้องไป ปล่อยให้แมวดื้อแก้มแดงจนแทบระเบิดอยู่คนเดียว 

 

กว่าตะนิดจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เกือบบ่ายโมง แน่นอนว่าพอออกมาเจอหน้าเดอะแก็งทุกคนตะนิดก็ทำหน้าไม่ถูกได้แต่วิ่งไปหลบหลังภาสหลบหนีสายตาแซวจากทุกสารทิศ

 

... และเป็นพิเศษมาจากทางอาเธอร์ 

 

“น้องแมวคะ ม้าอะไรบินได้”

“...”

“อ้าว ไม่เล่นเลย”

“...” แมวดื้อที่พอจะจำความได้เล็กน้อยก่อนภาพจะตัดที่ตกน้ำกระตุกชายเสื้ออัลฟ่าคู่แห่งโชคชะตายิกๆ ให้รีบพาออกจากห้อง ส่วนแก้มขาวแต้มสีแดงไปยันหูด้วยความอาย 

“ม้าอะไรวะเต้อ” ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามเต้อถามขึ้นพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ที่โดนตะนิดมองค้อนมา 

“ม้ารู้ววว หนูเป็นไอร่อนแมวววววว ตู้มมมม บุ๋งๆๆๆ” 

“พี่เต้อ!!! พี่ชาย!!! ผมโกรธพี่แล้ว!!!” 

“อ้าว ไม่โกรธกันสิคะ” 

“เห้ย โกรธแบบนี้ จาวิสจะแนะนำให้ปล่อยแสงใส่พวกพี่เปล่า” วินเซนต์ที่นั่งอยู่ไม่ไกลทำท่าตกใจกลัวพร้อมกับซุกหนีที่ไหล่ลี่ 

“ปล่อยพลังอุลตร้าแมววว” ลี่ทำท่าแขนบวกกันปล่อยพลัง

“เกาะหลังเก่งนี่ หรือจะสไปเดอร์แมว” คณิตเอ่ยพร้อมกับกระตุกยิ้ม

“พี่ภาสๆ นิดหิวแล้ว” ตะนิดมุดหน้าเข้ากับแผ่นหลังใหญ่ซ่อนใบหน้าเขินอายของตัวเองไว้ ภาสหัวเราะในลำคอกับภาพตรงหน้าก่อนจะเบี่ยงตัวเดินนำขบวนออกจากห้องพัก 

 

วันนี้เขาเดินทางด้วยรถตู้อัลพาร์ดสีขาวที่เช่ามาจากทางโรงแรมโดยมีคนขับรถขับมาให้พร้อม แมวดื้อไม่พูดอะไรสักคำตั้งแต่ออกมาจากโรงแรม เจ้าตัวนั่งแก้มตุ่ยงอนเดอะแก็งทุกคนที่เอ่ยแซว พอทุกคนเห็นว่าแมวดื้อเขินก็ยิ่งแซว สุดท้ายเจ้าแมวดื้อก็กระตุกชายเสื้อเขายิกๆ ให้ช่วยปราม แน่นอนว่าเขาทำเพียงส่งเสียงกระแอมเบาๆ แค่นั้นรถก็ตกอยู่ในความสงบให้เสียที 

 

ร้านอาหารที่เขายกขบวนมากันวันนี้เป็นร้านที่ได้รับการแนะนำมาจากบาร์เทนเดอร์เมื่อวานก่อนที่ไอร่อนแมวจะก่อเรื่องจนต้องแยกย้ายกันกับห้อง โดยเป็นร้านอาหารริมชายหาดที่มีการตกแต่งและบรรยากาศเข้ากับทะเลได้อย่างดี ทำให้แมวดื้อที่งอนแก้มเป็นก้อนเปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มกว้างลากแฝดพี่ไปถ่ายรูปอย่างรวดเร็ว

 

ด้วยความที่หิวกันมาทั้งหมดทำให้เผลอสั่งอาหารกันเพลินมาเต็มโต๊ะ ตะนิดวันนี้เจริญอาหารน้อยกว่าวันอื่นอาจจะเพราะยังแอบแฮงค์อยู่เล็กน้อย กินไปได้นิดหน่อยเจ้าตัวก็อิ่มขอไปเดินเล่นที่หาดทราย คณิตที่ยังกินข้าวไม่เสร็จทำให้ภาสต้องเป็นฝ่ายลุกตามแมวดื้อออกมาแทน  

 

แผ่นหลังเล็กใต้เสื้อยืดสีขาวพอถูกลมพัดก็แนบเนื้อจนเห็นเอวคอด ภาสมองภาพตรงก่อนจะแอบลอบยิ้มเบาๆ 

 

แมวกับทะเล

ก็เข้ากันได้ดีเหมือนกัน

 

“ทากันแดดมาหรือเปล่า?” ตะนิดสะดุ้งเล็กน้อยที่มีเสียงถามขึ้น 

“ไม่ได้ทามาครับ”

“แดดแรง ใส่เสื้อคลุมไว้หน่อย” ภาสถอดเสื้อเชิ้ตที่ใส่ทับเสื้อกล้ามตัวเองออกมายื่นให้ตะนิด ซึ่งแมวดื้อก็รับไปใส่ตามคำสั่ง 

“พี่ภาส...”

