Fic Vampire twilight : About her who stranger.

ตอนที่ 5 : 05 สิ่งที่อยู่ในฟอร์ค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,400
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 366 ครั้ง
    20 พ.ย. 63

05 สิ่งที่อยู่ในฟอร์ค

เวเลอนีลมักจะสอนตัวเองเสมอว่าเธอไม่ควรจะกลัวอะไรง่ายๆ แน่ล่ะว่าเธอเคร่งกฎข้อนี้ของตัวเองจนกลายมาเป็นอย่างทุกวันนี้ท่ามกลางความเป็นห่วงของพ่อกับแม่ ส่วนพี่ชายสองคนนั้นนอกจากจะส่ายหัวแล้ว พี่คนกลางยังปรบมือให้เธอแล้วบอกอีกว่า ‘ยินดีด้วย บ้านเราได้อัจฉริยะเพิ่มมาอีกคนแล้ว โอ้ ใช่--รองจากผมนะ’ แบบมั่นหน้าสุดๆ

แต่เวเลอนีลก็รู้อยู่ดีว่าเธอไม่ได้เป็นอย่างที่พี่ชายตัวเองบอกหรอก เพราะเกิดมาเป็นลูกสาวคนสุดท้องในบ้าน บวกด้วยความรักสุดคลั่งไคล้ของพ่อ—บางทีนั่นคงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เวเลอนีลกล้าที่จะออกมาทำอะไรอย่างนี้

—นั่นออกจะนอกเรื่องไปสักหน่อย งั้นกลับเข้ามาเรื่องความกลัวอีกรอบ

ความจริงคือ—เธอยังไม่ได้นอน

ส่วนสาเหตุนั้น...ไม่ต้องเดาเลยว่ามันเกิดจากเรื่องเมื่อคืนที่ไปโดนแจ็กพอตสักตัวเข้า นอกจากจะเห็นกลุ่มคนวิ่งเร็วอย่างกับลมกำลังรุมทึ้งกวางแล้ว ที่ทำให้เธอนอนไม่ได้ทั้งคืนคงเป็นหมาป่าตัวใหญ่ที่แค่มันอ้าปากก็งาบหัวเธอลงไปในทีเดียวได้ตัวนั้น

ด้วยเรื่องเหนือธรรมชาติที่กล่าวมาทั้งหมด เวเลอนีลจะยอมให้ตัวเองกลัวก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมาจนถึงตอนนี้...ไม่ใช่แค่ข้อเท้าที่พลิกจนน่าจะต้องไปให้หมอที่โรงพยาบาลตรวจ แต่ทั้งสัมผัส ลมหายใจหรือแม้แต่เสียงคำรามในลำคอที่ดังขึ้นริมหูตอนที่หมาป่าตัวนั้นกดเธอให้อยู่ใต้อุ้งเท้าของมัน—ทุกอย่างมันฝังลงมาในความทรงจำจนเธออยากจะระเบิดอยู่รอมร่อ

ใช่ เธอควรจะทำอย่างนั้นถ้าไม่เห็นว่าหมาป่าตัวนั้นมันเหมือนฟังคนรู้เรื่อง มันกำลังบอกเธอ ทั้งการโดนไล่ล่าในป่า การที่มันพาเธอมาที่บ้านได้ถูกทางหรือแม้แต่การที่มันนอนเฝ้าอยู่หน้าบ้านจนกระทั่งเธอหลับไป—ทั้งหมดที่ว่ามานั้นคือการข่มขู่

ขู่ว่าถ้าเธอคิดจะบอก—นั่นหมายความว่าเธอสามารถตายได้เพียงแค่มันบดกรามลงบนร่างของเธอ

เวเลอนีลฉลาดพอๆ กับโง่ที่จะทำตามคำสั่งของสัตว์ตัวนั้น 

ยังไงก็ตาม มันสามารถตามหลอกหลอนเธอได้ทั้งคืนจนเธอไม่ได้นอน ตื่นเช้ามาอีกทีพร้อมอาการปวดหนึบกว่าเก่าที่ข้อเท้าก็ยิ่งทำให้รู้สึกหงุดหงิดเป็นเท่าตัว เธอมองนาฬิกาที่พึ่งบอกเวลาหกโมงครึ่ง เมื่อประเมินดูจากสังขารตัวเองแล้ว เธอจะขอลาช่วงเช้าก็คงไม่เป็นอะไร อย่างน้อยก็ไปที่โรงพยาบาลก่อนไปโรงเรียน

