Fic Harry potter : Traitor END

ตอนที่ 7 : 07 สิ่งที่ควบคุมไม่ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 923
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 119 ครั้ง
    13 ก.พ. 62

07 สิ่งที่ควบคุมไม่ได้

 



ปากกาของมักเกิ้ลทำให้เขามีสมาธิตอนที่หมุนเล่นในมือ ด้วยความสะดวกและไม่ต้องเสียเวลในการจุ่มหมึก เดรโกจึงเปลี่ยนมาใช้มันตั้งแต่ที่บรรจุเข้าเป็นผู้บำบัดใหม่ๆ


ผู้บำบัดที่ทำงานร่วมกับเขามาหลายปีมักชินตากับภาพที่ชายหนุ่มนั่งเหม่อลอยกรอกตาตรวจเอกสารที่โต๊ะทำงานแล้ว มีหลายคนที่บอกว่าโล่งอกสักทีที่เห็นเขาได้มาใช้โต๊ะที่ทางการให้มาประจำตำแหน่งบ้าง เดรโกเสียเวลาไปกับการตรวจคนป่วยและเดินเรื่องกับหลายฝ่ายมากจนเกินไป


ส่วนใครที่พึ่งเข้ามาทำงาน—เอาเป็นว่าพวกนั้นยังไม่ได้โดนเขาปราบเซียนก็ยังโชว์กร่างอย่างผยองอยู่ได้ล่ะนะ


อย่างเช่นไอ้เด็กที่พึ่งบรรจุเข้าใหม่ที่มองหน้าเหมือนกำลังเห็นจอมมารแหวกอกเขาออกมาตอนนี้ รู้สึกว่าจะชื่ออะไรนะ—โลการ์เรส?


เดรโกปรายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าของอีกฝ่ายตอนเซ็นต์เอกสารในมือ พูดขึ้นมาลอยๆ ว่า “ก่อนออกมาจากแผนกเชื้อโรคก็ช่วยฆ่าเชื้อด้วย โรงเรียนที่คุณจบมาไม่ได้สอนหรือไงว่ามันเป็นกระบวนการป้องกันไม่ให้คนอื่นติดเชื้อจากคนไข้?”


“อะไรนะ?” โลการ์เรสหน้าหงิก แต่ในขณะเดียวกันลุกลี้ลุกลนเมื่อโดนจับได้ “คุณปรักปรำผม!


เห็นได้ชัดว่าไอ้เด็กนี่เป็นพวกในกะลาที่ไม่ชอบโดนตำหนิ


“ผมร้องเรียนคุณเรื่องนี้ได้นะ คุณมัลฟอย!


“ผมไม่สน” เดรโกโยนเอกสารให้อีกฝ่าย มันวางแหมะลงบนโต๊ะทำงานด้านหน้าของเขาเสียงดัง “ในห้องนี้คือห้องทำงานของผม และผมมีอำนาจที่จะสั่งการคนตำแหน่งต่ำกว่าให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างถูกต้อง—เซนต์มังโกใช้งานคนที่ประสิทธิภาพ ไม่ใช่ประวัติส่วนตัว เผื่อคุณยังไม่คลานออกมาจากกะลากรอบๆ ของคุณนะ”


“มัลฟอย!” คนถูกว่าหน้าแดงก่ำ ตบโต๊ะเขาดัง ตึง!’ “มันจะมากไปแล้วนะไอ้ฆาตร--!


เดรโกปรายตามาอย่างเย็นเยียบ “แน่นอนว่าถ้าผมเป็นฆาตรกร ฮีโร่ที่นั่งจับผิดผมอยู่ด้านนอกสามารถจับผมได้—ถ้าผมผิดจริง โลการ์เรส”


มีเด็กหลายคนที่ไม่ได้รับรู้ถึงคำที่ใช้พูดมันออกมา และมีหลายบ้านที่ชอบใส่สีความจริงจนมันเละเทะไม่เห็นสีเดิม เดรโกไม่ว่าอะไรหรอกที่พวกนั้นอยากจะด่าอะไรก็ตามที่ไม่เคยเกี่ยวกับตัวเอง เขาใช้สิ่งนี้เพื่อระบายความเครียดของตัวเองได้เป็นอย่างดีเชียวล่ะ


โลการ์เรสเป็นตัวอย่าง และอีกฝ่ายกำลังดิ้นพล่านที่ดูเขากด “ไม่มีสำนึก! แกมันหน้าด้านที่คิดเสนอหน้ามาที่นี่ทั้งๆ ที่ในสงคราม มัลฟอย--!


