Fic Harry potter : Traitor END

ตอนที่ 37 : 36 ความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 627
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    13 ก.พ. 63

36 ความจริง

 

ทุกอย่างเริ่มขึ้นเร็วมาก และเป็นครั้งแรกที่เดรโกเห็นพอตเตอร์เคลื่อนไหวได้เร็วขนาดนี้ โดยที่ไม่ใช่อยู่บนไม้กวาด เขามองคนสองคนที่เข้าโรมรันกันโดยใช้ความรวดเร็วทางคาถาและเข้าต่อสู้ด้วยร่างกาย

เอ็กส์เปลิอามัสแทบไร้ประโยชน์ในเมื่อพอตเตอร์อาศัยข้อได้เปรียบอย่างอื่นเข้าปลดอาวุธแบบมักเกิ้ลเข้าโจมตีแจ็กสันทุกทาง

เดรโกไม่เคยชินกับการใช้กำลังของพวกมักเกิ้ล แต่เขาก็พอมองออกว่าแจ็กสันไม่ได้เชี่ยวชาญการใช้กำลังเท่าพอตเตอร์ที่เริ่มรุกจากทุกทางแล้วกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบ

เดรโกยืนมองอยู่นอกวง และไม่นานแจ็กสันก็พลาดท่าเข้าจริงๆ 

 

พลั่ก!

 

ได้ยินเสียงหมัดของเด็กอายุสิบหกเสยเข้าใส่คางฝ่ายตรงข้ามจนล้มลงไปกับพื้น

เดรโกไม่ลังเลเลยที่จะใช้จังหวะนั้นยึดไม้กายสิทธิ์ของแจ็กสันซะ “เอ็กส์เปลิอามัส!”

พอตเตอร์ชี้ปลายไม้ฮอลลี่ไปที่อีกฝ่าย “อย่าขยับ” ว่าเสียงแข็งอย่างข่มขู่ “บอกมา โวลเดอร์มอร์อยู่ไหน?”

เดรโกเดินมาอยู่ข้างเขา แจ็กสันไม่เคยใช่ตัวปัญหาใหญ่มาตั้งแต่แรก หมอนี่มันก็แค่เข้ามาป่วนให้เรื่องมันเลวแรงลงกว่าเก่า ที่พวกเขาต้องกำจัดจริงๆ ยังไงก็ยังคงเป็นจอมมารที่ตอนนี้ไม่เห็นแม้แต่เงา

แต่แทนที่แจ็กสันจะแสดงความแค้นเคือง ความโกรธเกลียดออกมาเหมือนตอนที่คิดจะไล่ฆ่าเดรโก อีกฝ่ายกลับเริ่มหัวเราะ

“มีอะไรน่าขำ?” 

เดรโกเอื้อมมือมาจับแขนของอีกฝ่ายไว้ให้ยั้งแรง เขาเห็นว่าพอตเตอร์โกรธขนาดไหน อีกฝ่ายกำไม้จนสั่นเทา เดรโกคาดเดาความคิดในหัวอีกฝ่ายไม่ได้เลยสักนิด

“ขำแกไง พอตเตอร์—เฮ้อ...เป็นมือปราบอยู่แบบนั้นดีๆ แล้วปล่อยให้ฉันฆ่ามัลฟอยซะ เรื่องก็คงไม่ยุ่งยากมาถึงขั้นนี้หรอ...แกอยู่แบบนั้นก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องจู่ๆ สะเออะมาอยากรู้เรื่องของไอ้เด็กนี่ขึ้นมาก็คงสบายกว่านี้” 

แจ็กสันหัวเราะไม่หยุด

“แกจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำถึงความแตกต่างระหว่างปัจจุบันที่เป็นอยู่กับปัจจุบันที่เปลี่ยนไปแล้ว—เหมือนกับอนาคตที่แกจะต้องกลับไปไง”

 

นิ่งงันกับสิ่งที่ได้ฟัง ในตอนนั้นเองที่เรี่ยวแรงที่กำไม้หายสิทธิ์แน่นจะเริ่มไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาดื้อๆ

แฮร์รี่รู้สึกเหมือนตอนเองกำลังโดนค้อนทุบ เขาไม่ใช่คนที่จะเชื่อคำพูดของใครได้ง่ายๆ โดยเฉพาะคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของอาชญากรที่ลิ้นกลับกลอกไปมา

