Fic Harry potter : Traitor END

ตอนที่ 14 : 13 ชิงนาฬิกา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 769
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    28 เม.ย. 62

13 ชิงนาฬิกา

 


จากครั้งล่าสุดที่เดรโกเคยมาเหยียบที่ฮอกวอส์ต ก็เห็นทีจะเป็นตอนจบออกไปด้วยคะแนนที่เป็นที่สองรองจากเกรนเจอร์นั่นแหละ เขาไม่ได้นับเสียด้วยว่ามันผ่านมากี่ปีแล้ว แต่พวกเด็กๆ ที่เดินผ่านไปมาก็ยังตัวเล็กตามมาตรฐานไม่เปลี่ยน จะเพิ่มเติมหน่อยก็แค่ถูกมองเหมือนอยากรู้อยากเห็น สมัยนี้ไม่มีใครรู้แล้วว่าเขาเคยเป็นใคร ส่วนใหญ่ที่ถูกต่อต้านนั้นก็มาจากพวกรุ่นน้องตัวเองไปสองสามปีไปจนถึงพวกผู้ใหญ่เท่านั้น


เดรโกได้ยินเสียงกรี๊ดกร้าดจากเด็กนักเรียนหญิงบ้านสลิธีรินเบาๆ หล่อนหน้าแดงก่อนจะวิ่งหนีหายไปเมื่อเขาหันไปมองด้วยความแปลกใจ—แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าทำไมพวกหล่อนถึงดูสนใจคนที่ไม่ใส่เครื่องแบบเดียวกับตัวเองหรืออาจารย์ทั้งหลายในโรงเรียน


มีไม่บ่อยนักหรอกที่อาจารย์ใหญ่จะปล่อยให้คนนอกเข้ามาเดินเพ่นพ่านในโรงเรียน โดยเฉพาะทางเข้าหอพักสลิธีรินที่ทั้งเย็นและลึกที่สุดในบรรดาหอพักทั้งหมด ศาสตรจารย์มักกอนนากัลทราบดีว่าเขามาทำอะไรที่นี่ เธอไม่ได้เอ่ยตำหนิอะไรนอกจากสายตาที่มองมาด้วยความเป็นห่วงเท่านั้น ไม่มีอะไรที่หล่อนมองไม่ออก มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เขาเรียนอยู่ที่นี่แล้ว


“เธอรู้ดีว่าควรซ่อนมันไว้ที่ไหน เดรโก” หล่อนพูดเอาไว้ก่อนจะแนะนำให้เขากลับมายังหอพักแห่งนี้ “หลังกรอบรูปของเขา แม้วิญญาณจะไม่เคยกลับมา แต่จงเชื่อว่าท่านจะปกป้องมันได้”


เดรโกพึมพำรหัสผ่านเสียงเบา “เลือดบริสุทธิ์”


ก่อนที่ทางเข้าจะเปิดออก ด้านในไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิม และตรงจุดที่เป็นห้องนั่งเล่นรวมนั้น ในเวลานี้ไร้เด็กคนไหนเดินเพ่นพ่าน กระจกสีเขียวส่องแสงสลัวผ่านโครงเหล็กดัดจนกลายเป็นเงาทาบลงมายังตัวเขารวมถึงเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ มีอยู่


รูปภาพเดียวที่แขวนอยู่ด้านบน ตรงกลางกระจกนั้น


รูปของซัลลาซาร์ สลิธีรินที่ไร้ซึ่งวิญญาณของเจ้าตัว จิตรกรวาดเขาออกมาในช่วงวัยที่แข็งแกร่งและดูดีที่สุด ด้วยเครื่องแบบของประดับหรูหรา ดวงตาเฉียบคมที่จ้องลงมา เดรโกรู้สึกเหมือนตัวเองถูกเขามองตัวตนของตัวเองออกทะลุปรุโปร่ง


นี่มันเป็นความคิดที่แย่ที่สุด—เขาหยิบนาฬิกาย้อนเวลาออกมา ลูบขอบสลักลวดลายของเฟืองสีทองหม่นตามระยะเวลาอย่างใช้ความคิดเป็นครั้งสุดท้าย เดรโกควรจะทิ้งมันไว้ที่นี่ หลังจากนี้ตัวเขาไม่สามารถปกป้องมันจากคนที่ต้องการมันเพื่อกลับไปฆ่าพอตเตอร์ได้อีกแล้ว—ไม่ ตราบใดที่เดรโกต้องเป็นตัวล่อต่อไป