มัลฟอยเข้าข้างจอมมารแท้ๆ—ชายหนุ่มต่อประโยคให้ในใจ น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่มีโอกาสพูดจนจบเมื่อคนที่เอาแต่นั่งเฝ้าเขาอยู่ด้านนอกเดินเข้ามาพร้อมตะปบเข้าที่ไหล่ของอีกฝ่ายจนสะดุ้งโหยง


เดรโกมองมือที่บีบลงไปที่ไหล่ของอีกฝ่ายโลการ์เรส มันคงจะเจ็บน่าดูเพราะพอตเตอร์จงใจกดแรงลงไปจนอีกฝ่ายหน้าซีด


“พวกนายคุยกันเสียงดังไปถึงด้านนอก—มีอะไรหรือเปล่า?”


เดรโกมองโลการ์เรสด้วยความสมเพช ด้วยความรีบร้อนที่จะแก้ตัว อีกฝ่ายไม่มีทางรู้ว่ามันดูน่าสมเพชแค่ไหนที่ยังจะพยายามโยนความผิดมาให้เขา


“กลับไปทำงานของคุณได้แล้ว คุณโลการ์เรส” ชายหนุ่มเอ่ยตัดบท อย่างไรก็ตาม เดรโกเมินสองคนนั้นเสียสนิท “และวานคุณพอตเตอร์ช่วยปิดประตูให้ด้วย ขอบคุณ”


ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่คือการไล่ โลการ์เรสออกจากห้องเขาไปทันทีที่พอตเตอร์ปล่อยมือออกจากไหล่ของตัวเอง เดรโกมองคนที่ยังจ้องมาที่ตัวเองพร้อมเอ่ยสำทับว่า “นายด้วย พอตเตอร์ ฉันจะทำงาน”


“ฉันได้ยินที่เขาพูดเมื่อกี้”


นิ้วที่กำลังเปิดเอกสารอ่านหยุดชะงักลงทันที แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้เงยหน้ามองคนพูดแต่อย่างใด “เรื่องในสงคราม”


“เรื่องที่มัลฟอยเป็นข้ารับใช้จอมมารใครๆ ก็รู้ ฉันไม่อยากพูดเรื่องน่าเบื่อแบบนั้นอีกหรอกนะ”


มีอยู่หนึ่งสาเหตุที่เดรโกไม่อยากเงยหน้าขึ้นมอง—เขาไม่อยากรู้ว่าพอตเตอร์กำลังทำหน้ายังไงอยู่


ทุกครั้งที่หลายคนแสดงความรู้สึกออกมาผ่านดวงตา มักย้ำเตือนเขาตลอดเวลาว่านั่นคือเส้นแบ่งเขตที่เขาทำไม่ได้


ไม่ว่ายังไงเดรโกก็ทำไม่ได้สักที ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหนก็ตาม


และเดรโกเกลียดที่สุดที่ต้องเห็นพอตเตอร์มองมาที่เขาด้วยอารมณ์อย่างอื่นที่ไม่ใช่ความหงุดหงิด มันเหมือนอีกฝ่ายอยู่เหนือการควบคุมของเขาไปแล้ว


พอตเตอร์ไม่ควรมีอารมณ์อย่างอื่นนอกจากโกรธ เพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่เดรโกวางแผนให้อีกฝ่ายเป็นสำหรับเขา


มันง่ายกว่าที่จะทำให้เขาปลีกตัวออกมาได้ทุกเวลาที่ต้องการ และทุกครั้งที่พอตเตอร์แสดงท่าทีสนใจ มันทำให้เขากลัว


“ลูกน้องมาหาแล้วพอตเตอร์ ไปซะ”


เดรโกเหลือบไปมองด้านข้าง เขาจำเทเรียสได้ อีกฝ่ายเคยมาสืบประวัติเขาสองสามครั้งก่อนที่พอตเตอร์จะรู้ว่าเขาแปลงเป็นไดอา มูนส์


มาได้จังหวะจริงๆ


“ฉันจะกลับมาอีกที วันนี้นายเลิกงานกี่โมง?”


