Fic Hakuouki : Shiro Tsubaki End.

ตอนที่ 28 : 06 บทพิเศษ : สายฝนกระหน่ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    8 ธ.ค. 61

06 บทพิเศษ : สายฝนกระหน่ำ

 

 

กระดาษในมือคล้ายกับรายงานที่ทำให้ชายหนุ่มต้องปวดหัว มันน่านักที่จะคิดว่าเจ้าสองคนนั้นไปป่วนคนอื่นจนวุ่นวายกันไปทั่ว

 

นิสัยเสียไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด

 

เสียงหัวเราะน้อยๆ ของหญิงสาวคล้ายกับกำลังปลงกับสิ่งที่ตนเองพึ่งได้รับจากอดีตหัวหน้าหน่วยที่ 3

 

“คุณไซโต้คงปวดหัวแย่เลยนะคะ” นางว่า “ยิ่งเป็นคุณฮาราดะกับคุณโอคิตะแบบนั้นน่ะ”

 

“จะทำให้งานหลวงป่นปี้น่ะสิ”

 

คิดยังไงถึงออกไปเปิดตัวซะขนาดนั้นกัน ไซโต้คงหัวหมุนไม่น้อยเรื่องปิดบังตัวตนให้กับสองคนนั้น...ฮิจิคาตะส่ายหัว

 

เสียงเคาะประตูหน้าร้านดังขึ้น น่าแปลกที่หากจะเป็นลูกค้าหรือเพื่อนบ้านคงเปิดเข้ามาแล้ว

 

แต่พอเขาหันไป กลับต้องชะงักเมื่อเจอเข้ากับใบหน้านิ่งงันของชายร่างใหญ่เข้าเสียอย่างนั้น อีกคนคือเจ้าของใบหน้ายิ้มระรื่นที่ไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์ไหนก็ยังไม่เคยแสดงความเครียดออกมาทางสีหน้าได้เลยสักนิด

 

คราวนี้บรรยากาศระหว่างกันไม่มีแม้แต่ความเป็นอริ

 

“พวกท่านมาได้ยังไงเจ้าคะ?” เด็กสาวเอ่ยด้วยความแปลกใจ

 

“ขอเข้าไปพักหน่อยนะสาวน้อย” อีกฝ่ายว่าก่อนจะถือวิสาสะเข้ามานั่งด้านหน้าทันที “ธุระเรื่องการค้าการขายของตระกูลน่ะ อีกอย่างท่านหัวหน้าก็ออกมาตามหาคนหายด้วย”

 

ชายหนุ่มขมวดคิ้ว วางมือจากกระดาษและงานบนโต๊ะของตัวเอง “คนหาย?”

 

“ขอรับ” รอบนี้เป็นชายร่างใหญ่ตอบบ้าง “ประจวบไม่เหมาะที่เป็นช่วงที่พวกมนุษย์กำลังสู้กันเองเสียด้วย”

 

ช่างบังเอิญเสียนี่กระไร—ฮิจิคาตะคล้ายจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังปวดหัวเพิ่ม กระดาษแผ่นเล็กๆ นั่นดูท่าจะไม่ได้บอกบางเรื่องให้กับเขาเสียแล้ว

 

จิซึรุหายเข้าไปในครัว คาดว่าไม่นานคงจะออกมาพร้อมกับน้ำชาสำหรับแขกสามคน

 

เขามองชายหนุ่มอีกคนที่พึ่งเดินเข้ามาด้านใน ใบหน้าที่ไม่ว่าเมื่อไรก็กวนอารมณ์เขาให้ขุ่นมัวตลอดเวลานั้นไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด

 

“ไม่ต้องเดาว่านางคงรู้เรื่องของคาโนะแล้ว” อีกฝ่ายว่ามาแบบนั้นพร้อมรอยยิ้มแสยะที่น่ากลัว

 

