Fic Hakuouki : Shiro Tsubaki End.

ตอนที่ 26 : 05 บทพิเศษ : ภูติใต้แสงจันทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 132
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    23 พ.ย. 61

05 บทพิเศษ : ภูติใต้แสงจันทร์

 

 

อรุณคือแสงอันอบอุ่น จันทราคือแสงอันนุ่มนวล

 

หากจะกล่าวว่าเธอชอบแบบไหนมากกว่า คงตอบไปอย่างไม่ลังเลว่า จันทรา

 

เป็นช่วงเวลาที่มืดสลัว แสงสีนวลยามอาบลงมาบนร่างนั้นไม่รับรู้ถึงความร้อนแรงอย่างยามกลางวัน สำหรับคนที่ชื่นชอบเหมันต์มากกว่าวัตสันต์ก็คงตอบแบบนั้น

 

เพียงแต่ในยามวิกาลเช่นนี้...จะคิดไม่ถึงว่าจะยังได้พานพบสหายเก่าเท่านั้นเอง

 

ใบหน้าของเธอเอียงมอง ในยามนี้สวมเพียงยูคาตะเบาบางสีขาวเท่านั้น สีผมสีเงินยวงยังคงถักเป็นเปียเฉียงติดกับศีรษะ เชือกสีน้ำตาลมัดไว้หลวมๆ ที่ท้ายทอยปลายผูกกระดิ่ง

 

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ดึกนัก เสียงสังสรรค์จากทางบ้านหลักยังคงลอยมาตามสายลม นั่นเป็นเหล่าแขกเหรื่อจากที่อื่นมาร่วมสังสรรค์กับเจ้าบ้านคาซามะที่พึ่งจะกลับมาจากต่างแดน และด้วยจำนวนคนมากมายที่กำลังร่วมอยู่ในงานนั้น สำหรับคนที่ชื่นชอบความสงบแล้ว ไม่นานที่หญิงสาวจะมาปรากฎตัวอยู่ที่สวนของเจ้าบ้าน

 

เธอมองดูแขกที่ไม่ได้รับเชิญตรงหน้า เนื่องด้วยรู้ดีว่านางเป็นใคร จึงไม่ได้ระวังท่าทีเอาไว้นัก

 

“นึกว่าเจ้าออกทะเลไปกับคนอื่นๆ แล้ว” ที่ว่ามานั้นย่อมหมายถึงเหล่าคนอื่นๆ ที่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน

 

แต่ใบหน้าของสหายเก่านั้นไม่สู้ดีเอาเสียเลย และข่าวที่นางบอกมานั้นก็กำลังจะนำพาเธอกลับคืนสู่ความวุ่นวายในยามนี้อีกครั้ง

 

“เกิดเรื่องแล้ว”

 

สายลมกำลังเปลี่ยนทิศ

 

กริ๊ง

 

 

แม้จะน่าพิศวงชวนสติแตกเสียขนาดไหน แต่เคนชินแยกแยะออกว่ายามนี้เขาควรมุ่งสมาธิไปกับสองคนที่อยู่ในวงล้อมนั้นมากกว่า

 

ส่วนเรื่องที่คนพวกนี้พูดกันนั้น ไปถามเอาหลังจากที่รอดชีวิตไปจากตรงนี้ก็คงไม่สาย

 

แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะเปลี่ยนไปเช่นไร แต่เรื่องที่น่าหนักใจมากกว่านั้นไม่ใช่ไซโต้ที่อยู่ฝั่งเดียวกับเขา โนเสะกับจินกะเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว และเพียงพริบตาเดียวร่างของเด็กหนุ่มสองคนนั้นก็ปรากฏตัวอยู่ทั้งตรงหน้าไซโต้กับโอคิตะในเสี้ยววินาที

 

เคร้ง!

