CALL YOU MINE, YOU'RE MY

ตอนที่ 7 : CYM 6 : Do you feel it?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 เม.ย. 56

 

6

You've been waiting for the walls to come down
Waiting for your luck to turn round
Waiting for your life to change
Do you feel it, yeah?

เธอรอให้วันที่กำแพงพังทลาย
รอให้โชคชะตาเลี้ยวมาหา
รอที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต
นี่ไง ตอนนี้เธอรู้สึกอะไรไหม?


 

-  Do you feel it? -

 

 

          โอย..ให้ตายสิ แสงอะไรสาดเข้าตาฉันแต่เช้าน่ะ.. ?

 

ฉันดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมมิดหัวเพื่อหลีกให้พ้นจากแสงแดดน่ารำคาญนั่นก่อนจะเริ่มเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง

 

 ถ้าไม่ติดว่า...

 

“ นี่กะจะนอนไปถึงเช้าพรุ่งนี้เลยรึไงน่ะ? “ 

 

          เฮ้ยสะ..เสียงผู้ชายที่ไหนอ่ะ!? O_O

 

“ มอร์นิ่ง  แต่อันที่จริงอีก5นาทีก็จะเที่ยงแล้ว เธอนี่ขี้เซากว่าที่ฉันคิดนะเจสสิก้า “ ฉันเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงทันทีก่อนจะพบผู้ชายตัวสูงผมสีน้ำตาลอ่อนกับใบหน้าหล่อเหลาแบบคนตะวันตกที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดียืนกอดอกพิงประตูอยู่ที่หน้าห้องฉัน..ไม่สิ อันที่จริงนี่ไม่ใช่ห้องฉันนี่หว่าและคนที่ยืนอยู่หน้าประตูนั่นก็..!!

 

“ จะ..เจ..เจ..O_O”

“ หิวปะ? “

“ เจ..จะ..เจ..O_O”

ถ้าหิวก็ไปล้างหน้าแล้วตามออกมาละกัน “

“ ดะ..เดี๋ยวสิ  เจเรมี่!! “

         

Goshhhhhhhhh! นี่ฉันมาอยู่ในห้องของเขาได้ยังไงวะเนี่ย!?

 

ฉันเดินเข้ามาล้างหน้าตามที่เจเรมี่บอก ก่อนจะเริ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน.. โอเค อย่างแรกคือฉันไม่ได้เมา จำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานได้อยู่แล้ว แต่ที่ฉันตกใจก็คือ  เมื่อคืนฉันเผลอหลับในห้องของเขางั้นเรอะ!?  บ้าจริง ทำไมฉันถึงไม่ได้ระวังตัวเลยนะ!

 

ฉันรวบรวมความกล้าที่มีอยู่(แค่น้อยนิด)เดินออกไปเผชิญหน้ากับเจเรมี่ที่กำลัง เอ่อ..นั่นเขากำลัง..นั่งดูหุ้นอยู่หรอ-_- ?  เอาเถอะๆ นั่นมันไม่ใช่ประเด็นสำคัญสักหน่อย

 

“ เอ่อ..คือว่า ฉัน..ฉันคงต้องขอตัว..

“ มากินนี่ก่อนดิ ฉันอุตส่าห์สั่งbreakfastมาเผื่อเธอด้วย “

“ คะ..คือว่าฉันคงไม่รบกวน..

“ วางอยู่ที่โต๊ะกินข้าวน่ะ “  บอกสิว่าฉันจะทำอะไรได้อีกนอกจากทำตามที่เขาบอกอย่างเลี่ยงไม่ได้น่ะ!  กรี๊ดดดด ทำไมต้องเป็นแบบนี้ทุกครั้งเลยนะ หัดปฏิเสธไปซะบ้างเซ่ยัยโง่เจสสิก้า!


