Fic Harry potter : Traitor END

ตอนที่ 8 : 08 คำขู่ที่ไม่ได้ผล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 878
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 116 ครั้ง
    16 ก.พ. 62

08 คำขู่ที่ไม่ได้ผล

 



แลมเบอร์ตันคงเป็นที่เดียวในโลกมักเกิ้ลที่เดรโกเข้าออกอย่างกับบ้านหลังที่สาม และคงเป็นที่เดียวอีกนั่นล่ะที่จะไม่มีใครมองเขาแบบจับผิดหรือเคลือบแคลงใจ คนพวกนี้รู้แค่ชื่อ นามสกุลและฐานะของเดรโกที่เป็นหมอพิเศษที่มาจากเซนต์มังโกแค่นั้น


เดรโกเซ็นต์เอกสารย้ายตัวคนไข้เรียบร้อย ข้างๆ กันนั้นคือลายเซ็นของจินนี่ วีสลีย์ที่คงกำลังนั่งฟังไดอา มูนส์อธิบายเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของหล่อน เขานั่งจิบชารออยู่ในห้องทำงานของหมอสาว มีพยาบาลสองสามคนที่มาหาถามอีกฝ่าย ก่อนจะจากไปด้วยความผิดหวังพร้อมฝากเอกสารงานไว้ที่เขา


ไดอากลับมาอีกครั้งหลังจากผ่านไปสามสิบนาที วันนี้เธอมัดผมของตัวเองเป็นหางม้า ดูทะมัดทะแมงและไม่ค่อยชินตาเท่าที่ควร


“แพทย์สนามหายไปไหนกันหมด?” หัวคิ้วของอีกฝ่ายขมวดมุ่น “ยังดีที่อีกเดี๋ยวก็คงออกโรงพยาบาลได้ ต้องเข้าเฝือกอีกเป็นสัปดาห์ แต่นัดการคัดตัวของเธอคืออีกสามวัน จะให้ฉันส่งเรื่องต่อให้ทางเซนต์มังโกอีกรอบไหม เผื่อทางนั้นจะรักษาให้ได้โดยทันที”


เดรโกหมุนแก้วชาในมือเล่นไปมา “ไม่” เขาปฏิเสธ “หาข้ออ้างให้หล่อนต้องรักษาตัวนานๆ ซะ”


นี่อาจจะเป็นโอกาสก็ได้ เดรโกรู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่ออกจะร้ายแรงไปสักนิด แต่มันคือโอกาสเหมาะที่จะให้แฮร์รี่ พอตเตอร์กลับไปดูแลคนรักแทนที่จะเพ่งเล็งมาที่เขา


ชายหนุ่มเหยียดยิ้ม “แบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว”


แต่สายตาของอีกคนมองเขามาราวกับทิ่มแทง หญิงสาวไม่ได้มองค้อนเขาหรือเขม็ง แต่มันเป็นสายตาที่มองมาราวกับรู้ทันและเข้าอกเข้าใจจนเดรโกรู้สึกขยะแขยง “หยุดมองฉันแบบนั้นสักที มูนส์”


“ฉันมองแบบไหนล่ะ คุณมัลฟอย?” เธอเหยียดยิ้ม “แบบที่ นายไม่ควรหนีอีกต่อไป หรือว่า เออ ปกป้องกันเข้าไป ดี?”


เขาเกลียดผู้หญิงคนนี้—เดรโกจ้องอีกฝ่ายด้วยดวงตาเย็นชา ไดอา มูนส์เป็นคนที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาในชีวิตอันแสนยุ่งเหยิงและไม่ยุติธรรมของเขา หล่อนเปิดโปงความลับที่ไม่ควรมีใครรู้ของเขาจนหมดราวกับนักพยากรณ์และออกปากอย่างตรงไปตรงมาว่าต้องการให้เขาทำงานบางอย่างให้เธอ


เดรโกลองตรวจเช็กประวัติของผู้หญิงคนนี้แล้ว แต่ทุกอย่างกลับเป็นศูนย์ หล่อนเป็นมักเกิ้ลที่ไร้ที่มาที่ไป มีแต่ที่อยู่อาศัยกับใบรับรองด้านอาชีพเท่านั้น


