[จบแล้ว] BAD LOVE STORY...ถึงเลวก็รักเธอ P.2

ตอนที่ 3 : เลวครั้งที่#2...แรกพบสบตา/Special Part_100%_รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43,100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    21 ก.พ. 61

          


          


เลวครั้งที่#2...แรกพบสบตา 




                     สัปดาห์ก่อนเปิดเรียน # 22.20 น.

          หลังจากวันนั้น...วันที่ฉันหนีหัวซุกหัวซุนแถมวันรุ่งขึ้นยังต้องใช้ชีวิตแบบหลบๆซ่อนตลอดสองสัปดาห์  ขอบอกเลยว่า..ตอนนั้นฉันจิตตกจนแทบจะเป็นประสาท  แต่นับจากนี้ต่อไปฉันไม่ต้องหนีใครอีกแล้ว เพราะคนที่คอยตามล่าฉันเขาโดนรถชนเพิ่งเสียไปเมื่อสามวันก่อนที่ผ่านมาฉันเลยอโหสิกรรมให้เขาไป  ตอนนี้ฉันเลยได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขอีกครั้ง โดยไม่ต้องหวาดระแวงจนแทบจะเป็นบ้าเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว

          “ว่าไงพี่นุ่น..ถึงไหนแล้ว” ตอนนี้ฉันเพิ่งเลิกงานที่ร้านอาหารกึ่งผับแถวม.แล้ววันนี้ก็กะว่าจะกลับไปค้างที่บ้าน  แต่ป้าอรก็ยังเป็นห่วงไม่เลิก พี่นุ่นเลยเซ้าซี้จะมารับฉันหลังเลิกงานให้ได้

          “ดูท่าฉันจะหลงว่ะแก แชร์พิกัดได้มั้ย? แม่นๆไปเลย”

          “ได้ แปบนะ” ระหว่างกดแชร์โลเคชั่นฉันก็เดินออกทางหลังร้านเหมือนทุกวัน  เพราะมันเป็นทางลัดที่ตัดไปยังถนนใหญ่พอดี แล้วถ้าไปบ้านป้าอรยิ่งไม่ต้องกลับรถให้เสียเวลา และที่สำคัญ..ไม่เปลี่ยวเพราะมีไฟส่องสว่างตลอดทาง

          “อ๊ากกกกกกกกก!”

          เอ๊ะ!? O_O พอได้ยินแบบนั้นฉันก็เงยหน้าจากโทรศัพท์ทันที ว่าแต่เมื่อกี้..เสียงคนร้องใช่มั้ย? หรือว่า..ฉันหูฟาดไป? แต่เสียงเมื่อกี้ดังมากเลยนะ แล้วก็..เหมือนจะอยู่ไม่ไกลด้วย

          “อ๊ากกกก!! ยอมแล้ว กูยอมแล้ว!!!” เฮือกกกก!! OoO คราวนี้ไม่ฟาดแน่ ได้ยินชัดเต็มสองหูแถมอยู่ไม่ไกล..ตรอกแคบตรงหน้าขวามือนี่เอง  ว่าแต่..เสียงร้องเหมือนคนกำลังบาดเจ็บเลย แต่ดึกดื่นป่านนี้จะมีใครบาดเจ็บอยู่ตรงนั้น ถ้าไม่ใช่วัยรุ่นที่ต่อยตีมีเรื่องกัน เอาไงดีล่ะ น่ะ..น่ากลัวเหมือนกันแฮะ แต่ถ้าปล่อยไปโดยไม่ช่วยอะไรมันจะดีเหรอ? อืมม..ไปแอบดูหน่อยละกัน ถ้าจำเป็นจริงๆอย่างน้อย..เรียกรถพยาบาลให้เขาก็ยังดี  พอคิดได้แบบนั้นฉันก็ค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ปากซอยที่มีเสียงร้องเหมือนคนกำลังบาดเจ็บทันที  และยิ่งเข้าใกล้เสียงก็ยิ่งชัดขึ้นแถมยังได้ยินคนกำลังพูดคุยกันอีกต่างหาก แต่ฉันก็จับใจความอะไรไม่ได้อยู่ดี

          พอเดินเข้าไปในระยะมองเห็น...OoO ฉันก็ชะงักตาค้างยิ่งกว่าเห็นผี! เมื่อภาพตรงหน้าตอนนี้คือ...มีผู้ชายคนนึงกำลังเอามีดจ่อที่คออีกคน  ซึ่งกำลังนอนหงายหายใจพะงาบๆกับพื้นและเสียงร้องเจ็บปวดโหยหวนที่ฉันได้ยินก็น่าจะมาจากเขานั่นเอง  ส่วนคนอื่นๆอีกสามคนก็กำลังยืนดูด้วยสีหน้าท่าทางปกติเหมือนดูหนังดูละครยังไงยังงั้น