“หวังว่าคุณจะรักษามันได้...ถึงที่พูดอยู่ด้วยจะเป็นแค่ภาพกลวงๆ ไม่มีวิญญาณก็ตาม”


นั่นคือที่ซ่อนล่าสุด นาฬิกาถูกซ่อนอยู่หลังกรอบรูปที่เด็กนับร้อยเดินผ่านไปมาอยู่ทุกวันโดยไม่สะกิดใจเลยแม้แต่น้อย

 

 




ฮอกวอส์ตยังลงอาคมไม่ให้หายตัวเข้าไปในนั้น แฮร์รี่กับเดรโกหายตัวมาถึงได้แค่ด้านหน้าของโรงเรียน ปราสาทอันคุ้นเคยปรากฏอยู่ตรงหน้า แต่พวกเขาไม่มีเวลาแม้แต่จะอยู่รำลึกความหลัง


ทันทีที่เท้าแตะเข้ากับพื้นที่ของปราสาท แฮร์รี่กลับพบว่ามันเงียบเกินจนน่าหวาดกลัว ใบไม้บนต้นไม้ร่วงหล่นลงบนพื้นอย่างไร้ชีวิตชีวา ไร้เสียงร้องของนกที่ชอบบินผ่านยอดปราสาท ทุกอย่างเหมือนตายไปแล้ว เขาไม่ได้ยินเสียงแม้แต่เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กๆ ที่อาจจะกำลังเดินเปลี่ยนคาบเรียนระหว่างทางเดิน


เขารีบเร่งเดินเข้าไปด้านใน ก่อนจะพบสาเหตุของเสียงที่หายไปของเด็กๆ


“พวกเขากำลังหลับ” มัลฟอยว่า ก้มลงตรวจสอบเด็กคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัวเองมากที่สุด “ฮัตสันคงใช้กับคนทั่วทั้งโรงเรียนเพื่อความไม่วุ่นวาย เดาว่าเพราะไม่มีใครทันตั้งตัว พวกอาจารย์ก็เลยโดนไปด้วย”


เป็นไปตามนั้น เมื่อมัลฟอยพยักพเยิดไปอีกทาง ฮอเรซ ซลักฮอร์นกำลังนั่งหลับปุ๋ยอยู่บนเก้าอี้ทานอาหารของเขาในห้องโถงใหญ่ โต๊ะยาวสี่ตัวมีนักเรียนปะปรายที่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะเช่นเดียวกัน หลายคนที่ใบหน้าจุ่มลงไปในชามอาหาร และบางคนก็หลับไปทั้งๆ ที่ยังถือไก่ทอดคาไว้ที่ปาก


“ไปที่ชั้นเจ็ด”


“ไม่” มัลฟอยดึงแขนเขาไว้ก่อน “สองคนนั้นไม่มีทางรู้ว่าห้องต้องประสงค์อยู่ที่ไหน ฉันจะรีบไปเอานาฬิกาแล้วเราก็ออกไปจากที่นี่ พวกนั้นก็คงไม่รู้ตัวหรอก เราต้องเริ่มทำเรื่องยื่นของให้คิงส์ลีย์ทำลายมันสักที”


แฮร์รี่เคยไปที่หอพักสลิธีรินไม่กี่ครั้ง ตอนปีสองด้วยวีรกรรมที่ล่อวินเซ็นต์ แครบกับเกรกอรี่ กลอยออกมาแล้วปลอมตัวเป็นสองคนนั้นเข้าไป มันเป็นเรื่องเมื่อนานมาแล้ว สมัยตั้งแต่ที่แฮร์รี่ยังไม่ได้ทำลายบันทึกของทอม ริดเดิ้ล


