Fic Hakuouki : Shiro Tsubaki End.

ตอนที่ 22 : 01 บทพิเศษ : โหมโรงเรื่องราวบทใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 277
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    29 ต.ค. 61

01 บทพิเศษ : โหมโรงเรื่องราวบทใหม่ 

 

 

เคยมีคนบอกว่าสงครามคือฝันร้าย คือภาพความโหดร้ายที่อยู่เหนือจินตนาการของมนุษย์

 

บ้างบอกว่าทหารที่เข้าร่วมนั้นบ้าคลั่งถึงขั้นฆ่าพวกพ้องตัวเอง

 

บ้างบอกว่าน้ำที่เจิ่งนองจนถึงน่าแข้งคือเลือดของคนที่ตายในสมรภูมิ

 

ไซโต้ ฮาจิเมะไม่เคยปฏิเสธข้อกล่าวหาพวกนั้น...ตราบใดที่มันเป็นจริง สิ่งที่ผู้คนพูดออกมาย่อมไม่ใช่ข้อกล่าวหา เหนือสิ่งอื่นใด คนที่อยู่ในสนามรบมาก่อนย่อมรู้ดีกว่า

 

ที่นั่นเป็นนรก...

 

และในนรกเหล่านั้น ผู้ที่ยังเหลือสติตระหนักถึงคำๆ นี้นั้นมีไม่กี่คน

 

หากไม่นับตนเองแล้ว...ไซโต้มองเห็นอีกคนหนึ่งที่มีความคิดแบบเดียวกัน

 

ในสงครามครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนที่ธงของฝ่ายจักรพรรดิจะโบกสะบัด ที่ๆ เขาต้องไปคือป่าโปร่งที่ถูกขุดดินเป็นแนวและร่องน้ำเล็กๆ ที่แห้งเหือด

 

ศึกโทบะ ฟูชิมิ

 

ไซโต้มองเห็นคนๆ นั้น...ศัตรูของโชกุน

 

ไม่ใช่ทั้งซามูไร ไม่ใช่ทั้งนักรบ...เป็นแค่มือสังหารคนหนึ่งที่กำลังหนีจากบาปที่ตัวเองก่อ

 

หนีมาจากอดีตอันน่าชังที่ช่วงชิงชีวิตอื่น

 

และหนีจากตัวตนของตัวเองที่ผู้คนต่างหวาดกลัว

 

“คิดจะหนีอย่างนั้นเหรอ?”

 

คำถามที่มอบให้แก่คนที่เดินหันหลังหนีออกมาจากชะตากรรมของตัวเอง ไซโต้มองแผ่นหลังของมือสังหารหนุ่มด้วยความเยือกเย็นปนด้วยความสับสน จนกระทั่งร่างสีดำนั้นหายลับตาไป เหลือไว้เพียงตะกอนขุ่นๆ ที่อยู่ในใจของเขาเท่านั้น

 

ดาบเปื้อนเลือดถูกปักทิ้งไว้ ไม่มีใครสนใจมันรวมถึงเจ้าของที่ทอดทิ้งมันไปเช่นกัน

 

เสียงโห่ร้องยินดีและโอดครวญระงมจนน่าหนวกหู น่าแปลกใจที่แม้ตัวเองจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แต่หัวหน้าหน่วยสามแห่งชินเซ็นกุมิกลับไม่ได้แสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น ลูกน้องส่วนมากของเขายังคงอยู่ พวกนั้นกำลังยืนรอรับคนสั่งของเขาอย่างเคย

 

ยุคใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว หลังจากนี้ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังจะมาเยือน

 

และนั่น...ก็เป็นวันที่มือสังการบัตโตไซได้ตายไปแล้วเช่นกัน

 

 

 

 

 

“แต่ถึงจะบอกว่าไม่น่าเชื่อ แต่ฮาจิเมะคุงดูดีใจมากกว่าไม่ใช่เหรอที่ได้เห็นฮิมูระคุงจับดาบอีกครั้งน่ะ” น้ำเสียงร่าเริงไม่เปลี่ยนแปลงของโอคิตะทำให้การรำลึกความหลังจบลงเพียงเท่านั้น

 

