Fic Harry potter : Traitor END

ตอนที่ 6 : 06 จุดอ่อนที่น่าหงุดหงิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,048
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 131 ครั้ง
    1 ก.พ. 62

06 จุดอ่อนที่น่าหงุดหงิด

 


มีไม่กี่อย่างที่แฮร์รี่คิดว่าเขาจะมีวันทำในชีวิตของตัวเอง—หนึ่งในนั้นคือการมานั่งรอเดรโก มัลฟอยเลิกงานและตามหมอนี่กลับบ้าน


หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับมัลฟอย แฮร์รี่คิดว่าเขาจะไม่มีวันทำเด็ดขาด...ตอนนี้เขากำลังทำมันอยู่


เทเรียสมองเขาด้วยความแปลกใจ แต่เจ้าเด็กใหม่คนนี้ไม่รู้ลึกตื้นหนาบางขนาดที่จะรู้ว่าพวกเขาสองคนไม่ได้เป็นเพื่อนสนิท นั่นเป็นข้อได้เปรียบที่เขาใช้มาอ้างเป็นอภิสิทธิ์ในการตามติดคุณชายเอาแต่ใจคนนี้โดยไม่มีใครคิดติดใจอะไร


แฮร์รี่ใช้ให้อีกฝ่ายไปเดินเรื่องตามสืบข้อมูลของคดีผู้เสพความตายถูกลอบฆ่าแทน งานสะกดรอยเหมาะที่จะทำคนเดียวมากกว่าสองคน และเขาคิดว่าเทเรียสต้องการเวลาฝึกฝนตัวเองตามลำพัง


เรื่องของไมอากับแจ็คสันยังคงเป็นความลับกับหน่วยอื่นๆ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงจะตามสืบยากไปหน่อย แต่เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหลไปถึงหูศัตรู แฮร์รี่จำเป็นต้องปิดเรื่องนี้ให้ได้มากที่สุด ดังนั้นเป้าความสนใจของพวกมือปราบมารยังคงเพ่งเล็งมายังมัลฟอยไม่เปลี่ยน


และถ้าจะให้บอกว่าต้องตามสืบเรื่องของใครเพิ่มเติม เรื่องของพี่น้องมูนส์ก็ดูน่าสงสัยไม่น้อยไปกว่ากัน


“ยิ่งนายเป็นจุดสนใจมากเท่าไร ลอว์เซอร์เรียสก็ขยับตัวได้ยากเท่านั้น”


มัลฟอยหน้าหงิกทันที “นายกำลังคุมความประพฤติฉันอยู่หรือไงพอตเตอร์?”


“ถ้าไม่จำเป็นฉันไม่ทำหรอก” แฮร์รี่ขมวดคิ้วด้วยความไม่ชอบใจ “แล้วเรื่องของคุณมูนส์ นายรู้...”


รู้อะไรเกี่ยวกับหล่อนบ้างหรือเปล่า?—แต่เขาก็ต้องหยุดตัวเองเอาไว้ก่อน เขาไม่แน่ใจว่ามัลฟอยจะตอบตามความจริงหรือเปล่าถ้าเขาเผลอถามอะไรออกไป ถ้าเกิดว่าหมอนี่มีส่วนรู้เห็นเรื่องที่ไดอา มูนส์ตัวจริงตายไปแล้วก็ไม่มีอะไรมารับประกันเลยว่ามัลฟอยจะไม่พลิกลิ้นเพื่อสร้างข้อมูลเท็จขึ้นมา


คำตอบคือ เขาไม่ไว้ใจว่ามัลฟอยจะพูดความจริงกับเขา


“ไม่มีอะไร...” แฮร์รี่บอกปัด “วันนี้นายกลับวิลเชียร์หรือเปล่า?”