ไม่เลย...แฮร์รี่จะไม่เชื่อเด็ดขาด ถ้าเดรโกไม่ได้บีบแขนของแรงขึ้นเหมือนรับรองข้อเท็จจริงข้อนั้นว่ามันอาจเป็นความจริง

เขาได้ยินเสียงมัลฟอยสูดลมหายใจเข้า—เหมือนตอนที่หมอนั่นโดนจับได้ว่าทำผิด

และนั่นยิ่งทำให้แฮร์รี่ยิ่งรู้สึกดิ่งลงเหว ทั้งๆ ที่เมื่อกี้ใจเขาลิงโลดแค่ไหนที่คิดว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายชนะแล้ว

“หมายความว่ายังไง...”

แฮร์รี่รู้สึกว่าเรี่ยวแรงเขากำลังหมด—หรืออันที่จริงคือเขากำลังหน้ามืดเพียงเพราะคำพูดไม่กี่ประโยคของแจ็กสัน

เขาไม่ใช่คนฉลาดเป็นกรดอย่างเฮอร์ไมโอนี แต่แฮร์รี่ไม่เคยคิดว่าโชคชะตาจะเล่นตลกร้ายกับเขาในทุกๆ เรื่อง 

ทุกๆ เรื่องจริงๆ

แจ็กสันหัวเราะราวกับเป็นผู้ชนะ แต่อันที่จริงแล้วเจ้าตัวกำลังแพ้ราบคาบอยู่บนพื้น

สิ่งเดียวที่ทำให้แฮร์รี่รู้สึกพ่ายแพ้ คือความจริงต่างหาก 

“แกคิดจริงๆ เหรอว่าแก้อดีตแล้ว อนาคตจะเปลี่ยนแค่อย่างเดียว? แกคิดจริงๆ เหรอว่าถ้าแกเปลี่ยนอดีตไปแล้ว แกจะจำทุกอย่างที่เคยเป็นอนาคตได้?”

แฮร์รี่ยิ่งกระชับมือที่จับมัลฟอยเอาไว้แน่น แต่ในความรู้สึกเขากลับเห็นอีกฝ่ายอยู่ไกลออกไปอีกแล้ว

มัลฟอยไม่ได้ตกใจ...แสดงว่ามีเขาแค่คนเดียวที่ไม่เคยฉุกใจคิดขึ้นมาว่าจะเกิดอะไรขึ้น แค่เขาคนเดียวที่เป็นคนสุดท้ายที่รู้ความจริง

แฮร์รี่กำลังจะทรุด โชคดีเหลือเกินที่โดนพยุงเอาไว้ก่อน “พอตเตอร์...พอตเตอร์ มองฉัน”

แจ็กสันหัวเราะ “ฉันรู้ว่าแกคิดจะให้ท่านผู้นั้นฆ่าตัวเขาเอง—แต่ไม่ใช่เลย เขาตามเก็บวิญญาณของตัวเอง เข้ามาแทนที่ตัวเองในอนาคต นั่นหมายความว่าถ้าเขาคนนั้นทำสำเร็จ แกก็จะกลับไปสู่อนาคตที่ไม่รู้จัก”

“จำอะไรไม่ได้ ตัวแกในตอนนี้ก็จะจำอะไรไม่ได้ กลายเป็นแค่แฮร์รี่ พอตเตอร์ที่ไม่เคยฆ่าจอมมาร”

แจ็กสัน ฮัตสันหวังเพียงแค่การฆ่าเขา หวังเพียงแค่การได้รับใช้จอมมารที่เรืองอำนาจที่สุดในยุคและตอนนี้ต่อให้หมอนี่ไม่ได้รับใช้จอมมารอีกต่อไป ก็มีสิ่งหนึ่งที่แจ็กสันทำสำเร็จไปแล้ว

