สื่อรักปริศนาลับ (สนพ.อรุณ วางแผงแล้ว)

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 896
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 ธ.ค. 59

 

ทันทีที่แสงไฟในห้องหรี่ลง ผู้ที่เฝ้ารอติดตามตื่นตัวขึ้นมาทันใด ต่างก็นั่งหลังตรงยืดคอให้สูงสุด มองไปที่หน้าเวทีรอดูความเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้อย่างใจจดจ่อ

มีเสียงดนตรีดังขึ้นเป็นทำนองช้า ๆ เรียกเสียงกรี๊ดของแฟนคลับกลุ่มหนึ่งนำขึ้นมา ก่อนที่ทั้งห้องจะส่งเสียงเรียกชื่อนักร้องหนุ่มดังกระหึ่ม

“กีกี้... กี้... พี่กี้...”

สุดแล้วแต่ใครจะเรียก ทั้งหมดนั้นมีความหมายเดียวคือรักและชื่นชม

สามสราป้องปากตะโกนเรียกชื่อนักร้องหนุ่มเสียงดังไม่แพ้ใคร ครั้งสุดท้ายที่ได้ทำอย่างนี้คือตอนไปงานคอนเสิร์ตใหญ่เมื่อสองปีที่แล้ว สมัยนั้นหล่อนยังเรียนไม่จบ เก็บเงินซื้อตั๋วได้แค่ที่นั่งระยะมองเห็นนักร้องหนุ่มตัวเท่าไม้ขีดไฟ

ดนตรีบรรเลงทำนองอยู่นาน คล้ายว่ารอเสียงเรียกชื่อกวีกรจากกองเชียร์ให้ดังยิ่งขึ้นเพื่อเร่งให้นักร้องหนุ่มออกมาปรากฏตัว ต่อจากนั้น เสียงเพลงก็หยุดลงเหมือนมีใครเดินสะดุดปลั๊กไฟ แล้วห้องทั้งห้องก็มืดและเงียบสนิท

“คิดถึงกันบ้างไหม...”

เสียงกวีกรดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เกิดเป็นเสียงกรี๊ดตอบรับของผู้คนอื้ออึงกลบเสียงดนตรีที่ดังขึ้นอีกครั้ง แล้วแสงไฟก็ค่อย ๆ สว่างขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของกวีกรบนเวที

ใบหน้าหล่อใสสไตล์หนุ่มเกาหลี ริมฝีปากบางได้รูปเป็นสีชมพูแต่งแต้มไม่ให้ดูขาวซีดไปทั้งใบหน้า บนตัวของนักร้องหนุ่มมีกีตาร์โปร่งสะพายอยู่ ฉีกรูปลักษณ์นักร้องขาแดนซ์ไปจนหมด เขาเดินไปหยุดอยู่ที่กลางเวที โปรยยิ้มเสน่ห์ทักทายไปทั่วทั้งห้อง ก่อนจะก้มมองกีตาร์ แล้วบรรจงไล่ปิ๊กกีตาร์ลงบนสายเส้นบนสุดไปอย่างช้า ๆ

จากนั้น กวีกรโซโล่กีตาร์เป็นทำนองเพลง และนี่คือบทเพลงของเขา

 

“นานเท่าไร ที่เราไม่ได้พบกัน

ทั้งที่เธอและฉันอยู่ใกล้กันเพียงแค่นี้...

มองไปที่ปลายขอบฟ้า แสงตะวันนำทางให้ฉันกลับมาบอกเธอ...คนดี

ฉันอยู่ตรงนี้ไม่เคยห่างไกล...

เพราะเธอ...เธอผู้เป็นเสียงเพลงแห่งหัวใจ

กาลเวลาไม่อาจพรากเราให้ไกลกันได้

ขอจง...มั่นใจ ไม่ว่าเพลงสุดท้ายจะจบลงเช่นไร

หัวใจของฉันมีเธอผู้เดียว...

ไม่ว่านานเท่าไร...ความฝันไม่เคยสิ้นสุด

และหากต้องหยุดก็เพราะต้องไปต่อ

ดวงตะวันจะกลับมาทอแสงงดงามอีกครั้ง แค่เพียงเธอหลับตา...

ฉันอยู่ตรงนี้ไม่เคยห่างไกล...”

