Fic Harry potter : Traitor END

ตอนที่ 25 : 24 กระแสเวลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 712
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    13 ก.ย. 62

24 กระแสเวลา

 


“เราเข้ามาเปลี่ยนอดีต พอตเตอร์—นั่นหมายความว่าทุกอย่างที่นายเคยจำได้ มันจะถูกเปลี่ยนเหมือนกัน”


แต่ทำไมถึงมีแค่เขาล่ะ ทำไมมีแค่เขาที่ต้องลืม?


“สิ่งที่นายอยากเปลี่ยนคือชีวิตของมัลฟอย—บางทีเวลาคงเล่นตลกที่จะลบความทรงจำส่วนนี้ของนายลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาวนมาครบหนึ่งครั้ง”


หนึ่งครั้ง—หนึ่งครั้งอะไร?


“จำได้ไหมว่านายค่อยๆ ลืมคือเมื่อไร?”


ไม่รู้—เขาไม่รู้อะไรทั้งนั้น เขาไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น


“หนึ่งวันของทุกเดือน ตอกย้ำความยึดติดของนายที่มีต่อมัลฟอย—และเราย้อนเวลาครั้งแรกคือวันที่มัลฟอยตาย”


ไดลานานมีใบหน้าเห็นใจ “ฉันคิดว่าคงเป็นวันนั้นแหละที่ความทรงจำของนายจะค่อยๆ ถูกเปลี่ยน—อาการแบบนี้ฉันก็เห็นสังเกตมาก่อน แต่ไดอาไม่ได้ย้อนเวลา แค่—เธอถูกขับไล่ออกไปเพราะเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนอยู่ที่นี่ มันเป็นกับคนที่มีเจตนาแรงกล้าที่จะเข้าไปขัดขวางความจริงของกระแสเวลา”


วันที่ 13—คือวันที่มัลฟอยตาย


“เคยมีคนพูดเหมือนกันว่านายถูกปกป้องจากโชคชะตา การลืมอาจจะดีกว่าก็ได้ พอตเตอร์”


แฮร์รี่ไม่รู้ว่าเขาทรุดลงไปหรือเปล่า แต่ตอนนั้นใจเขาเหมือนถูกจับแช่แข็งไว้ในขั้วโลกเหนือ ก่อนจะถูกคำพูดของไดลานานทุบจนไม่เหลือชิ้นดี


แฮร์รี่กำลังจะลืมมัลฟอย


เดรโก มัลฟอยคนที่ทำทุกอย่างเพื่อเขา


“ถ้าการลืมมันดีจริง ไดอา มูนส์คงไม่กระเสือกกระสนเพื่อหาทางพาคนรักของเธอกลับมาหรอก”


ไดลานานไม่ได้เถียงคำพูดของเขา


 

 



ไม่มีใครคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ถ้าเดรโกโดดเรียน เขาถูกศาสตราจารย์มักกอนนากัลตำหนิหลายครั้งในคาบเรียนของหล่อน และแทบจะถูกศาสตราจารย์วิชาอื่นหมายหัว เพราะเวลาเรียนไม่ครบ ไม่ก็ไม่เข้าใจเนื้อหา เดรโกรู้ว่าบางทีพวกเขาคงรู้สึกตะหงิดบ้างว่าทำไมคนที่ได้เกรดดีมาตลอดถึงมีผลการเรียนแบบนี้


แต่ก็นั่นแหละ เขาไม่ได้สำคัญขนาดนั้น ก็เลยรอดตัวจากการถูกเรียกไปคุยหลายรอบ พวกสลิธีรินไม่มีใครกล้าถาม เดรโกจำได้ว่าพวกปีหกกับปีเจ็ดเกือบครึ่งในบ้านตัวเองมีชนักติดหลังไม่ต่างกัน พวกนั้นเข้าใจเขาดีว่าสถานะของเดรโกตอนนี้น่าเป็นห่วงขนาดไหน


หรือบางทีอาจจะเข้าใจดีกว่าเจ้าตัวด้วยซ้ำ


“เดรโก เมื่อวานนายไม่ได้นอน” นั่นเป็นคำทักทายแรกทันทีที่ก้นของเดรโกติดเก้าอี้ เบลส ซาบินี่กับแพนซี่ พาร์กินสันดูสบายดีที่สุดในนี้แล้ว


ธีโอดอร์ยังคงดูซีดเซียว คงนอนหลับไม่สนิทเหมือนที่เคยมาปรึกษากับพวกเขาก่อนหน้า


ส่วนวินเซนต์กับเกรกอรี่—เดรโกเริ่มไม่ไว้ใจสองคนนี้แล้ว คำสั่งพ่อแม่ถือเป็นที่สุด มีเหรอที่เจ้าบ้าสองคนนี้จะกล้าหือกล้าอือคัดค้านแล้วเข้าข้างคนอื่น?