“หืม?” 

“พี่วินกับพี่ลี่เป็นคู่แห่งโชคชะตากันด้วยแหละ”

“ใช่” 

“แล้วพี่วินกับพี่ลี่รู้จักกันได้ยังไงอ่ะ”

“เห็นว่าเคยเจอกันตอนเด็กๆ นะ แล้วก็เกิดเรื่องอะไรกันนิดหน่อยแล้วก็วนมาเจอกันอีกทีตอนลี่อยู่มหาลัย” 

“แล้วพี่วินรักพี่ลี่ตอนไหนอ่ะ”  

“มันรักของมันมาตั้งแต่เด็กแล้วนะวินเซนต์น่ะ”

 

ภาสมองไปที่ทะเลพลางคิดถึงเรื่องที่เพื่อนสนิทเคยเล่าให้ฟังไว้เกี่ยวกับคู่แห่งโชคชะตาอย่างลี่ พอจะจำได้รางๆ ว่าก่อนที่จะมาคบกันนั้นไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด แถมลี่สมัยมหาลัยเองก็แสบใช่เล่น กว่าจะมาคบกันอย่างปัจจุบันก็ผ่านจะไรกันมาไม่ใช่น้อย

                                           

“นิดไม่เข้าใจเท่าไหร่นะพี่ แต่คู่แห่งโชคชะตามันไม่เกินไปหน่อยเหรอ มันเหมือนเป็นอะไรที่บังคับให้คนสองคนต้องมารักกันกันเลย” แมวดื้อใช้เท้าเขี่ยทรายไปมา ภาสหยุดมองภาพนั้นก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ 

“รักมันบังคับกันได้ที่ไหน คู่แห่งโชคชะตาที่ไปด้วยกันไม่ได้ก็มี โชคชะตาน่ะเป็นสิ่งที่เรากำหนดต่างหาก ไม่ใช่คนอื่นหรอก อะไรที่มันไม่ใช่มันก็คือไม่ใช่” 

“แล้วตกลงมันเป็นความรักที่เกิดขึ้นเพราะความรู้สึกหรือเพราะความเป็นคู่โชคชะตาเหรอพี่ภาส มันแยกยังไง นิดไม่เข้าใจ” 

“นั่นสินะ ฉันก็สงสัยเหมือนกัน”

“...”

“แต่มันคงประมาณถ้าไม่ใช่เพราะคู่แห่งโชคชะตายังจะอยากอยู่กับคนนี้ไหมล่ะมั้ง”

“เหรอ...” ตะนิดนั่งยองๆ กับพื้นทรายพร้อมกับใช้นิ้วเขี่ยวาดรูปปลาฉลาม

“...”​

“แล้วพี่ภาสล่ะ”

“...” 

“พี่ภาสว่ายังไง”

“ว่ายังไงคืออะไร?” ภาสย้อนถามกลับ 

“พี่ภาสคิดแบบไหนล่ะ ฝืนไหมตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาจะ... สองอาทิตย์” แมวดื้อก้มหน้าเขี่ยพื้นไปเรื่อย ส่วนภาสก็ได้แต่นิ่งกับคำถามที่ถูกถามมา 

“ฝืนน้อยกว่าที่คิด”

“...”

“ตอนแรกคิดว่าจะฝืนมากกว่านี้”

“เหมือนกันเลย”

“...” ภาสมองกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนที่ถูกลมทะเลพัดจนฟูเผยให้เห็นปลอกคอสีเข้มบนลำคอขาวนั่นด้วยสายตาแห่งความสงสัย

 

แมวดื้อกำลังคิดอะไรอยู่กันนะ?

 

“พี่ภาส”

“หืม?”

“เพิ่งผ่านมาแค่จะสองอาทิตย์เอง”

“อืม”

ทำไมมันถึงรู้สึกขนาดนี้นะ”

 

ภาสมองไปที่น้ำทะเลใสสีฟ้าตรงหน้าพร้อมกับปล่อยให้ลมทะเลพัดปอยผมตัวเอง

 

นั่นสินะ...

แค่สองอาทิตย์แท้ๆ ทำไมถึงรู้สึกผูกพันขนาดนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน... 

 

“แล้วมันควรจะใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะเหมาะดีล่ะ” ภาสเอ่ยถามกลับ แต่ตะนิดก็ไม่มีคำตอบให้หรอกเพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แมวดื้อเริ่มวาดคุณนุ่มเบอร์หนึ่งนั่งลงบนคุณนุ่มเบอร์ห้าก่อนจะนึกภาพอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างจะน่าอายแว่บขึ้นมาในหัว

“พี่ภาสๆ”

“หืม?”

“...”

“...”

“ทำไมตอนนิดฮีทพี่ภาสถึง... ไม่ทำอะไรเหรอ” 

 

ดวงตากลมละออกจากการวาดภาพบนทรายหันมาเงยถามคนตัวสูง ภาสจ้องใบหน้าดื้อนั่นกลับก่อนจะกระตุกยิ้มบาง 

 

“ถ้ามันจะไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความรัก”

“...”

