Fic Hakuouki : Shiro Tsubaki End.

ตอนที่ 2 : 02 เหล่าหมาป่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 993
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    12 มิ.ย. 61

02 เหล่าหมาป่า

 

 

หิมะสีขาวที่โปรยปรายลงมาจากฟ้า

 

และกลีบดอกซากุระที่ร่วงโรย

 

 

 

เมืองหลวงในยามค่ำคืนนั้นไม่เคยปลอดภัยสำหรับคนที่อยู่คนเดียว ไม่ว่าจะเป็นหญิงสาวหรือชายหนุ่ม และมันยิ่งอันตรายเข้าไปอีก—หากเป็นผู้ที่พึ่งเหยียบย่างเข้ามาที่นี่เป็นครั้งแรก

 

และเมื่อซากุระโปรยปรายไปกับสายลม ยามนั้นย่อมหมายถึงการล่าของใครบางคน

 

 

“หยุดนะ!

 

 

ฝีเท้าที่กวดไล่ตามหลังมานั้นไม่ได้ลดละหรือผ่อนความเร็วลงเลยแม้แต่น้อย สองซามูไรหนุ่มนั้นยังคงหวังที่จะฟันร่างของเด็กหนุ่มต่างถิ่นตรงหน้าพวกตนให้ขาดเป็นสองท่อนไปเสีย สาสมกับการที่ตนถูกหยามเกียรติเพียงน้อยนิด

 

กระแสหอบฮักนั้นกลับลอดออกมาจากผู้ถูกไล่ล่าแทน หยาดเหงื่อมากมายเกาะพราวเต็มใบหน้าสวยเกินกว่าจะเป็นชายของเด็กหนุ่มคนนั้นเอาไว้ แต่กระนั้นเขาก็ยังคงวิ่งต่อไปและไม่ยอมผละจากแขนขาวจัดของอีกคนเลยแม้แต่น้อย

 

“เร็วเข้า!” เด็กหนุ่มตะโกนก้อง หวังจะกลบอาการเหนื่อยที่ปวดหนึบที่หน้าอกลง เขาบอกกับคนที่มากับตนหวังปลอบประโลมว่า “เราจะหนีพ้นแล้ว”

 

รู้ทั้งรู้ว่าเป็นคำโกหก—แต่กระนั้นก็ไม่มีใครกล้าทักท้วงออกมา

 

เด็กหนุ่มยังคงวิ่ง วิ่ง และวิ่งต่อไปเรื่อยๆ ท่ามกลางถนนหนทางที่ไม่คุ้นเคย เขาไม่สนใจสายลมเย็นๆ ที่พัดผ่านร่าง ไม่ใยดีกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้แต่อย่างใด ในยามนี้เขาและพี่จำเป็นที่จะต้องหนีให้พ้นซามูไรมารยาททรามสองคนนี้ให้ได้ก่อน

 

จนเมื่อผ่านมาพักหนึ่ง ขีดจำกัดเริ่มเสดงออกมาให้คนที่วิ่งรั้งหลังสังเกตเห็น ร่างนั้นเป็นฝ่ายดึงเด็กหนุ่มให้เลี้ยวเข้าอีกซอยแทน ดึงให้ทั้งตัวเองและอีกคนหลบหลังกองข้าวของที่กองพะเนินในตรอกแคบๆ นั้น

 

เด็กหนุ่มหอบฮักอย่างน่ากลัว หน้าอกเหมือนกำลังฉีกออกจากกันจนอีกคนต้องลูบหลังให้ แต่ก็ไม่นานที่เสียงฝีเท้าตามมาทัน

 

“ชู่ว์ เบาเสียงลงหน่อย” ผู้เป็นพี่เอ่ยพลางเอาร่างตัวเองบังอยู่ด้านหน้า เงยมองลอดออกมาให้เห็นภาพเพียงน้อยนิด

 

เสียงโวยวายและฝีเท้าเลยผ่านไปแล้ว

 

เด็กหนุ่มถอนหายใจ ล้มลงนั่งเพื่อคลายเหนื่อย

 

“เราพ้นแล้วล่ะ จิซึรุ” ผู้เป็นพี่ว่า ยืดตัวลุกขึ้นอย่างผ่อนคลาย ปราศจากอาการเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด “เจ้าพักสักหน่อย—“

 

 

“อ้ากกกก!

 

 

แต่เสียงกรีดร้องดังระงมนั้นดังใกล้เกินกว่าจะไม่ตื่นตระหนกขึ้นมาอีกครั้ง เด็กหนุ่มนามจิซึรุรีบผุดลุกขึ้นจากพื้นทั้งที่ยังไม่หายเหนื่อยด้วยความตกใจพลางเอื้อมมือจับคาตานะข้างเอวอย่างลืมตัว

 

นั่นเป็นเสียงร้องของซามูไรมารยาททรามแน่ๆ เขาจำได้—แต่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นล่ะ?

