[ Fic Harry Potter] คนแปลกหน้า (oc)

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7 ปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 697
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    10 พ.ย. 63





วันต่อมาเธอก็กำลังนั่งเรียนคาบวิชาคาถาเวทมนตร์ของศาสตราจารย์ฟลิตวิก โดยที่คาบเเรกของวิชานี้จะเรียนเรื่องการโบกไม้กายสิทธิ์ยังไงให้ถูกต้อง การออกเสียงของแต่ละคำ 


และศาสตราจารย์จะบอกคร่าวๆว่า จะเรียนเรื่องไหนบ้างเผื่อบางคนอยากจะไปอ่านหนังสือก่อน เพื่อที่จะได้เพิ่มคะแนนให้กับบ้านของตัวเอง

 

เอาล่ะ หนึ่งในความสามารถของแม่มดพ่อมดส่วนใหญ่นั้นคือ วิชาตัวเบาหรือทำให้วัตถุนั้นบินได้

 

ทุกคนจะมีขนนกวางไว้อยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้วนะ

 

เราจะทำให้ขนนกลอยขึ้นโดยการโบกนิดสบัดหน่อย 

 

เอาล่ะพูดคำว่า วิงการ์เดียม เลวีโอซ่า เริ่มได้ 

 

 

 

 " วิงการ์เดียม เลวีโอซ่า " เธอเอ่ยออกมาด้วยความคล่องแค่ว ผิดกับอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ กำลังพูดผิดพูดถูก ทำให้ขนนกไม่ลอยขึ้นมาเหมือนกับคนอื่น

 

 เก่งมากคุณมัลฟอย บวกสลิธีริน 5 คะแนน 

 

" ขอบคุณค่ะศาสตราจารย์......มันไม่ได้ออกเสียงอย่างงั้นมาร์คัส ลองพูดตามนะ วิง " หลังจากคุยกับศาสตราจารย์เสร็จก็หันมาสอนมาร์คัสในการออกเสียงที่ถูกต้อง

 

" วิง "

 

" การ์ "

 

" การ์ "

 

" เดียม "

 

" เดียม "

 

" เล "

 

" เล "

 

" วี " 

 

" วี "

 

" โอ " 

 

" โอ "

 

" ซ่า "

 

" ซ่า "

 

" ลองพูดใหม่อีกรอบดู "

 

" วิงการ์เดียม เลวีโอซ่า " สิ้นเสียงคำพูดของมาร์คัส ขนนกที่วางอยู่บนกับโต๊ะก็ลอยขึ้นมา ทำให้เจ้าตัวดูดีใจมากกันเสกเวทมนตร์ในครั้งนี้

 

" มันลอยแล้ว ใครเนี่ยเก่งที่สุดเลย " แล้วมาร์คัสก็หันไปสอนคนที่นั่งอยู่ข้างๆของตัวเองให้ทำได้เหมือนอย่างที่เขาทำ ซึ่งการเรียนคาถาเวทมนตร์ก็มีเรียนแค่นี้ที่เหลือศาสตราจารย์เขาแค่บอกเอาไว้คร่าวๆเฉย เดี๋ยวค่อยมาเรียนกันอีกทีตอนที่เจอเขา

 

 

 

 

หลังเลิกเรียนของวันนี้เธอมีความคิด ไอเดียหนึ่งขึ้นมาหลังจากที่ได้ไปค้นกระเป๋า แล้วเจอกล้องที่มาร์คัสเคยซื้อเอาไว้เป็นของขวัญวันเกิด เลยอยากจะสร้างห้องล้างฟิล์มเอาไว้ที่ฮอกวอตส์ 

 

ซึ่งเธอก็เลือกสถานที่หนึ่งในการทำห้องล้างฟิล์มเอาไว้นั้นก็คือ ห้องน้ำนักเรียนหญิงที่ชำรุดเสียหายแล้วที่หนึ่ง และเธอก็จะลากมาร์คัสให้ไปช่วยสร้างห้องมืดสำหรับล้างฟิล์มด้วย ในฐานะที่เป็นคนซื้อกล้องฟิล์มมาให้เธอใช้