...นั่นคือการทำให้ทอม ริดเดิ้ลกลายเป็นโวลเดอร์มอร์ที่สมบูรณ์แบบ

พี่น้องฮัตสันไม่ได้วางแผนมาแค่แผนเดียว และนี่คือแผนสำรอง

แต่แฮร์รี่ไม่ใช่—เขานึกย้อนถามตัวเองหลายรอบว่ากลับมาที่นี่ทำไม

เขาไม่ได้อยากนึกฆ่าโวลเดอร์มอร์ เขายิ่งไม่ได้อยากกลับมาทำตัวเป็นจุดเด่นด้วยซ้ำ

เขาอยากเห็นจินนี่ที่ในอนาคตหล่อนจะมีชีวิตที่ดีและไม่ได้มีจุดจบที่การโดนฆ่า

เขาอยากเห็นเฟร็ดกับจอร์ชเปิดร้านเกมกลด้วยกันไปจนแก่

เขาอยากได้ซิเรียสกลับมา ซึ่งทำสำเร็จแล้ว สเนปเองก็ไม่ตาย

และเดรโก—ใช่ แค่อย่างเดียวที่เขากลับมาอดีต เขาแค่หวังอยากตอบแทนสิ่งที่หมอนี่ทำลับหลังเขามาตลอด แต่แฮร์รี่รู้ว่ามันไม่ใช่แค่นั้น

เขาอยากรู้—ทุกอย่างที่เป็นเดรโก มัลฟอย อยากลองเห็นสิ่งที่หมอนี่เห็น อยากมองในสิ่งที่หมอนี่กำลังเผชิญ แฮร์รี่แค่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ที่ดีกว่าเดิมระหว่างพวกเขาและเขาไม่ต้องการให้มันหยุดหรือหายไปหลังจากที่ทุกอย่างจบ

เขายังอยากกลับไปที่นั่น ที่ๆ เขาทิ้งมัลฟอยที่หลับตาอย่างสงบราวกับเจ้าชายนิทรา แฮร์รี่อยากกลับไป ณ ตอนนั้นแล้วเห็นว่ามัลฟอยยังไม่ไปไหนและเขายังจำได้ว่าช่วงเวลาหนึ่ง เขาเคยทำอะไรร่วมกับมัลฟอยบ้าง 

จำได้ว่าตัวเองกลับมาเพราะอะไรแล้วกลับไปเพื่ออะไร

แจ็กสันทำลายมันไม่เหลือชิ้นดี

 

“แกชนะฉัน ใช่—แต่แกแพ้แล้ว พอตเตอร์”

และนั่นคือคำสุดท้ายก่อนที่ร่างของแจ็กสันจะกระตุกเฮือก เมื่อลำแสงสีเขียวของคาถาพิฆาตจะพุ่งใส่ร่างของอีกฝ่ายตรงๆ แล้วตายสนิท

แฮร์รี่มองร่างที่เพียงกระพริบตาก็เลือนหายไปแล้วตรงหน้าราวกับคนที่วิญญาณกำลังหลุดออกจากร่าง ก่อนจะเงยหน้ามองคนทำที่ก้าวออกมาจากเงามืดของต้นไม้ 

ร่างสูงของทอมก้าวออกมาสู่จุดที่แสงสว่างส่องถึง แต่ถึงอย่างนั้นดวงตาสีแดงกลับเรืองรองแวววาว อีกฝ่ายไม่มีความสนใจต่อเขากับมัลฟอย พอๆ กับที่แฮร์รี่ไม่ได้สนใจเลยว่าตอนนี้หมอนั่นจะกำจัดโวลเดอร์มอร์ได้หรือยัง

ไม่อีกต่อไปแล้ว

ทอมมองมาด้วยความสงบและเย็นชา “ฉันจะให้เวลาเธอสิบห้านาทีก่อนที่โวลเอดร์มอร์จะหายไปจากที่นี่”

เขาพูดแค่นั้นแล้วจากไป ทิ้งไว้ก็แต่แฮร์รี่ที่สมองปิดกั้นความจริงไปแล้ว

 

 

 

“พอตเตอร์...แฮร์รี่ พอตเตอร์!” เดรโกอยากจะร้องไห้ออกมาเหลือเกิน พอตเตอร์เหมือนคนสติหลุดไปแล้ว

และไม่ต้องรอนาน อีกฝ่ายก็เริ่มเสียสติ

“พอตเตอร์ นายฟังฉัน...มองหน้าฉันสิ!” เขาตะโกนเรียกจนป่าเกือบแตก “มันไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกน่า! นายจะกลัวไปทำไม!”

