CALL YOU MINE, YOU'RE MY

ตอนที่ 3 : CYM 2 : I'm nice to (not) meet you again

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    23 เม.ย. 56

 

2

it is a miracle which bring us together.

คือเรื่องมหัศจรรย์ที่เราได้พบกัน..

 


 

-I'm nice to (not) meet you again-

 

ปัจจุบัน

3 อาทิตย์ ผ่านไป

 




เฮ้ เธอแน่ใจนะว่าไม่อยากจะไปกับฉันจริงๆน่ะ เอล็กซ์ ที่นั่งอยู่ตรงเบาะฝั่งคนขับหันมาถามฉันที่นั่งอยู่ตรงเบาะข้างๆ ขณะที่จอดรถอยู่ตรงบริเวณข้างหน้าคอนโด  ให้ตายเถอะ หมอนี่ถามฉันมา10รอบแล้วเห็นจะได้ ตั้งแต่ขับรถออกมาจากมหาลัยเลยแหละ

แน่ใจสิ นี่!ไม่ต้องมาพยายามเกลี้ยกล่อมฉันเลยนะเล็กซ์ ฉันอยากจะเคลียงานจริงๆ

แต่นี่วันศุกร์นะ! เธอจะขลุกตัวอยู่ในห้องและปฏิเสธที่จะไปทานมื้อเย็นกับฉันงั้นหรอ?”

ก็ใช่น่ะสิ^^ วันนี้วันศุกร์ ฉันเลยอยากจะเคลียงาน  วันเสาร์-อาทิตย์จะได้พักผ่อนไง

ให้ตายสิ ทำไมแฟนฉันถึงได้ขยันผิดเวลาแบบนี้น่ะ หืม? เขาว่าก่อนที่จะพาดแขนยาวๆของเขามาที่พนักพิงเบาะที่ฉันนั่งและเคลื่อนใบหน้าหล่อๆนั่นเข้ามาใกล้ฉันทันที อย่างที่เขาพูด เอล็กซ์คือ แฟนของฉันเอง หนุ่มสุดฮอตของมหาลัย เรารู้จักกันตอนปี1น่ะ เขาตามจีบฉันมา1ปีจนขึ้นปี2ก็เลยลองคบกันดู และมันก็ไม่เลว.. คือหมายถึง เขาก็เป็นผู้ชายที่ใช้ได้เลยคนนึง  ถึง จะมีคนบอกมาอย่างหนาหูว่าหมอนี่น่ะเพลย์บอยตัวพ่อเลยก็เหอะ แต่ตลอดเวลาเกือบจะ1ปีที่คบกันมา ฉันก็ยังไม่เคยจับได้ว่าเขานอกใจน่ะนะ มันก็ถือว่าโอเคอยู่


นี่ๆ อย่ามาฉวยโอกาสแถวนี้นะ ถอยออกไปห่างๆเลย ฉันจะลงแล้ว! “ ฉันบอกก่อนจะดันใบหน้าของเล็กซ์ที่โน้มเข้ามาใกล้ออกไปห่างๆ  จะเสียก็อยู่แค่เรื่องเดียว ชอบถึงเนื้อถึงตัวตลอดน่ะหมอนี่-_-^

ฮะๆ นี่สรุปฉันมีแฟนเป็นแม่ชี หรือว่าสาวฮอตคณะวิศวะกันแน่เนี่ย

เสียใจที่ต้องบอกว่านายคงมีแฟนเป็นแม่ชีแล้วแหละเล็กซ์ :P See ya~ “ ฉันโบกมือลาก่อนจะเดินลงมาจากรถและยืนรอจนเขาขับรถออกไปในที่สุด  เฮ่ออออ ทีนี้ฉันก็ต้องเตรียมตัวเคลียรายงานที่ดองๆไว้แล้วสินะ T^T แต่ก่อนฉันเคยคิดว่าเรียนวิศวะจบออกมาจะได้ไปช่วยพ่อบริหารงานสักฝ่ายในบริษัท เพราะพ่อฉันหลงรักในเครื่องยนต์เข้าขั้นบ้าคลั่ง! ไม่ว่าจะผลิต นำเข้า-ส่งออก หรือแม้กระทั่งอู่ซ่อมรถก็ตาม พ่อฉันก็ลงธุรกิจหมด   แต่ก็ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเรียนวิศวะจะหนักหนาสาหัสขนาดนี้ อีก2ปีฉันจะเรียนจบได้มั้ยเนี่ย T0T


แฟนมาส่งหรอ? “ ในขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปข้างในคอนโด สำเนียงฝรั่งคุ้นหูที่ไม่ได้ยินมาตลอด3อาทิตย์ก็ดังขึ้นมาจากข้างหลัง..