“ฉันสบายดี” เดรโกตอบไปส่งๆ เอื้อมมือหยิบขนมปังที่ยังคงอุ่นๆ มาบิดทานที่จานของตัวเอง เขารู้สึกเหมือนเคี้ยวหมากฝรั่ง ทานอะไรเข้าไปก็แทบจะไม่รับรสสักอย่าง ทานได้สองสามคำก็กลืนอะไรไม่ลงแล้ว


เบลสเป็นคนแรกที่ปากไว “นายไม่สบาย เดรโก”


แพนซี่เห็นด้วย หล่อนลูบต้นแขนเขาไปมาเหมือนพยายามจะให้กำลังใจ “เดรโก ให้พวกเราช่วยเถอะ เรื่องที่นายทำอยู่มันเสี่ยงนะ”


เดรโกส่ายหัว หัวเราะออกมาคำหนึ่งแล้วเงียบจนรอบด้านรู้สึกกดดัน พวกรุ่นน้องที่เดินผ่านไปมาหรือนั่งอยู่ใกล้ๆ เริ่มลุกไปนั่งที่อื่น สลิธีรินเป็นบ้านเดียวที่ถูกบรรยากาศหม่นหมองไร้ชีวิตชีวาปกคลุมจนเหมือนอยู่ในงานศพ


จนกระทั่งพวกปีเจ็ดกลุ่มใหญ่เดินเข้ามา คนแรกที่เดินเข้ามาหากลุ่มของเดรโกคืออิเลียต เชนต์ เด็กหนุ่มหน้าตาดีของชั้นปีที่สอบได้ที่หนึ่งติดต่อกันหกปีซ้อน


“นายดูซีดๆ นะเดรก วันนี้หยุดไหม?”


เบลสส่งเสริมทันที “ใช่ เชนต์พูดถูกนะเดรโก นายดูไม่สบายเลย”


แพนซี่หน้างอง้ำ สัญชาตญาณร่ำร้องบอกว่าใครบ้างที่เป็นศัตรูหัวใจของตัวเอง และอิเลียตก็เป็นคนที่เพอร์เฟ็คไปซะทุกอย่างจนไม่มีใครเทียบได้ ดวงตาสีเขียวของเขาสดใสตลอดเวลา เส้นผมสีน้ำตาลก็เซ็ตเรียบร้อยทุกครั้งแบบไม่เนียบจนน่าขัน


แต่เดรโกส่ายหน้า เขาเมินเฉยต่อสายตาล้อเลียนจากเพื่อนของอิเลียตที่มองมาที่ตัวเอง ทุกคนในบ้านต่างรู้ว่าหมอนี่เข้าหาเขาเพื่ออะไร


ใช่ เดรโกก็รู้ว่าหมอนี่เข้าหาเขาเพื่ออะไร เพียงแต่คร้านจะใส่ใจเท่านั้นว่าคนอื่นำกำลังเข้าใจผิด


“ฉันไม่เป็นอะไร...” เด็กหนุ่มบอกปัด แต่พอเงยหน้าขึ้นสบตากับอิเลียต คำถากถางทั้งหมดก็แทบจะปลิวหายไปทันที “ได้ วันนี้ฉันลา”


อิเลียตยิ้มหวานด้วยความพอใจ เพียงเท่านั้นเดรโกก็ได้มีเวลาส่วนตัวของตัวเองสักที แต่สายตาล้อเลียนที่เบลสส่งมายังคงตามมาก่อกวน ไม่ต้องพูดออกมาก็รู้ว่าหมอนี่กำลังจะพูดอะไร


“ฉันคงเชียร์นายไปนานแล้วถ้าไม่เห็นว่าสายตาของนายมันไปหย่อนลงที่โต๊ะพวกกริฟทุกวัน”


“หุบปากซะ เบลส”


แพนซี่หน้างอกว่าเก่า “หมอนั่นมันมีอะไรดี—หมอนั่นมันมีอะไรดีกัน!?”