แต่เกินคาดที่มัลฟอยส่ายหัวปฏิเสธ “ฉันจะกลับบ้าน”


และแฮร์รี่ก็พึ่งมารู้ว่าบ้านที่มัลฟอยพูดถึงนั้นหมายถึงอพาร์ทเมนต์ที่อยู่ใจกลางกรุงลอนดอนที่พลุกพล่านไปด้วยเหล่ามักเกิ้ล


ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สุดยอดแล้วล่ะก็ บางทีมัลฟอยคงเป็นหนึ่งในนั้น—หมอนี่กำลังทำให้เขาอึ้ง


มัลฟอยที่ไม่แสดงท่าทีรังเกียจต่อคนที่ต่ำกว่า ไม่ทำท่ารังเกียจทุกอย่างที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นจากวิทยาศาสตร์ และไม่แต่งตัวเหมือนพ่อมดแม่มดคนอื่นๆ อีกแล้ว ถ้าแฮร์รี่จะสังเกตสักนิดล่ะก็ เขาน่าจะรู้ตัวตั้งแต่ที่เห็นมัลฟอยชอบใส่เชิ้ตสีสะอาดทับด้วยโอเวอร์โค้ทสีดำที่เหมือนปีนี้ทั้งปีถูกปกคลุมด้วยฤดูหนาวแล้ว


แต่ก็นั่นแหละ มันคือเรื่องรองที่เขาพึ่งมาสังเกตเห็น


“กลับไปได้แล้วพอตเตอร์”


แฮร์รี่กระพริบตา ครู่ต่อมาเขาถึงรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคุยกับตัวเอง พวกเขากำลังเดินมาหยุดอยู่ที่ป้ายบัสที่ร้างผู้คน ตรงนี้เป็นป้ายที่ถูกทิ้งร้างมานานและเริ่มมีข่าวลือแปลกๆ จนคนทั่วไปไม่กล้าเสี่ยงจะมายืนรอที่นี่คนเดียว


“นายไม่ได้จะกลับบ้านเหรอ?”


“ฉันมีวิธีที่จะกลับบ้านโดยไม่มีใครสะกดรอยตามฉันมาได้” อีกฝ่ายหรี่ตา “รวมถึงนายด้วย”


มันเป็นการไล่กรายๆ ที่แฮร์รี่ได้แต่ต้องยกมือขึ้นเกาท้ายทอย แม้เขาจะอยากรู้แค่ไหนว่าหมอนี่กลับบ้านจริงๆ หรือเปล่าก็คงจะทำไม่ได้ เหมือนกับตอนที่เขาคิดจะสอบปากคำมัลฟอยแล้วได้แต่คว้าน้ำเหลว


ทุกอย่างจะสูญเปล่าตราบเท่าที่มัลฟอยอยากให้เป็น—แฮร์รี่รู้สึกอย่างนั้นเมื่อเขารับรู้ถึงกำแพงสูงใหญ่ที่ตั้งอยู่ระหว่างพวกเขาทั้งสอง


มัลฟอยเปลี่ยนไปมาก...มากเสียจนเขาคิดไม่ออกแล้วว่าอะไรทำให้คนที่เอาแต่ปากมากและถืออำนาจเป็นใหญ่กลายมาเป็นคนลึกลับและปกปิดอะไรมากมายอย่างตอนนี้ แฮร์รี่กลัวว่าหากเขาก้าวพลาดไปเพียงก้าวเดียวก็อาจจะทำให้ความไว้เนื้อเชื่อใจที่มีอยู่น้อยนิดนี่หมดไปได้


ดังนั้นเขาไม่ควรทำอะไรผลีผลาม


“ได้...” ชายหนุ่มยอมถอยแต่โดยดี “แล้วพรุ่งนี้ฉันจะไปหาใหม่”


แต่ผิดจากที่คิดนิดหน่อย แฮร์รี่มองดูมัลฟอยที่กำลังครุ่นคิด อีกฝ่ายก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วส่ายหัว “ไม่จำเป็น” อีกฝ่ายว่าแบบนั้นด้วยเสียงแผ่วเบา “พรุ่งนี้ฉันไม่มีเวร นายไม่จำเป็นต้องมา—กลับไปทำงานของนายซะเถอะ”


