คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [SF][Boyfriend] Hyunjeong : HUG [SF][Boyfriend] Hyunjeong : HUG | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Note : ฟิคชั่ววูบ..แบบชั่ววูบมากๆ ตื่นเช้ามาก็คิดพล็อตได้เฉยเลย ความจริงก็อยากแต่งฟิควันเกิดเฮียซอง แต่เคยหักใจคิดว่าไม่แต่งดีกว่าเพราะคิดพล็อตไม่ออกและใกล้จะสอบแล้ว..แล้วพอตัดใจไปได้ก็ดันคิดพล็อตได้ตอนโค้งสุดท้าย พอลองมาอ่านอีกทีแล้วก็ยังมีส่วนที่ยังต่อเติม(?)ได้อีก จริงๆ ก็คืออยากแก้คำผิดแต่เสียดายวันที่นั่นแหละ ฮา

เนื้อเรื่อง อัปเดต 9 มิ.ย. 57 / 16:54















 







































"Hugging" is at the same time,

the giving and receiving

 

 

 

 

 





 

"เอ้าๆๆ อย่ามัวแต่นั่ง แค่นี้ก็ไม่ไหวกันแล้วหรอ? ถ้าได้ทำงานจริงๆ ต้องเหนื่อยกว่านี้อีกนะ"

 

ทันทีที่ได้ยินเสียงครูสอนเต้นดังมาจากประตูทางเข้าของห้องซ้อม ผม..ไม่สิ แทบทุกคนรีบเด้งตัวลุกขึ้นจากพื้นทั้งที่ได้นั่งพักยังไม่ทันถึงห้านาที

 

พวกเราเป็นเด็กฝึกของค่ายเพลงแห่งหนึ่งที่ต้องเรียนรู้และฝึกซ้อมการร้องเพลงการเต้นและการแสดงอีกหลายๆ อย่าง เพื่อที่จะให้มีความพร้อมและความสามารถพื้นฐานเพียงพอที่จะเดบิวต์เป็นศิลปินในสังกัด แต่ว่านะ ครูแค่เดินไปเดินมาก็พูดได้อยู่แล้ว ถ้าลองต้องมาซ้อมเต้นติดต่อกันหกชั่วโมงบ้าง..ไม่หมดแรงก็ให้รู้กันไป

 

"ไหวน่ะไหวอยู่แล้วครับ แต่ต้องหลังจากที่หายเหนื่อยก่อนน่ะนะ ตอนแสดงจริงๆ คงไม่ต้องเต้นติดกัน 6 ชั่วโมงอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะครับ..?"

 

คนพูดเป็นเด็กผู้ชายตัวเล็ก กะอายุคร่าวๆ ก็ประมาณชั้น ม.ปลาย หน้าตาน่าเอ็นดูแต่ตัดผมสั้นมาก..แทบจะเรียกได้ว่าเกรียนติดหนังหัวจนเห็นคิ้วหนาๆ ที่พาดอยู่เหนือดวงตาเรียวเล็กได้ชัดเจน โดยรวมแล้วอาจจะดูเหมือนเป็นเด็กเกเรแต่จริงๆ แล้ว..เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมถึงคิดมาถึงเรื่องนี้ได้ล่ะเนี่ย ประเด็นที่ผมจะบอกก็คือเขาพูดตรงกับที่ผมคิดเลยต่างหาก

 

"ฉันสอนจากประสบการณ์จริง ถ้ายังมีแรงต่อปากต่อคำก็ไปวิดพื้นซักร้อยครั้งเป็นไง?" ครูสอนเต้นบอกเสียงห้วนบ่งบอกถึงความไม่พอใจ "วันนี้เลิกคลาสแค่นี้ ทุกคนยกเว้นจองมินแยกย้ายกลับบ้านได้"

 

โดยไม่ต้องรอให้พูดซ้ำ เด็กฝึกทุกคนรีบเก็บข้าวเก็บของแล้วย้ายตัวเองออกไปจากห้องซ้อมทันที

 

"ยังไม่ไปอีกหรอฮยอนซอง หรือว่าอยากอยู่วิดพื้นอีกคน?"

 

"ครับ" ผมพยักหน้าตอบ

 

"ห๊ะ ว่าไงนะ?" ครูสอนเต้นถามซ้ำ

 

"ผมก็คิดเหมือนกับที่จองมินพูด เพราะฉะนั้นผมจะขอวิดพื้นแทนเขาครึ่งหนึ่งครับ"

 

"พี่ฮยอนซอง.." จองมินครางเรียกชื่อผม ตั้งแต่เข้ามาเป็นเด็กฝึกเราก็รู้จักกันได้สามเดือนแล้ว เขาอ่อนกว่าผมปีหนึ่งแต่ก็มีความคิดเป็นผู้ใหญ่เกินตัว กำหนดเส้นทางชีวิตของตัวเองด้วยการตัดสินใจที่แน่วแน่มากๆ