และแน่นอนว่าหล่อนไม่ได้หมายความถึงอิเลียตแค่คนเดียว


เดรโกลุกขึ้นจากโต๊ะแทบจะทันที เขามองวินเซ็นต์กับเกรกอรี่ที่ลุกตามตัวเองมาอย่างจนคำพูด ได้เวลาที่สองคนนี้จะทำหน้าที่ผู้คุมแล้วและเบลสก็ยังคงตามไม่ทัน คิดว่าเขาจะไปนอนพักที่ห้องพยาบาลไม่ก็ที่หอพักของตัวเอง


เตียงของเดรโกเย็นชืดไม่มีคนใช้มาเกือบอาทิตย์--ถ้าหมอนั่นคิดได้หน่อยก็คงท้วงไปนานแล้ว


ไม่วายก่อนที่จะออกไปจากห้องโถง สายตาก็เหลือบมองไปทางโต๊ะของพวกบ้านสิงห์อย่างที่เบลสชอบแซวอย่างลืมตัว ขมวดคิ้วกึ่งกังวลและสงสัยเมื่อเห็นพวกสามเกลอเหลือแค่สอง


รอน วีสลีย์กับเฮอร์ไมโอนีคุยกันหน้าเครียด หัวข้อสนทนาดังจนเขารู้ว่าวันนี้แฮร์รี่โดดเรียน หายไปจากหอนอนตั้งแต่เช้า


เดรโกชะงัก เขาเป็นกังวลขึ้นมาจริงๆ ซะแล้ว


เรื่องที่พวกเขาทะเลาะกันคราวก่อน—จะเกี่ยวกันหรือเปล่านะ?

 

 





“ฮาร์โมเนีย เฮคเตอร์ พาร์ซัส”


“ฮาร์โมเนีย เฮคเตอร์ พาร์ซัส”


“ฮาร์โมเนีย เฮคเตอร์ พาร์ซัส”


เดรโกนึกไปถึงบานประตูของอีกตู้หนึ่งที่ร้านเบอร์เจ้นและเบิร์ก นึกไปถึงปลายอุโมงค์ที่จะไปถึงทางออกอีกที่ๆ ไม่ใช่ในฮอกวอส์ต


แต่ตู้สองใบนี้มันพัง เขาต้องซ่อมให้เสร็จก่อนโดนทำโทษ


ให้เชื่อมติดกัน ให้เชื่อมติดกัน


“ฮาร์โมเนีย เฮคเตอร์ พาร์ซัส”


ทำยังไงก็ได้ให้มันเชื่อมติดกัน รายงานครั้งหน้าจากวินเซ็นต์กับเกรกอรี่ไปถึงหูผู้เสพความตายพวกนั้นจะต้องเป็นข่าวดี สถานะพ่อกับแม่ของเขาจะต้องปลอดภัยจนกว่าดัมเบิ้ลดอร์จะส่งสัญญาณอะไรสักอย่างให้พวกเขาเคลื่อนไหว


จนกระทั่งเดรโกได้ยินเสียงนาฬิกาดังขึ้น ในห้องต้องประสงค์มีทุกอย่างที่เดรโกต้องการ เข็มสั้นและเข็มยาวซ้อนทับกันบ่งบอกถึงวันใหม่ แต่ถึงอย่างนั้นความคืบหน้าของการซ่อมแซมตู้เฮงซวยนี่ก็ไม่ก้าวไปไหนสักทีจนเด็กหนุ่มรู้สึกหมดแรง


หลังเดรโกงองุ้ม ถ้าพ่อมาเห็นคงต้องโดนอบรมสั่งสอนไปครึ่งวัน เด็กหนุ่มมองตู้ใบใหญ่ตรงหน้าอย่างสิ้นหวัง นกในกรงที่เขาเลี้ยงไว้ตอนนี้เหลือไว้แต่กรงเปล่า ตัวแรกตายเพราะตู้ใบนี้ ตัวที่สองเองก็ตายเพราะตู้ใบนี้อีกเช่นกัน คราวนี้เดรโกควรใช้อะไรลองความสำเร็จดี


หรือจะเป็นตัวเอง?


