Fic Hakuouki : Shiro Tsubaki End.

ตอนที่ 5 : 05 เด็กสาวยักษากับโยเซเดียวดาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 599
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    17 มิ.ย. 61

05 เด็กสาวยักษากับโยเซเดียวดาย

 


เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนที่เธอยังเด็กๆ


แม้จะไม่เด็กมากเกินไปแต่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว


ที่ได้พบกับหญิงสาวที่ราวกับหิมะที่โปรยลงมาจากฟากฟ้า


เย็นยะเยือก น่ากลัวและไร้ความอบอุ่น

 



จิซึรุได้พบกับนางในวันที่หิมะโปรยปรายลงมาเป็นครั้งแรกของฤดูกาล ตอนนั้นเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าใกล้ๆ กับหมู่บ้าน พวกผู้ชายต้องพากันไปช่วยกันดับไฟ ตรงนั้นเป็นป่าลึกที่ไม่ค่อยจะมีคนเดินเข้าไปถึงนักเพราะอยู่ติดกับหน้าผาชันและลำธารสายใหญ่ พอไฟมอดดับ ทุกอย่างก็เหลือแต่ตอตะโกเสียแล้ว


ท่านพ่อของเธอ....ยูคิมูระ โคโด ยุ่งทั้งวัน เพราะต้องปฐมพยาบาลให้กับคนที่โดนไฟลวกตอนไปดับไฟ ในวันนั้นเธอเองก็วิ่งวุ่นทั้งวันเพราะสมุนไพรที่เก็บตุนไว้หมดลง ดังนั้นทางเดียวที่จะไปเอามาได้คือการเข้าป่าไปเก็บ มันเป็นสวนเพาะปลูกของบ้านเธอเองที่ตั้งเอาไว้ในป่าเพื่อไม่ให้ใครเข้าไปทำลายมัน


และที่ตรงนั้น ท่ามกลางธรรมชาติที่แสนงดงาม


จิซึรุได้พบเข้ากับร่างเปื้อนเลือดของหญิงสาวคนหนึ่ง หญิงสาวแปลกประหลาดที่มีเส้นผมสีเงินยวงราวกับภูตที่หลุดออกมาจากหนังสือ ผิวขาวจัดที่คล้ายจะเรืองแสงได้ นางพิงอยู่กับต้นไม้ สลบสไลไม่ได้สติ เท้าเปลือยเปล่าโดนหนามตำจนเลือดซิบและรอยฉีกขาดบนเสื้อผ้าคล้ายโดนคมดาบมา—ช่างเป็นภาพี่น่ากลัวเกินกว่าที่เด็กจะรับไหว


จิซึรุร้องไห้จ้า วิ่งกลับไปหาท่านพ่อทั้งที่ยังเก็บสมุนไพรได้ไม่ถึงครึ่ง บอกทั้งน้ำตาว่าเจอคนใกล้ตายที่แปลงสมุนไพร เดือดร้อนให้ต้องพาโคโดไปดูด้วยความรีบร้อนเกรงว่านางจะตายไปจริงๆ


และพอพวกเธอทั้งสองไปถึง ร่างนั้นก็ยังอยู่ที่เดิม ท่านพ่อรีบเข้าไปดูโดยมีเธอยืนมองอยู่ข้างๆ โคโดสำรวจอาการก่อนจะจะทำหน้าเครียดออกมา


จิซึรุไม่เข้าใจว่าท่านพ่อของเธอเป็นอะไร แต่พอเปิดแผลของหญิงสาวคนนั้นดูก็กลับพบแค่รอยเลือดสดใหม่เท่านั้น เท้าที่โดนตำก็ไม่มีแผลด้วย—จิซึรุในตอนนั้นไร้เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจได้ แต่ท่านพ่อเธอกลับรู้อะไรบางอย่าง ท่านพาหญิงไร้สติคนนั้นกลับเข้ามาบ้านด้วย โดยไม่ให้ชาวบ้านรู้ตัว


เด็กน้อยรับหน้าที่ในการเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้อีกฝ่ายก็ยิ่งสงสัยหนักขึ้นกว่าเก่า ตามตัวนางไม่มีบาดแผลฉกรรจ์เลยจริงๆ แต่ชุดที่นางใส่มาก็ไม่สอดคล้องกัน แล้วไหนจะเส้นผมที่ราวกับไม่ใช่มนุษย์นั่นอีกล่ะ


ดังนั้นเธอจึงไปถามท่านพ่อที่ดูรู้เรื่องมากที่สุด


“อย่าเอาไปบอกคนอื่นนะ จิซึรุ” โคโดบอกลูกสาวอย่างนั้น ซึ่งเธอก็รับปากอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ


“หญิงนางนั้น นางคือโยเซ”


“โยเซเหรอคะ?” เด็กน้อยตาโต “คุณภูตที่ชอบมาให้ของขวัญเด็กดีน่ะเหรอคะ ท่านพ่อ!


