#ก็จะดื้อ (omegaverse)

ตอนที่ 10 : โกโกที่ 9 : ชอบพีช

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,222
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,633 ครั้ง
    23 พ.ค. 63

ก็จะดื้อ9

 

 

 

... หิวจัง

... ปวดตัวด้วย

 

ตะนิดค่อยๆ ลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงอาการแปลกๆ ต้อนรับในยามเช้า ก้อนแก้มที่แนบอยู่กับหมอนใบใหญ่ถูไถรับสัมผัสนุ่มนิ่ม ใบหน้าดื้อขมวดคิ้วอย่างขัดใจ

 

หิวมาก แต่ก็ปวดตัวไม่อยากจะลุกไปไหน

คำถามคือทำไมเขาถึงหิวขนาดนี้ แล้วทำไมเขาถึงปวดตัวขนาดนี้​ โดยเฉพาะสะโพกรู้สึกหน่วงชะมัด หรือลุงโรคจิตนั่นแอบเตะเขาตอนนอนกัน ใจร้าย นี่คนนะไม่ใช่ลูกตะกร้อ!!!

 

ดวงตากลมกะพริบถี่มองวัตถุที่นอนแนบอยู่ตรงหน้า เจ้าปลาฉลามตัวบิ๊กเบิ้มโค้ดเนมคุณนุ่มเบอร์ห้ากำลังส่งยิ้มหล่อมาให้เขา มือเล็กคว้าน้องเขามากอด

 

อือ...

คุณนุ่มเบอร์ห้าตัวนุ่มขึ้นหรือเปล่านะ

 

หมับ

 

อ๊ะ!!!!

ตะนิดเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆ ก็มีแขนปริศนาโอบมาที่เอว ก่อนจะตามมาด้วยลมหายใจร้อนๆ แถวหลังคอ

 

อะไร!!! อะไร!!!!!!

ผีหรอ!!! ผีใช่ไหม!!!!!!!

 

ดวงตากลมสอดสองเลิ่กลั่ก เนี่ยหรอคือผีอำที่ว่า ตายเพราะมะเร็งแน่นอน ลมหายใจเหม็นบุหรี่ขนาดนี้ หนอย ไม่รักสุขภาพจนตายแล้วยังมาหลอกชาวบ้านกันอีก ผีเวร... เอ้ย คุณผีนิสัยไม่ดี ตะนิดรีบแก้คำด่าในใจทันทีกลัวว่าคุณผีจะแองกรี้แล้วอำหนักกว่าเดิม

 

“อ๊ะ...” ตะนิดเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆ มือของผีมะเร็งก็เลื่อนไปแถวพุงกะทิของเขาก่อนจะสอดเข้าไปลูบสัมผัสเนื้อพุงเขาอย่างถือวิสาสะ มือเล็กตวัดกำคุณนุ่มเบอร์ห้าแน่นด้วยความกลัว

 

นอกจากเป็นมะเร็งแล้วยังลามกด้วยหรอ!!

มาลูบพุงกันแบบนี้ได้ยัง!!!

คณิตอยู่ไหน!!!!

 

มือใหญ่ของผีมะเร็งเลื่อนลูบเบาๆ เป็นวงกลมก่อนจะแปะไว้นิ่งๆ ความอุ่นร้องของมือทำเอาตะนิดต้องกะพริบตาถี่

 

รู้สึกดีจัง...

รู้สึกปลอดภัย...

 

ว่าแต่

 

ผีอะไรมืออุ่น!!!!!

แมวดื้อถลึงตาโตรีบผุดตัวขึ้นนั่งก่อนจะตวัดตากลมมองเจ้าของร่างผีมะเร็ง ซึ่งก็ตรงตามที่คาดไว้ ใบหน้าดุใต้กรอบแว่นนั่นจ้องกลับมาที่เขาแถมยังกระตุกยิ้มกวนประสาทอีกต่างหาก

 

เสี่ยโรคจิต!!!!!

โรคจิตจริงๆ ด้วย มาลูบพุงชาวบ้านตอนนอน!!!

 

“เสี่ยโรคจิต!!!!!!”

“ตะนิด ฉันบอกว่ายังไง”

“อันนี้ห้ามดุนะ ก็โรคจิตจริงๆ มาลูบพุงชาวบ้านได้ยังไง” ตะนิดยกแขนสองข้างขึ้นปกป้องพุงน้อยตัวเองพร้อมกับแยกเขี้ยวขู่ ภาสชันแขนขึ้นวางหัวมองแมวดื้อ ด้วยความเหนื่อยใจ

 

พอหายฮีทก็ดื้อตั้งแต่ตื่นเลย

พุงนั่นจะหวงอะไร เมื่อวานอ้อนให้เขาจับมากกว่านี้อีก

 

“หิวไหม”

“หิวมาก เอ้ย เปลี่ยนเรื่องนี่!!!” เสียงเล็กโวยวายลั่นห้องจนภาสต้องหรี่ตา

 

ตอนฮีทกับไม่ฮีทนี่คนละเรื่องเลยจริงๆ

คิดผิดคิดถูกที่ฉีดยาให้เนี่ย...

 

“ฉันสั่งข้าวมา มีกุ้งเผาด้วย แต่ต้องอุ่นหน่อยนะ”

“กะ กุ้งเผาหรอ” ภาสขมวดคิ้วมองแมวน้อยที่เหมือนจะน้ำลายย้อย เสียงท้องร้องครืดดังลั่นออกมาจากพุงกะทินั่น

“...”

