Fic Vampire twilight : About her who stranger.

ตอนที่ 1 : วันเเรกในฟอร์ค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1290
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 140 ครั้ง
    15 พ.ค. 62

01

 

 

เวเลอนีลวางตำราเล่มหนาที่เป็นหนังสือเรียนจากอิลเวอร์เมอร์นีลงบนชั้นวางหนังสือเป็นอย่างสุดท้ายก่อนจะเดินมานั่งลงบนโซฟาตัวยาวที่กลางบ้าน สัมผัสความเงียบเหงาที่พึ่งมาเยือนได้ไม่นานตั้งแต่ที่พี่ชายคนรองหุนหันออกไปจากบ้านอีกรอบสู่ลอนดอนในอังกฤษ


โคมไฟหลอดสีส้มห้อยระย้าลงมาจากเพดานเปลือยเปล่าที่ไม่ตีฝ้าปิด เวเลอนีลมองเห็นสายสีดำที่ทิ้งตัวลงมา เชื่อมกับขั้วหลอดไฟที่ขดเป็นเกลียวชัดเจน ที่นี่ถูกแต่งโดยความชอบจากคนที่แปลกแยกที่สุดในบ้าน ถ้าพ่อกับแม่ที่วุ่นอยู่ที่นิวยอร์กมาเห็นคงต้องรีบเปลี่ยนมันเป็นโคมระย้ารุงรังอย่างแน่นอน


“หมดแล้ว คุณหนูต้องการอะไรอีกไหมคะ?”


เวเลอนีลส่งเสียงในลำคอ “ไม่มี กลับไปได้แล้ว”


เด็กสาวได้ยินเสียงขานรับเบาๆ เธอรับรู้ได้ว่าในเวลาไม่นานคนรับใช้ที่ตามมาช่วยจัดข้าวของออกไปแล้ว หน้าต่างในห้องนี้ถูกเปิดโล่งเป็นครั้งแรก เวเลอนีลชอบกลิ่นชื้นๆ ของดินมากกว่าจะเป็นกลิ่นกระดาษเก่าๆ ที่คนอื่นในบ้านชอบ ที่ฟอร์คเป็นตัวเลือกที่ดีที่เธอจะมาอยู่ที่นี่ชั่วคราวจนกว่าเจ้าของบ้านตัวจริงจะกลับมา


เวเลอนีลใช้เวลาอีกครึ่งชั่วโมงในการหลับอยู่บนโซฟาตัวเดิม ก่อนจะขึ้นไปยังห้องนอนใหม่ของตัวเอง ข้าวของของเธอถูกจัดเรียบร้อยรวมทั้งกระเป๋าเรียนและหนังสือเรียนชุดใหม่ที่วางไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือ มันเป็นโรงเรียนใหม่ที่เธอจะต้องไปในอีกสองวันข้างหน้ากับจักรยานห่วยๆ ของพี่ชายที่ไม่ยอมทิ้งรถยนต์ให้เธอใช้


ตารางที่ลงทะเบียนไปแล้วมีจนถึงบ่ายสาม มันเป็นตารางเรียนของเด็กเกรดสิบเอ็ดที่ออกจะแน่นไปหน่อย และส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นศาสตร์ที่เธอไม่ค่อยถนัดเสียด้วย โดยเฉพาะพวกชีวะ


เด็กสาวเดินออกไปเปิดหน้าต่าง ด้านนอกติดกับธารแม่น้ำสายเล็กอย่างพอดิบพอดี เวเลอนีลชอบห้องนอนใหม่ของตัวเอง มันทำให้ในบ้านไม่เงียบจนเกินไป คอนไม้สีโอ้คด้านล่างตั้งไว้หลายอัน แต่นอกจากถาดอาหารสัตว์ที่ว่างเปล่าแล้วก็ไม่มีอะไรเลย ดูเหมือนสัตว์เลี้ยงของบ้านจะยังไม่กลับมา ซึ่งน่าแปลกที่ในเวลากลางวันเวเลอนีลจะไม่เห็นมันนอนเกาะอยู่บนคอน เอลนอร์ไม่เคยตื่นก่อนหกโมงเย็น แต่พอติดต่อไปหาพี่ชายที่อยู่ที่อังกฤษกลับถูกบอกปัดๆ มาว่า


“มันอาจโดนกินไปแล้วก็ได้”


เวเลอนีลขมวดคิ้ว “ตัวอะไรจะกินนกฮูก แถวบ้านเรามีแต่กวางไม่ใช่เหรอ?”