“ เอ่อ นี่  คือว่าเรื่องเมื่อคืน...”  ฉันเริ่มพูดขึ้นหลังจากที่เขี่ยไข่ออมเล็ตที่อยู่ในจานไปมาได้สักพัก  ส่วนเจเรมี่เขาก็ไม่ได้ชวนฉันคุยอะไร แต่กลับนั่งดูหุ้นบนจอทีวีขนาดยักษ์แล้วก็เปิดแล็ปทอป พิมพ์นั่นพิมพ์นี่ไปเรื่อย ดูเหมือนว่าเขากำลังจะทำงานอยู่  แต่..เจเรมี่กับงานเนี่ยนะ!? ที่จริงคนอย่างเขาไม่ต้องทำงานก็มีเงินใช้ไปถึงชาติหน้าแล้วล่ะมั้ง


“ ว่าไง? “ เขาละสายตาจากจอทีวีมายังฉันที่นั่งอยู่โต๊ะกินข้าวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องรับแขกที่เขานั่ง ผู้ชายคนนี้..ขนาดสภาพตื่นนอนยังดูดีได้อย่างน่าเหลือเชื่อเลยแฮะ แล้วผู้หญิงอย่างฉันทำไมสภาพตื่นนอนมันถึงได้ดูแย่แบบนี้นะ น้ำก็ไม่ได้อาบตั้งแต่เมื่อวาน ทุเรศตัวเองชะมัดT_T

 

“ คือฉัน..ฉันขอโทษจริงๆที่เผลอหลับไปแล้วมาแย่งที่นอนของนาย  นอนตรงโซฟาคงปวดหลังแย่เลยสินะ._. “  ใช่ เมื่อวานเขาคงจะต้องไปนอนที่โซฟาสินะ ก็ฉันมาแย่งที่นอนในห้องของเขานี่T^T


“ ฮะๆ พูดอะไรตลกไปได้  ช่วยดูหน่อยครับว่าห้องนอนมันมีสองห้องฉันจะไปนอนโซฟาให้ปวดหลังทำไมวะ “

“ เอ่อ..นั่นสิ ฉันลืมไป-_-; “ ไม่ใช่แค่ห้องเขา แต่ห้องฉันก็มีสองห้องนอนเหมือนกัน    โง่ชะมัด ฉันลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไงวะเนี่ย  โอ๊ย น่าขายหน้าสุดๆที่คิดว่าเขาจะเสียสละตัวเองไปนอนโซฟา นี่ฉันคงจะดูหนังมากไปหน่อย ถึงได้คิดอะไรที่ดูเป็นนิยายแบบนั้นไปได้ อี๋~

 

“ ก็แล้วทำไมนายไม่ปลุกฉันเล่า “

“ ฉันปลุกแล้วแต่เธอไม่ตื่นเองนะ  แถมยังมีหน้ามากรนอีกผู้หญิงอะไร

“ ตลกเหอะฉันน่ะหรอจะกรน? ไม่มีทางอ่ะ “ จริงๆนะ สาบานได้ว่าฉันไม่เคยนอนกรนมาก่อนเลยจริงๆO.O  เจเรมี่โกหกชัวร์ ถ้ามานอนห้องคนอื่นแล้วยังมีหน้ามากรนอีกนี่มันก็น่าขายหน้าเกินไปแล้วมั้ง!

“ เธอหลับอยู่ จะไปรู้ตัวได้ยังไง “

“ ฉันมีสติพอที่จะรู้ว่าตัวเองไม่ได้นอนกรนก็แล้วกันอย่ามาโกหกหน่อยเลยเจเรมี่ มุกนี้ใช้ไม่ได้ผลหรอกย่ะ “

“ เฮ้อ เด็กที่ดูซื่อๆแบบเธอนี่ก็หลอกยากเหมือนกันแฮะ “  อะไรนะ นี่เขาหาว่าฉันดูซื่อบื้องั้นหรอ!?