          แล้ววินาทีต่อมา...O[]O ฉันก็ช็อคยิ่งกว่าเดิมเพิ่มเติมคือขนอ่อนพากันลุกชันไปทั่วร่าง ในขณะที่หัวใจก็ดีดตัวอย่างแรงก่อนจะกระหน่ำเต้นรัวจนฉันกลัวว่ามันจะกระเด็นออกมาจากอก  เมื่อผู้ชายคนนั้น...กดปลายมีดแล้วกรีดไปรอบคออีกคนที่นอนหงายอย่างเลือดเย็น เหมือนเช่นฆาตกรโรคจิตที่ฉันเคยเห็นในหนังหลายเรื่อง  แต่..ภาพตรงหน้าตอนนี้ไม่ใช่หนังแต่มันเป็นเรื่องจริง! แล้วเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดอยู่ตอนนี้ก็เป็นของจริง!! หะ..ให้ตายสิ! ทำไมฉันต้องมาเจออะไรโหดเหี้ยมอำมหิตแบบนี้!! ฮืออ~ ทำไงดี ฉันกลัวจนจะร้องให้อยู่แล้ว T.T  แถมมือข้างที่จับโทรศัพท์ยังสั่นระริกจนรู้สึกได้ ยะ..อย่างเห็นได้ชัด  เมื่อฉันยกมันขึ้นมากดหน้าอกด้านซ้ายเอาไว้ เพราะกลัวว่าหัวใจที่กำลังเต้นกระหน่ำรัวแรงอยู่ตอนนี้จะได้ยินไปถึงคนพวกนั้น  มะ..ไม่ไหว อยู่..อยู่ไม่ได้แล้ว!! พอคิดได้แบบนั้นฉันก็พยายามเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงไปก่อนหน้าให้กลับมาเข้าร่างโดยเร็ว จากนั้นก็ยกขาที่หนักอึ้งเหมือนก้อนหินแถมยังสั่นระริกจนรู้สึกได้ให้ค่อยๆก้าวถอยหลังช้าๆ แต่ทว่า...

          แกร็ง!!

          เฮือกกกกก!! O[]O ฉันเพิ่งจะถอยได้สองก้าว ส้นเท้าของฉันก็เตะกระป๋องอะไรสักอย่างเข้าให้  ซึ่งมันดังพอจะเรียกความสนใจจากผู้ชายคนนั้นให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉัน..ทันที!! OoO แล้วดวงตาเรียวรีคู่นั้นก็ค่อยๆหรี่มองฉัน โดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้านหวาดหวั่นหรือแม้แต่...จะตกใจเลยสักนิด!  ทั้งๆที่ฉันเห็นเขากำลังทำเรื่องร้ายแรงอย่าง..ปาดคอคนแท้ๆ!  แถมสายตาที่จ้องมองมายัง มะ..มุ่งร้ายหมายหัวฉันยังไงก็ไม่รู้ ฮืออ~ T.T กลัว~ แต่เดี๋ยวก่อน..ทำไมฉันรู้สึกเหมือนเคยเห็นดวงตาคู่นี้มาก่อน ที่ไหนน้า~ อ้อ! ชะ..ใช่แล้ว ดะ..ดวงตาปีศาจ!! ปีศาจร้ายสารเลวที่ไล่ล่าฉันในฝันร้ายเมื่อคืนก่อนนี่เอง ฮืออ~ทำไมมันถึงได้บังเอิญแบบนี้! T^T

         ทั้งๆที่ฉันกับเขาเราสบตากันแค่ไม่กี่วินาที  แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนมันนานแสนนาน..นานพอที่ดวงตาเรียวรีคู่นั้นจะถูกจารึกไว้ในหัว ฝังลึกอยู่ในความคิดราวกับมันจะติดตามฉันไปตลอดยังไงยังงั้น  และดูเหมือนเคราะห์จะซ้ำและกรรมยังจะซัดอีกต่อ  เพราะอยู่ๆเสียงโทรศัพท์ในมือฉันก็ดังขึ้นมาดื้อๆ! คราวนี้เรียกทุกสายตาให้เงยหน้าขึ้นมองฉันอย่างพร้อมเพรียงกันเลยล่ะ ToT ฮืออ~ อยู่ไม่ได้แล้ววว!! ก่อนอื่นต้องขอบคุณสติที่ยังพอมีเหลือพร้อมกับสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ติดตัวฉันมาตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเลยทำให้ฉันหมุนตัวพร้อมกับกดรับสาย  จากนั้นก็วิ่งปลิวลมหนีตายออกมาจากตรงนั้นทันที!!!