ค..คุณ!!!! “ เจเรมี่เขายืนอยู่ข้างหลังฉัน! ต..ตั้งแต่ตอนไหนน่ะO_O;
 

ไง กว่าจะได้เจอกันอีกนะ เขายกมือข้างนึงที่ล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกงทักทายฉันก่อนจะเดินก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า

ไม่รู้ว่าฉันรู้สึกไปเองหรือยังไง แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยดีใจกับการเจอกันในแต่ละครั้งของเราเลยนะ เขายิ้ม..พระเจ้า คนอะไรทำไมถึงดูดีได้ขนาดนี้นะ

เอ่อ..คุณคงคิดไปเอง มันไม่ใช่แบบนั้นนะ..คะ-_-; “

ฮะๆ ฉันก็แค่แซวเล่นน่ะ  ไงล่ะ สนใจไปดื่มกาแฟกันหน่อยมั้ย? “

ห๊ะ? เอ่อ คือว่า..ติดทำรายงาน พูดออกไปสิเจสสิก้า!

ว่าแต่เรายังไม่ได้ทำความรู้จักกันอย่างเป็นทางการเลยนะ เธอจะปฏิเสธหรอ?“

คือ..ก..ก็ได้ ไปสิ-_-; “ ฉันพยายามที่จะเลี่ยงแล้วนะ แต่เขาพูดมาขนาดนั้นจะให้ฉันเลี่ยงยังไงล่ะ : (

 


T&T CAFE
 


             เจเรมี่เดินนำฉันมาที่coffee shopที่อยู่ข้างๆคอนโด  ระหว่าง ทางที่เดินมาเขาไม่ได้พูดหรือชวนฉันคุยอะไร จนกระทั่งเดินเข้ามานั่งในร้านแล้ว เขาก็ยังคงไม่พูดอะไรอยู่เหมือนเดิม สิ่งที่เขาทำคือแค่จ้องหน้าฉันบ้าง จิบกาแฟที่เพิ่งมาเสริฟบ้าง ซึ่งนั่นทำให้ความอึดอัดทวีคูณเป็นหลายล้านเท่าเลยแหละ!  นี่ก็ยังผ่านไปไม่ถึง5นาที แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่านั่งอยู่นี่มาจะเป็นชั่วโมงแล้วนะ อึดอัดชะมัด
 

คือ..

สรุปเมื่อกี้แฟนมาส่งหรอ? เจเรมี่พูดขึ้นแทรกในขณะที่ฉันกำลังจะขอตัวลาแล้วแท้ๆ โอ๊ย ฉันไม่อยากนั่งอยู่ตรงนี้ ฉันไม่กล้าสู้หน้าเขาเลยจริงๆ ให้ตายเถอะTT

ช..ใช่ -_-;” รู้สึกประหม่าแฮะ เปิดประเด็นมาดันเป็นเรื่องของอเล็กซ์เนี่ยนะ!? ไหนว่าจะมาทำความรู้จักกันอย่างเป็นทางการไง เขาควรจะถามชื่อฉันเป็นอย่างแรกไม่ใช่หรอ -0-

อ่อ เข้าใจละ “ ..และเขาก็ยิ้มอีกครั้ง สาบานได้ว่ามันดูดีมากจริงๆนะ เวลาที่เขายิ้มน่ะ!

คือว่า..เรื่องเมื่อตอนนั้น..

ทำไม? หรือนี่เธอโดนโรคจิตไล่ตามอีกแล้ว? ถึงน้ำเสียงเขาจะดูตกใจนิดๆ แต่สาบานได้ ฉันรู้ว่าเขากำลังล้อฉัน! : (

เฮ้! ขอเถอะ คุณอย่าล้อฉันเล่นเรื่องนั้นอีกได้มั้ย คือว่า..คือวันนั้นฉัน..ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะ เอ่อ..ทำร้ายคุณ มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด! และฉัน เอ่อ..คือฉัน..