 

"ถ้าพูดถึงขนาดนั้นล่ะก็ไม่วิดพื้นแทนจองมินไปเลยล่ะ" ครูสอนเต้นประชด

 

ผมเลิกคิ้ว "ได้หรอครับ? งั้นผมทำแทนเขาเลยนะครับ"

 

ว่าจบ ผมก็ย่อตัวลงตั้งท่าวิดพื้นโดยไม่รอฟังคำตอบ

 

"พี่ฮยอนซอง พี่ไม่ต้องทำหรอก ครูครับ ผมผิดเอง ให้ผมทำเถอะครับ"

 

"เขาอยากทำก็ให้ทำไปสิ"

 

"แต่ว่า—"

 

"เพิ่มเป็นสองร้อยครั้งนะฮยอนซอง" ครูสอนเต้นสั่ง "นายไปกดหลังเขาด้วยจองมิน"

 

"ครู.."

 

"เร็วเข้า หรืออยากไปนั่งบนหลังฮยอนซอง?"

 

ระหว่างนั้นผมก็วิดพื้นไปได้หลายสิบครั้งแล้ว เมื่อรู้ว่าไม่มีทางทำให้ครูสอนเต้นเปลี่ยนใจได้ จองมินก็ไม่ตอบโต้อะไรอีก เขาเดินมายืนข้างๆ แล้วใช้มือข้างหนึ่งกดลงมาบนแผ่นหลังของผม

 

"ใช้มือสองข้างกดลงไปแรงๆ สิจองมิน ทิ้งน้ำหนักลงไปเลย"

 

จองมินเพิ่มแรงกดลงมา แต่ผมก็รู้สึกได้ว่าเขายังออมแรงไว้ส่วนหนึ่ง แต่ว่านะ..ถึงจองมินจะกดหลังผมเต็มแรงหรือต่อให้เขาขึ้นมานั่งบนหลังผม ผมว่ายังไงผมก็ยังวิดพื้นไหว

 

ก็จองมินน่ะตัวเบาจะตายไป

 

.

 

.

 

.

 

กว่าจะครบสองร้อยครั้งตัวผมก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ นี่ขนาดอากาศค่อนข้างจะหนาวแล้วนะ ผมเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในขณะที่จองมินถูกครูสอนเต้นเรียกตัวไว้

 

พอออกมาจากห้องน้ำก็ไม่เห็นใครอยู่ในห้องซ้อมแล้ว ผมเลยเก็บกระเป๋าแล้วเดินออกไปนอกตึก พอปลดล็อคโซ่ที่คล้องซี่ล้อได้ ผมก็ควบจักรยานคู่ใจปั่นออกจากที่จอดรถที่อยู่ตรงกันข้ามกับตัวตึกแล้วก็เห็นใครบางคนยืนอยู่ที่ป้ายรถเมลล์

 

"จองมิน ยังไม่กลับบ้านอีกหรอ?" ผมเอ่ยทักหลังจากที่บีบเบรกมือให้จักรยานหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

 

"..ยังครับ" จองมินตอบแล้วสูดจมูก

 

"รถยังไม่มาหรอ?"

 

"มาแล้วก็ไปแล้วครับ"

 

"อ้าว? แล้วทำไมนายไม่ขึ้นรถกลับบ้าน?"

 

"พี่ฮยอนซอง..โกรธผมรึเปล่า?" นอกจากจองมินจะไม่ตอบคำถามของผมแล้วเขายังถามผมกลับอีกต่างหาก

 

"หืม..? ทำไมพี่ต้องโกรธนายด้วยล่ะ?"

 

"ผมขอโทษนะครับ ผมปากพล่อยเองแท้ๆ แต่ทำให้พี่ต้องมารับโทษแทน" จองมินบอกพร้อมกับก้มหัวขอโทษจนหน้าแทบจะทิ่มพื้น

 

"ไม่เป็นไรๆ" ผมถีบขาตั้งจักรยานลงแล้วเดินเข้าไปจับไหล่ดึงให้เขาเงยหน้าขึ้นมา "พี่ไม่โกรธนายหรอก เมื่อกี้พี่พูดจริงนะ พี่คิดเหมือนที่นายพูดจริงๆ"

 

"งั้นก็..ขอบคุณมากครับ" จองมินทำหน้ากึ่งบึ้งกึ่งยิ้มพิกล ถึงพวกเราจะรู้จักกันได้ไม่นานแต่ผมก็รู้ว่าจองมินไม่ใช่เด็กไม่ดี แค่พูดตรงไปหน่อย และจริงๆ ก็เป็นเด็กที่คิดมากคนหนึ่ง ผมยกแขนขึ้นโอบไหล่เขาแล้วตบเบาๆ เพื่อบอกว่าไม่เป็นไรจริงๆ

 

