[จบแล้ว] BAD LOVE STORY...ถึงเลวก็รักเธอ P.2

ตอนที่ 38 : เลวครั้งที่#34...Love Story in Miami P.1_100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38,092
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    30 ต.ค. 60





เลวครั้งที่#34...Love Story in Miami


          ไมอามี,ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา


     ในที่สุดพวกเราก็มาถึง...ไมอามีอย่างปลอดภัย หลังจากนั่งเครื่องข้ามน้ำข้ามทะเลมานานกว่า... 26 ชั่วโมง ซึ่งในที่นี้รวมเวลาพักต่อเครื่องที่แฟรงเฟิร์ตด้วย  และการเดินทางมาต่างประเทศครั้งแรกของฉัน...ก็ราบรื่นเรียบร้อยดีไม่มีปัญหาอะไร คงเป็นเพราะดีเคจองตั๋ว first class ไว้ไม่งั้นการเดินทางไกลใช้เวลานานขนาดนี้ต้องอาการปวดเมื่อยเหนื่อยเพลียอย่างที่เรียกว่า jet lag แน่นอน แต่นี่ทุกคนก็ถือว่าโอเคสดชื่นตื่นตัวกันพอสมควร หรืออาจจะเป็นเพราะ...คนอื่นๆเดินทางไปมาต่างประเทศบ่อยจนชินแล้วก็ได้ โดยเฉพาะ..ดีเค(-_-)

     ตอนนี้เวลาในท้องถิ่นประมาณบ่าย 3 โมง ซึ่งต่างกับที่เมืองไทยประมาณ 12 ชั่วโมง และเพื่อให้ร่างกายค่อยๆปรับตัว ก่อนอื่นเราต้องใช้ชีวิตกินนอนตามเวลาในท้องถิ่นของที่นี่ให้ได้  แม้ว่าตอนนี้จะแอบง่วงก็ตาม

     หลังจากเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาเสร็จ พวกเราก็เดินมุ่งหน้า  เพื่อออกจากอาคารผู้โดยสาร อ้อ..ลืมบอกไปยัยมินเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใส่สบายเหมือนทุกคนตั้งแต่อยู่ที่สุวรรณภูมิแล้วนะ  แถมยังเช็ดเครื่องสำอางค์ล้างหน้าที่โบกมาหนาเตอะนั่นออกอีกด้วย  ให้ตายซิ..เว่อร์ได้ตลอดจริงๆเลยยัยเพื่อนคนนี้  มานึกดูแล้ว...ยัยนั่นไม่คิดหรือไงว่านั่งเครื่องตอนเกือบ 6 ทุ่มแล้วบวกไป11 ชั่วโมง ต้องแต่งตัวยังไง(-_-) แล้วไหนจะเดินทางต่ออีกกว่า10ชั่วโมง ดูพี่จีซิแทบจะใส่ชุดนอนมาเลยด้วยซ้ำมั้ยนั่น

      แล้วฉันเองก็เพิ่งรู้พร้อมคนอื่นๆว่าดีเคชวนมินมาด้วย  เลยไม่แปลกที่ฉันจะตกใจแถมยังรู้สึกเซอร์ไพร้สุดๆไม่ต่างจากคนอื่นๆ  โดยดีเคให้เหตุผลว่า...ฉันจะได้มีเพื่อนเวลาเขาดวลเหล้าสังสรรค์กันตามประสาผู้ชาย อีกอย่าง..งานนี้เอาใจเพื่อนซี้อย่างพี่ซีด้วย หุหุ..ดีจังฉันเองก็อยากให้สองคนนั่นกลับมาคืนดีกัน  เพราะจากที่ได้รู้จักคลุกคลีกันมาถือว่าพี่ซีเป็นคนดีทีเดียว ไม่เจ้าชู้กะล่อนเหมือนพี่จี แต่ไม่ใช่ว่าพี่จีไม่ดีนะ  เพียงแค่ฉันไม่ค่อยชอบผู้ชายเจ้าชู้ไงพี่จีเลยเป็นอะไรที่ไม่ใช่หรือใกล้เคียงกับผู้ชายในฝันของฉันเลย  ส่วนพี่เอ็ม...ก็ดูลึกลับยากยั่งถึงเกินไปยังไงก็ไม่รู้  สรุปแล้วพี่ซีดูกลางๆสุดแล้วล่ะ

     แล้วพอเดินมาเรื่อยๆ ก็ดูเหมือนผู้คนจะยิ่งหนาตาคลาคลำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาจากที่ต่างๆทั่วโลก  แต่ก็ไม่แปลกเพราะไมอามีถือเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญอีกเมืองหนึ่งของอเมริกา  โดยมีไมอามีบีชที่ถือเป็นสัญลักษณ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาพักผ่อนหย่อนใจที่นี่อีกด้วย

     “เหนื่อยมั้ย?” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นให้ได้ยินใกล้ๆ ในขณะที่โอบไหล่รั้งฉันเข้าไปกอดแนบอก

     “ทำบ้าอะไร! อายเขานะ” ฉันเอ่ยห้ามพอให้ได้ยินกันสองคน พร้อมกับพลักอกเขาออก  แต่นอกจากจะไม่ฟังเขายังหอมแก้มฉันฟอดใหญ่อีก อ๊าคค...นี่เรากำลังเดินอยู่เลยนะ และที่สำคัญฉันกับเขาเราเดินนำหน้าด้วย อ๊ายย แบบนี้พวกที่ตามหลังมาก็เห็นหมดน่ะซิ

     “แค่หอมแก้มมั้ยว้า เรายังไม่ได้เอากันซะหน่อย” ป๊าบ!

     “เฮ้ย..ทำไรก็เกรงใจในความไม่ได้เอาเมียมาด้วยของกูบ้างเว้ย”

     แงง นั่นไงพี่จีท้วงขึ้นมาแล้วไง

     “จะไปง้อยัยนั่นทำม้าย หาแถวนี้มีออกเยอะแยะมั้ยว้า” ดีเคพูดโดยที่ไม่หันไปมอง

     “เฮ้ย...มึงพูดงี้ได้ไงวะ” นั่นไง..พูดอะไรไม่คิดเห็นมั้ย พี่จีไม่พอใจเลย

     “กูไม่บอกยัยนั่นหรอกน่า” ยังมีหน้าไปพูดแบบนั้นอีก แต่...

     “เชี่ย!...มึงพูดจริงนะเว้ย”

     (-_-)(-_-)(-_-)(-_-)

 

     แล้วพอเดินมาถึงโซนรอรับผู้โดยการ ดีเคที่ยกโทรศัพท์ขึ้นดูเป็นระยะก่อนหน้าก็พาพวกเราเลี้ยวขวาออกทางประตูข้างช่องแรก  ที่แทบจะไม่มีใครเดินตามออกมา เพราะส่วนใหญ่เดินตรงไปเพื่อออกทางประตูหน้าซึ่งต้องมีรถแท็กซี่รอรับอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย  แล้วพอเดินออกมาจนพ้นอาคารสู่ภายนอก...

     “งาย...ไอ้Demonic King แม่ง..คิดถึงมึงเหี้ยๆเลยเว้ย” ก็มีเสียงผู้ชายสำเนียงอเมริกันชัดเจนทักขึ้นมาทันที แล้วพอเงยหน้าขึ้นมอง...

     “หึ...ไงเซ็ก ยังสุขสบายไม่ตายห่านี่หว่า” แล้วนี่ก็เป็นเสียงทักตอบกลับไปจากดีเคด้วยสำเนียงไม่ต่างกัน

     “เฮ้ย..ข้อร้องมึงอย่าย่อชื่อกู แค่..เซก้ากูก็บ้าเซ็กจะตายห่าอยู่แล้วเว้ย”

     “หึ...ไอ้เชี้ยเอ้ย!” แล้วจากนั้นพวกเขาก็ยกกำปั่นชนกันก่อนจะกอดทักทายกันตามธรรมเนียม ดูแล้ว...พวกเขาท่าจะสนิทกันมากพอสมควรเลยล่ะ แล้วไม่ใช่แค่ดีเคคนเดียวนะ เพราะคนอื่นๆก็เข้าไปกอดพร้อมกับพูดคุยกันอย่างสนิทสนมเป็นกันเอง ถ้างั้นก็แสดงว่า...พวกเขาเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย

     ว่าแต่...คนนี้นะเหรอคือ..เซก้า เพรสตัน ทายาทคนสุดท้องของตระกูลเพรสตันที่มั่งคั่งร่ำรวยติดอันดับท็อปไฟว์ในอเมริกา  เพื่อนชาวต่างชาติคนแรกของดีเคสมัยยังเป็นแค่เด็กประถม อา...เขาดูดีจริงๆนะ หล่อเท่ห์กว่าวัยรุ่นต่างชาติคนไหนที่ฉันเคยเจอมาเลยก็ว่าได้  เซก้า..เป็นฝรั่งผมดำ รูปร่างสูงโปร่ง น่าจะสูงกว่าดีเคนิดหน่อย หน้าตาคมเข้มโครงหน้าชัดเจน ตาสีน้ำตาลชัดลึก คิ้วเข้ม แถมยัง ว้าว...ขนตางอนยาวยิ่งกว่าผู้หญิงอีกต่างหาก นี่เกิดมาฉันยังไม่เคยเห็นผู้ชายขนตางอนยาวหนาเป็นแผงแบบนี้มาก่อนเลยนะเนี้ย  แล้วเห็นด้านข้างแบบนี้ยิ่งงอนชัด...เหมือนของฉันเลย   

