หานซูหนี่ว์ 韩淑女 ดวงใจจวิ้นอ๋อง (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 92,317 Views

  • 230 Comments

  • 2,121 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,478

    Overall
    92,317

ตอนที่ 11 : หานซูหนี่ว์ ตอนที่11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11347
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 464 ครั้ง
    2 ธ.ค. 61




“ฝ่าบาทได้เวลาเลือกป้ายแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

 

ขันทีคนสนิทผู้ที่คอยอยู่รับใช้ข้างๆ พระวรกายของหยางจิ่นฮ่องเต้ เดินเข้ามาพร้อมกับถาดที่ใส่ป้ายชื่อของบรรดานางสนมมากมายเพื่อให้ฮ่องเต้ทรงเลือก

 

หยางจิ่นฮ่องเต้กวาดสายพระเนตรป้ายชื่อที่ถูกปิดไว้คร่าวๆ ซึ่งเดิมทีวันนี้เขาจะเลือกป้ายของซูกุ้ยเฟย แต่เมื่อได้อ่านรายงานการกระทำความผิด ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงต่อบุตรสาวของหานฮุ่ยเหอที่เปรียบดั่งสหายที่รู้ใจ จนบุตรสาวของอีกฝ่ายถึงกับหมดลมหายใจนับได้ว่าโอรสของเขาคนนี้ทำในสิ่งที่ไม่ควร...

 

“ไม่ต้อง เก็บป้ายพวกนี้ไปเสียคืนนี้เจิ้นจะไปตำหนักของฮองเฮา”

 

ขันทีที่กำลังจะหยิบป้ายชื่อของซูกุ้ยเฟยอย่างรู้งานก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะโค้งศีรษะเพื่อทำตามพระประสงค์ของฮ่องเต้

 

“พ่ะย่ะค่ะ”

 

หยางจิ่นฮ่องเต้ทรงตรัสไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืนพร้อมกับปัดชุดที่สวมใส่เพื่อให้เข้าที่ แต่ก่อนที่จะเดินออกจากห้องทรงงานฮ่องเต้ผู้นี้ก็ยังไม่ลืมที่จะหยิบม้วนรายงานสองม้วนที่หยางเหยียนเหวินให้คนนำมาให้ ติดมือไปยังตำหนักของจางลี่หยานซึ่งเป็นฮองเฮาของพระองค์

 

อีกด้าน ณ ตำหนักของจางลี่หยานที่ได้รับจดหมายฉบับเล็กๆ จากโอรสองค์เล็กของนางที่บอกเพียงว่าให้รอต้อนรับฝ่าบาท ซึ่งอาจจะเสด็จมาในคืนนี้

 

ซึ่งก็เป็นดั่งเนื้อความในจดหมายเพียงหนึ่งชั่วยามหลังจากที่หยางเหยียน    เหวิน ให้คนนำจดหมายมาให้ เสียงประกาศขบวนเสด็จของฮ่องเต้ก็ดังขึ้นที่ด้านหน้าของตำหนัก

 

จางลี่หยานออกมาต้อนรับสวามีที่มีสีหน้าเคร่งเครียดด้วยความแปลกใจ ว่าเรื่องใดหนอที่ทำให้ฮ่องเต้ผู้ซึ่งน้อยนักที่ใบหน้าจะบูดบึ้งเช่นนี้แสดงอารมณ์เช่นนี้ออกมาเมื่อมาถึงยังตำหนักของนาง

 

“ฝ่าบาทรับน้ำชาหรือไม่เพคะ” จางลี่หยานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานนุ่มนวลชวนน่าฟัง

 

หยางจิ่นฮ่องเต้หันขวับมามองสตรีในชุดสีแดงปักสายหงส์ด้วยเส้นด้ายสีทองด้วยความขัดใจ “ลี่หยานข้าบอกแล้วอย่างไร ยามอยู่กันตามลำพังอย่าได้ใช้คำราชาศัพท์พวกนั้น แม้ในแคว้นนี้ข้าจะเป็นฮ่องเต้ และเจ้าก็เป็นฮองเฮา แต่เมื่อใดที่อยู่กันสองคนข้าอยากใช้ชีวิตเรียบง่ายเฉกเช่นสามีภรรยาทั่วไปมากกว่า”

 

น้ำเสียงแง่งอนรวมถึงใบหน้าบึ้งตึงของหยางจิ่นฮ่องเต้ที่มีเพียงจางลี่หยานที่ได้ฟังและได้เห็นเพียงคนเดียว ก็เป็นสิ่งบ่งบอกได้แล้วว่าจางลี่หยานไม่ได้เป็นเพียงฮองเฮาที่อยู่เคียงข้างฮ่องเต้บนบัลลังก์เท่านั้น แต่กลับเป็นสตรีที่ได้ครองหัวใจของฮ่องเต้ผู้นี้ด้วย

 