ฮะๆ เธอนี่ตลกจริงๆด้วยแฮะ  เอาเถอะ ฉันก็ไม่ได้ติดใจอะไร ก็แค่แซวเล่นน่ะ

นั่นแหละ! ฉัน เอ่อ..ขอโทษ(._.) และอยากให้เรื่องนี้มันจบๆไป ไม่พูดถึงอีก..

ยากแฮะ จะให้ลืมเรื่องที่น่าจดจำขนาดนั้น แต่เอาเถอะ ไม่พูดถึงก็ได้นะ เพราะดูเธอจะรู้สึกแย่มาก เขาไหวไหล่เล็กน้อย เน้นคำเหมือนตอนนั้นไม่มีผิด เรื่องที่น่าจดจำงั้นหรอ!? ประชดชัดๆ!

ว่าแต่เธอดูพูดจาทางการไปนะ ทำตัวตามสบายหน่อยสิ

ก็คุณบอกว่าจะแนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการไม่ใช่หรอคะ-_-^ “

นี่เธอ ไม่เข้าใจคำว่าแนะนำตัวอย่างเป็นทางการจริงๆหรอ? ในกรณีนี้มันไม่ได้หมายความว่าเธอจะต้องพูดอย่างเป็นทางการกับฉันนะ เราไม่ได้ประชุมNASA กันสักหน่อยเขายิ้ม..และครั้งนี้มันคือยิ้มเยาะฉันชัดๆ! เกี่ยวอะไรกับNASAกัน ผู้ชายคนนี้นี่กวนประสาทใช่เล่นนะ-_-^

ฉันเจเรมี่

เจสสิก้า

โอ้โห พอบอกว่าไม่ต้องพูดทางการเธอก็พูดจาห้วนดีนะ

แล้วคุณจะเอายังไงไม่ทราบคะ-_-^”

เธอยังเรียนอยู่มหาลัยสินะดูจากชุดแล้ว  ปีไหนแล้วล่ะ

3  ฉันอยู่ปี3

อ่อ งั้นฉันก็อายุมากกว่าเธอ3ปีเห็นจะได้..  อัน ที่จริงแล้ว4น่ะ ฉันรู้ว่าเขาอายุ24 จบวิศวะกรรมการบินจากมหาวิทยาลัยชื่อดังจากอังกฤษ และตอนนี้อยู่ในช่วงสืบทอดธุรกิจสายการบินFox Airlineต่อจากครอบครัว เป็นอีกหนึ่งคนที่คนทั่วโลกกำลังจับตามมองในฐานะนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ความสามารถล้นหลาม เขาพูดได้ถึง5ภาษาเชียวนะ!  อ้อ! แล้วก็มีข่าว gossip บอกมาว่าเขาน่ะฮอตในหมู่สาวๆวงการนางแบบ ดาราฮอลลีวูดมากเชียวล่ะ นี่แค่เสริชชื่อเขาก็เหมือนจะมีแต่ข่าวกับสาวๆมากกว่าข่าวด้านการงานอีกนะ-_- ข้อมูลทั้งหมดนี้ได้มาจาก google น่ะ  บอกตามตรงว่าหลังจากที่เกิดเรื่องวันนั้นฉันก็กลับมาหาข้อมูลของคู่กรณีนิดหน่อย  และก็เลยรู้ว่าคู่กรณีของฉันคนนี้ใช่คนธรรมดาซะที่ไหนกัน


อ้อ ว่าจะถามตั้งนานแล้ว เธอเป็นลูกครึ่งงั้นหรอ? หมายถึงมีเชื้อไทยอะไรแบบนั้นรึเปล่าน่ะ เมื่อกี้เหมือนได้ยินเธอพูดภาษาแปลกๆ ภาษาแปลกๆที่เขาว่านี่คงจะหมายถึงภาษาไทยสินะ แหงล่ะคนต่างชาติ ฝรั่งจ๋าอย่างเขาจะไปเข้าใจภาษาไทยได้ยังไง-_- จริงๆปกติแล้วฉันก็ไม่ค่อยได้ใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันสักเท่าไหร่นะ เพราะมหาลัยที่เรียนก็เป็นอินเตอร์ เพื่อนฝูงที่มีก็เด็กอเมริกันกันทั้งนั้น ใช้บ่อยสุดก็กับอเล็กซ์นี่แหละ เขาเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ และบังคับให้ฉันใช้ภาษาไทยเพื่อที่จะได้ไม่ลืม และก็..ไม่ลืมจริงๆแฮะ-0-