 

" นี้มันห้องน้ำหญิงนะ ฉันเข้าไม่ได้ ฉันเป็นผู้ชายนะซิส อย่าลืม "

 

" ก็ถือซะว่า เป็นการสร้างประสบการณ์ในการเข้าห้องผู้หญิงไง ไม่ดีหรอ "

 

" หาประสบการณ์ใหม่ๆ ประโยคนี้มันคุ้นๆนะ เคยพูดตอนไหนว้าาาา "


" ฟังมาจากไหนหรือเปล่า "


" อืม.....อาจจะใช่ แต่ช่างมันเถอะ และอย่ามาชวนเปลี่ยนเรื่องคุยเลย ฉันรู้ทัน แล้วฉันขอบอกเลยนะว่า จะไม่เข้าไปในห้องน้ำหญิงเด็ดขาด เพราะถ้าใครมีใครมาเห็นฉันอยู่ในห้องหญิงจะทำยังไง ฉันเสีบหายนะ " หลังจากที่ยื่นคิดอะไรอยู่คนเดียวเงียบๆจบแล้วก็กลับมาโวยวายต่อ

 

" ก็บอกว่าหลงทาง จำทางกลับไม่ได้อะไรแบบนี้ไง  "

 

" ไม่เอาอะ คนบ้าอะไรหลงทางแล้วมาเข้าห้องน้ำผู้หญิง ยังไงก็ไม่เข้าไปเด็ดขาด หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่เข้าไป "

 

" ถ้ามีไม้กวาดรุ่นไหนออกใหม่ เดี๋ยวซื้อให้ "

 

" แน่นะ " เมื่อมาร์คัสได้ยินข้อเสนอก็ถามเพื่อนสาวใหม่อีกครั้งหนึ่งเพื่อมั่นใจ

 

" ด้วยเกียรติของมัลฟอย "

 

" ตกลง คิดซะว่ามาหาประสบการณ์ในการเข้าน้ำหญิงที่รกร้างก็แล้วกัน แต่ในห้องน้ำหญิงห้องนี้มันมีผีอยู่ด้วยไม่ใช่หรอ แถมมันน่ากลัวมากๆเลยไม่ใช่หรือไง "


" มันก็ต้องมีอยู่แล้ว ชื่อเมอร์เทิลไง ลืมหรอ "

 

" ถอนคำพูดตอนนี้ทันไหม นะๆๆ ฉันไม่เอาแล้ว "

 

" เอาน่า....เดี๋ยวมันก็ชินเอง ใจเย็นๆ "

 

" แล้วพวกศาสตราจารย์จะไม่รู้เลยหรอว่า พวกเรากำลังทำอะไรอยู่ "

 

" รู้สิ " 


โดยเฉพาะศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์นี้ตัวดีเลย รู้ว่านักเรียนทำอะไรหมด แต่ไม่เคยคิดจะเข้าไปห้ามหรือทำอะไรทั้งนั้น เผลอๆสนับสนุนอีกตั้งหาก 


เพราะอะไรนะหรอ ก็มันมีพวกเด็กกริฟฟินดอร์และเรเวนคลออยากรู้ว่า ภายในป่าต้องห้ามมีอะไรอยู่ เลยเข้าไปพิสูจน์ว่ามันมีอะไรกันแน่ แต่พอเข้าไปก็ไม่มีใครสามารถบอกได้เลยว่าข้างในนั้นมีอะไรอาศัยอยู่ ราวกับถูกลบความทรงจำส่วนนี้ออกไป

 

" แล้วทำไปเพื่อ? "

 

" ความสุขส่วนตัว "

 

" ??? " เขาล่ะหมดคำจะพูดกับเพื่อนนี้เลยจริงๆ เจ้าตัวไม่รู้เลยหรือไงว่าบางคำมันทำให้เขานั้นรู้สึกว่า กำลังโดนปั่นประสาทอยู่ แถมยังทำหน้านิ่งใส่อีก

