Fic Vampire twilight : About her who stranger.

ตอนที่ 20 : ปิดเทอม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 924
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 208 ครั้ง
    19 เม.ย. 63

20 ปิดเทอม

 

เช้าตรู่ของอีกวันเวเลอนีลได้รับจดหมาย มันถูกส่งมากับนกฮูกขนสีน้ำตาลแซมดำหน้าตาขี้หงุดหงิดตัวหนึ่ง มันเป็นวันที่ต้อนรับปิดเทอมในฟอร์คที่ดี เด็กสาวหน้าบึ้งตึงทันทีที่เห็นว่าจดหมายประทับตราของมาคูซ่า

 

เธอต้องกลับไปพิจารณาคดีของตัวเองต่อ—ทีคดีที่จำเลยเป็นเด็กล่ะเร็วนักนะ ให้ตายสิ

 

กำหนดที่เธอต้องไปคืออีกสี่วัน บางทีเย็นนี้เวเลอนีลอาจจะได้รับโทรศัพท์จากทางบ้าน วีเนอัสอาจจะมารับกลับ 

เธอไม่ได้กลับบ้านมานานมากแล้ว ไม่อยากปฏิเสธนักหรอก แต่เวเลอนีลคิดถึงห้องนอนของเธอเหลือเกิน

ด้านนอกบ้าน เอลฟ์ตัวเตี้ยของเธอกำลังสาลวนอยู่กับการถางทางเข้าบ้านใหม่ ชาวเมืองฟอร์คครึ่งหนึ่งคงไม่พอใจเธอเท่าไรที่บ้านซันทำอะไรเกินหน้าเกินตาอีกแล้ว แต่นั่นช่างประไรล่ะ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ที่ดินตรงนี้ก็จะขึ้นกฎหมายใหม่แล้ว มันจะไม่ใช่พื้นที่เขตป่าสงวนอีกต่อไป เพราะทางเจ้าหน้าที่พึ่งมาตรวจสอบพื้นที่ใหม่ 

ต้องขอบคุณคนออกกฎหมายที่เขียนกำหนดขอบเขตพื้นที่อยู่อาศัยให้ขยายขึ้น และไปเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์แถวบ้านของพวกชนเผ่าพื้นเมืองแทน 

และอีกอย่างที่เวเลอนีลอยากนำเสนอ—เธอได้รถคันใหม่แล้ว!

โอ้ ไม่ใช่เพราะพ่อกับแม่รู้แล้วหรอกว่าลอฟฟี่ พี่ชายสุดที่รักเอารถไปดิ่งลงแม่น้ำเทมส์ และเจ้าพี่บ้านั่นในที่สุดก็ชดเชยเรื่องรถให้เธอได้สักที เขาดูตื่นตระหนกตั้งแต่ก่อนปิดเทอมเรื่องที่ผู้เสพความตายออกนอกประเทศมาได้สักพักแล้ว ดูเหมือนทางนั้นจะวุ่นวายกันน่าดู

ถึงจะไม่ใช่รถสปอร์ตคันหรูอย่างเก่า แต่เอาเป็นว่ามันสะดวกให้เธอขับไปไหนก็ได้ในเมืองล่ะนะ เวเลอนีลชอบรถยนต์สี่ประตูขนาดเล็กแบบนี้น่าดู ขนาดมันกะทัดรัดดี เธอชอบ

ตู้หนังสือในบ้านเริ่มไม่พอแล้ว—หรืออย่างน้อยเวเลอนีลก็อยากได้ตู้ใหม่มาเก็บหนังสือเรียนของโน-แมจแยกกับกองอื่นๆ ในบ้านนี้ไปเลย 

ลอฟฟี่เก็บหนังสือเตรียมสอบที่นี่ไว้เป็นตั้ง มันเป็นข้อสอบเตรียมเข้ามหาลัยของทั้งในโลกเวทมนต์และมหาวิทยาลัยชื่อดังขงอพวกโน-แมจ พ่อกับแม่ไม่เคยห้ามว่าพวกเธอจะต้องเลือกเรียนทางไหน แต่หมอนั่นชัดเจนมากว่าเป็นพวกไม่ชอบอยู่ใกล้บ้านหลัก หรือไม่ก็เป็นพวกชอบความเสี่ยงที่อยู่สบายๆ ก็เงินไหลเข้ากระเป๋า 