ปัญหาก็คือเธอจะปั่นจักรยานท่าไหนดีนี่น่ะสิ

แต่ยังไม่ทันคิดอะไรได้มากกว่านั้น เสียงรถท่อดังน่าอ้อนเท้าก็ดังมาแต่ไกลเสียก่อน เวเลอนีลไม่มีวันลืมเสียงท่อแบบนี้แน่ เธอไม่ได้ลุกออกไปเปิดประตูในทันทีจนกระทั่งเสียงรถหายไป ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเคาะประตูหน้าบ้านที่ข้ามขั้นตอนการกดกริ่งแบบถือวิสาสะสุดๆ

เจคอบ แบล็กอีกแล้วในวันที่สาม

“นายมาทำไมอีก?”

“เห็นได้ชัดว่าถ้าฉันมาช้ากว่านี้เธอคงเอาจักรยานนั่นไปปั่นแน่ๆ” เจคอบมองสำรวจตัวเธอตั้งแต่เท้าจนถึงหัว ความเกรงใจเหมือนจะหายไปตั้งแต่เมื่อวานเมื่อเขาเลิกคิ้วจงใจกวนประสาทเธอเต็มที่ 

“เบลล่าบอกฉันแล้วว่าเธอวานอะไร แต่เสียใจด้วยนะที่ฉันไม่รับข้อเสนอ—แล้วเท้าไปโดนอะไรมา ตกรถจักรยานเหรอ?”

“ภาษาชาวบ้านเขาบอกว่า ‘ไม่เสือก’ นะแบล็ก”

และอาการต่อมาคือหน้าชากับหน้าเสีย เจคอบเหมือนมาที่นี่เพื่อมาฝึกเส้นความอดทนของตัวเอง เวเลอนีลแทบจะเห็นภาพเด็กหนุ่มนับหนึ่งถึงสิบในใจตอนที่เธอพูดจบ ก่อนที่มันจะลงท้ายด้วยรอยยิ้มฝืนๆ ของเขาแล้วถือวิสาสะเข้ามาในบ้าน

“โอ้ โทษที แต่ฉันยังไม่ได้ทานมื้อเช้า”

“มันคงจะรอนายอยู่ที่ร้านสักร้านในเมือง—เฮ้!” เวเลอนีลเดินกะเผลกตามเข้าไป ให้ตายเถอะ! “เสียใจนะพวก วันนี้ฉันไม่ทำมื้อเช้า...”

เสียงเครื่องปิ้งขนมปังส่งเสียงดัง ‘กริ๊ง!’

ผู้บุกรุกหันหน้ามาหา “โอ้...” นอกจากยิ้มแล้วยังยกมือสองข้างชี้ไปยังห้องครัว เลิกคิ้วให้เป็นของตบท้าย “ใช่ เธอไม่ได้ทำมื้อเช้า”

ใครก็ได้ เอาไอ้เด็กนี่ออกไปจากบ้านที...เวเลอนีลเดินตามร่างสูงเข้าไปไม่ทัน เจคอบกลับมาอีกครั้งพร้อมขนมปังสองแผ่นในมือ หนึ่งในนั้นเขากำลังเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ในปาก

“คิดว่าเธอต้องไปโรงพยาบาลก่อนไปโรงเรียนแล้วล่ะ” เด็กหนุ่มยื่นขนมปังอีกแผ่นมาให้

เวเลอนีลรับไปด้วยความไม่พอใจสักนิดเดียว “รู้ไหมว่านายกำลังบุกรุกบ้านฉัน?”

“ฉันก็กำลังจะชวนเธอออกไปด้านนอกนี่ไง?” เจคอบว่า “เฮ้ ไม่ได้ว่าอะไรนะ แต่ข้อเท้าเธอดูน่าเป็นห่วงจริงๆ แล้วไม่คิดเหรอว่าวันนี้โชคดีที่ฉันต้องขี่รถไปส่งเธอที่โรงเรียนอยู่ดี”

“เจคอบ แบล็ก ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่านายไม่มีโรงเรียนให้เรียนหรือไง?”