ไม่ทันที่ความคิดจะจบลง สัมผัสที่ปลายนิ้วของเดรโกก็แตะลงที่บานประตูเสียแล้ว


เขาแง้มมันออก มองความมืดอนธกาลด้านในที่ไร้จุดสิ้นสุดด้วยแววตานิ่งเรียบ เตรียมตัวจะก้าวเข้าไปด้านในนั้น ร่ายคาถาแล้วรั้งรอ

 


“เดรโก”


 

คล้ายคำกระซิบ แต่สัมผัสที่ฉุดรั้งเขาจากด้านหลังคือความจริง นั่นเป็นแขนของใครสักคนที่รัดจนเดรโกรู้สึกอึดอัดไม่ต่างจากถูกงูตัวใหญ่รัดร่าง เด็กหนุ่มส่งเสียงตกใจในลำคอ ร่างของเขาถูกดึงให้ห่างจากตู้อันตธานจนตัวปลิว


เนื้อผ้าเบาบางปลิวผ่านดวงตา ก่อนที่ผ้าคลุมล่องหนจะตกลงพื้นโดยไม่ได้รับความสนใจจากเจ้าของของมัน ลมหายใจอุ่นร้อนไม่เป็นจังหวะราวกับคนขลาดกลัว ชั่วครู่ที่เดรโกทำอะไรไม่ถูกได้แต่นิ่งอึ้งปล่อยให้ตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่กัดของตัวเอง


พอตเตอร์


“นาย...” เข้ามาที่นี่ได้ยังไง


“ฉันไม่อยากลืม”


อะไรนะ?—เดรโกขมวดกคิ้ว พอตเตอร์เหมือนคนที่ยังไม่ฟื้นจากฝันร้าย เหมือนคนที่ยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แตกต่างจากคนขาดสติเพราะความโกรธ


หมอนี่เหมือน—กลัวเสียเขาไป


เป็นไปได้เหรอ?—เดรโกถามตัวเอง เม้มปากแน่นจนแทบจะขบกัดจนเลือดซิบ ตัวเขาในตอนนี้ก็ไร้ความกล้าที่จะเอ่ยถามหรือแม้แต่จะพูดคำถากถางอย่างทุกที


เพราะตอนนี้คนๆ นี้—ดูน่าสงสารจนสะท้อนใจ


“พอตเตอร์”—ปล่อย


ยังไม่ทันพูดจบเดรโกก็ได้ยินเสียงจากอีกคนที่พูดวนซ้ำไปซ้ำมา


อะไรคือไม่อยากลืม—อะไรคือไม่อยากลืมเดรโก มัลฟอย


เดรโกไม่อยากคิด แต่เขาไม่ใช่คนโง่ พอตเตอร์เปลี่ยนไปราวคนละคนจากปีห้า เดรโกเห็นแววตาของอีกฝ่ายและเขาก็ไม่ได้ซื่อบื้อที่จะอ่านไม่ออกว่าแววตาแบบนั้นมันหมายความว่ายังไง


แววตาแบบเดียวกับเขา


แววตาแบบเดียวกับที่พอตเตอร์เคยใช้มองโช แชงกับจินนี่ วีสลีย์—แต่มันก็ไม่ได้มีแค่ความรักอย่างเดียว เดรโกมองเห็นความรวดร้าว ความไม่เข้าใจ ความเป็นห่วง ความสับสนทุกครั้งที่พอตเตอร์มองเขา มองเขาแบบนั้นทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าเดรโกกำลังทำอะไรอยู่


รู้ว่าเขากำลังจะชักศึกเข้าบ้าน แต่ก็ไม่เคยเข้ามาใช้วิธีรุนแรงขัดขวาง รู้แม้กระทั่งเขาอยู่ที่นี่แต่ก็ไม่เคยทำลายสิ่งที่เขากำลังจะซ่อม ไปทุกที่ๆ เขาไปราวกับรู้ล่วงหน้า


รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เหมือนกับมีเครื่องย้อนเวลาที่บ้านเขาเก็บไว้


ตลอดครึ่งเทอมที่ผ่านมาไม่ได้มีแค่พอตเตอร์คนเดียวที่อึดอัดกับสถานการณ์แบบนี้


มาตอนนี้เดรโกก็รู้สึกกดดันจนทนไม่ไหว


เขาควรทำยังไง?—ควรทำยังไงดีกับคนๆ นี้


เขาควรจะเลิกพูดถากถางอีกฝ่าย ลองหันมาคุยดีๆ เหมือนที่ใจอยากทำมานานดีหรือเปล่า?