     ก่อนหน้านี้ดีเคเล่าให้ฟังคร่าวๆว่าเจอเซก้าครั้งแรกที่..มอนท่านา ก็ที่ๆเขาต้องไปพักอาศัยในช่วงดัดสันเอ้ย..ดัดนิสัยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสมัยประถมนั่นแหละ ซึ่งที่นั่นเป็นฟาร์มเกษตรขนาดใหญ่ครบวงจรบนพื้นที่หลายพันไร่ของเพื่อนพ่อ และเซก้าก็ไปอยู่ที่นั่นเพื่อจุดประสงค์เดียวกัน(-_-)  ฉันรู้แล้วล่ะว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกันได้ยังไง  ก็เพราะนิสัยใจคอเหมือนกันน่ะซิ  แล้วเซก้าก็อายุมากกว่าดีเคแค่1ปี  ถ้างั้นก็เท่ากับพวกพี่จีซินะ

     “ว้าวว...แล้วสาวน้อยแสนสวยนี่ใครวะ แม่ง..น่ารักฉิบ..หาย” เอ๊ะ???...ฉันกำลังยืนนึกอะไรเรื่อยเปื่อย  ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าในระยะประชิดแบบมึนๆงงๆ  แล้วชั่ววินาทีที่เราสบตากัน..หืมม??เหมือนว่าเขากับฉันจะแปลกประหลาดใจอะไรซึ่งกันและกัน หรือว่าฉัน...จะรู้สึกไปเองคนเดียวก็ไม่รู้  พอรู้ตัวอีกที...

     “เชี่ย!...ถอยออกมาเลยถ้ามึงไม่อยากมีเรื่องกับกู!

     ให้ตายซิ...ตอนนี้ฉันโดนเซก้ากอดจนจมไปกับอกกว้างๆของเขาเลยล่ะ แต่จะว่าไป...มันก็รู้สึกอบอุ่นใจแปลกๆยังไงก็ไม่รู้ บอกไว้ก่อนว่าเขาไม่ได้มีท่าทีเจ้าชู้กับฉันนะ  แล้วถ้าไม่นับดีเค เซก้าก็เป็นผู้ชายคนที่ 2 ที่มีโอกาสได้กอดฉัน  และแน่นอนว่าความรู้สึกมันต่างจากอ้อมกอดของดีเคอยู่แล้ว เพราะแบบนี้ไงฉันถึงได้รู้สึกเหมือน...ถูกพี่ชายกอด หึ...จะว่าไปฉันก็ฝันอยากมีพี่ชายซักคนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว  คงเกิดจากความเพ้อฝันหรือจิตใต้สำนึกนั่นล่ะ เฮ้อ

     “เฮ้ย...ก็แค่ทักทายมั้ยว้า” หืมม?...แม้แต่การพูดการจาก็แอบคล้ายกัน เชื่อแล้วล่ะว่าพวกเขาเป็นเพื่อนรักกันจริงๆ

     หลังจากทักทายกันพอหอมปากหอมคอ   พวกเราทั้งหมดก็ขึ้นรถตู้ที่เซก้า ไม่ซิ..ฉันต้องเรียกว่าพี่เซก้ามารับ  พร้อมกับคนยกกระเป๋าแล้วก็ขับรถเพื่อมุ่งหน้าไปยังที่พักที่ดีเคบอกว่า  เซก้าเตรียมเปิดบ้านพักตากอากาศของตระกูลเพรสตันไว้รอต้อนรับพวกเราแล้ว


          เช้าวันต่อมา

 

          ฉันค่อยๆรู้สึกตัวงัวเงียตื่นขึ้นมา และสิ่งที่เห็นตรงหน้าตอนนี้ก็คือ...ผิวขาวเปล่าเปลือยของ..ดีเค อย่างไม่ต้องสงสัย อีกอย่าง..ฉันตื่นขึ้นมาเจออะไรแบบนี้ โมเม้นทำนองนี้ซ้ำไปซ้ำมาเป็นเวลากว่า4 เดือนแล้ว เรียกว่า...คุ้นชินจนเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้วก็ว่าได้  แล้วพอหันไปมองรอบๆห้อง เอ๊ะ!? จากนั้นสมองก็ค่อยๆประมวลผล เมื่อฉันตั้งคำถามขึ้นในใจว่า..ที่นี่มันที่ไหนทำไมไม่คุ้นเอาซะเลย ก่อนจะได้คำตอบเฉลยในไม่กี่วินาทีต่อมาว่า...ตอนนี้พวกเราทั้งหมดพักอยู่ที่บ้านพักตากอากาศหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นของตระกูลเพรสตัน ริมหาดไมอามีที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว 

          จากนั้น..ฉันก็ค่อยๆมุดตัวออกมาจากอ้อมกอดของดีเค ที่กอดรั้งฉันเข้าไปซุกซบจนแทบจะสิงร่างเขาอยู่แล้ว เป็นแบบนี้บางทีก็แอบสงสัยตัวเองอยู่เหมือนกันว่าฉันหายใจออกได้ยังไง แล้วพอออกมาได้อย่างปลอดภัยฉันก็ค่อยๆผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก ที่ปีศาจหื่นกามยังไม่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาไม่งั้นได้หาเรื่องลวนลามฉันแต่เช้าแน่ เฮ้อ

          และหลังจากได้พักผ่อนนอนเต็มที่มา1คืนตามเวลาในท้องถิ่นแล้ว  เช้านี้ฉันจึงรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นจนแทบจะเป็นปกติเลยก็ว่าได้

          เมื่อวานหลังจากเก็บของเข้าที่พักแล้วมีเวลารีแลกซ์อีกนิดหน่อย พี่เซก้าก็พาพวกเราทั้งหมดไปเลี้ยงข้าวเย็นที่ภัตตาคารหรูแห่งหนึ่ง  พร้อมกับย้ำนักย้ำหนาว่านั่นยังไม่ถือเป็นการเลี้ยงตอนรับเพราะมันยังธรรมดาไป  เอ่อ...ตรงไหนที่เรียกว่าธรรมดา   แค่ปูอลาสก้า ไข่ปลาคาเวียร์ แล้วก็..ไวน์แดง Chateau Cheval Blanc1947ซึ่งถือว่าแพงเป็นอันดับสองของโลกนี่..ยังไม่ถือว่าอาหารมื้อนั้นสุดแสนจะพิเศษอีกเหรอ ให้ตายซิ...คนรวยนี่ความพิเศษของเขาวัดกันยังไง แล้วลิมิตสูงสุดมันแค่ไหนกันเนี้ย เฮ้อ

          ฉันเหลือบดูนาฬิกาติดผนังทรงโมเดิร์นแปลกตา  ที่ตอนนี้บอกเวลา 7.05 น. ซึ่งก็ยังถือว่ายังเช้าพอสมควร และแน่นอนว่า..คนตื่นสายเป็นกิจวัตรปกติอย่างดีเคย่อมไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัวหรือตื่นขึ้นมาตอนนี้อยู่แล้ว(-_-)  จะว่าไป...ฉันก็แอบเขินอยู่เหมือนกันนะ ก็คนอื่นๆเขาแยกกันนอนคนละห้องหมด มีแค่ฉันกับดีเคเท่านั้นที่นอนห้องเดียวกัน แล้วแบบนี้..คนอื่นๆจะคิดยังไง  ถึง ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเรา..เป็นอะไรกัน แต่..นั่นมันก็ไม่ได้ชัดเจนโจ่งแจ้งแบบนี้นี่นา ฮืออ เวลาออกไปเจอทุกคนฉันต้องหน้าแดงแน่ๆเลย แล้วโดยเฉพาะยัยมิน ยัยนั่นต้องส่งสายตาล้อฉันแน่ๆไม่เชื่อคอยดูซิ แงงง ทำไงดี แค่คิดฉันก็เขินจะแย่อยู่แล้ว

          “อยากแต่เช้า ทำไมไม่ปลุกล่ะว้า”

          “เอ๊ะ!?...” พอได้ยินเสียงแห่บต่ำของคนเพิ่งตื่นนอน ฉันก็หันควับไปมองทันที และฉันก็มีโอกาสได้เห็นเขายันศอกค่ำหัวมองมาแค่ไม่กี่วินาที  เพราะหลังจากนั้น คนที่เพิ่งจะตื่นและควรจะงัวเงียเชื่องช้ากลับพลิกตัวคร่อมร่างฉันได้ในชั่วพริบตา

          “จะว่าไป...เราก็ยังไม่ได้อุ่นเครื่องกันเลยซักยก หึหึ”

          “เอ๊ะ! ดีเค..ไม่..อุ้บ! อืมม” แงงง ไม่..ทันแล้ว เพราะทันทีที่เขากระตุกยิ้มร้าย หน้าหล่อก็ฉกวูบลงมาจูบฉันทันที ฮืออ ทำไงดี แค่นอนห้องเดียวกันกอดกันเฉยๆเวลาออกไปเจอคนอื่นๆ ฉันยังนึกเขินจนจะบ้าตายอยู่แล้ว แล้วถ้า ถ้า เรา ทำแบบนี้..อืมม อา~ แบบนี้...ไว้ค่อยคิดอีกทีละกัน อา~

 

          2 ชั่วโมงต่อมา

          DK PART

          “ดะเดี๋ยว..ดีเค” เสียงอึกอักรั้งผมไว้ ในขณะที่ผมจูงมือยัยเมียกำลังจะออกไปกินข้าวข้างนอก แม่งเอ้ย..เบิร์นแคลอรี่ไป2รอบแต่หัววัน  ให้ตาย..หิวฉิบหายเลยกู

          “หืมม?...จะเอาอีกรอบ?” (-.,-)

          “จะจะบ้าเหรอ!”  ว่าจบก็.... ป๊าบ!เข้าให้ที่ไหล่กู(-_-) อ้าวเวร..กูไม่ได้แค่ถามเหรอเนี้ย            เชี่ย...มืออีกข้างกูรั้งชายเสื้อเชี้ตตัวบางสีขาวของยัยเมียไว้แล้วเว้ย  เฮ้ย..2 รอบไปแล้วมั้ยว้า

          “เอ๊า...ไม่ใช่แล้วอะไรอีกวะ”

          “เมย์ คือ เมย์...”