“ นายหาว่าฉันซื่อบื้อ!”
“ เออ จะยังไงก็เหอะ เธอไม่ควรมาเผลอหลับในห้องผู้ชายแบบนี้นะ “

“ ก็..ก็..โอ๊ย ฉันรู้น่ะว่าไม่ควรสุดๆ แต่มันเผลอไปแล้วนี่แล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายเกิดขึ้นสักหน่อย.. “

“ ครั้งนี้อาจจะไม่มี แต่ครั้งหน้าฉันไม่รับประกันแล้วนะ

“ พูดอะไรบ้าๆน่ะ  มันจะไม่มีครั้งที่สองเกิดขึ้นอยู่แล้ว! “ ขอบคุณพระเจ้า  รู้สึกโชคดีจริงๆที่เมื่อคืนไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น  ยังไงเจเรมี่ก็เป็นผู้ชาย ถึงเขาจะดูเป็นคนดีอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไว้ใจไม่ได้อยู่ดีใช่มั้ยล่ะ  ยิ่งเรื่องแบบนี้เขานี่แหละน่าอันตรายสุดๆ ข่าวตามหน้าอินเตอร์เน็ตก็ใช้เป็นหลักประกันได้อยู่แล้วว่าเขาน่ะ เพลย์บอยแค่ไหน!

 

“ แล้ววันนี้เธอมีแพลนทำอะไรน่ะ “ เจเรมี่ลุกขึ้นจากโซฟาที่เขานั่งเดินมาหยิบน้ำขวดในตู้เย็นก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้โต๊ะกินข้าวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับฉัน  เอ่อ..รู้สึกแปลกๆแฮะ คือปกติแล้วนอกจากเจสัน ฉันก็ไม่เคยตื่นขึ้นมาแล้วเจอกับผู้ชายที่อยู่ในชุดนอนแบบนี้มาก่อน  มัน..มันแปลกอยู่นะ-_-;;


“ ก็..เดี๋ยวออกไปข้างนอก “

“ กับ? “

“ ละ..แล้วนายจะรู้ไปทำไมเล่า

“ ก็อยากรู้นี่ ตอบมาดิ ไปกับใคร? “ 

 

ตึกตัก..

 

ให้ตายเถอะ  รู้สึกแบบนี้อีกแล้ว..นี่เขากำลังทำอะไรกับใจของฉันกันแน่เนี่ย!

ทำไมเขาต้องทำเป็นเหมือนว่า..สนใจกันด้วยนะ เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่เจสสิก้า ฮืออ : (

 

“ ก..กับเพื่อนน่ะสิถามได้ “  อันที่จริงแล้ววันนี้ฉันมีนัดกับมาร์ตินน่ะ

“ แบบนี้ต้องเป็นผู้ชายแหง ฉันไม่เคยเห็นเธอจะมีเพื่อนเป็นผู้หญิงเลยสักคน “

“  แล้วไงล่ะ ก็ในคณะส่วนใหญ่มันมีแต่ผู้ชายนี่ ! “

“ เอาเหอะ จะไปกี่โมงล่ะ เดี๋ยวไปส่ง “

“ ห๊ะ? “

“ ฉันว่าเธอได้ยินที่ฉันพูดนะ “

“ ดะ..ได้ยิน แต่..แต่ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวเพื่อนฉันจะมารับที่นี่ “ พักหลังมานี่ฉันแทบจะไม่ได้ขับรถไปไหนมาไหนเองเลยจริงๆนะ  ปกติแต่ก่อนจะมีอเล็กซ์คอยมารับไปส่งตลอด มันไม่แปลกเพราะก็เป็นหน้าที่ของแฟนใช่มั้ยล่ะ  แต่กับเจเรมี่นี่มัน..มันไม่เรียกว่าแปลกหรอกหรอ? เขากำลังคิดอะไรอยู่เนี่ยยยยย ใครรู้บอกฉันทีTOT;