เดรโกโกหก—มันอาจจะไม่มีอะไรน่ากลัวจริง แต่เขากลับกลัวเวลาในอีกสิบห้านาทีที่กำลังจะมาถึงมากที่สุด 

เดรโกรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาเข้าใจทุกอย่างมาตั้งแต่แรกและรู้ว่ามันจะมีจุดจบที่ตรงไหน—แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะทำใจรับได้ทั้งหมด เขาจินตนาการไม่ออกด้วยซ้ำว่าหลังจากนี้จะกลับไปมองพอตเตอร์แบบเก่าได้หรือเปล่า 

เขาจะกลับไปถากถางพอตเตอร์แบบที่ชอบทำเป็นประจำได้อีกไหม ในเมื่อภาพของพอตเตอร์ยามที่อยู่กับเขาตลอดเวลายังฝังแน่นอยู่ในหัว

เดรโกจะกลับไปทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่ายแบบเดิมได้อยู่อีกเหรอ ในเมื่อทุกวันนี้เขาเริ่มจะชินกับสายตาของพอตเตอร์ตอนที่ชอบมองข้ามโต๊ะมาที่เขาทุกครั้งที่หมอนั่นคิดว่าเขาไม่รู้ตัวแล้ว

คำตอบนั้นง่ายมาก—เดรโกต้องทำให้ได้

เช่นเดียวกันกับที่พอตเตอร์ต้องปล่อยวาง—เหมือนทุกครั้งที่เดรโกพร่ำบอกกับตัวเองมาตลอดในตอนที่เขาไม่สามารถได้ในสิ่งที่อยากได้

ผิดหวังแล้วก็ต้องทำใจ ทำใจได้แล้วก็ต้องรู้จักปล่อยวาง—แล้วหวังว่าสักวันเรื่องบ้าๆ พวกนั้นจะกลายเป็นเพียงความเลือนรางในความทรงจำ

“นายรู้มาตลอด...สินะ?” คนเหม่อลอยถามเสียงแผ่ว

“...ใช่”

“ทำไมไม่บอกฉัน?” พอตเตอร์รวบเดรโกเข้าไปกอด รัดแน่นเหมือนกลัวว่าอีกไม่ช้าเขาจะหายไป 

“นายจะรอให้ฉันจำไม่ได้ก่อนหรือเปล่า ถึงค่อยปูดมันออกมา? หรือนายยังคิดอยู่จริงๆ ว่าที่ฉันทำอยู่นี่ก็แค่เข้ามาแก้ไขอดีตตามหน้าที่? นายไม่คิดบ้างเลยหรือไงว่าที่ฉันกลับมาที่นี่เป็นเพราะนายแค่คนเดียว!? นายไม่รู้จริงๆ เหรอมัลฟอยว่าฉันทำไปเพราะแค่อยากได้นายกลับมา!”

“ไม่ใช่...”

“นายเห็นความรู้สึกฉันเป็นอะไร? อารมณ์รักเล่นๆ ของเด็กเกรดสิบ?—ความรู้สึกของฉันที่มีต่อนายมันมีค่าแค่นั้นเองเหรอ!?”

เดรโกหลับตา “เพราะฉันรู้ว่าถ้านายรู้ นายจะไม่ยอมเปลี่ยนอะไรต่างหาก”

“...”

“นายคิดว่าที่ผ่านมาฉันไม่ยอมบอกนายเพราะอะไร พอตเตอร์?” เขาว่าอย่างเหนื่อยล้า “นายรู้ใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงมาเข้าร่วมกับภาคี?”

“เพราะฉัน”

“ใช่ เพราะนาย”

“ฉันถามได้ไหมว่าตั้งแต่เมื่อไร?”

“ฉันจำไม่ได้แล้ว—มันไม่สำคัญหรอก” เดรโกว่า “มันไม่สำคัญหรอกว่าฉันจะต้องทำอะไรไปบ้าง สิ่งที่ฉันอยากเห็นมีเพียงผลลัพธ์เดียวคือนายยังเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์อยู่อย่างนี้—ยังเป็นนายที่ฉันสามารถมองนายยิ้มกับเพื่อนๆ ได้และมีความสุข”

“...แล้วนายไม่คิดบ้างหรือไงว่าฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน”

“ฉันรู้” เด็กหนุ่มถอนหายใจ “แต่เราจะทำไงได้ล่ะ นายจะยังจำได้อีกแค่สิบนาทีเท่านั้น”