“ตารางงานทุกอย่างของฉันอยู่ที่เคาน์เตอร์ด้านหน้า ฉันบอกเจ้าหน้าที่พวกนั้นแล้วว่าอนุญาตให้นายเช็คได้” เดรโกผายมือไปทางประตูอีกครั้ง “เชิญคุณมือปราบไปทำงานได้แล้ว”


ความเงียบไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ แต่พอตเตอร์นิ่งไปนานกว่าจะยอมเดินไปที่ประตู เดรโกคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะโกรธที่โดนเขาไล่แบบนั้น เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่มาอีกแล้วและคงหาเรื่องเอางานอื่นมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่มาเจอเขา—แน่ล่ะว่าถ้าเป็นแบบนั้นได้ก็ดีมาก


แต่เดรโกคิดผิด


“นายไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ มัลฟอย”


เดรโกทำทีเป็นหูทวนลม และเมื่อแน่ใจว่าพอตเตอร์เดินออกไปจากห้องเขาแล้วก็ค่อยเงยหน้าขึ้น จากตรงนี้อีกฝ่ายกำลังเดินลับไปจากทางเดิน


เดรโกจ้องมองแผ่นหลังของพอตเตอร์ที่เดินอยู่กับเทเรียส ก่อนที่จะหายลับไปจากครองสายตาของเขา


เดรโกปิดตาลง รู้สึกเหนื่อยจนอยากพัก


ชายหนุ่มพึมพำเสียงเบาว่า


“ใช่...ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย”

 

 





รสหวานอมเปรี้ยวของแอบเปิ้ลเขียวแผ่ซ่านอยู่ในปาก มันเป็นรสชาติของผลไม้ที่ลงตัวและทำให้เดรโกสดชื่นพอที่จะไม่ผล็อยหลับไประหว่างที่นอนเล่นอยู่บนกิ่งต้นบีฟที่ต่ำที่สุด ด้านหน้าของเขาเป็นทะเลสาบที่หนาวเย็น ตอนนี้เป็นหน้าหนาวที่พึ่งผ่านคริสต์มาสมาได้ไม่กี่วัน


ไม่มีคนบ้าที่ไหนมานั่งตากอากาศที่นี่ตอนเย็นๆ แบบนี้หรอก แต่วันนี้เดรโกไม่อยากอยู่ในหออย่างปกติ เขาคิดว่ามันคงไม่เลวถ้าจะลองสวมใส่ชุดหนาๆ สักสามสี่ชั้นแล้วออกมานั่งตรงนี้เพื่อครุ่นคิดบางอย่างเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย


และขึ้นชื่อว่าเรื่อยเปื่อย เดรโกสามารถคิดอะไรก็ได้ที่เวลาปกติเขาไม่คิด


ไม่ว่าจะเป็นแผนป่วนๆ ที่เบลสเหม็นเบื่อเต็มทีที่แพนซี่ชอบเสนอขึ้นมา เรื่องซุบซิบของพวกสาวๆ ที่เขาไม่อยากฟังที่เพื่อนสนิทสาวพ่นออกมาได้ตลอดเวลา คิดถึงความฝันไร้สาระที่ตัวเองฝันเมื่อคืน เดรโกอยากคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอย่างไร้สมองบ้าง อย่างน้อยสิ่งนี้ก็ทำให้เขาสงบใจได้


และกับเรื่องตลกร้ายที่มักจะเกิดขึ้นในสถานการณ์แบบนี้—นั่นคือเสียงรบกวนที่กำลังเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดของเพื่อนรักคิดไม่ซื่อระหว่างเกรนเจอร์จอมสอดกับวีเซิ้ลหน้าโง่