 

ดาบรับกับดาบ

 

เคนชินถอยออกมาหลายก้าว เป็นครั้งแรกที่เห็นการต่อสู้ที่ร่างกายเขาไม่อาจตามทันได้ จินกะรับมือโอคิตะกับฮาราดะอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ส่วนโนเสะนั้นกำลังวุ่นวายกับการทะลวงดาบเข้าใส่ไซโต้ที่ยืนกำบังเขาอยู่

 

เสียงดาบนั้นหนักหน่วง แม้แต่แรงสะท้อนเวลาปะทะกันนั้นก็สามารถทำให้เขาสะท้านได้

 

ต้องแข็งแกร่งขนาดไหนถึงจะส่งแรงสะท้อนของดาบมายังคนมองอย่างเขาได้กัน

 

ชายหนุ่มกัดฟันอย่างเจ็บใจ หากไม่ใช่เพราะดาบของเขาหักล่ะก็ คงทำอะไรสักอย่างได้แล้ว

 

เพียงแต่เวลานี้...ทำได้แค่ไม่ไปถ่วงมือถ่วงเท้าใครเท่านั้น

 

“ขวางหูขวางตาจริงๆ” โนเสะว่าขณะปัดเพลงดาบของไซโต้ออกจากตัวได้อย่างฉิวเฉียด “ทำไมเจ้าไม่ตายๆ ไปสักทีนะ”

 

ไร้คำตอบรับจากชายหนุ่ม ไซโต้เพียงปัดดาบที่ฟาดลงมาทิ้งแล้วดึงเด็กหนุ่มออกไปอีกทางหนึ่ง ร่างเงาสองสายเคลื่อนไหวราวกับสายลม รู้ตัวอีกทีเขาก็มองเห็นทั้งสองอยู่ไกลลิบเสียแล้ว

 

ในขณะเดียวกันทางด้านโอคิตะเองก็กำลังวุ่นวายกับจินกะไม่ต่างกัน เคนชินเหลียวมองเลยออกไป นี่อาจเป็นครั้งแรกที่เขาได้มองอัจฉริยะที่ผู้คนต่างเล่าลือของหัวหน้าหน่วยที่ 1 ทั้งความเร็วและกำลังนั้นช่างน่าหลงไหลและอันตรายเหลือเกิน

 

ดาบกับหอก

 

อาวุธทั้งสองประสานกันได้เป็นอย่างดีด้วยความรู้ใจ แม้คู่ต่อสู้จะไม่ได้อ่อนแรงลงหรือมีอาการตึงเครียด แต่ใบหน้าของชายหนุ่มผมสีน้ำตาลก็ยังไม่ปราศจากรอยยิ้มเลยแม้แต่น้อย

 

“ชิ!” ฝั่งศัตรูสบถ

 

คนที่หมดความอดทนก่อนคือฝั่งเด็กๆ ็มองเห็นทั้งสองอยู่ไกลลิบเสียเนชินเหลียวมองเลยออกไป นี่อาจเป็นครั้งเที่เข้าถึงตัวชายหนุ่มไม่ได้เสียที

 

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวทั้งหมดนั้นดูเหนือธรรมชาติไปอยู่บ้าง แต่สายตาอันเฉียบคมของเขายังพอจับการเคลื่อนไหวได้

 

เคนชินพอจะดูออกว่าฝั่งชายหนุ่มไม่คิดที่จะสังหาร เพียงแต่ต้องการให้บาดเจ็บจนโต้กลับไม่ได้เท่านั้น

 

แต่บาดแผลที่ไม่ว่าจะปรากฏขึ้นบนร่างกายมากเท่าไร ก็มักจะหายไปในเวลาต่อมา ทิ้งไว้เพียงแค่รอยขาดกับคราบเลือดบนเสื้อผ้าเท่านั้นกลับยิ่งทำให้ความพยายามนั้นสูญเปล่า

 

“ยอมแพ้แล้วกลับไปไม่ดีกว่าเหรอ?” ฮาราดะว่า “ว่าก็ว่าเถอะนะ ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมเจ้าต้องเข้าร่วมกับเจ้าคาโนะนั่นด้วย”

 

“อย่างเจ้าไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกที่โดนใช้เป็นเครื่องมือหรอก!” จินกะตะคอก “สิ่งที่พวกข้าได้รับน่ะ...มันยิ่งกว่ากากเดนมนุษย์เสียอีก!