 

บทเพลงเรียงร้อยถ้อยคำกลั่นออกมาจากความรู้สึกของนักร้องหนุ่ม ถ่ายทอดสู่ผู้ฟังได้อิ่มเอมซาบซึ้งไปกับความหมายดี ๆ เหล่านั้น กวีกรค่อย ๆ กวาดสายตาไปยังกลุ่มคนด้านล่างทีละส่วนอย่างทั่วถึง เขามีความสุขเหลือเกินที่ได้ทำสิ่งนี้

แสงไฟจากสปอร์ตไลท์ส่องไปยังกลางเวที สะท้อนประกายในแววตาของชายหนุ่มดั่งผืนน้ำต้องแสงพระจันทร์ หากนั่นคือหยาดน้ำตาแห่งความยินดีที่กวีกรสั่งเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา

บรรยากาศภายในห้องแถลงข่าวอบอวลไปด้วยความสุข คนดูชูแขนโบกไสวเป็นคลื่นสวยงามตามจังหวะเพลง บ้างก็ฮัมทำนองเพลงตาม แต่มีอยู่เสียงหนึ่งที่ต่างออกไป

สามสราหันไปมองแฟนคลับคนข้าง ๆ ที่ตอนนี้กำลังเช็ดน้ำตาปอย ไอริณสะอื้นไห้เป็นห้วง ๆ สายตาไม่ละไปจากเวที ชูป้ายกระดาษที่คงจะเขียนด้วยลายมือตัวเองไว้แน่น หล่อนคิดว่าแฟนคลับคนนี้ดูไม่มีความสุขเลย

 

“ดวงตะวันจะกลับมาทอแสงงดงามอีกครั้ง แค่เพียงเธอหลับตา...

ฉันอยู่ตรงนี้ไม่เคยห่างไกล...

โปรดจงเชื่อใจ...คิดถึงเมื่อไรเพียงเธอหลับตา...”

 

บทเพลงรักของชายหนุ่มจบลงแล้ว ได้รับเสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดดังยาวไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง จนกระทั่งกวีกรขยับตัวมาที่ไมโครโฟนอีกครั้ง เขาประคองกีตาร์ไว้ พลางยื่นหน้ามาที่ไมโครโฟนรอให้เสียงกรี๊ดซาลง

“ผมดีใจที่ได้กลับมาเจอทุกคน” กวีกรส่งสายตาจริงใจไปยังผู้คนด้านล่างเวที เขาหยุดมองอยู่ที่จุดหนึ่งของห้องบริเวณเดียวกับที่ผู้บริหารนั่งอยู่ แล้วละสายตากลับมาที่ข้างเวทีเพื่อต้อนรับพิธีกรของงาน

พิธีกรสาวคนดังเดินขึ้นมาบนเวทีเพื่อทำหน้าที่แล้ว หญิงสาวได้ชื่อว่าเป็นคนคุยสนุก ได้รับเชิญไปเป็นพิธีกรตามงานอีเว้นต์อยู่บ่อย ๆ เดินฉีกยิ้มเข้ามาทักทายชายหนุ่มด้วยการจับไปที่พวงแก้มแผ่วเบา ภาพนั้นเรียกเสียงกรี๊ดสนั่นจากแฟนคลับ

“รู้ใจทุกคนว่าอยากให้ดิฉันทักทายกี้แบบนี้ เอาละค่ะ ก่อนที่ใครจะอิจฉาตาร้อนและเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาส่งเสียงทักทายกี้กันอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะคะ”

พิธีกรสาวรอให้ทีมงานมาเอากีตาร์จากนักร้องหนุ่มไป แล้วยกเก้าอี้สองตัวขึ้นมาบนเวทีให้นั่ง จากนั้นจึงชวนนักร้องหนุ่มพูดคุย

“แฟนคลับกี้ยังเหนียวแน่นเหมือนเดิมเลยนะคะ วันนี้กี้มาซึ้งมาก ทราบมาว่าเพลงนี้กี้แต่งเองใช่ไหมคะ ชื่อเพลงว่าอะไร”

“ใช่ครับผมแต่งเอง ชื่อเพลงว่า เธอผู้เป็นเสียงเพลงแห่งหัวใจ”

สามสราเลิกกรี๊ดตามคนอื่น ๆ แล้ว หล่อนเกือบลืมไปเลยว่าเอากล้องมาด้วย เปิดกระเป๋าหยิบกล้องออกมาเก็บภาพนักร้องหนุ่มอย่างจุใจ เมื่อซูมเข้าไปให้เห็นใบหน้าระยะใกล้ กลับเห็นชัดว่านักร้องหนุ่มดวงตาโรยยิ่งนัก

“เป็นชื่อเพลงที่ยาวแต่ไพเราะกินใจมากค่ะ เคยเห็นแต่กี้แดนซ์กระจาย ลุคนี้ดูเป็นหนุ่มนักรักไปเลย หรือว่ากี้ได้แรงบันดาลใจจากใครในการแต่งเพลงหรือเปล่าคะ”

กวีกรยิ้มไม่เต็มที่นัก เขาพยายามบังคับสายตาตัวเองไม่ให้มองไปยังจุดเดิม

“ทุกคนในที่นี้ครับ คือแรงบันดาลใจของผม”