“เลือดบริสุทธิ์” โดยไม่รีรอให้ประตูเปิดออกจนสุด มัลฟอยรีบแทรกตัวเข้าไปทันที


แฮร์รี่จำทางเข้าไม่ค่อยจะได้เท่าไร นั่นอาจเป็นเพราะทางเดินที่แสงไม่มากพอหรือตอนนั้นเขาอาจจะจดจ่อกับความวิตกกังวลเสียมากกว่า เพียงแต่สิ่งเดียวที่เขาพอจะจำได้ขึ้นใจคือกระจกสีเขียวที่ห้องโถงรวม ซึ่งไม่รวมรูปภาพขนาดใหญ่ที่วาดภาพเหมือนของซัลลาซาร์ สลิธีรินเอาไว้


“ฉันต้องใช้ไม้กายสิทธิ์”


แต่เพราะไม้ของมัลฟอยหักไปแล้ว เมื่อพิจารณาจากความเร่งรีบ ช่วยไม่ได้ที่แฮร์รี่จะยอมให้อีกฝ่ายยืมของเขา มัลฟอยใช้มันโบกไปในอากาศ ร่ายคาถาแก้คาถาป้องกันหลายชั้นก่อนจะเรียกมันออกมาจากหลังกรอบรูป ไม่แปลกใจเลยที่จะไม่มีใครเอะใจ ที่ซ่อนธรรมดาแบบนี้แม้แต่แฮร์รี่ก็นึกไม่ถึงว่ามัลฟอยจะเอานาฬิกามาซ่อนไว้


นาฬิกาคล้ายกับของเฮอร์ไมโอนีที่เธอใช้ตอนปีสาม เพียงแต่ด้วยร่องรอยความเก่าแก่ของตัวนาฬิกาแล้ว ลวดลายของมันดูประณีตมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด


“ไปกันเถอะ”


แต่ในตอนนั้นไม่มีใครคาดคิด ว่าทันทีที่พวกเขาเดินออกมาจากหอพัก ตรงกลับไปยังด้านหน้าปราสาทที่ไม่ควรมีใครอยู่แถวนั้น กลับเป็นพี่น้องฮัตสันที่มีใบหน้าโกรธเกรี้ยวอย่างเห็นได้ชัด ครั้งนี้ไม่มีแม้แต่การทักทาย แฮร์รี่อ่านสายตาของอีกฝ่ายออก พวกนั้นมองแต่นาฬิกาที่อยู่กับมัลฟอย


เขาผลักอีกฝ่ายหลบไปข้างๆ แจ็กสันยิงคาถามาแล้ว มันรุนแรงและเต็มไปด้วยความมุ่งร้ายหมายจะฆ่า แต่เพราะมือปราบต้องได้รับการฝึกป้องกันคาถาแบบนี้ประจำ ให้เขาต้านการโจมตีเป็นวันๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก


แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น อีกสิ่งที่พวกนั้นถนัด คือปืน


ไมอาเป็นคนแรกที่ควักมันออกมา เล็งมาไม่นานก็ยิงจนกระสุนถากเข้าที่ไหล่แฮร์รี่จนเสียสมาธิ อีกนัดยิงอีกรอบหวังเจาะเข้าใส่ส่วนสำคัญของมัลฟอยที่อยู่ด้านหลัง


“บ้าเอ้ย!


“กลับไปด้านใน!” มัลฟอยดึงแขนเขา ไม่มีเวลามากที่จะวิ่งหนีกลับไป


ไมอายิงมาอีกนัดหนึ่ง มันถากโดนข้อเท้ามัลฟอยจนเซไปจังหวะหนึ่ง หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็เริ่มรัวกระสุนแบบไม่กลัวว่ามันจะหมดแม็กซ์


แฮร์รี่ใช้คาถาโจมตีกลับไม่ได้ตราบเท่าที่แจ็กสันอยู่ด้านหน้าญาติตัวเอง หมอนั่นคอยขัดขวางเขา สลับกับโจมตีมาเป็นพักๆ จนแฮร์รี่อารมณ์เสีย พวกเขาหนีกลับเข้าไปด้านในอย่างทุลักทุเล เลือกที่จะไปตามเส้นทางที่มุ่งไปสู่ทะเลสาบมากกว่าในตัวปราสาท เด็กนักเรียนที่นอนหมดสติมีมากเกินไป พวกนั้นจะเป็นอันตรายจากลูกหลงของไมอากับแจ็กสัน