"หมวกกับผ้าพันคอไปไหนน่ะ?" ผมเพิ่งสังเกตว่าจองมินมีแค่ถุงมือกับเสื้อโค้ทตัวยาวเป็นเครื่องกันหนาว เขาไม่ค่อยถูกกับอากาศหนาวซักเท่าไหร่ วันก่อนยังเกือบจะเป็นตู้เสื้อผ้าเคลื่อนที่ได้อยู่เลย

 

"อ๋อ เมื่อเช้าผมตื่นสายเลยลืมใส่ม" พูดยังไม่ทันจบประโยค จองมินก็จามเสียงดัง เขาถูจมูกแล้วก็จามอีกครั้ง..และอีกครั้ง สรุปว่าจองมินสามครั้งติดๆ กันแล้วก็ยกหลังมือขึ้นถูจมูกจนมันแดงไปหมด

 

ผมเห็นอย่างนั้นก็ถอดผ้าพันคอยื่นให้ แต่จองมินส่ายหน้าปฏิเสธ

 

"เอาไปเถอะ อีกตั้งไกลว่าจะถึงบ้านไม่ใช่หรอ"

 

"ไม่เป็นไรครับ" จองมินปฏิเสธอีกครั้ง ผมเลยก้าวเข้าไปใกล้แล้วพันผ้าพันคอให้จองมินซะเลย เขาผงะเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นจับ ทำท่าจะถอดผ้าพันคอออกจนผมต้องรีบห้าม

 

"ห้ามถอดนะ ถ้าถอดออกพี่จะโกรธจริงๆ ด้วย"

 

"แต่ว่าอากาศมันหนาว—"

 

หมับ!

 

ผมดึงจองมินเข้ามากอดแรงๆ ทีหนึ่งแล้วก็ผละออกพอดีกับที่รถโดยสารประจำทางเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบท่า "แค่นี้ก็หายหนาวแล้ว พรุ่งนี้อย่าลืมใส่ผ้าพันคอล่ะ แล้วเจอกันนะ"

 

ผมยืนส่งจองมินขึ้นรถประจำทางแล้วก็ควบจักรยานปั่นกลับบ้าน

 

.

 

.

 

.

 

.

 

ตั้งแต่ที่มีการประกาศว่าอีกสามสัปดาห์ข้างหน้าจะมีการคัดเลือกเด็กฝึกไปเข้าร่วมการฝึกพิเศษซึ่งความหมายโดยนัยของมันก็คือการได้รับเลือกไปเป็นศิลปิน ตั้งแต่นั้นมาการฝึกซ้อมก็ทวีความโหดขึ้นเรื่อยๆ จากที่ปั่นจักรยานกลับเองได้สบายๆ พักนี้ผมเริ่มคิดที่จะทิ้งมันไว้ที่นี่แล้วขึ้นรถเมลล์กลับบ้านบ่อยขึ้นทุกที

 

สัปดาห์นี้ตารางเรียนของผมคือการร้องเพลง ส่วนจองมินยังเรียนเต้นอยู่เหมือนเดิม พอถึงเวลาพักของจองมิน ผมก็เห็นเขาสะพายกระเป๋ายืนด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าห้องในขณะที่ผมกำลังโดนสวดยับ

 

เขายืนมองจนกระทั่งผมเดินออกไป

 

" 'หวัดดีฮะพี่" จองมินทัก

 

"อืม 'หวัดดี" ผมตอบเสียงเนือยๆ แล้วเดินไปกับจองมิน พวกเราแอบเข้าไปนั่งที่บันไดทางหนีไฟซึ่งน้อยคนจะแวะเวียนผ่านมาตรงนี้

 

"พี่ฮยอนซอง กินขนมมั้ย?" จองมินทำลายความเงียบด้วยการเปิดกระเป๋าแล้วหยิบบลูเบอร์รี่พายสีสวยออกมา มันถูกจัดวางบนถาดเล็กๆ และตัดแบ่งไว้เรียบร้อย ถ้าไม่ซื้อมา คนทำก็ต้องมีฝีมือดีมากแน่ๆ

 

"หืม เอามาจากไหนน่ะ?"

 

"มีคนให้มา" จองมินตอบพร้อมกับหยิบพายส่งให้ชิ้นหนึ่ง

 

"แฟนหรอ?" ผมถามแล้วส่งพายเข้าปาก ก่อนจะเลิกคิ้วด้วยความทึ่งเล็กน้อยที่รสชาติมันดีกว่าที่คิด ผมไม่ใช่คนเลือกกินและคิดว่าตัวเองกินมาเยอะมากพอที่จะประมาณรสชาติของของกินก่อนที่จะกินได้

 

"ไม่ใช่ครับ รุ่นน้องที่โรงเรียนน่ะ"

 

"หืมม เนื้อหอมเหมือนกันนี่นา โรงเรียนสหฯนี่ดีจังน้าา นี่นายไม่มีแฟนจริงหรอจองมิน?"