          “พี่นุ่น ถึงยัง!!”

          [ถึงแล้ว..จอดรออยู่ แล้วทำไมเสียงแกหอบ วิ่งอยู่เหรอวะ?]

          “พี่นุ่นสตาร์ทรถไว้เลย เร็วๆ! เดี๋ยวนี้!!”

          [เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้น มีคนไล่ตามแกมาเหรอวะ!]

          “เอ่อ..เปล่าๆ พอดีเมย์..เมย์ปวดท้อง สตาร์ทหรือยัง!!”

          [กรรม..ทำเอาตกอกตกใจหมด สตาร์ทแล้วรีบมาเลย แล้วแกวิ่งมาแบบนี้มันจะไม่ออกก่อนถึงห้องน้ำเหรอวะ]

          “ไม่ๆ แค่นี้ก่อนนะ พี่นุ่นสตาร์ทไว้นะ!!!”

พอกดวางสายฉันก็สปีดขึ้นอีกระดับ ก่อนจะเห็นฮอนด้าบริโอสีขาวสว่างจ้าท่ามกลางความมืดมิด เหมือนชีวิตและความหวังทั้งหมดของฉันในตอนนี้ที่ฝากไว้กับรถคันนั้น *-* ให้ตายสิ! ตอนนี้หัวใจฉันกระหน่ำเต้นรัวขึ้นอีกเท่าตัวจนเจ็บร้าวไปหมด  เมื่อมันทั้งดีใจ โล่งใจในขณะเดียวกันก็ลุ้นระทึกไปด้วย ฮืออ~ชีวิตจริงยิ่งกว่าในหนังซะอีก!!

          แกร็ก ปึง!!

          “ออกรถเลยพี่นุ่น!!! เร็วสิเหยียบให้มิด ยังไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ขอร้อง..เร็ว!!!!”

          “เออน่า..นี่แกจะขรี้แตกใส่รถฉันมั้ยเนี้ย?”

          “ไม่แน่ เร็วๆพี่นุ่น เร็วกว่านี้!!!”

          “เร็วกว่านี้ก็เครื่องบินแล้วย่ะ คาดเข็มขัดด้วย แกอั้นไว้นะเว้ย!”

          แล้วพี่นุ่นก็พูดอะไรไม่รู้ฉันไม่ได้ฟัง เพราะมัวแต่หันหลังไปมองตรงปากซอยที่เพิ่งวิ่งหนีตายออกมา แล้วสักพักก็เห็นผู้ชายตัวสูงใหญ่หน้าตาเห็นไกลๆยังโหดวิ่งพรวดออกมาทิ้งช่วงห่างจากฉันไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ ให้ตายสิ! นี่ถ้าช้ากว่านี้มีหวังโดนจับได้แน่ แย่ไปกว่านั้นฉันอาจจะโดนฆ่าตายเลยก็ได้ T.T

          “เฮ้อ~เกือบไปแล้ว”

          “เฮ้ย! แกอย่าขรี้ใส่รถฉันนะเว้ย อั้นไว้!!!” แล้วพี่นุ่นก็โวยลั่นรถ จากนั้นก็เหยียบคันเร่งแทบมิดจนหลังฉันติดเบาะเลยทีเดียว ใจจริงฉันอยากบอกพี่นุ่นว่ามันคนละเรื่องกัน แต่..ไม่ดีกว่าขืนรู้ความจริงเดี๋ยวได้ช็อคกันพอดี  พอขับไปสักพักฉันก็โกหกพี่นุ่นไปว่าหายปวดแล้วไม่ต้องแวะที่ไหน  ความจริงคือฉันกลัวว่าพวกนั้นจะตามมา แต่แทนที่จะเป็นเรื่องง่ายพี่นุ่นดันยิ่งตกใจคิดว่าฉันอั้นไม่ไหวแล้วซะอีก ฉันเลยต้องยกตูดโชว์ให้ดู แกถึงได้เชื่อ -_- เฮ้อ~

 

         เปิดเรียนวันแรก

         นับจากคืนมหาโหดที่ฉันเจอผู้ชายโรคจิตอำมหิตคนนั้นกับพรรคพวกก็ผ่านมาแล้ว..หนึ่งสัปดาห์ ช้าจัง T_T แน่นอนว่าฉันไม่ได้กลับไปทำงานที่ร้านอาหารกึ่งผับแห่งนั่นอีกเลย เพราะกลัวว่าคนพวกนั้นจะจำหน้าฉันได้แล้วตามมาฆ่าปิดปากเอา