เวเลอนีลเห็นภาพพี่ชายยักไหล่ได้จากน้ำเสียงสุภาพติดสบายๆ ของเขา “งั้นก็คงเป็นกวางที่กินมัน ไม่ก็นายพรานที่ยิงพลาด”


“นายพูดปัดความรับผิดชอบเกินไปแล้วลอฟฟี่” เธอขมวดคิ้ว “เอลนอร์ไม่ใช่นกที่จะไม่รู้ทางกลับบ้านนะ แถมมันยังบินเร็วเกินกว่านายพรานจะยิงมันได้ด้วย”


“งั้นก็คงต้องรอมันกลับมาตอนเย็น” อีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่อง “ที่จริงฉันควรจะกำชับเธอว่าไม่ควรออกนอกบ้านหลังห้าโมง—เธอก็รู้ว่าเรามาปลูกบ้านที่นี่เพราะ—“


“เพราะเส้นใหญ่” เวเลอนีลว่า “ฉันรู้ ใครให้พ่อมาสร้างโดยไม่ถามคนอื่นว่าแถวนี้มันเป็นเขตป่าที่เขาไม่อนุญาตให้คนมาอยู่อาศัยกันล่ะ สุดท้ายก็ต้องยัดปิดปากให้เขาทุกปี”


“ที่ฉันจะบอกน่ะอีกเรื่องหนึ่ง” พี่ชายเธอถอนหายใจ “เธอน่าจะรู้แล้วว่าชื่อเสียงเรามันออกจะไม่น่าคบเท่าไรสำหรับคนเมืองนี้”


“ลอฟ” เด็กสาวพูดดัก “ฉันกำลังจะเข้าไปในตัวเมือง หาอะไรกินแล้วนายกำลังจะกักบริเวณฉันตั้งแต่วันแรกที่น้องสาวสุดที่รักของนายมาถึงที่ฟอร์ค”


“แถวนั้นสัตว์ร้ายมันเยอะ อ้อ--อาจจะมีงูด้วย”


“ต้องโทษพ่อที่สร้างบ้านกลางป่า—แต่ฉันชอบนะ ส่วนตัวสุดๆ แถมเส้นใหญ่มีแม่น้ำให้เล่นหลังบ้านด้วย” เวเลอนีลเน้นเสียงเข้ม “แถมนายก็ทิ้งจักรยานสุดหรูไว้ให้ แล้วเอารถยนต์ไปใช้ที่นู้น โคตรรักเลยลอฟฟี่”


“ไม่เอาน่า ก็ของมันต้องมี—แต่ฉันเตือนไว้แล้วนะ ทำตัวให้มันน่ารักๆ หาเพื่อนให้ได้แล้วอย่าไปปากหมาใส่—“


เวเลอนีลตัดสินใจกดปิดมือถือทันที เด็กสาวส่งเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างอารมณ์เสีย เธอโยนข้าวของที่จำเป็นใส่กระเป๋าสะพายสีตุ่นๆ ของตัวเองก่อนจะลงไปด้านล่าง เอาจักรยานที่น่าชังออกมาแล้วปั่นออกไปจากบ้าน


ล้อยางสีดำบดเข้ากับถนนที่ถูกถางแค่พอให้เป็นทางพอรถสวนกันได้ มันไม่ใช่ถนนราดยางชั้นดีและทุกครั้งที่เวเลอนีลปั่นไปสะดุดเข้ากับหินก้อนที่ใหญ่กว่าปกติ มันกระเทือนจนก้นเธอปวดระบม