 

“ถึงอย่างนั้นเจ้าก็เลือกที่จะฆ่าผู้บริสุทธิ์อยู่ดี” คราวนี้เป็นไซโต้ที่พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “ตัวการใหญ่ถูกฆ่าไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าก็ไม่คิดจะปล่อยวาง นั่นเท่ากับหยามความตั้งใจของคนที่เสียสละเพื่อที่จะช่วยพวกเจ้าออกมา”

 

“อย่ามาทำเป็นพูดดีหน่อยเลย” โนเสะหัวเราะ “ถึงนางจะช่วยเราไว้ แต่นางก็ไปเข้าร่วมกับคนพวกนั้นอยู่ดี นางไม่ได้เข้าข้างพวกข้าด้วยซ้ำ!

 

โอคิตะแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย “น่ารำคาญจริงๆ”

 

และเมื่อมีคนเผลอเปิดช่องว่าง สำหรับชายหนุ่มแล้วนั่นถือเป็นโอกาสอันใหญ่หลวง

 

จินกะเปิดช่องว่างตรงซี่โครงซ้าย โอคิตะไม่ลังเลที่จะแทงดาบเข้าใส่

 

ทุกอย่างชะงักไปชั่วขณะ เสียงร้องของโนเสะตะโกนมาอย่างตื่นตระหนกว่า “จินกะ!

 

เด็กหนุ่มกระอักเลือดกองโต ค่อยๆ ทรุดลงตามแรงดาบที่ชายหนุ่มหันลงบนพื้น

 

โอคิตะไม่ได้ดึงดาบออก ดวงตาคมกริบสีแดงโชนแสงน่ากลัว “อย่าดูถูกคนที่เคยผ่านสนามรบมาก่อนจะดีกว่านะ เจ้าหนู”

 

หอกของฮาราดะจ่อมาตรงลำคอ ข่มขู่ไปถึงโนเสะที่ยังติดพันอยู่กับไซโต้ให้หยุดการกระทำอันอุกอาจลงซะ “ตราบใดที่หัวใจไม่โดนทำลายก็ถือว่าไม่ตาย ถึงเจ้าจะไม่ใช่ราเซ็ตสึแต่ก็มีจุดอ่อนที่เดียวกัน ถึงข้าจะเป็นแค่มนุษย์แต่ก็เคยฆ่าพวกมันมาเป็นร้อย หวังว่าจะรู้ว่าควรทำอะไรนะ”

 

สายลมมักเปลี่ยนทิศรวดเร็ว เคนชินรู้สึกเวลาผ่านไปได้ไม่เท่าไรทุกอย่างก็จบเสียแล้ว

 

ดาบของจินกะตกอยู่บนพื้น

 

โนเสะคำรามในลำคออย่างโกรธแค้น “พวกเจ้า!

 

อุณหภูมิพลันสูงขึ้นฉับพลัน

 

นั่นทำให้ทุกอย่างโกลาหล

 

“ตายซะ!