          “หืมม?” ไม่อยากจะยอมรับเลยว่า...นอกจากจะสงสัย ใจกูนี่แอบลุ้นอย่างมีความหวังเลยนะเว้ย(-.,-)

          “เมย์ เมย์..เขิน มะไม่ออกไปได้มั้ย”

          “หึ...5555 จะเขินทำไมว้า เราไม่ได้ออกไปเอากัน..”ป๊าบ! อีกรอบ(-_-)

          “อย่าพูดนะ ฮืออ ยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีก เมย์ เมย์ จะไม่ออกไป ไม่ออกไปแล้ว” เอาแล้ว          ไง เวรแล้วไงกู ว่าจบก็หันหลังตั้งท่าจะหนีอีก

          “อ๊ะ!...ปล่อยนะ! เมย์ไม่ออกไป ฮืออ ไม่ออกไปแล้ว!”  ผมคว้าร่างเล็กที่งอแงขัดขืนมากอด ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาใกล้ๆ  พร้อมกับรั้งคนดื้อในอ้อมกอดลงมานั่งตักด้วย เฮ้อ..หิวก็หิว แม่ง กินยัยนี่อีกซักรอบดีมั้ยวะเนี้ย!

          “อย่าดื้อซิว้า ไม่ออกไปแล้วจะกินอะไร ไม่หิวหรือไง หืมม?” ถึงจะหิวจนอยากจะกินเมียอีกรอบ  แต่...งานนี้กูต้องสมู้ทเพื่อความสุขในวันข้างหน้า (-.,-)แม่งเอ้ย...กูคิดผิดหรือคิดไม่ถูกกันแน่ที่พายัยเว่อร์นั่นมาด้วย  ถ้าเกิดพาเมียกูก่อวอร์ดให้บอยคอตกูขึ้นมานี่ ตายห่ากันพอดี

          “ก็เมย์...เขิน ถ้าออกไปคนอื่นต้องคิด ไม่ซิ..ต้องรู้แน่เลยว่าเรา..ฮืออ ไม่เอาเมย์ไม่ออกไป” เวรกรรม...เอากันมาร้อยกว่าวันดันมาเขินวันนี้ วันที่กูหิวจนจะกินนม โอ๊ะโทษที..พอดีมันตรงกับปากพอดี เอือก (-.,-)ให้ตายซิว้า

          “ชู่วว...ไม่งอแงดิ ยิ่งไม่ออกไป เขาก็จะยิ่งคิดว่าเรากำลัง...กันอยู่มั้ยว้า หืมม?”

          “...” ยัยเมียไม่ตอบ แต่มองหน้าผมอย่างคิดหนักช่างใจ เฮ้ย..มองแบบนี้จากที่หิวกูจะกลายเป็นหื่นอีกแล้วนะเว้ย ยิ่งพักหลังๆยัยเมียแม่งน่ากิน เห็นทีไรกูแม่งเคลิ้มทุกที อย่างตอนนี้กูก็เป็น(-.,-)

          “น่า...เดี๋ยวใครมันว่า ผัวจะจัดการให้โอเคมั้ย”

          “...” ไม่ตอบแต่พยักหน้า..ถือว่าโอเค ว่าแต่...นี่กูโตขึ้นหรือเมียกูเด็กลงกันแน่วะเนี้ย   

(-_-)เฮ้อ


          MAY PART

          หลังจากช่วงเวลาอาหารเช้าผ่านพ้นไป ฉันก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง  แต่จะว่าไป...ก็ไม่มีใครทักท้วงหรือมีท่าทีล้อเลียนอะไร เอ่อ...นี่ฉันคิดไปเองเขินไปเองใช่มั้ยเนี้ย แงงง

          ตอนนี้ทุกคนรู้เรื่องภารกิจลับตามหาพ่อของฉันหมดแล้ว  รวมทั้งคนที่เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญอย่าง..พี่เซก้าด้วย  ซึ่งฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร  ดีใจด้วยซ้ำที่ทุกคนอยากช่วยแถมยังรู้สึกซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูกอีกต่างหาก

          “นี่คือ..รายชื่อพนักงานชายของเพรสตัน คอมพานี สาขาไมอามี  ตั้งแต่...ช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อันนี้วิเคราะห์จากอายุของเมย์ แล้วก็..เผื่อๆไว้ประมาณ 2 ปี  และคัดเฉพาะแผนกและสาขาที่น่าจะมีนามบัตร อย่างพนักงานประจำ หัวหน้าฝ่ายต่างๆ แล้วก็แผนกอื่นๆที่สำคัญ ประมาณนั้น อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ เพรสตัน คอมพานี เป็น High-powers contractor เจ้าแรกของอเมริกา ถ้าหากจะเอารายชื่อทั้งหมด  ก็คงตั้งแต่รุ่นคุณทวดสมัยสร้างเขื่อนฮูเวอร์แดมนู่น แต่นั่นก็เกือบ100 ปีมาแล้ว  แต่ถ้าจะขนาดนั้น...แนะนำว่าอย่าตามหาเลย  มาเป็นน้องสาวพี่ดีกว่าง่ายกว่ากันเยอะ หน้าตาท่าทางน่ารักแบบนี้มาร์คกับอลีเชียเห็นคงคลั่งอยากได้เป็นลูกสาว อย่างที่รู้...เพรสตันไม่มีผู้หญิงและฉันก็มีพี่ชาย 6 คนแม่งโคตรเอือม ว่าไงสนใจมั้ยล่ะคนสวย

          “แล้ว..มาร์คกับอลีเชีย นี่ใครวะ” แล้วพี่จีก็ถามแทรกขึ้นทันที นั่นซิใครกัน

          “หึ...พ่อกับแม่กูเอง” แล้วพี่เซก้าก็ตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี

          “เออแม่ง..กูก็ลืมไปว่าวัฒนธรรมแถวนี้เขาเรียกพ่อแม่เหมือนเรียกเพื่อนสนิท”(-_-)

          55555 ก็ประมาณนั้น ว่าไงล่ะคนสวย” ถ้าฟังจากน้ำเสียงแล้วก็หน้าตาอาจดูเหมือนล้อเล่น แต่ทว่า...

          “โธ่..พี่เซก้า อย่าล้อเมย์เล่นซิ”  

          “เฮ้ย..พี่พูดจริงนะเว้ย” แต่..ประกายจากตาสีน้ำตาลเหมือนของฉันที่มองมา..กลับทำให้ฉันรู้สึกว่า...พี่เขาเหมือนจะจริงจังอย่างที่พูด..จริงๆนะ

          “เชี่ย..อย่าเตาะเมียกูถ้าไม่อยากโดนตีน” ว่าแล้วก็โอบไหล่ฉันไปกอดแรงๆ อันนี้ก็เหมือนจะเล่น แต่ชอบทำให้เจ็บจริงอยู่เรื่อยเลย ฮึ้ย!

          “เฮ้ย...บอกแล้วไงว่ากูเอ็นดูเหมือนน้องสาว แม่ง..เชื่อกันบ้างซิว้า” แล้วนี่ก็ชอบพูดจาท่าทางกวนประสาทเหมือนคนที่ชอบทำให้ฉันเจ็บจริงอีก เฮ้อ

          และก่อนที่การพูดคุยหยอกล้อจะยืดเยื้อบานปลายมากไปกว่านี้...

          “เฮ้ย...เข้าเรื่องดีกว่า..จากชื่อในนามบัตรที่เห็นลางๆแค่ตัวหน้า ฉันเช็คดูแล้วน่าจะเป็นตัวอักษรที่ขึ้นต้นด้วย B D E F H K L M N P แล้วก็.. R ส่วนนามสกุลเห็นแค่ 2 ตัวหลังคือ ER ฉะนั้น...หาชื่อที่เริ่มต้นด้วยตัวอักษรที่ว่า แล้วลงท้ายด้วย ER เริ่มเลยมั้ย?”  