          “ไงเมย์..สบายดีป่าว ปิดเทอมไม่เจอกันเลยชวนไปเที่ยวก็ไม่ไป” ฉันเงยหน้าพร้อมดันแว่นตาทรงโตลายกระสุดแสนจะเฉิ่มเชยเกินบรรยายไปด้วย ให้ตายสิ ขนาดใส่มาเป็นปียังไม่ยักจะชินสักที อ้อ..เสียงทักเมื่อกี้มาจากนิ่มเพื่อนที่ทำงานกลุ่มด้วยกันแต่ไม่ถึงขั้นสนิท        

 “อืม..สบายดี โทษทีพอดีเมย์ต้องทำงานน่ะ เห็นรูปในเฟซแล้วก็แอบเสียดาย คงสนุกน่าดู” ฉันขอโทษไปแบบไม่จริงจังนัก เพราะเชื่อว่านิ่มเองก็คงไม่ได้ตั้งใจจะชวนเหมือนกัน  จากนั้นเพื่อนๆร่วมสาขาก็ทยอยกันมา

          ”เฮ้ยเมย์! ที่หนึ่งอีกแล้วสุดยอดเลยอ่ะ” จูนเพื่อนในสาขาทักขึ้นอีกคน ถึงแม้จะไม่สนิทกันมากแต่จูนก็จริงใจคุยกันได้เรื่อยๆ

          “เพื่อนฉันเก่งอยู่แล้วย่ะ ธรรมดาซะที่ไหน” แล้วนี่ก็..ยัยมิน เพื่อนสมัยมัธยมแต่ก่อนอยู่คนละห้อง  แต่พอเข้ามหา’ลัยฉันก็สนิทกับยัยนี่ที่สุดแล้ว เราคุยกันได้เกือบจะทุกเรื่อง เนื่องจากมินเป็นคนจริงใจ นิสัยดี

          “ทำไงได้ ความจนมันบังคับเนอะเมย์ เด็กทุนก็งี้แหละพวกเรา” ฉันแอบถอนใจพร้อมกับกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย เฮ้อ~ ถึงนี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ดาวคณะอย่าง..ดาด้าเหน็บแนมฉันด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม พร้อมท่าทางไฮโซที่คิดว่าโก้หรูของเธอก็เถอะ

          “หึ..นั่นสิ ขนาดเด็กจบมัธยมอินเตอร์ยังทำไม่ได้เลยเนอะพวกเรา” แล้วอีกอย่างคือ..โผงผาง พร้อมลุยและที่สำคัญชอบปะทะคารมแทนฉันเสมอเรื่อยมา อย่างตอนนี้ยังไงล่ะ -_-

          “นี่! เธอว่าใคร?” เฮ้อ~แล้วดาวคณะอักษรศาสตร์ก็หลุดมาดคุณหนูสวยหวานและกำลังจะอวตารร่างที่แท้จริง

          “เอ้า!..เธอร้อนตัวป่ะเนี้ย ฉันยังไม่ได้พูดชื่อใครเลยไม่ใช่แหรอ?”

          “มินพอเหอะ” ฉันรีบแทรกขึ้นก่อนที่เรื่องมันจะยึดเยื้อไปมากกว่านี้ บอกตามตรงฉันไม่ชอบอะไรแบบนี้เลยให้ตายสิ! เพราะมันทั้งน่าเบื่อแถมยังน่ารำคาญ ที่ผ่านมาฉันเลยเลือกที่จะเงียบไม่ก็เฉยไว้เพื่อเรื่องจะได้จบไวๆ

          “จะพูดอะไรระวังปากไว้ด้วย เดี๋ยวจะมีสีไม่รู้ตัว!” นี่ละตัวตนที่แท้จริงของดาด้า

          “ไม่นะ ฉันส่องกระจกทุกห้านาที แล้ววันนี้ก็สีแดงสดของ3ceเป็นไง? สวยใช่มั้ยล่ะ?”