เรื่องช่างยุ่งเหยิง—ฮิจิคาตะส่ายหัว หันกลับไปหยิบกระดาษเจ้าปัญหามา ก่อนจะวางไว้แล้วยื่นให้กับอดีตคู่ปรับตรงหน้า “นางอาจจะอยู่ที่เดียวกับเจ้าพวกนี้ก็ได้”

 

ชิรานุอิ เคียวผิวปากด้วยความถูกใจ มองเจ้าบ้านหนุ่มที่เพียงก้มหน้าอ่านเนื้อหาในกระดาษแล้วไม่คิดที่จะหยิบขึ้นมาเก็บ คาซามะมีเพียงแค่รอยยิ้มบางๆ ดวงตาสีแดงคล้ายกับมีบางอย่างอยู่ในใจแล้ว

 

“สงสัยคงได้ไปทำธุระแล้วก็ตามนายหญิงกลับบ้านพร้อมกันเสียแล้ว” ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินเข้มหัวเราะ

 

และนั่นช่างเป็นมุขตลกที่ไม่มีใครคิดว่ามันชวนหัวเลยสักนิด

 

ฮิจิคาตะกอดอกและถอนหายใจ มองเหล่ายักษ์ตรงหน้าแล้วก็ได้แต่เป็นห่วงอดีตเมืองหลวงที่ตอนนี้อาจกำลังวุ่นวายเพราะต้องเตรียมรับมือกับผู้นำของพวกก่อความไม่สงบ

 

หากพวกเขารู้ว่าที่นั่นมีทั้งภูติขี้แกล้ง ราเซ็ตสึหรืออีกเร็วๆ นี้จะมียักษ์อันทรงพลังไปเยี่ยมเยือน ชาวบ้านคงระส่ำระส่ายไม่น้อย

 

“วุ่นวายกันจริงๆ เลย” ฮิจิคาตะบ่นพึมพำ

 

ชักจะเป็นห่วงเกียวโตขึ้นมาเสียแล้วสิ

 

++++++

 

พลุถูกจุดในเวลามืดสนิท

 

ถึงอย่างนั้นกลับไร้เสียงครื้นเครงของเทศกาลหรือแม้แต่เสียงหัวเราะของผู้คน

 

กลับกันแล้ว ถนนในเกียวโตตอนนี้กลับแน่นขนัดไปด้วยตำรวจเสียมากกว่า ไม่เว้นช่องว่างไว้แม้แต่นิดเดียวพร้อมกับอาวุธในมือ

 

เสียงกลองลั่นสนั่น ท่ามกลางความเงียบสงัด

 

ความเครียดพลันเข้าเกาะกุมผู้ได้ยินทันทีจนเกร็งไปทั้งร่าง

 

ที่ตรอกมุมมืดที่แสงไฟพอจะส่องสลัวเพียงน้อยนิด ชายหนุ่มสี่คนคล้ายจะรอสัญญาณเริ่มต้นการห่ำหั่นด้วยความสงบนิ่งเรียบ

 

เปลวเพลิงเริ่มถูกจุด และเสียงโห่ร้องของฝั่งศัตรูเริ่มกึกก้อง

 

ปรากฎร่างของกลุ่มอีกกลุ่มที่เข้าร่วมละเลงเลือดในค่ำคืนนี้

 

ชายหนุ่มทั้งสี่ยืนขึ้น ใบหน้านิ่งสนิทไม่แสดงอารมณ์ แผ่นหลังที่หันหลังให้กันนั้นกำลังบอกอย่างดีว่านี่ไม่ใช่การร่วมสู้

 

แต่มันคือการไล่กำจัดและยุติเรื่องวุ่นวายคราวนี้ให้เร็วที่สุด

 

ไร้คำพูด ไร้ซึ่งการสบสายตา

 

ทันทีที่เสียงปะทะของดาบดังขึ้นอลม่าน เท้าพลันก้าวเดินและเข้าสู่สนามรบทันที

 

 

ฮิมูระ บัตโตไซกลับมาแล้ว

 

+++++++

 