นั่นหมายความได้อย่างเดียวสำหรับแฮร์รี่ พอตเตอร์


ไสหัวไปซะ

 

 




เดรโกเคยสงสัยว่าที่ตัวเองทำอยู่นี่เพื่ออะไร


เด็กหนุ่มเห็นดัมเบิ้ลดอร์กำลังพาพอตเตอร์ออกไปจากการแข่งขัน เขาได้ยินเสียงของนักเรียนคนอื่นๆ กรีดร้องกับศพของเซดริก ดิกอรี่ที่กำลังถูกคนของกระทรวงกั้นฉาก เพียงแต่มันช้ากว่าสายตาของคนจำนวนมากที่เห็น


โช แชงจากเรเวนคลอน้ำตานองหน้าอย่างใจสลาย แม้แต่แพนซี่หรือเบลสเองก็หน้าซีดไปตามๆ กัน


นี่เป็นสัญญาณ


เด็กหนุ่มปลีกตัวออกมารวดเร็วเกินกว่าใครจะสังเกตเห็น ใช้เวลาครึ่งค่อนคืนไปกับการหมกตัวอยู่กับตัวเอง คอยฟังคำพูดแสดงความเสียใจจากทุกสารทิศที่กล่าวถึงรุ่นพี่หนุ่มบ้านฮัพเฟิลพัฟ และคำกล่าวขวัญถึงบุคคลที่พอตเตอร์คอยเพ้อพกมาตลอดทั้งเทอมด้วยความหวาดกลัว


น่าสมเพชกันเหลือเกิน


เดรโกเดินผ่านกลุ่มรุ่นน้องกริฟฟินดอร์ น้ำเสียงที่หลุดออกมาจากลำคอเต็มไปด้วยถ้อยคำเสียดสีและถากถาง เขามองตอบสายตารังเกียจที่ส่งมาด้วยความท้าทาย แครบกับกลอยย์ตัวใหญ่พอที่จะข่มขวัญใครก็ตามที่ไม่ใช่พวกปีเดียวกันให้ไม่กล้าเข้ามายุ่งกับเขาได้


เขาได้ยินเสียงโวยวายอย่างเป็นห่วงนักหนาของวีสลีย์ มันดังมาแต่ไกลควบคู่ไปกับคำห้ามปราบของเด็กสาวที่คุ้นเคยกันดี เดรโกเดินแยกออกมาจากเส้นทางนั้น สั่งแครบกับกลอยย์ทางสายตาให้กลับไปก่อน


เดรโกร่ายคาถาใส่ตัวเอง พรางตาจากการรับรู้ของทุกคนก่อนจะเดินกลับมาที่โถงทางหลักตามเดิม


รอน วีสลีย์ยังคงโวยวายไม่หยุดเกี่ยวกับเพื่อนผู้โด่งดังของตัวเอง นั่นทำให้เดรโกชักสีหน้าตลอดเวลาที่ต้องเดินตามสองคนนี้ไปจนถึงหน้าห้องอาจารย์ใหญ่


“เธอคิดว่าพวกเขาจะว่าไหมถ้าพวกเราเข้าไปในนั้นด้วย” เด็กหนุ่มผมแดงถาม จับน้ำเสียงเป็นห่วงปนอยากรู้ได้อย่างชัดเจน “ฉันหมายความว่า ฉันอยากรู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกับแฮร์รี่บ้าง”


สอดไม่เข้าเรื่อง—เดรโกคิดขณะนั่งอยู่บนขอบหน้าต่าง ละสายตาออกมาจากสองคนนั้นที่กำลังจะเดินไปมาหน้าห้องอย่างเปล่าประโยชน์ จวบจนกระทั่งเวลาเคอร์ฟิวส์มาถึง


ฟิลล์คงใกล้ออกมาเดินแล้ว เดรโกมองสองคนที่ยังไม่มีท่าทีจะกลับไปสักทีด้วยความหงุดหงิด