“กู้งงงงงงงงงงงงง” แมวน้อยตวัดตัวเตรียมวิ่งลงไปกินกุ้งเผา แต่ทันทีที่เท้าแตะพื้น ร่างทั้งร่างก็แปะลงไปอยู่กับพื้น ตากลมกะพริบถี่ก่อนจะกลายเป็นเบะ “โอ๊ย... เจ็บ!”

“ตะนิด” ภาสรีบตวัดตัวลงจากเตียงมาดูเจ้าแมวดื้อที่จู่ๆ ก็วูบลงไปอยู่ที่พื้น

“ปะ ปวดเอว ต้นขาด้วย”

“ลุกไหวไหม”

“นี่ นี่ลุง... พะ พี่ภาสเตะหรอ เตะนี่หรอ หรือแอบกระทืบตอนนอนหรอ” ตะนิดอ้าปากพะงาบๆ

“นี่เราจำอะไรได้บ้างไหม” เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับมือใหญ่ที่สอดเข้าใต้บริเวณรักแร้ หิ้วคนตัวเล็กขึ้นมานั่งบนเตียง ส่วนตัวเองก็ย่อลงนั่งกับพื้น ตะนิดก้มมองหน้าดุนั่นก่อนจะกรอกตาไปมา

 

จำอะไรได้?

จำอะไรได้หรอ...

 

‘พี่ภาส’

‘คุณนุ่มเบอร์ห้า ถูคุณนุ่ม’

‘พี่ภาสไม่แกล้งนิด’

 

ตะนิดเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆ เสียงตัวเองในความทรงจำก็แวบเข้ามา ภาพของน่าอายมากมายค่อยๆ หลั่งไหลเข้ามาในโสนประสาต ไม่ว่าจะเป็นที่เขาปีนตักคนตรงหน้า บดเบียดสะโพกตัวเอง แถมยังบอกความลับเรื่องคุณนุ่มเบอร์ห้าที่ไม่เคยบอกใครออกไปอีกต่างหาก

 

แล้วก็...

 

อ๊ะ...

 

 

“จะ จูบ”

“...”

“จูบพี่โอเมก้า”

“ห๊ะ?” ภาสอุทานลั่นพร้อมกับขมวดคิ้ว

“อ้ากกกกกกกกกกก จูบพี่โอเมก้าไปแล้ว นี่จูบพี่คนนั้นไปแล้วด้วย” ตะนิดกุมแก้มตัวเองด้วยความอับอาย ส่วนที่นั่งยองๆ ฟังอยู่ได้แต่ขมวดคิ้วพร้อมกับรู้สึกเส้นเลือดแถวขมับกระตุก

 

จูบเลยงั้นสิ?

ไม่ใช่แค่พยายามไปถูเขาแต่ยังไปจูบด้วยงั้นหรอ

 

ภาสเงยหน้ามองเจ้าแมวดื้อที่ดื้อเกินกว่าที่เขาคิด เวลาฮีทนี่ไม่ได้สนใจอะไรเลยงั้นสินะ

 

ถ้าปล่อยไปฮีทที่อื่นจะไปอ้อนแบบนี้กับใครก็ได้งั้นหรอ

 

“หือ... พี่ภาส!!!” ตะนิดตะโกนลั่นพร้อมกับฟาดมือเข้าตบแก้มเขาสุดแรงจนหน้าหัน ดีที่คราวนี้แว่นบนหน้าเพียงแค่ขาขยับหลุดออกมาจากหูข้างหนึ่งไม่ได้กระเด็นตกไปเหมือนคราวที่แล้ว ภาสตวัดหน้ากลับมาด้วยความงุนงงแต่ก็ต้องชะงักเพราะใบหน้าดื้อนั่นดูตื่นกลัวขึ้นเล็กน้อย

“...”

“พี่ภาสไม่ปล่อยฟีโรโมนนะ”

“โทษที”

“ไม่ชอบ”

“เออ ไม่ชอบเหมือนกัน” ภาสใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มคลายอารมณ์ขุ่นมัว

“ไม่ชอบอะไร นี่ไม่ปล่อยฟีโรโมนไม่ได้นะ จะมาไม่ชอบอะไร” เสียงดื้อเอ่ยเถียงพร้อมกับยู่ยี่หน้า

“...” ภาสไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ยกมือขึ้นหนีบแก้มอ้วนนั่นเบาๆ

 

 

ไม่ชอบทั้งหมดนั่นแหละ

ทั้งคุณนุ่มเบอร์ห้า ทั้งแฝดพี่ชายที่หน้าเหมือนไข่ควายนั่น ทั้งไอ้ชายที่ได้เจอแมวดื้อก่อนเขา ทั้งใครก็ตามที่มาใกล้แมวดื้อตรงหน้า

หวงจนจะบ้าไปหมด คู่แห่งโชคชะตานี่มันส่งผลอะไรได้ขนาดนี้เลยงั้นหรอ

 

“อย่ามาบีบแก้มนะ!!!”