ก็—นั่นแหละ พอมีเวลาจัดเก็บบ้าน เวเลอนีลก็ขอจัดอะไรให้มันเข้าที่เข้าทางสักหน่อยก็แล้วกัน

ร้านขายเฟอร์นิเจอร์อยู่ที่เมืองถัดไป เธอเสียเวลาครึ่งเช้าไปกับการเลือกตู้หนังสือที่เข้ากับบ้านตัวเอง ก่อนจะสั่งให้เขาไปส่งที่ไหน ก่อนที่จะแวะหาอะไรทานที่ร้านอาหารเล็กๆ ราคาย่อมเยา

และบังเอิญมากที่เธอไปเจอเบลล่ากับชาลีที่นั่น

สองพ่อลูกคู่นั้นเอ่ยทักทายด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่พวกเธอจะไปหามุมดีๆ นั่งทานข้าวกันสามคน ชาลีดูดีขึ้นมากหลังจากที่เจอกันล่าสุด และเขาก็ไม่มีท่าทีตะขิดตะขวางใจเวลาคุยกับเธอแล้ว

และที่เซอร์ไพรส์เวเลอนีลมากกว่านั้น...

“คบกันแล้ว”

 

ว้าว

 

นั่นหมายความว่าเอ็ดเวิร์ด คัลเลนกับเบลล่า สวอนกำลังเปิดตัวกันอย่างเป็นทางการ อันที่จริงแล้วเวเลอนีลก็ไม่ได้แปลกใจมากมายขนาดนั้น เธอเห็นแล้วว่าพ่อแวมไพร์อายุร้อยกว่าปีนั่นตกหลุมรักเบลล่าขนาดไหน แต่บางทีเธออาจจะกำลังอึ้งกับความใจเด็ดของแม่นี่ซะมากกว่า

จะว่าไงดีล่ะ...พูดยากเหมือนกันนะ เพราะตอนนี้พวกเขาก็กำลังเป็นข้าวใหม่ปลามันกันเสียด้วย

ชาลีที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่ได้พูดอะไรมากกับแฟนหนุ่มคนแรกของลูกสาว เวเลอนีลเองก็ไม่ได้สนิทกับเขาพอจะรู้ลึกว่าผู้ชายคนนี้นิสัยเป็นยังไง แต่ดูแล้วชาลีไม่ค่อยพอใจเท่าไรนักที่ลูกสาวสุดที่รักกลับมาพร้อมประกาศเป็นแฟนกับคนที่หล่อนพึ่งทะเลาะก่อนหนีออกจากบ้าน

และไม่รู้ทำไม—จู่ๆ เวเลอนีลก็นึกไปถึงเจคอบขึ้นมาไม่ได้ หมอนั่นจะรู้หรือยังว่าคนที่ตัวเองแอบชอบมีแฟนแล้ว? 

แล้วหมอนั่นจะรู้ไหมว่าระหว่างหมาป่ากับแวมไพร์ เบลล่าเลือกกระโจนเข้าข้างพวกเลือดเย็นแบบไม่ลังเลเลยสักนิด

เวเลอนีลกำลังคิดว่าเธอจะบอกข่าวนี้กับเพื่อนหมาป่าของเธอดี แล้วเตรียมทิชชู่ให้อีกฝ่าย หรือไม่บอก แล้วให้หมอนี่ไปเซอร์ไพรส์เองทีหลัง

แน่นอน—เธอเลือกอย่างหลัง

 

ชาลีออกไปคุยโทรศัพท์ด้านนอก ตอนนั้นเองที่เธอจะมีเวลาถามอีกคน

พวกแวมไพร์มีเสน่ห์ที่ทำให้มนุษย์ลุ่มหลง หากไม่ใช่ใบหน้าก็เป็นคมเขี้ยวที่จะชักจูงมนุษย์คนไหนก็ตามรู้สึกเสพติด—พวกคัลเลนทุกคนมีเสน่ห์ และมีมากด้วย

“เธอแน่ใจนะ สวอน?” 