หากจะกล่าวว่าใครไม่ควรเข้ามาอยู่ในเหตุการณ์ฆ่าฟันกันมากที่สุด ตอนนี้คำตอบคงหมายถึงสามคนที่ยังเกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่นก็เป็นได้

 

เด็กหนุ่มนั้นราวกับหลุดออกมาจากโรงฝึกมาดๆ ในมือกวัดแกว่งดาบไม้ด้วยวิชาสำนักคามิยะอย่างคล่องแคล้ว

 

หญิงสาวผู้สวมฮากามะสีขาวก็ใช่ว่าจะด้อยฝีมือ เพียงแต่สิ่งที่นางไม่ควรทำอย่างยิ่งคือการออมมือและไม่คิดจะใช้อาวุธมีคมเข้าสู้กับดาบ

 

ส่วนคนสุดท้ายนั้นแม้การต่อสู้จะมั่วซั่วไร้ซึ่งความองอาจข่มอำนาจ แต่เรี่ยวแรงกลับมหาศาลอย่างน่ากลัวไม่แพ้ความเร็วที่ตาแทบมองไม่เห็น นั่นโชคดีเหลือเกินที่ในมือของนางมีแค่ฝักดาบที่ตกอยู่แถวนั้นเท่านั้น

 

โอนิวาบังแฝงเร้นอยู่ทั่วทุกมุมในสนาบรบอันวุ่นวาย มิซาโอะที่เคยเป็นแค่เด็กน้อยนั้นกลบกลิ่นไอจนแม้แต่นางยังจับสัมผัสไม่ได้ แวบไปแวบมาคอยช่วยเหลือโดยไม่ทันรู้ตัว

 

แต่ใช่ว่าเป็นผู้แข็งแกร่งแล้วคนรอบข้างจะปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้

 

เมื่อร่างของชิชิโอะ มาโคโตะในรูปลักษณ์ผ้าพันแผลเต็มตัวปรากฏออกมามากกว่าห้าสิบคน เมื่อนั้นความชุลมุนน่าปวดหัวจึงบังเกิดกว่าเก่าเป็นสองเท่า

 

มันคือกับดัก—ชิซุนรีบมองหาทางออกทันที ร่างกายของโยเซย์ลอยละล่องในอากาศ ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งบนหลังคาที่น้อยคนจะตามขึ้นไปได้

 

มองด้วยสายตาครุ่นคิด แม้ในนี้จะเต็มไปด้วยสาวกของชายผู้คิดจะสร้างทะเลเพลิง แต่ก็ไม่มีกลิ่นไอของพวกโยเซย์หลุดรอดมาให้สัมผัสเลยแม้แต่น้อย

 

คงต้องถอยออกจากที่นี่แล้ว...

 

หากที่นี่ไม่มีกลุ่มคนที่เธออยากเจอ ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่อีก

 

 

 

“คาโอรุ!

 

ชิซุนหันควับ เสียงสบถหยาบของเด็กหนุ่มด้านล่างไล่ไปยังเจ้าของชื่อที่โดนใครคนหนึ่งสับสันคอจนสลบ ใบหน้าเปื้อนยิ้มอันไร้เดียงสานั้นแม้จะต่างจากสหายอย่างโอคิตะ แต่สัญชาตญาณกลับร่ำร้องว่าคนๆ นี้ไม่ธรรมดา

 

ร่างของเด็กสาวกำลังถูกขโมยไปแล้ว นางสลบไสลและถูกพาขึ้นหลังม้า

 

ท่ามกลางความวุ่นวายทั้งหมด ชิซุนรีบตามไปทันที หญิงสาวหยุดเด็กหนุ่มที่คิดตามไปไว้ทัน ใบหน้าของอีกฝ่ายนั้นปะปนทั้งโกรธและเป็นห่วง “อยู่ที่นี่แหละ ข้าตามไปจะเร็วกว่า”

 

“แต่...!