มีร้านฟาสฟู้ดอยู่ติดกับถนนใหญ่ ในตอนบ่ายคล้อยของวันที่ไม่มีแม้แต่แสงแดดส่องมาถึงด้านล่าง ทำให้เธอรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เวเลอนีลจอดจักรยานไว้หน้าร้านก่อนจะเดินเข้าไปสั่งชุดอาหารง่ายๆ มาทาน ธุระวันนี้ของเธอคือการไปซื้อเครื่องเขียนชุดใหม่ต้อนรับการเข้าเรียนโรงเรียนใหม่ของตัวเอง


“มาใหม่เหรอ?” พนักงานวัยกลางคนถาม


“ประมาณนั้นค่ะ” เด็กสาวยักไหล่ “ฉันย้ายมาอยู่บ้านพี่ชั่วคราว ไว้เดี๋ยวเรียนจบก็กลับบ้านใหญ่”


“งั้นก็คงเหมือนหนูเบลล่า”


เวเลอนีลหันไปตามทิศทางที่พนักงานสาวมอง โต๊ะข้างๆ เธอคือพ่อลูกคู่หนึ่งที่ยังจัดการกับอาหารของตัวเองอยู่ อีกฝ่ายเองก็เหมือนจะโดนเรียกให้หันมามองตอบเธอไม่ต่างกัน เวเลอนีลจึงต้องค้อมหัวน้อยๆ ให้พอเป็นมารยาท


“ชาลี สวอน และนี่เบลล่า สวอน”


และถ้ากล่าวว่าใครที่อัธยาศัยดีที่สุด เวเลอนีลคงต้องยกให้พนักงานคนนี้เสียแล้ว—เด็กสาวยิ้มตอบ เธอมองเครื่องแบบของชายหนุ่มพลางๆ มันเป็นเครื่องแบบตำรวจ


และเธอไม่ถูกกับตำรวจ เพราะบ้านตัวเองทำผิดกฎหมายอย่างหน้าด้านๆ


“เวเลอนีล” เธอแนะนำตัว มองสายตาเป็นมิตรที่พวกเขาคงจะส่งมาเป็นครั้งสุดท้ายแล้วพูดชื่อเต็มของตัวเองออกไปว่า “เวเลอนีล ซัน ดี.”


เป็นไปตามที่คาด เธอได้เห็นใบหน้าอ้าปากร้องอุทานไร้เสียงของพนักงานสาว ได้เห็นอาการชะงักกึกแล้วมองมาที่เธอด้วยดวงตาที่เบิกค้างของชาลี และความงุนงงของเบลล่า สวอน


นอกจากนั้นก็น่าจะเป็นความไม่พอใจของพวกชอบจุ้นทั้งหลายที่เงี่ยหูฟัง


“โอ้”


เวเลอนีลโคลงหัว ส่งยิ้มพรายให้ก่อนจะเก็บแฮมเบอร์เกอร์ของตัวเองเข้ากระเป๋า ร้านนี้ดีตรงที่พวกเขาห่อด้วยกระดาษมาด้วยเลย เธอไม่จำเป็นต้องเสียเวลาขอให้พวกเขาห่อกลับบ้านให้อีก


เธอวางเงินลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นแล้วพูด “เบอร์เกอร์อร่อยดี ไว้จะมาอีกค่ะ”


เวเลอนีลแค่ไม่ได้คิดว่ารีแอคชั่นของพวกเขาออกจะเวอร์ไปสักนิด แต่แน่นอนว่าสถานที่ต่อมาที่เธอจะไปนั้นย่อมยังไม่มีใครรู้จักเธอ ร้านเครื่องเขียนเล็กๆ ยังพอมีปากกาและสมุดวาดที่เธอต้องการอยู่ เป็นอีกครั้งที่เด็กสาวจอดรถไว้ที่หน้าร้านและใช้เวลาแค่สิบนาทีในการเลือกของและจ่ายเงิน


