ม่านเซียวซี สื่อรักภาษาใจ (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 49,814 Views

  • 114 Comments

  • 1,401 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,798

    Overall
    49,814

ตอนที่ 10 : ม่านเซียวซี สื่อรักภาษาใจ ตอนที่9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 298 ครั้ง
    15 มี.ค. 62

            



              วันนี้ชางหมิงหลงรู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมากที่อยู่ๆ โดนเรียกตัวเข้าวังหลวง โดยมีคนแจ้งมาว่าเป็นเรื่องด่วนตัวเขาจึงได้ล้มเลิกกำหนดการที่จะไปเยือนจวนตระกูลม่านทั้งที่ได้ทำการนัดแนะกับม่านเซียวซีไว้อย่างดีเมื่อวานนี้

 

                จะว่าหลังจากเหตุการณ์ที่หลิ่งกวางปรากฏตัวที่ร้านของม่านเซียวซีนั้นเวลาก็ผ่านมาห้าวัน เห็นทีตัวเขาต้องส่งของกำนัลไปแสดงความขอบคุณเสียหน่อยที่ทำให้เขากับนางมีโอกาสสนทนากันและตัดสินใจที่เริ่มความสัมพันธ์อันดีกันอีกครั้ง โดยลืมเรื่องไม่ดีที่ผ่านมา

 

                “ท่านอ๋องเพคะ” เสียงหวานของหญิงสาวเอ่ยเรียกชายหนุ่มที่มองไปยังทางอื่นโดยไม่สนใจนางที่นั่งอยู่ตรงนี้

 

                ชางหมิงหลงหันขวับ ก่อนจะมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชาอ๋องหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาแล้วหยิบถ้วยชาขึ้นจิบ การที่เขาผิดนัดกับว่าที่คู่หมั้นนี้ก็ว่าน่าโมโหพอแล้ว แต่นี่ดันให้เขามาอยู่เป็นเพื่อนองค์หญิงต่างแคว้นที่เดินทางมาท่องเที่ยวอย่างนั้นหรือ?

 

                อีกอย่างนางไม่รู้จักนิสัยเขาหรืออย่างไรจึงได้กล้าเอ่ยปากทูลขอฝ่าบาทให้เขาคอยอยู่เป็นเพื่อนตลอดระยะเวลาที่นางมาเยือนแคว้นแห่งนี้ แต่ถ้ามองย้อนกลับไปหากวันนั้นเขาไม่ทูลขอว่าจะหมั้นหมายม่านเซียวซีเป็นว่าที่พระชายา ก็เห็นทีจะเป็นองค์หญิงตรงหน้าที่เสนอตัวเองอย่างไม่มียางอาย

 

                หากไม่ใช่เพราะเกี่ยวพันกับความสัมพันธ์ระหว่างแคว้น เขาคงไม่ต้องมาคอยสงบท่าทีอยู่แบบนี้ ต่อให้เป็นแบบนั้นแต่ถ้าวันใดเขาหมดความอดทนขึ้นมาท่าทีที่สงวนไว้นี้ก็พร้อมที่จะระเบิดออก และหากแคว้นเป่ยต้องการทำสงครามกับต้าหนิง ตัวเขาก็พร้อมที่จะรับหน้าที่นำทัพไปกำจัดทหารฝ่ายตรงข้ามให้ราบ

 

                “เอ่อ...ท่านอ๋องไม่ทราบว่าทรงชื่นชอบชากลิ่นโมลี่ที่หม่อมฉันนำมาจากแคว้นเป่ยหรือไม่เพคะ”

 

                “ชาดี”

 

                ชางหมิงหลงบอกแค่เพื่อตัดปัญหากันไม่ให้องค์หญิงผู้นี้ถามอะไรเขาเพิ่มอีกถึงจะรู้ว่ามันเป็นไปก็ได้ก็เถอะ

                “หม่อมฉันได้ข่าวว่าความสัมพันธ์ระหว่างท่านอ๋องกับว่าที่คู่หมั้นไม่ค่อยจะดีนัก หม่อมฉันเป็นห่วงยิ่งนักเมื่อได้ทราบเรื่อง”

 

                ทันทีที่จบประโยคชางหมิงหลงก็วางถ้วยชากระแทกโต๊ะจนเกิดเสียงดัง องค์หญิงแคว้นเป่ยที่นั่งอยู่ตรงข้ามถึงกับสะดุ้งโหยง พร้อมกับลอบยิ้มภายในใจสงสัยข่าวที่นางได้รับมาต้องมีมูลอย่างแน่นอนท่านอ๋องจึงมีท่าทางการแสดงออกเช่นนี้

 

                “เปิ่นหวางไม่ทราบว่าองค์หญิงรู้เรื่องเท็จนี้มาจากใคร?” ชางหมิงหลงเอ่ยถามเสียงเรียบ

 