          แล้วพี่เอ็มก็เปิดประเด็นเป็นคนแรก หลังจากเมื่อเช้าพี่เซก้าถ่ายเอกสารนามบัตรซึ่งเป็นเบาะแสเดียวให้ทุกคนไปช่วยกันพิจารณาแล้ววิเคราะห์สิ่งที่เห็นออกมา  ฉันยิ้มให้พี่เอ็มอย่างรู้สึกขอบคุณในจังหวะที่พี่เขาหันมาสบตาพอดี อา...มันซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ

          “โอเค..เริ่มเลย” แล้วนี่ก็เป็นเสียงของคนที่เป็นตัวตั้งตัวตี อีกทั้งยังพาฉันมาจนถึงที่นี้...สามีเอ้ยแฟนฉันเอง(>///<) อ๊ายย...พูดเองเขินเองอีกแล้ว บ้าจริง!

          “ทำไมหน้าแดง...อยากอีกว่างั้น?”

          “บ้า!!” ป๊าบ ยังจะมีหน้ามาพูดอีก คนยิ่งเขินอยู่นะ อ๊ายย(>///<)

          แล้วภารกิจลับตามหาพ่อฉันก็เริ่มต้นจริงจังจากตรงนี้  ฉันหยิบเอกสารรายชื่อที่พี่เซก้าปริ้น มาประมาณกระดาษ A4 หนึ่งรีมแจกจ่ายทุกคนเท่าๆกัน  พอได้ครบกันแล้ว  ต่างคนก็ต่างหารายชื่อที่ขึ้นต้นด้วย B D E F H K L M N P ซึ่งพี่เอ็มวิเคราะห์ได้ตรงกับที่ฉันคิดไว้เหมือนกัน เพราะตัวอักษรตัวหน้าที่เลือนลางนั้นมันเป็นเส้นตรง จากนั้นก็หลุดลุ่ยเลือนรางไปหมด เนื่องจากป้าอรเจอมันในกระเป๋ากางเกงของฉันตั้งแต่ตอน 4 ขวบ ฉันไม่รู้ว่าแม่ใส่ไว้ตอนไหน แต่แม่คงให้ไว้เผื่อว่าซักวันฉันอยากตามหาพ่อ...ฉันเชื่อแบบนั้น และเชื่อแบบนั้นมาตลอด

 

          หลังจากขะมักเขม้นตั้งอกตั้งใจโดยไม่มีใครพูดอะไรมาราวๆ30นาที

          “เฮ้ย!!...เจอแล้ว ขึ้นต้นด้วย M นามสกุลลงท้ายด้วย ER ..Martin Oliver” แล้วก็เป็นพี่จีที่เอ่ยขึ้นเป็นคนแรก และชื่อนั้นก็ทำให้หัวใจฉันดีดตัวเต้นรัวอย่างมีความหวัง

          “ไหนมาดูซิ” แล้วพี่เซก้าก็ขอกระดาษแผ่นนั้นจากพี่จี

          “หึ แม่งไวสมกับที่ชอบเสือกจริงๆ” ฉันกระทุ้งศอกเบาๆใส่คนข้างตัวที่บังอาจไปแชวะพี่จีผู้มีพระคุณของฉัน

          “เชี่ย!...ขอบใจที่ชม”

          “พี่เซก้าคะ...คิดว่าใช่มั้ยคะ” ฉันรู้ว่าเสียมารยาท เพราะตอนนี้พี่เซก้ากำลังเช็คข้อมูลจากแลปท็อปซึ่งต้องเข้ารหัสนั่นนี่หลายขั้นตอน  แต่ฉันร้อนใจจนทนไม่ไหวเลยเผลอเสียมารยาทไปแบบนั้น

          “หึ..ใจเย็นคนสวย เท่าที่เช็คจากแบบ และตำแหน่งตัวอักษร พี่ว่า... น่าจะตรงกับชื่อในนามบัตรนะ” พอพี่เซก้าบอกมาแบบนั้นหัวใจฉันก็พองโตคับอก มันตื่นเต้นดีใจพร้อมๆกับความหวังที่หล่อเลี้ยงฉันมาจนถึงทุกวันนี้เลย

          “แล้ว แล้ว..ตอนนี้..เขาอยู่ไหนคะ เรา เราไปหาเขาตอนนี้ได้เลยมั้ยคะ” ฉันได้ยินเสียงตัวเองที่ถามออกไปมันสั่นอย่างชัดเจนเลยล่ะ แต่ทำไงได้ฉันตื่นเต้นมากจริงๆนะ

          “เดี๋ยวพี่เช็คแปบ”

          “ใจเย็น..ถ้าใช่เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว” ดีเคที่นั่งอยู่ข้างๆโอบไหล่พร้อมกับลูบแขนขึ้นลงเพื่อให้ฉันค่อยๆระงับความตื่นเต้นกระวนกระวายในใจตอนนี้ลง

          Mr. Martin Oliver ปัจจุบันอายุ 47 ตำแหน่งเลขา...หืมม? โว้...เลขาส่วนตัวของพ่อเลยเว้ย  ไม่ธรรมดานะเนี้ย แต่...ปัญหาคือ..เขาลาออกไปแล้ว ในนี้ระบุไว้ว่า...เพราะปัญหาสุขภาพ”

          “เอ๊ะ??...เขา เขาไม่สบาย ป่วยหนักเหรอคะ”

          “อันนี้พี่ก็ไม่แน่ใจ”

          “แล้วทำไม..เราไม่ไปดูให้แน่ใจละว้า” ฉันหันไปมองดีเคอย่างซึ่งใจ ที่เขารู้ว่าฉันคิดอะไรและอยากได้อะไรในตอนนี้ที่สุด ฮืออ...ฉันรู้สึกรักเขามากขึ้นไปอีกแล้ว

          “หึ..ถ้างั้น..จะช้าอยู่ทำไมไปเตรียมตัวซิว้า”

          “ที่ไหน?”  อันนี้พี่ซีเป็นคนถาม จริงซิฉันก็ลืมถามไป

          “ลิตเติ้ล ฮาวานา”



          10 นาทีต่อมา

 

          ตอนนี้พวกเราทั้งหมดนั่งอยู่ในรถ Land Rover Discovery ของพี่เซก้า และกำลังมุ่งหน้าสู่ ลิตเติ้ล ฮาวาน่า ซึ่งพี่เซก้าเล่าให้ฟังว่า..ย่านนี้ถือเป็นเมืองหลวงของชาว Cuba ในไมอามี่เลยก็ว่าได้  ตั้งอยู่ห่างออกไปทางตะวันตกของดาวน์ทาวน์ ผู้คนที่นั่นส่วนใหญ่มีเชื้อสายสเปน  ย่านนั้นเลยเต็มไปด้วยสีสัน และเสียงดนตรีทำให้ดูมีชีวิตชีวา แถมอาหารยังรสชาติจัดจ้านกว่าย่านอื่นๆในไมอามีอีกด้วย

          ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่า.. คุณ มาร์ติน โอลิเวอร์ เป็นละตินอเมริกาซินะ หน้าตาก็คงจะ..คมเข้มสีผิวก็น่าจะ..เข้มเหมือนชาวละตินส่วนใหญ่ แล้วทำไม..ฉันถึงได้ผิวขาวขนาดนี้ล่ะ ทั้งๆที่แม่ก็ไม่ขาวนะ ป้าอรกับพี่นุ่นก็ไม่ขาวทั้งๆที่เป็นคนเหนือแท้ๆ  แล้วแบบนี้..เขาจะเป็นพ่อฉันจริงๆมั้ยน้า แล้วถ้าหากว่าเขา...

          “อย่าเพิ่งคิดอะไรไปเอง  เจอแล้วค่อยถามดีกว่า...อยากรู้อะไรก็เอาให้หายคาใจไปเลย พูดได้แทบทุกภาษาเรียนมาเพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่เหรอ?”

          ฉันหันไปมองคนที่พิงเบาะหลังนั่งเล่นโทรศัพท์ตาค้างอย่างเหลือเชื่อ นี่!..เขา เขารู้ได้ยังไง รู้ได้ยังไงว่าฉันคิดอะไรอยู่  แถมยังรู้แม้กระทั่ง...ฉันเรียนภาษามาเพื่อสิ่งนี้อีกต่างหาก นี่เขา เขา อ่านใจฉันได้เหรอ มะไม่ใช่ธรรมดาแล้วนะ! นี่เขาไม่ใช่คนแต่เป็น...ราชาปีศาจที่อวตารมาจริงๆใช่มั้ยเนี้ย!!!

          “นี่คงไม่ได้คิดว่า...ฉันเป็นราชาปีศาจจริงๆใช่มั้ยวะ(-_-)”

          “เฮือกกอ(O.O) ระรู้ได้ยังไง”

          “(-_-)กูว่าแล้วไง หน้าตาท่าทางแบบนี้ผิดจากที่กูคิดซะที่ไหน”

          “แล้ว แล้ว รู้ได้ยังไงล่ะว่าเมย์คิดอะไรอยู่ แบบนี้จะไม่ให้เมย์..คิดแบบนั้นได้ยังไง คนบ้า!