“ใช่แล้วล่ะ เพราะฉะนั้น ถ้ามีคนรู้ว่าพี่สาวคนนั้นเป็นภูตขึ้นมา นางจะหนีไปนะ” โคโดกล่าวเสียงอ่อนโยน พลางลูบหัวลูกสาว “ดังนั้น ในตอนที่พี่สาวคนนั้นยังไม่แข็งแรงดี ลูกจะปิดเป็นความลับแล้วดูแลนางได้หรือเปล่า?”


“อื้ม!


หลังจากที่รับคำเป็นมั่นเหมาะแล้ว จิซึรุก็ทำตามอย่างที่ว่าไว้จริงๆ เพียงไม่นานที่ผ่านไปแค่วันเดียวเท่านั้น หญิงสาวคนนั้นก็ฟื้นขึ้นมาในที่สุด


เด็กน้อยสบเข้ากับดวงตาสีน้ำแข็งนั้นด้วยความยินดี จ้อถามไม่หยุดว่าสบายดีหรือยัง? ยังเจ็บตรงไหนอีกไหม? หรือพี่สาวเป็นภูตจริงๆ หรือเปล่า?


ในตอนแรกนางดูตกใจนิดหน่อยที่โดนถามอะไรไปมากมาย ก่อนจะค่อยๆ ปรับตัวได้แล้วตอบคำถามของจิซึรุทีละข้ออย่างใจเย็น น้ำเสียงของนางนุ่มลึกและเยือกเย็นให้ความรู้สึกแปลกใหม่


“ข้าชื่อชิซุน...กินทสึ ชิซุน”


“ข้าชื่อจิซึรุ! ยูคิมูระ จิซึรุ!


พี่สาวชิซุนมองเธอด้วยความแปลกใจ นางกลับไปคิดอะไรคนเดียวอีกรอบแล้วพึมพำออกมาบ้างว่า “ไม่รู้ตัวเหรอ?” ไม่ก็ “อย่างนี้นี่เอง นางก็เป็นจริงๆ สินะ” จากนั้นก็ลูบหัวเธอแล้วพูดว่า “เด็กดี จิซึรุ”


ในตอนนั้นเธอไม่รู้ว่าชิซุนกำลังคิดอะไรอยู่ ได้แต่ดีใจที่ถูกชมว่าเด็กดีจนออกนอกหน้า “งั้นพี่สาวจะให้ของขวัญข้าหรือเปล่าคะ!


“ของขวัญ?”


“อื้ม! ท่านพ่อบอกว่าถ้าข้าเป็นเด็กดี คุณภูตจะมาให้ของขวัญล่ะ! พี่สาวเป็นภูต พี่สาวจะให้ของขวัญข้าหรือเปล่า?”


คล้ายกับจะเห็นความแปลกใจในดวงตาสีน้ำแข็งนั่นอีกแล้ว แต่ไม่นานก็กลับมาเป็นใบหน้านิ่งงันอย่างเก่าพร้อมกับประกายแสงในดวงตาที่อ่อนลง


จิซึรุโดนลูบหัวอีกแล้ว


“ถ้าเป็นเด็กดีกว่านี้เจ้าจะขออะไรจากข้าก็ได้เด็กน้อย แต่แค่ข้อเดียวเท่านั้น ไม่ว่าอะไรข้าก็ทำให้ได้ ตกลงไหม?”


“อื้ม! ข้าจะเป็นเด็กดีล่ะ!


จากนั้นมาก็คล้ายกับว่าเธอจะสนิทกับหญิงสาวมากขึ้นตามลำดับ จิซึรุทึ่งทุกครั้งที่เห็นชิซุนเปลี่ยนสีผมให้เป็นสีดำได้ เปลี่ยนสีดวงตาให้เป็นสีอื่นได้ แม้จะรู้สึกว่าสีเงินดูเหมาะกับเจ้าตัวมากกว่าก็ตาม แต่สีดำสามารถทำให้อีกฝ่ายออกไปด้านนอกได้เธอก็ไม่คัดค้านอะไรเพิ่ม


ท่านพ่อของเธอรับชิซุนเข้ามาเป็นผู้ช่วยในการเก็บรักษาและเพาะปลูกสมุนไพร ดังนั้นบ้านเล็กๆ ในป่าที่พวกเธอปลูกไว้จึงกลายเป็นบ้านของหญิงสาวไปโดยปริยาย จิซึรุชอบที่จะไปที่นั่นทุกครั้งเพื่อเอาอาหารและขนมไปฝากอีกฝ่าย


จนกระทั่งเข้าสู่ปีที่สองที่พวกเธอรู้จักกัน ตอนนั้นจิซึรุพึ่งมารู้ว่าชิซุนอายุใกล้ยี่สิบแล้ว เพราะมีชายหนุ่มในหมู่บ้านมาสู่ขอนางไม่เว้นแต่ละวันนั่นแหละ


“ข้านึกว่าท่านออกเรือนไปแล้วเสียอีก!” เด็กสาวว่าอย่างตกใจ


“ไม่หรอก ข้ายังไม่ได้ออกเรือน”


“แต่อายุขนาดนี้น่ะ...”