“ไปกินกุ้ง”

“... กินกุ้งๆ ” ปากเล็กที่กำลังจะโวยวายอ้าค้างก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มเมื่อมีชื่ออาหารแสนโปรดของตัวเอง แต่เพียงแค่ตวัดขาลงเหยียบพื้น ความเจ็บจี๊ดก็แล่นแปร๊บขึ้นมาจนหน้าเบ้

“เดินไม่ได้เลยหรอ”

“กะ ก็ได้นะ แต่ลงบันไดไม่ไหวหรอก”

“จะให้อุ้มไหมหรือจะให้พยุง” ภาสเอ่ยถามแม้ความจริงทุกอย่างจะง่ายมากถ้าเขาแค่อุ้มคนตรงหน้าลงไปชั้นล่าง แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าถ้าอุ้มจะไปโดนจุดที่ปวดด้วยหรือเปล่า

“พะ พยุง ไม่อุ้ม”

“อืม” ภาสรับคำก่อนจะเหยียดตัวขึ้นยืน

 

เขาโอบร่างเล็กให้ลุกขึ้นยืนส่วนมือเล็กก็ตวัดขึ้นจิกหลังเสื้อเขาเพื่อพยุงตัวเอง พอเห็นว่าแมวดื้อพยายามทำเก่งแม้จะเจ็บจนน้ำตาคลอ ภาสก็ได้แต่ถอนหายใจก่อนจะออกแรงพยุงจนร่างเล็กแทบลอย มันก็เป็นการอุ้มกลายๆ ที่ดูทุลักทุเลกว่าการอุ้มปกติไปเยอะ

 

แต่อย่างว่า...

อย่างแมวดื้อน่ะ ไม่ยอมให้เขาอุ้มง่ายๆ หรอก

จนถึงตอนนี้ก็ยังโวยวายนู่นนี่กลบความอายที่ตัวเองฮีทอยู่เลย แต่เขาก็จะทำเป็นไม่รู้ให้ก็ได้หรอก เห็นแก่แก้มที่แดงจนแทบจะระเบิดนั่นแล้วกัน

 

 

พอลงมาถึงห้องครัว แมวดื้อก็ได้แต่นั่งเบ่งอกเหมือนเก่งแต่น้ำตาคลอ ขาเล็กสั่นพั่บๆ ด้วยความเจ็บแต่ก็ฮึบไว้

... คงกล้ามเนื้ออักเสบ

ใช้กล้ามเนื้อติดกันเป็นเวลาขนาดนั้นก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่หรอกที่จะปวดเอวปวดขา ภาสเดินไปหยิบกุ้งใส่ไมโครเวฟแล้วก็เอากลับมาวางให้ที่โต๊ะ

 

เขาเดินกลับเข้าห้องครัวไปหยิบถุงมาเผื่อเป็นขยะแล้วก็หยิบน้ำส้มติดมือมาด้วย พอกลับมาที่โต๊ะ แมวดื้อที่หงอยเพราะความปวดกล้ามเนื้อก็กลายร่างเป็นแมวโหย มือเล็กแกะกุ้งด้วยความเร็วสูง ปากเล็กขยับเคี้ยวจนแก้มยุ้ย

 

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะสองทุ่มแล้ว ไม่แปลกใจหรอกที่เจ้าแมวจะหิวขนาดนี้เพราะไม่ได้กินอะไรเกือบจะทั้งวัน เขาปลุกแมวดื้อขึ้นมาดื่มน้ำเต้าหู้ตอนประมาณบ่ายสาม ซึ่งเจ้าแมวก็ลุกมาแบบสลึมสลือ พอดื่มเสร็จก็น้วยกลับไปนอนต่อ

 

“ค่อยๆ กิน” ภาสเดินมาวางน้ำส้มไว้ข้างตัวแมวดื้อ แต่หน้าดื้อนั่นก็หันมาอ้าปากใส่

“หยิบแก้วให้หน่อยดิ มือนี่เปื้อน”

“ตะนิด”

“...”

“ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่น ใช้คำให้มันดีๆ” ภาสเอ่ยเสียงดุ

“หยะ หยิบแก้วให้หน่อยครับ มือ... มือเปื้อน”

“...”

“มือนิดเปื้อน” งึมงำในลำคอด้วยความกระดากปาก

พอเห็นว่าเจ้าแมวยอมทำตามที่ดุภาสก็ยกแก้วน้ำส้มขึ้นแตะริมฝีปากเล็กให้ตามคำขอ แมวดื้อขยุบขยิบปากจิบน้ำส้มไปสองสามอึกก็ผละปากออกมากินกุ้งต่อ ภาสปล่อยให้แมวกินกุ้งต่อก่่อนจะเดินเข้าครัวไปหยิบข้าวออกมาอุ่นด้วยความกลัวว่าเจ้าแมวจะไม่อิ่ม ซึ่งก็เป็นอย่างที่คิด เจ้าแมวอ้วนรับข้าวไปกินกับกุ้งด้วยความเอ็นจอยอีตติ้งขั้นสูงสุด เคี้ยวหงับๆ จนแก้มอูม

 

หมดข้าวไปอีกสองถ้วยถึงจะอิ่ม

ตะนิดขยับตัวนั่งผึ่งพุงกลมที่ดันชุดนอนพร้อมกับเรอเอิ้อออกมาดังลั่นห้อง

 

“อิ่มจังงงง” ตะนิดตบพุงกลมตัวเองแปะๆ ถ้ากินอีกคำเขาว่าเขาน่าจะอ้วกแน่ๆ อิ่มจนเดินไม่ไหวแล้ว ตอนนั้นเองที่มนุษย์แว่นหน้าดุเดินมานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“ตะนิด”

“...”