เวเลอนีลไม่เคยมั่นใจเท่าวันนี้มาก่อนเลยว่าเบลล่า สวอนขับเคลื่อนตัวเองด้วยลูกบ้าที่ไม่มีใครคิดถึง และความรู้สึกจากหัวใจของตัวเองล้วนๆ

“ฉันแน่ใจ”

แต่เอาเถอะ—มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะเข้าไปยุ่งมากมายนักหรอก

“ก็ดีเหมือนกัน คัลเลนจะเป็นความสุขของเธอ และในอนาคต เธอจะเป็นความทรงจำที่ดีของเขาไปตลอดชีวิต”

สำหรับผู้ที่เป็นนิรันดร์ที่ชีวิตว่างเปล่า ความทรงจำอันแสนสั้นก็เปรียบได้เหมือนสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตแล้ว เวเลอนีลไม่ได้เข้าใจสิ่งมีชีวิตที่อายุขัยมีมากกว่าสองร้อยปีนัก แต่มันคงรู้สึกว่างเปล่าและน่าเศร้าน่าดูที่ต้องมองความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยที่ตัวเองไม่มีอะไรเปลี่ยน 

สำหรับเอ็ดเวิร์ด คัลเลน—มันคงเป็นแบบนั้น เขาอายุสิบแปดปีมาร้อยกว่ารอบได้ และชีวิตคงหยุดอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งมาเจอคนรู้ใจ

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเบลล่าจะคิดแบบเดียวกับเธอ

หล่อนชะงักและสะดุ้งออกมาจากความฝันเหมือนถูกกระชากหัว ใบหน้าแข็งค้างชนิดที่ว่าเวเลอนีลสังเกตได้ชัดเจนในทันทีว่าหล่อนไม่เคยคิดถึงจุดนี้มาก่อน

มีการแสดงอารมณ์ออกมาไม่กี่อย่างที่สื่อว่าผู้หญิงรักสวยรักงามขนาดไหน และสิ่งที่เบลล่า สวอนทำคือมองตัวเองในเงาของกระจกใสของร้าน

เธอเป็นคนสวย และคงจะสวยได้มากกว่านี้ตอนอายุใกล้สามสิบ—แต่เงาสะท้อนในดวงตาที่เวเลอนีลเห็น

เธอเห็นความหวาดกลัว—ความหวาดกลัวต่อวัยที่กำลังจะมากขึ้น และความชราที่สักวันมันจะกัดกินร่างกายที่สวยสะพรั่งของตัวเอง

 

โอ้ เมอร์ซี่ ลูอิส หล่อนคงไม่ได้...—เวเลอนีลอึ้ง และมันเป็นความอึ้งที่นานทีเธอจะอึ้งแบบนี้สักครั้ง

“เบลล่า สวอน” เธอเตือน ด้วยความหวังดีอย่างสุดซึ้งต่อเพื่อนสาวที่กำลังอยู่ในห้วงแห่งความรัก

“คิดดีๆ”

 

 

 

เวเลอนีลแวะซื้อขนมหวานสองสามชิ้นที่ขายที่ร้านคาเฟ่ติดรถมาด้วย มันเป็นของขอบคุณสำหรับเรื่องที่ช่วยชีวิตเธอไว้ให้กับเจคอบ แบล็ก บุคคลที่ดูแล้วไม่น่าจะทานของหวานได้เกินครึ่งชิ้น (ขอบอกไว้ก่อนว่าเธอไม่ได้แกล้ง แต่เธอถือคติซื้อของที่ตัวเองอยากกินให้เขา มากกว่ามาเดาว่าอีกฝ่ายจะชอบอะไร) 

เวเลอนีลกะเวลาพอที่คิดว่าจะไปถึงลาพุชก่อนที่พ่อหมาป่านั่นจะเลิกเรียน แมสเซ็นเจอร์ล่าสุดที่เจคอบส่งมาบอกว่าวันนี้เขาเลิกบ่ายสอง มันเป็นวันสุดท้ายก่อนที่จะปิดเทอม