 

กวนหน้าตายเลยจริงๆ

 

 

 

 

 

ตอนนี้พวกเรา 2 คนกำลัง สร้างห้องดำจากห้องน้ำหญิงที่ต่อกันเป็นห้องๆให้รวมกันเป็นห้องเดียว ซึ่งการทำลายไม้กั้นแต่ละห้อง 

 

ตอนแรกที่พวกเราคิดกันมันไม่ใช่แบบนี้ เพราะตอนนั้นจะเอาแค่ผ้าสีดำแล้วเอาไม้มาต่อกันเป็นห้องๆหนึ่งเท่านั้น แต่ก็โดนเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญยุยงให้ทำแบบนี้ ด้วยความอยากเอาชนะมันมีอยู่ในสายเลือดพวกเราทั้งสองคนมาก เลยทำให้คำยุยงของเมอร์เทิลนั้นสำเร็จ

 

" ฉันว่าพวกเธอทั้งสองคนควรระวังๆหน่อยนะ เดี๋ยวจะมีคนอื่นมาได้ยิน " เมอร์เทิลพูด

 

" มันจะมีใครมาได้ยิน ก็สร้างที่กั้นเสียงออกแล้วไง " มาร์คัสพูดขณะที่กำลังยืนดูเพื่อนสาวของเขาสร้างห้องดำเอาไว้ล้างฟิล์มอยู่

 

" แล้วไม่กลัวพวกศาสตราจารย์จะรู้เข้าหรือไงฟลินต์ " เมอร์เทิลพูด

 

" กลัวสิ ใครจะไม่กลัวบ้าง ยกเว้นเพื่อนฉันคนหนึ่งก็แล้วกัน ที่ไม่ค่อยจะสะทกสะท้านอะไรเลย "

 

" พูดมากมาร์คัส ทำไมไม่มาช่วยกัน "

 

" เรื่องแค่นี้เองเนเมซิสจัดการได้สบายอยู่แล้ว และอีกอย่าง เดี๋ยวมือฉันด้านหมด เห็นใจกันหน่อยนะซิส " ทุกคนที่อีกฝ่ายต้องการอะไรก็มักจะเรียกชื่อของเธอแค่ ซิส ซึ่งปกติจะเรียกว่า เนเมซิส หรือแล้วแต่อารมณ์ของอีกฝ่าย

 

" สำออย " 

 

" เอาน่า ก็ส่งกำลังใจไปให้แล้วอยู่นี้ไง "

 

" ไม่ต้องการ " ให้ตายเถอะ! เคราเมอร์ลินเป็นพยาน เธอมีเพื่อนเป็นผู้ชายแต่กลับมานั่งดูเธอทำงานอย่างสบายใจ ลองให้มีคนอื่นอยู่ด้วยสิ เเล้วจะรู้ว่ามาร์คัสจะไม่แค่นั่งเฉยๆหรอก จะรีบเดินเข้ามาช่วยทันที

 

" จริงๆนะ เดี๋ยวมือฉันหยาบหมด ถ้าให้ไปทำแบบนั้น ใช่ไหมเมอร์เทิล " เสียงของมาร์คัสกำลังหาพวก เพื่อหลีกเลี่ยงในงานครั้งนี้

 

" ฉันไม่เกี่ยวนะ " เมอร์เทิลส่ายหน้าให้กับเธอแล้ว ทำหน้าตาเหมือนคนไม่รู้เรื่องหรือรู้เห็นเป็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

" เอ่อๆ ไม่ช่วยกันไม่ช่วย "

 

" ไม่งอนนะ เนเมซิสเพื่อนรัก "

 

" เอ่อ!!! " คิดว่าจะมาให้ช่วยซะหน่อย แต่ก็คิดผิด ผิดมากๆด้วย คิดว่ามาร์คัสจะอาสาออกมาช่วย เพราะเห็นฉันเป็นผู้หญิงร่างบางตัวน้อยๆ ไม่แรงมากพอที่จะทำอะไรแบบนี้ได้ แต่สุดท้ายก็คิดผิด ไม่มาช่วยแล้วยังป่วนอีก