“เวลาเราฮีทเนี่ย จำได้ทุกอย่างเลยใช่ไหม”

“ห๊ะ!! ถามอะไรอ่ะ ไม่ตอบ บอกแล้วให้ไปคุยในชั้นศาล” ศาลเจ้า!!! ช่วยด้วย!!! เดี๋ยวเขาจะเอาน้ำแดงไปถวายเลย!!!

“ลี่ทำอะไรไว้บ้าง”

“ไม่ตอบ ขอเรียกทนาย”

“ทนาย?”

“เบิกตัวทนายคณิตได้ไหม”

“ตะนิด ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ ลี่ทำอะไรไว้บ้าง”

“มะ ไม่ตอบ”

“ถ้าจำได้ก็น่าจะรู้ว่ามันไม่มีอะไรให้อายแล้ว” ภาสขยับแว่นพร้อมกับส่งสายตาดุ ตะนิดเม้มปากอย่างผู้แพ้ เขาไม่อยากจะพูดถึงเลยแท้ๆ

 

ครืด ครืด

ยังไม่ทันจะได้ตอบคำถามอะไร เสียงมือถือที่วางอยู่ในครัวของภาสก็ดังขึ้น ภาสจึงต้องผละตัวออกจากโต๊ะกินข้าวไปรับสาย ตะนิดมองแผ่นหลังใหญ่ที่เดินออกไปก่อนจะยกมือขึ้นพนม

 

สาธุ!!! ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ เลยคุณเทพในห้อง!!!

พรุ่งนี้เดี๋ยวจะเอาน้ำแดงไปถวายแน่นอน!!!

 

ภาสหยิบมือถือขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นวินเซนต์ที่โทรเข้ามา ซึ่งดีมาก เขามีหลายอย่างที่จะต้องเคลียร์ด้วยเยอะเลย

 

“ฮัล-”

[ภาส แมวมึงนี่กูตีได้ไหม] ยังไม่ทันได้รับสายดี วินเซนต์ก็ยิ่งคำถามดักมาก่อนด้วยเสียงไม่สบอารมณ์ เท่านั้นภาสก็รับรู้ได้ทันทีว่าฝั่งนั้นเองก็คงเพิ่งจะรู้เรื่องเหมือนกัน

“ไม่ได้”

[แม่งเอ๊ย]

“แต่เดี๋ยวกูตีให้”

[...]

“แล้วลี่ล่ะ กูตีได้ไหม” ภาสยิงคำถามกลับ ตาคมใต้กรอบแว่นตวัดขึ้นมองเจ้าแมวดื้อที่นั่งจ้องเขาตาแป๋วด้วยความสงสัยว่าคุยโทรศัพท์กับใคร

[กูตีไปหลายทีแล้วรายนั้น แต่ไม่เกี่ยวกับลี่นะ เท่าที่ฟังมา แมวมึงนั่นแหละเริ่ม ทั้งจูบก่อน ทั้งขย่มก่อน ดูแลแมวมึงให้ดีหน่อยแล้วกัน ปล่อยให้เป็นแบบนี้ระวังจะแย่] เสียงวินเซนต์ติดทั้งเหนื่อยใจและขุ่นมัวเล็กน้อย

“อืม”

[กูหมายถึงมึงนะที่จะแย่ เห็นหวงๆ อยู่ นี่ถ้าน้องไปฮีทใส่ไอ้ชาย คง-]

 

ตี๊ด

ภาสตัดสายทิ้งด้วยความไม่อยากจะฟังคำพูดกวนอารมณ์ต่อ เขาเดินกลับเข้าไปใกล้ตะนิดก่อนจะยกนิ้วขึ้นดีดเหม่งใสนั่นไปหนึ่งป้าป

 

“โอ๊ยย อะไรเนี่ย มาดีดหัวทำไมมมมม เจ็บนะ!!!”

“ดื้อ”

 

อะไรของลุงเขา!!!!

ตะนิดกุมเหม่งตัวเองด้วยความไม่เข้าใจอารมณ์คนแก่(กว่า) มาดีดเหม่งเขาอย่างรุนแรงแล้วก็หยิบโทรศัพท์เดินไปคุยที่ระเบียง ตะนิดกันกลับมาเกาะโต๊ะด้วยความจุ๊ดจิ๊ดในใจ

 

เขาฮีท...

แต่ยังปลอดภัยดี...

 

น่าแปลกใจ เป็นคนย้ำเองแท้ๆ ไม่ใช่หรอว่าความสัมพันธ์เราตอนนี้ก็แค่เรื่องอย่างว่า ตามแบบsia lok jit and handsome tanid with benefit ไม่ใช่ว่าไม่เตรียมใจหรอกก็แอบคิดอยู่เหมือนดันว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ปกติเวลาฮีทเขามักจะควบคุมร่างกายและสติตัวเองไม่ได้เหมือนร่างกายไม่ใช่ของตัวเองไปชั่วขณะ ถ้าอะไรมันจะเลยเถิดก็คงไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก

 

... แต่ก็ไม่คิดว่าลุงโรคจิตนั่นจะไม่ทำอะไรเลย

ก็แอบรู้สึกประทับใจนิดหนึ่งมั้ง นิดเดียว เท่านิ้วชี้กับนิ้วโป้งแตะกัน นิดเดียว!