“อีกเดี๋ยวพอตเตอร์ก็คงจะมาที่นี่แล้ว นายรีบออกไปทำธุระของนายเถอะ” หล่อนยิ้มพราย “ดูเหมือนพ่อวีรบุรุษคนนั้นจะไม่ชอบให้ฉันอยู่ใกล้นายเท่าไร...เป็นคนที่สอดไม่เข้าเรื่องจริงๆ


เดรโกไม่สนใจ เขาไม่สนด้วยซ้ำว่าหล่อนจะพูดอะไรออกมา ไดอานั่งบนโต๊ะทำงานของหล่อนพร้อมฮัมเพลงเหมือนเรื่องที่พูดออกมาเป็นเรื่องตลกหลังมื้ออาหาร สายตาของหล่อนไม่เคยมองเขาสำคัญกว่านั้นพอๆ กับที่เดรโกให้ความสำคัญกับอีกฝ่ายแค่ผู้ได้ผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น


“ยังไงก็เถอะ ทำตามที่ฉันบอก อย่าพึ่งให้จินนี่ วีสลีย์อยู่ห่างจากเจ้าบ้านั่น ฉันต้องการตามตัวของลอว์เซอร์เรียสให้ได้”


หญิงสาวตอบกลับมาโดยทันที “ออกไปตายน่ะเหรอ มัลฟอย? ว้าว! นายนี่โง่ดีนะ”


เขามองเธอด้วยความไม่พอใจ—แต่ก็นั่นแหละ มันไม่เคยทำให้ผู้หญิงคนนี้สะทกสะท้าน


“ถึงนายอยู่นิ่งๆ พวกนั้นก็ตามตัวนายเจออยู่แล้ว ฟังคำเตือนของฉันด้วยก็ดีนะ—นายทำงานนี้คนเดียวไม่ได้อีกแล้ว” หญิงสาวยังคงก้มลงอ่านเอกสารในมือ “ฮัตสันไม่ใช่คนที่นายจะไปแหย่มกับเขาได้ ฉันรู้ว่านายซ่อนอะไรเอาไว้ ถ้าเขาได้ตัวนายก็เท่ากับได้ตัวโวลเดอร์มอ—“


“หุบปากซะ มูนส์”


รอยยิ้มที่ส่งมาจากหลังแผ่นกระดาษมากมายนั้นช่างเต็มไปด้วยความอันตราย

 


+++++++ 



เดรโกเคยชอบงานเลี้ยงจนกระทั่งเขาไม่ได้รับเชิญในงานสโมสรของซลักฮอร์น นั่นไม่น่าอับอายสำหรับเขานักหรอก แต่เดรโกเบื่อคำเยินยอป้อปดของเจ้าพวกกริฟที่บอกว่ายัยจิ๋ววีสลีย์กับแฮร์รี่ พอตเตอร์ถูกเชิญไป ในขณะที่ลูกของคนตกอับอย่างเขากำลังตกกระป๋องไม่มีใครสนใจ


ไม่มีอะไรที่เขาสนใจเลย—ใช่ มันเป็นอย่างนั้นแหละ


เดรโกเกลียดซลักฮอร์น เจ้าหมอนี่บ้าคำเยินยอจนเขาอยากอ้วก สรรเสริญคนเก่งไม่เห็นหัวคนห่วย


เบลส ซาบินี่เคยล้อเขามารอบหนึ่งตอนที่เดรโกพูดคำนี้ออกมา และเขาก็มักตอบกลับไปว่าเขาไม่ชอบคนประเภทเดียวกับตัวเอง


“แต่มีอย่างหนึ่งที่นายไม่เหมือนเขานะ เดรโก” เพื่อนผิวเข้มว่า “ตรงที่นายมันชอบขับไล่ไสส่งคนอื่นออกไปจากชีวิตนายไง”


หลังจากนั้นมาเบลสก็ต้องไปหามาดามพอมฟรีย์เพราะหัวไปโดนอะไรบางอย่างกระแทกเข้าจนบวมเป่ง แพนซี่ชอบใจจนต้องตบเข่าฉาดตอนที่เขาเสกคาถาใส่อีกฝ่ายเพื่อแก้เผ็ด