เพราะคิดแบบเดียวกัน—บางทีเลยกลับมาทำร้ายความรู้สึกกันเองแบบไม่รู้ตัว

อาคมที่กักขังพวกเขาเอาไว้เริ่มถูกโจมตีจากด้านนอก เสียงสะนั่นหวั่นไหวทั้งในตัวปราสาทและนอกเขตปราสาทนั้นเหมือนเป็นเพียงภาพลวงตาที่อยู่ไกลแสนไกล

ในเวลาที่กระชั้นชิดเข้ามานั้นเดรโกรู้ดีว่าเขาไม่สามารถร้องขอให้มันยืดยาวออกไปได้อีกแล้ว เมื่อถึงนาทีที่สิบหกเมื่อไร พอตเตอร์คนนี้จะหายไป แล้วเขาจะได้แฮร์รี่ พอตเตอร์คนเดิมที่จำอะไรไม่ได้ตั้งแต่โดนชิงร่างกลับมา

ถึงตอนนั้นก็คงต้องกลับไปเป็นแบบเดิม

เป็นคู่กัดที่จะไม่มีวันลงรอยได้อีก—เดรโกจะไม่ได้มาอยู่อยู่ข้างๆ กันอย่างตอนนี้อีกแล้ว

และพอตเตอร์รู้ดี อีกฝ่ายจึงไม่ยอมปล่อยเขาไปแม้สักวินาทีเดียว

“ฉันกอดนายอยู่แบบนี้ได้ไหม?”

“นายกอดฉันไปแล้ว” 

และกลับกัน กลับเป็นเดรโกมากกว่าที่ซุกหน้าเข้ากับบ่าอีกฝ่าย ไม่มีใครบอกได้ว่าฝ่ายไหนกันแน่ที่ไม่ยอมปล่อย

พอตเตอร์มีกลิ่นประจำตัวที่เขาชอบ มันเป็นกลิ่นที่เดรโกรู้สึกถึงผืนดินและผืนป่าที่กว้างใหญ่ เขาชอบกลิ่นนี้

ตอนนั้นที่พอตเตอร์ผละออกมาจากไหล่เขา โน้มหน้าเข้ามาในระยะประชิด ดวงตาสีเขียวแดงก่ำอย่างที่พยายามจะไม่ร้องไห้ออกมา

“ฉันจูบนายได้หรือยัง มัลฟอย?”

เดรโกยิ้มอ่อน “ไม่”

จมูกของพวกเขาคลอเคลียกันอยู่อย่างนั้นอ้อยอิ่ง ไม่อยากจะผละออกห่าง

“มันอาจเป็นครั้งสุดท้าย” อีกคนว่า “นายจะเก็บมันไว้จนวินาทีสุดท้ายเลยหรือไง?”

“ไม่” เดรโกปฏิเสธ “ฉันเก็บไว้ให้คนเพียงคนเดียว”

และมันคงเป็นอย่างเดียวที่ทำให้พวกเขาหัวเราะออกมาเบาๆ เดรโกกระซิบ “ไว้นายเป็น ‘พอตเตอร์ของฉัน’ เมื่อไร ฉันถึงจะยอมให้จูบ--ตอนนี้นายก็ได้แค่กอดเท่านั้นแหละ”

นั่นเป็นคำพูดที่เป็นไปไม่ได้มากที่สุด

พวกเขานั่งพิงอยู่ที่โคนต้นสนต้นยักษ์ แผ่นหลังของเดรโกไม่ได้สัมผัสกับสัมผัสแข็งๆ ของเปลือกไม้เลยในเมื่อพอตเตอร์เป็นเบาะรองของเขา และแม้ตอนนี้จะรู้สึกปวดหนึบในอกมากแค่ไหนพวกเขาก็ทำได้เพียงกอดกันอยู่ตรงนี้ จนกว่าจะถึงนาทีที่สิบหก

อาคมเริ่มถูกทำลาย เห็นเงามากมายของมือปราบมารที่ขี่ไม้กวาดบุกเข้ามาในปราสาท 

หูแว่วเสียงเรียกชื่อของพวกเขาทั้งสองจากเซเวอร์รัสและซิเรียสจากที่ไกลๆ

เดรโกปิดตาลง ซุกหน้าเข้ากับไหล่ของพอตเตอร์แบบเดียวกับที่อีกฝ่ายโน้มใบหน้าเข้าข้างขมับของเขา