 

ส่วนการสร้างห้องดำที่เธออยากทำก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว เหลือแค่ปิดเพดานและช่องระบายอากาศเท่านั้น ซึ่งตลอดการทำห้องดำห้องนี้ก็ค่อยมีตัวป่วนอยู่ 2 คน ไม่สิ! เมอร์เทิลเป็นผีไม่นับว่าเป็นคน แต่เอาเป็นว่า มีตัวป่วนงานนี้อยู่ด้วยกัน 2 คนก็แล้วกัน อย่างเช่น

 

" เนเมซิส ทำเสร็จยัง " มาร์คัสพูด

 

" ยัง "

 

" เมื่อไรจะเสร็จล่ะ นั่งรอนานแล้วนะ "

 

" อีกแป๊บนึง "

 

" เร็วๆหน่อย ใกล้จะกินช้าวเย็นกันแล้ว หิว "

 

" เอ่อ รีบอยู่ " ไม่ช่วยยังแล้วยังมาเร่งอีก ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ เปลี่ยนเพื่อนตอนนี้ทันไหม?

 

 



 

5 นาทีผ่านไป 

 

ทุกอย่างตอนนี้ก็เสร็จเป็นที่เรียบร้อย พอออกมาจากห้องดำแล้ว ก็เห็นมาร์คัสกำลังใช้หัวของหัวเองพิงไปที่อ่างล้างหน้าที่ตั้งเด่นอยู่ตรงกลางห้องน้ำหญิง เลยเดินไปอีกฝั่งหนึ่งเพื่อปลุกเพื่อนชายคนนี้ตื่นขึ้นจากฝัน

 

แต่สายตาก็ไปสะดดเข้ากับลวดลายของหินอ่อน ที่นำมาทำเป็นอ่างชิ้นนี้ มันช่างสวยงามและน่าค้นหาจนไม่สามารถละสายตาออกมาได้ แต่มันก็น่าเสียดายที่อ่างล้างหน้า มันค่อนข้างเก่าและชำรุดเสียหายเกือบครึ่ง มูลค่าของมันก็เลยลดหน่อยลงไป


น่าเสียดายจริงๆ


แต่นัยน์ตาสีฟ้าซีดอ่อนกวาดสายตาไปเข้ากับ ลวดลายของอ่างเหมือนมีอะไรสักอย่างที่ผิดแปลกไปจากอันอื่น เลยลองขยับเข้าไปดูใกล้ แต่ก็มีเสียงของเมอร์เทิลเรียกเอาไว้ซะก่อน

 

" รีบกลับไปกันได้แล้ว เดี๋ยวพวกศาสตราจารย์จะสงสัยเอามัลฟอย "

 

" ขอบใจที่เตือนเมอร์เทิล "

 

" ด้วยความยินดี แต่ฉันขอเตือนเธอเอาไว้อย่างหนึ่งก็แล้วกัน อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับที่หน้าล้างเด็ดขาด มันน่ากลัวและอันตรายมากกว่าที่เธอคิด "

 

" ยังไง? "

 

" ฉันก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่ามันคืออะไร แต่ถ้าเธอคิดที่ยังอยากจะรู้ต่อไป เธออาจจะมาอยู่เป็นเพื่อนฉันเลยก็ได้นะมัลฟอย 


ฉันขอเตือนเอาไว้เลย บางอย่างก็ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เรารับรู้เป็นคนแรก ทุกๆอย่างได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว และพวกเราก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรมันได้เลย นอกจากยอมรับความจริง "

 

" ทำไมล่ะ ตอบได้ไหม " ทำไมฉันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรมันได้ล่ะ?