ใช่ เอ่อ คือฉันมีเชื้อไทยอยู่นิดหน่อยน่ะ

แต่หน้าเธอดูไม่มีเค้าโครงของความเป็นเอเชียเลยแฮะ

ก็บอกว่าแค่นิดหน่อยไงล่ะ

งั้นหรอ

“ …” แล้วก็เริ่มกลับสู่โหมดความเงียบอีกครั้ง  เจเรมี่นั่งจิบกาแฟของเขาไปเงียบๆในขณะที่หันมามองหน้าฉันเป็นระยะ  หน้าตาเขาดูเหมือนคนกำลังคิดหนักเรื่องบ้าอะไรอยู่ก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆคือทำไมฉันยังต้องนั่งอยู่ตรงนี้ด้วยเนี่ยยยย!!


เอาเถอะ ถึงครั้งแรกที่เจอกันมันจะไม่ค่อย..น่าประทับใจเท่าไหร่ แต่ยังไงเราก็พักอยู่ห้องตรงข้ามกันก็ควรจะสนิทกันไว้ เธอจะคุยกับฉันแบบเพื่อนหรือพี่ชายก็ได้นะ ฉันไม่ซีเรียส และในที่สุดเขาก็เริ่มพูดขึ้นทำลายความเงียบบ้าบอคอแตกนั่นไป แต่ว่าสนิทงั้นหรอ? ฉันไม่เห็นจะคิดแบบนั้นเลย ..


โอเค เอาแบบนั้นก็ได้ ..แต่ก็ตกปากรับคำเป็นที่เรียบร้อย  ก็มันเรื่องจริงอย่างที่เขาว่านี่ เราพักอยู่คอนโดห้องตรงข้ามกันเลยนะ! ถึง3อาทิตย์ที่ไม่เจอเขาเลยจะถือเป็นเรื่องที่โชคดีมากสำหรับฉัน แต่ตลอดทั้งปีจะไม่ให้เจอกันเลยได้ยังไงล่ะ จริงมั้ย?

 







 

..สรุปคือเธอกับแฟนคบกันมาเกือบจะ1ปี เรียนอยู่มหาลัยเดียวกันแต่คนละคณะและเขาขับรถไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยทุกวัน  แบบนั้นสินะ เจเรมี่พูดสรุปเองจากคำถามที่เขาถามๆฉันมาตั้งแต่ที่เดินออกมาจากร้านcoffee shop จนตอนนี้เราอยู่ที่หน้าลิฟต์ของคอนโด กำลังจะกดขึ้นไปบนชั้นที่15ที่เราพักอยู่

ช..ใช่  นี่จะถามไปทำไมกันน่ะเจเรมี่ ฉันถามเพราะสงสัยและไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าเขาจะมาถามถึงเรื่องอเล็กซ์เพื่ออะไร!?  คือตอนนี้ฉันกับเขาก็สนิทกันเพิ่มมากขึ้นนิดหน่อย ย้ำว่าแค่นิดหน่อยเท่านั้นนะ! แต่เรื่องของเรื่องคือเราก็ยังไม่สนิทกันพอที่จะมาถามเรื่องส่วนตัวอะไรแบบนี้ไม่ใช่หรอ? หรือนี่ฉันอยู่ประเทศไทยมากเกินไป=_= คนฝรั่งเขาคงไม่ถือกันสินะ           


ก็ถ้าเธอฉลาดพอก็คงจะรู้

รู้อะไรล่ะ?  ทำไมต้องพูดอะไรที่มันกำกวมด้วยนะ ประโยคหลังฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆขณะที่เดินเข้ามาในลิฟต์กับเจเรมี่สองคน ตอนนี้ฉันสามารถอยู่กับเขาสองคนได้แบบที่ไม่อึดอัดเหมือนเมื่อ30นาทีที่แล้ว ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะวัฒนธรรมของชาวตะวันตกที่ไม่ค่อยจะถือเรื่องอายุกันสัก เท่าไหร่ เราเลยสามารถคุยอย่างเป็นกันเองได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องนั้นน่ะ