เจคอบเลิกคิ้ว เวเลอนีลรู้ว่ามันกวนประสาทจริงๆ แต่พอเขาผายมือทางประตู เธอกลับพบว่าในดวงตาสีน้ำตาลของอีกฝ่ายกลับฉายแววจริงจังบางอย่างเป็นเชิงบังคับ

“ตกลงจะไปไหม?”

 

 

เวเลอนีลเชื่อว่าไม่มีใครที่จะชอบกลิ่นฆ่าเชื้อของโรงพยาบาลได้ลง มันไม่ใช่แค่กลิ่นหรือบรรยากาศของความหดหู่หรอก อย่างน้อยเมื่อเวเลอนีลเข้าไปที่นี่ทุกครั้ง เธอจะได้รับการปฏิบัติที่ออกจะรู้สึกเหมือนเป็นอะไรสักอย่างที่มากกว่าผู้มาใช้บริการ นั่นเป็นความรู้สึกสำหรับคนที่ไม่ชอบให้ใครมาแตะตัว 

ถึงแม้ว่าคุณหมอแผนกฉุกเฉินที่ยังไม่ได้ออกเวรจะหล่อแค่ไหนก็ตามที

คุณหมอคาร์ไลล์กำลังตรวจข้อเท้าเธออย่างเบามือ เด็กสาวไม่แน่ใจว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่า แต่สัมผัสเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของเขากำลังทำให้เธอเสียสมาธิ และทำไมไม่รู้ว่าเจคอบ แบล็กเหมือนจะประกบเธอใกล้กว่าทุกที สายตาเขาจ้องไปที่ข้อเท้า สลับกับหน้าของชายหนุ่มที่เอียงองศาได้อย่างน่ามอง

“แบล็ก” เวเลอนีลลองเรียก ขมวดคิ้วนิดหน่อยเมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายเครียดเกร็งเหมือนกำลังระวังอะไรบางอย่าง “นายโอเค?”

“คนที่ไม่โอเคคือเธอ”

เธอเป็นคนสัมผัสไว—และคิดว่ามันมีบางอย่างระหว่างหมอคัลเลนกับแบล็กแน่ๆ เจคอบแทบจะเกร็งไปทั่วทั้งร่างแล้ว เขาไม่ไว้ใจ แต่อะไรล่ะที่เขาไม่ไว้ใจเมื่อพาคนไข้มาหาหมอ

“อาการหนักนิดหน่อย ข้อต่อมันบิดออกจากองศาเดิมมากพอดู อาทิตย์นี้คงต้องงดกิจกรรมลงแรงขาข้างนี้แล้ว” คาร์ไลล์ว่า เขากำลังเริ่มพันข้อเท้าของเธอจนหนาเตอะ “ไปทำอะไรมาครับ?”

“ตกบันไดแล้วหนังสือเล่มใหญ่มันหล่นทับพอดีน่ะค่ะ” เวเลอนีลว่า “คงไม่สาหัสขนาดนั้นใช่ไหม อย่างน้อยก็เดินได้”

“โดยต้องมีไม้ค้ำยัน—ใช่”

“ฉันไม่ได้ขาหัก”

“ใกล้เคียงแล้ว สาวน้อย”

คำเรียกไม่น่ารักเอาซะเลย—เวเลอนีลขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้เถียงอะไรหลังจากนั้น 

เสียงรถจอดด้านนอกดังขึ้นอีกคันหนึ่ง ไม่นานที่จะพบว่าชาลี สวอนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ออกจะไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ด้านหลังมีนายพรานอีกสองสามคนเดินเข้ามาด้วย หนึ่งในนั้นถือซากสัตว์ปีกเข้ามาด้วย

เวเลอนีลจำขนสีขาวแซมเทาของมันได้ นั่นทำให้เธออุทานด้วยความตกใจทันที “เอลนอร์!?”

เพราะเสียงที่ดังจนคับห้อง จึงตกเป็นเป้าสนใจจากคนมาใหม่ได้ไม่ยาก นายพรานคนที่อุ้มซากที่เริ่มส่งกลิ่นเหม็นมาให้ถามด้วยความไม่แน่ใจ “มันเป็นนกฮูก เธอเลี้ยงมันเหรอ?”

เด็กสาวพยักหน้ารับ “ของพี่ชายน่ะค่ะ ไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้ว—คุณฆ่ามันเหรอ?”