จางลี่หยานอมยิ้มน้อยๆ กับการแสดงออกเช่นนี้ของสวามี “เจ้าค่ะๆ ว่าแต่ตามกำหนดการณ์ท่านต้องไปที่ตำหนักของซูกุ้ยเฟยไม่ใช่หรือเจ้าคะ”

 

หยางจิ่นฮ่องเต้ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งก่อนหยิบม้วนกระดาษสองม้วนที่ตนเองเก็บไว้ในชายแขนเสื้อออกมาแล้วยื่นส่งให้กับสตรีอันเป็ที่รัก

 

จางลี่หยานมองม้วนกระดาษสองม้วนอย่างแปลกใจ แต่นางก็รับม้วนทั้งสองมาไว้ในมือพร้อมกับนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามกับหยางจิ่นฮ่องเต้ จางลี่หยานอ่านม้วนกระดาษทั้งสองม้วนจบลงก็ถอนหายใจออกมา

ตอนนี้นางรู้สาเหตุของพระสวามีที่ทำสีหน้าเช่นนั้นตั้งแต่เข้ามาด้านในตำหนักของตนเองแล้ว

 

“องค์ชายสิบกระทำในสิ่งที่ไม่สมควรจริงๆ” จางลี่หยานเอ่ยลอยๆ

 

หยางจิ่นฮ่องเต้พยักหน้าเห็นด้วย “ซูกุ้ยเฟยก็บกพร่องในการอบรมเลี้ยงดูบุตร”

 

“แล้วเรื่องนี้หานฮุ่ยเหอได้พูดอะไรหรือไม่เจ้าคะท่านพี่” จางลี่หยางเอ่ยถามหยางจิ่นฮ่องเต้ที่กำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบ

 

หยางจิ่นฮ่องเต้ส่ายพระพักตร์ก่อนจะตรัสตอบ “ยัง.. เรื่องนี้ข้ายังไม่ได้คุยกับหานฮุ่ยเหอ คาดว่าพรุ่งนี้หลังจากประชุมในท้องพระโรงเสร็จจะเรียกเขาให้มาเข้าเฝ้าเพื่อสอบถามเรื่องราวในภายหลัง”

 

จางลี่หยานทำสีหน้าครุ่นคิดหากพระโอรสของนางกลับมาถึงเมืองหลวงแล้วจริงๆ เห็นทีวันพรุ่งนี้....

 

“ท่านพี่..ท่านลืมไปหรือไม่ว่าหยางเหยียนเหวินกลับมาถึงเมืองหลวงแล้ว อย่างไรเสียในวันพรุ่งนี้เขาย่อมไม่พลาดที่จะเข้าร่วมประชุมอย่างแน่นอน”

“อ่า....ข้าลืมนึกไปได้อย่างไร” หยางจิ่นฮ่องเต้ตรัสออกมาอย่างเหม่อลอย สิ่งที่น่ากลัวที่สุดรองจากโทสะของฮองเฮาแล้ว ก็เห็นจะเป็นหยางเหยียน  เหวินตอนหงุดหงิดนี่ล่ะ

 

“น้องหญิงเช่นนั้นวันพรุ่งนี้เจ้าต้องไปที่ท้องพระโรงพร้อมกับพี่” หยางจิ่นฮ่องเต้หันมาตรัสกับฮองเฮาทีมีสีพระพักตร์ประหลาดใจ

 

จางลี่หยานหลุดขำกับท่าทางตื่นๆ ของหยางจิ่นฮ่องเต้ ก่อนจะทูลตอบกลับ “ท่านพี่ต่อให้ข้าไปก็ใช่ว่าจะระงับโทสะของลูกสี่ได้เสียเมื่อไหร่ และยิ่งเรื่องนี้เกี่ยวพันไปถึงชีวิตของบุตรสาวของหานฮุ่ยเหอที่ลูกของเราหลงรักมาตั้งแต่เด็ก จนทำให้เขากลายเป็นคนที่มีความสามารถโดดเด่นจนถึง      ทุกวันนี้แล้ว ข้าคิดว่าต่อให้ข้าไปลูกสี่ก็คงไม่ปล่อยองค์ชายสิบอย่างแน่นอน”

 

“เช่นนั้นข้าควรทำอย่างไรดี” หยางจิ่นฮ่องเต้ตรัสออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน เพียงแค่งานบริหารบ้านเมืองตัวเขาก็สายตัวแทบขาดไปทั้งร่างในแต่ละวัน

 

และวันพรุ่งนี้เขาต้องรับมือทั้งพยัคฆ์หลับแห่งราชสำนัก และอสรพิษแห่งกองทัพหยาง นี่ยังไม่รวมถึงโอรสองค์โต องค์รัชทายาทที่ยังไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับอนุชาอันเป็นที่รักอีก คิดแล้วก็แทบอยากจะร้องไห้ออกมาเป็นสายเลือด...