“เชื่อฉันสิเดรโก นายเหมาะกับอะไรที่มันไม่วุ่นวายแบบนี่ที่สุดแล้ว”


และใช่—เดรโกตอบรับคำพูดของแพนซี่โดยการที่เขาออกไปนั่งคนเดียวที่หอดูดาว จะบอกว่ามันผิดกฎก็ถูก แต่สำหรับเด็กสลิธีรินที่ชื่นชอบการหาช่องว่างเพื่อแหกกฎแล้ว สิ่งที่เขาทำคือเรื่องปกติ


แต่ถึงจะบอกแบบนั้นก็เถอะ ในหัวของเดรโกมักจะหมกมุ่นกับเรื่องหนึ่งตลอดแบบที่เขาไม่รู้ตัว


พอตเตอร์—ไอ้คนที่แหกกฎได้ทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องเล็กยันเรื่องใหญ่ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมทุกครั้งที่เจอหน้ากันก็ต้องมีเรื่องเกิดขึ้นทุกที ไม่ว่ายังไงก็ตามดูเหมือนอีกฝ่ายจะเกลียดเขาแบบสมบูรณ์ไปแล้วตั้งแต่ที่เดรโกไปพูดถากถางใส่รอน วีสลีย์เมื่อตอนปี 1 แล้วก็อีกหลายๆ เรื่องที่เดรโกชอบทำเพราะความสนุก—ทุกอย่างที่เขาทำก็เหมือนจะไม่เข้าตาหมอนั่นไปซะหมดนั่นแหละ


ทั้งเรื่องที่เขาแค่อยากจะขี่ไม้กวาดแล้วแกล้งคนอื่นเล่น เรื่องที่เขาเกลียดการใช้สัตว์อันตรายมาสอนนักเรียนโดยไม่มีการรับรองความปลอดภัย เดรโกช่างดวงสมพงษ์ที่ไปกวนโอ้ยเหล่าบรรดาคนสำคัญของพ่อพระเอกนั่นจนเป็นเดือดเป็นร้อนแทน


กลายเป็นว่าเขาผิดตั้งแต่อ้าปาก...ทุกครั้งที่คิดแบบนั้นมันทำให้เขาโกรธ เดรโกไม่เคยเข้าใจความรู้สึกนี้ เขารู้แค่ว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับเขาเท่านั้น


ไม่ว่าเมื่อไร พวกเขาสองคนก็เป็นได้แค่ศัตรูกัน...มันก็แค่นั้นจริงๆ


เป็นโดยที่เดรโกไม่เคยร้องขอซะด้วย


“จะใครล่ะถ้าไม่ใช่พวกสลิธีริน!


เดรโกหันไป เหมือนจะมีคนขึ้นมาที่นี่เสียแล้ว เขาคุ้นเคยกับน้ำเสียงนั้นดี รอน วีสลีย์เสนอหน้าออกมานอกหออีกตามเคย “นายต้องเห็นที่วันนี้เจ้าหมูสองตัวนั่นมันไปรังแกรุ่นน้องเรา นายก็รู้ว่ามันสองคนไม่ฉลาดพอที่จะคิดเอง มัลฟอยแน่ๆ!


แครบกับกลอยย์มีรอยหยักมากกว่าแกแล้วกัน วีสลีย์—ดวงตาสีเทาหม่นวาวโรจน์ เงาของคนสองคนเดินขึ้นมาทางนี้อย่างที่คิด


“แอบไปสาปมันเถอะ”


“รอน ใช่ว่ามัลฟอยจะเป็นคนทำจริงๆ สักหน่อย นายอย่าพึ่งปรักปรำหมอนั่นเลยน่า” มีเสียงขัดขึ้นด้วยความไม่มั่นใจในคำพูดของตัวเองนัก “แกล้งแบบนั้นก็ไม่ค่อยสมกับเป็นหมอนั่นหรอก อีกอย่างมันก็แค่ถูกปาทาร์ตใส่เสื้อ”


ว้าว! อุตส่าห์ปกป้องเขาด้วย—เดรโกเหยียดยิ้มจืดชืด


“ไม่หรอก ทำเรื่องชั่วๆ ก็ต้องสลิธีรินเท่านั้น”