 

“ตะนิด” เขาเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเรียก เสี่ยโรคจิตที่ตอนนี้เขาแอบบวกดาวประทับใจให้หนึ่งดวงเดินหน้าดุมานั่งฝั่งตรงข้าม

“อื้อ”

“ปกติเธอชอบทำอะไรตอนว่างๆ ” พอได้รับคำถามมาตะนิดก็เอียงคอนึกเล็กน้อย

“อืมมมมม... อยู่บ้านถ้าไม่เล่นเกมกับคณิตก็คงดูหนังอะไรไปเรื่อยมั้ง...ครับ” กระดากปากเล็กน้อยแต่ก็ลงท้ายคำไว้ก่อน กลัวโดนดุ แล้วสายตาคนเราอะไรมันจะดูดุได้ขนาดนั้นอ่ะ ตอนเด็กๆ ลุงเขามีเพื่อนคบไหมนะ ตะนิดได้แต่บ่นงุบงิบในใจ

“เกมอะไร”

“พวกโมบ้า”

“ใครบ้านะ?” ภาสขมวดคิ้วงง

“...”

“หรือเธอหมายถึงโมบายล์โฟน? เกมมือถือ? ”

 

สิ้นหวังแล้วป่ะ

ตะนิดขำแห้งในใจ แต่ก็แอบใกล้เคียง เขาก็เล่นในมือถือจริงๆ ถ้าอธิบายว่าตีป้อม ลุงตรงหน้าต้องคิดภาพเขาเล่นเกมนุ่งผ้าพันๆ ไปตีป้อมปราบศัตรูพ่ายแปะๆ แหง

 

“ก็ ประมาณนั้นแหละ...ครับ”

“จอเล็กขนาดนี้เล่นเกมจ้องเยอะๆ มันจะสายตาเสียเอาได้นะ”

“...” คนที่ไม่เล่นแต่ยังใส่แว่นนี่บ่นคนอื่นได้หรอ ตะนิดแอบบ่นคนตรงหน้าในใจ

“มีอย่างอื่นไหม”

“ทำไมอ่ะ”

“ก็เหงาไม่ใช่หรอ”

“...”

“เผื่ออยากหาอะไรทำ”

 

ตะนิดแอบรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาเล็กน้อยกับการเอาใจใส่จากคนตรงหน้า แต่ที่เขาบอกแม่ว่าเหงาน่ะ เพราะเขาเป็นเด็กติดพี่ต่างหาก ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับงานอดิเรกหรือเกมเลย เขาโตมากับคณิตแบบที่ตัวติดกันแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมง เล่นเกมเดียวกัน ดูหนังเรื่องเดียวกัน ใส่เสื้อผ้าสไตล์ใกล้เคียงกัน

 

ชีวิตเด็กแฝดอย่างผมมีเพื่อนติดตัวมาตั้งแต่เกิด พอต้องห่างกันมันเลยเหงาเป็นพิเศษ

เหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตมันเป็นหลุมๆ เนี่ย แค่คิดก็โหวงแล้ว อยากกอดคณิต

 

“เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะไปสัมภาษณ์งานที่บริษัทเดียวกันกับคณิต ไม่เหงาแล้ว” ถึงจะขี้เกียจเริ่มชีวิตทำงานมากแค่ไหน แต่เขาเป็นนิสิตที่เพิ่งจบปีสี่มาหมาดๆ เตรียมรอรับปริญญา การเริ่มต้นชีวิตการทำงานเลยเป็นเหมือนขั้นบันไดที่บังคับให้ขึ้นกลายๆ

“ทำเกี่ยวกับอะไร”

“นิดยื่นทำกราฟฟิคไปนะแต่คณิตยื่นเกี่ยวกับเขียนโค้ดมั้ง ไม่แน่ใจว่ามันจะยื่นกราฟฟิคเหมือนกันไหม คณิตเก่งอ่ะ มันน่าจะได้อยู่แล้ว แต่นิดอ่ะลุ้นๆ อยู่ พอทำได้แต่ก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้น”

“ของบริษัทอะไร”

“ครับ?” ตะนิดอุทานเล็กน้อยเมื่อรู้สึกเหมือนกำลังโดนสัมภาษณ์งาน พอเขาตอบชื่อบริษัทไป คนตรงหน้าก็พนักหน้าเบาๆ

“แล้วงานเข้าทุกวันเลยไหม รายละเอียดยังไง” งงไปอีกรอบ แต่ตะนิดก็ตอบคำถามทุกคำถามที่อีกฝ่ายสงสัยเท่าที่ตัวเองรู้รายละเอียดมา

 

ภาสทำเพียงนั่งฟังเงียบๆ แล้วก็พยักหน้า เขาคิดว่าเจ้าแมวตรงหน้ายังเรียนมหาลัยอยู่จากการเห็นชุดนิสิตแขวนอยู่บนห้องนอน แต่ก็เพิ่งจะรู้ว่าเจ้าตัวเรียนจบปีสี่แล้วเพียงแต่ยังไม่ได้รับปริญญา

 