“มันก็ควรเกิดขึ้นด้วยความเต็มใจทั้งสองฝ่าย”

“...”

“ฉันก็จัดการกับสัญชาตญาณตัวเองอยู่เหมือนกัน เธอควรให้ความร่วมมือกับฉันด้วย”

 

คราวนี้ภาสเอ่ยเสียงดุขึ้นมานิดหน่อย ภาพก้นขาวๆ แต้มไฝสีดำเม็ดเล็กยังติดอยู่ในความทรงจำแม้จะเห็นแค่เพียงเสี้ยววิ หลังจากที่จู่ๆ แมวดื้อที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จก็เดินห่อผ้าเช็ดตัวมาเปิดก้นให้ดู เขาที่นั่งสมาธิอยู่ศีลแทบแตก ดีแค่ไหนที่เขาเบนหน้าหนีทัน แมวดื้อขี้ยั่ว 

 

“พี่ภาสๆ”

“หืม” ภาสเริ่มแอบคิดแล้วเหมือนกันว่าเจ้าแมวดูจะชอบชื่อเขาเป็นพิเศษ พอเริ่มเรียกได้ก็เรียกไม่หยุด ทั้งๆ ที่ตอนเพิ่งรู้จักกันยังคิดเรียกเสี่ยโรคจิตอยู่เลย 

“อยากว่ายน้ำ” 

“เอาสิ” 

“คณิตเตรียมชุดว่ายน้ำมาให้ อย่างกับชุดนักดำน้ำ ตลกมาก” 

 

สมแล้วกับตำแหน่งบราค่อนดีเด่น เซฟดีทุกทาง ภาสแอบหัวเราะในใจเล็กน้อย ป่านนี้แฝดพี่คงจ้องมาทางนี้ตาถลนแล้วแหละมั้ง 

 

“ไว้กลับที่พักก็ไปว่าย ฉันไปด้วย”

“อื้อ” แมวดื้อลุกขึ้นยืน มือเล็กเอื้อมปัดตูดตัวเองให้ทรายออกสองสามทีก็เดินนำกลับไปทางร้านอาหาร ส่วนภาสก็เดินตามไปติดๆ 

 

พวกเขาใช้เวลารับประทานอาหารกับถ่ายรูปต่ออีกพักใหญ่ๆ จะตัดสินใจพากันกลับที่พัก โดยตะนิดเป็นฝ่ายเริ่มนัดทุกคนให้มาเจอที่สระตอนห้าโมงเย็น ช่วงเวลาที่แดดกำลังจะหาย ไม่ร้อนมากไม่เย็นมากเหมาะสำหรับการว่ายน้ำเล่นที่สระขนาดมหึมาของโรงแรม

 

เมื่อถึงเวลานัดตะนิดก็มาในชุดว่ายน้ำปิดตั้งแต่คอยันเข่าที่แฝดพี่เป็นคนเตรียมมาให้จากบ้าน ส่วนทุกคนที่เหลือก็ใส่เพียงกางเกงขาสั้นสำหรับว่ายน้ำ แน่นอนว่าแมวดื้อแอบพองแก้มไม่พอใจที่ไม่ได้อวดวันแพคนุ่มนิ่มแต่สุดท้ายความอยากเล่นน้ำก็มาก่อน

 

“น้องแมวคะ”

“ว่าไงพี่เต้อ”

“รู้ไหมว่าน้องแมวเกือบไม่ได้มาเล่นสระนี้แล้วนะ” ตะนิดงอคิ้วงง

“ทำไมอ่ะ” 

“เมื่อวานมีแมวเกือบอ้วกใส่สระ ดูจากสภาพอ้วกแล้ว สระน่าจะได้ปิดยาวเลย” 

 

ป้าป!!!

 

หมัดแมวฟาดให้เต็มแรงใส่บ่ากว้างของอัลฟ่าหัวหน้างาน แน่นอนว่าอาเธอร์ขำออกมาลั่นส่วนตะนิดได้แต่เจ็บมือกระโดดหนีลงสระ ภาสส่ายหัวกับภาพตรงหน้าก่อนจะกระโดดน้ำตามลงไป 

 

ชุดว่ายน้ำรัดรูปปิดตั้งแต่คอยันเข่านั่นมันก็ดูปิดบังผิวขาวๆ ได้ดีแต่ทว่าก็ไปเน้นทรวดทรงแทน เขาไม่ได้อยากหวงอะไรไร้สาระ แต่ถ้าให้เอาความคิดตามตรงก็หวงอยู่เหมือนกัน 

 

ตะนิดกระโดดขึ้นไปนั่งบนห่วงยางนกฟลามิงโก้ก่อนจะสั่งให้คณิตช่วยผลักไปมา ซึ่งคณิตก็ตัดสินใจพลิกนกจนแฝดน้องกลิ้งตกน้ำ พอโผล่หัวมาได้ตะนิดก็ไล่ฟาดแฝดพี่กลับทันที ทุกอย่างตกอยู่ในความสงบอยู่พักใหญ่จนกระทั่งภาสรู้สึกเหมือนได้กลิ่นหอมบางอย่างลอยแตะจมูก

 

กลิ่นโอเมก้า? 