 

“ท่านพี่ เกิดอะไร—“

 

“เงียบก่อน” อีกคนบอกเสียงนิ่ง ผลักผู้เป็นน้องกลับเข้าที่เดิมอย่างระแวดระวัง “มันผิดปกติ”

 

จิซึรุเงียบเสียง...และเขาก็เริ่มได้ยินเสียงร้องครางฮือในลำคอ

 

เสียงที่ราวกับปีศาจกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้

 

เงาบนพื้นเคลื่อนไหววูบไหวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตรงเข้ามายังที่ๆ พวกเขาซ่อนตัวอยู่ เห็นแบบนั้นแล้วมือที่กระชับคาตานะอยู่ก็ยิ่งจับแน่นเข้าไปอีกเสียจนขึ้นข้อขาว เด็กหนุ่มมองผ่านร่างของผู้เป็นพี่ที่ยืนบังตนไว้ก่อนจะเจอเข้ากับดวงตาสีแดงก่ำของสัตว์ป่า

 

ไม่—มันไม่ใช่สัตว์ป่า แต่มันเป็นมนุษย์ต่างหาก

 

มนุษย์ที่เปื้อนเลือด

 

“จิซึรุ ถอยเร็ว” พี่บอก

 

เด็กหนุ่มก้าวถอย แต่พอเขาหันกลับ กลับมีอีกคนมาขวางเอาไว้—ปีศาจสีแดงอีกตัวที่เปื้อนเลือด ผมสีขาวโพลนและดวงตาสีเลือดส่องประกายโดดเด่น

 

ทุกอย่างผลักดันให้เด็กหนุ่มถอยหลังชนกับผู้เป็นพี่เข้าอย่างจัง

 

“จิซึรุ!

 

มันเงื้อมคาตานะขึ้นเหนือหัว หมายจะฟาดฟันลงมาที่หัวของเขา

 

 

“ไม่!

 

ฉวะ!

 

 

ทุกอย่างกลายเป็นสีขาวโพลน

 

 

+++++++++++

 

 

หากจะเล่าจากแรกเริ่มของสาเหตุ—จิซึรุคงบอกได้เป็นคำแรกของตัวเองนั้นไม่ใช่เด็กหนุ่มอย่างที่ใครเข้าใจ เธอเป็นเพียงเด็กสาวจากหมู่บ้านทางตอนเหนือที่แสนห่างไกลเท่านั้น ไม่ได้มีภูมิที่น่าสนใจไปกว่าทำกิจการเปิดร้านขายยารักษากับพ่อสองคน

 

แต่เพราะยูคิมูระ โคโดหายตัวไปหลังจากเข้ามาเมืองหลวงได้สักพัก เธอไม่ได้จดหมายจากผู้เป็นพ่อเลยเองก็เริ่มร้อนใจ ด้วยความเป็นห่วงของลูกสาวจึงเริ่มคิดที่จะออกตามหา

 

แต่กระนั้นการที่เด็กสาวออกเดินทางเพียงคนเดียวนั้นไม่ปลอดภัย จิซึรุจึงจำเป็นที่จะต้องปลอมตัวออกเดินทางเท่านั้น—ปกปิดเพศสภาพของตัวเองไว้ดูจะดีกว่า

 

คาตานะของตระกูลกลายเป็นเครื่องรางในการเดินทางครั้งนี้ได้มีสวัสดิภาพ พร้อมกับผู้ร่วมเดินทางอีกคนที่เป็นดั่งพี่

 

 

และนั่นเป็นเรื่องราวก่อนที่เธอจะฟื้นขึ้นมาในหมู่หมาป่าแห่งมิบุเหล่านี้

 

 

ฐานะของจิซึรุถูกเปิดโปงตั้งแต่ก่อนที่เด็กสาวจะฟื้นขึ้นมาเสียอีก และตอนนี้ที่ทั้งเธอและทั้งพี่ของตัวเองนั้นก็ถูกรุมล้อมด้วยเหล่าหัวกะทิทั้งหลายที่ต่างเป็นเหล่าชายฉกรรจ์ทั้งนั้น ทุกอย่างมันเริ่มทำให้เด็กสาวรู้สึกตื่นกลัว แต่กระนั้นก็ยังสามารถเล่าเรื่องราวของตัวเองได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ส่วนพี่ของตนนั้นก็เอาแต่เงียบขึงและสำรวมอยู่ข้างๆ คอยให้กำลังใจ

 

“แต่มันจำเป็นด้วยเหรอที่พวกเจ้าสองคนจะต้องปลอมตัวด้วยกันแบบนี้น่ะ?” คอนโด อิซามิ ถามอย่างสุขุม เขาเป็นหัวหน้าใหญ่ของที่นี่ “จากที่ดูๆ แล้ว พี่ของเจ้าก็ใช่ว่าจะดูใส่ใจ”