หันมาปลอบให้สงบแล้วคุยกันให้รู้เรื่อง พูดปลอบใจเหมือนเราเป็นเพื่อนกันแทนที่จะเป็นศัตรูฝั่งตรงข้ามหรือเปล่า?


เพราะตอนนี้ หากปล่อยผ่านไปอีกห้านาทีร่างของเดรโกคงจมเข้ากับอกของพอตเตอร์ไปหมดแล้ว


“พอตเตอร์—ปล่อยฉันก่อน”


“ฉันจะทำยังไงดี—ฉันไม่รู้แล้ว—ฉันไม่รู้อะไรอีกแล้ว—แล้วฉันจะลืมนาย”


ศีรษะทุยๆ นั่นซบลงบนไหล่ เดรโกรู้สึกว่าพวกเขาอยู่ใกล้กันยิ่งกว่าตอนที่เกิดเรื่องที่ห้องพยาบาลซะอีก


และตอนนี้—สัมผัสเปียกชื้นที่ไหล่เขากำลังบอกว่าพอตเตอร์กำลังร้องไห้


“ถ้าฉันลืมฉันก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนาย—ฉันไม่อยากลืม”


เดรโกหลับตา—จริงๆ ด้วย...หมอนี่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น


ร่างกายค่อยๆ ผ่อนคลายลง เดรโกกดความหวาดกลัวของตัวเองเอาไว้ เห็นคนที่เอาแต่ร้องไห้ก็พาลให้เขาใจไม่ดีไปด้วย


เด็กหนุ่มค่อยๆ เอื้อมมือไปแตะแขนสองข้างที่รัดตัวเองแผ่วเบา


“พอตเตอร์” เดรโกเรียก น้ำเสียงของเขานิ่งสงบ “แฮร์รี่ พอตเตอร์—มันไม่มีอะไร”


 “ไม่ มันมี เดรโก...มันมี“ เสียงสั่นระริกอยู่ข้างใบหู “เมื่อกี้นายจะเข้าไปในตู้...มันยังไม่เสร็จ มันยังพังอยู่แต่นายจะเข้าไปในตู้”


เดรโกเงียบไปครู่หนึ่ง


“นายรู้ว่าตู้มันจะถูกซ่อมจนเสร็จใช่ไหม?”


“...”


มือของเดรโกบีบแขนของอีกฝ่ายแน่น “พอตเตอร์ ตอบฉัน”


“...ใช่”


มันจะถูกซ่อม—เดรโกหลับตา บอกไม่ถูกว่าดีใจหรือหวาดกลัวกันแน่


“เมื่อไร?” เขาถาม “พอตเตอร์ ตอบฉัน—ได้โปรด”


“ใกล้แล้ว—นายซ่อมเสร็จตอนที่ฉันไปเอาล็อกเก็ต—และฮอกวอส์ตก็ถูกทำลาย”


งั้นเหรอ สำเร็จสินะ—เดรโกหลับตาลง


มันยังสำเร็จอยู่สินะ?


“นายรู้มาตลอด พอตเตอร์—ตั้งแต่ที่ตอนปิดเทอม นายพยายามห้ามฉันมาตลอด”


และนาย—ก็รู้แล้วว่าฉันอยู่ฝั่งไหน ไม่ใช่ฝั่งผู้เสพความตายอย่างที่ถูกปรามาส แต่เป็นฝั่งเดียวกับนาย


วูบหนึ่งที่เดรโกต้องละอายเมื่อเขาดีใจขึ้นมา เผลอใจอ่อนจนเกือบล้มแผนตัวเอง


“...ใช่ ฉันรู้”


“ถ้าอย่างนั้นนายก็ต้องรู้...”


ใช่—หมอนี่ต้องรู้แน่ๆ  ไม่อย่างนั้นพอตเตอร์คงไม่เข้ามาขัดขวางเขาแบบนี้ จะมีสักกี่อย่างกับมนุษย์ถ้ารู้ความจริงว่าคนๆ หนึ่งทำเพื่อตัวเองมาตลอด


เดรโกไม่ต้องการแบบนั้น


“นายรู้สินะว่าฉันจะเป็นยังไง?”