 



“สมองที่คั่นหูนายน่าจะมีน้อยเกินทนนะ วีเซิล”

 



ขอบคุณเขาซะไอ้เบื้อก ที่อุตส่าห์ส่งเสียงให้รู้ว่าพวกแกกำลังนินทาเขาต่อหน้า


“อ้อ ถ้าจะสาปฉันแกคงต้องไปศึกษาคาถามาให้ถูกซะก่อน ฉันเห็นนะว่าล่าสุดแกยังฝึกคาถาที่มักกอนนากัลป์สั่งไว้ไม่สำเร็จน่ะ แล้วคนที่ฉลาดน้อยกว่าแกน่ะ ทำสำเร็จไปตั้งแต่วันแรกแล้ว”


ในความมืดเขายังรู้เลยว่าวีสลีย์ต้องโกรธจนตัวสั่นขนาดไหน เดรโกปีนลงมาจากขอบระเบียงที่เขาขึ้นไปนั่ง มันคงไม่ดีเท่าไรถ้าเจ้านี่โกรธหน้ามืดแล้วผลักเขาตกลงไป


เดรโกย้ายสายตาไปยังพอตเตอร์ เป็นอีกครั้งที่ดวงตาสีเขียวสดจ้องมายังเขาด้วยแววบางอย่าง กลิ่นของแอปเปิ้ลพายในงานยังติดเสื้ออีกฝ่ายอยู่ งานเลี้ยงยังไม่เลิกดีเลยเพราะเดรโกยังเห็นแสงไฟส่องออกมาจากตรงหน้าต่างห้องของซลักฮอร์น


“มัลฟอย”


“เชิญพวกนายเต้นรำกันให้สนุกเถอะ ฉันจะกลับไปมุดหัวรอแกมาสาปฉันนะ วีสลีย์”


เขาเดินสวนออกมา กระแทกไหล่จนรอนผละถอยไปหลายก้าว “มัลฟอย!


เดรโกส่งเสียง เหอะ!’ “นั่นเอาคืนที่วันก่อนรุ่นน้องของพวกนายมาทำให้รุ่นน้องบ้านฉันต้องเข้าห้องพยาบาล และนี่—“


เดรโกชักไม้กายสิทธิ์ออกมา สะบัดแปบเดียวเสื้อตัวนอกของรอนก็ขาดออกเป็นแนวยาว เจ้าตัวร้องเสียงหลง “สำหรับปีสองของพวกนายที่มาฉีกเสื้อคลุมปีหนึ่งบ้านฉัน แล้วก็...”


มือเขาถูกหยุดไว้เสียก่อน เดรโกตวัดดวงตากลับไปมองอีกฝ่ายที่ล็อกข้อมือเขาเอาไว้อย่างแน่นหนา “หยุดซะที มัลฟอย” พอตเตอร์จ้องตรงมาที่เขา


เดรโกเกลียดดวงตาสดใสของอีกฝ่าย พอตเตอร์มองเหมือนจะคว้านลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของเขา


“กฎของพวกนายไม่ใช่เหรอ พอตเตอร์?” เขาเลิกคิ้ว ใบหน้าบึ้งตึงทุกครั้งที่จ้องมอง “แกล้งมาแกล้งกลับ ไม่โกง”


เดรโกสะบัดมือออก เขามอบความจงเกลียดจงชังผ่านทางสายตาให้อีกฝ่ายอย่างไม่ปิดบัง “ไปล่ะ ไอ้พวกบ้านวีรบุรุษ”


และเดรโกเกลียดทุกครั้งที่สายตาขอพอตเตอร์ที่มองตามหลังมาเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง เขาคิดว่าสุดท้ายมันก็คงมีแต่คำด่าเท่านั้นแหละ

อตเตอร์ไม่รู้ตัววของเดรโกมักจะหมกมุ่นกับเรื่องหนึ่งตลอดเก"งอย่างกรัคำนี้ออกมา เ์ถูกเชิญไป ในขณะที่ลูกของคนตกอับอย่างเขากำลังตกก



+++++



 