" ........ " เมอร์เทิลไม่ได้ตอบอะไร เอาแต่ก้มหน้ามองพื้นอย่างเดียว


" ถ้าบอกไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ขอบคุณที่เตือนฉันมากนะ แต่ขอถามหน่อยได้ไหม......เธอตายได้ยังไงเมอร์เทิล เธอตายได้ยังไง.....มันเกี่ยวกับอ่างล้างหน้าอันนี้ด้วยใช่ไหม "

 

" ฉัน.....บอกไม่ได้จริงๆ "

 

" มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ " เธอก็พยายามกล่อมอีกฝ่ายให้พูดอะไรบ้างอย่างออกมา แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะดูเหมือนว่า การตายของเมอร์เทิลจะเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่เธอคิดซะอีก

 

" ใช่มันน่ากลัวมาก เพียงแค่ได้สบตา เหมือนโดนเวทมนตร์สะกดจิต ฉันบอกได้แค่นี้จริงๆ ขอโทษนะ.......กรี๊ดดดดดดด " หลังจากนั้นเมอร์เทิลก็กลับไปที่ห้องน้ำห้องเดิมต่อพร้อมกับเสียงกรี๊ดร้องของเธอ

 

เพียงแค่สบตางั้นหรอ  มันคืออะไร?







ตลอดเวลาที่ได้มานั่งกินข้าวเย็นกับเพื่อนๆรุ่นพี่ทั้งหลายที่โต๊ะสลิธีริน ก็เอาแต่คิดเรื่องของเมอร์เทิลอยู่ตลอดจนมีคนเดินมาวางแก้วน้ำแก้วหนึ่งไว้ตรงเธอของเธออย่างเเรง 

 

ปัง!!!!!

 

" เฮ้ย! / เฮ้ย! " เสียงร้องตกใจของเธอเเละมาร์คัสดังขึ้น เมื่อได้ยินของอะไรบ้างอย่างมันวางกระทบเข้ากับโต๊ะอย่างแรง

 

" ขอโทษๆครับ พอดีพี่ลืมเบามือนะ แต่พวกน้อง 2 นี้ตกใจง่ายเหมือนกันนะครับ " พอลองหันไปมองคนที่กำลังให้ตกใจมากขนาดนี้ว่าเป็นใคร 



นี้มันคนที่เคยทักเธอตอนกำลังนั่งอ่านหนังสือรอมาร์คัสนี้เอง ชื่ออะไรน้าาาาาา.....จำไม่ได้อ่ะ

 


" ไม่เป็นไร " มาร์คัสพูดตอบไปเป็นมารยาท

 

" ว่าแต่น้องมัลฟอยว่างตอนไหนหรอ พรุ่งนี้พี่ว่างทั้งวัน " พอพูดจบก็เดินเข้ามานั่งข้างๆฉันอย่างถือวิสาสะ

 

" งั้น 9 โมง " เธอก็ว่างเหมือนกันเพราะพรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์ไง มันเป็นหยุดอยู่แล้ว ที่ฮอกวอตส์

 

" เวลาในการระบายสีหรือวาดรูปมันนานมากไหม "

 

" ฉันไม่ได้วาดเก่งอะไรขนาดนั้น เลยนานหน่อยคุณฮิกก์  "

 

" คุณฮิกก์อะไรกัน เรียกพี่ก็ได้ เข้าจะได้สนิทกันไวๆไง "

 

" ที่ไหน " 

 

" ห้องเล่นสลิธีรินก็ได้ แต่เปลี่ยนคำถามเร็วเหมือนกันนะเรา " 

 

" โอเค "

 

" แล้วราคาล่ะ น้องมัลฟอยคิดเท่าไร "

 

" ยังไม่ได้คิด "

 

" แล้วจะให้แต่งตัวแบบไหนดี ชุดนักเรียนหรือสูท "

 

" ตามใจ วาดได้หมด "

 

" เก่งเหมือนกันนะเนี่ย......แต่น้องไม่อยากคุยกับพี่หรอครับ " ที่ตอบว่า วาดได้หมดก็เพราะมีแบบในการวาดไง เพราะถ้าไม่มีแบบ ก็วาดไม่ได้หรอก