 

จิซึรุมองพี่ของตัวเองแล้วได้แต่คิดหนัก “ต้องของอภัยเจ้าค่ะ—แต่การแต่งตัวของท่านพี่เป็นแบบนี้อยู่แล้ว นางไม่ได้ตั้งใจให้ทุกคนสับสนหรอกเจ้าค่ะ”

 

เด็กสาวขอความร่วมมือของผู้ที่ตกเป็นหัวข้อสนทนา พี่ของเธอสบตาของเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมเปิดปากพูดออกมาด้วยเสียงทุ้มนุ่มของอิสตรีว่า

 

“ข้าเป็นผู้หญิง” หญิงสาวพูด “กินทสึ ชิซุน ยินดีที่ได้รู้จัก”

 

จิซึรุลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก—กินทสึ ชิซุนไม่ใช่คนช่างพูดและเงียบราวกับเป็นใบ้ แต่ถึงอย่างนั้นจิซึรุก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เช่นกันว่าด้วยความที่เงียบเกินไปของอีกฝ่ายนั้นมักจะนำความเดือดร้อนและพวกอันธพาลเข้ามาบ่อยครั้ง

 

แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นสตรีก็จริง แต่ด้วยการแต่งตัวที่หลวมกว่าตัวของตัวเองกับขาดเครื่องประดับและชิ้นส่วนเครื่องแต่งกายของผู้หญิงเกินควรก็ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดไปเช่นกัน

 

แต่ถึงยังไงซะชิซุนก็เป็นคนผมยาว ผมของเธอถักเปียเฉียงข้างแล้วพาดบ่าด้วยซ้ำ จิซึรุไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่ามันทำให้เธอดูเหมือนผู้ชายตรงไหน และมันน่าหงุดหงิดกว่านั้นเมื่อชิซุนไม่คิดที่จะแก้ความเข้าใจผิดพวกนี้เลยสักนิด

 

 

แต่ว่า--เรื่องใหญ่ที่สุดไม่ใช่เรื่องเพศสภาพของพวกเธอสองคน

 

“แต่ถึงอย่างนั้นเราไม่อาจให้ผู้หญิงพักอยู่ที่นี่ได้หรอกนะ คงเข้าใจ ส่วนเรื่องของพ่อเจ้า ยูคิมูระ โคโดเองก็เป็นบุคคลสำคัญของเราเหมือนกัน หากเป็นไปได้ก็อยากได้ความร่วมมือของเจ้าเช่นกันยูคิมูระคุง”

 

จิซึรุเป็นกังวลขึ้นมา “หมายความว่าท่านพี่จะอยู่ที่นี่ไม่ได้เหรอเจ้าค่ะ?”

 

“มันจำเป็น หรือไม่จะให้นางปลอมเป็นชายแบบเจ้าไปเลยก็ต้องปลอมให้มันเนียนกว่านี้” คอนโด อิซามิว่าอย่างหนักใจ เขามองไปที่เส้นผมสีดำสนิทของชิซุน “อย่างน้อยเรื่องการแต่งตัวกับทรงผมนั่น—“

 

“ขอปฏิเสธ” ฝ่ายตอบกลับมานั้นเสียงแข็งเกินคาด “ให้จิซึรุอยู่นี่ก็ได้ ข้าสามารถหางานทำที่เมืองหลวงนี้ได้ แค่จะขอพวกท่านแวะเวียนมาที่นี่เป็นครั้งคราวเท่านั้นได้หรือไม่?”

 

เด็กสาวเริ่มร้อนรน เธอไม่ต้องการให้พี่สาวที่ยอมออกมาตามหาท่านพ่อด้วยกันกับตนต้องทุกข์ลำบาก นี่มันไม่ต่างกับการที่เธอปล่อยให้ชิซุนไปเผชิญโลกที่ไม่รู้จักคนเดียวเลยไม่ใช่เหรอ?

 

จิซึรุหมายจะคัดค้าน แต่เธอกลับถูกห้ามไว้เสียก่อนจากตัวของพี่สาวเอง จนกระทั่งคำตกลงจากหัวหน้าเหล่าหมาป่าเอื้อนเอ่ยออกมา เด็กสาวก็ไม่อาจจะค้านอะไรได้อีก

 

เธอมองเหล่าชายฉกรรจ์รอบตัว คนพวกนี้น่ากลัวเหลือเกิน พวกเขาจ้องมองเธออย่างกับกระต่ายในกำมือหมาป่า มันทำให้จิซึรุเกิดความกังวล

 

เธอตัวคนเดียวอีกแล้ว

 

 

++++++++++++++++

 

 

“ไม่เป็นไรหรอก พวกเขาไม่เหมือนพวกซามูไรเมื่อคืนนี้หรอก” ชิซุนว่าตอนที่ตัวเองกำลังจะออกจากฐานของคนเหล่านี้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เด็กสาวหายกังวลแต่อย่างใด “ไว้พรุ่งนี้ข้าจะมาเยี่ยมเอาไหม?”