เด็กหนุ่มชักไม้กายสิทธิ์ออกมาอีกรอบ โบกรอบหนึ่งสร้างเสียงเสียดแหลมไปทั่วทั้งทางเดินที่เงียบสงบ วีสลีย์เป็นคนแรกที่ร้องอุทานขึ้นมาอย่างตกใจ


“มีคนแกล้ง” เฮอร์ไมโอนีว่าเสียงครุ่นคิด “เราต้องรีบไปจากที่นี่ก่อน รอน ฟิลล์ต้องมาที่นี่แน่”


“แต่แฮร์รี่...”


“โรนัลล์”


ใช่ รีบไปซะ—เดรโกแสยะยิ้มจืดชืดไร้อารมณ์ ในที่สุดตัวเกะกะก็ออกไปสักที


เด็กหนุ่มลุกออกมาจากขอบหน้าต่าง โบกไม้อีกทีเพื่อเป็นสัญญาณถึงคนที่ยังคงอยู่ด้านในห้องอาจารย์ใหญ่นั่นให้รู้ตัว


ประตูถูกแง้มเปิดออกมาเพียงพอที่จะให้คนแอบลอดเข้าไปด้านใน เดรโกเห็นว่าดัมเบิ้ลดอร์ยังคงพูดบางอย่างกับพอตเตอร์อยู่แต่ก็ใกล้จะจบลงทุกที


เขาเดินเข้าไปใกล้ มองใบหน้าด้านข้างของเด็กชายผู้รอดชีวิตที่ยังคงมีหลากหลายอารมณ์อยู่บนใบหน้า


กำลังคิดอะไรอยู่—เดรโกพยายามอ่านสีหน้าของอีกฝ่ายให้ออก ไม่ใช่หมายถึงอารมณ์ แต่เป็นความรู้สึก


ดวงตาของพอตเตอร์เป็นสีเขียว เดรโกสังเกตว่าตอนอีกฝ่ายอารมณ์ดีและอยู่กับเพื่อนมันจะเป็นสีเขียวสดใส เต็มไปด้วยประกายแห่งชีวิต


ส่วนในเวลานี้ เดรโกเห็นว่ามันเป็นสีเขียวที่หม่นแสงที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา—อาจจะมากกว่าที่ใช้มองเขาเสียด้วยซ้ำ


นั่นอาจเป็นเพราะดิกกอรี่ตาย หรืออาจจะมาจากสาเหตุที่จู่ๆ อีกฝ่ายก็หายตัวไปดื้อๆ กลางการแข่งขัน


อย่างไรก็แล้วแต่ เดรโกค้นพบว่าพอตเตอร์ในตอนนี้กำลังทำให้เขาหงุดหงิด


“เธอคงอยากไปพักแล้ว” ดัมเบิ้ลดอร์เริ่มขึ้นด้วยเสียงอ่อนโยน แตะไหล่ทั้งสองข้างของคนมอมแมมด้วยความเป็นห่วง “กลับไปพักจนกว่าจะมีแรงขึ้นมา แล้ววันพรุ่งนี้เราจะไปส่งคุณดิกกอรี่ด้วยกัน”


แต่คนตายไม่มีวันรู้สึก—แม้เดรโกอยากจะพูดแบบนั้นออกไป เขาก็รู้ตัวว่ามันช่างไร้ประโยชน์ ตอนนี้ไม่มีใครมองเห็นเขา พอตเตอร์เพียงพยักหน้าอย่างเหม่อลอยแล้วหันหลังเตรียมจะออกไปจากห้อง


จังหวะนั้นที่อีกฝ่ายเผลอหันใบหน้ามาทางที่เขายืนอยู่พอดี วูบหนึ่งที่เดรโกอยากจะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังสบตากับตัวเองอยู่


แต่ก็แค่เสี้ยววิก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินออกไปจากห้อง เสียงงับประตูแผ่วเบาก่อนที่ทุกอย่างจะกลับคืนสู่ความจริง