 

" เปล่า "

 

" พี่เขินนะ ที่บอกว่าอยากคุยกับพี่แบบนี้ " ห๊ะ! เขิน เขินอะไรเขา ที่เธอตอบไปแบบนั้น จะได้ไม่ไร้น้ำใจมากจนเกินไปเพราะเห็นว่า เป็นรุ่นพี่เลยเคารพจะได้ไม่โดนบูลลี่ในระหว่างที่อยู่ที่นี้ แต่พอมาเจอคำตอบแบบนี้ทำให้รู้สึกว่า กำลังคิดผิดอย่างมากที่ตอบไปแบบนั้น

 

" ..... " เมื่อเจอคำตอบแบบนั้นเธอก็ไม่ได้ตอบอะไรรุ่นพี่คนนี้เลย พอตกใจเสร็จก็ก้มหน้ากินอาหารมื้อเย็นในครั้งนี้ต่อโดยไม่สนใจอะไรเลย

 

" ใจเย็นๆ พี่แค่ล้อเล่นเอง ก็แค่อยากเห็นน้องยิ้มออกก็เท่านั้นเอง "

 

" ยิ้ม? " พอได้ยินคำแก้ตัวของรุ่นพี่คนนี้แล้ว ถึงกับละสายตาจากจานอาหาร มาสนใจรุ่นพี่คนนี้แทน

 

" ใ- ใช่ คระ ครับ.....พี่แค่อยากเห็นรอยยิ้มของน้องเท่านั้นเอง เพราะตั้งแต่ที่เจอกันก็ไม่เคยเห็นยิ้มเลย " เสียงขาดๆหายๆเหมือนคนกำลังโกหกหรือล้นลานอะไรสักอย่าง


แปลก? แปลกมาก คนนี้เหมือนกำลังโกหกอะไรอยู่สักอย่างแน่นอน ยิ่งสายตาที่ดูล้นลานขยับไปมา จนสามารถจับพิรุษได้อย่างง่ายดายอีกด้วย


พูดอย่างงี้ ต้องการอะไร?

 


 " มันไม่มีอารมณ์ จบไหม "

 

" จบครับ ไม่มีอารมณ์ก็ไม่มีอารมณ์ " น้องเขาพูดมาขนาดนี้แล้ว เขาจะต่อบทสนทนายังไงดีล่ะที่นี้ สงสัยบทสนนาของเขา จะจบแต่เพียงเท่านี้จริงๆหรอ แค่อยากคุยด้วยทำไมมันยากขนาดนี้วะ

 

 

 




วันนี้เวลา 9 โมงเช้าของวันหยุด ซึ่งเธอต้องมาเป็นวาดรูปเสมือนจริงของใครสักคนนี้ล่ะ เธอจำชื่อไม่ได้ แต่เอาเป็นว่า ณ ขณะนี้เธอจัดอุปกรณ์ในการวาดรูปอยู่โดยมีมาร์คัสมานั่งข้างๆเพื่อเป็นกำลังใจ 

 

" ขอโทษที่มาช้านะคะ "

 

“ ไม่เป็นไร แต่อยากได้ภาพแบบไหน เต็มตัว ครึ่งตัวหรือแค่เอาหน้า ”

 

“ ครึ่งตัวก็แล้วกัน ”

 

“ ถ้าเหมื่อยเมื่อไรก็บอก อย่าฝืนเดี๋ยวภาพไม่สวย ”

 

“ ได้เลยครับ ”

 



 

4 ชั่วโมงผ่านไปตอนนี้ก็เลยที่จะต้องกินข้างเที่ยงมานานแล้ว 1 ชั่วโมง เลยปล่อยให้ไปพักผ่อนหรือทำอะไรก็ได้เพราะมันเหลืออีกเยอะเลย แต่นี้ก็เป็นครั้งแรกเหมือนกันที่มานั่งวาดรูปให้คนที่ไม่ค่อยสนิท 

 