                เรื่องเท็จ?....ไม่มีทางเพราะตลอดเวลาที่สายของนางแฝงตัวอยู่ที่นี่รายงานที่นางได้รับเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของบุรุษที่นางหมายปองเป็นไปในแนวเดียวกันมาตลอด และยิ่งก่อนหน้านี้นางก็เพิ่งได้รับคำยืนยันจากชางหลิ่งกวางจวิ้นอ๋องเช่นกัน

 

                สายตาที่แฝงความกดดันภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งทำเอาองค์หญิงแคว้นเป่ยรู้สึกเริ่มหายใจไม่ค่อยจะสะดวก

 

                “เอาเถอะเปิ่นหวางจะไม่ต่อความยาวสาวความยืด แต่เปิ่นหวางขอเตือนองค์หญิงไว้อย่าง อย่าได้มายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเปิ่นหวาง”

 

                เมื่อพูดจบชางหมิงหลงก็ตั้งท่าที่จะลุกออกไปจากอุทยานของวังหลวง เขาไม่อยากต้องมาเสียเวลากับสิ่งที่เขาไม่ชอบ สงสัยเขาต้องแวะไปพบฝ่าบาทเสียหน่อยจะได้ทูลบอกพระองค์ว่าตนกับว่าที่คู่หมั้นมีความสัมพันธ์อันดี และหากพระองค์ไม่ทรงเชื่อตัวเขาจะขอเร่งพิธีการมาภายในอาทิตย์นี้เสียเลย

 

                องค์หญิงแคว้นเป่ยกัดริมฝีปากนางจะยอมให้เรื่องราวเป็นเช่นนี้ไม่ได้ นางรึสู้อุตส่าห์เดินทางมาตั้งไกลจะจบแบบนี้ได้อย่างไรกัน

 

                “ท่านอ๋องหม่อมฉันเป็นถึงองค์หญิงแคว้นเป่ย ท่านจะพูดจาไม่ให้เกียรติข้าแบบนี้ไม่ได้!!

 

                ชางหมิงหลงแสยะยิ้มมุมปาก องค์หญิงผู้นี้กล้าดีอย่างไรถึงเอาตำแหน่งของตัวเองมาข่มขู่เขา คิดว่ามันได้ผลอย่างนั้นหรือ?

 

                “องค์หญิงเจียวจูเปิ่นหวางคิดว่าพระองค์กำลังสำคัญตนเองผิดไป”

 

                “แคว้นเป่ยเป็นแคว้นเล็กๆ ที่ต้องคอยให้ต้าหนิงของเราคอยคุ้มครอง แม้แต่การแต่ตั้งฮ่องเต้ยังต้องได้รับความเห็นชอบจากต้าหนิงของเรา เสด็จพ่อของพระองค์ยังต้องเกรงใจบรรดาเชื้อพระวงศ์ของต้าหนิง เพราะหากต้าหนิงยกเลิกสัญญาระหว่างกันเมื่อไหร่ คงไม่ต้องบอกใช่หรือไม่ว่าแคว้นเป่ยของพระองค์จะโดนแคว้นไหนเข้าโจมตีบ้าง”

 

                อ๋องหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาเดิมทีเขาไม่จำเป็นต้องมาทำอะไรบ้านี้ด้วยซ้ำ หากไม่เป็นเพราะฝ่าบาทองค์หญิงแคว้นเป่ยตรงหน้าเขาคงไม่มีโอกาสมีอวดเบ่งอำนาจยศศักดิ์กับเขาหรอก

 

                “ชางหมิงหลงจวิ้นอ๋อง ท่านกล้ากล่าววาจาดูหมิ่นข้าถึงเพียงนี้เลยอย่างนั้นหรือ?”

 

 องค์หญิงแคว้นเป่ยความอดทนขาดผึ่งหลังจากพูดจบก็จ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มอย่างโกรธเคือง ตั้งแต่เกิดนางไม่เคยโดนใครพูดจาร้ายกาจใส่ตัวเองเลยสักครั้ง

 

ชางหมิงหลงหัวเราะหึๆ ในลำคอ สิ่งไหนที่เรียกว่าพูดจาดูหมิ่น....

 

“เปิ่นหวางคาดว่าองค์หญิงน่าจะกำลังเข้าใจอะไรผิด เปิ่นหวางหาได้พูดสิ่งใดที่เป็นการดูหมิ่นแม้แต่น้อย หากองค์หญิงจะคิดวิเคราะห์ให้ดีทุกคำพูดที่เปิ่นหวางพูดออกไปล้วนแต่เป็นความจริง อันที่จริงแล้วเปิ่นหวางไม่จำเป็นต้องมาอธิบายซ้ำเพราะมันไม่มีความจำเป็น “

 

“แต่ครั้งนี้เปิ่นหวางจะยกให้สักครั้งเพราะคิดว่าองค์หญิงเช่นท่านอาจจะถูกปิดบังความจริงในส่วนนี้ไว้ ถึงได้กล่าววาจาราวกับเหนือกว่าเชื้อพระวงศ์ของต้าหนิง”