 

“ตะนิด มานี่” ภาสเอ่ยเสียงดุก่อนจะจับแขนตะนิดดึงเข้ามากอด 

“เห้ย! พี่ภาส”  

“ไม่ใช่กลิ่นเธอ...” ภาสเงยหน้าขึ้นสบตากับวินเซนต์ที่เพิ่งกระโดดขึ้นจากสระไปหาลี่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างสระ แต่อีกฝ่ายก็หันมาสบตาเขาแล้วส่ายหัว 

 

ทันใดนั้นกลิ่นฮีทของโอเมก้าก็ฟุ้งกระจายรุนแรงมาจากอีกฟากของสระ

 

“มีโอเมก้าฮีท!!!”

 

ความวุ่นวายเกิดขึ้นพร้อมกับเสียงโวยวายของผู้คนโดยรอบ ไลฟ์การ์ดที่เป็นเบต้ารีบกระโดดลงมาในน้ำส่วนภาสก็รีบโอบเอวตะนิดขึ้นจากน้ำทันที 

 

ทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว ตะนิดมองภาพอาเธอร์ที่คว้าคอชายกับคณิตไว้พร้อมกับลากเข้าตัวอาคาร พี่วินที่จับพี่ลี่พาดบ่าเดินไปอีกทาง ส่วนตัวเขาเองก็โดนพี่ภาสโอบเอวไว้แน่น ลมหายใจของอัลฟ่าข้างกายหอบถี่กระชั้นกว่าที่เคยเป็น 

 

“พะ พี่ภาส คณิต...”

“เงียบก่อน” ภาสรั้งคนตัวเล็กเข้าไปในลิฟต์พร้อมกับตวัดตาข่มทุกสายตาที่จ้องมาที่โอเมก้าของเขา พอเงยหน้าเห็นสายตาหื่นกระหายที่มองมาตะนิดก็ตกใจจนตัวสั่น กลิ่นอายอัลฟ่าที่เริ่มรัทและกำลังรัทโชยมาจากหลายทิศทางจนโอเมก้าน้อยตื่นกลัว แขนเล็กยกขึ้นกอดแขนของภาสไว้แน่นทันที 

“พี่ภาส” 

“ไม่ต้องกลัว” 

 

ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ภาสเองก็ข่มสัญชาตญาณตัวเองไว้ด้วยความยากลำบาก เขาเป็นอัลฟ่าเลือดแท้ที่มีความอดทนต่อฟีโรโมนโอเมก้าได้ดีกว่าอัลฟ่าปกติ ไม่แปลกที่อาเธอร์ที่เป็นอัลฟ่าเลือดแท้จะเป็นคนรั้งคอคณิตกับชายที่เป็นอัลฟ่าปกติที่มีความอดทนน้อยกว่าเพื่อเป็นการเตือนสติ พอถึงชั้นที่พักภาสก็ดึงแขนตะนิดเข้าห้องอย่างรวดเร็ว    

 

“ฉันจะขังตัวเองไว้ในห้อง เธอโทรให้เขาเอายาระงับรัทอัลฟ่ามาให้” ภาสชี้ไปที่โทรศัพท์สำหรับโทรภายในของโรงแรม

“พี่ พี่ภาส”

“จนกว่ายาจะมาไม่ต้องเข้ามา เข้าใจนะ” 

“แต่...”

“อย่าดื้อ”

“พี่ภาส...”

 

 

ภาสทิ้งไว้แค่นั้นก่อนจะหันตัวเองเข้าห้องนอนพร้อมกับกดล็อคประตู ตะนิดที่ยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่นได้แต่สับสนทำตัวไม่ถูก มือเล็กสั่นไปหมดจนต้องบีบมือตัวเองแก้ตกใจ เขาหายใจเข้าเรียกสติก่อนจะหยิบโทรศัพท์ภายในขึ้นกดเบอร์ตามที่ระบุไว้บนเครื่อง

 

‘ยาระงับหมดชั่วคราวค่ะ แต่ทางโรงแรมกำลังเร่งหามาเติมอยู่ เดี๋ยวทางโรงแรมจะรีบนำไปให้ภายในครึ่งชั่วโมงนะคะ ต้องขออภัยด้วยค่ะ’

 

หมดชั่วคราว...

ตากลมตวัดมองไปที่ประตูห้องพร้อมกับเม้มปาก

 

ช่วงเวลาที่เขาฮีทมันมักจะเป็นช่วงเวลาที่ทรมานที่สุด เหมือนร่างกายไม่ใช่ของตัวเอง ควบคุมอะไรแทบไม่ได้ เขาทำหลายสิ่งที่น่าอายโดยไม่รู้ตัว แล้วเขาคิดว่าอัลฟ่าเองก็คงไม่ต่างกัน ขาเล็กเดินไปมาเป็นวงกลม ดวงตาใสมองไปรอบห้องด้วยความรู้สึกโหวงเหวงในใจ ตะนิดค่อยๆ เดินไปที่ประตูห้องนอนก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตู

 

“พี่ภาส.. ยาระงับ” 

 

แกร๊ก 

เสียงปลดล็อคประตูห้องนอนดังขึ้นพร้อมกับการแง้มประตูเพียงเล็กน้อย ตะนิดได้ยินเสียงหอบหายใจดังขึ้นหลังบานประตู 

 

“ยา...”