          เออ...ให้มันได้อย่างงี้เป็นราชาปีศาจไม่พอ แถมยังเป็นบ้าอีกต่างหาก เฮ้ย..นี่กูยังเหลือความเป็นคนปกติอยู่บ้างมั้ยวะเนี้ย(-_-)

          แล้วพอฉันว่าไปแบบนั้น...เอ๊ะ!!??? หน้าหล่อที่หรี่ตามองมาอย่างเบื่อๆเซ็งๆก่อนหน้าก็กระตุกยิ้มร้ายเหมือน..ราชาปีศาจ ไม่มีผิดเลย แล้วจากนั้น...

          “ยังไง...กูก็ไม่ใช่คนปกติอยู่แล้วมั้ยว้า ถ้างั้น..” เฮือกก! จะจะเลียทำมาย ฮืออ กลัว

          “..จูบแม่งเลยละกัน”

          “ดีเค ยะ!..อุ๊บ” อืมม..ฉันยังไม่ทันได้ห้ามอะไร ปีศาจหื่นกามก็ออกอาการกำเริบทันที ฮืออ นี่เขาทำบ้าอะไร รู้ตัวบ้างมั้ยว่าตอนนี้เราอยู่ในรถ! ถึงจะอยู่เบาะหลังสุด  แต่ในนี้ก็มีคนอื่นอีก 5 คนเลยน้า ฮืออ นอกจากจะลามกแล้วทำไมถึงได้หน้าด้านหน้ามึนอะไรอย่างเน้!!

          “อ๊ายย(>////<) เหมือน ดีแลนกับเมริสา ใน บำเรอสวาททาสรัก ฉากคีสในลีมูซีนเลย แต่นี่เป็น Land Rover Discovery แทน อ๊ายย(>////<) ..ของจริงยิ่งกว่าฟิน... เขินอ่ะ(>////<)”

          นี่ นี่...เสียงยัยมิน แงง ดีแลนกับเมริสาอีกแล้ว ไม่เอา ฉัน ฉันไม่อยากเป็นแบบน้าน! ฮืออ แล้วพอเหลือบมองจากห่างตาจะเห็นได้ว่ายัยนั่นยกมือขึ้นมาปิดหน้า แต่ทว่า...กางนิ้วห่างอย่างกะพัดจีนเลย แงง แล้วแกจะยกขึ้นมาปิดทำไมยัยเพื่อนบ้า!!

          “ไอ้เชี่ย!...มึงจะอัดซาวด์ส่งประกวดหรือไง เบาหน่อยซิวะไอ้ห่า..กูได้ยินแล้วอิจฉานะเว้ย!” ฮืออ นี่เสียงพี่จี ถึงจะไม่หันนมามอง แต่ โอ้ย!...ฉัน ฉันอยากจะกลั้นใจตาย แถมตอนนี้มือที่ทั้งผลักทั้งดันคนหื่นกามออกไปยังค่อยๆอ่อนแรงลง แล้วแทนที่ด้วยความอ่อนระทวยไปอีก ฮืออ

          “หึ... ลืมบอกไป เบาะหลังปรับให้นอนราบได้นะเว้ย เต็มที่เลยเพื่อน”

หลังจากที่พี่เซก้าพูดมาแบบนั้น ละแล้วอะไรคือคนที่กำลังลูบขาอ่อนฉันอยู่ละมือไปทำสัญลักษณ์มือว่า...โอเค ตอบกลับพี่เซก้าไปอย่างนั้น...แงง ฉัน ฉันไม่กลั้นใจตายแล้ว แต่จะแกล้งตายตอนนี้เลย ฮืออ...แล้วเขาก็ทำให้ฉันอายของจริงจนได้  เกลียดที่สุดเลย!

 

 

          35 นาทีต่อมา

          ในที่สุดเราก็มาถึงที่หมายโดยที่ฉันเกือบจะได้แกล้งตาย  ดีที่เขายังมียางอาย  ไม่ได้ทำอะไรหื่นห่ามบ้ากามอย่างการปรับเบาะแล้วปล้ำจูบฉันอย่างที่พี่เซก้าแนะนำ  จะว่าแล้วก็โมโหพี่เซก้าด้วยอีกคน ถ้าไม่เพราะมีพระคุณฉันจะโกรธจนไม่พูดด้วยเลย  ยุยงส่งเสริมกันดีนักเรื่องพรรค์นี้ บ้าที่สุดเลย!

          แล้วช่วงเวลาที่ฉันรอคอยมาทั้งชีวิตก็มาถึง  เมื่อตอนนี้พี่เซก้าพาฉันและทุกคนมาอยู่ที่หน้าบ้านสองชั้นหลังใหญ่ซึ่งอยู่สุดถนน NW 7th  ในย่านลิตเติ้ลฮาวาน่า ใช่แล้วนี่คือบ้านคุณ มาร์ติน โอลิเวอร์ คนที่คาดว่า...น่าจะเป็นพ่อของฉัน

          “เฮ้..โอเคมั้ยคนสวย” พี่เซก้าที่ยืนอยู่หน้าสุดใกล้กับออดหน้าบ้านหันมาถามฉันพร้อมรอยยิ้มใจดี

          “...โอ โอเคค่ะ” ฉันตอบไปด้วยเสียงสั่นๆ และไม่ใช่เฉพาะแค่นั้นเพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่าร่างทั้งร่างมันสั่นน้อยๆ  แถมมือไม้ยังเย็นเฉียบอีกทั้งหัวใจก็เต้นรัวแรงจนแทบจะกระเด็นกระดอนออกมา  เมื่อรู้สึกได้ว่ากำลังตื่นเต้นลุ้นระทึกยิ่งกว่าดูหนังแอ๊คชั่นเรื่องไหนๆ ยังไงยังงั้นเลย

          และในขณะที่ฉันกำลังรู้สึกตื่นเต้นจนแข้งขาสั่นระริกอ่อนแรงแทบจะยืนไม่ไหว  ดีเคที่ยืนอยู่ข้างๆก็คว้าเอวของฉันไว้พร้อมกับกระชับกอดแนบตัวทันที  ฉันเงยหน้ามองเขาอย่างซึ้งใจและได้รอยยิ้มมุมปากเป็นเอกลักษณ์แต่ทว่ากลับดูจริงใจตอบกลับมา และนั่นก็ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นวาบในใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก แถมพี่เซก้ายังยกมือขึ้นมายีหัวฉันเบาๆอย่างให้กำลังใจ  ก่อนจะยื่นมือไปกดออดอีกต่างหาก  แล้วหลังจากนั้น แค่ไม่กี่อึดใจแต่ทว่า...เหมือนนานแสนนานสำหรับฉัน...

          แกร็ก


          “หืมม? มีธุระอะไร..เหรอค่ะ” แล้วประตูที่ปิดสนิทก่อนหน้าก็ค่อยๆเปิดออกมาพร้อมกับ...หญิงชราผิวสีเข้มวัยประมาณ 70ปี หรือ...อาจจะมากกว่านั้น

          “เอ่อ..หวัดดีครับ ผม..” พี่เซก้ายิ้มทักและดูเหมือนว่ากำลังจะแนะนำตัว แต่ทว่า...

          “อ้อ...เซก้าสุดหล่อนี่เอง” เอ๊ะ? นี่รู้จักพี่เซก้าด้วยเหรอเนี้ย

          “หืมม?...รู้จักผมด้วยเหรอครับ” ก็ขนาดพี่เซก้าเองยังดูงงๆเลย

          “หึ..แล้วใครล่ะจะไม่รู้จัก ดูนั่น...”  แล้วคุณยายก็ชี้มือไปที่...ตึกสูงที่ดูโดดเด่นเห็นแต่ไกล

          “... เพรสตันทาวเวอร์ แล้วก็โน่น...เพรสตันมาร์ท แล้วก็อีกเยอะแยะมากมายนับไม่ถ้วน รวมไปถึง..บ้านหลังนี้ก็ด้วย...ล้วนแล้วแต่เป็นเงินจากเพรสตัน คอมพานีทั้งนั้น  แล้วในเมืองนี้หรืออาจจะ..ประเทศนี้ ใครบ้างจะไม่รู้จักลูกหลานหรือคนในตระกูลเพรสตันที่มีเงินและอิทธิพลล้นฟ้า จริงมั้ยละคะ... เซก้า”

          “เอ่อก็...ครับ” พี่เซก้าดูจะอึ้งไปเหมือนกัน ก่อนจะยิ้มให้แล้ว..ยอมรับในที่สุด

          “ว่าแต่...มีธุระอะไรกับยายแก่ๆคนนี้เหรอค่ะ”

          “อ้อ...คือพอดีว่า..ผมมาหาคุณโอลิเวอร์น่ะครับ เอ่อ..หลายปีก่อนเห็นระบุไว้ในใบลาออกว่า..มีปัญหาด้านสุขภาพ ผมเลย..แวะมาเยี่ยมน่ะครับ”

          “เฮ้อ มาร์ติน ให้ตายซิไม่มีใครถามถึงเขามาเกือบ 20 ปีแล้วมั้ง แต่ก็ไม่แปลกที่คุณเพิ่งจะมา เพราะว่าตอนนั้น...คุณคงเพิ่งจะเดินได้ละมั้ง เซก้า”

          คุณยายตรงหน้าดูเหมือนจะอารมณ์ดีนะ เพราะหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส แต่ทำไม..น้ำเสียงแล้วก็คำพูดถึงได้ฟังดูเหมือน...ประชดประชัน แดกดัน หมั่นใส้..ในความเป็นเพรสตันยังไงก็ไม่รู้ ฟังแล้วมันรู้สึกแปลกๆ จริงๆนะ