ทะเลสีหม่นยังคงหม่นหมองแบบเดิม น่าเสียดายที่ที่นี่ไม่ต่างอะไรจากฟอร์คนัก หาได้ยากที่จะมีแสงแดดส่องลงมาถึงในวันที่อากาศแปรปรวนแบบนี้ เด็กสาวยังจำได้ว่ารอบก่อนเธอมาเที่ยวที่นี่กับใคร ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะเคยเจอเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่อเซ็ธที่นี่ด้วย แล้วเธอก็พึ่งรู้ว่าเชาเองก็เป็นเผ่าควิลยูตและเป็นหมาป่า 

เมื่อคืนบิลลี่พึ่งเล่าตำนานเผ่าอินเดียแดงควิลยูตให้เธอฟัง มันเป็นสิ่งที่เวเลอนีลประทับใจมากที่เขาต้อนรับเธอเหมือนคนกันเองมากกว่าจะมานั่งจับผิดคนต่างถิ่น

บิลลี่ถือว่าเป็นคนเก่าคนแก่ของเผ่านี้ เขารับรู้การมีตัวตนอยู่ของเธอ แต่ก็ยังไม่ใช่ทั้งหมดในพวกหมาป่า อีกฝ่ายบอกว่ามันไม่จำเป็นต้องแนะนำเธอให้คนรู้จัก ถ้าเวเลอนีลยังอยากมีความเป็นส่วนตัวของตัวเองอยู่

และแน่นอน--เธอรักความเป็นส่วนตัวของตัวเองพอที่จะรู้จักกับแค่สองพ่อลูกหมาป่านี่ก่อน ส่วนคนอื่นนั้น ถ้าเริ่มสนิทกันเมื่อไรก็ค่อยว่ากันอีกที 

บางทีการรู้อะไรมากเกินไปก็อาจจะภัยร้ายมาสู่ตัวเอง โดยเฉพาะสถานะบ้านเธอที่รู้เรื่องชาวบ้านไปทั่วจนกลัวจะโดนตามล่าเข้าสักวัน

 

แต่ดูเหมือนว่าจะมีอะไรผิดพลาดไปสักหน่อย

 

เจคอบมาพร้อมกับเพื่อนอีกสามสี่คนของเขา บางอย่างในดวงตาของคนเหล่านั้นที่มองมาที่เธอทำให้เวเลอนีลรู้ได้ทันทีว่าพวกเขารู้แล้วว่าเธอเป็นใคร

เจคอบดูอารมณ์เสีย—อย่างน้อยเธอก็รู้สึกว่าเป็นแบบนั้นนะ

เธอจ้องตาอีกฝ่าย และพบว่าเจคอบกำลังเหม็นเบื่อเต็มทีกับความตื่นเต้นของคนอื่นๆ เวลามองมาที่เธอ เหมือนกับคิดว่าเวเลอนีลอาจจะคว้าไม้กวาดแล้วเอามาขี่ได้ยังไงยังงั้น

“พ่อนายบอกว่ามีแค่นายกับพ่อนายไง?”

เจคอบกำลังอึดอัด “เรื่องนั้นน่ะ...”

“เราสื่อสารทางจิตกันได้ในร่างหมาป่าน่ะ” เป็นเด็กหนุ่นที่อายุน้อยที่สุดตอบ เซ็ธยังคงยิ้มร่าเริง และยังดูตื่นเต้นกระฉับกระเฉงที่สุดในกลุ่ม 

“จิตใจจะเชื่อมถึงกันในฝูงถ้าอยู่ในร่างหมาป่า เราได้ยินจากเจคอบซะหมดเปลือกเลย เมื่อวานเขาเอาแต่คิดถึงเรื่องเธอ”

เวเลอนีลหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นว่าอีกคนเองก็ยักไหล่แบบไม่รู้จะอธิบายยังไง

“เมื่อคืนฉันพาเธอมาส่งบ้าน จำได้ไหม?”