เขาไม่ถามว่าพอตเตอร์ลืมอะไร หมอนี่ไม่อยากลืมอะไรหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ตัวเองลังเล เดรโกขอไม่รู้ยังจะดีกว่า


แค่เขาเห็นว่าหมอนี่ปลอดภัยก็พอแล้ว


“ใช่ ฉันรู้”


ตัวเขาจะเป็นยังไงก็ไม่เป็นไร แค่พ่อกับแม่ แค่พอตเตอร์ พวกเบลสกับแพนซี่ เจ้าอ้วนสองตัวกับธีโอดอร์ แค่นั้นก็ไม่มีอะไรน่าเสียดาย


ที่ผ่านมาเดรโกผ่านอะไรหลายอย่างมามากเกินกว่าจะทิ้งมันได้จริงๆ


“นายไม่ต้องเปลี่ยนอะไรก็ได้พอตเตอร์” เดรโกหัวเราะ เขารู้สึกว่าร่างกายที่แนบอยู่ด้านหลังกำลังสั่นเทา ปฏิเสธชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับตัวเอง “ไม่ต้องพยายามจดจำ ไม่ต้องพยายามเปลี่ยนถ้าผลลัพธ์มันออกมาตามที่เราคาดไว้”


แค่โวลเดอร์มอร์ถูกกำจัด แค่เด็กชายผู้รอดชีวิตไม่ตาย นั่นคือเป้าหมายสูงสุดแล้ว


 

“ไม่”


เดรโกอึ้ง ตัวเขาถูกกระชากออก บังคับให้หันไปเผชิญหน้ากับคนด้านหลัง อึ้งกับดวงตาแดงก่ำของอีกฝ่ายที่ฉายแววรวดร้าว นั่นเป็นแววตาที่เดรโกไม่เคยได้รับจากพอตเตอร์ เขาไม่เคยถูกใครมองแบบนี้แม้แต่พ่อกับแม่


แววตาของคนที่สูญเสียของรักไปแล้ว


“ฉันไม่อยากลืมนาย”


นายรู้อะไรมากันแน่ แฮร์รี่ พอตเตอร์—เด็กหนุ่มตั้งสติ เอื้อมมือมาจับไหล่ทั้งสองข้างของพอตเตอร์ ความบอบบางไร้ความแข็งแรงทำให้เขารู้สึกแย่ นี่น่ะเหรอคือคนที่ทุกคนต่างฝากฝังให้เขารับภาระที่ยิ่งใหญ่ หากวัดเทียบกันจริงๆ พอตเตอร์ไม่ต่างอะไรจากเขาเลยสักนิด


แต่เดรโกใจอ่อนไม่ได้ เขาไม่ได้รับอนุญาตให้ทำอย่างนั้น


แต่ถ้าหาก...


“นายขัดขืนไม่ได้” เขาว่า เสียงหนักแน่นแทนที่จะเย็นชา “และนายขวางฉันไม่ให้ซ่อมตู้นี่ไม่ได้ ฉันต้องทำมันให้สำเร็จ—ไม่ใช่เพื่อนาย”


เดรโกจ้องตากับพอตเตอร์ เป็นครั้งแรกที่เขาบังคับอีกฝ่ายทางสายตา


“ฉลาดหน่อยพอตเตอร์”


สะกิดใจสักหน่อยก็ดี พอตเตอร์--เรื่องนี้จะฉันหรือนายก็อวดดีจัดการเพียงลำพังไม่ได้


เดรโกบีบไหล่ทั้งสองข้างจนเจ็บปลายนิ้ว—มันไม่ใช่เพราะเขาฝืนพูด แต่เขากำลังสะกิดต่างหาก


“ฉันจำเป็นต้องทำ”


+++++++++++++

ตอนเเรกวางไว้ว่าจะไม่เกินสามสิบห้าตอน ดูเหมือนจะยาวจนไปถึงสี่สิบตอนหรือเปล่าเราเริ่มไม่เเน่ใจเเล้วค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