“เท่านี้ก็เหลือแค่พวกเราแล้ว”


เดรโกจำไม่ได้ว่าใครที่พูดขึ้นมาอย่างนั้น เด็กหนุ่มโบกไม้กายสิทธิ์อีกรอบก่อนที่ร่างของตัวเองจะปรากฏตัวต่อหน้าคนอื่นๆ ที่ไม่ได้แสดงท่าทางตกใจออกมา


เด็กหนุ่มกวาดตามองทุกคน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ชายชราที่ยิ้มคงยิ้มอ่อนโยนไม่เปลี่ยนแปลง


ทุกคนในนี้ล้วนคือภาคีนกฟีนิกซ์


“งั้นเรามาเริ่มงานกันเลยดีกว่า”

 

 

 



“เธอกำลังอารมณ์ไม่ดี” น้ำเสียงสุขุมของคิงสลีย์เหมือนจะกลายเป็นน้ำคำเยาะเย้ย ใบหน้านิ่งๆ ของอีกฝ่ายอยู่อีกฝั่งของเปลวไฟสีเขียว


“เรื่องปกติ” เดรโกเลือกที่จะปัดตกเรื่องน่ารำคาญออกไปให้หมด ทำเหมือนว่าที่ตัวเองหงุดหงิดอยู่ตอนนี้เป็นเพราะความร้อนของไฟในเตาผิงที่ตัวเองกำลังเอาหน้ามุดเข้าไป “เข้าเรื่องสักที ผมไม่อยากเสียเวลาพักผ่อนกับความท่ามากของคุณ”


คิงสลีย์คล้ายจะส่งเสียงหัวเราะ แต่ก็ไม่ อีกฝ่ายยังคงนิ่งและไม่ได้เป็นอย่างที่เดรโกว่ามาจริงๆ


“คุณปล่อยให้ลอว์เซอร์เรียสเข้ามาอยู่ในกรม ไม่คิดว่ามันหละหลวมเกินไปหน่อยเหรอ?” เดรโกว่าด้วยเสียงไม่พอใจ “แบบนี้ผมจะแน่ใจได้ยังไงว่าในกรมจะปลอดภัยกว่าที่เป็นอยู่”


“เราไม่รู้เลยจริงๆ ฉันเสียใจเดรโก” ชายหนุ่มผิวเข้มว่าเสียงเศร้า “เรื่องนี้ฉันอาจจะมีอำนาจมากแต่ไม่ได้มีสิทธิ์เด็ดขาดในการตัดสินใจ เพราะแบบนี้ไงถึงไม่อยากให้เธอติดต่อใครทั้งนั้นตอนสืบเรื่องของสองพี่น้องฮัตสัน”


เดรโกอยากจะถอนหายใจออกมาหนักๆ ในหัวเขาคล้ายจะมีเสียงอื้ออึงอยู่ตลอดเวลาและมันเป็นเสียงที่เขาไม่ควรพูดออกมา


พวกแกมันเห็นแก่ตัว


“ผมแน่ใจแล้วว่าอะไรที่พวกมันอยากได้จากผม” ผู้บำบัดหนุ่มว่า “นาฬิกาย้อนเวลาอีกเครื่องที่ไม่ถูกเก็บรักษาไว้ที่กระทรวงเป็นสมบัติของมัลฟอยอย่างถูกต้อง แต่ผมแค่ไม่รู้ว่าทำไมพวกนั้นถึงอยากตามฆ่าผมด้วย”


“ถ้าไม่นับที่ว่าเธอเป็นคนเดียวที่รู้ที่ซ่อนของนาฬิกา เราสันนิษฐานได้เป็นอย่างเดียวว่าพวกนั้นรู้แล้วว่าครอบครัวของเธอเป็นนกสองหัวมาตั้งแต่ต้น”


เดรโกเหมือนได้ยินเสียงกระดูกมือของตัวเองบดเข้าด้วยกัน มันควรจะรู้สึกเจ็บเพราะเล็บกำลังทิ่มแทงลงไปในเนื้อฝ่ามือ แต่เขากลับไม่รู้สึกอะไรสักอย่าง