เดรโกกรอกตามองบนอีกรอบ เสียงกำลังใกล้เข้ามาทางนี้ในขณะที่เขากำลังเหยียดขาอย่างเกียจคร้าน เขารู้ว่าพวกนั้นคงไม่เห็นเขาแน่ๆ ถ้าไม่เดินเข้ามาใกล้กว่านี้ แต่เดรโกก็ภาวนาเหลือเกินว่าคนพวกนั้นจะเดินไปทางอื่น


เสียงของเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์กำลังกรุ่นโกรธ หล่อนตะโกนไล่หลังเจ้าวีสลีย์หัวแดงที่เดินจ้ำมาทางนี้ด้วยใบหน้าที่แสดงชัดถึงความโกรธไม่แพ้กัน เดรโกไม่เคยแปลกใจที่เห็นใบหน้าแบบนี้เลย รอน วีสลีย์ชอบแสดงด้านลบมากกว่าด้านดีๆ ของตัวเองใส่คนอื่น โดยเฉพาะอาการอิจฉาและเอาแต่ใจ


“เธอคุยกับเจ้าครัมนั่นตลอดปิดเทอม!                 


“นั่นมันสิทธิ์ของฉันนะ โรนัลล์!” เด็กสาวแว้ดเสียงดัง ใบหน้าแดงก่ำและกำลังจะร้องไห้ในไม่ช้า “นายไม่มีสิทธิ์มาขัดขวางสิทธิส่วนตัวของฉัน!


เดรโกสาบานว่าเขาไม่อยากรู้เรื่องชวนสับสนนี่เลยสักนิด เจ้าโง่วีสลีย์นั่นหยุดเดินก่อนมาถึงที่นี่ไปกว่าสิบเมตร แต่ถึงอย่างนั้นเสียงที่ใช้พูดก็ดังพอที่เขาจะได้ยิน


“ใช่สิ!” รอนว่า “เพราะเธอชอบมันแล้วนี่! แล้วจะสนใจพวกฉันทำไมกันล่ะ? เชิญ! เชิญเลย เปิดตัวซะให้ยิ่งใหญ่นะ คนจะได้มารุมล้อมเธอและสรรเสริญเหมือนเจ้าหญิงน่ะ!


คนใจแคบที่น่ารังเกียจ—เดรโกมองลอดผ่านกิ่งไม้ไปด้านล่าง เขากำลังแปลกใจว่าทำไมถึงไม่ได้ยินเสียงที่สามที่ปกติมักจะอยู่กับสองคนนี้เป็นประจำ แต่จากมุมนี้เขาเห็นแค่ชายชุดคลุมและรองเท้าของผู้ชายกับผู้หญิงอย่างละคู่เท่านั้น


ดวงตาสีเทาของเดรโกหรี่ลง เขารู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นสี่คนนี้อยู่ด้วยกัน มันเป็นความยุ่งเหยิงและสับสน เขามองออกกว่าแต่ละคนกำลังคิดอะไรอยู่ และนั่นทำให้เดรโกรู้สึกว่ามันน่าขันสิ้นดีที่จะเกิดความรักบ้าๆ ขึ้นเพียงเพราะความหึงหวงที่ไม่เข้าท่า


รอนวีสลีย์จะไม่มีวันแอบชอบเกรนเจอร์ตราบเท่าที่หล่อนไม่โดนคาถาขยายส่วนของเขาเข้าแล้วไปให้มาดามพอมฟรีย์ลดขนาดฟันของหล่อนจนมันกลับเข้าที่เข้าทางที่มันควรอยู่


และแฮร์รี่ พอตเตอร์คงไม่มีวันเกิดอาการหึงหวงถ้าไม่ใช่เพราะต้องออกมาปกป้องยัยจิ๋ววีสลีย์ที่โดนเขาแกล้งอย่างนึกสนุกและไปเจอหล่อนจูบกับ...ใครนะ? ใช่คนที่ชื่อดีนหรือเปล่า?—นั่นแหละ เข้าที่กลางทางหลังแข่งควิทดิชกับทีมเขาเสร็จ