เวเลอนีลจำได้ เมื่อคืนเธอขี่หลังหมอนี่กลับบ้าน หลับไปตอนไหนไม่รู้ด้วยซ้ำ เพราะขนสีน้ำตาลนั่นมันนุ่มเกินไป

“...ไกลขนาดนั้นก็ได้ยินเหรอ?”

“สื่อสารทางจิต ไกลแค่ไหนก็ได้ยิน”

 

นี่มันช่าง...

เวเลอนีลพูดไม่ออก ไม่สิ—ต้องบอกว่าจู่ๆ เธอก็รู้สึกสงสารเจคอบขึ้นมายังไงก็ไม่รู้ ความรู้สึกคงเหมือนโดนอ่านใจอยู่ตลอดเวลา แบบนั้นคงน่าอึดอัดแย่สำหรับคนที่ยังไม่ชิน

แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาระดับโลก พวกชาวลาพุชพวกนี้มีพลังชีวิตเต็มเปี่ยม พวกเขาดูมีเสน่ห์น่าค้นหาที่มาพร้อมกลิ่นไอของดินและแสงแดด—นี่มันตลกชะมัดในความคิดของเธอ เวเลอนีลอดเทียบกันขึ้นมาไม่ได้จริงๆ ว่าที่ฟอร์ดเองก็มีกลุ่มแวมไพร์ที่มีเสน่ห์น่าค้นหาที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอของราตรีเหมือนกัน

ช่างเป็นความแตกต่างเหมือนที่พวกเขาขัดแย้งกันดีจริงๆ

ก็นั่นแหละ—สรุปคือ...หมาป่าหนุ่มๆ พวกนี้เข้ากับเธอได้ง่ายจนน่าตกใจ 

 

อีกสิบห้านาทีต่อมาพวกเขาสามารถทำให้เวเลอนีลตกลงที่จะไปวิ่งเล่นกับพวกเขาในป่าได้แล้ว พวกเขาชื่นชอบเรื่องตื่นตาตื่นใจ 

มาตอนนี้เธอเข้าใจอีกเรื่องแล้ว ก็คือพวกหมาป่าชอบวิ่งเล่น

เธอจอดรถทิ้งไว้แถวนั้น และมั่นใจมากว่าจะไม่มีใครขโมยไปนอกจากเอลฟ์ประจำบ้านที่เธอแอบไปคุยด้วยว่าถ้าเกินสี่โมงให้มาเอารถเธอกลับบ้านได้เลย คาถาหายตัวของพวกนี้น่าอัศจรรย์ใจอยู่แล้ว...มันน่าอัศจรรย์ใจพอๆ กับที่เวเลอนีลขี่ไม้กวาดไม่เป็นนั่นแหละ

พวกนั้นกำลังต้อนรับสมาชิกใหม่ คนแรกคือเธอ และคนที่สองคือเซ็ธที่พึ่งกลายร่างได้เมื่อไม่นานมานี้ 

ดังนั้นตอนนี้เวเลอนีลจึงเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ต้องขึ้นหลังเจคอบเพื่อที่จะตามคนอื่นให้ทัน

เธอชินแล้วที่จะโอบแขนไปรอบลำคอของหมาป่าที่ตัวสูงเท่าตัวเอง เจคอบเองก็ไม่ได้วิ่งแรงจนเธอตก พวกเขาเริ่มกลายร่าง แล้ววิ่งกันในป่าลึกแถวๆ หาด 

ป้ายที่เขียนบอกชัดเจนว่าเป็นเขตห้ามเข้า เข้าใจได้ทันทีเลยว่าทำไมบ้านเธอถึงไม่โดนต้อนรับขนาดนั้น แถวนี้เป็นเขตที่มีไว้เพื่อให้เหล่าควิลยูตมาวิ่งเล่นคลายเครียด

แล้วจากนั้นเวเลอนีลก็เริ่มได้กลิ่นสนและเกลือของทะเล พวกนั้นวิ่นลัดเลาะผ่าป่า กระโดดข้ามลำต้นที่ล้มแล้ว และเลียบเข้าหน้าผาที่มองเห็นทะเล สายลมหวีดหวิวเล็กน้อย แต่ครั้งนี้ที่เวเลอนีลจดจ้องทิวทัศน์หม่นๆ ของทะเลลึกตรงนี้เธอกลับมีความรู้สึกอยากบิน