 

“แต่ข้าไม่อยากให้ท่านออกไปคนเดียว”

 

ชิซุนส่ายหัว ทั้งเอ็นดูและระอากับเด็กคนนี้เหลือเกิน

 

“จิซึรุ เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ถูกกับคนเยอะๆ –เข้าใจใช่ไหมว่ามันหมายความว่ายังไง?”

 

เด็กสาวพยักหน้าอย่างเศร้าสร้อย “ท่านอยู่ที่นี่ไม่ได้”

 

ยูคิมูระ จิซึรุ ผู้ดีงามเกินไป—ชิซุนนึกขบขันอยู่ในใจ แม้ว่าจะกังวลว่าเด็กสาวที่ไม่เคยคุยกับผู้ชายอย่างจริงจังมาก่อนจะไหวไหม แต่นั่นก็เป็นเพียงเศษส่วนเล็กๆ ในจิตใจของเธอเท่านั้น ชิซุนไม่ต้องการจะโอ๋เด็กคนนี้เกินไป จิซึรุต้องออกมาจากกะลาที่โคโดครอบไว้สักที ออกมาสู่โลกภายนอก

 

โลกภายนอก—ที่ไม่ได้มีแค่ด้านเดียว

 

ชิซุนนั้นเหนื่อยเหลือเกินกับการที่ต้องเริ่มทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ ถึงเธอจะพูดว่าเหล่ามิบุพวกนี้ไม่ใช่คนไม่ดียังไง แต่อีกฟากฝั่งของเธอก็ยังรู้ดีอยู่แก่ใจว่าตัวเองนั้นไม่อาจเข้ากับคนพวกนี้ได้อย่างสนิทใจ

 

เธอหวังว่าจิซึรุจะรู้ว่าจริงๆ แล้วเธอต้องการอะไร พวกเธอทั้งสองต่างมีเป้าหมายเป็นของตัวเอง

 

รอจนกระทั่งจิซึรุลับเข้าไปข้างใน หญิงสาวก็ยังคงยืนรออยู่แถวนั้น จนกระทั่งได้ยินเสียงหัวเราะเล็ดรอดออกมาจากหลังบานประตูอย่างจงใจ

 

หัวหน้าหน่วย โอคิตะ โซจิ

 

“ดีแล้วเหรอที่ปล่อยให้น้องตัวเองต้องอยู่คนเดียวแบบนั้นน่ะ?” ชายหนุ่มพูดอย่างร่าเริง โอคิตะเดินเข้ามาใกล้พอที่จะสามารถพูดคุยกันเบาๆ ได้ “เจ้าอยู่ที่นี่ก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

 

ชิซุนเงยหน้ามองคนพูด เธอไม่เห็นแววตาขี้เล่นในแววตาของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย นั่นช่างขัดกับน้ำเสียงทะเล้นนั่นเหลือเกิน

 

“ท่านได้ยินที่ข้าพูดกับนางแล้วไม่ใช่เหรอ?” หญิงสาวกล่าวเสียงเรียบ ด้วยรูปร่างสูงโปร่งของเธอ ไม่จำเป็นที่จะต้องเงยหน้าคุยให้ปวดคอ “เพื่อนของข้าเปิดร้านขายยาอยู่แถวถนนคิวบิ ตรงหัวมุม ข้าคงไปพักกับนางสักพัก”

 

“กำลังบอกแหล่งกบดานตัวเองอยู่เหรอ แม่นาง?”

 

เขาคนนี้ไม่เคยไว้ใจใคร—ชิซุนคิด ชายคนนี้อันตรายเกินไป เธอไม่อยากเข้าใกล้

 

“เผื่อว่าข้อตกลงของเราจะง่ายขึ้นหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา” หญิงสาวหันหลังให้แล้วเดินออกมา

 

ไม่วายที่ยังได้ยินเสียงหัวเราะของอีกฝ่ายไล่ตามมาข้างหลังเหมือนเป็นการมาส่ง

 

“โชคดีนะ แม่นาง”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #2 มิกิ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 02:18

    โซจิ ข้าจะงับหัวเจ้าาาาา เป็นกำลังใจให้เน่อออออรอยุเน่ออออ

    #2
    1
    • #2-1 Tiaros(จากตอนที่ 2)
      14 มิถุนายน 2561 / 12:26
      ขอบคุณค่ะ!
      #2-1