เดรโกคิดว่าพวกนั้นคงเห็นแก่ตัว ใช่ เห็นแก่ตัวที่เลือกจะแสดงสิ่งที่ตัวเองรู้สึกออกมาโดยไม่สนผลกระทบใดๆ ที่ตามมา


ที่เขาคิดแบบนั้นเพราะตัวเขาทำไม่ได้—และเดรโกรู้สึกริษยาทุกครั้งที่ได้มองสี่คนนั้นที่กำลังแสดงอารมณ์ออกมาอย่างซื่อตรง


แอปเปิ้ลถูกลดลงไปอีกส่วน เด็กหนุ่มรู้สึกถึงกรามของตัวเองที่บดเศษผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานในปากในขณะที่สายตาย้ายจากคนกลับไปยังทะเลสาบอีกครั้ง มันคงจะดีถ้าพวกนั้นไม่เห็นเขา เดรโกไม่อยากกระโดดลงไปแล้วพ่นอะไรก็แล้วแต่ที่ใจนึกขึ้นมาได้ด้วยความโมโห เขาไม่เคยหยุดตัวเองได้เลยถ้าคนที่ยืนคุยด้วยคือคนที่มีอิทธิพลต่อความคิดของตัวเอง


อย่างไรก็แล้วแต่ ดูเหมือนว่าเกรนเจอร์จะร้องไห้แล้ววิ่งกลับไปทางปราสาทในที่สุด ไม่วายที่หล่อนจะใช้หนังสือเล่มหนาๆ ที่เดรโกไม่เห็นความสำคัญที่ต้องพกพาไปทุกที่ขว้างใส่ศรีษะของวีสลีย์จนหัวปูดโน จินนี่อาสาที่จะวิ่งตามหล่อนไปด้วยความเป็นห่วง เดรโกนึกดีใจที่เสียงน่ารำคาญลดลงแล้ว


แต่ก็ยังเหลืออยู่อีกสองคนที่เดินตรงเข้ามาทางนี้


เดรโกถอนหายใจออกมาหนักๆ ตอนนี้รอบตัวเขาไม่มีเจ้าหมูตอนสองตัวนั่นเสียด้วย โชคร้ายที่สุดที่สุดท้ายแล้วทั้งวีสลีย์กับพอตเตอร์ก็เห็นเขาที่นอนเล่นอยู่บนกิ่งไม้จนได้


เซอร์ไพรส์ เพื่อนรัก!—เด็กหนุ่มประชดในใจ


และกว่าเดรโกจะรู้ตัว เขาก็เผลอส่งสายตานิ่งๆ และใบหน้าตายด้านที่ไร้อารมณ์ใส่ทั้งคู่ซะแล้ว


นั่นมันผิด...เดรโก มัลฟอย ไม่เคยแสดงสีหน้าอย่างนี้ไม่ว่าสถานการณ์ไหนก็ตาม ต้องขอบคุณวีสลีย์ที่โง่เกินกว่าจะสังเกตหรือความไม่ใส่ใจก็แล้วแต่ หมอนั่นเป็นฝ่ายเริ่มก่อน


“มองหน้าหาเรื่องหรือไง มัลฟอย!?”


เดรโกเปลี่ยนสีหน้าโดยทันที มองคนพูดอย่างเหยียดหยามและแสยะยิ้มอย่างที่ชอบทำ เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้มองคนจากด้านบนเเบบนี้ “ฉันไม่ลดตัวลงไปคุยกับคนทรยศอย่างแกหรอก วีสลีย์—ที่จริงแกควรเก็บเวลาอันที่ค่ากลับไปเก็บเงินซื้อหนังสือดีกว่านะ พ่อแกไม่ได้บอกเหรอว่าตอนนี้เขากำลังเดือดร้อนเพราะของเล่นของมักเกิ้ลที่แอบเอากลับบ้านอีกแล้วน่ะ?”