“ไม่ เราเจอมันในป่า ถูกสัตว์ร้ายบางอย่างฉีกกระชากยับเลยล่ะ”

เวเลอนีลเห็นร่องรอยนั้นแล้ว มันเป็นรอยฉีกกระชากและรอยกัดเหมือนถูกสัตว์ขย้ำจริงๆ เธอเบือนหน้าหนีเล็กน้อย ก่อนที่หมอคาร์ไลล์จะตำหนิว่าไม่ควรให้คนไข้ของเขาเจอภาพแบบนี้ เจคอบเดินไปรูดม่านปิดให้ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

เขาหันมาหานี้แล้วถาม “เธอไม่เป็นอะไรนะ?”

“สบายดี แค่ต้องบอกพี่ว่านกเขาตายแล้ว” เวเลอนีลว่าต่อเสียงเบา “แบบผิดธรรมชาติน่ะนะ”

“เรื่องนั้นอย่าเก็บเอามาคิดมากจนสุขภาพจิตเสียดีกว่า เอาล่ะเสร็จแล้ว” หมอหนุ่มยืนขึ้น เขาหันไปหาเจคอบที่อยู่ด้านหลัง ยิ้มบางๆ ที่แฝงความระมัดระวังตัวว่า “เท่าที่ฉันบอกไปเมื่อกี้เธอพอจะจำได้ใช่ไหม คุณแบล็ก?”

“ไม่มีลืม” เด็กหนุ่มว่า สายตายังไม่ละไปจากหมอคาร์ไลล์ 

อีกฝ่ายอาสาเป็นคนไปรอรับยาแก้ปวดและไม้ค้ำยันให้เธอที่อีกฝั่งหนึ่ง เมื่อเปิดผ้าม่านออกมาเธอยังคงเห็นชาลีกับเพื่อนนายพรานของเขายืนรออยู่ด้านนอก แต่นายพรานคนที่ถือเอลนอร์มาด้วยหายไปแล้ว เขาคงเอามันไปที่ห้องนิติเวชเพื่อชันสูตร

“ให้ฉันอยู่ด้วยไหม?” หมอคาร์ไลล์พูดอย่างนุ่มนวล 

แต่เธอปฏิเสธ อย่างน้อยเวลเลอนีลก็ไม่ควรรั้งเขาไว้ในเวลาออกเวรของอีกฝ่าย เตียงข้างๆ ที่ว่างเปล่าเป็นกระเป๋าใส่เอกสารของคาร์ไลล์ เขาควรจะกลับไปเมื่อยี่สิบนาทีก่อนถ้าเวเลอนีลไม่มาที่นี่

ชาลีเดินเข้ามาหา รอบนี้เขาไม่ได้มีท่าทีเป็นปรปักษ์อีกต่อไปแล้ว สายตาของอีกฝ่ายมองสำรวจที่ข้อเท้าของเธอ ถามไถ่เล็กน้อยก่อนจะเข้าเรื่อง “เจ้าสัตว์นั่นเราไปพบเข้าในป่า เราอาจต้องขออนุญาตเธอผ่าศพมันถ้าเธอจะไม่ว่าอะไร”

“ฉันไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ ตามสบาย—แต่ถามหน่อยสิ มันเกี่ยวกับคดีที่คุณกำลังทำอยู่ด้วยเหรอ คุณสวอน?”

“สภาพศพใกล้เคียง เราแค่อยากแน่ใจว่าในฟอร์คกำลังมีสัตว์อะไรข้ามเขตมาที่นี่—รอยเหมือนโดนหมาป่าไม่ก็พวกไคโยตี้ หรือไม่ก็สิงโตภูเขา--แต่ดูแล้วสัตว์พวกนี้ไม่เคยอยู่ในฟอร์ค”

“ก็หวังว่ามันจะไม่เข้ามาในป่านะคะ” เด็กสาวยักไหล่ “ไว้ยังไงคงต้องติดต่อช่างมาเสริมความปลอดภัยของบ้านไว้สักหน่อย”

“ได้แบบนั้นก็ดี” ชาลีขมวดคิ้วเหมือนกังวลบางอย่าง “ฉันพอรู้จักร้านช่างในฟอร์คอยู่บ้าง บางทีอาจจะติดต่อให้ได้ถ้าเธอไม่สบายใจ...”