“ยาหมดชั่วคราวอีกครึ่งชั่วโมง... พี่ภาสอย่าปิดนะ!” พอตะนิดพูดจบประตูก็ถูกดันจนเกือบปิดแต่ตะนิดก็ออกแรงดันต้านไว้ 

“ตะนิด ไม่ดื้อกับฉัน” เสียงเข้มดังขึ้นด้วยการกัดฟันพูด 

“นิดไม่ดื้อ” 

“ตะนิด” เสียงทุ้มเอ่ยดุอีกรอบพร้อมกับแรกผลักประตูแต่ตะนิดก็เอื้อมแขนเข้าไปตรงช่องว่าง ฟากภาสดันประตูก็เท่ากับจะหนีบแขนเล็กไปด้วย 

“พี่ภาส...” 

“ตะนิด... ฉันรัทอยู่ นี่ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะดื้อได้ รอจนกว่ายาจะมาแล้วเราค่อยคุยกัน” ภาสเอ่ยเสียงแหบ เขาพยายามควบคุมลมหายใจตัวเอง เบื้องล่างที่เกิดอาการตามสัญชาตญาณก็รู้สึกคับแน่นจนปวด

“ถ้าไม่ใช่เพราะรัก”

“...”

“ก็ต้องยินยอมทั้งสองฝ่าย!!!” 

“...” 

“เค ยินยอม!!!”

 

เสียงเล็กตะโกนลั่นพร้อมกับผลักประตูจนสุดแรง ภาสกะพริบตาปริบๆ มองแมวดื้อที่ยืนตัวเปียกจ้องหน้าเขา แขนเล็กกำเสื้อตัวเองแน่นจนขึ้นข้อขาว

 

“ตะนิด ออกไป” 

“ไม่ออก นิดยินยอมแล้ว” 

“ฉันไม่ยินยอม” 

 

ภาสทิ้งตัวนั่งลงกับเตียงพร้อมกับยกมือขึ้นเสยผม ปกติแล้วเขามักจะพกยาระงับติดตัวไว้เสมอ แต่ครั้งนี้เขาดันลืมหยิบใส่กระเป๋ามาด้วย รื้อกระเป๋าจนของเกลื่อนเต็มห้องแล้วก็ยังหาไม่เจอ 

 

คงต้องรออีกสักพักกว่าที่อาการจะสงบ

 

แมวดื้อ 

ดื้อผิดเวลา

 

แมวดื้อที่มายืนตัวสั่นอยู่ตรงหน้าคงไม่รู้ อัลฟ่าเวลารัทจะรุนแรงมากเกินกว่าที่โอเมก้าไม่ได้ฮีทจะรับได้ โดยเฉพาะกับโอเมก้าตัวเล็กและอ่อนแออย่างตะนิดไม่มีทางที่จะรับแรงอัลฟ่าเลือดแท้อย่างเขาไหว นอกเหนือจากการยินยอมแล้ว เขาไม่อยากเป็นฝ่ายทำให้อีกคนบาดเจ็บและมีภาพจำที่ไม่ดีกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น 

 

“พี่ภาส...” 

“ตะนิด ครั้งนี้ไม่ได้จริงๆ อัลฟ่าเลือดแท้เวลารัทจะรัทรุนแรง คราวนี้ดื้อไม่ได้ ฟังฉันหน่อย” ภาสกำหมัดแน่นจนรู้สึกปวดกล้ามเนื้อ

“ฮึก แล้ว แล้ว นิดทำอะไรได้มั่งไหม พี่ภาสทำไงดี นิดไม่ชอบเลย” 

“...”

“นิดไม่อยากถูกทิ้งไว้ด้านนอก อยู่ไม่ได้ นิดกลัว แต่อยู่กับพี่ภาสตอนนี้ก็กลัว แต่ แต่ ด้านนอกกลัวกว่า” แมวดื้อเบะปากน้ำตากลิ้งลงแนบแก้มนิ่ม คนตัวเล็กสารภาพความจริงทั้งหมดออกมาพร้อมกับเม้มปากแน่น ด้วยความที่เพิ่งผ่านดงอัลฟ่ารัทมา โอเมก้าน้อยได้แต่ใจหวั่นไม่อยากอยู่คนเดียว ภาสหลับตาพร้อมกับสูดลมหายใจเข้า 

“ตะนิด หยิบเนคไทด์ตรงพื้นนั่นมา”