ใต้หน้ากากนิ่งๆ ของอัลฟ่าหนุ่มแท้จริงแล้วเขาแอบเป็นห่วงคนตรงหน้าอยู่พอสมควร

แต่พอรู้ว่ามีแฝดพี่ห้อยตามไปเป็นวิญญาณอาฆาตก็วางใจได้เปราะหนึ่ง

อีกส่วนที่โล่งใจก็อาจจะเพราะว่าเป็นบริษัทเครือลูกของชาย อาจจะแวะไปสอดส่องหรือฝากคนรู้จักช่วยดูแลอีกแรงได้ แต่เขาคงติดต่อไปหลังรู้ว่าเจ้าแมวดื้อได้งานแล้ว ถ้าติดต่อไปก่อนก็กลัวว่าเขาอาจจะได้หมัดแมวย้อนหลังข้อหาไปยุ่งวุ่นวายใช้เส้นให้

 

ถามว่าใช้เส้นสายให้ได้ไหม เขาตอบเลยว่าได้และง่ายมาก

แต่เจ้าดื้อตรงหน้าคงจะภูมิใจกว่าถ้าได้ทำอะไรด้วยตัวเอง

 

“พี่ภาสล่ะ”

“หืม?”

“ก็ ก็ เราไม่รู้จักกันใช่ไหมอ่ะ ก็ อยากจะบอกอะไรไหมงี้ แบบ.. เอ่อ คือ นิดอ่ะ เอ้ย ผมอ่ะ อะไรดีน้า ผมชอบกินหมูกระทะมากกว่าชาบู พี่ภาสอ่ะ”

“ฉันชอบกลิ่นพีช”

 

ไม่ได้ไหม!!!

ตะนิดโวยวายลั่นในใจ ตากลมเลิ่กลั่กไปไม่ถูก เขาอุตส่าห์พูดเรื่องหมูกระทะไปนะ มันกลับมาพีชได้ยังไง!!

 

ส่วนอัลฟ่าหนุ่มที่นั่งมองอยู่กลับหัวเราะในลำคอ เขาไม่ได้ตั้งใจจะหยอกล้อออกไปหรอก แต่พอถูกถามกลับมาก็เลยตอบออกไปแบบไม่ทันคิด

 

เพราะตอนนี้เขาเริ่มถูกใจกลิ่นแป้งเด็กผสมกลิ่นพีชขึ้นมาแล้ว

หอมบริสุทธิ์แต่ก็มีความสดใสอมเปรี้ยว

 

“หะ หะ หาวววว หาวแล้ว หาวเลยเนี่ย หาวจริงๆ ง่วง พี่ภาส ง่วงแล้ว พาไปห้องหน่อย แปรงฟันนอนดีกว่า” เจ้าแมวดื้อเปลี่ยนเรื่องทันที พิรุธเยอะทั้งน้ำเสียงแล้วก็แต้มสีแดงจางๆ บนแก้ม เขาไม่ได้หยอกล้ออะไรออกไปเพียงแต่ขยับตัวไปช่วยพยุงเจ้าแมวดื้อ

 

“ซี้ด เจ็บ...” ภาสมองหน้าแมวดื้อที่ขมวดคิ้วมุ่ย ขาเล็กสั่นด้วยความปวดกล้ามเนื้อ เจ้าแมวแทบจะทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงมาที่เขา สุดท้ายก็ทนเห็นหน้าเจ็บปวดนั่นไม่ไหว เขาตัดสินใจย่อตัวลงจับแมวน้อยอุ้มขึ้นในท่าเหมือนอุ้มเจ้าสาว

 

ตามคาดว่าเจ้าแมวตะปบป้าปเข้าให้ที่หน้าเข้าด้วยใบหน้าตื่นๆ

ดีนะที่คาดเอาไว้แล้ว ถึงได้กะแรงกระชับที่ข้อพับขานั่นให้มั่นว่าจะไม่ทำตก

 

“อุ้มมันไวกว่า”

“พี่ภาส!!!”

“หยุดนะตะนิด” ภาสขมวดคิ้วดุเมื่อเห็นว่าแมวง้างมือขึ้นกลางอากาศ “เธอรู้ใช่ไหมว่าแรงตบเธอมันเยอะ”

“...” ตะนิดเม้มปากแน่น เขารู้อยู่แล้ว เพราะคณิตบ่นบ่อยมากกว่าเขาชอบตีคณิตแรง

ภาสปรายตามองแมวในอ้อมกอดที่หน้าแดงไปยันหูด้วยความเอ็นดูก่อนจะพาเดินขึ้นไปบนห้องนอน เขาตัดสินใจพาตะนิดเข้าไปในห้องของเขาเอง พอวางลงบนเตียงเจ้าแมวก็ทำการพยายามลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ ภาสไม่ได้เข้าไปห้ามอะไร เพียงแต่เดินประกบไว้ใกล้ๆ กลัวว่าจะล้มแล้วปวดมากกว่าเดิม

แมวดื้อพอเดินได้แต่จะกะเผลกแล้วก็ช้ากว่าปกติ พอปวดมากๆ ก็จะหยุดเดิน หน้าดื้อนั่นยับยู่ยี่กว่าเดิมด้วยความไม่สบายตัว ภาสแอบดีใจเล็กน้อยที่เจ้าแมวไม่ได้สังเกตว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในชุดนอนชุดเดิมกับเมื่อวาน

 

