sony2553
ดู Blog ทั้งหมด

ใช้หางอสุจิเป็นรถยนต์ส่งยาจิ๋วทำลายมะเร็ง

เขียนโดย sony2553
GeneratorSolar PowerWind GeneratorsWind GeneratorGeneracPortable GeneratorsWind Power GeneratorsPortable GeneratorOnan GeneratorsPropane GeneratorGenerac GeneratorsYamaha GeneratorsColeman GeneratorsOnan Generator PartsElectric GeneratorHome Solar PowerDiesel GeneratorGenerac GeneratorDiesel GeneratorsOnan GeneratorRv GeneratorsDiesel Backup GeneratorsYamaha GeneratorHome GeneratorsSolar Power SystemsColeman GeneratorPropane GeneratorsRv GeneratorGas GeneratorNatural Gas GeneratorsOnan Generator ManualStandby GeneratorsGenerator Transfer SwitchPto GeneratorHonda Portable GeneratorsGenerac Portable GeneratorsKipor GeneratorsGas Powered GeneratorColeman Generator ManualGas GeneratorsHome GeneratorSolar Power KitsElectric GeneratorsStandby GeneratorGenerac Pressure WasherPortable Solar PowerColeman Powermate GeneratorUsed GeneratorsPto GeneratorsHome Wind GeneratorBlogBlogBlogBlogBlog
ใช้หางอสุจิเป็นรถยนต์ส่งยาจิ๋วทำลายมะเร็ง

นักวิทยาศาสตร์พบเครื่องยนต์รุ่นใหม่อาศัยพลังขับเคลื่อนของสเปิร์มพาหุ่นยนต์จิ๋ว หรืออุปกรณ์การแพทย์ไปซ่อมแซมภายในร่างกาย อนาคตใช้จู่โจมทำลายเซลล์ร้าย หุ่นยนต์ขนาดเล็กและอนุภาคยาขนาดกระจิ๋วหลิวที่ส่งไปจัดการกับเชื้อโรคหรือเซลล์ร้ายถึงที่ รวมถึงพวกระบบตรวจเช็กสารเคมีบางอย่างในร่างกาย จำเป็นต้องอาศัยแหล่งพลังงานขับเคลื่อนเพื่อไปยังเป้าหมาย ซึ่งเป็นปัญหาปวดหัวที่นักวิจัยต้องขบคิดกันอย่างหนัก

เมื่อไม่นานมานี้ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลเกิดปิ๊งไอเดียใช้ส่วนหางของสเปิร์ม หรือที่เรียกว่า "ฟาลเกลลัม" เป็นพลังขับเคลื่อน

ซึ่งปกติ อสุจิสามารถเคลื่อนที่ได้ราว 7 นิ้วต่อชั่วโมง ทั้งนี้ ส่วนหางของสเปิร์มทำหน้าที่พาอสุจิว่ายเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ของเพศหญิง เมื่อส่วนหัวของสเปิร์มเจาะเข้าไปในไข่แล้วจะสลัดส่วนหางทิ้ง ส่วนหางของเซลล์สเปิร์มมีหน่วยผลิตสารให้พลังงานสูงที่เรียกว่าเอทีพีประกบอยู่สารเอทีพีถือเป็น "กระแสไฟฟ้า" ที่จ่ายให้แก่เซลล์มีคุณสมบัติเพียบพร้อมทั้งเก็บพลังงาน ถ่ายโอน และปล่อยพลังงานออกมา เมื่อเซลล์ต้องการใช้พลังงาน สารเอทีพีจะปล่อยพลังงานที่สะสมไว้ออกมาจนหมดกลายสภาพเพียงแค่สารเคมีธรรมดา


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ตัวผลิตสารเอทีพีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือไมโตคอนเดรีย หรือโรงผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กของเซลล์

โคนหางสเปิร์มมีไมโตคอนเดรียบิดเป็นเกลียวอยู่ชิดกับส่วนหัวของสเปิร์ม เซลล์ใช้ปลายส่วนที่เหลือทำหน้าที่ย่อยน้ำตาลให้เป็นส่วนประกอบหลายชนิด รวมถึงโมเลกุลเอทีพีพลังงานสูง กระบวนการดังกล่าวเรียกว่า ไกลโคไลซิส ปกติแล้วโปรตีนจะถูกนำไปใช้งานได้ จำเป็นต้องคลายตัวจากสภาพบิดเกลียว งอ หรือเปลี่ยนรูปร่างเสียก่อน ทีมนักวิทยาศาสตร์จากคอร์เนลกลับพบว่า โปรตีนอยู่ 10 ตัวในสเปิร์มที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการไกลโคไลซิสไม่ยอมคลายตัวออก และเกาะกันแน่นอยู่ตลอดความยาวของหางส่วนที่เหลือ แต่ยังทำกิจกรรมของตัวเองได้ตามปกติ พวกเขาจึงทดลองนำชุดโปรตีนดังกล่าวมาติดกับแผ่นทองคำจิ๋วหุ้มด้วยนิเกิลไอออน เพื่อใช้เป็นเครื่องยนต์ส่งอนุภาคขนาดเล็กไปซ่อมแซมส่วนที่เสียหายภายในร่างกาย

ทีมวิจัยได้ทดลองใช้สเปิร์มของหนูซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับของมนุษย์

พบว่าสามารถเปลี่ยนรูปร่างโปรตีนใช้ผลิตพลังงานขับเคลื่อนได้ผล แม้จะมีมลพิษเหมือนกับไอเสียเครื่องยนต์ก็ตาม โชคยังดีที่มีโปรตีนอีกตัวคอยช่วยกำจัดของเสียและคอยจัดการให้กระบวนการผลิตพลังงานทำงานต่อไปได้ตามวงจร พวกเขาคาดว่า อนาคตสามารถใช้เครื่องยนต์พลังสเปิร์มนำส่งอนุภาคยาต้านมะเร็งไปจู่โจมเซลล์ร้ายถึงดงรัง

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

From: http://variety.teenee.com/science/6095.html

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น