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณสวอน” เวเลอนีลยิ้ม “ขอรับไว้แค่น้ำใจก็พอค่ะ คุณเป็นคนดีมาก แต่ฉันคงให้คุณมาเดือดร้อนเพราะคนแปลกหน้าแบบฉันไม่ได้หรอก”

เจคอบเดินออกมาแล้ว ในมือของเขาเป็นไม้ค้ำยันสองอันที่แค่เห็นเวเลอนีลก็ต้องขมวดคิ้ว “แบล็กมาแล้ว ฉันคงต้องไปแล้วค่ะ ไว้เจอกัน”

ชาลีพยักหน้าให้ ก่อนจะหันไปทักทายเจคอบตามประสาคนคุ้นเคยกันดี ชายหนุ่มเอ็นดูอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย รอยยิ้มบนใบหน้าที่เริ่มมีรอยเหี่ยวย่นนั้นเหมือนกำลังมองลูกชายตัวเองยังไงอย่างนั้น

เห็นแบบนั้นเด็กสาวก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ น่าเสียดายที่เบลล่า สวอนไม่ได้มองเจคอบในแง่นั้น แต่ชีวิตรักของวัยรุ่นไม่แน่นอน เธอคงจะเชียร์ให้พวกเขารักกันจนแต่งงานไม่ได้

เวเลอนีลไม่ชอบสัมผัสแข็งๆ ที่สอดใส่อยู่ใต้รักแร้ เธอเกลียดที่ต้องคอยใช้ไม้พยุงตัวเองเหมือนคนพิการ แต่วันนี้ดูเจคอบ แบล็กจะแปลกไปจากทุกที เขาเข้าใกล้เธอจนน่าขนลุก เทคแคร์หนักจนเธอทำตัวไม่ถูก

“ขอโทษนะ” เด็กสาวเกริ่น เมื่อเธอขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายเขาได้สำเร็จ “ฉันไปทำอะไรให้นายรู้สึกผิดเหรอ?”

“อย่างเธอคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอก”

เขาว่าแบบนั้น ก่อนจะสตาร์ทรถขับออกไปจากโรงพยาบาล

 

 

ฝนตกลงมาแล้ว อาจารย์กำลังเล่าถึงเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 1 ในคาบเรียนที่ได้ยินแม้แต่เสียงแมลงวันกระพือปีก ส่วนในสมองของเวเลอนีลกำลังนึกไปถึงประวัติศาสตร์ยุคกลางและการประหารที่โหดร้ายที่สุดในยุคนั้น กับตำนานหลายอย่างที่เริ่มเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น

สภาพอากาศวันนี้ไม่ดีเอาเสียเลย เวเลอนีลใส่เสื้อมาหนาไม่พอสำหรับอากาศที่เย็นฮวบฮาบซะด้วย

เม็ดฝนสีใสเกาะที่หน้าต่าง เม็ดใหญ่กำลังค่อยๆ ไหลลงมา ทิ้งสายน้ำเป็นลายทาง ก่อเกิดเป็นหยดใหม่เรื่อยๆ จนนับไม่หมด เหลือไว้เป็นสิ่งสุดท้ายก่อนที่สายฝนด้านนอกจะหยุดลงพร้อมกับกริ่งเรียนที่ดังขึ้นพอดี เวเลอนีลเป็นคนสุดท้ายที่ออกมาจากห้อง ด้วยไม้ค้ำยันอันเดียวที่ใช้พยุงร่างกายของตัวเอง

“คุณซัน”

เด็กสาวหยุดเท้า หันไปมองอาจารย์ประจำชั้นเรียนที่เรียกเธอไว้ก่อน ด้านนอกห้อง เธอเห็นเบลล่า สวอนกำลังสวมหูฟังแล้วยืนรออยู่ สายตาของเธอมองมาทางนี้ตลอดเวลา

“ค่ะ อาจารย์เอเบล” เธอว่า “รายงานฉันมีอะไรผิดพลาดหรือเปล่าคะ?”