เขารู้ว่าสองคนนั้นกำลังตามมาติดๆ แต่ที่หายตัวไม่ได้ ในหัวของเขาคิดไปถึงว่าตัวเองควรไปที่ป่าต้องห้าม อย่างน้อยอันตรายในนั้นก็เคยเป็นมิตรกับเขามาก่อน ไม่ก็กระโดดลงไปในทะเลสาบ พวกเงือกกับปลาหมึกยักษ์น่าจะยังอยู่ในนั้น


แต่แรงฉุดที่ชายเสื้อเรียกให้เขาหันกลับไปมอง ก่อนที่ใจจะหายแวบเมื่อเห็นว่ามัลฟอยหนีซีดขนาดไหน “มัลฟอย!” แฮร์รี่สังเกตว่าอีกฝ่ายถูกยิงเข้าที่สีข้าง ชายโครงด้านบน


แถวนั้นเป็นอวัยวะสำคัญ


พระเจ้า!


“ทำไมนายไม่บอกฉัน!” แฮร์รี่ประคองอีกฝ่ายอย่างร้อนรน เลือดของอีกฝ่ายเปื้อนมาเป็นทาง เขาได้ยินมัลฟอยขบกรามดังชัดเจนเพื่อระงับความเจ็บปวด


“เอาไป...” มือพยายามยัดนาฬิกาเข้ามาในมือ “เอาไป พอตเตอร์!


แฮร์รี่หาต้นไม้สักต้นเพื่อให้อีกฝ่ายนั่งพิงลงไป เขาเลิกชายเสื้อขึ้นดูก่อนจะสูดหายใจลึกเมื่อเห็นว่ามันสาหัสขนาดไหน ตรงที่กระสุนเจาะเข้าไปเลือดยังคงทะลักออกมาเป็นเขื่อนแตก


“นายเสียเลือดมากแล้ว เราต้องรีบไปหาหมอ” นึกเจ็บใจที่สุดที่ในเวลานี้ หมอมูนส์ไม่ได้อยู่ข้างๆ พวกเขาแล้ว


แฮร์รี่รู้สึกว่าเสียงรอบๆ กำลังรบกวนสมาธิ กัดกินสติเขาไปเรื่อยๆ เมื่ออาการของอีกฝ่ายแย่ลง


เขาไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไรกว่ามัลฟอยจะตกอยู่ในสภาวะช็อกเพราะเสียเลือดมาก หรือจะเข้าขีดอันตรายในอีกกี่นาทีข้างหน้า มีหลายทฤษฎีที่บอกว่าเกินครึ่งชั่วโมงแล้วแต่อาการบาดเจ็บ แต่ตอนนี้เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมอนี่มีส่วนไหนในร่างกายที่โดนกระสุนเจาะทะลุไหม


“ฉันรู้ตัวฉันดี พอตเตอร์”


ไม่—ไม่เด็ดขาด!


แฮร์รี่เงียบ อาจเป็นครั้งแรกที่เขาเลือกจะเมินอีกฝ่าย ตั้งใจกับการห้ามเลือดและพยายามนึกคาถาอะไรก็แล้วแต่เพื่อจะประคองอาการ—ซึ่งเขาพบว่ามันไม่มี


ภาพมัลฟอยตอนนั่งกอดจินนี่กำลังเข้ามาเล่นงานเขาเจียนจะบ้าอยู่แล้ว นอกจากฝีเท้าที่ดังเข้ามาใกล้แล้วแฮร์รี่กำลังคิดว่าเขาอยากจะเอามีดมาปาดคอตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด


เขาเสียจินนี่ไปแล้ว เขาจะต้องมาเสียมัลฟอยไปอีกเหรอ?—เขาต้องเสียไปอีกเท่าไรถึงจะพอกันล่ะ?


มัลฟอยยกมือขึ้นมาแตะหลังมือของเขา ว่าเสียงแผ่วกว่าทุกครั้งจนแฮร์รี่นึกกลัว “พอตเตอร์ ฟังฉัน...”


ไม่...ไม่เด็ดขาด ต้องไม่ใช่แบบนี้สิ—ต้องไม่ใช่แบบนี้!