“ ก็ดีนี่  เดี๋ยวฉันจะไปอาบน้ำแล้ว ถ้าเธอกินเสร็จแล้วก็ทิ้งจานไว้บนโต๊ะนั่นแหละ เดี๋ยวแม่บ้านจะมาเก็บ  ไงก็ ไว้เจอกัน เที่ยวกับเพื่อนให้สนุก “

“ อะ..โอเคๆ “ รู้สึกสังหรณ์ใจกับไอ้คำว่า ไว้เจอกัน ของเขาจริงๆเลย เพราะเวลาเขาพูดแบบนี้ทีไร ก็เหมือนจะได้เจอกันในเร็วๆนี้ทุกทีสิน่า-_-;

 

 

 

#THE PARADISE

19.00hr

 

“ ให้ตายเหอะฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาคลุกตัวอยู่ในโรงหนังตั้ง7ชั่วโมงแบบนี้นะมาร์ติน! “ ฉันเปิดปากบ่นทันทีหลังจากที่เดินออกมาจากโรงหนังเป็นรอบที่3ของวัน  เออ อย่างที่พูดนั่นแหละ วันนี้ถือเป็นวันดูหนังมาราธอนกับไอ้บ้ามาร์ตินจริงๆ 3เรื่องติดบอกเลยว่าโคตรจะเมื่อย!

“ เธอจะบ่นไปทำไมวะเจสซี่ ค่าตั๋วหนังกับป๊อปคอร์นที่กินเข้าไปก็เงินฉันทั้งนั้นอ่ะ “

“ ช่วยไม่ได้ นายนัดฉันออกมาเอง อยากหาเพื่อนเที่ยวก็ต้องใจปล้ำกันหน่อยเซ่ “ ฉันตบหลังมาร์ตินไปสองสามทีก่อนที่จะโดนหมอนั่นจับล็อคคอในเวลาต่อมา  นี่มันเห็นฉันเป็นผู้หญิงมั่งรึเปล่าเนี่ย!

“ เออๆ มากกว่านี้ก็เลี้ยงไหว มื้อเย็นอยากกินอะไรว่ามาเลยที่รัก “ มาร์ตินพูดพร้อมกับพาดแขนหนักๆมาที่คอของฉันก่อนที่เราจะเริ่มออกเดิน   รู้สึกอยากกินอาหารไทยแฮะ แต่ไอ้เพื่อนตัวดีของฉันนี่สิไม่ค่อยจะถนัดสักเท่าไหร่ คนอเมริกันก็เป็นงี้แหละนะ ไม่ค่อยทานอาหารรสจัด แต่แปลกนะที่ฉันกลับชอบ หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะเชื้อสายไทยที่มีอยู่(เพียงน้อยนิด)ก็เป็นได้ล่ะมั้งเนี่ย

 

 

          และสุดท้ายเราก็มาหยุดกันที่ร้าน BUONO BISTRO ร้านอาหารอิตาเลียนอีกตามเคย  ที่พูดว่าอีกตามเคยนั่นก็เพราะเวลาที่ฉันออกไปไหนมาไหนกับพวก ฌอณ              มาร์ติน อัลวิน หรือเบนจามิน พวกนั้นก็จะให้ฉันซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มเลือกร้านอาหารที่อยากกินใช่มั้ยล่ะ  แต่สุดท้ายเราก็จบที่ร้านอาหารอิตาเลียนตามความพึงพอใจของพวกมันทุกที  นี่เรียกว่าให้ฉันเป็นคนตัดสินใจตรงไหนไม่ทราบ-_-^

 

“ นั่งไหนดีอ่ะเจ..

“ ตรงไหนก็นั่งไปเหอะน่า..

 

          สำเนียงฝรั่งดังขึ้นมาจากข้างหลังเรียกความสนใจของฉันไปได้ไม่น้อย อันที่จริงฉันไม่ได้เอะใจอะไรในเสียงของผู้หญิงที่พูดประโยคแรกเลย แต่เสียงผู้ชายที่พูดต่อท้ายนี่สิ  สำเนียงบริติชแบบนี้มัน...