เพื่อนของเจคอบวิ่งนำหน้าไปไกล พวกเขาไม่ต้องกลัวว่าจะมีมนุษย์คนไหนต้องพลัดตกจากหลังตัวเอง เวลานี้ตัวที่รั้งท้ายที่สุดคือพวกเธอ เด็กสาวเห็นพวกนั้นกำลังกลับร่างเดิม และกำลังกระโดดหน้าผาเล่น

เธอโอบกระชับแขนที่เกาะอีกคนอยู่ “นายจะไปกระโดดน้ำก็ได้นะ”

หมาป่าตัวใหญ่ส่งเสียงในลำคอ เธอไม่รู้ว่าเจคอบตอบรับหรือปฏิเสธ เขาพาเธอไปจนถึงหน้าผา ตอนนั้นเหลือแค่เซ็ธแล้วที่กำลังกลับร่างเดิม

“โดดไหม ซัน?” เด็กหนุ่มถาม แล้วเขาก็ม้วนตัวกระโดดลงไปก่อน “วู้วว!”

เจคอบกลับร่างเดิมแล้ว เขาดูอยากโดด แต่กลับกำลังหันหลังกลับ

“เฮ้ ไปไหนน่ะ?” เธอถาม ไม่ใช่ว่าจู่ๆ ก็ปอดแหกขึ้นมาหรอกนะ?

“มันสูง ถ้าพาเธอกระโดดลงไป เดี๋ยวน่าจะได้ไปเที่ยวโรงพยาบาลแทนกลับบ้าน”

“เจคอบ แบล็ก นายพูดเหมือนฉันเป็นคนธรรมดางั้นล่ะ?” 

นี่มันน่าสนุกไปเลยต่างหาก และเธอคงต้องเชื่อจริงๆ เมื่อเห็นว่าเจคอบหันมามองด้วยความงุนงง

ให้ตายเถอะ หมอนี่มองเธอที่เป็น ‘ผู้หญิง’ จริงๆ ไม่ได้มองที่เธอ ‘มีอะไรต่างจากคนอื่น’ เลยหรือไงนะ

เวเลอนีลอาจจะรู้สึกดีที่เขาคิดแบบนั้นนิดๆ ก็เถอะ แต่บางครั้งคนอย่างเธอก็ชอบทำอะไรแผลงๆ แบบผู้วิเศษด้วยเหมือนกันนะ

เด็กสาวกางมือ หันหลังให้เชิงผา “นายจะไม่มาก็ได้ งั้นฉันกระโดดละนะ”

แล้วก็เอนตัว ทิ้งดิ่งลงไปทันที!

เธอว่าเธอได้ยินเสียงแว่วๆ ของเจคอบไล่มานะ หมอนี่น่ารักชะมัด เธอสัมผัสลมที่ตีหลังขึ้นมาเป็นระลอก 

และก่อนที่ร่างกายจะรู้สึกเจ็บ เพราะกระทบผืนน้ำเย็นเฉียบ ร่างของเด็กสาวก็พลันพลิกตัว ลอยพุ่งเป็นเส้นโค้งเหนือผิวน้ำได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ เวเลอนีลไม่เคยรู้สึกว่าสมาธิเธอจะดีขนาดนี้มาก่อน วลอฟเคยบอกหลายรอบว่าเราไม่จำเป็นต้องมีไม้กวาดถ้าเก่งจริงๆ

แล้วดูตอนนี้สิ เวเลอนีลกำลังบิน

เด็กสาวลอยเล่นในอากาศ และนั่นก็อยู่ในสายตาของคนที่เกือบจะกระโดดตามลงมาจากหน้าผาแล้ว

เจคอบจากที่กำลังตื่นตกใจ เขาค่อยๆ รู้สึกโล่งอกขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่ใบหน้าจะปรากฎรอยยิ้มขึ้นมาเมื่อหูแว่วเสียงของผู้หญิงคนนั้นหัวเราะชอบใจที่หลอกให้ตัวเองหัวหมุนได้อีกครั้ง

“ให้ตายเถอะ...”