“คะ ครับ” ตะนิดเดินไปหยิบเทคไทด์สีแดงบนพื้นขึ้นมาตามคำสั่ง 

“มัดข้อมือฉันไว้” ภาสไขว้มือตัวเองไว้ที่หลังพร้อมกับลุกขึ้นหันหลังให้ตะนิด แมวดื้อถึงจะไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็ทำตามที่คนตัวสูงสั่ง “แน่นกว่านี้ตะนิด ไม่ต้องกลัวฉันเจ็บ” 

“ครับ” ตะนิดมัดเนคไทด์กับข้อมือหนาให้แน่นพอตามคำสั่งพร้อมกับยกมือขึ้นปาดน้ำตาไปมา ภาสลองขยับข้อมือตัวเองก็ค้นพบว่าตะนิดมัดไว้ค่อนข้างแน่นถึงค่อยไถลตัวนั่งลงกับเตียง

“มานั่งนี่” ภาสใช้สายตาสบไปที่หว่างขาตัวเอง ตะนิดกะพริบตาชั่งใจอยู่เล็กน้อยก็ตัดสินใจเดินเข้าไปนั่งพิงอกอุ่น 

“อ๊ะ!” แมวดื้อจะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงกัดที่ขบลงมาบนปลอกคอพร้อมกับเสียงขู่คำรามในลำคอของอีกฝ่าย ความแข็งขืนที่ดันก้นอยู่ทำให้ตะนิดรู้สึกทำตัวไม่ถูก แมวดื้อได้แต่นั่งนิ่งๆ ให้อีกฝ่ายกัดปลอกคออยู่สักพักเสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้น

“ตะนิด”

“คะ ครับ”

“จูบได้ไหม?”

“...” ตะนิดเม้มปากแน่นก่อนจะหันหน้าไปข้างๆ พร้อมกับพยักหน้าเบาๆ 

 

แค่นั้นริมฝีปากเล็กก็ถูกบดขยี้อย่างรวดเร็ว เกลียวลิ้นที่สอดประสานฉกจ้วงลมหายใจของแมวดื้อจนต้องร้องประท้วง ภาสผละออกมาเพียงชั่วครู่ก็ประกบกลับเข้าไปใหม่ 

 

แม้ใจจะอยากให้เลยเถิดไปมากกว่านี้แค่ไหน แต่แรงรั้งที่ไหล่จากการรัดข้อมือก็จะทำให้รู้ว่าต้องเบรกตัวเองไว้  

 

“กลัวไหม” ภาสเอ่ยถามซึ่งแมวดื้อก็ขยับหัวขึ้นลงก่อนจะส่ายหัวไปมา 

“กลัว... แต่ก็ไม่กลัว” 

“เธอตอบแบบนี้เวลาสอบหรือเปล่า เป็นฉันจะปรับเธอตก”​

“นิดกลัวนิดหน่อย”

“อืม...”

“พี่ภาส พี่ภาสจะกัดปลอกคอขาดไหม...” ตะนิดเอ่ยเสียงแผ่ว 

“นั่นสิ...” พูดจบภาสก็ฝังคมเขี้ยวลงบนปลอกคอนุ่มอีกรอบ 

 

สมกับราคาเกือบแสนมันถึงมีความยืดหยุ่นสูงกลับมาคงสภาพทุกครั้งหลังกัดแต่นั่นก็เหมือนเป็นการกระตุ้นสัญชาตญาณเขาให้กดเขี้ยวลงไปใหม่ซ้ำๆ บางทีก็เผลอออกแรงสะบัดเล็กน้อยจนเสียงขู่แง่งเล็ดรอดออกมา 

 

ตะนิดจากที่นั่งกลัวรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าการไล่กัดปลอกคอแล้วก็ไล้จมูกดมไปมาตามผิวหนังเหมือนลูกหมา แถมยังไม่ได้แสดงท่าทีพยายามแกะเนคไทด์ที่รัดอยู่ตรงข้อมือออกอีกด้วย 

 

มีอย่างเดียวที่ทำให้ตะนิดรู้สึกทำตัวไม่ถูกคือความอุ่นร้อนและแข็งขืนบริเวณที่เขานั่งทับ เหมือนอีกฝ่ายเองก็รู้ตัวถึงได้พยายามถอยส่วนนั้นหนีแต่พอสะโพกเขาเผลอไปเสียดสีโดนอีกฝ่ายก็คำรามเสียงสั่นพร้อมกับออกแรงกัดปลอกคอมากขึ้น  

 

“อึก...”​ ตะนิดสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายแล่บลิ้นเลียบริเวณไหล่พร้อมกับงับเขี้ยวลงมาเบาๆ 

 

กิ๊งก่อง 

 

“ยาระงับได้แล้วนะคะ” เสียงกริ่งดังขึ้นเรียกความสนใจจากทั้งคู่ ภาสหอบหายใจถี่พลางเหลือบตามองไปทางประตู ตะนิดผุดลุกขึ้นยืนก่อนจะออกตัววิ่งไปทันที 

 