“ ภาพมันดูหม่นๆแปลกๆ เปลี่ยนเเนวแล้วหรอ ”


" นิดหน่อย " เสียงวิจารณ์ของเพื่อนชายกำลังคิด วิเคราะห์ผลงานของเธออย่างละเอียด ก็จริงอย่างที่มาร์คัสพูดที่รูปนี้ดูหม่นๆก็อาจจะเป็นเพราะสถานที่มันทำให้ภาพดูหม่น และที่สำคัญ อยากลองท้าทายความสามารถตัวเองที่มีอยู่นิดหน่อย

 

“ แล้วคิดราคากี่บาท ” พอมาร์คัสพูดขึ้น เธอก็เริ่มคิดตาม นั้นสิจะคิดกี่เกลเลียนดี

 

“ น่าเเค่ 25 เกลเลียนก่อน ”

 

“ ถูกไปไหม ”

 

“ ราคาเริ่มต้นก็แบบนี้ละ เดี๋ยวไม่มีลูกค้า ”

 

“ ติดใจ ”

 

“ อืม หาเงินซื้อเนื้อให้ดาร์ซิโอ้กินด้วย นับวันยิ่งกินเก่ง ” 

 

“ พูดถึงดาร์ซิโอ้แล้วก็คิดถึง ว่างๆเอามันมาเล่นหน่อยไหม เดี๋ยวมันลืมกลิ่นฉันแล้ว ”

 

“ อืม เดี๋ยวแอบเอาลงไปให้เล่น ”

 

“ เย้ส! งั้นไปกินข้าวก่อนนะ ตอนนี้หิวมากกกกกกกก ” แล้วมาร์คัสก็จับท้องของตัวเองแล้วทิ้งตัวลงไปนอนบนโซฟาสีเขียวอย่างแรง

 

“ ก็ไปสิ ใครห้าม? ”

 

“ ไปกันนนนน อาหารจ้า ฉันมาแล้ววววว ”







หลังจากกินข้างกลางวันเสร็จ ก็ไม่ลืมที่จะเอาอาหารไปให้ดาร์ซิโอ้ด้วย หวังว่า มันคงไม่หิวจนตาลายมองหน้าเธอเป็นอาหารหรอกนะ


" ง่าววว " เสียงของดาร์ซิโอ้ดังขึ้นมาเธอเอาอาหารมาให้มันกิน


" ขอโทษนะที่วันนี้มาช้า ไม่โกธรกันใช่ไหม "


" ง่าววววววว "เสียงร้องของดาร์ซิโอ้ที่ดูเหมือนกำลังเศร้าอยู่ตลอดได้เปล่งออกมาจากปากของมัน แต่การกระทำของมันก็ไม่ได้เป็นเหมือนกับเสียงร้องเพราะตอนนี้กำลังเอาหน้ามาถูเข้ากับมือของเธออย่างออดอ้อน


" รีบกินเข้าไปเยอะๆ จะได้โตเร็วๆ......แต่เดี๋ยวตอนดึกๆ จะเข้ามาเล่นด้วยใหม่ โอเคไหม "


" ง่าวววว "


" เด็กดี " แล้วลูบหัวของดาร์ซิโอ้ เจ้าเสือตัวน้อยที่น่ารักอย่างอ่อนโยนและเอ็นดู พร้อมกับมองดูมันกินข้าวกลางวันอย่างเอร็ดอร่อย 


" เป็นเสือจริงๆหรือเปล่าเนี่ย ขี้อ้อนเหมือนแมวเลย " สำเนียงการพูดที่นิ่มนวลและเรียบนิ่งดังธาราในฤดูหนาว แต่ทว่าเมื่อยามได้ยินได้ฟัง กลับก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า พวกเขาชอบสำเนียงและน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์แบบนี้ ถึงจะเย็นชาแต่กลับน่าฟังอย่างแปลกประหลาด









--------------------

เราอ่านตรงไหนแล้วงง ก็บอกได้เลยนะ เดี๋ยวไรท์ไปแก้ให้ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น