Fic Hakuouki : Shiro Tsubaki End.

ตอนที่ 29 : 07 บทพิเศษ : ฟื้นกำลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    21 ธ.ค. 61

07 บทพิเศษ : ฟื้นกำลัง

 

 

แสงแดดร้อนแรงยามกลางวันทำให้ชายหนุ่มต้องยกมือขึ้นปาดเหงื่อไคลที่ไหลลงมาตามโครงหน้า จิซึรุยังมีธุระกับยายนิโจวอีกหลังหนึ่ง นางเป็นหญิงชราที่อยู่กับหลานเพียงสองคน และเป็นคนที่เป็นคนไข้ของรินที่ฝากพวกเขาดูแลคอยมาจัดยาให้ทุกเดือน

 

เมืองติดริมทะเลมักอากาศอบอ้าวแม้ลมจะโกรกตลอดเวลา หาดทรายที่นี่มีแค่คนบางกลุ่มเท่านั้นที่มาก่อไฟแล้วจับสัตว์ทะเลมาทาน

 

ท้องฟ้าวันนี้มืดหม่น ราวกับเป็นลางบอกเหตุถึงเหตุการณ์อันวุ่นวายบางอย่าง

 

ท้องทะเลไกลออกไปลับตา จุดสีดำกำลังเคลื่อนที่ไปที่ไหนสักแห่ง

 

ย่างก้าวของชายหนุ่มเลียบไปตามทรายละเอียดที่ถูกคลื่นซัดเข้าฝั่ง สายตาจดจ้องมองคอยหลบเศษไม้ที่ถูกคลื่นตีตื้นขึ้นมาเกยบนบก สองฝีเท้าก้าวอย่างเอื่อยเฉื่อย แม้แต่ความระมัดระวังเองก็แทบจะเหลือศูนย์

 

จวบจนกระทั่งเจอเข้ากับเท้าสองคู่

 

ชายหนุ่มหยุดก่อนจะเงยขึ้นมองช้าๆ

 

เบิกตากว้าง

 

คาซามะ ชิซุนกำลังพยุงร่างสลบไสลของชายหนุ่มตัวเล็กคนหนึ่งไว้ ตามเนื้อตัวเปียกลู่และเสื้อผ้าบางส่วนฉีกขาดและเปื้อนเลือดเบาบาง

 

ใบหน้าขาวซีดขาวเพราะพึ่งขึ้นมาจากน้ำหรืออย่างไรฮิจิคาตะไม่อาจทราบ แต่แทบจะเป็นเวลาเดียวกันที่เขาเบิกตากว้าง ด้วยการเคลื่อนไหวอัตโนมัติของร่างกาย ชายหนุ่มเขาเข้าไปช่วยอีกฝ่ายประคองร่างของชายหนุ่มอีกคนทันที

 

“เกิดอะไรขึ้น?” อดีตหัวหน้าเหล่าชินเซ็นกุมิเอ่ยถาม

 

“เราต้องการหมอ” หญิงสาวตอบมาเสียงเรียบว่า “ข้าต้องรีบไปที่โตเกียวให้เร็วที่สุด”

 

ประจวบเหมาะอะไรอย่างนี้—ชายหนุ่มคิด นึกย้อนไปถึงแขกสามคนที่มาที่บ้านของเขาเมื่อสามวันก่อน สองชายหญิงที่เขารู้จักมาหลายปีช่างมีหลายอย่างที่เกิดขึ้นจากความบังเอิญเสียเหลือเกิน

 

ที่ชักจูงให้หญิงสาวที่ไปไกลถึงเกียวโตไปยังโตเกียวที่ท่านหัวหน้าเผ่ายักษ์กำลังมุ่งหน้าไปทำธุระได้

 

คาซามะ ชิซุนจะรู้ตัวหรือเปล่าว่าทำให้เจ้าบ้านคาซามะต้องออกมาตามตัวเองแทบพลิกแผนดิน

 

 

+++++++

 