พอหลังเล็กพ้นประตูห้องนอนไปภาสก็ขู่คำรามออกมาเสียงดัง เส้นเลือดตรงขมับชื้นเหงื่อดันตัวออกมาเป็นรูปตามแรงกัดของฟันคม แขนแกร่งที่ถูกมัดไว้ฝืนออกแรงจนเจ็บ ดวงตาคมฉายแววกระหายอย่างชัดเจนจากสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่พยายามกดไว้

 

อยากตีตราเป็นเจ้าของให้จมเขี้ยว

อยากสัมผัส อยากทำให้กลิ่นแป้งผสมพีชอ่อนๆ นั่นฟุ้งกระจายจนแทบบ้า 

 

“พี่ภาสๆ ฉีดยาๆ” ตะนิดวิ่งกลับเข้ามาพร้อมกับหลอดยา ภาสไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ก้มหน้าลงกับพื้นปิดบังไม่ให้อีกฝ่ายเห็นแววตากระหายของเขา แมวดื้อที่ไม่ได้สังเกตเห็นเดินมาจิ้มเข็มเข้ากับแขนเปลือยพร้อมกับแสดงสีหน้าเจ็บแทนไปด้วย จนกระทั่งยาหมดหลอดตะนิดก็ดึงหลอดยาออกไปทิ้งขยะ 

 

แมวดื้อเดินกลับมาประคองใบหน้าดุขึ้นพร้อมกับยีแก้มคนแก่กว่าไปมา ดวงตาดุใต้กรอบแว่นจ้องนิ่งไปที่ใบหน้าน่ารักตรงหน้าพร้อมกับพยายามควบคุมลมหายใจให้กลับมาปกติ ภาสอ้าปากงับนิ้วโป้งริมฝีปากตัวเองเบาๆ ทำเอาแมวดื้อสะดุ้งเล็กน้อย ตะนิดใช้นิ้วโป้งเขี่ยแยกเขี้ยวอัลฟ่าดุในอุ้งมือก่อนจะอมยิ้มออกมา 

 

“พี่ภาสเหมือนหมาเลย”

“...” ภาสงับนิ้วโป้งเล็กอีกรอบเป็นการดุ แต่ที่เปรียบเทียบมานั่น เขาก็ไม่เถียงหรอก

“พอไม่ใส่แว่นแล้วพี่ภาสหน้าเด็กลงสิบปีเลย” มือเล็กดึงแว่นกรอบเหลี่ยมบนหน้าคนแก่กว่าออก ซึ่งทำให้ภาพตรงหน้าของภาสเบลอไปทันที

“...”

“เนี่ย ลดสิบปีเหลืออายุหกสิบแล้ว”

“ตะนิด” เสียงเข้มเอ่ยดุ มุกอายุนี่เขาจริงจังเสมอ ตะนิดขำคิกคักก่อนจะใส่แว่นกลับคืนให้ มือเล็กนวดขมับคนตรง

“พี่ภาสท่องตามนิด”

“...”

“อะระหังสัมมา”

“ฉันนับถือคริสต์”

“อ้าว งั้นไม่รู้แล้ว หายใจเข้าหายใจออกดั่งดอกไม้บานไปแล้วกัน” ตะนิดนวดหน้าคนแก่กว่าตรงหน้าไปมา นวดไปนวดมาชักเพลินมือดีเหมือนกัน เวลาแบบนี้คนตรงหน้าเหมือนลูกหมาตัวเล็กๆ นั่งให้นวดหน้าเลย ทั้งๆ ที่ปกติจะดูดุเหมือนหมาดมระเบิดแท้ๆ ตะนิดได้แต่คิดพร้อมกับอมยิ้มเล็กๆ 

 

ภาสเงยหน้ามองใบหน้าดื้อพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงขึ้น แรงรั้งที่ไหล่เสียดขึ้นเบาๆ เมื่อเขาขยับแขน  ตะนิดเอียงคอมองคนตรงหน้าที่มองจ้องมาด้วยสายตาแปลกๆ 

 

“ตะนิด”

“ครับ”

“จูบได้ไหม” 

“พี่ภาสยังไม่หายรัทอีกเหรอ?”

 

 

เดิมทีอัลฟ่าเลือดแท้มีความสามารถในการอดทนต่อฟีโรโมนสูงอยู่แล้ว พอได้รับยาอาการก็จะทุเลาไว อาการรัทที่ว่านะหายไปเกือบหมดแล้ว ถึงจะยังมีปวดตึงอยู่บ้างเล็กน้อย 

 

“หายไปบ้างแล้ว”

“อ้าว”

“แค่อยากจูบ” 

“...”

“จูบได้ไหม”

 

ตะนิดเม้มปากแน่น แก้มโมจิแต้มสีแดงจางๆ ดวงตาเล็กถลึงมองเขาด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นเลิ่กลั่กมองผ้าม่าน มองหัวเตียงอะไรไปเรื่อยเปื่อย สักพักก็กลับมาจ้องตาเขาตอบ

 

“เอาไปแค่นี้พอ” แมวดื้อกดจุ๊บเบาๆ ที่ปลายจมูกเขาก่อนจะผละออกไปช่วยคลายเนคไทด์ที่รัดข้อมือเขาอยู่ด้านหลังออกให้ พอมือเขาเป็นอิสระ แมวดื้อก็ทำการแผ่นแนบหนีออกไปห้องนั่งเล่นทันที 

 

ภาสส่ายหัวให้กับความดื้อของเจ้าแมวแสบแต่ก็ยิ้มตามหลังออกมาเบาๆ ให้กับความรู้สึกอุ่นวาบในใจ

 

สงสัยเขาคงจะเป็นทาสแมวอย่างที่วินเซนต์แซวจริงๆ แล้วหละนะ...