จอรา เอเบลเป็นอาจารย์ร่างผอมจนเข้าขั้นขาดสารอาหาร มีบางอย่างที่เวเลอนีลไม่ค่อยชอบในตัวอาจารย์คนนี้เท่าไร เขาดูเหมือนคนติดยา ด้วยการที่พึ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้แค่สามเดือน เธอไม่รู้ว่าคนอื่นในโรงเรียนพูดถึงเอเบลยังไงบ้าง สายตาของเขาเหมือนงูพิษไม่มีผิด และทุกครั้งที่ได้เรียนด้วยกัน เวเลอนีลเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการสนทนากับอีกฝ่ายมากที่สุด

“ไม่ ผมคิดว่ามันดีแล้ว” เอเบลว่าเสียงเลื่อนลอย “น่าสนใจทีเดียวที่คุณถ่ายทอดการล่าอาณานิคมแม่มดในยุคกลางได้โดยละเอียด โดยเฉพาะข้อสันนิษฐานของถิ่นที่อยู่และวิธีการล่าของพวกชาวบ้าน ผมชอบวิธีการเขียนของคุณดี เป็นครั้งแรกเลยที่มีคนเขียนในมุมมองของผู้ถูกล่า—ถามหน่อยสิว่าไปได้ตำราเรื่องพวกนี้มาจากไหน?”

เวเลอนีลมองมือผอมแห้งที่แทบจะเห็นโครงกระดูกของอีกฝ่าย นิ้วชี้ของเอเบลกำลังคั่นอยู่ในปึกกระดาษรายงานที่เธอพิมพ์ส่งไปเมื่อวาน ใบหน้าเรียบเฉยนั้นมีรอยยิ้มเย็นชืดประดับอยู่ไม่หาย

เธอถอยออกมาก้าวหนึ่งก่อนตอบ “ทั่วไปค่ะ ที่บ้านมีหนังสือแบบนี้เยอะ อ่านรวมๆ แล้วเอามาสรุปเนื้อหาอีกที”

“อย่างนี้นี่เอง...น่าสนใจ” เอเบลว่าเบาๆ “คุณไปได้แล้ว ยินดีต้อนรับสู่ฟอร์ค คุณซัน”

เวเลอนีลมองใบหน้าไม่น่าไว้ใจของเอเบลเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะรีบเดินออกมาอย่างทุลักทุเล เบลล่ารออยู่ก่อนแล้ว หล่อนขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าเธอกำลังหน้าซีด “เธอโอเคนะ?”

“ใช่ โอเค” เวเลอนีลเปลี่ยนเรื่อง “ไม่คิดว่าเธอจะมารอ วันนี้มีอะไรพิเศษเหรอ?”

“คือ...” เบลล่าทำท่าลังเลนิดหน่อย “เมื่อเช้าพ่อโทรมา แล้วบอกว่าเธอน่าจะต้องการคนช่วย”

บอกมาแค่นี้เวเลอนีลก็เข้าใจทันที “โอ้—ไม่ขนาดนั้น อันที่จริงวันนี้ฉันยังต้องโดนแบล็กตามติดเป็นเงาตามตัวเลยล่ะ”

เบลล่าหลุดหัวเราะออกมานิดหน่อย “งั้นฉันเดินไปเป็นเพื่อนเธอดีกว่า”

“เป็นพระคุณอย่างสูงเลยค่ะ มิสสวอน”

ข้างนอกกลิ่นไม่ค่อยดีเท่าไร และเวเลอนีลสังเกตว่าวันนี้เพื่อนคนแรกของเธอทำตัวเหมือนกำลังครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลายามมองหาใครบางคนในฝูงชนที่กำลังจับกลุ่มคุยกันอยู่ที่รถของตัวเอง เวเลอนีลพิงอยู่ที่กระโปรงหน้ารถของเบลล่า ในขณะที่อีกฝ่ายพิงอยู่ที่ประตูหน้าฝั่งคนขับ

เจคอบ แบล็กมาเลทวันนี้—และขอบคุณเถอะที่ทำให้เธอมีเวลาเรื่อยเปื่อยเหมือนคนอื่นบ้างสักที

“เธอทำหน้าเหมือนไม่ได้อึมาสามวัน” เวเลอนีลยิ้มพรายเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังอ้าปากเถียง

ซึ่งตอนนั้นที่หางตาเหมือนจะสังเกตเห็นสายตาของเด็กหนุ่มที่มองมาจากอีกฝั่งของถนน เขากำลังมองเพื่อนของเธออยู่ไม่วางตา เวเลอนีลไม่คุ้นหน้าอีกฝ่าย—หรือจะพูดให้ถูก คือเธอไม่คุ้นหน้าใครก็ตามอีกสี่คนที่มองมาที่เธอตาไม่กระพริบ