และทันทีที่เปิดประตูออกมา พบว่าจักรยานของเธอมีรูปร่างบู่บี้ไปซะแล้ว พร้อมกับเศษซากรถจักรยานยนต์และคนอีกหนึ่งที่ลงไปกองกับพื้น ส่งเสียงร้องโอดโอย ผมสีดำยาวๆ ยุ่งเหยิงและใบหน้าสีแทนมอมแมม


เวเลอนีลมองจักรยานของตัวเอง สลับกับมองคนทำที่เงยหน้ามาสบตาเธอด้วยความเจ็บ


“เอ่อ—“ ชี้มาที่จักรยาน


“ใช่” เธอพูด ไม่มีความสงสารหรือคิดจะเข้าไปช่วยพยุงอีกฝ่ายขึ้นมาเลยสักนิด “นั่นจักรยานฉัน—และฉันกำลังจะกลับบ้าน”


เจ้าหมอนั่นอ้าปากค้าง “โอ้—ถ้างั้นฉัน...”


“ไม่” เธอปฏิเสธ “แค่บอกมาว่าอู่ซ่อมไปทางไหน”


ถึงดูจากสภาพแล้วน่าจะซื้อใหม่ก็เถอะ—เด็กสาวขยี้ผมอย่างหัวเสีย ปลุกจักรยานขึ้นมาแล้วเดินเลยผ่านคนที่ยังนั่งอยู่ที่พื้นอย่างไม่แยแส ยังมีสายตาจากคนรอบข้างมองมา แน่นอนว่าเธอถูกตำหนิเป็นอย่างแรกที่ไม่ช่วยเขาขึ้นมาจากพื้นถนน


“ลุกขึ้นสิ ข้อเท้านายแค่พลิกใช่ไหม?”


“หา?” เขารีบลุกขึ้นมาทันทีแล้วเกาหัวเก้อ “โทษที—เอ่อ ถ้าเธอหมายถึงอู่ซ่อม ฉันพอจะซ่อมให้เธอได้นะ ไม่คิดเงินเลย”


เวเลอนีลเลิกคิ้ว มองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกรอบ “นาย?” ถามเสียงสูงจนอีกฝ่ายหน้าเสีย


เวเลอนีลไม่ใช่พวกชอบมองคนแต่ภายนอก แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแรกพบคือความประทับใจ แต่นอกจากนิสัยซื่อๆ ของเด็กอายุน้อยกว่าคนนี้ก็ไม่มีอะไรที่ทำให้เธอประทับใจได้เลยนอกจากความใสซื่อ


พวกซื่อๆ ชอบโดนหลอก—และเวเลอนีลชอบหลอกเด็ก


“ใช่” เขาว่า “ขอโทษที่เผลอชนจักรยานเธอ โอเคไหม ฉันก็ไม่รู้ว่าเบรกมันจะไม่ทำงาน เพราะฉะนั้น—ฉันซ่อมให้ฟรีถือเป็นคำขอโทษ เอาไง?”


แล้วก็ได้ผลซะด้วย เด็กสาวยิ้ม “นำไปสิ”


ถึงเธอจะโทรกริ๊งเดียวแล้วจะได้รถจากพ่อเลยก็เถอะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 140 ครั้ง

78 ความคิดเห็น

  1. #1 Jenniviv (@Hunter010) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 22:01
    ตามนิยายมาแล้วค่ะงุงิ///

    น้องคนใหม่น่าสนใจไม่น้อยที่เดียวค่ะแงงง

    อยู่รู้จังค่ะว่าเวลาของน้องตอนนี้ไปตรงกับทามไลนไหนของไดอา

    แล้วไดเดรมีสิทธิมาโผล่เรื่องนี้มั้ยคะอยากรู้จังค่ะ////
    #1
    2
    • #1-1 Jenniviv (@Hunter010) (จากตอนที่ 1)
      15 พฤษภาคม 2562 / 22:02
      อยากรู้สิแป้นเลว
      #1-1