เดรโกอยากจดจำกลิ่นดินและผืนป่านี้ให้ได้มากที่สุด

เวลานี้ไม่มีอะไรสำคัญไปมากกว่านี้อีกแล้ว

 

 

 

จอมมารยืนมองความล้มเหลวตรงหน้าด้วยความสงบมากที่สุดเท่าที่เขาจะแสดงออกมาได้ น่าแปลกที่เขาไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใดกับความพ่ายแพ้ของตัวเอง ไอ้พวกกระทรวงหน้าโง่พวกนั้นกรูกันเข้าล้อมปราสาทไว้ทุกทาง ทั้งยังประตูหน้านั้นยังมีอัลบัสคอยต้านไว้อย่างหนาแน่น

มันแน่นอนอยู่แล้วว่าผู้เสพความตายจะแพ้—น่าเสียดายที่โวลเดอร์มอร์จงใจให้มันเป็นอย่างนั้น

จอมมารเหยียดยิ้มเมื่อได้ยินเสียงเหยียบย่ำของรองเท้าจากด้านหลัง

“ในที่สุดก็มา”

พูดเช่นนั้นใส่รูปลักษณ์ของตนในวัยเยาว์ที่จดจ้องมาที่ตัวเองราวกับจะแผดเผาร่างกายน่ากลัวนี้ให้มอดไหม้ไปถึงวิญญาณ ดวงตาสีแดงแบบเดียวกับโวลเดอร์มอร์นั้นเรืองรองด้วยพลังอำนาจ

พลังอำนาจที่แสดงความเหนือกว่าตัวเขา—โวลเดอร์มอร์ยินดีนัก

“ฉันเห็นแผนการมากมายในหัวของแก” ทอมเปรย “ใช้ฮัตสันเป็นตัวล่อให้พอตเตอร์เพลี้ยงพล้ำ จากนั้นก็ใช้เด็กมัลฟอยนั่นเป็นเครื่องมือฆ่าเขา ให้สองคนนั้นฆ่ากันเองแล้วแกก็รอดูเรื่องสนุก--แต่สุดท้ายก็ไม่ทำ”

โวลเดอร์มอร์กำลังอารมณ์ดี “ไม่คิดว่ามันน่าสนใจหรือ?” 

“ไร้รสนิยม”

“ฉันก็เห็นความคิดของแก”

ไม่ใช่เขาฝ่ายเดียวที่ถูกรู้ความคิดในหัว ยังไงซะดวงวิญญาณนี้ก็เป็นดวงวิญญาณเดียวกัน และยิ่งทอมที่ตามเก็บวิญญาณในฮอครัทซ์มากขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งกระตุ้นให้พวกเขาเชื่อมต่อกันและกันง่ายขึ้น

“แผนการซับซ้อนพลิกลิ้นไปมาให้คนพวกนั้นเชื่อ แต่แกแทบไม่ได้คิดฆ่าตัวเองเลยสักนิด—แม่เด็กไดลานานนั่นคงคิดผิด กลัวว่าแกจะเป็นอะไรมากที่ดึงเอาวิญญาณของตัวเองมาใส่มากเกินไป แต่ดวงวิญญาณไม่เคยเพิ่มขึ้นมา มันแค่หลอมรวมกลับไปเป็นดวงเดียวกัน เปลี่ยนให้อดีตกลายเป็นปัจจุบัน”

หากจะพูดให้ถูก โวลเดอร์มอร์ค่อนข้างถูกใจความคิดของทอมมาก “แกคิดจะเข้ามาแทนที่ฉัน”

“แล้วก็กำลังจะสำเร็จแล้วด้วย” ไม้กายสิทธิ์ถูกชี้มาทางนี้

เพียงตวัดเพียงเบาๆ โวลเดอร์มอร์ก็เริ่มรับรู้ว่าตัวเองที่เป็นเพียงเสี้ยววิญญาณนี้กำลังกลับคือสู่ร่างต้น—เขาไม่เคยรู้สึกหวาดกลัว กลับกันแล้วกลับยินดีเสียมากกว่า

จะมีอย่างเดียวที่ทำให้โวลเดอร์มอร์รู้สึกผิดหวังในตัวทอม—ก็คงเป็นเรื่องของผู้หญิงคนนั้น