วันนี้พอตเตอร์ไม่มาอย่างที่เขาคิด อีกฝ่ายคงกำลังอยู่ที่แลมเบอร์ตันอย่างที่เดรโกคาดเดาไว้ แต่เพราะวันนี้เขามีมีตติ้งสำหรับกลุ่มสมาคมผู้บำบัดที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เวอร์นีลชวนเขาไปงานเป็นเพื่อนและหล่อนก็เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีเกินกว่าเดรโกจะปฏิเสธ


หญิงสาวแต่งตัวด้วยชุดแม่มดตามปกติ จะมีแตกต่างไปเล็กน้อยตรงที่หล่อนแต่งหน้าและเซ็ตผมทรงใหม่ เวอร์นีลมองเขาด้วยดวงตาเป็นประกายตลอดเวลาที่เดรโกไม่ใส่โอเวอร์โค้ทสีดำและเครื่องแบบสีขาวบนตัว สำหรับงานเลี้ยงอย่างเป็นทางการ เดรโกจำเป็นต้องแต่งตัวเพื่อเป็นมารยาททางสังคม


โชคดีที่ที่นี่เป็นย่านเขตเมืองของมักเกิ้ล ไม่มีการกางเขตอาคมหรือลงคาถาใดๆ ไว้เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต


พนักงานพ่อมดที่ยืนอยู่หน้างานเช็คชื่อของเขาสองคน เดรโกได้รับดอกไม้มากลัดที่หน้าอก เวอร์นีลตรงไปยังมุมขนมหวานทันทีราวกับเด็กเล็ก


มีกลุ่มผู้บำบัดอาวุโสหลายคนที่กำลังแลกเปลี่ยนความรู้กันเป็นหย่อมๆ ที่นี่ไม่ได้มีแค่คนในเซนต์มังโกเท่านั้นที่มา เดรโกเห็นคนจากที่อื่นมาร่วมงานที่นี่ด้วย เขาปลีกตัวออกไปอยู่แถวมุมเมื่อเริ่มที่คนชี้ไม้ชี้มือมาที่ตัวเอง


วิสกี้พอจะเป็นเครื่องดื่มแก้เหงาได้บ้างจนกว่าเดรโกจะเห็นสมควรว่าเขาจะออกไปโดยไม่เสียมารยาท มีคนเดินเข้ามาหา อีกฝ่ายเป็นคนฝรั่งเศสที่มีดวงตาสีเขียวมรกตสดใส


“ขอคุยด้วยหน่อยสิครับ เมอร์ซิเออร์” ชายหนุ่มคนนั้นแนะนำตัว “เฟลิกซ์ ลุคเซียม เราทำงานสาขางานเดียวกัน”


เดรโกมองมือที่ยื่นมาให้ จับมือทักทายกลับ “เดรโก มัลฟอย--ไม่นึกว่าคุณจะรู้จักผม”


“ไม่มีใครลืมคนที่ปฏิเสธโรงพยาบาลของเราด้วยคะแนนและความสามารถขนาดนั้นอย่างคุณหรอก มัลฟอย” เฟลิกซ์หัวเราะฮ่าๆ “ผมเคยเห็นในประวัติของคุณนะ เรื่องตู้อันตธานที่เสียไปแล้วน่ะ—คุณได้แรงบันดาลใจจากอะไรเหรอถึงซ่อมมันได้น่ะ...นี่ไม่ได้นอกเรื่องนะ แต่ได้ข่าวว่ามันซ่อมยาก”


เดรโกก้มมองวิสกี้ในมือ เขาหมุนมันเบาๆ ไปมา เฟลิกซ์ช่างเป็นคนช่างจ้อเสียจริง แต่เดรโกกลับค้นพบว่าอีกฝ่ายไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่คิด กับคำถามที่ออกจะจี้ใจไปหน่อย


“ตอนนั้นผมแค่รีบน่ะ” เดรโกยักไหล่ “ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก”