 

"จริงสิครับ ว่าแต่ผมแล้วพี่ล่ะมีแฟนมาแล้วกี่คน?" จองมินพยักหน้าแล้วส่งพายให้ผมอีกชิ้น

 

"พี่ยังไม่เคยมีแฟน ลืมไปแล้วหรือไงว่าพี่เรียนโรงเรียนชายล้วน"

 

บลูเบอร์รี่พายหายลงไปอยู่ในกระเพาะของผมเป็นชิ้นที่สอง

 

"ไม่ลืมครับ แต่อยู่โรงเรียนชายล้วนก็ใช่ว่าจะมีแฟนไม่ได้นี่นา แบบโรงเรียนหญิงล้วนข้างๆ อะไรทำนองนี้"

 

"จะไปมีได้ยังไงล่ะ เรื่องแบบนั้นคงมีแต่ในการ์ตูนเท่านั้นแหละ"

 

บลูเบอร์รี่พายหายลงไปอยู่ในกระเพาะของผมเป็นชิ้นที่สาม

 

"งั้น..พี่ก็ไม่เคยมีแฟนเลย?"

 

ผมพยักหน้า จะมาย้ำกันทำไมเนี่ย

 

"แม้แต่เดทก็ไม่เคย?"

 

ผมพยักหน้าอีก อยากตอกย้ำอะไรอีกมั้ย

 

"เอ่อ ผมถามได้มั้ย..เมื่อกี้พี่ถูกครูว่ารึเปล่า?"

 

ผมพยักหน้าอีกครั้ง แน่ใจได้เลยว่านายไม่ได้ตาฝาด

 

บลูเบอร์รี่พายหายลงไปอยู่ในกระเพาะของผมเป็นชิ้นที่สี่ในขณะที่จองมินยังละเลียดกินชิ้นที่สองซึ่งเป็นชิ้นสุดท้ายของถาดนี้ ไม่ใช่มัวแต่ถามจนกินไม่ทันก็ตั้งใจเอามาให้ผมกินตั้งแต่แรกนั่นแหละ

 

"ทุกทีพี่ก็ผ่านฉลุยนี่นา คราวนี้ต้องเรียนเรื่องใหม่ที่ยากขึ้นหรอครับ หรือว่าครูคนนี้โหดมาก?"

 

"เฮ้ออออ..โดนเละเลยล่ะ" ผมถอนหายใจตอบเสียงอ่อย จริงๆ แล้วผมก็มั่นใจในตัวเองมากพอสมควรแต่วันนี้ความมั่นใจที่มีอยู่นั้นกำลังถูกบั่นทอนลงแทบไม่มีเหลือ "ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่หรอก จะว่ายังไงดี..อาทิตย์หน้านายเรียนร้องเพลงใช่มั้ย ถึงตอนนั้นก็รู้เองแหละ"

 

"สู้ๆ นะครับ" จองมินบอกแล้วยกแขนขึ้นกอดให้กำลังใจผมทีหนึ่งเหมือนที่เคยทำเป็นประจำ แต่ก่อนที่เขาจะผละออก ผมก็รั้งตัวจองมินเข้ามาใกล้แล้วซบหน้าลงกับไหล่ลาด

 

ผมรู้สึกได้ว่าจองมินชะงักไปนิดนึงแต่ก็ไม่ได้ผลักผมออก ผมเลยหลับตาซบหน้าอยู่กับไหล่ของเขาอยู่อย่างนั้นแล้วขยับประสานมือไว้ข้างหลังคนในอ้อมกอดเพื่อไม่ให้เขารู้สึกอึดอัดเกินไปในระหว่างที่ผมกำลังชาร์ตพลังงาน(?)

 

"สู้ๆ พี่ทำได้อยู่แล้ว" น้ำเสียงสดใสที่ดังขึ้นข้างหูช่วยเติมกำลังใจที่เหือดแห้งไป ถึงไม่เงยหน้ามองก็นึกถึงใบหน้ายิ้มแย้มนั้นได้

 

"ขอบใจนะ" ผมลืมตามองนาฬิกาข้อมือแล้วคลายวงแขนออก "ไปเถอะ จะหมดเวลาพักแล้ว"

 

 

 

 

 

และแล้วจองมินได้ประจักษ์ด้วยตัวเองในสัปดาห์ต่อมา..

 

ผมคิดว่าอย่างนั้นน่ะนะ

 

จองมินเปิดประตูห้องซ้อมร้องเพลงออกมาพอดีกับที่ผมเปิดประตูออกมาจากห้องเรียนดนตรีที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม

 

"อ้าว พักเหมือนกันหรอจองมิน เรียนเป็นไงบ้าง?"