เราไม่เคยรักใครเป็น—ยอมรับดีกว่าว่าแกก็แค่เห็นแม่นั่นเป็นเครื่องมือและสนใจ เพราะความสนุกของตัวเอง...เหมือนที่ผ่านๆ มา”

ดวงตาสีแดงของทอมเข้มขึ้นจนแทบจะกลายเป็นสีเลือด “ก็แค่แกที่คิดแบบนั้น—เธอเป็นของฉัน จะใครก็เอาไปไม่ได้ทั้งนั้น”

“เรารู้อยู่แก่ใจ” 

วูบหนึ่งที่ร่างกายที่กำลังหายไปรู้สึกราวกับถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ—คงเป็นทอม ริดเดิ้ลที่อยากจะฆ่าตัวเขามากกว่าจะหลอมรวมวิญญาณให้เป็นคนคนเดียวกันอย่างที่เคยว่า

และในตอนสุดท้ายที่จอมมารกำลังจะเลือนหายไป โวลเดอร์มอร์ได้ทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้ 

“เรายังคงเป็นเหมือนเดิม นายไม่มีวันเปลี่ยนความจริงข้อนี้ได้”

แล้วจ้าวแห่งศาสตร์มืดก็ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างแท้จริง

 

+++++++++++++++++++++

หืม? ตอนหน้าจบเเล้ว?

ปล. ขออภัยสำหรับใครที่รอดูฉากสู้เลือดสาดนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

370 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 22:11

    แง้!! จะตีไรท์!!! ตอนนี้หลากหลายจนอธิบายไม่ถูกแล้ว
    #355
    0
  2. #324 Youngforever3000 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:42

    ฟีลตอนนึ้คือหลากหลายมากแง่ไม่รู้แล้ว https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-02.png

    #324
    0
  3. #323 ladylinlin (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:13
    ไม่นะ แงงงงงงงง สงสารทั้งคู่เลยยยยยยยยยน
    #323
    0
  4. #322 buaholly (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:05
    ไม่จริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ15นาทีบ้าบออาร๊ายยยยยยม่ายอาววววแงงงงงงงงงงงงงงงง
    #322
    0
  5. #321 Yoseop~Ah :) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:03
    เดี๋ยวววว ตอนหน้าจบเเล้วหรอคะะะ แง้งงงงงงงงงงง สงสารแฮรรี่อ่าาา แล้วเดรโกก้ต้องยู่กับแฮรรี่ที่จำอะไรไม่ได้จริงๆหรออ ฮืออออออ เมื่อไหร่เขาจะมีความสุขกันจริงๆซะที ฮืออออออ
    #321
    0
  6. #320 janniaom (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:49
    สงสารพอตเตอร์มาก เค้าแค่อยากกล้บมาแก้เพื่อให้เดรโกมีชีวิตต่อในอนาคตแต่กลับโดนหลอกอ่ะ (ถึงไม่รู้ว่าโดนหลอกจริงๆหรือเปล่า._.) เค้าแค่ทำเพื่อให้คนที่เค้ารู้สึกดีมีชีวิตต่อแค่นั้นเอง แงงงงง นุ้งเส้านุ้งอิน ฮึกกก
    #320
    0
  7. #319 Mamorudes (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:19

    โห พวกแฮร์กับเดรกคือเด็กที่กำลังพังอ่ะ โรแมนซ์ก็โรแมนซ์ สงสารก็สงสาร TTT~TTT

    ลุ้นนังทอมมาก ต่อไปจะทำยังงายยยยย!?

    #319
    0
  8. #318 ชั้นคือแมว (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:46

    ทอมเป็นลาสบอสเหรอ ไม่สิ ทอมแค่กลายเป็นทอมที่เป็นเจ้าแห่งศาสตร์มืดแต่ก็ยังเป็นทอมใช่มั้ย หรือเราเดาผิด ถ้าถึงนาทีที่สิบหกแล้วทั้งเดรกกับพอตเตอจะกลายเป็นเหมือนเดิม กลับไปสู่จุดที่พอตเตอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเดรก แต่เป็นเดรกที่จำทุกอย่างได้ เราว่ามันคงเป็นความทรงจำที่ดีแล้วก็เจ็บปวดมากแน่ๆ
    #318
    0