ไม่งั้นเขาอาจจะได้เจอหมัดแมวหวดแว่นแตกก็เป็นได้

ไม่ได้ตั้งใจจะฉวยโอกาสหรอกนะ แต่มันเลอะเทอะมากจนเขากลัวอีกคนไม่สบายตัวเลยช่วยเช็ดตัวกับเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ ผิวแมวดื้อขาวสมกับกลิ่นแป้งของเจ้าตัว แน่นอนว่าเขาทำทุกอย่างให้เสร็จภายในสิบนาที ด้วยความกลัวว่าเจ้าแมวจะตื่นมาแล้วเข้าใจผิด

 

ระหว่างที่พิงกรอบประตูห้องน้ำมองแมวดื้อแปรงฟัน เขาก็สังเกตว่าปลอกคอที่คอขาวนั่นยับเยินเกือบขาด รสชาตหนังยามที่เขาขบเขี้ยวเคี้ยวนั่นยังติดอยู่ในความทรงจำ

 

“ตะนิด”

“อื๋อ?” ปากเล็กที่ถูกแปรงสีฟันสีชมพูและฟองขาวอุดส่งเสียงรับคำ

“ปกติพกปลอกคอสำรองไหม” พอเขาพูดถึง แมวดื้อก็หันกลับไปส่องกระจก ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นสภาพปลอกคอตัวเอง

“อื๋อ!!!” แมวดื้อส่งเสียงอุทานก่อนจะรีบแปรงฟันตัวเองด้วยความเร็วสูง ปากเล็กบ้วนน้ำแล้วหันมาหาเขาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก “เห้ย นี่นิดฮีทถึงขั้นกัดปลอกคอตัวเองเลยหรอ!!!”

 

มันจะไปกัดถึงได้อย่างไรกัน...

กายกรรมคออ่อนหรือไง?

ภาสถอนหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อนกับความคิดเจ้าแมวดื้อ ถ้าเป็นแฝดพี่ชายปากร้ายนั่นป่านนี้คงด่ากลับยับไปแล้ว

 

“ฉันกัดเอง”

“เห้ยยยยยยย หมาแล้วมั้งแบบนี้ เกือบขาดเลย” ภาสขมวดคิ้วอีกรอบเมื่อโดนทักเป็นหมา แต่พอคิดว่าเขาก็ทำพฤติกรรมเหมือนหมาจริงๆ เลยไม่ได้ดุอะไรออกไป

“ฉันสั่งปลอกคอมาให้ใหม่แล้ว แต่จะมาถึงพรุ่งนี้เย็นๆ ก่อนหน้านั้นจะออกไปไหนต้องหาอันใหม่มาใส่ก่อนนะ”

“คณิตน่าจะใส่มาให้ด้วย อยู่ในกระเป๋าข้างเตียง ช่องด้านหน้า” ภาสพยักหน้ารับก่อนจะผละตัวออกไปที่ห้องนอนฝั่งตรงข้าม กระเป๋าน้อยใบสีชมพูนั่นถ้าพูดให้ถูกก็คงคล้ายกระเป๋าโดราเอม่อนที่มีทุกอย่างที่ตะนิดต้องใช้หรืออาจจะใชช้ในอนาคต ผ่านการคาดการณ์มาอย่างรอบคอบ

 

ก็นะ

บราค่อนเต็มสตรีมจริงๆ

 

ภาสล่วงมือเข้าไปในช่องซิปขนาดเล็กนั่นเพื่อหยิบปลอกคอขึ้นมาก่อนจะพบว่าปลอกคอสำรองอันในมือมีลายที่เขาค่อนข้างจะมั่นใจว่าคนเลือกคงตั้งใจให้เขาเห็นถ้าเกิดจำเป็นต้องใช้อันสำรองนี่

 

ปลอกคอหนังคุณภาพดีที่มีผ้าสีดำคาดคาดทับตามฉบับปลอกคอแฟชั่นสมัยนี้ ซึ่งบนผ้าก็มีลายสกรีนสีขาวตัวใหญ่เห็นชัดเจนเขียนไว้ว่า...

 

x YOU STUPID ALPHA x YOU!!! x YOU!!!

 

และคนเลือกลายคงไม่ใช่เจ้าแมวดื้อหรอก

ให้ตายเถอะ แค่คิดภาพว่าเจ้าแฝดพี่นั่นรู้เรื่องเมื่อวานก็รู้สึกปวดหูนำไว้ก่อนแล้ว เหมือนลายสกรีนบนปลอกคอมีเสียงดังออกมา เขาใส่หัวไล่เสียงในจินตนาการก่อนจะถือปลอกคอเดินกลับห้องตัวเอง พอเปิดประตูห้องกลับเข้ามา เจ้าก้อนดื้อก็กรนคร่อกน้ำลายยืดเต็มหมอนไปแล้วเรียบร้อย

 

หลับได้หลับดี

 

เขาส่ายหัวให้กับท่านอนที่แข้งขาเตะไปคนละทาง มือเล็กกอดคุณนุ่มเบอร์ห้าที่ตัวนิ่มเพราะถูกเท้าเขานวดให้ไปหลายยกแน่น ข้างๆ เตียงมีปลอดคอหนังสภาพเยินตกอยู่ เจ้าแมวดื้อคงรำคาญที่โดนหนังบาดคอเลยดึงออกทิ้ง

 