          “แม่ง...ฟังแล้วขัดหูฉิบหาย” เฮ้อ...ไม่แปลกใจเลยที่ได้ยินประโยคนี้จากดีเค เพราะขนาดฉันยังรู้สึกแบบนั้นเลย

          แต่หลังจากนั้น...คุณยายก็เชิญพวกเราเข้าไปในบ้าน พร้อมกับเสิร์ฟน้ำแอปเปิ้ลที่ดูเหมือนเพิ่งจะคั้นเสร็จใหม่ๆ พร้อมคุกกี้หอมกรุ่นอย่างใจดี แล้วจากนั้น...พี่เซก้าก็ค่อยๆพูดคุยเพื่อพาเข้าเรื่องที่ตั้งใจมาในวันนี้

 

          20 นาทีต่อมา

 

          ตอนนี้พวกเรากำลังทยอยออกมาจากบ้านของคุณยายแมรี่ใช่แล้วนั่นคือชื่อของคุณยายวัย75ปี ซึ่งเป็นแม่ของคุณมาร์ติน โอลิเวอร์ นั่นเอง

          “ฉันเสียใจนะที่ให้ข้อมูลได้แค่นี้” คุณยายพูดขึ้นหลังจากส่งพวกเราที่หน้าบ้าน

          “อ้อ..ไม่เป็นไรครับ แค่นี้ก็ดีมากแล้ว” เป็นพี่เซก้าที่ตอบกลับไป

          “อย่างที่บอก... 18 ปีมานี่ฉันเจอเขาปีละ 3 ครั้งนั่นคือมากสุดแล้ว ที่เหลือเขาก็ทิ้งฉันไว้กับเงินชดเชยที่ดูเหมือนจะมากเกินไป พร้อมกับบ้านหลังนี้ที่คุณมาคัส เพรสตันมอบให้กับเลขาคนสนิทของเขา แต่เขากลับไม่เคยอยู่ที่นี่เกิน3วันเลย แถมหลังจากนั้น...ยังเป็นไอ้ขี้เหล้าอีกต่างหาก”

          “เอ่อ... ขอโทษที่รบกวนนะครับ”

          “ไม่เป็นไร อ้อ...ถ้าเผื่อมันจะเป็นประโยชน์..คนมักจะบอกฉันว่าเห็นเขาที่วินวูดอยู่บ่อยครั้ง และล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว”

          “โอ้ ขอบคุณมากครับแมรี่” พี่เซก้าตอบพร้อมกับยิ้มอย่างดีใจ เอ่อ...แอบดูเวอร์ไปนิดๆด้วยล่ะ

          “หึ...ไม่แปลกใจเลยที่สาวๆพากันคลั่งไคล้เพรสตันคนเล็ก เพราะปากหวานแบบนี้นี่เอง 555 ขอบใจที่มาเยี่ยมคนแก่ให้ได้คลายเหงาบ้าง”

          “ครับ..ด้วยความยินดี”

 

          หลายชั่วโมงต่อมา

 

          หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จสรรพจากร้านอาหารชื่อดังที่ลิตเติ้ล ฮาวาน่าตอนนี้พวกเราทั้งหมดก็อยู่ที่บ้านพักเป็นที่เรียบร้อย และกำลังพักผ่อนตามอัธยาศัยรวมถึงดีเคด้วย ส่วนฉัน..หลังจากกลับมาจากลิตเติ้ล ฮาวาน่าก็ขอตัวเข้าห้อง อาบน้ำ แล้วก็กลับมาคิดทบทวนเรื่องราวที่ได้ยินมาจากคุณยายแม่รี่  เมื่อช่วงบ่ายวกไปวนมาอยู่แบบนี้จนแอบปวดหัวไปเหมือนกัน แต่มัน...ก็หยุดคิดไม่ได้จริงๆ

          คุณยายเล่าว่า...คุณโอลิเวอร์เป็นเพื่อนรุ่นน้องของคุณมาคัส เพรสตัน และนั่นคือชื่อจริงของ... มาร์ค ชื่อที่พี่เซก้าชอบเรียกพ่อเหมือนเพื่อนสนิทนั่นแหละ คุณโอลิเวอร์เป็นเด็กทุนหลังจากเรียนจบจากมหาลัยเดียวกัน ก็เข้าทำงานที่เพรสตันคอมพานี สาขาใหญ่ที่นิวยอร์ก แล้ว 5 ปีต่อมา..ก็เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นเลขาคุณสนิทของคุณมาคัสซึ่งได้รับตำแหน่งCEO ของเพรสตันคอมพานี รุ่นต่อมาจนถึงทุกวันนี้ แต่...คุณโอลิเวอร์ทำงานในต่ำแหน่งนั้นแค่ 10 ปีก็ลาออก

          คุณยายแมรี่ยังบอกอีกว่า...ทุกวันนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมคุณโอลิเวอร์ถึงลาออกจากตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีขนาดนั้น แล้วที่บอกว่ามีปัญหาด้านสุขภาพ  คุณยายเองก็ยังงงเหมือนกันว่าลูกชายเป็นโรคร้ายแรงอะไรที่เธอไม่รู้  แต่ก็นั่นแหละ...สุดท้ายเธอก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา  อีกอย่าง...เงินชดเชยที่เพรสตันให้มาก็ถือว่ามากโข มากเกินไปด้วยซ้ำ แล้วหลังจากลาออกคุณโอลิเวอร์ก็เริ่มดื่มเหล้า เข้าบาร์ จนในที่สุด...ก็ติดมันจนถึงทุกวันนี้  และคุณยายยังบอกอีกว่า...คุณโอลิเวอร์ยังไม่เคยแต่งงาน

          พอได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดนั่นแล้ว... ความหวังในใจที่เคยสว่างไสวโชติช่วงก่อนหน้า กลับค่อยๆริบหรี่ลงมาจนแทบจะมอดดับยังไงก็ไม่รู้  ยิ่งได้ฟังเรื่องเล่าจากคุณยายบวกกับเห็นรูปถ่ายของคุณโอลิเวอร์...ความรู้สึกในใจมันบอกกับฉันว่า...เขาเหมือนจะไม่ใช่พ่อของฉัน เพราะทั้งหน้าตา สีผิว เราต่างกันมากอย่างเห็นได้ชัด คุณโอลิเวอร์เป็นละตินแท้ๆ หน้าตาคมเข้มผิวสีแทนออกไปทางคล้ำ  ต่างกับฉันลิบลับที่ออกไปทางยูเรเชียเหนือเหมือนพวกรัสเซียบวกกับเอเชียอีกที ฉะนั้น...ฉันเลยคิดว่าคุณโอลิเวอร์..ไม่น่าจะใช่พ่อของฉัน

          และสิ่งนี้ก็กำลังทำให้ฉันนึกถึงอะไรบางอย่าง...ให้ตายซิ..ฉันไม่ได้อยากคิดแบบนี้เลยจริงๆนะ แต่...มันก็แวบเข้ามาในหัว เป็นคำพูดที่ฝังลึกมาตั้งแต่ฉันรู้ความจนถึงตอนนี้เลยก็ว่าได้ เมื่อครั้งยังเป็นเด็กฉันจำได้ว่า..คนแถวบ้านชอบซุบซิบนินทาว่าแม่...เป็นผู้หญิงอย่างว่า เป็นผู้หญิงขายตัว  เพราะก่อนหน้านั้นแม่ทำงานที่พัทยามาก่อน  พอกลับมาบ้านเกิดที่เชียงใหม่ก็อุ้มท้องฉันมาด้วยโดยไม่มีวีแววของสามีหรือพ่อของเด็กในท้องเลย นี่แหละที่ทำให้คนแถวบ้านคิดว่าแม่เป็นแบบนั้น หรือว่า..มันจะเป็นเรื่องจริงอย่างที่เขาว่ากัน หรือว่าฉัน...จะเป็นลูกใครก็ไม่รู้ ไม่มีทางที่จะรู้...