“และเธอกำลังมองสบตากับหนุ่มคนนั้น”

เห็นได้ชัดว่ามันคือความจริง เบลล่าออกอาการกว่าเก่า

“ก็แค่มีอะไรสงสัยนิดหน่อยน่ะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”

“ก็ดีไป”

เวเลอนีลไม่ได้สะกิดถามว่าสายตาอีกสี่คู่นั้นคือใคร พวกเขาจดจ้องมาจากที่รถอีกคันหนึ่ง เด็กสาวร่างเล็กตัดผมสั้นทรงแปลกๆ กำลังถือร่ม ดวงตาที่ต่อจะให้มองมาไกลขนาดไหนเวเลอนีลก็ยังรู้สึกว่าเธอกำลังโดนคว้านเอาความลับอะไรไปสักอย่าง—เป็นความรู้สึกที่ไม่ปลื้มเลยสักนิด

เสียงกระหึ่มอันเป็นเอกลักษณ์เริ่มแว่วมาให้ได้ยินบ้างแล้ว หลังจากที่ได้ยินมาสามวัน ก็ไม่มีใครสนใจการมาของเด็กหนุ่มสายติสที่เวเลอนีลกำลังสาบานกับตัวเองว่าเธอจะจับอีกฝ่ายตัดผมในสักวันอีก

“พ่อคิ้วบอยด์มาโน้นแล้ว งั้นลากันตรงนี้เลยแล้วกัน สวอน—ระวัง!”

เอี้ยดด!

โครม!

รับรู้ได้ว่าตัวรถกระบะที่พิงอยู่เคลื่อนอย่างรุนแรงจากแรงกระแทกของรถอีกคันที่เสียหลักมาชนเข้าอย่างแรงจนกระเทือนถึงข้อเท้าที่ยังลงน้ำหนักไปอย่างลืมตัว แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเบลล่าที่อยู่ฝั่งที่รถคันนั้นพุ่งมาพอดีต่างหาก เวเลอนีลใจหายแวบ ทิ้งไม้ค้ำยันของตัวเองแล้วกระเผลกเข้าไปหาทันที

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่—เพราะตรงหน้า—ที่ๆ ควรจะบี้เละไม่เหลือช่องว่างคือเด็กหนุ่มที่จ้องมาจากอีกฝั่งของถนนเมื่อครู่ กับเบลล่าที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา

เป็นไปไม่ได้—เวเลอนีลมองแขนข้างเดียวที่หยุดรถเอาไว้ อีกฝ่ายไม่ได้หันหน้ามา แต่นั่นไม่สำคัญเลยสักนิด

“เบลล่า!”

เจคอบวิ่งเข้ามาใบหน้าตื่นตระหนก แต่ก่อนที่จะเข้าถึงตัวเด็กสาว เขาพลันชะงักไปเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่กำลังประคองคนที่กำลังขวัญเสียอยู่ตอนนี้

“เอ็ดเวิร์ด คัลเลน”

เวเลอนีลหันไปมองสายตาสี่คู่ที่จ้องมองเธออยู่ น่าแปลกที่พวกเขารีบขึ้นรถทันทีที่เกิดเรื่อง ผิดกับคนอื่นๆ ที่กำลังกรูกันมาทางนี้

เอ็ดเวิร์ดผละออกไปแล้ว ชั่วแวบเดียวที่อีกฝ่ายประสานสายตากับเจคอบ เวเลอนีลรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างมีมากกว่าการมองคู่อริตัวเอง

“เบลล่า เธอเป็นอะไรไหม!?”

เวเลอนีลมองรอยยุบ ก่อนจะมองกลุ่มคนที่กำลังขับรถออกไปจากโรงเรียน เธอไม่ได้รู้สึกไปเองแน่ๆ แม้แต่ตอนนี้พวกเขาก็ยังมองเธออยู่

ดวงตาของเวเลอนีลคล้ายกับกำลังคิดแผนอย่างบาง เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าในหัวของเธอกำลังคิดอะไรอยู่

แรงมากมายมหาศาล เงาที่ออกล่ากวางเมื่อคืนและหมาป่าตัวใหญ่

ฟอร์ค

“ซัน?”