 

ไม่รอให้อีกฝ่ายประท้วง ร่างของหญิงสาวก็หายลับไปต่อหน้าต่อตา

 

เด็กหนุ่มนั้นได้พบนางเพียงแวบๆ ที่โรงเตี๊ยมเท่านั้น อีกฝ่ายไม่มีทางรู้แน่นอนอยู่แล้วว่าหญิงสาวคือใคร

 

แต่ต่อให้บอกว่าตามไปได้เร็วหรือมีความเร็วที่เหนือมนุษย์ นั่นย่อมไม่อาจเอาไปวัดกับฝีเท้าของม้าได้เลยสักนิด

 

ระยะห่างเริ่มห่างออกไปเรื่อยๆ รวมทั้งอาการหอบที่ปรากฏให้เห็น

 

ฉับพลันนั้น ร่างของชายหนุ่มร่างเล็กก็คล้ายกับจะตัดหน้าเธอไปเพียงน้อยนิด สายตาของมือสังหารหนุ่มจับจ้องแค่เพียงร่างที่สลบไสลเท่านั้น

 

ฮิมูระ เคนชินสายตาฉับไว เขาคงเห็นคาโอรุตั้งแค่ไกลๆ แล้วเลยรีบตามมา

 

ชิซุนไม่ลังเลที่จะกระโดดขึ้นหลังม้าตัวเดียวกัน

 

เคนชินบังคับไม่ให้ม้าแตกตื่น

 

“บังคับม้าให้นิ่ง” ชิซุนบอกเสียงเรียบ นางกระชับฝักดาบในมือแน่น “ที่นี่คือกับดัก”

 

บอกถึงสิ่งที่ผิดปกติให้กับอีกฝ่ายรับรู้ เพียงแต่ชายหนุ่มเองก็เหมือนจะมองแผนของศัตรูออกแล้วเช่นกัน

 

“ชิชิโอะคิดจะทำลายโตเกียวขอรับ” เคนชินว่าเสียงเครียด “ยานพาหนะที่เร็วพอที่จะพาเขาไปที่โตเกียวได้มีแค่อย่างเดียว”

 

นั่นคือเรือ

 

หนุ่มน้อยดาบสวรรค์หายไปแล้ว ม้าของอีกฝ่ายเป็นม้าชั้นยอดเพียงครู่เดียวก็ทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่น

 

ก่อนที่เรือสีดำลำยักษ์จะพังทลายโรงสร้างพุ่งออกสู่ท้องน้ำมหาสมุทร คลื่นพายุพัดโหมกระหน่ำทำให้วิสัยทัศน์มืดบอด แม้แต่เธอเองก็มองอะไรแทบไม่เห็น

 

แต่แล้ว...ความรู้สึกอันคุ้นเคยพลันเข้าแทรก

 

ชิซุนสัมผัสได้ มันมาจากบนเรือลำยักษ์ที่ชิชิโอะกำลังจะนำไปยังน่านน้ำโตเกียว

 

สัมผัสร้อนผ่าวของเปลวเพลิง...หญิงสาวเม้มปากแน่น

 

คาโนะอยู่บนนั้น

 

“วิ่งไปตามแนวหิน!” หญิงสาวตะโกน “เร็วเข้า!

 

ชายหนุ่มทำตามทันที

 

ม้าเร่งความเร็ว จวบจนเริ่มเห็นแนวสิ้นสุด

 

หญิงสาวเอื้อมมือไปจับชายหนุ่มเอาไว้ จากระยะเท่านี้แน่นอนว่าอีกฝ่ายย่อมต้องขึ้นเรือได้ด้วยตัวเอง

 

แต่ก็ไม่เร็วพอ ชิซุนต้องการขึ้นเรือไปเดี๋ยวนั้น

 

โดยไม่รอให้อีกฝ่ายตั้งท่ากระโจน ทั้งนางและเคนชินก็หายไป—ไม่สิ จะพูดว่าลอยในอากาศก็คงจะถูก

 

มือเรียวบางเกาะขอบเรือได้ ก่อนจะโหนตัวขึ้นไปอย่างรวดเร็ว สองชายหญิงเกาะกลุ่มอยู่กลางวงล้อมของศัตรู