 

 ----- TALK

 

ผีในโรงแรมก็ได้แต่ตกใจ

 

 

แม่ตะนิดตอนพี่ภาสรัท            แม่ตะนิดตอนน้องบอกยินยอม

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้ยาวมากคต่ะ กะจะแบ่งครึ่งลง แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลงมันหมดเลยแล้วกัน 55555555

ฝากเอ็นดูยัยหนูด้วยนะคะะะะะะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.693K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,307 ความคิดเห็น

  1. #5270 CallistoJpt (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 เมษายน 2564 / 20:21
    น้องตะนิดน่ารักน่าเอ็นดูมากๆอีกแล้ว ชอบตอนที่น้องเล่นแก้มคนพี่แล้วงุ้งงิ้ง น่ารักกันมากๆเลยค่ะ
    #5,270
    0
  2. #4882 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 14:48
    สงสารผี55555
    #4,882
    0
  3. #4763 yourwarmhug (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 03:48
    ใครฮีทททท! แต่เขิงงะ
    #4,763
    0
  4. #4584 pcysaraiii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 01:03
    เกือบไปแล้ว หัวใจนุแทบวาย
    #4,584
    0
  5. #4212 15.0_cMoNThis_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กันยายน 2563 / 16:23
    Talkคือตรงความรู้สึกมาก55555555555
    #4,212
    0
  6. #3635 Rose_GirL (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 11:37
    ใจหายใจคว่ำตาม นี่กัดฟันตามพี่ภาสแล้วอ่ะ
    #3,635
    0
  7. #3103 0818770547 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 16:59
    อินกับตอนนี้จืงๆๆๆ เหนื่อย.....
    #3,103
    0
  8. #3070 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 01:07
    ฉากโอเมก้าฮีทกลางสระคือน่ากลัวมาก ไรท์เขียนได้ดีจนเราตื่นตระหนกตามเลยอะ รู้สีกมีสัญญาณอันตรายจริงๆ โอ้ย ใจหายใจคว่ำ
    #3,070
    0
  9. #2950 charoenchit (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 09:01
    ตลกมีมอะ5555
    #2,950
    0
  10. #2949 charoenchit (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 09:00
    รู้สึกถึงความน่ากลัวมากๆ
    #2,949
    0
  11. #2881 Kmmbs may (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 21:22
    กดร้ด่เ่ด้ด้กิ้ดดดดดดด
    #2,881
    0
  12. #2813 xวาuxวาu (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 22:06
    โห มันดูน่ากลัวมากเลยอ่ะ
    #2,813
    0
  13. #2812 Kanlayawdi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 21:55
    อีกนิดเดียว!!
    #2,812
    0
  14. #2623 ออมม่า (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 13:08

    ตะนิด น่ารัก

    #2,623
    0
  15. #2599 MAGAND (มาร์กันต์) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 20:01
    สนุกอะไรท์ สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #2,599
    0
  16. #2577 phatsakron1983 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 00:00

    กราบคุณพี่ในความอดทนมาก น่ารักขึ้นทุกตอนเลย ชอบมากๆๆเอ็นดูน้องสุดๆ สู้ๆนะคะไรท์

    #2,577
    0
  17. #2361 Mymild007 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 21:14

    รอไม่ไหวแล้ว
    #2,361
    0
  18. #2359 ก้อนดิน ปั้นดาว (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 13:18
    สนุกมาก อ่านไปฟินไป แงงง
    #2,359
    0
  19. #2358 Ppppllllyyy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 12:42

    น่ารัก อยากอ่านต่อแล้ว
    #2,358
    0
  20. #2352 nnr_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 10:39
    น่ารักสุดๆเลยย น่ารักไปปหมด
    #2,352
    0
  21. #2350 Mymild007 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 07:06

    รอออออออ
    #2,350
    0
  22. #2349 หมีไหมพรม (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 01:09
    ขำอรหังสัมมามาก แบบลั่นมาก เหมือนซีเรียสๆอยู่แล้วหักดิบเลย ตลกมากกก รอต่อนะคะ สนุกมากกกก
    #2,349
    0
  23. #2341 Yurikomisaki27 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 22:15

    คิดถึงแล้วววว
    #2,341
    0
  24. #2338 marshamallow (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 17:15
    อีกนิดบวชได้แล้วนะพี่ภาส555555 เฮ้ย ลืมไปนับถือคริสต์5555555555555
    #2,338
    0
  25. #2336 tan0707 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 03:34
    ห่วงแหล่ะ แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง เอ็นดูยัยน้อน5555
    #2,336
    0