แต่หน้ามัลฟอยไม่ได้บอกอย่างนั้น “มองหน้าฉัน”


และแฮร์รี่มอง จดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาของอีกฝ่ายมากกว่าครั้งไหนๆ หรือนานกว่าทุกครั้งที่เขาใช้เวลามอง มันยังคงมีความเย็นชานเศร้าหมองอยู่ในนั้น ใช่—นั่นคงเป็นของคู่กับมัลฟอยไปแล้ว เขาเห็นมันอยู่ประจำ


และ—กับอะไรบางอย่างที่พึ่งมาสังเกตเห็นเอาตอนนี้...มันทำให้แฮร์รี่เหมือนโดนทุบและถูกสาปให้กลายเป็นหิน


มัลฟอยเวลามองเขาไม่เคยมองเขาด้วยสายตาแบบนั้น—อย่างน้อยที่ผ่านมาหมอนี่ไม่เคยมองเขาแบบนี้ หรือที่แฮร์รี่เคยคิดว่าอีกฝ่ายพยายามซ่อนมันจากเขามาโดยตลอด


อะไรก็ตามที่จินนี่เคยใช้มองเขา หรือแม้แต่เขาที่เอาไว้มองทุกสิ่งที่ตัวเองรัก—เขาเห็นมันจากตัวของมัลฟอย


“ไม่ นายจะไม่เป็นอะไร...”


“ฉัน ขอร้อง...นี่ครั้งสุดท้ายนะ พอตเตอร์”


นายไม่เคยมีทางเลือกให้ฉันเลย...แฮร์รี่อยากจะตะโกนออกไปดังๆ แบบนั้น


“จัดการทุกอย่าง—ทำตามแผนที่เราวางเอาไว้” มัลฟอยกระชับมือของเขาแน่น ราวกับไม่อยากปล่อยมันไปตลอดชีวิต


แฮร์รี่กระชับมือข้างนั้น เขาพูดไม่ออก


“ฉันเป็นผู้บำบัด ฉันรู้ว่าฉันไปไม่รอดแล้ว เพราะฉะนั้น—ทำซะ”


ไมอากับแจ็กสันตามมาแล้ว แต่แฮร์รี่ไม่มีเวลาหันไปมองด้วยซ้ำ เขาเอาแต่จดจ้องที่ใบหน้าของมัลฟอย เสียงน้ำสาดกระจายที่ทะเลสาบ เสียงตะโกนกร้าวของวลอฟดังมาจากตรงนั้น แฮร์รี่ไม่รู้ว่าสองคนนั้นโผล่มาจากน้ำได้ยังไง แต่วลอฟพุ่งตรงเข้ามาทางนี้ ในจังหวะเดียวกับที่ไมอาเล็งปืนมาที่แฮร์รี่พอดี


ปัง!


“แม่งเอ้ย! พอตเตอร์!” อีกฝ่ายสบถ ก่อนจะกระอักไอออกมา วลอฟเอาตัวบังเขากับมัลฟอยไว้


วลอฟกลั้นใจพุ่งเข้าใส่ไมอา บิดมือข้างที่ถือปืนหักกลับหาตัวอีกฝ่าย “โทษทีนะฮัตสัน นายคนนี้ไม่ใช่คู่หูของฉันว่ะ” ก่อนจะเหนี่ยวไกใส่ไมอาที่กลางอกอย่างรวดเร็ว ไม่ทันที่ไดลานานจะวิ่งเข้ามาทันด้วยซ้ำ พวกเขาทั้งคู่ล้มลงไปแล้ว


“ไป พอตเตอร์”


แจ็กสันสบถ และสิ่งที่เขาทำต่อมาคือใช้คาถาเรียกของ “แอ็กคิโอ!” แล้วนาฬิกาที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อวลอฟก็ลอยหวือไปอยู่ในมือของอีกฝ่าย ไม่รอให้ใครหันไปมองหรือขยับตัวทัน เขาใช้มันแล้วหายไปทันที