บรรดาผู้ติดตามที่มาจาแคว้นเป่ยต่างพากันยืนนิ่ง ความจริงนี้พวกเขาทั้งหมดต่างรู้ดีและท่านอ๋องตรงหน้าก็หาได้กล่าวสิ่งใดผิดหรือเกินจริงเลยแม้แต่น้อย

 

ซึ่งถ้าเป็นแคว้นเป่ยมีคนมาพูดจาเช่นนี้กับองค์หญิง พวกเขาคงลากตัวคนผู้นั้นไปทำการประหารชีวิต แต่เมื่อพวกเขาอยู่ต่อหน้าเชื้อพระวงศ์ของต้าหนิง พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับมดปลวกดีๆ

 

องค์หญิงเจียวจูกำหมัดภายใต้แขนเสื้อแน่น เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกพ่ายแพ้...พ่ายแพ้แบบที่ไม่รู้อะไรเลย

 

ชางหมิงหลงที่เห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งเงียบไป จึงคิดว่าตัวเขาเองไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ต่อ เพราะหากนางยังอยากให้เขานั่งอยู่ตรงนี้ด้วยก็นับว่าดื้อด้านและรั้นเกินทน

 

ร่างสูงหยัดกายลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม อ๋องหนุ่มเดินมุ่งตรงไปยังทางออกอุทยานแต่ในขณะที่ตัวเขาเองกำลังจะเดินผ่านองค์หญิงจากแคว้นเป่ย ก็อดไม่ได้ที่จะพูดประโยคทิ้งท้ายเพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก เพราะหากมีอีกครั้งแม้แต่ฝ่าบาทก็ไม่อาจทนรับโทสะของตัวเขาได้อย่างแน่นอน

 

“เปิ่นหวางหวังว่าคงจะไม่มีเรื่องอะไรที่จะทำให้เปิ่นหวางต้องมาทำเรื่องไร้สาระเฉกเช่นวันนี้อีก อีกอย่างอย่าคิดว่าเปิ่นหวางไม่รู้ความคิดขององค์หญิงในวันนี้ เปิ่นหวางหาได้อยากทำความรู้จักพระองค์องค์หญิงเจียวจู เพราะเปิ่นหวางคิดว่ามันไม่มีประโยชน์อันใด อย่าได้มาล้ำเส้นของเปิ่นหวางอีกเป็นครั้งที่สอง”

 

“มิเช่นนั้นพระองค์คงจะไม่โชคดีเช่นนี้”

 

ใบหน้าขององค์หญิงเจียวจูตะลึงแข็งค้าง นางไม่คิดว่าบุรุษที่นางหมายปองจะกล่าววาจาโหดร้ายเช่นนี้ อย่างนางน่ะหรือจะยอมจบง่ายๆ เพียงเท่านี้ องค์หญิงเจียวจูคิดอย่างมาดมั่นในขณะที่มองตามแผ่นหลังของชางหมิงหลงจวิ้นอ๋องไปจนลับสายตา



.............................................................

องค์หญิงคงไม่ยอมรามือง่ายๆหรอกใช่ไหม หุหุ 

 สำหรับคนที่สั่งซื้อในรูปแบบไฟล์ ไรท์ได้สั่งวาดรูปพิเศษเกี่ยวกับเนื้อเรื่องให้ทั้งหมด 3 รูป และรูปจิบิน้อยของพระ-นาง หวังว่าคงชอบกันนะขอรับ ใครได้รับแล้วเป็นยังไงบอกกันด้วยน๊า

สำหรับเรื่อง ม่านเซียวซี สื่อรักภาษาใจ พร้อมเซอร์ไพร์ในเล่มรูปแบบ E-BOOK และไฟล์ PDF
วางจำหน่ายแล้วในราคา 175 บาท สามารถแอดไปที่เพจ ลู่หนิงเซียน นะขอรับนายท่านทั้งหลาย




สำหรับผู้ที่สนใจนิยายเรื่องอื่นๆ ของข้าน้อยสามารถแอดไปที่เพจ ลู่หนิงเซียน นะขอรับนายท่านทั้งหลาย

Link Fanpage ลู่หนิงเซียน : https://www.facebook.com/rakwriter


ฝากติดตามผลงานของข้าน้อย กัวหลง เรื่อง





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 298 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #39 ploy_pns2 (@Ploy_PNS) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 15:42
    อย่างนี้มันต้อง...อย่างนี้มันต้องถอน~
    #39
    0
  2. #38 dchimtuem (@dchimtuem) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 13:14
    เด็ดขาด
    #38
    0
  3. #37 SiripornKongdam (@SiripornKongdam) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 12:16
    ตบแม่งเลย เรื่องมากดีนัก
    #37
    0
  4. #36 Tiemchan (@Tiemchan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 10:54
    ยังไม่ยอมเลิกราองค์หญิง ต้องโดนของจริง
    #36
    0