ถึงจะน่าแปลกที่ลืมตาขึ้นมาในบ้านของใครคนหนึ่งที่ไม่รู้จัก แต่ความเมื่อยล้าต่างๆ บนร่างกายก็เล่นงานเขาจนไม่สามารถขยับร่างกายได้อย่างยามปกติ สุดท้ายจึงทำได้แค่เงยมองสำรวจรอบๆ และคอยฟังเสียงต่างๆ เท่านั้น

 

ได้ยินเสียงของคาซามะ ชิซุนคุยกับใครบางคนอยู่ด้านนอก

 

“ข้าต้องไปที่โตเกียวก่อน ฝากเขาไว้ที่นี่แหละ”

 

“แล้วข้าต้องอธิบายให้คิคุโนะซังว่ายังไงล่ะ เรามาขออาศัยบ้านนางอยู่นะ”

 

กับเสียงทุ้มไม่คุ้นหูของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เหมือนจะเป็นคนเคร่งกฎน่าดูเอ่ยเถียง

 

“แล้วจิซึรุไปไหน?”

“...จิซึรุไม่ได้มาด้วย นางต้องดูแลนิโจวซัง”

 

“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็อยู่เฝ้าเขาไปก่อนก็แล้วกัน”

 

“...คาซามะ ชิซุน ข้าเองก็มีธุระที่อื่นต้องทำนะ”

 

“สองคนนั้นไม่ก่อเรื่องยุ่งหรอก เจ้าอย่ากังวลนักสิ”

 

“ยิ่งเจ้าพูดข้ายิ่งไม่วางใจ...”

 

“ยังไงก็เถอะ ข้าต้องไปโตเกียว...”

 

ช่างประจวบเหมาะอะไรอย่างนี้นะ

 

เสียงโต้เถียงของชายหญิงด้านนอกยังคงแว่วเข้ามาให้ได้ยินทุกคำพูด เคนชินภาวนาเหลือเกินให้ร่างกายนี้ของตนขยับได้เสียที อาการเมื่อยล้าต่างๆ ส่วนใหญ่นั้นเกิดจากการนอนเป็นเวลานานเท่านั้น เขาแค่ต้องรอเวลา

 

“ที่จริงเจ้ารู้หรือเปล่าว่าสามีเจ้ามีธุระที่นั่น?”

เสียงจากหญิงสาวคล้ายจะเงียบเสียงไปเล็กน้อย ก่อนที่เสียงถอนหายใจของชายหนุ่มจะพ่นออกมายาวเหยียด “โยเซไม่โกหก เจ้าคงไม่คิดที่จะฝืนธรรมชาติของตัวเองหรอกใช่ไหม?”

 

ภูตอย่างนั้นเหรอ?—นั่นจะอธิบายความสามารถเหนือธรรมชาติต่างๆ ของนางได้หรือเปล่า? รวมทั้งรูปลักษณ์ที่น่าหลงใหลนั่นด้วย

 

“จิคาเงะบอกข้าแล้ว แต่เขาไม่รู้ว่าข้าออกไป”

 

“เจ้านั่นตามหาเจ้าจนจะทั่วแผ่นดินอยู่แล้ว”

 

“ก็กำลังจะสะสางธุระให้เสร็จแล้วกลับไปไง!

 

ท้ายเสียงของหญิงสาวคล้ายจะกดเข้มขึ้นจนอีกคนหนึ่งเงียบ นางถอนหายใจออกมาแผ่วเบาก่อนจะพูดว่า “ข้าไม่คิดว่าเขาจะให้อภัยคาโนะหรอกนะ แต่ข้าก็ไม่อยากให้เขาฆ่าคาโนะเหมือนกัน”

 

“แต่เจ้าก็ไม่คิดที่จะปล่อยคาโนะไป”

 

อดีตมือสังหารหนุ่มขยับกายลุกขึ้นมานั่งได้สำเร็จ เวลานี้เขาไม่ควรจะเข้าไปแทรกการสนทนานี้เลยสักนิด

 

และเคนชินคิดผิด ตามเนื้อตัวเขายังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวกว่าที่คิด

 

“มันเป็นความรับผิดชอบของข้า”

 