          “อี!..” ดาด้าเกือบจะกลายร่างอย่างสมบูรณ์อยู่แล้วเชียว ถ้าอาจารย์ที่ปรึกษาไม่เข้ามาขัดซะก่อน เฮ้อ~วุ่นวายตั้งแต่วันแรกแบบนี้ ชีวิตนักศึกษาปีสองของฉันจะเป็นยังไงน้า~

          หลังจากพบปะพูดคุยปรึกษากับอาจารย์เรียบร้อยแล้ว  ฉันเลยตัดสินใจว่าเทอมนี้จะลงอิตาเลี่ยนกับสเปนเพิ่ม  อ้อ..ลืมบอกไปฉันเรียนอักษรศาสตร์สาขาภาษาศาสตร์ แน่นอนว่าฉันพูดภาษาอังกฤษได้คล่องพอๆกับภาษาไทย แถมสมัยมัธยมฉันยังเป็นเด็กศิลป์ภาษา  ฉะนั้นเลยมีพื้นฐานมาดีพอสมควร ส่วนภาษาอื่นๆอย่าง..ฝรั่งเศส เยอรมันก็ถือว่าพูดได้ ฟังรู้เรื่อง ส่วน..ญี่ปุ่น เกาหลี จีนก็ถือว่าใช้ได้ ส่วนอิตาเลี่ยนกับสเปนยังถือว่าอ่อนอยู่บ้าง เพราะฉะนั้นฉันเลยต้องลงเรียนเพิ่มในเทอมนี้

          และที่ฉันเลือกเรียนสาขานี้  ก็เพราะว่าสักวันฉันจะใช้มัน...ตามหาพ่อ ใช่แล้ว..ฉันอยากเจอพ่อสักครั้ง เพราะตอนที่อยู่กับแม่ฉันยังเด็กมาก อีกอย่างแม่ก็ไม่เคยบอกว่าพ่อเป็นใคร ทำงานอะไรหรือว่า..มาจากไหน ฉันเลยเพิ่งรู้ทีหลังจากป้าอรว่าพ่อเป็นชาวต่างชาติ แต่ก็ไม่รู้รายละเอียดอะไรอยู่ดีเพราะแม่เองก็ไม่เคยบอกใครแม้แต่พี่สาวอย่างป้าอร อีกอย่าง..ป้าอรเองก็ย้ายมาอยู่กรุงเทพตั้งแต่ยังสาวจนกระทั่งมีครอบครัว  ในขณะที่ฉันกับแม่อยู่เชียงใหม่กับยายพอยายกับแม่เสีย ป้าอรเลยรับฉันมาอยู่ด้วยกันซึ่งตอนนั้นฉันเองก็เพิ่งจะสี่ขวบ

เรื่องพ่อ..ฉันแค่อยากรู้ว่าเขาเป็นใคร  เพราะคนแถวบ้านชอบพูดกันว่า...แม่เป็นผู้หญิงขายตัว ตอนนั้นฉันยังเด็กเลยไม่เข้าใจ แต่พอโตขึ้นถึงรู้ว่ามันคืออะไร แต่ถึงยังไง..ฉันก็ไม่ได้โกรธหรือโทษแม่เลย อีกอย่าง..ฉันก็ไม่เชื่อว่าแม่จะเป็นอย่างที่ใครเขาว่ากัน เพราะแม่เป็นคนเรียบร้อยแถมพูดน้อยอีกต่างหาก  แล้วประเด็นนี้ฉันก็ไม่ได้คิดจนติดเป็นปมในใจอะไร เพราะที่ฉันสงสัยและอยากรู้มาตลอดคือ..ทำไมพ่อถึงทิ้งแม่ ทำไมถึงทิ้งพวกเราไปต่างหาก เพราะแบบนี้ไงฉันถึงจำเป็นต้องพูดได้หลายภาษา  เผื่อว่าสักวันถ้าฉันได้เจอพ่อ ฉันจะได้ถามเขาว่า..เพราะอะไรทำไมถึงทิ้งฉันกับแม่ไป..แล้วทำไมถึงไม่กลับมาหาพวกเราอีกเลย..

          “นี่เมย์..ถามจริง เมื่อไหร่แกจะเลิกใส่แว่นบ้าๆนี่สักทีวะ มันใหญ่ยังกับหน้ากากเชื่อมเหล็กแถมบังหน้าบังตาแกจะมิดอยู่แล้วรู้ตัวป่ะเนี้ย ไหนจะกระโปรงสุ่มถึงตาตุ่มนี่อีก โอ๊ย!! เห็นแล้วหงุดหงิดว่ะ” ฉันอุตส่าห์รีบเดินออกมาจากห้องเป็นคนแรก เพราะกลัวว่าดาด้าจะแปลงร่างต่อหน้าต่อตาอีก ที่ไหนได้ยัยมินยังจะสานต่อ เฮ้อ~วุ่นวายจัง