สาบานได้ว่าเธอไม่อยากรู้หรอกเขายิ้มอีกแล้ว  คือฉันก็ชอบนะ เพราะเวลาที่เจเรมี่ยิ้มมันทำให้เขาดูมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นอีกเป็นกองเลยแหละ! แต่ในคราวเดียวกันฉันก็รู้สึกเกลียดรอยยิ้มที่มันดูมีพิรุธแบบนี้จริงๆเลยให้ตายสิ

สาบานได้ว่าฉันอยากรู้

เอาไว้ก่อนแล้วกัน ตอนนี้เป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้วนี่

เป็นแบบไหนอะไรน่ะ เฮ้ ยิ่งพูดยิ่งกำกวมน่ะเจเรมี่! “

ฮะๆ เข้าห้องไปได้แล้วไป see ya เจเรมี่ยกมือลาแบบที่เขาทำเป็นประจำ ก่อนจะหันหลังกลับไปเสียบคีย์การ์ดเข้าห้องตัวเอง นี่มันน่าหงุดหงิดจริงๆนะ เรื่องที่เขาพูดมาฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลยสักเรื่อง! หรือนี่ฉันยังไม่ฉลาดพอที่จะเข้าใจนะ-_-?

 

 



JEREMY’S PART
 

            ผมสาบานได้จริงๆนะว่าเจสสิก้าไม่อยากรู้เรื่องที่ผมกำลังสนใจเธออยู่หรอก เพราะมันก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีนักสำหรับคนที่มีแฟนแล้วใช่มั้ยล่ะยอมรับเลยว่าครั้งแรกที่เจอกันที่สนามบินมันไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ และผมก็ไม่ได้รู้สึกสนใจอะไรเธอมากมาย ก็แค่รู้สึกว่าเธอดูสวยดี...ใบหน้าที่บ่งบอกถึงความเป็นชาวตะวันตก จมูก คิ้ว ริมฝีปาก หรือไม่ว่าจะเป็นเส้นผมสีบลอนด์เข้มที่ดัดเป็นลอนดูเข้ากับนัยน์ตาสีฟ้าเทาและผิวขาวๆนั่น ทุกอย่างมันดูลงตัวได้เป็นอย่างดีเลยแหละ แต่ก็นะ ใช่ว่าผมจะไม่เคยเจอคนสวยมากกว่านี้สักหน่อย  อเล็กซานดร้าที่เป็นนางแบบของวิคตอเรียซีเคร็ตยังสวยกว่านี้อีก  แต่ ก็แปลกนะที่ครั้งที่สองที่เราเจอกันตรงหน้าห้องเมื่อกี้ ผมกลับจำเธอได้อย่างรวดเร็วว่าเธอคือคนเดียวกับผู้หญิงที่หาว่าผมเป็นโรคจิต ที่สนามบิน  มันค่อนข้างน่าแปลกสำหรับคนที่มักจะลืมชื่อผู้หญิงที่เคยคบมาอย่างผมน่ะนะ  เฮ้ๆ อย่ามองแบบนั้น ผมไม่ใช่คนเลวอะไรนะ-_-  แต่ เพราะผู้หญิงพวกนั้นเราก็เจอกันแค่ไม่กี่คืน หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป ไม่ได้ติดต่ออะไรกันอีก มันไม่น่าปวดหัวเกินไปหน่อยหรอที่ผมจะต้องมานั่งจำชื่อพวกเธอทั้งหมดน่ะ-_-^  แต่กับเจสสิก้า แค่เห็นแว๊บเดียวก็รู้ นี่มันไม่เรียกว่าแปลกหรอ? ผมว่านี่มันแปลกสุดๆเลยล่ะ
 

เออ ว่าไงดอม ผมหนีบไอโฟนไว้กับหูก่อนจะจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเอง

[ นี่แกจะกลับห้องไปเปลี่ยนเสื้อทำไมวะ! ไอ้ห้องเวรนั่นมีอะไรน่าสนใจรึไง ] น่าสนใจงั้นหรอ?