 

จางลี่หยานแอบขำกับสีหน้าหมดอาลัยตายอยากของสวามี “เช่นนั้นในตอนเช้าหม่อมฉันจะทำหน้าที่ของหม่อมฉันในฐานะของผู้ปกครองวังหลังโดยการเรียกซูกุ้ยเฟยมาอบรมเสียหน่อย เผื่อว่าลูกสี่รับรู้จะได้คลายโทสะลงได้บ้าง”

 

แม้จะเอ่ยออกมาเช่นนั้นแต่จางลี่หยานก็รับรู้ได้ล่วงหน้าว่าการทำเช่นนี้อย่างไรเสียบุตรชายคนเล็กของตนก็คงเลือกที่จะเล่นงานองค์ชายสิบตามเดิม แต่การที่นางบอกเช่นนั้นกับสวามีก็เพื่อคลายความวิตกกังวลพระทัยของอีกฝ่ายลงได้บ้าง

 

หยางจิ่งฮ่องเต้พยักพระพักตร์เห็นด้วย เพราะอย่างน้อยหากมันจะลดโทสะของบุคคลอันน่ากลัวทั้งสองได้สักหนึ่งส่วนเขาก็ไม่ลังเลที่จะตกลง

 

“แล้วตอนนี้องค์ชายสิบอยู่ตำหนักหรือไม่เพคะ” จางลี่หยานเอ่ยถามหยางจิ่นฮ่องเต้

 

“เรื่องนี้ข้ายังไม่ได้ประกาศออกไปว่าหยางเหยียนเหวินกลับมาถึงเมืองหลวงแล้ว มิเช่นนั้นในวันพรุ่งนี้ลูกสิบคงไม่ยอมมาประชุมที่ท้องพระโรง และก่อนที่จะมาหาเจ้าข้าได้สั่งให้คนปิดข่าวเรื่องการเดินทางกลับมาของ ลูกสี่” หยางจิ่งฮ่องเต้ตรัสตอบ

 

จางลี่หยานที่ได้ยินคำตอบเช่นนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วยกับการตัดสินใจในครั้งนี้ แต่จะว่าไปบุตรสาวของหานฮุ่ยเหอก็น่าสงสารไม่น้อย ซึ่งเดิมก่อนหน้านี้ตัวนางก็ตั้งแง่และคัดค้านความต้องการของบุตรชายคนเล็กที่อยากให้หานซูหนี่ว์แต่งเข้าไปเป็นชายาเอก

 

แต่พอได้ยินว่าหญิงสาวคนนั้นมีผลกับความเปลี่ยนแปลงของบุตรชายของตนมาตลอดสิบกว่าปี รวมไปถึงหานฮุ่ยเหอที่เปรียบดั่งสหายของฮ่องเต้และตัวนาง ก็รู้สึกละอายใจที่ตนเองเคยนึกรังเกียจหานซูหนี่ว์

 

แต่เมื่อนางได้ข่าวว่าหานซูหนี่เสียชีวิตก็อดที่จะเสียใจไม่ได้ และยิ่งมาตอนนี้ที่รู้สาเหตุของการเสียชีวิตนางก็นึกโกรธแทนบุตรชายและสหายของนางเสียจริง.......


.....................................................................


เปิดขายไฟล์ PDF แล้ว ในราคา 220 บาท จำนวน 298 หน้า

สำหรับผู้ที่สนใจเรื่อง หานซูหนี่ว์ สามารถแอดไปที่เพจ ลู่หนิงเซียน นะขอรับนายท่านทั้งหลาย

Link Fanpage ลู่หนิงเซียน : https://www.facebook.com/rakwriter


ส่วน E-Book ใน MEB BOOK  ราคา 279 บาทขอรับ


ฝากติดตามผลงานของข้าน้อย กัวหลง เรื่อง


และ


ด้วยขอรับ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 464 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #66 warn1701 (@warn1701) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 21:20
    สนุกมากดำเนินเรื่องได้ดีค่ะรอตอนต่อไปค่ะไรท์
    #66
    0
  2. #63 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 20:15

    อดใจรอท่านอ๋องจัดการองค์ชายสิบ

    #63
    0
  3. #59 sawaneerung (@sawaneerung) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 13:33

    ขอบคุณค่ะ

    #59
    0
  4. #58 ลูกนกหัดติ่ง (@f-fangsutinee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 13:21
    องค์ชายสิบเละแน่ๆ
    #58
    0
  5. วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 12:44
    ไรท์มาต่อไวๆนะ อยากอ่านอ่าาาา
    #56
    0
  6. #55 Tiemchan (@Tiemchan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 12:15
    สนุกค่า รอดูการตัดสินคดี
    #55
    0
  7. #53 rarin221458 (@rarin221458) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 11:26
    ขอบคุณค่ะ สนุกมาก อ่านแล้วใจเบิกบาน
    #53
    0