 

แม้แต่ไซโต้ยังต้องกระโดดถอยออกมาเมื่อถูกบางอย่างโจมตีเข้าที่มือข้างที่ถือดาบ ชายหนุ่มกระโดดกลับมาข้างเขา หลังมือของอีกฝ่ายเป็นแผลไฟคลอกน่ากลัว ก่อนที่มันจะค่อยๆ สมานตัวอย่างช้าๆ จนกระทั่งหายเป็นปกติ

 

“นี่มันอะไรกัน?” เคนชินขมวดคิ้ว ความร้อนที่ผิวหนังสัมผัสได้นั้นเริ่มทำให้รู้สึกราวกับอยู่ใกล้กองไฟขนาดใหญ่

 

ทรมานราวกับกำลังจะโดนเผา

 

“ไฟ” อีกฝ่ายตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “เรากำลังจะถูกไฟคลอก”

 

สายตาของโอคิตะคมกริบจนน่ากลัว มองโนเสะที่เหมือนจะกระโจนเข้ามาหาตนด้วยแววตาที่หมายจะฆ่าให้ตายภายในครั้งเดียว

 

ชายหนุ่มบิดใบดาบ จินกะส่งเสียงร้องด้วยความทรมานแล้วทรุดลงไปกับพื้น บาดแผลภายในต้องใช้เวลาในการรักษา

 

“อย่าเสี่ยงดีกว่านะ” ฮาราดะออกความเห็น เตือนสหายทั้งสอง “ข้าว่าเราไม่รอด”

 

ช่างเป็นการตัดสินใจที่ยากเย็นเหลือเกินว่าควรจะถอยหรือสู้ดี

 

ไซโต้ที่ปิดล้อมอยู่อีกทางประสานตากับชายหนุ่มผมสีน้ำตาล ก้าวถอยทีละนิดด้วยความระแวดระวัง

 

ก่อนที่จะตัดสินใจได้ ทั้งสองยกดาบ ตั้งท่ากระบวนรุกอย่างพร้อมเพียง

 

“คงต้องเสี่ยงแล้วล่ะ” รอยยิ้มใบหน้าเหือดหาย เหลือเพียงสมาธิอันแน่วแน่ต่อหน้าศัตรูที่กำลังบ้าคลั่งขาดสติ

 

แล้วเมื่อโนเสะกระโจนเข้ามาทางโอคิตะ คนแรกที่ขยับพุ่งเข้าใส่จากด้านหลังคือไซโต้!

 

คาตานะแทงมาอย่างรวดเร็ว สกัดใบดาบที่หมายจะพุ่งใส่โอคิตะได้อย่างทันท่วงที โนเสะคำรามเมื่อกระบวนท่าของเขาเสียรูปอีกครั้ง

 

แต่เพลิงร้อนผาวนั่นยังไม่หายไปไหน ไม่นานที่ผิวหนังของไซโต้จะกลายเป็นไหม้เกรียมอย่างน่ากลัวจนแม้แต่เคนชินยังต้องร้องอย่างตกใจ

 

“ท่านไซโต้!

 

และชั่วพริบตา ร่างของโอคิตะปรากฎขึ้นในอากาศธาตุ ระหว่างทั้งสองที่ยังไม่ยอมผละดาบออกไป ฟาดฟันดาบใส่ใบดาบของโนเสะจนขาดสะบั้น

 

ในตอนนั้นเอง ร่างกายราวกับเคลื่อนไหวไปเอง ดาบของจินกะนั้นถูกทิ้งไว้บนพื้น

 

เคนชินพุ่งตัวไปข้างหน้า ด้วยใบหน้านิ่งเรียบกับสมาธิที่พุ่งถึงขีดสุดในเวลาเพียงเสี้ยววินาที

 

โอคิตะเงยหน้าสบตาเข้าพอดี ชายหนุ่มรวบตัวของสหายสนิทที่ล้มลงไปเมื่อทนพิษบาดแผลไม่ไหวถอยไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว

 

สับเปลี่ยนจังหวะ

 

ร่างของอดีตมือสังหารเข้าแทรกแซง สลับใบดาบเป็นด้านไร้คมก่อนจะวาดกระบวนท่าอันรวดเร็วว่องไวที่แม้แต่นักดาบฝีมือดีหลายคนไม่อาจตามทัน

 

เพลงดาบล่องนภา

 

ไม่ได้หวังให้ตาย แต่เพียงเพื่อสยบให้ล้มเท่านั้น

 

ร่างกายสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผดเผา แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้เคนชินหยุดจังหวะการฟาดฟันลงได้เลย

 

“อึก!