 

ช่างเป็นไปตามคาดเมื่อเห็นว่าเด็กสาวนามคาโอรุถูกจับมาเป็นตัวประกัน เพื่อที่จะให้ชายหนุ่มกลับเข้าสู่วิถีแห่งการฆ่าฟันอีกครั้ง

 

แต่หญิงสาวไม่สนใจ ดวงตาสีน้ำแข็งจับจ้องไปยังร่างเพียงร่างเดียวที่ยืนยิ้มแสยะร้ายกาจมาให้

 

“ไม่ได้พบกันนาน สหาย”

 

โยเซย์สาวมองคนตรงหน้าด้วยใบหน้านิ่งเรียบ

 

ทางด้านเคนชินนั้นกำลังฟาดฟันกันอย่างดุเดือด หากเทียบกันแล้ว ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำซัดเข้าใส่จนเจ็บไปทั้งร่างนี้ ระหว่างเธอกับคาโนะนั้นช่างนิ่งสงบจนไม่มีใครกล้าเข้ามาแทรก

 

เหล่าคนกลุ่มนี้แม้จะเป็นพรรคพวก แต่ก็หวาดหวั่นต่อชายหนุ่มไม่น้อย

 

ไม่ต่างอะไรจากนางที่ถูกยกอยู่ในระดับเดียวกัน สัญชาตญาณของมนุษย์มักจะเตือนเสมอถึงอันตราย

 

“เจ้าเคยบอกว่าแค้นมนุษย์ขนาดไหน” นางกล่าว

 

“สุขใจกว่าที่เห็นพวกมันฆ่ากันเอง”

 

หลังจากนั้นคือความเงียบก่อนพายุจะเริ่ม

 

เสียงกรีดร้องดังขึ้นเป็นฉากหลัง เหล่าผู้นำต่างพัลวันสนใจอยู่กับอดีตมือสังหารหนุ่มที่ต่อสู้อยู่กับชิชิโอะ มาโคโตะ

 

ไม่มีใครมองเห็นโยเซย์สองตนที่กำลังจะเข้าตัดสินกันในอีกมุมหนึ่ง

 

 

ฝักดาบในมือนั้นถูกกำไว้แน่น ดวงตาสีน้ำแข็งนั้นจับจ้องที่อีกฝ่ายหาได้หลงเหลือความเป็นมิตรต่อกันอีกต่อไป

 

นางไม่ได้โง่ปล่อยให้คนที่แทงอกตัวเองกลับมาเป็นเพื่อน

 

ในเสี้ยววินาที—เงาสองร่างได้หายไป

 

เคร้ง!

 

ก่อนที่แรงสะท้อนจากดาบและฝักดาบจะสะท้อนไปทั่วลำเรือ

 

หญิงสาวหรี่ตาลง มองแขนอันสั่นเทาของตัวเองด้วยความไม่ชอบใจ เส้นผมของนางคืนกลับสู่สีเงินยวงอีกครั้งก่อนที่จะถอยออกมาตั้งหลักและกระโจนเข้าฟาดฟันอีกฝ่ายใหม่

 

“โอจิมิสึงั้นเหรอ?”

 

คาโนะแสยะยิ้ม “ผลงานบนความพินาศของเผ่าเรายังไงล่ะ” ชายหนุ่มหัวเราะ “ผลงานของพวกยักษ์ที่เจ้าหันไปเข้าข้างพวกมัน”

 

“ผลงานของโคโด ไม่ใช่งานของพวกยักษ์ทุกคน”

 

ดวงตาสีน้ำแข็งเรืองรอง และก่อนที่จะปล่อยให้อีกฝ่ายได้เปรียบ หญิงสาวหมุนตัวก่อนจะฉวยเอาดาบจากซามูไรคนที่คิดจะเข้ามาฟันด้านหลังตัวเองออกมาและตวัดคู่ไปกับอาวุธเดิมในมือ

 

ไอเย็นแผ่กระจาย กลบไอร้อนระอุจนเย็นยะเยือก

 