“เหมือนเมื่อตอนที่เจ้านั่นไล่ฆ่าคนเมื่อหลายปีก่อนงั้นเหรอ?” เสียงชายหนุ่มเองก็ใช่ว่าจะอ่อนลงแต่อย่างใด กลับกันแล้วมันช่างหนักแน่นและเคร่งขรึมราวกับผู้ใหญ่กำลังดุเด็ก “เขาเองก็คงรู้สึกแบบเดียวกับเจ้านั่นแหละชิซุน ไม่มีใครรู้ดีถึงความรู้สึกกลัวตอนที่เจ้ากำลังจะตายดีไปกว่าเขาแล้ว”

 

“ข้ารู้ดี...” โยเซสาวว่าแผ่วเบา

 

เคนชินนึกภาพไม่ออกเลยว่านางกำลังทำหน้าอย่างไรอยู่

 

หรือแม้แต่จะหันมาสนใจความรู้สึกของตัวเองที่ราวกับกำลังถูกชายหนุ่มนิรนามจากอีกฟากของประตูคว้านเอาความเจ็บปวดของตัวเองออกมาขยี้

 

ทั้งความกลัวที่จะสูญเสียคนสำคัญ ทั้งความรู้สึกที่แบกรับคนเดียวไว้บนบ่า

 

แม้จะไม่ใช่เรื่องที่เคยเผชิญเหมือนกัน

 

แต่คาซามะ ชิซุนไม่ต่างอะไรจากเขาเลยสักนิด

 

เป็นผู้ปกป้องที่น่าเวทนา เป็นผู้ปกป้องที่มีหลายคนพร้อมจะโอบกอดนางไว้ในอ้อมแขน

 

เสียงของโยเซสาวหัวเราะแผ่วเบา กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดว่า “เพราะข้าก็ไม่อยากเสียเขาไปเหมือนกัน”

 

มือสังหารหนุ่มหลับตาลง—ใช่ เขาเองก็ไม่อยากสูญเสียคนสำคัญไปเช่นกัน

 

ใช่หรือเปล่า ท่านคาโอรุ?

 

+++++

 

ค่ำวันนั้นคล้ายมีแขกมาเยือน แต่สำหรับชายหนุ่มที่ยังต้องนอนหลับเพื่อพักฟื้นร่างกายแล้ว มีเพียงฮิจิคาตะคนเดียวเท่านั้นที่ออกมาดูว่าเป็นใคร

 

คิคุโนะซังหลับไปแล้ว ส่วนชิซุนนั้นออกไปด้านนอก ตอนนี้ยังไม่กลับมาสักที

 

อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มที่แก่กว่าเขา อาจจะรุ่นราวคราวเดียวกับคุณคอนโดได้ เพียงแต่บุคลิกนั้นช่างเหมือนคนพเนจรมากกว่าจะเป็นคนที่มีฐานะ

 

แต่บรรยากาศที่แผ่ออกมานั้นช่างสงบเงียบราวกับผืนน้ำ นั่นทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะประมาท

 

ด้วยความเป็นห่วงเจ้าของบ้านที่ตนรบกวนมาขอพักแล้ว ก็ยังมีคนเจ็บที่แม้จะมีฝีมือก็คงช่วยอะไรมากไม่ได้

 

“ไม่ทราบว่าท่านมาหาใคร?” อดีตรองหัวหน้าเอ่ยถาม อีกฝ่ายมาเพียงตัวเปล่าเท่านั้น

 

“ข้าเห็นว่าเมื่อกลางวันเจ้าแบกใครมาที่นี่” คำพูดนั้นช่างไม่แยแส ไร้ความขึงขังแต่ก็เต็มไปด้วยความเกรงขาม “เขาต้องมากับข้า”

 

เรียวคิ้วขมวดกันมุ่น ความไม่ไว้ใจก่อเกิดขึ้นจนต้องมองหาหนทาง “เขาไปแล้ว”

 

ได้ยินจากปากสหายสาวว่าฮิมูระ เคนชินคือคนที่กำลังถูกหมายตาจากกบฏปฏิวัติรัฐบาลใหม่ในตอนนี้ หรือว่าคนตรงหน้านี้จะเป็นหนึ่งในผู้ร่วมอุดมการณ์ของคนพวกนั้นที่ตามมาจัดการกับชายหนุ่มกัน?