ตรงหน้าเป็นชาร้อนหอมกรุ่น เจือกลิ่นหอมอ่อนๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของสมุนไพรหายากที่ได้มาจากสหายสนิท ดูเหมือนนี่จะทำให้โอคิตะ โซจิชื่นชอบที่จะดื่มมันทุกวันเสียแล้ว...โดยเฉพาะของที่ทำโดยฝีมือของภรรยาตัวเอง

 

“หากไม่เกิดเรื่องกับคนที่เขาไปอาศัยอยู่ด้วย ข้าก็คงไม่ได้เห็นหรอกครับ” ชายหนุ่มว่า

 

โอคิตะยิ้มแย้ม ใช้ดวงตาสีเขียวเฉียบคมของตัวเองจับจ้องมาที่เขา มันทำให้ไซโต้รู้สึกไม่ชอบใจนัก

 

เป็นความรู้สึกหวาดกลัวราวกับกำลังโดนจ้วงเอาความลับออกมา

 

แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว แต่ความเย็นยะเยือกและแรงสังหารยังคงไม่เปลี่ยนแปลง...สมแล้วที่เป็นชายที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์และหลงรักในวิถีของดาบ

 

หากอีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่...ตอนนี้คงมีชื่อเสียงมากกว่าเขาแน่นอน

 

“แต่เรื่องแค่นี้คงไม่ทำให้เจ้ามาไกลถึงที่นี่หรอกใช่ไหม ฟูจิตะ โกโร่คุง

 

“เลิกเรียกชื่อนั้นด้วยใบหน้าล้อเลียนเถอะครับ คุณโอคิตะ” และแม้จะพูดอย่างนั้นไป แต่ใบหน้าของไซโต้ก็ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย

 

น้ำชาในมือของเขาเย็นชืด บ่งบอกได้อย่างดีว่าอารมณ์สุนทรีย์ในยามนี้นั้นเป็นศูนย์

 

และถึงแม้จะคุยกันราวกับเพื่อนเก่าพานพบ ไซโต้ก็รับรู้ตลอดเวลาว่าสายจาของโอคิตะเฉียบคมพอที่จะเห็บบาดแผลและรอยฟกช้ำบางจุดใต้ชายแขนเสื้อที่โผล่พ้นออกมา

 

นั่นเป็นร่องรอยจากภารกิจล่าสุดที่เขาถูกส่งไปจับตัวคนกลุ่มหนึ่งที่มีแค่ไม่กี่คน

 

“ถึงกับทำให้เจ้าเสียท่าได้ก็นับว่ามีฝีมือไม่น้อย แต่ปกติเจ้าไม่เคยเอาเรื่องงานมาบอกข้านี่ไซโต้คุง”

 

นั่นก็ถูกทั้งหมด

 

“หลายวันก่อนภารกิจข้าล้มเหลว ลูกน้องที่ถูกส่งไปด้วยก็ตายไปหลายสิบคน”

 

“อันตรายน่าดู” ชายหนุ่มเพียงพยักหน้ารับ ยกน้ำชาที่เหลือแค่ก้นถ้วยดื่มจนหมด

 

“ด้วยฝีมือคนเพียงคนเดียว”

 

คล้ายกับบรรยากาศถูกแทรกด้วยความเงียบกะทันหัน มีวูบหนึ่งที่ความขี้เล่นอารมณ์ดีในแววตาของคนฟังไหววูบชั่วขณะ

 

เพียงแต่ไซโต้ไม่ได้ใส่ใจตรงนั้น ชายหนุ่มยังคงพูดต่อไปว่า “เรื่องนั้นข้าไม่ได้กังวลเท่ากับว่าใครอยู่กับคนกลุ่มนั้นหรอก”

 

โอคิตะนิ่งเงียบ อีกฝ่ายกำลังรอฟังสิ่งที่เขาจะพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เหลือเพียงความนิ่งเรียบ

 

“คาโนะอยู่ในกลุ่มของชิชิโอะด้วย”

 

เนิ่นนานกว่าที่จะมีใครพูดอะไรออกมา

 

และเนิ่นนานที่ไซโต้ไม่ได้เห็นว่าดวงตาสีเขียวเรืองรองเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดขึ้นมาชั่วขณะ เป็นเสี้ยววินาทีที่เขานึกถึงรูปลักษณ์อีกฝ่ายตอนกลายเป็นราเซ็ตสึ ปีศาจกระหายเลือดในยามราตรีขึ้นมาไม่ได้

 

“มีใครรู้หรือเปล่า?”