คาโนะถอยไปสองสามก้าว บาดแผลที่ถูกฟันตั้งแต่ดวงตาขวาพาดมายังคางด้านซ้ายสมานกันอย่างรวดเร็ว

 

“อย่าห่วงเลย คาโนะ”

 

แขนข้างซ้ายของนางชุ่มเลือด แต่แค่เสี้ยววินาทีมันก็เหลือเพียงคราบเลือดเท่านั้น

 

สายฝนชะล้างจนเห็นแขนขาวผ่อง นางดึงชายแขนเสื้อที่หลุดลุ่ยออกด้วยความรำคาญ “ที่นี่ไม่มีใครที่ข้าต้องห่วงอีกแล้ว”

 

จะมีก็แต่เรา—ที่เข้าห่ำหั่นกันเอง

 

รอยยิ้มแสยะฉาบกว้าง ชายหนุ่มลดดาบลงอย่างผิดวิสัย “จริงเหรอ?”

 

คิ้วเรียวขมวดกันมุ่น ก่อนที่เสียงกรีดร้องที่เคยเป็นแค่เสียงประกอบจะชัดเจนขึ้นคล้ายร้องเตือนความจำ หญิงสาวหันควับไปแทบไม่ทัน ก่อนจะเห็นเด็กสาวที่ตัวเองตามมาถูกโยนลงไปในทะเล

 

“ท่านคาโอรุ!

 

เสียงหัวเราะของคาโนะดังแทรกเข้าสู่โสตประสาท

 

หากแต่ร่างของเคนชินนั้นขาดสติเกินกว่าจะมีสมาธิกับศัตรูได้อีก อีกฝ่ายคิดจะกระโดดลงสู่คลื่นทะเลนี้ตามเด็กสาวไปด้วย

 

หญิงสาวถลาเข้าไปดึงอีกฝ่ายไว้แทบไม่ทัน “จะฆ่าตัวตายหรือไง!

 

คลื่นโหมแรงขนาดนี้ ลงไปใช่ว่าจะโชคดี แต่เพราะร่างของพวกเธอทั้งสองอยู่หมิ่นเหม่เกินไป เพียงพริบตาที่เสียงปืนดังขึ้นจากใครสักคนในกลุ่มของศัตรู กระสุนได้แทงเข้าไปในร่างของหญิงสาวจนเสียการทรงตัว

 

โยเซย์สาวเบือนสายตากลับไป ร่างกำลังเซถลาแต่แขนก็ตวัดขว้างดาบอันคมกริบเข้าใส่เจ้าของปืนที่บังอาจยิงตนเองอย่างแรง

 

ใบดาบแทงทะลุตัดขั้วหัวใจ ตายในทันที

 

“ความประมาทมักทำให้เจ้าตายเสมอ ชิซุน”

 

หญิงสาวเบิกตากว้าง มองใบดาบที่ฟาดเข้ามายังตนด้วยความตกใจ

 

คาโนะหมายจังหวะนี้ไว้ตั้งแต่แรก!

 

ใบหน้าของอีกฝ่ายแสยะยิ้มกว้างจนน่าเกลียด

 

ก่อนที่คนที่นางจับไว้จะแทรกดาบของตนเองเข้าช่วยได้อย่างทันท่วงที เคนชินปัดดาบนั้นออกไปได้

 

แต่คู่ต่อสู้ไม่ใช่มนุษย์ แรงบางอย่างกระแทกเข้าใส่เธอทั้งสองจนหล่นลงไปในทะเล

 

ชิซุนจับจ้องอยู่แค่ใบหน้าของชายหนุ่ม จวบจนกระทั่งร่างดำดิ่งลงสู่ท้องทะเลอันบ้าคลั่ง

 

ยังไม่จบหรอก...หญิงสาวคิด...มันไม่จบง่ายๆ เหมือนอย่างคราวก่อนหรอก

 

ดวงตาสีน้ำแข็งเรืองรองในความมืด

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น