ภาสค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้เตียง มือใหญ่ค่อยๆ สวมปลอกคอชิ้นเล็กให้กับลำคอขาวด้วยความเบามือ โดยปกติของปลอกคอสมัยนี้จะต้องใช้รหัสตั้งในการใส่และถอดออก เขาตัดสินใจใส่เลขหนึ่งถึงสี่ไปเผื่อให้เจ้าตัวมาตั้งใหม่ก่อนจะผละออกมามองหน้าดื้อที่ดูดื้อน้อยลงเยอะเมื่อเจ้าตัวไม่ขยับปากพูด

 

ไม่อยากยอมรับแต่ก็คงต้องยอมรับ

 

ใจเขาเต้นแรงกับเจ้าแมวตรงหน้าเข้าแล้ว

 

 

  • --- TALK

ตะนิดตอนสลึมสลือมาดื่มนม ง่วงนะเนี่ยน้า ปลุกทำไมน้าพี่ภาส

 

และคุณผีในห้องพี่ภาสแอบกระซิบข้างหูพี่ภาส

 

และแน่นอนค่ะว่าเราขออวดดดดดดดดดดดดดดดดด

แฝดตะนิดตัวเล็กและคณิตตัวโต พี่ชายเขาดุนะคะ ใครจะจีบก็อย่าคิดว่าแค่บอกว่าชอบพีชแล้วจะรอดตีน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.633K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,306 ความคิดเห็น

  1. #5293 Saltan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 เมษายน 2564 / 17:48
    งุ้ยยยยยยน่ารักมากๆเลยอ่าาาา
    #5,293
    0
  2. #5266 CallistoJpt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 เมษายน 2564 / 16:32
    น้อนตะนิดตัวเล็กตัวน้อยน่าเอ็นดูจริงๆ ขำความคิดเป็นตุเป็นตะกัดปลอกคอตัวเอง น้อนนนนนน

    ปล.รูปแฝดน่ารักมากๆค่ะ หน้าดื้อทั้งคู่เลย ><
    #5,266
    0
  3. #5250 softless (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 12:19
    ว่าไปหน้าเหมือนกันจริง555555555555
    #5,250
    0
  4. #5231 Hugyyyyyy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มีนาคม 2564 / 09:58
    น่ารักอ่าาาาา
    #5,231
    0
  5. #4878 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 14:16
    เราชอบคณิตมากๆเลยอ่ะ555
    #4,878
    0
  6. #4759 yourwarmhug (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 02:34
    อึ้ยยยยย
    #4,759
    0
  7. #4308 hello_gik (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 12:53
    แง่เรือพี่น้องเรือผี
    #4,308
    0
  8. #3619 Nyoong (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 21:28
    รูปแฝดดีมากกกก
    #3,619
    0
  9. #3116 chomchom022 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 00:55
    แง้ จะผิดไหมถ้าเราอยากให้คณิตคู่กับพี่ชายยยย บ้าจริง
    #3,116
    0
  10. #3063 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 00:30
    แฝดน่ารักว้อยยยย เอ็นดูพี่ภาสว่ะ
    #3,063
    0
  11. #2937 charoenchit (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 20:28
    คณิตคือดือ
    #2,937
    0
  12. #2811 xวาuxวาu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 21:07
    ชอบรูปอ่ะ น่ารักมากเลย แต่เกลียดคุณผีในห้องพี่พลาด 5555
    #2,811
    0
  13. #2784 Aum_1929 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 12:07
    ที่บอกว่าอยากให้คณิตได้กับพี่ชายไม่ได้พูดเล่นนะคะ
    #2,784
    0
  14. #2347 หมีไหมพรม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 00:21
    น่ารักไปหมด ขำความกัดปลอกคอตัวเอง มันจะไปกัดได้ไงลูกกก
    #2,347
    0
  15. #2320 miemieYG (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 14:28
    น่ารักเท่าโลกก
    #2,320
    0
  16. #2111 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 12:35

    รูปน่ารักมากเลยค่ะ ฮืออออ

    #2,111
    0
  17. #2066 jhopeeeeeeeee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 09:40
    น้องตะนิดน่าร้ากกกก คณิตสุดเท่!!!
    #2,066
    0
  18. #1927 ma_jung (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 10:05

    น่ารักกกกก ง่วงน้าเนี้ยน้า เอ็นดูน้องงง มีมแมวก็น่าร้ากกกก
    #1,927
    0
  19. #1923 Kahpaynak23 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 23:33
    น่าร้ากกก
    #1,923
    0
  20. #1911 Bongnahungg (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 15:35
    น่ารักก
    #1,911
    0
  21. #1906 pammyntk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 10:00
    น่ารักมากกก ตะนิดตัวเล็กตัวน้อย คณิตก็หล่อมากกกก
    #1,906
    0
  22. #1871 ay.❤ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 17:27
    อื้อรูปเจ้าพี่น้องหมาแมวน่ารักมากๆๆๆ
    #1,871
    0
  23. #1807 Foxgo_O (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 20:34
    พี่สไคัญคือ คณิตของเราาาา อรั้ยยย
    #1,807
    0
  24. #1639 Sprite77 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 07:59
    รูปน่ารักมากกกกอยากมีพี่คณิตเป็นของตัวเอง
    #1,639
    0
  25. #1623 mmld_nn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 01:27
    แง้้ น่ารักกกกกกก
    #1,623
    0