แม่นี่มันตัวยุ่งจริงๆ

 

 

::: แถมท้าย :::

“ฉันจะไม่อยู่สักเดือนนึง”

เวเลอนีลพูดแบบนั้นตอนที่เธอมาถึงบ้านและเจคอบกลับมาเป็นคนเรียบร้อย เขาเลิกคิ้ว

“แล้วไง?”

เด็กสาวยิ้มหวาน

“เฝ้าบ้านให้หน่อย เดี๋ยวยกสวนหลังบ้านให้นอน”

“...”

บรรยากาศดีๆ ที่สร้างมาทั้งวันพังโครมในประโยคเดียว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 208 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

313 ความคิดเห็น

  1. #297 Pizza-girl(✿) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 06:18
    เริ่มรู้สึกดีๆกันเเล้วสินะ
    #297
    0
  2. #260 Nattawadee1808 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 04:17

    ที่รักเฝ้าบ้านหน่อยนะ ฉันจะไปศาล ดูแลบ้านดีๆล่ะ5555555

    #260
    0
  3. #206 Balthazar110 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 19:39
    หน่องกลายเป็นหมาเฝ้าบ้านไปแล้ว5555
    #206
    0
  4. #189 autumn morning^^ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 18:05
    เฝ้าบ้านให้หน่อย555
    #189
    0
  5. วันที่ 22 เมษายน 2563 / 06:00
    หมาเฝ้าบ้าน55555นว้อง
    #177
    0
  6. #176 เชอร์รี่ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 23:16

    55555หมาเฝ้าบ้าน

    #176
    0
  7. #175 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 13:34
    นี่มันหมาเฝ้าบ้าน5555
    #175
    0
  8. #174 Cup_123Cake (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 12:35
    จากหมาป่ากลายเป็นน้องหมาเฝ้าบ้านเลย 5555
    #174
    0
  9. #173 Eye25389 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 10:37
    น้องบินได้!!!!
    #173
    0
  10. #172 บุตรแห่งลม (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 01:02
    มาแค่ชื่อก็รักนาง.. วลอฟ
    #172
    1
    • #172-1 Tiaros(จากตอนที่ 20)
      22 เมษายน 2563 / 10:48
      ความนิยมเเซงตัวละครหลักตั้งเเต่ฟิคเเฮรี่นะคะ คนนี้555
      #172-1
  11. #171 MoonLightFall (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 00:45
    น่ารักมาก 555
    #171
    0
  12. #170 lamb_san (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 00:07
    โถ่ หมาเลย หมาชัดๆ5555555555
    #170
    1
    • #170-1 Tiaros(จากตอนที่ 20)
      20 เมษายน 2563 / 12:24
      หมาที่หมายถึง หมาจริงๆ เลยอ่ะค่ะ555
      #170-1
  13. #169 Namloly (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 23:09
    ทำไมคิดถึงเพลงหมาหน้าเซเว่นเลย😂😂 แค่หมา~ หน้าเซเว่น~
    #169
    0
  14. #168 Mi55.PP (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 22:49
    น้องหมา~
    #168
    0
  15. #167 Mamorudes (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 22:49

    เป็นได้แค่หมาเฝ้าบ้าน สงสาร5555555555 ชอบความแก่นของน้อง ลุยๆดี

    #167
    0
  16. #166 Drami (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 22:35
    ไรท์มาแล้ว ว่าจะดองเรื่องนี้ไว้ ไม่ใช่ในนามคนแต่งแต่เป็นในนามคนอ่าน555 ว่าจะที้งไว้นานๆ แล้งกลับมาอ่าน ขี้เกียจรอ แต่ตอนนี้ไม่ละ สนุกมากชอบความสัมพันธ์แบบนี้
    #166
    0
  17. #165 Paam555 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 22:32
    555555
    #165
    0
  18. #164 kkkkkrub (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 22:31

    สงสารเจคอบ555


    #164
    0
  19. #163 _victory_88 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 22:29
    หมาเฝ้าบ้านดีๆนี่เองค่ะ555
    #163
    0