          “คิดเรื่องนั้นอีกแล้วเหรอว้า”

          “อ๊ะ!...ดีเค เฮ้อ...มาแบบปกติธรรมดาบ้างไม่ได้หรือไง” ให้ตายซิ..จะไม่ให้ฉันตกใจได้ยังไง ในเมื่อนั่งคิดอะไรอยู่ดีๆก็มีใครไม่รู้พุ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลัง แล้วแรงที่พุ่งเข้าใส่มันน้อยซะที่ไหน เมื่อกี้ฉันแทบจะหน้าทิ้มเลยนะ ดีที่นั่งอยู่บนเตียงนอนหนานุ่มแถมยังกว้างซึ่งน่าจะเป็นแบบซุปเปอร์คิงไซต์

          “มาแบบธรรมดาเมียไม่จำ แถมมันจะไปตื่นเต้นอาร้าย แล้วไหนจะได้ทำแบบนี้อีก หึหึ” แล้วแบบนี้ที่ว่าก็คือ...นั่งซ้อนหลังจากนั้นก็ซุกไซร้ซอกคอฉัน แล้วมือไม้ก็ซอกซ้อนจับนั่นคลำนี่ไปเรื่อย เฮ้อ...เหนื่อยใจกับความหื่นห่ามบ้ากามของเขาจริงๆเลย

          “เอ๊ะ?...นี่ดื่มมาเหรอ” ฉันรับรู้ได้จากลมหายใจที่เจือไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอลที่เป่ารดอยู่ข้างแก้มหลังจากที่เขากดจูบฉันไปฟอดใหญ่

          “ก็..นิดหน่อย” จากที่ฉันเอียงหน้ามองดูตอนนี้...ไม่หน่อยแล้วล่ะ ตาเรียวนั่นมองฉันหวานเยิ้มเชียว

          “อะอาบน้ำหรือยัง ไปอาบน้ำก่อนมั้ย” บะแบบนี้ไม่ได้การละ...ว่าแล้วฉันก็รีบหันหน้าหนีจากสายตาไม่น่าไว้ใจซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยแรกนั่นทันที  เพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าอาการหื่นกามของเขากำลังจะกำเริบยังไงก็ไม่รู้

          “ไม่อาบ..จะหอมขนาดนี้เหรอว้า ฮึบอา~” นี่ นี่เขาหมายถึงตัวเขา แล้วแล้ว ทำไมต้องหอมซอกคอฉัน แล้ว...ครางเสียงต่ำแบบนั้นด้วยล่ะ (>_<)

          “ถะถ้างั้นก็นอนเลยดีกว่า วันนี้ไปตั้งหลายที่เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” ว่าแล้วฉันก็แกะมือปลาหมึกที่ลูบคลำแถวหน้าท้องออกไป  แล้วทิ้งตัวลงนอนดื้อๆ ก่อนจะดึงผ้าห่มนวมขึ้นมาคลุมแต่ทว่า...

          “เฮ้ย...ทิ้งกันดื้อๆแบบนี้เลยเหรอวะ” ว่าแล้วเข้าก็รั้งผ้าห่มที่ฉันกำลังจะตวัดขึ้นมาคลุมตัวไว้แล้วมุดตามเข้ามา

          “ดีเค..วะวันนี้เมย์เหนื่อยนะ” ฉันทำใจกล้าบอกคนที่รั้งฉันไปกอด..บนอกของเขา ฮืออ...แล้วแบบนี้ฉันจะรอดมั้ยเนี้ย

          “อืมหึ..ก็ไม่ได้ว่าอะไร...นี่” มะไม่ได้ว่าแล้วทำไม...มือไม้ถึงได้ลูบล้วงเข้าไปในชุดนอน แถมตอนนี้ยังรั้งชายกระโปรงชุดนอนคลุมเขาของฉันแล้ว...ลูบไล้ขาอ่อนด้านหลังเรื่อยขึ้นมาจนถึง...ก้นของฉันล่ะ บ้าจริง!

          “ดีเค..บะบอกแล้วไงว่าเมย์เหนื่อย วันนี้มะไม่ไหวหรอก เอาไว้..วะวันหลังเถอะนะ”

          “เฮ้อ...นอนเถอะ” ทะทำไมต้องทำหน้าตาผิดหวังเวอร์ขนาดนั้นด้วย บ้าจริง ทำเหมือนฉันเป็นคนผิดที่ใจร้ายไม่เมตตาสงสารเขายังไงยังงั้นเลย คนบ้า!

          “ดีเค..”

          “นอนเถอะ ฉันไม่กวนหรอก” ว่าแล้วก็ยิ้มเศร้าๆให้ แล้วตั้งท่าจะหันหลังหนี แต่...ฉันรั้งต้นแขนเข้าไว้ก่อน

          “โกรธเมย์เหรอ?” ฉันยันศอกมองคนที่นอนหงายหน้าตาหงอยๆเหมือนเด็กถูกแม่ห้ามเล่นของเล่น ให้ตายซิ..เหมือนแบบนั้นจริงๆนะ

          “ป่าว..แค่..กลัวจะอดใจไม่ไหว ก็แค่นั้น แต่ช่างเหอะ...มันก็แค่ทรมาน” ว่าแล้วก็ตั้งท่าจะพลิกตัวหนีอีกรอบ แต่...

          “ถะถ้างั้น อ๊ะ!...” ฉัน ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไร..

          “ฉันขอรอบเดียวก็พอ” เขาก็ตอบกลับมาแบบนั้นซะก่อน แถมตอนนี้ฉันยังกลับมาเป็นฝ่ายนอนราบ โดยมีคนหน้าเศร้า ไม่ซิ..ตอนนี้หน้าตาเขากลับมาเจ้าเล่ห์แถมตายังเป็นประกายยิ่งกว่าหมาป่าเห็นเนื้อกวางอีก แงง แล้วเมื่อกี้มันหมายความว่ายังงาย!

          อืมมม อา~ ฉันหลงกลราชาปีศาจเข้าให้แล้ว 

 

 





29/10/17
มาแล้วจบไปแล้วแต่เรื่องราวยังดำเนินอยู่ที่ไมอามีต่อน้าา
โอเคเข้าเรื่อง....เรื่องพ่อเมย์ยังเป็นปริศนาที่ต้องตามหากันต่อไป
ใครคิดยังไงทายกันเข้ามาได้นะคะ 555 
เพราะแชบหน้าความฟินจะมาเยือนครั้งใหญ่จ้าา55555
ทิ้งท้ายแชบนี้ด้วยความหลัวหื่นเหมือนเดิมน้า ดีเคก็ยังเป็นดีเค หื่นคงเส้นคงวา555แชบหน้าจับตาดูให้ดี ความหื่นจิตและซาดิสม์ก็มาจ้าา 
ติดตามและเฝ้ารออย่างใกล้ชิดน้า อย่าลืมว่าฟินเบิ้ลสองคู่เลย5555
ฝากเม้นฝากติดตามด้วยนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
............................................................

28/10/17
มาแล้ววว บอกไว้ก่อนว่ามาทุกครั้งเทหมดหน้าตักเสมอนะคะ
แต่สดอัพสดทุกคำค่ะ ไม่มีสต็อกนะคะ เพราะไม่มีเวลาจริงๆค่ะ

โอเคเข้าเรื่อง....มาแล้วว มาถึงหน้าบ้านแล้วว ลุ่นๆ มีพีคเล็กๆ ที่จะปูทางไปสู่ความฟินครั้งใหญ่ของเราในแชบหน้าแน่นอน5555 
ลุ้นๆไปกับนุ้งเมย์น้าา
ปมนี้จะเป็นปมสำคัญสำหรับเมย์และที่สำคัญมันจะมีผลกับการเลือกคู่ของดีเค ซึ่งจะเป็นปมใหญ่ พีคสุดนะคะ แล้วมาม่าครั้งใหญ่ ซาดิสม์ โรคจิตเลือดสาดครั้งใหญ่ก็จะตามมาจ้าา 
ลุ้นๆใกล้ช่วงพีคของเรื่องเรื่อยๆแล้วน้าาาา ติดตามๆ
ฝากเม้นเป็นกำลังใจด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
.......................................................................................

27/10/17
มาแล้ววว
เนื่อเรื่องกำลังเข้มข้นเลยน้าา บอกเลยว่าห้ามพลาดทุกอย่างโยงใยในตอนต่อๆไปนะคะ ดูเหมือนจะง่ายเนอะ แต่ไม่ง่ายแน่นอนจ้า มาลุ้นด้วยกันนะคะ ใกล้แล้วนะคะสำหรับตอนที่สปอยเอาไว้ จะมีใครคนหนึ่งโผล่มา เหมือนจะไม่สำคัญแต่ขาดไม่ได้เพราะมันจะเป็นคนนำเราสู่ความฟินนั่นเอง 55555 อะไรยังไงต้องติดตามน้า
ฝากเม้นเป็นกำลังใจด้วยจ้าาา

....................................................................
26/10/17
หวัดดีค่ะ จริงๆคิดว่าจะไม่มาแต่ลองๆแบ่งตอนทั้งหมดดู 
เฮ้ย..อีกเยอะพอสมควร บวกกับแบ่งตอนแบ่งอัพอีก
 เลยคิดลงรัวๆดีกว่า
โอเค...เข้าเรื่องค่ะ ก่อนอื่นพูดเรื่องสปอยด้วยภาพก่อน คือตกใจพอสมควร ไม่คิดว่าจะฮอตขนาดนี้555 ต้องบอกก่อนว่า..ยังไม่ใช่ตอนนี้น้า แต่จะเป็นแชบหน้า และย้ำว่าเป็นเหตุการณ์ที่อยู่ในไมอามีนี่แหละค่ะ แชบ Love Story in Miami จะมีหลายพาร์ทนะ คู่มินซีด้วย ยาวๆกันไป บอกได้ว่าที่สปอยไปเร็วๆนี้แน่นอน น่าจะตอนหน้านี่แหละค่ะ จะมีNC ฮอตๆของไอ้คนหัวเราะกลบเกลื่อนนั่น แล้วก็ เฮียซีมึนน้า อ๊ายย สปอยไปแล้ววววววววว

มาพูดถึงตอนนี้บ้าง...เอาแล้วไงกำลังจะเริ่มตามเบาะแสกันแล้ว หลังจากนี้นี่แหละจะเป็นเหตุการณ์ที่นำไปสู่ความฟินอีกครั้งของพวกเรา5555 แอบขำดีเคเหมือนกัน มันเป็นแบบนั้นจริงๆนะ แต่จริงๆเหตุการณ์มันเลวร้ายนะ  ไม่เชื่อคอยดู DK PART เฉลยชัดๆไปเลยว่าเลดี้แมนไม่ได้คิดไปเอง555  มันเป็นของมานเองงง
.....................................................