รอนวีสลีย์หน้าแดงก่ำด้วยความโมโห เด็กหนุ่มเดาได้เลยว่าในเวลาต่อมามันต้องชักไม้กายสิทธิ์ออกมาชี้หน้าเขาแน่ๆ


เดรโกย้ายสายตามามองอีกคน สบเข้ากับดวงตาสีเขียววาวโรจน์ที่มองเขาด้วยอารมณ์เดิมๆ ที่ไม่เคยเปลี่ยน “ถอนคำพูดซะ มัลฟอย”


แฮร์รี่ พอตเตอร์ก็ยังเป็นฮีโร่อยู่วันยังค่ำ


“พ่อพระที่ชอบสอดไปทุกเรื่องออกโรงแล้ว” เดรโกหัวเราะ อากาศหนาวตอนนี้เหมือนจะอุ่นขึ้นมาหน่อยๆ แถวใบหน้าของเขา


เดรโกกินแอปเปิ้ลเข้าไปอีกคำ ท่าทางแบบนั้นเหมือนจะยั่วโมโหวีสลีย์ได้เป็นอย่างดีเมื่อความสนใจของเขาย้ายไปอยู่ที่พอตเตอร์


“ขอโทษครอบครัวฉันซะ มัลฟอย!


“ฉันไม่อยากไปเกลือกกลั้วด้วย บอกไปแล้วนี่?” เดรโกยิ้มแฉ่ง มองไม้กายสิทธิ์ที่ชี้มาที่ตัวเองอย่างไม่เกรงกลัว มือของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เตรียมพร้อมทุกเวลาถ้าอีกฝ่ายอยากปะทะโดยใช้เวทมนต์


และแน่นอนว่าเดรโกรู้สารพัดร้อยแปดวิธีที่จะทำให้รอน วีสลีย์ผิดฐานใช้เวทมนต์ต่อสู้ใส่เขา มันคงจะเป็นบทเรียนอย่างดีที่จะสอนว่าใครควรยุ่งด้วยและใครที่ไม่ควรยุ่ง


แต่ดูเหมือนพอตเตอร์จะเงียบกว่าปกติ หมอนั่นมองเขาด้วยความโกรธก็จริง แต่อีกฝ่ายก็นิ่งเกินไป และท้ายที่สุดคนที่มีสติก็ตัดสินใจหยุดเพื่อนของตัวเองไว้ว่า “ปล่อยไปเถอะ รอน”


“นายฟังที่มันว่าครอบครัวฉันสิ แฮร์รี่!


ไม่หรอกวีเซิ้ล—ที่นายโกรธเพราะฉันด่านาย ไม่ใช่ด่าครอบครัวนายหรอก...เดรโกแสยะยิ้ม มองคนด้านล่างที่กำลังเดือดได้ที่อย่างเบื่อหน่ายด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ


“ใช่ๆ โกรธเข้าไปวิเซิ้ล ิ้มเที่กำลังเดือดได้ที่ัวเองไว้ว่า "ก็จริง เ่อสู้ใส่เขาาไปในกระเป๋ากางเกง เตรียมพร้อมทุกเวลาถ้าอีกฝ่ายอยาเพราะถึงนายจะสู้กับฉันยังไง นายก็เสกคาถาผิดอยู่ดี”


และนั่นก็ทำให้อีกฝ่ายดิ้นพล่านกว่าเดิม พ่วงด้วยดวงตาถมึงทึงจากพอตเตอร์ที่มองมา


“ปล่อยฉันแฮร์รี่!” วีสลีย์ตะคอก มองเขาอย่างกินเลือดกินเนื้อ “ฉันแน่ใจว่าฉันสาปแกได้แน่มัลฟอย คิดว่าไม่มีบอดี้การ์ดสองคนนั่น แกยังกล้าปากเก่งไปถึงไหนกัน!


แต่ฉันแน่ใจว่าในสมองของฉันมีไหวพริบดีกว่าแกแน่—เดรโกกระโดดลงมาจากกิ่งไม้ที่ใช้นอน ความหนาวเย็นหายไปหมดแล้ว ในอกของเขายังรู้สึกกลวงโบ๋จากความเบื่อหน่ายที่ต้องเจอในแต่ละวัน


“เก่งให้ได้อย่างที่ปากว่าก็แล้วกัน วีเซิ้ล” ดวงตาสีเทาเหลือบมองไปยังอีกคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามตัวเอง “หรือคุณพระเอกอยากจะเข้ามารุมฉันด้วยพร้อมเพื่อนแสนดีของนายกันล่ะ?”