“ฉันจะเปลี่ยน” แฮร์รี่พูดแบบนั้น มองหน้ามัลฟอยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปล่อยมือ ไม่รู้เลยว่าดวงตาตัวเองกำลังแดงก่ำ ใจกลวงโบ๋ดำมืด “ฉันจะเปลี่ยนมันแน่ๆ มัลฟอย”


เขาไม่รู้ว่ามัลฟอยจะพอใจกับคำตอบหรือเปล่า การตัดสินใจครั้งนี้แฮร์รี่ไม่ต้องการขอความเห็นชอบจากใคร ไม่ว่าจะหยุดได้หรือไม่ได้ แจ็กสันก็ย้อนเวลาไปแล้ว หากแฮร์รี่ใช้ช่องว่างตรงนั้นเพื่อเปลี่ยนแปลงอะไรเล็กๆ น้อยๆ


เพื่อที่จินนี่จะต้องไม่ตาย


เพื่อที่มัลฟอยกับครอบครัวของหมอนั่นจะต้องไม่เจอเรื่องร้ายๆ อย่างทุกวันนี้ หมอนี่ก็ไม่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย


แฮร์รี่หยิบนาฬิกาออกมา ด้านหลังเขา...มัลฟอยหลับไปแล้ว


ไดลานานเดินเข้ามา “ฉันจะไปด้วย” แล้วฉวยนาฬิกาไปไว้ในมือของตัวเอง “ฉันกำหนดเอง เราจะไปหาริดเดิ้ลตอนที่เขาอยู่ในช่วงทำงานที่ร้านเบอร์เจนท์”


เมื่อนาฬิกาทำงาน มันเหมือนกันทุกอย่างกับตอนที่เขากับเฮอร์ไมโอนี่ใช้เมื่อตอนปีสาม แฮร์รี่มองเข็มนาฬิกาเรือนที่เขากับไดลานานกำลังจับ มันกำลังหมุนถอยหลังไปเรื่อยๆ ไปเป็นปีๆ จินตนาการไม่ออกเลยว่าตัวเองจะเจอกับอะไรเมื่อไปถึงที่นั่น


และพอเข็มนาฬิกาหยุดลง แฮร์รี่ก็พบว่ารอบด้านไม่ใช่ทะเลสาบอีกต่อไปแล้ว ท้องฟ้าปกคลุมด้วยกลางคืน ค่ำคืนที่เงียบสงัดกว่าในยุคของเขา แฮร์รี่ได้ยินเสียงหนูร้องจี๊ดๆ วิ่งผ่านถนนที่เปียกแฉะด้วยน้ำเป็นแอ่งๆ


ในตอนนี้เป็นฤดูฝน—เขาคิด แล้วเริ่มมองรอบๆ ที่มีเพียงแสงไฟที่ติดอยู่ที่ขอบริมกระจกไม่ก็หน้าต่าง ตรอกซอยที่คุ้นตาอยู่หน่อยๆ กับร้านรวงที่เปลี่ยนแปลงไปมากน้อยต่างกัน


ที่นี่คือตรอกไดแอกอน ใกล้กับทางเข้าตรอกนอร์ทเทิร์นที่ส่วนใหญ่ขายแต่พวกของศาสตร์มืด


ไดลานานเก็บนาฬิกาเข้ากระเป๋าตัวเอง หล่อนคงไม่ไว้วางใจที่จะฝากมันไว้กับคนที่อารมณ์ยังคงหม่นหมองอย่างเขานัก “นี่เป็นเส้นทางที่เขาจะเดินไปที่ร้านนั่นทุกวัน ฉันกะเวลามา น่าจะไล่เลี่ยกัน”


สมกับเป็นพวกที่ชื่นชอบในความมืดมิด—แฮร์รี่ไม่แปลกใจเลยว่าทอม ริดเดิ้ลจะชอบออกมาเดินเล่นตอนกลางคืนมากกว่าตอนกลางวัน


“แล้วเมื่อไรเขาจะมาล่ะ?” แฮร์รี่ถาม


“คงจะกำลังเดิน...นี่ไง”