มันก็แค่เรื่องอัปยศเรื่องหนึ่งในชีวิตเขาเท่านั้น—เดรโกยกวิสกี้ขึ้นดื่ม เฟลิกซ์ยังคงยิ้มแย้มอย่างคนอัธยาศัยดีและเข้ากับคนง่าย อีกฝ่ายเปลี่ยนแก้ววีสกี้ของเขาเป็นแก้วที่สองหลังจากที่เริ่มคุยกันไปได้สักพัก


เดรโกกำลังมองหาเวอร์นีล หล่อนกำลังถูกผู้บำบัดคนอื่นลากไปคุยทางอื่นเสียแล้ว ในมือของอีกฝ่ายยังคงเต็มไปด้วยขนมและของกินมากมาย นาฬิกากำลังตีเวลาว่ามันผ่านมาเกือบชั่วโมงแล้วตั้งแต่ที่เดรโกเข้ามาในงาน และเวลานี้ก็เหมาะที่เขาจะปลีกตัวกลับได้สักที


แต่เฟลิกซ์เข้ามากอดคอเขา ส่งเสียงอ้อแอ้และโถมน้ำหนักมาซะจนเดรโกเซ อีกฝ่ายเมาแล้ว...มากเสียด้วย เดรโกจำได้ว่าด้านนอกยังมีล็อบบี้จัดตกแต่งรอต้อนรับลูกค้าอยู่ นั่นเป็นทางเลือกที่สองหลังจากที่เขาไม่เห็นเพื่อนของอีกฝ่ายอยู่ในงานสักคนเดียว


เดรโกแบกอีกฝ่ายออกมาแบบทุลักทุเลเล็กน้อย แต่เฟลิกซ์โถมตัวเข้าหาเขาจนยืนไม่อยู่ และกว่าเดรโกจะรู้ตัวว่าตัวเองเสียท่า ก็เป็นตอนที่เขาถูกฉุดเข้าไปในมุมมืดเสียแล้ว


สัมผัสของไม้กายสิทธิ์แตะอยู่ที่คอ มันจิ้มลึกจนเดรโกกลัวว่าอีกฝ่ายจะใช้มันแทงคอเขาตายจริงๆ หรือเปล่า เฟลิกซ์จ้องเขาตาเป็นประกาย ผิดจากเมื่อกี้ลิบลับ


ตอนนั้นนั่นแหละที่เดรโกรู้ตัวแล้วว่าเขาประมาทเกินไป


ไม้กายสิทธิ์ของเขาถูกแย่งไปจนได้ “อย่าส่งเสียง” และตัวเขาถูกดันจนติดกำแพง


เดรโกเงียบปาก มือของเขาค่อยๆ เอื้อมไปในกระเป๋ากางเกงอีกข้างที่ใส่โทรศัพท์ไว้ ขอบคุณสวรรค์ที่เจ้านี่ไม่รู้จักเครื่องมือสื่อสารของพวกมักเกิ้ล


เขากดเบอร์โทรออก และรั้งรอว่าตัวเองจะอยู่ไปได้นานกี่นาที


“นายไม่น่าจะใช่ผู้เสพความตาย” เขาเกริ่น


“ก็ไม่ใช่ แต่เผชิญว่าคนที่ไหว้วานมาพูดอะไรน่าสนใจอย่างการพาจ้าวแห่งศาสตร์มืดกลับมา” เฟลิกซ์ว่า “มันไม่เลวเลยนะ ว่าไหม?—อ้อ ฉันมีความคิดดีๆ อีกอย่างหนึ่ง อย่างไอ้เวรที่เป็นคนฆ่าเขาไง เราจะจับมันมาประณาม ข่มขู่คนที่มันต่อต้านเราแล้วเฉือดมันเป็นตัวอย่างแรกเลย”


ดวงตาของเดรโกฉายแววเหี้ยมขึ้นมาเสี้ยวหนึ่งก่อนจะกลับไปเป็นปกติ


ชายหนุ่มหัวเราะเย้ยหยัน เขาขอกลับคำพูดที่ว่าไอ้หมอนี่มันไม่น่ารำคาญ


นี่มันโคตรน่ารำคาญเลย


“สมองนายคงกลายพันธุ์เป็นโทลล์ซะแล้ว ลุคเซียม”


เฟลิกซ์มีประกายตาคมกร้าว “อย่าคิดว่านายเป็นคนเดียวที่เข้าถึงตัวพวกฉันได้ คุณมัลฟอย”


“และนายก็คงไม่ใช่คนเดียวที่ฉันจะจับเข้าคุก”


เดรโกรู้สึกเจ็บตรงสันกราม ใบหน้าเขาสะบัดอย่างแรงตามแรงกระแทกของหมัดที่เฟลิกซ์อัดเข้าเต็มหน้า ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเขา และไอ้หมอเก๊นี่มันกล้าดียังไงมาแตะต้องเขากัน?