 

จองมินไม่ตอบ แต่เดินไปสำรวจห้องเรียนร้องเพลงห้องข้างๆ ด้วยการมองผ่านกระจกที่ประตู พอเห็นว่าว่างก็กลับมาคว้าแขนผม ลากเข้าไปในห้องนั้นแล้วก็หันหลังมากดล็อคประตู

 

"พี่ฮยอนซอง อุดหู"

 

"หือ?"

 

"อุดหูสิครับ" จองมินย้ำ เมื่อเห็นว่าผมทำตามที่บอกแล้วเขาก็สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนที่จะ..

 

"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!"

 

ร้องตะโกนออกมาสุดเสียงสุดพลังปอด

 

ขนาดอุดหูแล้วผมก็ยังรู้สึกเหมือนจะหูอื้อนิดๆ พอเห็นว่าทุกอย่างปลอดภัย(?)ดีแล้วผมก็ขยับเข้าไปลูบหลังจองมินที่ยืนหอบหายใจหน้าแดงก่ำ "สบายใจขึ้นรึยัง?"

 

"ยัง แฮ่ก ยังหรอกครับ" จองมินกัดฟันตอบแล้วก็พรั่งพรูสิ่งที่อัดอั้นตันใจออกมา "ครูคนนี้นี่โคตรของโคตรโหดเลย ไม่รู้จะจู้จี้จุกจิกจับผิดอะไรนักหนา เชื่อเขาเลย เดี๋ยวก็บอกว่าผมร้องไม่ถึงคีย์บ้างล่ะ เดี๋ยวก็บอกว่าร้องคร่อมจังหวะบ้างล่ะ เจ้ากี้เจ้าการแม้กระทั่งเรื่องเก็บลมหายใจ นี่ก็ให้ผมร้องท่อนเดิมอยู่นั่นแหละ สามชั่วโมงแล้วยังร้องได้ไม่ถึงครึ่งเพลงเลยด้วยซ้ำ เสียงผมจะแหบหมดอยู่แล้วเนี่ย ทำไมพี่ไม่บอกผมก่อนล่ะ ผมจะได้เตรียมใจไว้ทัน"

 

"อ้าว.. วันนั้นพี่ก็บอกไปแล้วไง"

 

"พี่บอกแค่ว่าเดี๋ยวก็รู้เอง ไม่ได้บอกว่า—เฮ้ออ ช่างเถอะ" จองมินถอนหายใจแล้วทรุดลงนั่งพิงประตูห้อง ผมอมยิ้มแล้วนั่งลงตามก่อนจะยื่นกระบอกน้ำเล็กๆ ที่ถือติดมือมาให้

 

"อ่ะ นี่"

 

"..." จองมินรับไปมองด้วยความสงสัย

 

"ลองดื่มดูสิ จะได้สบายคอขึ้น" ผมบอกแล้วนั่งมองจองมินเปิดฝากระบอกน้ำแล้วยกน้ำขึ้นดื่ม "เป็นไง?"

 

"ดีขึ้นเยอะเลยครับ"

 

"งั้นพี่ให้"

 

"ครับ?"

 

"เอาไปจิบบ่อยๆ จะได้ชุ่มคอ"

 

"อ้อ ขอบคุณครับ" จองมินบอกแล้ววางกระบอกน้ำที่บรรจุน้ำอุ่นใส่น้ำผึ้งผสมมะนาวลงข้างตัวก่อนจะดึงเข่าตัวเองเข้ามากอด "เฮ้อออ เหนื่อยจัง"

 

"เอาน่าอดทนหน่อย" ผมดึงอีกคนมาซบไหล่แล้วยกมือขึ้นลูบหัวเบาๆ จองมินนั่งนิ่งอย่างนั้นอยู่ซักพักก่อนจะค่อยๆ เลื่อนตัวลงมานอนตักผม "พี่ว่าครูเขาไม่ได้แกล้งหรือว่าอะไรหรอก"

 

จองมินหลับตาฟังแล้วพยักหน้าเงียบๆ

 

"ถึงจะปากร้ายแต่ครูเขาใจดีมากนะ"

 

"..."

 

"ที่จ้ำจี้จ้ำไชก็เพราะว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่นายต้องทำได้จริงๆ"

 

"..."

 

"จองมิน หลับแล้วหรอ?" ผมลองถามเพราะจองมินไม่ตอบอะไรเลย

 

"..ใกล้แล้วล่ะถ้าพี่ยังไม่หยุดลูบหัวผม"

 

"อ้าว หรอ" ผมชะงักนิ้วที่กำลังจะเกลี่ยเส้นผมนิ่มที่ยาวจนเกือบจะปิดหน้าผากคนที่นอนบนตัก "..ผมนายเริ่มยาวแล้วนะ"

 

"อืม ก็ไม่มีเวลาไปตัดนี่ครับ" จองมินยกมือขึ้นสางผมตัวเอง

 

"แต่แบบนี้ก็น่ารัก.. พี่หมายถึงก็ดูดีออกนะ"