 

“ แล้วทำไมเราถึงต้องมากินร้านนี้กันด้วยเนี่ยเจเรมี่ “

          ห๊ะ!? เจ..เจอะไรนะO_O!

“ ถ้าเธออยากกินร้านอื่นก็เชิญตามสบายเลยเค “

          ยังไม่ทันที่ฉันจะได้หันหลังกลับไปมองเจ้าของเสียงให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยว่าใช่คนเดียวกับที่ฉันคิดรึเปล่า ร่างของชายหญิงคู่หนึ่งที่เพิ่งเดินผ่านโต๊ะฉันไปก็ปรากฏให้เห็นชัดเจนแก่สายตาฉันทันที  และ..มันก็เป็นอย่างที่ฉันคิดจริงด้วย!

 

          เจเรมี่..เขากำลังนั่งสบตากับฉันอยู่ที่โต๊ะเยื้องๆตัวถัดไปนี่ไง!!

 

“ เฮ้ย เจส เป็นอะไรวะ ทำหน้าอย่างกับเห็นผี อาหารมาแล้ว!“  เสียงของมาร์ตินทำให้ฉันละสายตาจากเจเรมี่และหันกลับมาตั้งสติได้อีกครั้ง  เห็นมั้ย ฉันบอกแล้วว่าเวลาที่เขาพูดว่า ไว้เจอกัน ทีไรมันจะต้องได้เจอกันทุกทีสิน่า แต่คำถามที่ตามมาคือ..ทำไมต้องมากินข้าวร้านเดียวกันด้วย!? แค่นั้นยังไม่พอ ดันมานั่งโต๊ะเยื้องๆกันอีก แล้วฉันก็ไม่เข้าใจว่าอะไรดลใจให้เขานั่งหันหน้าเข้าหาฉันแบบนี้กันนะ นี่พระเจ้ากำลังรังแกฉันอยู่รึไงT^T

“ ปละ..เปล่าๆ กินเหอะ “ ฉันเงยหน้าขึ้นจากจานสปาเก๊ตตี้ที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะค่อยๆเหลือบตามองไปยังโต๊ะของเจเรมี่ และ..ได้สบตากับเขาอีกครั้ง

  
        บ้าชะมัด.. รู้สึกใจมันหวิวๆ หายใจติดขัดยังไงก็ไม่รู้แฮะ  ไอ้ความรู้สึกบ้าๆแบบนี้มันคืออะไรเนี่ย!?  แล้วที่ฉันกำลังสงสัยอยู่ตอนนี้ก็คือ..ผู้หญิงคนนั้น..คนที่นั่งหันหลังให้ฉันอยู่นี่..

 


..คือแฟนของเจเรมี่รึเปล่าน่ะ?







“ ทำไมเธอดูไม่ค่อยกินเลยวะ? อ่ะ นี่ กินเข้าไปซะที่รัก “ มาร์ตินยื่นส้อมที่ม้วนเส้นสปาเก๊ตตี้เป็นคำเล็กๆมาจ่อที่ปากฉัน  ให้ตายเถอะนี่ฉันพูดจริงๆนะว่าถ้ายังมีสายตาของ เขา ที่นั่งอยู่โต๊ะเยื้องๆ จ้องมาแบบนี้ กะอีแค่ขยับตัวฉันยังรู้สึกว่ามันยากลำบากเลย!