“หยุดพูดเถอะ มัลฟอย”


เดรโกมองตอบความโกรธของอีกฝ่าย ในอกของเขามันกลวงโบ๋ไปเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าสิ่งที่พอตเตอร์แสดงออกมากำลังมองว่าเขาเป็นคนผิดอยู่ฝ่ายเดียว


รอน วีสลีย์ต่างหากที่เป็นคนหาเรื่อง...แต่ทุกครั้งที่มัลฟอยตอบรับคำขอ มันจะกลับตารปัฏว่าเขาเป็นคนเริ่มทุกครั้งไป


เดรโกหยิบไม้กายสิทธิ์ของตัวเองออกมา ปลายนิ้วของเขาเย็นเฉียบ


เรื่องนี้คงจบไม่สวยเท่าไรแน่ๆ


และลำแสงก็ถูกปล่อยออกจากปลายไม้กายสิทธิ์ของฝั่งตรงข้ามก่อนเป็นอย่างแรก เดรโกปัดออกอย่างง่ายดาย มองเศษพลังอันน้อยนิดที่ไม่สะเทือนแม้แต่ผิวหนังตัวเองด้วยดวงตาว่างเปล่า เขาปกปิดใบหน้าของตัวเองไว้ใต้ผมสีซีดที่เริ่มยาว บดบังออกจากสายตาจับผิดสีเขียวที่จับจ้องที่ตนเองทุกวินาที


รอน วีสลีย์ช่างน่าผิดหวังจริงๆ


และเดรโกเกลียดสายตาจับผิดของแฮร์รี่ พอตเตอร์

 

 





“คุณมัลฟอยครับ เรามีคนไข้ฉุกเฉิน”


เดรโกเงยหน้าขึ้นจากงานเอกสาร โดวอนกระหืบกระหอบเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด “อุบัติเหตุ บาดแผลฉกรรจ์ เรายังไม่ได้ตรวจสอบว่ามีคาถาปะปนมาด้วยหรือเปล่า ตอนนี้ผู้บำบัดคนอื่นไม่ว่างหมดเลยครับ”


ชายหนุ่มลุกพรวดทันที “บาดแผลร้ายแรงแค่ไหน” เขาก้าวออกจากห้องรวดเร็ว


“แขนหักกับกระดูกซี่โครงร้าว...คิดว่านะครับ แต่ไม่มีใครปฐมพยาบาลก่อนนำมาส่งที่นี่”


“ติดต่อคุณมูนส์ด่วน ฉันจะปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้” เดรโกตรงไปที่แผนกฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว “ขอทราบสาเหตุ”


“อุบัติเหตุระหว่างซ้อมคัดเลือกทีมควิทดิชครับ ตอนนี้คนเห็นเหตุการณ์ยังช็อคอยู่ เรากำลังหาทางติดต่อญาติของเธอ”


เดรโกขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่คิดว่าแค่การคัดเลือกตัวนักกีฬาจะต้องบาดเจ็บร้ายแรงขนาดนี้นะ ที่สำคัญคือแพทย์สนามที่บกพร่องในหน้าที่ เลินเล่อประมาทกันเสียจริง


ชายหนุ่มเดินเข้ามา เขาเห็นนักควิทดิชมากมายที่มาส่งเธอ ทุกคนจับจ้องที่เขาด้วยความไม่แน่ใจและเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง เดรโกเดินผ่านเข้าไปจนกระทั่งเห็นว่าใครที่เป็นคนบาดเจ็บ


“จินนี่ วีสลีย์...”


หล่อนนอนคู้ตัวอย่างน่าสงสาร ลืมตามองเขาด้วยใบหน้าขาวซีดและหวาดกลัว “มัลฟอย? นายเป็นผู้บำบัด?”