เขาหันไปมองหญิงสาวที่ชะงักค้างไป ตามสายตาของหล่อนก่อนจะเจอเข้ากับชายหนุ่มในชุดสีดำทั้งตัว ริดเดิ้ลในวัยสิบหกนั้นถือว่าหน้าตาหล่อเหลา แต่สำหรับชายหนุ่มตรงหน้าที่อายุย่างเข้ายี่สิบนั้น—ทอม ริดเดิ้ลตรงหน้าเขากลายเป็นผู้ชายหล่อร้ายที่ปกคลุมไปด้วยบรรยากาศไม่น่าไว้วางใจเสียแล้ว


แฮร์รี่เผลอหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาอัตโนมัติ เขาโดนอีกฝ่ายเหลือบมองก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างสุขุมว่า “จะเป็นมารยาทกว่าถ้าคุณจะไม่ชี้ไม้กายสิทธิ์ใส่หน้าคนที่พึ่งเจอกันครั้งแรก มิสเตอร์”


“แต่ฉันไม่นะ” แฮร์รี่ว่าเสียงเรียบเย็น มองอีกฝ่ายที่เลิกคิ้วแปลกใจขึ้นมา


เขารู้ว่าสำหรับทอมคนนี้ การพบเจอกับแฮร์รี่นั้นเป็นครั้งแรกอย่างที่เจ้าตัวกล่าวอ้างมาจริง แต่กับเขานั้นมันช่างเป็นเรื่องยาก จากนี้ในอนาคตหลังจากที่ทอมออกจากร้านเบอร์เจนท์ เขาทำหลายอย่างที่น่ากลัว และแฮร์รี่รู้ทุกอย่างก่อนแล้วผ่านเพนชิฟที่ดัมเบิ้ลดอร์ให้เขามา


มันไม่ใช่เรื่องง่าย—และเขายอมรับเลยว่าต้องการฆ่าทอมมากกว่ามาเจรจา


“คุณพาเรามาหาหมอนี่ตอนนี้ทำไม?” หันไปถามหญิงสาวที่จดจ้องชายหนุ่มนิ่ง “เราควรจะย้อนกลับไปตั้งแต่ที่เขายังไม่เริ่มศึกษาศาสตร์มืดกับฮอครัทซ์”


“นั่นน่าสนใจทีเดียว มิสเตอร์” ทอมหรี่ตามอง คราวนี้มีความสนใจปนมาดร้ายอยู่ในนั้นด้วย “ฉันมั่นใจว่าไม่มีใครรู้จักคำนี้นะ คุณไปรู้จักมันมาจากไหน?”


ในตอนนั้น แฮร์รี่มั่นใจว่าอีกฝ่ายมั่นใจแน่ๆ ที่จะปลดไม้กายสิทธิ์ของเขาออกมาได้ แต่สัญชาตญาณของแฮร์รี่ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย--อย่างที่บอก เขารู้ความคิดอีกฝ่ายดีพอๆ กับตัวเองนั่นแหละ


ผลออกมาคือ แฮร์รี่กันคาถาของทอมได้ และนั่นทำให้อีกฝ่ายสนใจในตัวเขามากกว่าเก่า


“ตอนแรกผมคิดว่าจะรีบไปที่ร้านเพราะกลัวทำงานสาย—ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว” ทอมเหยียดยิ้ม คราวนี้ชูไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาอย่างโจ่งแจ้ง “ผมจะไม่ไปจนกว่าจะคุยกับคุณรู้เรื่องดีกว่า”


ไม่ควรมาหาเจ้านี่ในเวลานี้จริงๆ ด้วย—แฮร์รี่ขมวดคิ้ว


แต่คนที่โพล่งแทรกขึ้นมากลับเป็นไดลานาน “อ่านใจฉันสิ คุณริดเดิ้ล”


“อะไรนะ?” ไม่ได้มีแค่เขาเท่านั้นที่ร้องขึ้นด้วยความแปลกใจ


แม้แต่ทอมที่กำลังคิดจะโจมตีใส่ กลับเผลอมองไปทางหญิงสาวหนึ่งเดียวในนี้ที่ไร้ไม้กายสิทธิ์ด้วยความสนใจเป็นครั้งแรก แววตาของเขานั้นเฉียบคม มันเต็มไปด้วยม่านหมอกที่ปกปิดไม่ให้ใครก็ตามอ่านความคิดของตัวเองออก


“อ่านใจฉัน แล้วคุณจะรู้เองว่าตัวเองจะตัดสินใจอะไร” หญิงสาวย้ำ


“อะไรทำให้คุณคิดแบบนั้น?”