 

"หรอครับ?" จองมินขยับยันตัวลุกขึ้นมานั่ง "ผมไปก่อนนะ เดี๋ยวจะโดนบ่นนู่นบ่นนี่อีก"

 

"สู้ๆ นะ" ผมบอกพร้อมกับกอดจองมินแรงๆ ทีหนึ่ง เขาพยักหน้าแล้วก็หยิบกระบอกน้ำก่อนจะเดินออกจากห้องไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"เอ้า ฟังหน่อย" ครูทุกคนที่คอยฝึกสอนพวกเราพากันมายืนเรียงกันอยู่หน้ากระจกห้องซ้อม "ก่อนจะเลิกคลาสวันนี้ ขอให้พวกเธอมาแสดงความสามารถทีละคน จะแสดงอย่างเดียวสองอย่างหรือสามอย่างก็ได้ แต่ขอให้เป็นสิ่งที่ตัวเองมั่นใจว่าทำได้ดีที่สุด"

 

"ถ้าเข้าใจแล้วก็เริ่มได้"

 

ไม่มีใครขยับ นอกจากเสียงพูดคุยกันเบาๆ แล้วก็มีแต่การส่งสายตาเกี่ยงกันให้ออกไปก่อน อีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันออดิชั่นแล้ว คงไม่มีใครอยากจะให้คนอื่นรู้หรอกว่าตัวเองจะแสดงอะไร

 

"ไม่มีใครเลยหรอ?"

 

"ใครจะออกมาแสดงเป็นคนแรก?"

 

"ผมครับ" จองมินยกมือตอบ ทำเอาทั้งห้องหันมามองเป็นตาเดียว

 

จองมินลุกขึ้นเดินไปหยิบกีต้าร์ที่พิงอยู่ข้างตู้ล็อกเกอร์แล้วลากเก้าอี้ที่วางอยู่แถวนั้นออกไปนั่งตรงกลางห้อง เขายกกีต้าร์ขึ้นพาดตักแล้วก็กรีดนิ้วลงบนสายกีต้าร์พร้อมกับร้องเพลงคลอไปกับเสียงของมัน น้ำเสียง สีหน้าและท่วงท่าสบายๆ ทำให้การแสดงของเขาชวนให้ผ่อนคลายจริงๆ

 

จากนั้นก็เริ่มมีคนทยอยออกไปแสดงความสามารถทั้งร้องทั้งเต้น บางคนก็เต้นอย่างเดียว บางคนก็เล่นดนตรี จนกระทั่ง..

 

"ใครยังไม่ได้ออกมาแสดง?" ครูสอนเต้นถาม

 

ผมมองซ้ายมองขวา คนที่นั่งอยู่แถวนี้ก็ออกไปแสดงกันหมดแล้ว หรือว่า..

 

"นายใช่ไหมฮยอนซอง ออกมาได้แล้ว"

 

ผมรีบลุกขึ้นแล้วเดินออกไปยืนตรงกลางห้อง ผมคิดมาหลายวันว่าควรจะแสดงอะไรในวันออดิชั่น ตอนแรกผมคิดว่าจะร้องเพลงแล้วเต้นไปด้วย แต่ไม่ว่าจะยังไงการร้องเพลงก็เป็นสิ่งที่ผมมั่นใจที่สุด..ผมเลยเลือกที่จะร้องเพลง

 

พอผมร้องเพลงจบ ครูก็บอกให้ทุกคนกลับบ้านได้ ความจริงผมจะกลับไปอาบน้ำที่บ้านก็ได้แต่ว่าไหนๆ ที่นี่ก็มีห้องอาบน้ำให้อาบ ผมก็เลยชอบที่จะอาบน้ำก่อนกลับบ้านเหมือนกับหลายๆ คน พออาบน้ำเสร็จผมก็เก็บกระเป๋าแล้วเดินไปเอาจักรยานจากที่จอดรถ

 

แต่พอเลี้ยวรถหันหลังกลับก็เห็นเงาตะคุ่มๆ ที่หน้าต่างชั้นสองของตึก มันจะไม่น่าสงสัยเลยถ้าเจ้าของเงานั้นไม่ถือของรูปร่างคล้ายๆ กล่องไว้ในมือยื่นออกมาจากหน้าต่างนั่นแถมยังชะโงกมองลงมาข้างล่างเหมือนกำลังหาอะไรอยู่

 

และผมว่าผมรู้แล้วล่ะว่ามันจะทำอะไร

 

"จองมิน ระวัง!!" ผมปล่อยจักรยานลงกับพื้นแล้ววิ่งไปผลักจองมินให้พ้นจากวิถี

 

ซ่าาาาา~!!!