24/10/17

มาแล้ววว ถึงไมอามีกันแล้ว เจอเซก้าคนหล่อไปแล้ววว ว่าแต่อะไรยังไงเซก้ากับเมริน ยังคงต้องติดตามกันต่อไปจ้า ยังไม่มีอะไรมาก
แต่หลังจากนี้ มีเลิฟช็อตฮอตซีนที่ไมอามีแน่นอน ฟินคู่ฟินเบิ้ลแน่นอน
แต่จากไปของดอัพ2วันเพื่อน้อมส่งพระองค์ท่านนะคะ

แล้วจากนั้นมาฟินยาวๆกันจ้าา

..............................................................


ตอนนี้นิยายลงเนื่อหาได้ประมาณ65%แล้ว
ไม่รวมตอนพิเศษนะคะแต่ยังอัพให้อ่านกันไปเรื่อยๆยาวๆ
จนกว่าหนังสือวางแผงเลย ตอนนี้อัพในปริมาณปกติ
 ความถี่ปกติ สบายใจได้เรื่องนี้เนื้อหาเยอะมากกกนะคะ 
เรื่องยาวเลย ฟินกันยาวเลยงานนี้

นื้อเรื่องจะดำเนินผ่านหลายเหตุการณ์ขึ้นเรื่อยๆหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆเรียกว่าเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆก็ว่าได้ รีดบางท่านบอกว่าเห็นพัฒนาการของตัวละครที่โตขึ้นตามเวลาที่คบกัน ใช่เลยค่ะ มีแน่นอน  ดีเคจะโตขึ้นรับผิดชอบและแน่นอนรักเมียมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกันค่ะงานดี

สปอยตอนจบสั้นๆด้วยคำว่า....

มันได้ลูกแฝดสอง

ตัดจบฉับ5555555

ว่าแต่...ตอนนั้นมันจะอายุกันเท่าไหร่กันเนี้ยย อะไรยังไง อ๊ายยย


ส่วนตอนพิเศษบอกเลยว่าพิเศษของพิเศษประมาณ4ตอนเยอะๆฟินๆ

1. wedding Day
2. เจ้าของธุรกิจพันล้าน
3.อ้าว...เมียคนนี้กูจองไว้ตั้งแต่เด็กแล้วนี่หว่า
4.กำเนิดราชาปีศาจรุ่นต่อไป...ดีเคจูเนียร์(ตอนนี้พีคสุดของเรื่อง เหนือราชาปีศาจก็ลูกราชาปีศาจนี่แหละ555)

เป็นไงล้าา สปอยยั่วใจ จริงๆเพราะทาง สนพ.ขอว่า

อยากให้ปิดต้นฉบับเดือนธันวาช้าสุดก็มกรา

 เลดี้แมนเลยปั่นหัวฟูหัวฟ่องกันเลยทีเดียว


บอกไว้ก่อนเรื่องนี้อัพไม่จบนะคะ  ตอนพิเศษมีในเล่มจ้าา 

บอกได้เลยว่าฟินยันจบกับความเป็นดีเคแน่นอน 

แล้วจะรักผู้ชายเลวสารพัดเลวที่รักเมียมากคนนี้แน่นอนค่ะ

รับรองงง

คำถาม...สรุปไอ้หล่อเลวมันจะมีลูกกี่คนละเนี้ย 555555

เตรียมเปย์สนับสนุนค่านมพ่อลูกอ่อน

อายุน้อยไว้ด้วยนะคะ

หลายคนนะนั่น5555555

ขอบคุณมากค่ะ


สุดท้ายไม่เกิน2 ทุ่มอัพจบตอนก่อนหน้านะคะ

เย็นนี้เจอกันจ้าาาาาาาาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,347 ความคิดเห็น

  1. #4914 แค่คนเลว (@0614626364) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 18:10
    ดีเค!!อีนี่มันร้าย55555
    #4,914
    0
  2. #3638 Yuki_Ayumu (@jamkoko22) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 13:51
    ดีเคใช้ว้าบ่อยมาก นี่จะนึกว่าเป็นจิ๊กโก๋อยู่แล้ว5555555 หนูเป็นใช่มั้ยลูก
    #3,638
    1
    • #3638-1 Ladies'man (@soundtracker) (จากตอนที่ 38)
      1 พฤศจิกายน 2560 / 14:07
      5555555 ยิ่งว่าเป็น มันร้าย มันเลวทุกรูปแบบจ้า5555
      #3638-1
  3. วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 11:41
    ดีเคมันร้ายยยยยยยยยยยย อยากจะแหมให้ถึงดาวอังคาร
    #3,617
    0
  4. #3592 Marnyaying (@sweetleejongsuk) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 12:26
    ดีเค ไม่มีพักเลยนะ
    #3,592
    0
  5. #3591 dokao (@dokao) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 08:37
    ดีเคมานน่าร้ากกกกกจิงๆ555
    #3,591
    0
  6. #3590 TeeYa (@ampornseansong) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 08:23
    รอน้าาาาาา
    #3,590
    0
  7. #3589 love-novel-pp (@love-novel-pp) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 08:10
    ชอบมากค่ะ รออัพนะคะ
    ขอบคุณค่ะ
    #3,589
    0
  8. #3588 Oil_lovely (@Oil_lovely) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 07:11
    รอหนังสือนร้าาา
    #3,588
    0
  9. #3587 bee22dreamer (@bee22dreamer) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 01:55
    อิร้ายกาจอิจี้อ่อย5555
    #3,587
    0
  10. #3586 Netnapa Pluemjit (@pa_nuch) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 01:23
    หื่นตลอดดดด
    #3,586
    0
  11. #3585 Daonuear (@Daonuear) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 01:14
    รออออจ้า
    #3,585
    0
  12. #3584 Daonuear (@Daonuear) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 01:14
    ดีเคเดี๋ยวนี้มีแกล้งงอนให้หนูเมย์ใจอ่อนอีกนะ
    #3,584
    0
  13. #3582 minminexo (@minminexo) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 00:53
    ลุ้นมากตอนนี้ว่าแต่ดีเคแก่จะรอเดียวจิงอะ
    #3,582
    0
  14. #3581 Cartoon024 (@Cartoon024) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 00:28
    รอค้า ลุ้นๆๆๆ รอความฟินด้วย
    #3,581
    0
  15. #3580 farinstory (@farinstory) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 00:14
    ไม่กล้าเดาอะไรท์ อ่านไปลุ้นไปทุกบรรทัดเลยอ่ะ555 #พ่อเมย์คือใคร???
    #3,580
    0
  16. #3579 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 23:45
    ลุ้น ๆ
    #3,579
    0
  17. #3577 My.iD Rin (@chnidapa) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 23:27
    คิดว่าเซก้าเป็นพี่ชายเมริน นอกนั่น อีดีเคเอ็งจะหื่นทุกตอนไมห่ะะะ
    #3,577
    0
  18. #3576 JackJanya1 (@JackJanya1) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:46
    ลุ้นๆใจจะขาด
    #3,576
    0
  19. #3575 Never Walk Alone (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:43
    คิดว่าเมย์น่าจะเป็นน้องเซก้อต่คนละแม่ มันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ แม่เมย์คง one night กะพ่อเซก้าแน่ๆ ลุ้นๆ
    #3,575
    0
  20. #3572 rai_water (@rai_water) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:08
    รออๆ อ้อนนไรท์อัพเร็ววหน่อยยย ใจจะขาดดแล้ววรู้ไหมมม เห็นใจคนรอหน่อยยจิ.. > #3,572
    0
  21. #3570 SopapornPogpoon (@SopapornPogpoon) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 09:06
    ลุ้นมากกกกก
    #3,570
    0
  22. #3568 JackJanya1 (@JackJanya1) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 23:53
    โอ้ยยยทั้งลุ้นทั้งตื่นเต้นเลยคร้าามาต่อเร็วๆนะคะ
    #3,568
    0
  23. #3566 NivMin (@NivMin) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 20:44
    เมย์อะคงรอไม่นานหรอก
    .....แต่เค้าเนี่ยสิต้องรอให้ไรท์มาอัพถึงจะได้อ่านอะ~T_T~
    #มาต่อไวๆน้าค้ารออยุ่น้าาา
    #3,566
    0
  24. #3565 bee22dreamer (@bee22dreamer) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 20:29
    โอ๊ยยยย ทั้งตื่นเต้น ทั้งฟินเลยค่ะ ตอนนี้😆😆😆😆

    ลุ้นกว่าเมย์ก็คนอ่านนี่แหละค่ะ🤣
    #3,565
    0
  25. #3562 bee22dreamer (@bee22dreamer) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 18:53
    โอ๊ยยยย ทั้งตื่นเต้น ทั้งฟินเลยค่ะ ตอนนี้😆😆😆😆
    ลุ้นกว่าเมย์ก็คนอ่านนี่แหละค่ะ🤣
    #3,562
    0