มันแทบจะด้านชาไปทั้งหมดแล้ว


“นั่นก็ฟังดูสมเหตุสมผลดี คุณชักเคิ้ลโบลต์” เดรโกว่าเสียงเรียบ ไม่ได้ตกใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายว่ามาแต่อย่างใด “แต่มันจะได้อะไรขึ้นมาในเมื่อภาคีถูกยุบไปตั้งแต่ที่จอมมารตาย ที่ผมทำงานให้คุณอยู่ตอนนี้ก็เป็นงานสุดท้ายแล้วเท่านั้นเอง”


คิงสลีย์มีท่าทางครุ่นคิด แต่ก็ไม่นานก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดขึ้นมาว่า “เธออย่าลืมว่าพ่อของเธอ—ลูเซียสช่วยเราไว้มากแค่ไหน และเธอทำอะไรลงไปในตอนท้ายของสงคราม”


เดรโกกำหมัดแน่น—เขาไม่อยากได้ยินมัน


“เธอมอบไม้ของเธอให้แฮร์รี่ต่อหน้าต่อตาผู้เสพความตายทั้งหมด—จำได้หรือเปล่า?”


เดรโกเตรียมจะชักใบหน้าออกมาจากเปลวเพลิงแล้ว หากคิงสลีย์ไม่พูดต่อขึ้นมาทันทีว่า “มันเป็นการประกาศอย่างชัดเจนว่าเธอเลือกใคร—เดรโก เงาไม่เคยก้าวไปอยู่ในที่สว่าง แต่เธอทำแบบนั้น...และนั่นทำให้เธอพลาดตกเป็นเป้าหมายมากกว่าที่เธอคิด”


“เรื่องมันผ่านมาหลายปีแล้ว”


“ความแค้นคือนิรันดร์ เดรโก” ชายหนุ่มว่า “เช่นเดียวกับความรัก เวลาไม่เคยทำให้พวกมันตาย—เธอต้องระวังตัว”


นั่นทำให้เดรโกอารมณ์ไม่ดี


เรื่องไหนที่เกี่ยวกับสงครามมักทำให้เดรโก มัลฟอยหงุดหงิดได้เสมอ


“ไว้จะติดต่อไปใหม่ถ้าได้เบาะแสอะไรเกี่ยวกับฮัตสันเพิ่ม” หมดธุระที่เขาจะต้องเสวนากับอีกฝ่ายแล้ว


เพียงแต่เป็นอีกครั้งที่คิงสลีย์เรียกเขาไว้ก่อนที่เดรโกจะตัดการสื่อสาร ชายหนุ่มเงียบรอให้อีกฝ่ายพูดอย่างรอคอย ชักเคิลโบลต์ไม่เคยพูดอะไรที่เข้าหูเขาเลยสักเรื่อง รวมถึงเรื่องนี้ด้วย


“อย่าให้ศัตรูจับได้ว่าจุดอ่อนของเธอคืออะไร”


เหมือนร่างทั้งร่างจะกระตุกขึ้นมาเพราะคำๆ นั้น เดรโกก้มหน้านิ่งและไม่ตอบโต้


คิงสลีย์ย้ำอีกรอบว่า “ทางที่ดีอย่าติดต่อกับแฮร์รี่จะดีที่สุด เพราะเขาเป็น--”


ชายหนุ่มชักใบหน้าออกมาจากเปลวเพลิงก่อนที่ถ้อยคำสุดท้ายจะเอ่ยออกมาจนจบ หากไม่กลัวว่าจะทำบ้านเละเทะเดรโกคงปัดเศษขี้เถ้าทิ้งเพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิดไปแล้ว


เขาเกลียดสิ่งที่ตอกย้ำกับตัวเอง คิงสลีย์รู้เรื่องนี้ดีและเขาเกลียดมัน


เพราะไม่ว่าเมื่อไร แฮร์รี่ พอตเตอร์ก็เป็นจุดอ่อนของเขามาตลอด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 131 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