370 ความคิดเห็น

  1. #336 Fewona. (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 08:30
    มันบั่บกยนำยำยยบฮืออออไม่รู้จะเขินหรือเศร้าก่อนดี
    #336
    0
  2. #211 Hayeon22 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 13:28
    สะกิดใจตรงคำว่ามันคือการสะกิดต่างหาก... เดี๋ยวนะ​ ไรต์ชอบวางปมให้ติดตามคิดตามตลอดเลย​ //ชอบอ่ะ​
    #211
    1
    • #211-1 Tiaros(จากตอนที่ 25)
      2 ตุลาคม 2562 / 17:35
      ใกล้เเล้วค่ะ ใกล้ที่ทุกอย่างใกล้เฉลยเเล้ว!
      #211-1
  3. #208 earnnaruk (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 14:34
    สะกิดอะไรคะลูก แม่ใจไม่ดีเลย แงงง
    #208
    0
  4. #175 rathm (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 16:05
    ไม่ใช่ว่าที่พอตเตอร์โดดเรียนทั้งวันเพราะตามดูหนูเดรกหรอ .///. ฮือออ เขากอดกันแหละเป็นโมเมนต์ที่ไม่รู้จะดีใจหรือปวดใจดี แงงง—แอบไม่ไว้ใจอิเลียตแหะ เราว่าตัวละครที่ไรท์เพิ่มมาต้องมีซัมติ่งอะไรซักอย่างแน่ เรื่องนี้แพนซีรู้!!!/// คิดถึงเรื่องนี้เสมอนะคะ จะคอยติดตามตลอดเลยค่ะ สู้ๆนะคะไรท์ ปล.ช่วงนี้ยุงเยอะมากๆๆ หาครีมมาทากันยุงด้วยนะคะ ><
    #175
    0
  5. #173 คุณท้องฟ้า (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 13:34

    ไม่ไหวแล้ววว มันบีบหัวใจมากเกินไป

    #173
    0
  6. #172 Mamorudes (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 12:20

    นานเท่าไหร่ก็จะตามค่ะ เราว่าไม่ได้ยืดเยื้อเลยนะ จู่ๆจะให้รวบรัดไม่ได้หรอก คนเราจะเปลียนง่ายๆได้ยังไง เอาตามที่ไรท์ปูต่อไปเลยค่ะ สู้ๆ

    #172
    0
  7. #171 Yoseop~Ah :) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 04:55
    แอบดีใจที่ตัวละครเขาเริ่มคุยกันดีๆเเล้วววว แต่บีบคั้นอารมณ์จังค่ะ แอบกลัวเลยยว่าแฮรี่จะลืมเดรโกหมดซะทุกเรื่องงแบบนั้นน้ำตานองแน่ แง้งงงงงงง สุ้ๆนะคะไรท์รอติดตามน้าาาาาา~
    #171
    0
  8. #170 เพลิงเจ้าหญิงซาตาน (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 03:22
    น้องงง แงงงงงง
    #170
    0
  9. #169 anoveice (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 03:14
    แงงงตอนนี้อ่านแล้วหดหู่ใจมาก;-; แบบน้องเดรใจแข็งมากๆ แฮร์รี่ก็ออ่อนแอแบบแงแงแอไม่รู้ว่าตัวเองต้องการแบบไหน ไ้ด้แต่คิดในใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อนะ

    — รอไรท์มาต่อเสมอนะคะ สู้ๆๆๆ รักนะคะ💖
    #169
    0
  10. #168 GuNeVer. (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 00:55

    นานจนเริ่มจะไม่อยากตามอ่านต่อแล้ว แก้ไขอดีตให้จบๆไปซะทีเถอะ ตัวละครเริ่มไม่มีมิติแล้ว

    #168
    2
    • #168-1 เพลิงเจ้าหญิงซาตาน(จากตอนที่ 25)
      14 กันยายน 2562 / 03:22
      ก็ไม่ต้องตามเนาะ พูดง่ายจังอ่ะ
      #168-1
    • #168-2 rathm(จากตอนที่ 25)
      15 กันยายน 2562 / 15:59
      คุณมีสิทธิ์ที่จะคิดแล้วพิมพ์แสดงความคิดเห็น แต่ช่วยนึกคิดสักนิดนะคะ ว่าแต่ละตอนนักเขียนเขาต้องใช้ความคิดแค่ไหน ไม่ใช่อยากพิมพ์อะไรก็พิมพ์ ถ้ามันนานไปสำหรับคุณเชิญค่ะ ไม่ต้องตามก็ได้นะคะ นี่ตามเอง ขอบคุณค่ะ :)
      #168-2