          “มันก็ดีอยู่แล้วนี่” จะได้ไม่ต้องมีใครมาสนใจให้เป็นปัญหาวุ่นวายอีก

          “เมย์..มันผ่านมาเป็นปีแล้วนะเว้ย อีกอย่าง..ที่นี่มันสังคมใหม่ไม่มีใครว่าแกเป็นเฮเลนแห่งทรอยแล้ว” แล้วฉันก็ชะงักทันทีที่ได้ยินคำว่า..เฮเลนแห่งทรอย

          “ฉันไม่อยากได้ยินคำนี้อีก..แกก็รู้” ไม่ใช่เพราะชื่อบ้าๆนี่หรือไง ถึงทำให้ฉันรู้สึกผิดมาจนถึงทุกวันนี้

          “โทษที..ฉันรู้ว่าแกรู้สึกไม่ดีเมื่อนึกถึงมัน แต่..มันก็ผ่านมานานแล้วนะเมย์ สังคมมันกว้างขึ้นไม่มีใครสนใจใครมากนักแกก็รู้  อีกอย่าง..ที่แกเก่งแกสวยมันก็ไม่ใช่ความที่แกเกิดมาเป็นแบบนี้สักหน่อย  มีแต่คนบ้ากับพวกขี้อิจฉาเท่านั้นแหละที่คิดว่ามันเป็นปัญหา ให้ตายสิ! คิดแล้วมันน่าโมโหจริงๆเลย!” เฮ้อ~ ที่มินพูดมามันก็ถูก เพราะสังคมมหา’ลัยมันใหญ่กว่ามัธยมมาก และที่สำคัญ..ใครๆก็เป็นตัวของตัวเองเต็มที่กันทั้งนั้น แต่...

          “ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมามันก็สงบสุขดี ฉันชอบแบบนี้แหละ” และที่ฉันยังเป็นแบบนี้ ยังใส่แว่นตาหนาเตอะ แต่งตัวเฉิ่มเชยอยู่แบบนี้ ก็เพราะ..ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาชีวิตฉันมีแค่เรียน ทำงาน อ่านหนังสือแล้วก็นอน ซึ่งมันสงบสุขกว่าเมื่อก่อนมาก..มากจนฉันชินกลายเป็นชอบซะแล้วสิ

          “เออ!..ถ้างั้นก็แล้วแต่แกละกัน ฉันก็แค่เสียดายความสวยของแก ที่ต้องปิดบังซ่อนเร้นเอาไว้ด้วยแว่นบ้าบอคอแตกนั่น  แต่ถ้าแกถอดมันทิ้งแล้วแต่งตัวตามปกติ แต่งหน้าทาปากนิดๆหน่อยๆ แล้วถ้าปีที่แล้วแกลงประกวดนะ รับรอง..สายสะพายดาวมหา’ลัยปลิวมาคล้องคอแกแล้ว โอ๊ย! ว่าแล้วก็เสียดาย”

          “แกนี่เว่อร์ตลอดเลย”

          “เว่อร์ตรงไหนยะ น้อยไปสิไม่ว่า ถ้าแกไม่เชื่อ..ก็ลองดูสิ”

          “ไม่ต้องมาเนียนยุซะให้ยาก แกก็น่าจะรู้ว่าฉันไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย แค่ดาด้าเขม่นฉันเรื่องเรียนก็รำคาญจะแย่อยู่แล้ว ถ้าขืนมีผู้ชายเข้ามาวอแวเพิ่มอีกฉันต้องเป็นประสาทตายแน่ ไม่เอาเด็ดขาด”

          “ถ้างั้น..แกก็หาแฟนสักคนสิ เพราะสมัยมัธยมแกไม่คบใครจริงจังไงมันเลยมีปัญหา แต่ถ้าแกมีแฟนนะ อืมม..สวยๆอย่างแกต้องผู้ชายขี้หวงแบบไม่ให้ห่าง อีกอย่าง..ต้องหึงโหดจะได้ไม่มีใครมาวุ่นวาย หรือไม่ก็..ตามตื้อแกให้รำคาญใจ เป็นไง..น่าสนใจใช่มั้ยล่ะ? แถมแกยังไม่ต้องใส่แว่นเชื่อมเหล็กลายกระนี่อีกด้วยนะ แล้วไหนจะกระโปรงสุ่มถึงตาตุ่มนี่อีก เชื่อฉันสิ..ฉันหวังดีกับแกนะเว้ย  ฉะนั้นแกลองเอาไปคิดพิจารณาแล้วก็ลองเปิดใจดู แล้วแกจะรู้ว่ายังมีอะไรดีๆรอแกอยู่ นี่!..หนุ่มวิศวะมหา’ลัยเราก็หล่อนะแก คุณสมบัติหึงหวงโหดก็น่าจะได้ ฉันสำรวจมาแล้วหน้าตาผ่านหลายคนเลยแก แอร๊ย! >_< เปลี่ยนลุคด่วนเลยเมย์ ขอร้อง!!”