 

น้ำเย็นเฉียบสาดโครมลงมา

 

สภาพของผมตอนนี้น่ะหรอ.. ก็แค่ชาไปทั้งตัวแถมยังเปียกโชกตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

"พี่ฮยอนซอง!!" จองมินเรียกชื่อผมพร้อมกับพุ่งเข้ามาหา "เป็นอะไรมากรึเปล่าครับ?"

 

"พี่ไม่เป็นไร" ผมตอบแล้วเงยหน้าขึ้นมองไปที่ชั้นสอง แต่คนที่สาดน้ำลงมาก็มุดตัวหลบอยู่ใต้หน้าต่างแล้ว

 

"ใครวะ!? แน่จริงก็โผล่หน้ามาสิ!!" จองมินมองตามผมแล้วตะโกนขึ้นไป เขาทำท่าจะวิ่งกลับไปที่ตึกแต่ติดที่ผมดึงแขนไว้ได้ก่อน จองมินเลยควานหาผ้าเช็ดหน้ามาให้ผมแทน

 

ผมเช็ดหน้าเช็ดตาแล้วก็ต้องชะงักเมื่อได้กลิ่นหอมๆ นี่มันไม่ใช่น้ำธรรมดาแต่เป็นน้ำหวาน ยิ่งเช็ดก็ยิ่งเหนียวเหนอะหนะไปหมด นอกจากจะให้เปียกจนกลับบ้านไม่ได้แล้วคนทำยังอยากให้จองมินโดนมดรุมกัดหรือว่ายังไง..?

 

"จองมิน"

 

"ครับ?"

 

"เมื่อกี้นายอาบน้ำรึเปล่า?"

 

"ห๊ะ?"

 

"พี่ต้องอาบน้ำใหม่ นายมีเสื้อผ้าให้พี่ยืมมั้ย?"

 

 

 

 

 

 

 

"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!"

 

จองมินระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นทันทีที่ผมเปิดประตูห้องน้ำ ผมกำลังใส่เสื้อผ้าที่จองมินเตรียมมาเปลี่ยนเพราะเขาเปลี่ยนใจไม่อาบน้ำวันนี้พอดี แต่สิ่งที่ไม่พอดีกลับเป็นเสื้อผ้าพวกนี้อีกเหมือนกัน เสื้อแขนยาวที่จองมินน่าจะใส่ได้พอดีตัวเกือบกลายเป็นเสื้อเอวลอยสำหรับผม ส่วนกางเกงขายาวก็สั้นเต่อขึ้นมาเหนือตาตุ่ม

 

"ฮ่าๆๆๆๆ โอ๊ย อย่างกับเด็กโข่งเลยอ่ะพี่"

 

"นี่นายใส่เสื้อผ้าตัวเล็กขนาดนี้เลยหรอ?" ผมหมุนซ้ายหมุนขวา พยายามจัดเสื้อผ้าที่ไม่พอดีตัวให้เข้าที่เข้าทางมากที่สุด

 

"พี่ตัวใหญ่เกินไปต่างหาก" จองมินกลั้นหัวเราะตอบ

 

"นายนั่นแหละที่ตัวเล็ก" ผมจิ้มหน้าผากจองมินจนเขาหยุดหัวเราะ

 

"พี่นั่นแหละตัวใหญ่" เขาจิ้มหน้าอกผมกลับ

 

"นายต่างหาก"

 

"พี่ต่างหาก"

 

"นาย"

 

"พี่"

 

"..พอเถอะ กลับบ้านกันดีกว่า" ผมยอมแพ้ง่ายๆ แล้วเก็บเสื้อผ้าตัวเองใส่กระเป๋า "พรุ่งนี้จะเอาเสื้อมาคืนให้นะ"

 

"เดี๋ยวก่อนสิพี่ จะไม่ไปหาหน่อยหรอว่าใครเป็นตัวการ?"

 

"ไม่ล่ะ" ผมส่ายหน้า "ใครทำเขาก็รู้ตัวดี ถึงเราไม่ทำอะไร คนที่คิดร้ายก็ต้องร้อนรนอยู่ไม่เป็นสุขอยู่แล้ว"

 

.

 

.

 

.

 

.

 

"ทุกคนฟังทางนี้ ในมือของฉันคือผลการคัดเลือกคนที่ได้ไปร่วมการฝึกพิเศษ"

 

หลังจากการฝึกซ้อมประจำวันจบลง จู่ๆ ครูสอนเต้นก็เดินมาประกาศหน้าห้อง

 

"แต่ว่าพวกเรายังไม่ได้ไปออดิชั่นเลยนะครับครู" เด็กฝึกคนหนึ่งถามหน้าตาตื่น

 

"ที่ฉันให้พวกเธอแสดงความสามารถไปเมื่อวันก่อนนั่นคือการออดิชั่น และมีคณะกรรมการมาตัดสินเรียบร้อยแล้ว"

 