ดวงตาสีเทาของเขาแวววับด้วยความแค้น เลือดคาวเต็มปาก เดรโกถุยใส่หน้าเฟลิกซ์จนอีกฝ่ายร้องอย่างขยะแขยง เขาผลักมันออกจนไปกระแทกกับผนังอีกฝั่งหนึ่ง ขว้างโทรศัพท์ใส่หน้าอีกรอบจนอีกฝ่ายร้องโอดโอยแล้วแย่งไม้กายสิทธิ์มา


“ไอ้ระยำเอ้ย!


แต่มันก็ตะโกนได้แค่นั้น เดรโกเสกคำคาถาใส่จนเฟลิกซ์ลงไปหมอบอยู่ที่พื้น ร้องโอดโอยอย่างน่าสังเวท


เดรโกร่ายคาถาอีกรอบ ส่งผลให้เฟลิกซ์ส่งเสียงออกจากลำคอไม่ได้


“ฉันไม่ฆ่าแกหรอก ลุคเซียม” ชายหนุ่มว่า ยืนมองนิ่งๆ จากด้านบน “เดี๋ยวเราจะได้สนุกกันต่อในศาล จากนั้นฉันก็จะส่งลอว์เซอร์เรียส เพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกับแกตามไปด้วย”


และจากนั้นเดรโกก็เสกคาถาอีกชุดหนึ่ง เฟลิกซ์สลบเหมือดคาที่


ชายหนุ่มส่งเสียง เหอะ!’ อย่างดูแคลน ไม่ลืมที่จะเตะเข้าไปที่หน้าของอีกฝ่ายซ้ำอีกรอบก่อนเดินออกมาแล้วหายไปจากงานอย่างไร้ร่องรอย

 


+++++++


 

จินนี่ออกอาการหัวเสียเล็กน้อยตอนที่หมอสาวไม่เซ็นอนุมัติให้เธอไปรักษาตัวต่อที่เซ็นต์มังโก และหญิงสาวก็ไม่ใช่คนโง่พอที่จะมองไม่ออกว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรสักอย่างจากเธอ


แต่ไม่ว่ายังไงการคัดตัวรอบนี้ของเธอนั้นสำคัญเท่าชีวิต จินนี่ไม่อยากพลาดมัน


แลมเบอร์ตันในตอนสามทุ่มร้างคนเข้าออก เธอมาที่นี่อีกครั้งเพื่อขอคุยกับหมอสาว พยาบาลที่ประจำอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์จำหน้าเธอได้ อีกฝ่ายบอกให้เธอไปรอหมอมูนส์ที่ห้องของเธอได้เลย


แต่ดูเหมือนคนที่เธอมาหาจะไม่อยู่ ตอนที่เธอเปิดเข้าไปในห้องทำงานที่เคยเรียบร้อยในตอนกลางวันกลับมีข้าวของบางอย่างตกอยู่ที่พื้น กระเป๋าของอีกฝ่ายยังแขวนไว้ในห้อง ดูเหมือนหญิงสาวออกไปอย่างเร่งรีบอย่างไรอย่างนั้น


โทรศัพท์ของจินนี่สั่นอีกรอบ นั่นคงเป็นข้อความจากแฮร์รี่อีกตามเคย อีกฝ่ายกำลังไม่ไว้ใจหมอคนนี้และขอให้เธอเปลี่ยนคนรักษา จินนี่ไม่รู้เหตุผล แต่อีกฝ่ายดูเครียดมาก มันคงเกี่ยวกับคดีสักคดีที่เขากำลังทำอยู่