“บ้านข้าไม่กังวลเรื่องอายุหรอก...”


“งั้นเหรอ?”


“อืม”


จากนั้นก็หมดคำพูดจะต่ออีก เธอมองหญิงสาวทำงานของตัวเองไปด้วยความไม่เข้าใจ แม้จะรู้อยู่แก่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายไม่โกหก แต่ก็อดเคลือบแคลงขึ้นมาไม่ได้จริงๆ


เพราะดวงตาของอีกฝ่าย ดูเศร้าสร้อยจนน่าใจหาย


“แต่คนที่ข้าให้ความสำคัญ ก็มีนะ”


“เอ๊ะ?” ตั้งตัวไม่ติดเพราะจู่ๆ ก็โพล่งขึ้นมา


แต่พออีกฝ่ายหันหน้ามาหา ก็รู้ตัวว่ากำลังพูดกับตัวเองอยู่


“คนสำคัญ...ที่ตอนนี้กำลังมีความสุขน่ะ ข้ามีนะ”


“แล้วพี่สาวไม่ออกตามหาเขาล่ะคะ?”


“เพราะถ้าข้าเจอเขา คนที่บ้านจะทำร้ายเขาน่ะ อีกอย่างอยู่กับเจ้า ข้าก็มีความสุขดีอยู่แล้ว”


นั่นอาจจะเพราะเปลี่ยนประเด็นพูดล่ะมั้ง แต่จิซึรุก็คิดช้าเกินไป คล้อยตามอีกฝ่ายจนเปลี่ยนเรื่องไปจริงๆ สุดท้ายก็ลืมเรื่องที่คุยไปเสียสนิท


แล้วหลังจากนั้น ก็มีข่าวไม่ดีแผ่ไปทั่วทั้งหมู่บ้านและละแวกใกล้เคียง จิซึรุได้ยินคนในหมู่บ้านกระซิบกระซาบกันระหว่างที่เธอกับชิซุนกำลังเดินจ่ายตลาดอยู่ ว่ามีศพของซามูไรที่กำลังกลับบ้านตอนดึกโดนเผาจนเกรียม จำหน้าแทบไม่ได้


ตอนได้ยินข่าว จิซึรุแค่คิดว่าน่ากลัวเฉยๆ แต่พอเธอสังเกตเห็นหน้าของคนที่อยู่ข้างๆ ก็พาลชะงักไปด้วย


เพราะใบหน้าของชิซุน ไม่เคยแสดงความตกใจและหวาดกลัวเท่านี้มาก่อนเลย


“กลับบ้านกันเถอะ จิซึรุ”

จากนั้นหญิงสาวก็หายเข้าไปคุยกับท่านพ่อของเธอแค่สองคน ใบหน้าของชิซุนดูเคร่งเครียดมากจนจิซึรุไม่กล้าขัด นั่นอาจจะเกี่ยวกับที่ชิซุนได้แผลมาตอนเจอกันครั้งแรกหรือเปล่านะ? เด็กสาวเผลอคิดขึ้นมาแบบนั้นไม่ได้ แล้วพออีกฝ่ายออกมา ก็บอกกับเธอว่า “ให้ปิดเรื่องนี้จากทุกคนด้วยนะ จิซึรุ”


นั่นคือเรื่องของหน้ากากจิ้งจอกที่ออกตระเวนในยามค่ำคืน ชิซุนกลับร่างโยเซของตัวเองแล้วปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากจิ้งจอก นางออกไปตามหาใครสักคน บอกว่าเป็นเพื่อนคนสำคัญที่กำลังโกรธมาก เธอต้องไปหยุดเขาไม่ให้ทำร้ายใครไปมากกว่านี้


ตอนแรกจิซึรุคิดว่าอาจจะเป็นคนสำคัญของอีกฝ่ายหรือเปล่า


แต่ชิซุนก็ตอบกลับมาแทบจะทันทีว่า “คนละคนกันน่ะ”


และสุดท้าย ข่าวของนางจิ้งจอกสีเงินก็เริ่มแพร่ไปทั่วทุกสารทิศในหมู่บ้านทางแถบเหนือแทน โดยมีจิซึรุและโคโดเท่านั้นที่รู้ว่าตัวจริงของภูตที่ทุกคนกำลังกล่าวถึงนั้นคือใคร เรื่องมันคงจะเงียบอยู่จนกว่าชิซุนจะพอใจ


ถ้าไม่ใช่เพราะว่าท่านพ่อของเธอขาดการติดต่อไปก่อนล่ะก็นะ


นั่นเป็นเรื่องราวก่อนที่ทั้งเธอและชิซุนจะเดินทางมาที่เกียวโต


เรื่องราวของเด็กสาวที่ออกตามหาพ่อและหญิงสาวปริศนาที่ตามล่าฆาตรกร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #4 มิกิ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 17:06

    มีความอยากรู้ว่าจิซึรุจะขออะไร สู้ๆๆ

    #4
    1