 

“ข้ารู้ว่าเจ้าโกหก” อีกฝ่ายยังคงนิ่งเฉยต่อไป “เจ็บหนักขนาดนั้นต่อให้ฟื้นตัวเร็วขนาดไหนก็ต้องสามวัน นี่พึ่งจะคืนที่หนึ่ง หลีกทางซะ”

 

อีกฝ่ายก้าวเข้ามาใกล้ เป็นเวลาเดียวกันกับที่ฮิจิคาตะเข้ามาขวาง

 

ตาต่อตา เพียงสัญญาณของร่างกายเพียงอย่างเดียว ก็ไม่รอให้ต้องมีการท้าทายเกิดขึ้น หมัดจากชายพเนจรแปลกหน้าพุ่งเข้าใส่ ฮิจิคาตะยกแขนซ้ายขึ้นกันอย่างทันท่วงที ถอยหลังมาครึ่งก้าวเอี้ยวตัวไปด้านข้างก่อนจะสวนแขนขวาเข้าใส่อีกฝ่าย

 

แต่ชายพเนจรเพียงเอี้ยวตัวหลบเช่นเดียวกับเขา ซ้ำแล้วยังรวดเร็วคล่องตัวกว่าไปคว้าเอาไม้ที่พิงทิ้งไว้ข้างบ้านมาถือไว้ในมือก่อนจะแทงมาที่เขาอีกรอบ

 

ฮิจิคาตะก้าวเท้าขวา ใส่แรงผลักร่างเข้าใส่แล้วเล่นงานเข้าที่ใบหน้า ไม่ได้ถอยกลับไปตั้งหลักอย่างที่ฝ่ายตรงข้ามตั้งใจไว้

 

อีกฝ่ายเบิกตากว้างเล็กน้อยแล้วกลายเป็นฝ่ายถอยร่นไปเสียเอง ตั้งท่าระวังเอาไว้ในขณะที่ใช้สายตาประเมินเขา

 

ราวกับเมื่อครู่เป็นเพียงการวัดฝีมือจากอีกฝ่ายเท่านั้น

 

“ฝีมือไท่ธรรมดา เจ้าไม่น่าจะเป็นแค่คนส่งของ”

 

ฮิจิตาคะขมวดคิ้ว “ท่านก็ไม่ได้เป็นแค่คนพเนจร”

 

นั่นย่อมไม่ใช่—คำตอบนั้นมีอยู่แล้วภายในใจของทั้งสอง ที่รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นไม่ใช่คนธรรมดาที่ต่อสู้ไม่เป็น

 

กริ๊ง

 

“เขาไม่ใช่คนของชิชิโอะหรอก”

 

ฮิจิคาตะหันไปมอง เช่นเดียวกับชายหนุ่มที่ขมวดคิ้วเหลือบตามองด้านหลังตัวเองด้วยความไม่ชอบใจ

 

โยเซสาวเดินอยู่ท่ามกลางความมืด “ข้าดูรอบๆ หมู่บ้านแล้ว แต่ไม่มีคนของชิชิโอะอยู่เลยสักคน พวกนั้นคงมุ่งไปที่โตเกียวอย่างเดียว”

 

“งั้นเขาเป็นใคร?” ฮิจิคาตะถาม เลื่อนสายตากลับมามองชายหนุ่มตรงหน้านี้ที่ยังไม่ปริปาก “มีคนไม่กี่ประเภทที่รู้จักฮิมูระหรอก”

 

เพียงแต่ชายคนนั้นก็ยังเงียบ

 

จวบจนกระทั่งมีคนโผล่มาจากด้านหลังของอดีตรองหัวหน้าหนุ่ม

 

คนป่วยที่ตกเป็นหัวข้อประเด็นเดินออกมาด้วยท่าทางอิดโรย จดจ้องไปยังชายพเนจรตรงหน้าด้วยความตกตะลึงปนแปลกใจ

 

“อาจารย์”

 

คำตอบเฉลยอย่างง่ายดาย

 

ฮิโกะ เซย์จูโร่คืออาจารย์ผู้สอนเพลงดาบให้กับมือสังหารหนุ่ม

 

เจ้าของเพลงดาบล่องนภา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น