เด็กสาวเงยหน้าขึ้น มองเจคอบกับเบลล่าที่มองมาที่ตัวเอง เวเลอนีลจ้องหน้ากับเจคอบ น่าแปลกที่วันนี้เขาทำตัวติดกับเธอกว่าปกติ

“มีอะไร?” เด็กหนุ่มถาม น้ำเสียงราบเรียบแบบที่ไม่เคยใช้มาก่อน

“ไม่มี” เวเลอนีลตอบกลับ “ไม่มีอะไรทั้งนั้น”

ดวงตาสีน้ำตาลแก่ของเจคอบ แบล็กกำลังปิดบังบางอย่าง—เช่นเดียวกับเธอ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 366 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

313 ความคิดเห็น

  1. #290 Pizza-girl(✿) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 22:22
    เกี่ยวข้องกับเเม่มดเเน่ๆเลย
    #290
    0
  2. #246 Jitlada_Jakthong (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 01:41

    เอาแล้วจ้าต่อมอยากรู้ของนางเริ่มแล้ว

    #246
    0
  3. #231 wolfgirl2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 13:49
    กำลังคิดว่าทุกอย่างที่ผ่านมาเหมือนน้องจะวางเเผนไว้เเล้ว เเละเหมือนว่าทุกอย่างจะตรงกับที่น้องวางไว้ เอ้ะ หรือเราคิดไปเอง
    #231
    0
  4. #230 wolfgirl2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 13:09
    คิดเหมือนกันว่าน้องเป็นเเม่มด เเต่ เหตุการณ์ทุกอย่างมันก่ำกึ่งอ่ะ ไม่เเน่ใจ
    #230
    0
  5. #180 autumn morning^^ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 13:15
    เราสงสัยว่านางเอกจะเป็นแม่มด แต่เป็นแม่มดที่แปลกแฮะ นางไม่ค่อยเหมือนแม่มดเลย แล้วถ้าเป็นแม่มดเวลาเอ็ดเวิร์ดอ่านใจนาง นางก็น่าจะใช้คาถาสะกดใจได้สิ หรือว่าพี่ชายนางจะเป็นพ่อมดที่เกิดจากมัดเกิ้ลบอร์น แล้วนางจะเป็นคนธรรมดาที่แค่รู้เรื่องที่พี่ชายเป็นพ่อมดแล้วเอาหนังสือของพี่มาอ่านเฉยๆ
    #180
    0
  6. #162 Eye25389 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 21:50
    โอ้ย ลุ้นระทึกมาก เราอินมากค่ะไรท์5555
    #162
    0
  7. #23 LazyLion (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 12:38
    รู้สึกเหมือนนางเป็นแม่มด ที่อาจจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นแม่มดรึเปล่านะ เหตุการณ์มันแปลกๆ
    #23
    0
  8. #17 Sandwich12462 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 17:17

    นางจะกายเป็นโคนันอยู่แล้ว สมแล้วที่นางเอกโดนพี่ชายสปอยตั้งแต่เด็ก

    #17
    1
    • #17-1 Tiaros(จากตอนที่ 5)
      24 พฤษภาคม 2562 / 20:28
      โลกหมุนรอบนางเอกค่ะเรื่องนี้//ฮา
      #17-1
  9. #16 Dixan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 09:44

    ❤❤❤❤❤❤
    #16
    0
  10. #15 Cup_123Cake (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 20:52

    สนุกมากค่ะ บรรยายดี
    #15
    1
    • #15-1 Tiaros(จากตอนที่ 5)
      24 พฤษภาคม 2562 / 20:32
      ขอบคุณค่ะ
      #15-1
  11. #14 napasoo_o (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 20:36

    ชอบๆ นางเอกจะมีพลังอะไหมน้าาา
    #14
    1
    • #14-1 Tiaros(จากตอนที่ 5)
      24 พฤษภาคม 2562 / 20:34
      คงต้องลุ้นเเล้วล่ะ!
      #14-1
  12. #13 Mamorudes (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 20:24

    วิทช์น้อยอ่ะป่าว//แย้มยิ้มมมมมมม

    #13
    1
    • #13-1 Tiaros(จากตอนที่ 5)
      24 พฤษภาคม 2562 / 20:34
      ใช่หรือเปล่าน้า?
      #13-1
  13. #12 PP M (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 17:26

    แต่งดีมากค่ะ รอต่อนะคะ สู้ๆ
    #12
    1