370 ความคิดเห็น

  1. #229 N เอ็น (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 01:24
    งุ้ยยยยย
    #229
    0
  2. #197 Malika1 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 09:02
    ว๊ากกก จุดอ่อนของฉันมันอยู่ตรงที่หัวใจจจจจจจจ ว๊ากๆๆๆๆๆๆ
    #197
    0
  3. #181 earnnaruk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 23:02
    หนูลูกแงงง
    #181
    0
  4. #42 Yoseop~Ah :) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:06
    แง้ๆๆๆๆ เราอ่านข้ามตอนจ้าาา โอ้ยยยยยแอพไม่เเจ้งเตือนเราหง่าา เเง้ๆ เรามาเหนอีกทีคือไรท์อัพตอนนู้นอ่ะ ของตอนนี้ไม่เห็นน คือพออ่านมาถึงตอนที่คิงลีย์พูดกะหนูเดรกเรื่องแฮร์รี่นี่สะดุ้งเลยย นางเป็นจุดอ่อนของหนูเดรกมาตั้งแต่เเรก หนูเดรกก็เป็นสปายมาตั้งแต่แรก! คุณพระ!! เรื่องสั้นของไรท์เรื่องนั้นสว่างวาบมาในหัวเราเลยจ้าาา โอ้ม่ายยย!!
    #42
    2
    • #42-1 Tiaros(จากตอนที่ 6)
      16 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:09
      อั่ยย่ะ! ทำไมมีเเต่คนถามหาเรื่องสั้นเรื่องนั้นของเราล่ะคะเนี่ย! //หรืออยากให้จบเเบบนั้นจริงๆ เอ่ย?
      #42-1
  5. #37 Hayeon22 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:56
    ลุ้นมากกกกก... มาถึงจุดนี้แล้ว.. จุดที่คิดอีกแบบคือน้องเดรกส่งไม่ให้พอตเตอร์จริง... ละน้องก็อาจจะกลายเป็นเป้าหมายความเเค้นของผู้เสพความตายที่ยังพักดีต่อศาสตร์มืดอยู่...อู้ววววว....ติดตามต่ออยู่เน้อ555
    #37
    1
    • #37-1 Tiaros(จากตอนที่ 6)
      8 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:12
      คงต้องลุ้นต่อเเล้วล่ะค่ะว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้
      #37-1
  6. #31 Mamorudes (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:00

    ไรท์—— ทำไมเรานึกถึงฟิคสั้นเรื่องนั้นนนนน55555555//หัวเราะทั้งนั้มตา

    #31
    1
    • #31-1 Tiaros(จากตอนที่ 6)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:54
      อะไรรรรร๊ คิดมากค่ะคิดมาก!
      #31-1
  7. #30 Maerd_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:55
    มาสั้นๆง่ายๆ! ก็คือรักเดียวใจเดียวมาตั้งแต่แรกแล้วนะฮะ นายเอกของเรา(ฮา)
    ในที่สุดเดรกของเราก็มีบทบรรยายแล้ววว ได้รับค่าตัวซักทีนะ555
    ชอบที่ย้อนไปผูกเรื่องตั้งแต่อดีตมากเลยค่ะ ดูลึกลับน่าติดตามมากค่ะ
    #รอตอนต่อไปนะคะ!
    #30
    1
    • #30-1 Tiaros(จากตอนที่ 6)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:54
      นายเอกรักมั่นคงค่ะ!
      #30-1
  8. #29 Way-down-we-go (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:08
    เฮ้ยยย คือมัลฟอยแคร์ความรู้สึกของแฮรี่มาแต่ต้น!!! ชอบภาษาไรต์มากๆค่ะ เยิฟๆ
    #29
    1
    • #29-1 Tiaros(จากตอนที่ 6)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:55
      มัลฟอยคนปากหนัก
      #29-1