         “-_-” เฮ้อ~ฉันถอนหายใจพร้อมกับกรอกตาและทำหน้าเซ็งอย่างห้ามไม่ได้  เมื่อได้ฟังบรรยายร่ายยาวพร้อมสีหน้าท่าทางดี้ด๊าประกอบการพูดของมัน  ฉันรู้ว่ามินหวังดี แต่..ไม่เอาแบบนี้ได้มั้ย?

          “=_= แกไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลย มีแฟนมันไม่ดีตรงไหนห๊ะ ใครๆเขาก็อยากมีกันทั้งนั้น..ฉันล่ะคนนึง เอาไว้คอยดูแล เทคแคร์ เทียวรับเทียวส่ง มีอะไรก็โทรหาไม่งั้นก็ไลน์บอก นอกจากนั้นก็...กอดบ้าง จูบบ้าง แล้วก็..แอร๊ย >_< แค่คิดก็เขินแล้ว”

          “=_=” ยัยนี่ชอบอ่านนิยายฉันพอเข้าใจ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเอามากถึงขั้นเอามาเพ้อแบบนี้ไง

          “อะไร -_- แกไม่อยากมีแต่ฉันอยากนี่ คอยดูนะ..ถ้าแกมีแฟน หมอนั่นต้องเป็นอย่างที่ฉันว่ามาทั้งหมด ตั้งแต่ หึง หวง โหด ชนิดที่กกแกไว้กอดตลอดเวลาไม่ให้ห่าง ถึงขั้นหรี่ตามองก็ไม่มีผู้ชายหน้าไหนกล้าเข้าใกล้แก เป็นพวกแบดบอยหล่อแต่เลวอะไรทำนองนั้น เชื่อฉันสิ! แอร๊ย! >_< แค่คิดก็ฟินอีกแล้ว”  แล้วยัยนั่นก็ยกมือขึ้นจับแก้ม จากนั้นก็บิดตัวไปมาเป็นเลขแปด เป็นเอามากจริงๆแฮะ =_= เฮ้อ~

          “โอ๊ย! ฉันละเบื่อแกจริงๆเลย พูดอะไรไปก็ไม่อินสักอย่าง ไปละ..พรุ่งนี้เจอกันย่ะ!!” ฉันคงถอนหายใจดังไปมั้ง ยัยนั่นถึงได้ลุกพรวดพราดไปแบบนั้น เฮ้อ~โลกกลับมาสงบสุขสักที

          ว่าแต่..จะให้อินยังไง แฟนหล่อแต่ขี้หวง แถมยังหึงโหดอีกต่างหาก -_- แล้วแบบนี้ฉันจะมีความสุขได้ยังไง มันจะฟินตรงไหนกัน =_= เท่านั้นไม่พอ..แค่หรี่ตากราดมองคนก็ไม่กล้าเข้าใกล้ฉันแล้ว? ตกลง..นั่นคนรักหรือคนร้าย? -_- แล้วคุณสมบัติแบบนี้มันอันธพาลชัดๆ ไม่ใช่เหรอ? -_- เอ๊ะ!! แล้วอยู่ๆฉันก็ขนลุกขึ้นมาดื้อๆ เมื่อภาพผู้ชายในตรอกแคบวันนั้นแวบขึ้นมาในหัว บ้าจริง! คืนนั้นฉันอาจจะเห็นหน้าเขาไม่ชัด เพราะนอกจากจะมืดแล้วจังหวะนั้นต้นแขนเขายังบังใบหน้าช่วงล่างเอาไว้อีกต่างหาก  เลยทำให้เห็นแค่ดวงตาเรียวรีที่หรี่มองมาอย่างมุ่งร้ายหมายหัวเท่านั้น โอ๊ย!! ฉันไม่น่านึกขึ้นได้เลยอุตส่าห์ลืมไปแล้วแท้ๆ เพราะยัยมินคนเดียวเลยเอาแต่พูดเรื่องบ้าอะไรก็ไม่รู้ บ้าจริง! แล้วคืนนี้ฉันจะเก็บเอาไปฝันร้ายอีกหรือเปล่าละเนี้ย โอ๊ย!! ทำไงดีมันกลับมาติดอยู่ในหัวอีกแล้ว!