เดรโกเมินคำถามที่เหมือนอาการละเมินของหญิงสาว โดวอนตามเขาเข้ามาด้วย เดรโกไม่ลืมที่จะสั่งไปว่า “ไล่คนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปให้หมด และติดต่อแฮร์รี่ พอตเตอร์ว่าแฟนเขาประสบอุบัติเหตุ”


ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวที่กำลังเจ็บปวด เริ่มลงมือตรวจจุดที่บาดเจ็บทันทีด้วยอาการหงุดหงิด


เขาเกลียดสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แฮร์รี่ พอตเตอร์กำลังทำให้แผนของเขาพังลงเรื่อยๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 119 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

370 ความคิดเห็น

  1. #343 WxxN (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 19:40
    แง สงสารน้องมาก ทำไมพอตเตอร์ไม่ดูบ้างคะว่าเพื่อนตัวเองเริ่มก่อน ;-;
    #343
    0
  2. #339 didijupiter (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 01:55
    ใช่555555 เอาจริงรอนก็สกิลปากพอๆกับเดรโกเลย หัวร้อนง่ายกว่าด้วย
    #339
    0
  3. #182 earnnaruk (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 23:15
    สงสารเดรโก..
    #182
    0
  4. #43 Hayeon22 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:01
    อ่านแล้วโมโหตามน้อง.. แผนน้องก็อยู่ส่วนน้องใช่มะ.. แต่นี่จินนี่ยังมาเจ็บอีก.. มาได้ยังไง.. คือถ้าไม่มีจินนี่แฮร์รี่ก็จะเอาเวลาทั้งหมดไปปกป้องน้องเดรกได้... นี่ต้องแบ่งเวลาไปดูแลจินนี่อีก... เดาทางยากละเกิน5555แต่ชอบมากค่ะ.. สู้ๆน้า
    #43
    1
    • #43-1 Tiaros(จากตอนที่ 7)
      16 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:48
      เรื่องทุกเรื่องไม่เคยอยู่ในเเผนอยู่เเล้วค่ะ งานนี้เดรโกเจองานหนักเเล้ว
      #43-1
  5. #41 Yoseop~Ah :) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:45
    คือคิดว่าแฮรี่น่าจะจับอะไรบางอย่างจากหนูเดรกได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วมั้ยอ่ะ คิดว่านะ เพราะดูนางช่างสังเกตเหลือเกินนน จินนี่บาดเจ็บอีกนี่ก็บังเอิญจังเลยยเพราะหนูเดรกจำต้องรับเคสนาง5555 อยากรู้ว่าแผนของหนูเดรกจะเป็นยังไงต่อไป รอติดตามนะคะ สู้ๆค่ะ
    #41
    0
  6. #40 Hydran (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:35
    อืม ฉากบนต้นไม้นี้คือ

    แฮรี่ส่งสัยนิสัยจริงๆเดรโกรแล้วอะ คือแฮรี่มันไหวพริบดี น่าจะเอะใจมานาน ละคือเก็บๆไว้เพราะเวลาผ่านไปนานแล้ว จนมาเจออีก

    ไอประโยคนายยังเหมือนเดิมนี้คิดว่าพูดช่วงตรงต้นไม้นั้นอะ
    #40
    1
    • #40-1 Tiaros(จากตอนที่ 7)
      13 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:13
      ถูกต้องค่ะ
      #40-1
  7. #39 Mamorudes (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:43

    ปล่อยพวกนั้นบ้าแสดงความรักกันไปลูก อย่าไปสนใจมันนนนน//กอดปลอบนุ้งมังกร

    #39
    1
    • #39-1 Tiaros(จากตอนที่ 7)
      13 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:14
      โอ้ยยย ใจเย็นๆ ค่ะ!
      #39-1
  8. #38 Se... the secret (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:15

    ไม่รู้ทำไมเรารู้สึกอ่านไม่จุใจเลยอยากได้มากกว่านี้ #คนโลภ

    แฮร์รี่น่าจะจับสังเกตตอนนั้นได้แฮะดูจากคำพูดและการกระทำเจ้าตัว ว่าแต่จินนี่ไปคัดตัวอีท่าไหนกลายเป็นแบบนี้ล่ะหนู
    #38
    1
    • #38-1 Tiaros(จากตอนที่ 7)
      13 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:15
      สายโลภก็มา//ฮา
      ส่วนจินนี่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ค่ะ
      #38-1