 

“ทุกคนแค่เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นมนุษย์ธรรมดาครับ”

 

“ไม่...” อดีตหัวหน้าหน่วยที่ 1 ปฏิเสธเสียงเย็น จ้องตากับเขาสื่อสารกับผ่านทางดวงตา “ข้าหมายถึงสองคนนั้นรู้เรื่องนี้หรือเปล่า?”

 

ที่กล่าวถึงนั้นคือสองชายหญิงที่มักผลุดโผล่ไร้เงา สองคนนั้นที่พวกเขารู้จักดีในฐานะของหนึ่งผู้มีพระคุณกับหนึ่งศัตรูตัวฉกาจของกลุ่มชินเซ็นกุมิ

 

ไซโต้นิ่งเงียบไป ตอบออกมาตามที่ตัวเองคิด

 

“กินทสึ ชิซุนคงยังไม่รู้เรื่อง...”

 

เว้นไปสักพักก่อนจะพูดสิ่งที่ทั้งสองกังวลออกมาในที่สุด

 

“แต่กับคาซามะ จิคาเงะนั้นข้าไม่ทราบ”

 

โอคิตะหลับตาลงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองยังร้านยาเล็กๆ อันเป็นบ้านของตัวเองในปัจจุบัน ร่างของหญิงสาวผมสีน้ำตาลยาวม้วนเก็บเรียบร้อยกำลังตรวจอาการคนป่วยสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา

 

ไม่แน่ใจว่าสำหรับเขาแล้ว ตอนนี้กำลังรู้สึกยังไงกันแน่ เพียงแต่บุคคลอันตรายที่พึ่งปรากฏตัวออกมานั้นไม่อาจเพิกเฉยได้เลยแม้แต่น้อย

 

เพราะเคยเกือบถูกอีกฝ่ายฆ่ามาแล้ว เพราะเคยเห็นแล้วว่าภูติตนนั้นบ้าคลั่งขนาดไหน...ตอนนี้จึงเป็นกังวลแทนคนที่ต้องรับมือกับอีกฝ่ายเหลือเกิน

 

หากคาโนะปรากฏตัวออกมาตอนนี้ ย่อมต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

 

และที่เขารู้สึกกังวลมากกว่านั้น...คงเป็นเรื่องของชายหนุ่มที่ทำให้ฮิจิคาตะ โทชิโซเลือดขึ้นหน้าได้ละมั้ง

 

โอคิตะถอนหายใจ ช่างน่าแปลกที่มือทั้งสองข้างกลับคะนึงหาสัมผัสแข็งๆ ของดาบที่เก็บไว้ในบ้านขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ

 

“แบบนี้ถ้าจะแย่...” ชายหนุ่มเปรยให้กับสหายเบาๆ

 

“ข้าก็กังวลแบบนั้น” ไซโต้รับด้วยเสียงนิ่งๆ

 

หากคิดถึงสิ่งที่จะตามมาหากรู้ว่าคาโนะปรากฏตัวออกมา...

 

“แบบนี้คนอื่นคงอยู่กันไม่สุขแล้วล่ะ”

 

เพราะถึงจะผ่านไปเนิ่นนาน แต่หนี้ที่ค้างคากันไว้ก็ใช่ว่าจะปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ

 

ไซโต้ถอนหายใจออกมาอีกรอบหนึ่ง มองรอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมานานแล้วของสหายด้วยความเหนื่อยหน่าย

 

เป็นรอยยิ้มตื่นเต้นของคนที่รอที่จะกระโจนเข้าไปในเรื่องสนุกๆ แทบไม่ไหว

 

“หลังจากนี้คงวุ่นวายกันใหญ่”

+++++++++++++++++

Talk : กลับมาแล้ววววว//ส่งโปรเจ็กเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ

ส่วนเนื้อหาที่เอามาแจมด้วยคือเรื่อง Rurouni kenshin อย่างที่บอกไปนะคะ แต่เป็นเวอร์ชั่นหนังที่กระชับกว่า แน่นอนว่าเราคงคอนเซ็ปพล็อตน้ำๆ ของเราต่อไป ดังนั้นเนื้อหาจะไม่แน่นพอๆ กับภาคหลักนั่นแหละค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น