จบคำอธิบายก็เกิดเสียงเซ็งแซ่ขึ้นมาทันที ถึงจะจับใจความไม่ค่อยได้แต่ก็รู้ว่ามีทั้งเสียงร้องด้วยความตระหนกและเสียงก่นด่าอย่างไม่พอใจ

 

"เงียบ!" ครูสอนเต้นตวาด "ศิลปินที่ดีต้องเต็มที่แม้กระทั่งการฝึกซ้อม การตัดสินนี้ถือเป็นที่สุด กรุณายอมรับด้วย"

 

ผมกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ รู้สึกตื่นเต้นจนคอแห้งผากไปหมด พอหันไปมองจองมินก็เห็นเขายืนกัดเล็บหัวแม่มืออยู่..ท่าทางจะตื่นเต้นและกังวลมากกว่าผมซะอีก

 

"คนที่ได้รับเลือกคือ.." ครูคลี่กระดาษออก "ฮยอนซอง กับ จองมิน"

 

ห๊ะ..!?

 

ชั่วขณะหนึ่งผมคิดว่าตัวเองหูฝาดไป แต่เพราะเป็นจองมินที่ร้องตะโกนลั่นพร้อมกับกระโดดกอดคอผมแน่น ถึงทำให้ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมได้ยินนั้นถูกต้องแล้ว

 

"เย้!!!! สำเร็จแล้ว!! พี่ครับ พวกเราทำสำเร็จแล้ว!!!"

 

 

 

 

 

 

"จริงๆ นะ ผมคิดมาตั้งแต่แรกแล้วว่าพี่จะต้องถูกเลือก"

 

หลังจากประกาศผลการคัดเลือกและถูกพาไปพบประธานบริษัท ระหว่างทางกลับ จองมินก็พูดประโยคนี้ไม่หยุด และพอพวกเรากลับมาถึงก็ไม่มีใครอยู่ในห้องซ้อมแล้ว

 

"พี่ก็คิดเหมือนกันนะว่าคนที่จะได้รับเลือกต้องเป็นนาย"

 

"ทำไมล่ะครับ?"

 

"ก็นายเสียงดี หน้าตาก็ดี เล่นดนตรีเก่งอีกต่างหาก" ผมตอบพร้อมกับเปิดล็อกเกอร์เก็บของใส่กระเป๋าไปด้วย จองมินฟังแล้วก็หัวเราะคิกคักจนผมต้องหันมอง

 

"พี่ก็เหมือนกันไม่ใช่หรอ?"

 

"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก"

 

"จริงๆ นะครับ!"

 

"ตอนแรกพี่คิดว่าคนที่ถูกเลือกจะมีคนเดียวซะอีก" ผมเปลี่ยนเรื่อง

 

"ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน รู้สึกดีจังที่เราได้พยายามด้วยกันจนถึงที่สุด" จองมินบอกแล้วก็เกาะบ่าผมเพื่อเขย่งตัวขึ้นไปหยิบหมวกกับผ้าพันคอที่วางอยู่บนตู้ล็อกเกอร์ ผมพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ถึงจะรู้จักกันได้ไม่นานแต่ช่วงเวลาที่เหนื่อยหรือท้อแท้ พวกเราก็ต่างเป็นกำลังใจให้กันและกัน นึกถึงช่วงเวลานั้นแล้วก็ดีใจที่พยายามฝ่าฟันมาด้วยกันจริงๆ

 

"จริงสิ ใกล้จะถึงวันเกิดพี่แล้วนี่ พี่อยากได้อะไรเป็นของขวัญ?"

 

ผมส่ายหน้า

 

"ทำไมถึงถามล่ะ?"

 

"ทีพี่ยังให้ของขวัญผมเลยนี่ ผมก็อยากให้ของขวัญพี่บ้าง ไม่อยากได้อะไรเลยหรอครับ?" จองมินถามย้ำพร้อมกับเอาคางมาเกยไหล่ผม ผมส่ายหน้าอีกครั้งแล้วยกมือขึ้นยีผมฟูๆ จากการไว้ยาวและถูกดัดเป็นลอนใหญ่ๆ ก่อนจะเลื่อนลงโอบไหล่ดึงจองมินเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน

 

ผมไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น

 

ของขวัญอะไรผมก็ไม่ต้องการ ขอแค่ได้กอดจองมินอย่างนี้ผมก็มีความสุขที่สุดแล้ว

 

 

 

 

Fin.



 

Edit : 15/04/14
 

Ping Café『Theme』

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ [Z]ecret จากทั้งหมด 17 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 'caramel.9m (@caramel9m) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2557 / 00:04
    ฮืออออออออออออ น่ารักมากเลยค่ะ T////T เขินนนนนนเลย หลงคู่นี้เข้าไปอีก ><
    #2
    0
  2. วันที่ 29 เมษายน 2557 / 23:36
    โอ๊ย!! มดกัด >< ฟินนนนนนนนนนนนนนนนนนน อุกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    #1
    0