ก็นิดหน่อย  นี่กำลังจะออกไปแล้ว แกเลิกพูดมากสักทีเหอะว่ะดอม

[เออๆ มีอะไรน่าสนใจนักหนาวะ รีบๆไสหัวออกมาเลยนะโว้ยยยย] ผมละมือที่กำลังติดกระดุมเสื้อดึงไอโฟนออกจากหูให้พ้นเสียงน่ารำคาญของดอมินิก ก่อนจะกดตัดสายแล้วทิ้งไปที่เตียงทันที ไอ้บ้านี่มันน่ารำคาญชะมัด-_-^
 

            แน่นอนว่าเรื่องที่เจสสิก้ามีแฟนแล้ว ยังคงติดอยู่ในหัวผมเล็กน้อย มันก็ไม่แปลกที่คนหน้าตาสวยและดูดีแบบนั้นจะมีแฟน แต่ก็นะ  ทำไมต้องมีวะ? และผมก็ไม่ได้ว่างมากขนาดที่จะไปยุ่งกับแฟนชาวบ้านเค้าหรอกนะ เอาเหอะ ผมก็ไม่ได้กะจะจริงจังตั้งแต่ต้นอยู่แล้วนี่ ก็อาจจะแค่เซ็งนิดๆ หวังว่าปาร์ตี้บ้าบอคอแตกของไอ้ดอมินิกจะช่วยให้ผมรู้สึกหายเซ็งได้ล่ะนะ!





END JEREMY'S PART





 

-TO BE CONTINUED-


 

_______________________________________________________________________________

CLEAR!!
15.06.13


TALK3

นี่ก็มาถึงตอนที่3กันแบบงงๆ 55555
ยังไงก็ฝาก
ติดตามด้วยนะคะ เรื่องนี้หัวยังแล่นไปได้เรื่อยๆอยู่ ยังไม่ตัน:P
ฝากเม้นกันนิดนึงน้าาสำหรับคนที่(หลง)เข้ามา:P


P E A C E!

 

-JusJay-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

90 ความคิดเห็น

  1. #76 HOT MESS / NemesiZ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2556 / 06:14
     จากที่อ่านมาชอบสไตล์นะ บรรยาได้กลิ่นอายของบรรยากาศหนังรักฝรั่ง ตัวละครน่าหยิก ชวตลกเบาสมอง รู้สึกไรท์เตอร์บอกนี่เรื่องแรกใช่มั้ยเอ่ย? แต่แต่งไหลลื่นเหมือนเผชิญการเขียนมาค่อนข้างดีอยู่นะ เจเรมี่ช่างเป็นบุคลิกผ ช ที่น่าร้ากกก! รวมๆ แล้วมันอ่านไหลลื่น เห็นภาพ ก็ลงตัวแล้วนะสำหรับนิยายแนวใสๆ น่ารักๆ อ่อๆ เค้าลืมบอกว่าลองกลับทวนคำโปรยตอนที่แล้วดูนะ เค้าอ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ แต่คิดว่าให้ไรท์เตอร์ลองไปปรับเองดีกว่าเรพาะสำนวนแต่ละคนไม่เหมือนกัน
    Note ; ทั้งหมดนี้เป็นคห.ส่วนตัว ผิดพลาดประการใดก็อย่าว่ากันนะ เค้าเม้นตรงไปบ้างแต่ก็ไม่ค่อยไปอ่านนิายให้ใครบ่อยๆ แล้วช่วงนี้ยุ่ง ยังไงก็ฟังหูไว้หูเน่อะ ( ;
    #76
    0
  2. #47 imthebeast (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2556 / 00:25
    โหยยยยย มีแฟนแล้วเจเรมี่มาหาเค้าได้นะ><
    หล่อจริงผู้ชายอะร๊ายยยยยยยย! 



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 เมษายน 2556 / 00:29
    #47
    0
  3. #30 น.เนย์' (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2556 / 20:14
    ชอบซ่ะด้วยยยยยยยยยยยยยยยย เจเรมี่ แหมๆ -3- ;
    ถ้าเจสมีแฟนแล้ว มาหาเราได้นะ เราว่าง >3< (โดนตบบ T^T)
    ติดตามตอนต่อไปและเป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ ♥
    #30
    0
  4. #16 &#8226;Cherrcher&#8226; (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2556 / 11:02
    UP NOWW!
    #16
    0
  5. #14 ืีืืnunggnin* (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มีนาคม 2556 / 13:32
    สนุกดีค่ะ!รีบมาอัพต่อนะ^^
    #14
    0