 

เด็กหนุ่มล้มลง ดาบที่หักร่วงลงจากมือ

 

เพียงแต่โนเสะเงยหน้ามองเขาเท่านั้น ร่างทั้งร่างของชายหนุ่มพลันรู้สึกถึงจิตสังหารทันที

 

“ถอยออกมา!” นั่นเป็นเสียงของโอคิตะที่ตะโกนมาจากด้านหลัง

 

แต่สายไปแล้ว เขาอยู่ใกล้เด็กหนุ่มที่ราวกับไม่ใช่มนุษย์คนนี้มากเกินไป

 

แย่ล่ะสิ...เคนชินกัดฟัน ประสานเข้ากับสายตาโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายไม่ลดละ

 

และในตอนนั้นเองที่เขาคิดว่าตัวเองกำลังจะถูกเผาไหม้

 

 

ความเย็นยะเยือกจนถึงกระดูกเข้าแทรกอย่างฉับพลัน!

 

มันเป็นเสี้ยววินาทีที่ทุกคนในที่นั้นต้องหนาวสั่น แม้แต่โนเสะเองก็ยังต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง

 

“พอได้แล้ว!” เสียงของหญิงสาวนางหนึ่งหอบฮักมาจากที่ไกลๆ “เจ้าเด็กโง่!

 

เคนชินลดใบดาบลง ทุกอย่างจบแล้ว ชายหนุ่มถอยออกมาก่อนจะทรุดลงกับพื้น

 

“ทสึกิ...” โนเสะพึมพำเสียงเบา “แต่...ไม่ใช่ นางทำแบบนี้ไม่ได้ ทำไม...”

 

ถ้อยคำอันน่างุนงง แต่เพียงไม่นาน คำตอบของเด็กหนุ่มก็พลันปรากฎขึ้นทันทีท่ามกลางความมืดสลัวของราตรีกาล

 

ร่างของหญิงสาวอีกคนที่เดินออกมาจากความมืด ชุดยูคาตะสีฟ้าอ่อนทับด้วยฮาโอริสีน้ำเงินเข้มตัดกับเส้นผมสีเงินยวงของตนเองจนราวกับร่างทั้งร่างของนางกำลังเรืองแสง

 

บรรยากาศของอมนุษย์แผ่ออกมาชัดเจน เพียงแต่ด้วยท่วงท่าอันนิ่งสงบนั้นดึงดูดให้ทุกสายตานั้นจับจ้องไปที่นางแต่เพียงผู้เดียว

 

สำหรับเคนชินนั้นอาจจะงุนงงและเผลอมองจนไม่อาจละสายตา สำหรับเด็กหนุ่มสองคนนั้นราวกับกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง

 

และสำหรับชายหนุ่มทั้งสามนั้น กลับแย้มยิ้มออกมาราวกับยินดี

 

นางกวาดตามองโดยรอบ ก่อนที่น้ำเสียงนิ่งเรียบจะเอื้อนเอ่ย “เลิกกัดกันได้แล้ว”

 

เสียงกระดิ่งที่ปลายเชือกส่งเสียงราวกับรับคำของนาง

 

 

กริ๊ง

 

 

 

โอคิตะหัวเราะออกมาอย่างผ่อนคลาย

 

“ไม่เจอกันนานนะ ชิซุนจัง”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #31 11ght :;ll_ch (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 15:47
    กรี้ดดดดดดด ในที่สุดก้ออกมาซักที
    #31
    1
    • #31-1 Tiaros(จากตอนที่ 26)
      25 พฤศจิกายน 2561 / 11:46
      นางเอกที่จืดจางยิ่งกว่าตัวประกอบก็เรื่องนี้นี่เเหละค่ะ
      #31-1