Spoil Alert

แชบหน้าเค้าจะเจอกันอีกครั้ง หมอนั่นจะร้าย ยัยนั่นจะกลัวว

อั๊ยย แชบต่อไปก็แซ่บแล้วน้า

TALK

หวัดดีค่ะ มาอีกตอนรัวๆโดยปราศจากเม้นใดๆ 555

หน้าเม้นขาวสะอาดเกลี้ยงเกลามาก 555 หัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่คนเดียว

แต่ยังไงก็ยังอยากรู้นะคะว่าชอบไม่ชอบยังไง

อีกอย่างแชบ 4,5 ก็แซ่บซี้ดซ้าดแล้วไม่รู้จะไปฝากไว้ที่ไหน

เพราะไม่มีใครถามถึงงงเล้ยย

ยังไงก็ช่วยเม้นติดตามเป็นกำลังใจด้วยนะคะ

ไม่เม้นก็ไม่ด่าไม่ว่ากันค่ะ เหมือนเดิมแหละใครตามนิยายเลดี้แมนจะรู้ว่าใจดีมากกก

ความรู้สึกดีของคุณคือความสุขของคนแต่งค่ะ

สักวันหากมันล้นปรี่ในใจเชื่อว่ารีดเดอร์คงเก็บไว้ไม่ไหวเองเนอะ

แอบรอวันนั้นน้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,347 ความคิดเห็น

  1. #4308 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 23:11
    มีเปนเล่มมั้ยคะ
    #4,308
    0
  2. #3856 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 10:16
    สนุกดี มีอีบุ๊ครึยังคะ
    #3,856
    1
    • #3856-1 Ladies'man (@soundtracker) (จากตอนที่ 3)
      8 พฤศจิกายน 2560 / 10:19
      ยังไม่มีแต่จะมีแน่นอนอ่านฟรีฟินฟรีไปเรื่อยๆก่อนนะคะ
      #3856-1
  3. #3053 หว๋าย.... (@n0867634212) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 20:30
    #3,053
    0
  4. #3008 myyuy (@pimnara777) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 14:24
    ชอบบบบ
    #3,008
    0
  5. #2818 Atom:) (@Atom11092546) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 18:35
    โหหเป็นจุดที่รีดไปไม่ถึงสินะ5555 ทุกอย่างยอมมีข้อดีข้อเสีย พูดเเล้วก็เศร้า
    #2,818
    0
  6. #2598 VaCaBi_LoveLy (@vacabi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 15:03
    กำลังสนุกเลย
    #2,598
    0
  7. #1879 Iglues_M (@mieexol) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 01:23
    เป็นคนสวยมันลำบากจังนะเมย์55555
    #1,879
    0
  8. #957 len-lom (@luk-peach) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 22:09
    ขอเสริมนิสนึงงง - คือคำไว้ด่าผู้หญิง แปลว่าแรด ถ้าผู้ชายด่ากันใช้แบบ - = -สวะ - -(คำสบถแบบอารมณ์สัส เลี่ยเอ้ย) mother-er อารมณ์คืออยากให้ผู้ชายทะเลาะกันใช่มั้ยล่ะ เราไม่ได้เข้าใจผิดใช่มะ555
    #957
    1
    • #957-1 Ladies'man (@soundtracker) (จากตอนที่ 3)
      11 สิงหาคม 2560 / 22:13
      คืออาจจะไม่ลึกซึ้งขนาดนั้นเหมือนสบถติดปากประมานนั้นที่ซื่อออกมาอย่างที่ดีเคมันติดพูดประมานนั้นค่ะคืออย่างพูดกับเมย์ก้หยาบแต่แค่คำติดปากอ่าค่ะ
      #957-1
  9. #865 irisstoke511 (@irisstoke511) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 22:45
    เป็นคนสวยนี่ก็น่ากลัวเนอะ
    #865
    0
  10. #800 berry_-_berry (@berryruk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 15:22
    สนุกมากเลยตามมาตั้งแต่เรื่องของลีวายพอมาเจอว่ามีเรื่องใหม่นี่อ่านทันที ชอบมากค่ะ
    #800
    1
    • #800-1 Ladies'man (@soundtracker) (จากตอนที่ 3)
      4 สิงหาคม 2560 / 16:38
      ขอบคุณที่ติดตามเรื่อยมาค่ะดีใจมากกกกปลื้มมมมเรื่องนี้ดีเคก้ร้ายไม่แพ้กันฝากติดตามด้วยนะคะ
      #800-1
  11. #769 mybearpp (@mybearpp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 00:48
    สนุกมากค่ะไรท์
    #769
    0
  12. #570 KPriyanit (@KPriyanit) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 19:55
    สงสารเมย์
    #570
    0