“ความทรงจำของฉัน”


และนั่นก็เป็นการอนุญาตจากเจ้าของ—แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่ามันเริ่มขึ้นเมื่อไร ทอมไม่ได้ปฏิเสธหรือตั้งข้อกังขาขึ้นมา เขาชื่นชอบที่จะเข้าไปในหัวคนอื่นเพื่อล้วงอะไรก็ตามที่เป็นตะกอนในใจของคนๆ นั้นออกมา แฮร์รี่ก็เคยโดน—แน่ล่ะว่าไม่มีใครชอบ


และเพราะแบบนั้น ไดลานานคงเป็นคนแรกที่ขอให้ทอมเข้ามาอ่านใจตัวเอง


แวบหนึ่งที่เขาเห็นว่าใบหน้าของชายหนุ่มเกือบจะยกยิ้มขึ้น วูบหนึ่งที่เปลี่ยนเป็นความกระหายและท้ายที่สุด มันจบอยู่ที่ความสนใจและครุ่นคิด


แฮร์รี่กล้าพูดได้เลยว่าตอนนี้ ทอม ริดเดิ้ลกำลังเริ่มวางแผนการบางอย่างแล้ว


“น่าสนใจ”


ทอมหัวเราะออกมาเบาๆ จากท่าทางที่เต็มไปด้วยปฏิปักษ์เมื่อครู่ หายไปแทบจะทันที สีหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความสนใจและตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด


และอะไรที่ทำให้จ้าวแห่งศาสตร์มืดตื่นเต้น...มันไม่ค่อยจะเกิดผลดีสักเท่าไร


“เราหาที่คุยกันดีกว่า ทุกท่าน”


แฮร์รี่ทำใจเชื่อหมอนี่ไม่ได้จริงๆ


++++++++

เรื่องนี้ขมก่อนละมุนนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

370 ความคิดเห็น

  1. #189 earnnaruk (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 07:04
    จะละมุนจริงไหม..
    #189
    0
  2. #137 Maerd_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 13:11
    แงงงง คนทางนี้ย้อนอดีตมา แล้วน้องเดรกทางนั้นจะเป็นไงบ้างเนี่ย
    #137
    0
  3. #96 Hayeon22 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 17:29
    ไม่จริง​ เพราะน้องหลับเฉยๆถูกมั้ย​
    #96
    0
  4. #89 Konix (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 18:24

    นึกว่าจะไปได้สวยแล้วนะ กลายเป็นว่าตอนนี้เดรกตายหรอคะ ฮืออออ

    #89
    1
    • #89-1 Tiaros(จากตอนที่ 14)
      3 พฤษภาคม 2562 / 21:08
      เดรโกตายค่ะ เกือบจะดีอยู่เเล้วเชียว
      #89-1
  5. #85 Yoseop~Ah :) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 02:02
    เดรโกที่โดนยิงจะเป็นอะไรมั้ยคะ แง้ๆ ได้แต่หวังว่าแฮรี่จะทำสำเร็จนะ แอบกลัวว่าตัวร้ายจะก้าวนำไปก่อนแฮรี่นี่สิ แย่เลยนะะ แง้ๆ
    สู้ๆนะคะ
    #85
    1
  6. #84 buaholly (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 23:25
    ปวดใจแรกคือตอนน้องเดรกโดนยิงเเล้วแฮซคือแบบห่วงมากปากแข็งไม่ยอมรับซักทีว่ารักเดรกขนาดไหนพอเค้าเจ็บก็เศร้านี่ถ้าแกไม่มีนาฬิกาคงลงแดงไปอยู่กับด๊อบบี้เเล้วนะ
    #84
    1
  7. #83 Mamorudes (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 22:47

    ต๊ายยยยยยย//เสียงหลงไปเรียบร้อย ฟิคที่แล้วจริงๆก็แอบจิ้นอยู่นะจ๊ะ~แต่ไม่ดั้ยบอกเธอเลย~~ *ชูป้ายริดเดิ้ลxไดลานาน*


    #83
    1