เธออยู่ที่ไหน กลับมาบ้านแล้วไม่เจอ


หญิงสาวส่งข้อความกลับไป เอาเถอะ—ถ้าไดอา มูนส์ออกไปด้านนอก เธอก็คร้านที่จะรอโดยไม่รู้เวลา เธอพิมพ์บอกแฮร์รี่ไปว่ากำลังจะกลับ


แต่ในตอนนั้นเองที่เธอรู้สึกเหมือนมีบางอย่างสั่นอยู่บนพื้น แสงสลัวโผล่ออกมาจากแถวๆ พื้นใต้โต๊ะทำงาน จินนี่พบว่ามันเป็นโทรศัพท์ที่ถูกทำตกไว้


ชื่อเจ้าของข้อความที่ส่งเข้ามาทำให้จินนี่รู้สึกแปลกใจ


เพราะมันส่งมาจากเดรโก มัลฟอย


สองคนนี้รู้จักกันด้วย?—ความสงสัยท่วมท้นอย่างไม่น่าเชื่อ รู้ตัวอีกที เมสเสจที่โชว์บนหน้าจอก็ดึงความสนใจจากเธอเสียแล้ว


 

อยู่ที่ไหน ฉันมีเรื่องจะคุยด้วยเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันซ่อนอยู่ พวกนั้นตามหาฉันเจอแล้ว


 

จินนี่รัวกดข้อความกลับไปทันทีอย่างถือวิสาสะ มีบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ ลางสังหรณ์เธอไม่เคยพลาด หากมันเกี่ยวกับคดีที่ช่วงนี้กำลังเป็นข่าวดังอย่างที่คิด มัลฟอยก็ตกอยู่ในอันตราย


และผู้หญิงคนนี้รู้บางอย่างและกำลังช่วยมัลฟอยปกปิดมันไว้


แลมเบอร์ตัน ฉันรออยู่


จินนี่หยิบโทรศัพท์ของเธอขึ้นมา ต่อสายหาแฮร์รี่โดยไม่ต้องคิด


“พี่...ฉันว่าฉันเจอบางอย่าง”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 116 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

370 ความคิดเห็น

  1. #183 earnnaruk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 23:28
    จินนี่เธอเป็นคนดีไหม..
    #183
    0
  2. #136 Maerd_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 12:10
    แงงง หายไปนาน เรากลับมาอ่านแล้วค่ะ555555555
    #136
    1
    • #136-1 Tiaros(จากตอนที่ 8)
      10 มิถุนายน 2562 / 12:15
      ยินดีต้อนรับกลับค่ะ!
      #136-1
  3. #48 Hayeon22 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:03

    โอยยยยย... คือแบบหลายปมละเกิน... นี่จะสงสัยใครก่อนดี.. คนนู้นคนนี้ดูน่าสงสัยไปหมด... แต่ที่แน่ๆ.. ไม่ว่าฝ่ายไหน.. น้องเดรกก็อยู่ในอันตราย.. ไว้ใจใครได้บ้างไม่รู่นะ... แต่อยากขอไรท์อย่างเดียว.. อย่าจบแบบshot.ficนะคะ.. ทำใจไม่ได้จริงๆ​ จริงจัง
    #48
    1
  4. #47 Mamorudes (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:02

    ทำไมฉันคิดว่านังไดอาตั้งใจแน่ๆ แม่สื่อจริงจริ๊งงงง 5555555

    //เดรกระวังน้าาาาา

    #47
    1
  5. #46 Yoseop~Ah :) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:34
    ทำไมมูนส์ไม่รู้จักล็อคโทรศัพท์ห้ะ? ไม่ล็อคก็เป็นงี้แหละ55555 ว่าแต่หนูเดรกเก่งจังอ่าา น้องโทรหามูนส์รึป่าวแล้วนางก็รีบจนทำโทรศัพท์ตกไว้ ปริศนาเรื่องนี้เยอะเหลือเกิน รอเฉลยยยอิอิ
    #46
    2
  6. #45 Fuyu Asawaphithaya (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:57
    ค้างงงงง ค้างมากกกกก
    #45
    2
  7. #44 เพลิงเจ้าหญิงซาตาน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:51
    หล่อน //หรี่ตามองจินนี่
    #44
    1