“ ฉันกินเองได้ย่ะ มุกแบบนี้เอาไว้ใช้กับบรรดาสาวๆของนายเหอะติน “

“ อะไรวะ วันนี้ที่เรียกออกมาก็เพราะจะให้เป็นคู่เดตด้วยนะเนี่ย “

“ ตลกละ นั่งกินไปเงียบๆเลยไป “ ฉันเอาช้อนที่ยังไม่ได้ใช้ฟาดหัวมาร์ตินไปเบาๆทีนึง


 

 อีกแล้ว..ที่ฉันรู้สึกเหมือนว่ามีคนมองในทุกการกระทำของฉัน พวกคุณเข้าใจใช่มั้ยว่าในที่นี้คนที่ฉันพูดถึงหมายถึงใคร? นี่มัน..นี่มันน่าอึดอัดเกินไปแล้วนะTOT หรือไม่บางทีฉันก็อาจจะคิดไปเอง..?

“ ( ‘ ‘) “

“ (‘ ‘ ) “ 

ไม่ใช่อ่ะ ฉันไม่ได้คิดไปเองจริงๆแต่ครั้งนี้ไม่ใช่เจเรมี่คนเดียวที่ฉันเงยหน้าขึ้นไปแล้วสบตาด้วย แต่เธอคนที่มากับเขาก็หันมาสบตากับฉันด้วยเช่นกัน!

 

เวรแล้วไง เธอจะรู้สึกไม่พอใจอะไรฉันรึเปล่าเนี่ย T^T


 

“ ติน นายรีบกินหน่อยไม่ได้รึไง ฉันอยากกลับแล้วนะ “

“ เฮ้ย ขอโทษทีแต่ช่วยดูหน่อยเหอะว่าคนที่กินชักช้าอืดอาดเป็นเต่ามันคือเธอโว้ย “

“ ฉะ..ฉันอิ่มแล้วนี่ถ้ากินเสร็จแล้วก็รีบเช็คบิลสิ “

“ เออๆๆ จะรีบไปไหนของเธอวะ “  คำถามของมาร์ตินทำให้ฉันอยากจะตอบกลับไปเหลือเกินว่า ไปไหนก็ได้ที่พ้นจากสายตาของเจเรมี่น่ะโอ๊ย นี่มันบ้าๆๆๆชะมัด เขาจะจ้องฉันด้วยสายตาที่..อ่านไม่ออกแบบนั้นไปเพื่ออะไรกันนะ!?  

-TO BE CONTINUED-



_________________________________________________________________________

21.04.13
แล้วเรื่องก็ดำเนินมาถึงตอนที่6จนได้! แปะ แปะ แปะ 
พูดจริงๆนะว่าเป็นเรื่องที่ไรท์เตอร์ทุ่มสุดๆ!
ไม่รู้ว่ารีดเดอร์อ่านแล้วจะเข้าใจฟิลของเรื่องเหมือนที่ไรท์เตอร์ต้องการจะสื่อรึเปล่า T^T
แต่ถ้ารีดเดอร์ทุกคนอ่านแล้วรู้สึกสนุกไปกับบทความของเค้า แค่นั้นก็พอละเนาะ~?

*
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นทุกๆเม้นเลยนะคะ
76คอมเม้นมันอาจจะยังไม่มากเท่ากับเรื่องอื่นๆ
แต่แค่นี้ไรท์เตอร์ก็รู้สึกมีกำลังใจสุดๆแล้วนะ!

ยังไงก็ฝากติชมกันได้นะคะ ไฟท์ติ้ง^___^

 

JustJay-.


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

90 ความคิดเห็น

  1. #83 Cheshire♥. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 16:27
    เหวยเหวยเหวยอ่านเพลินดีจัง ><
    อัพต่อเร็วๆ นะคะ
    #83
    0
  2. #79 FRIDA (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 เมษายน 2556 / 12:56
    เย้! อัพแล้ว รอมานานนนนน
    นี่แสดงว่าเจสสิก้าเริ่มรู้สึกอะไรกับเจเรมี่แล้วสิน้าาา
    แต่ก็แหงล่ะ น่ารักขนาดนี้ ไม่หลงก็บ้าแล้ว
    รีบอัพตอนต่อไปนะคะ สู้ๆค่ะไรท์เตอร์!
    #79
    0