“ตอบแบบนี้ก็ได้ใจแฟนคลับไปตาม ๆ กัน โล่งอกหน่อย นึกว่ากี้จะมีสาว ๆ มาเดินเล่นในใจแล้วซะอีก อย่างนี้พี่ก็ยังมีหวังใช่มั้ยคะ”

เรียกเสียงหัวเราะเฮฮาจากผู้ชมทั้งห้อง กวีกรเองก็หัวเราะออกมาบ้าง เขาหันไปเห็นผู้จัดการส่วนตัวยืนส่งสัญญาณอยู่ข้าง ๆ เวที อชิเดชกำลังทำมือประกอบพร้อมขยับปากเป็นคำพูด เขาฟังไม่ออกแต่พอจะแปลความหมายได้ว่าอชิเดชต้องการอะไร

“กี้หายหน้าไปเกือบสองปี นอกจากจะซุ่มทำซิงเกิลใหม่แล้ว กี้ทำอะไรอีกบ้างคะ”

สีหน้าของชายหนุ่มสลดลงพร้อมรอยยิ้มที่จางหายไป กวีกรไม่มองไปทางผู้จัดการส่วนตัวที่กำลังส่งสัญญาณมาถึงเขาอีกครั้ง ความคิดของเขาเวลานี้มันว่างเปล่า เช่นเดียวกับจิตใจที่รู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว สวนทางกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าที่มีผู้คนมากมายล้วนแต่มอบความรักและความจริงใจให้แก่เขา

แต่ทำไม...เขาถึงได้รู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียว

“ผมใช้เวลาทบทวนอยู่กับตัวเอง ว่าต้องการอะไร” เขาพูดในสิ่งที่คิดออกไป ชวนให้พิธีกรสงสัยกับคำตอบนั้น

“แล้วกี้คิดว่าการที่เป็นนักร้องซูเปอร์สตาร์ยังขาดอะไรอยู่เหรอคะ อ๊ะ ๆ คำตอบของกี้อาจจะทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ในห้องนี้มีความหวังนะคะ”

“กำลังใจของทุก ๆ คนมีค่าสำหรับผมมากครับ ขอบคุณจริง ๆ แค่นี้ผมก็ไม่อยากได้อะไรอีกแล้ว”

พิธีกรรอให้แฟนคลับเหล่านั้นหยุดกรี๊ด ก่อนถามคำถามต่อไป

“พี่ก็เป็นหนึ่งในกำลังใจให้กี้เหมือนกันนะ แล้วซิงเกิลต่อไปต้องรออีกนานมั้ยคะกี้ แฟน ๆ รอคอนเสิร์ตกี้กันมานานแล้วนะ”

คำถามนี้ทำเอากวีกรนิ่งไป เขามองไปทางกลุ่มผู้บริหารที่มาร่วมฟังแถลงข่าวด้วย ก่อนเบนสายตาไปยังนักข่าวหลายสำนักที่ตั้งหน้าตั้งตาถ่ายรูปเขา พลันนึกไปถึงบทสนทนาก่อนที่จะขึ้นเวที

“อย่าลืมที่พี่บอกนะกี้ พูดเอาใจแฟนคลับเยอะ ๆ แล้วก็พูดเรื่องอัลบั้มเต็มไปเลย เดี๋ยวทีมงานก็แต่งเพลงให้เธอร้องเองแหละ ออกแค่ซิงเกิลเดียวเดี๋ยวคนก็เบื่อ กว่าจะรอให้ปล่อยครบทุกเพลงได้เลิกดังกันพอดี ค่ายก็ขยันปั้นนักร้องหน้าใหม่กันจั๊ง เราจะยิ่งเก่าลงแฟนคลับก็จะน้อยลงด้วย”

“พี่แน่ใจเหรอ ว่าค่ายเขาอยากปั้นผมต่อ”

“เธอน่ะทำรายได้ให้ค่ายมาตั้งเท่าไหร่ ตราบใดที่ยังขายได้ เขาไม่มีวันฉีกสัญญาเธอหรอกกี้”

สิ่งที่อชิเดชพูดกรอกหูเขาอยู่ตลอดเวลา ย้ำให้เขาประเมินตัวเองอยู่เสมอ คุณค่าการเป็นนักร้องซูเปอร์สตาร์วัดกันที่ตรงไหน ชื่อเสียงที่เขาสร้างมาจนถึงวันนี้ เขาไม่แน่ใจแล้วว่า ได้มาจากฝีมือของเขาหรือการปลุกปั้นตามความต้องการของใคร

กวีกรพาสติกลับมาอยู่กับตัวเองโดยไม่ง่ายนัก ตอนนี้เขาพร้อมแล้วที่จะพูดตามความรู้สึกตัวเองสักครั้ง

“เธอผู้เป็นเสียงเพลงแห่งหัวใจ คือบทเพลงสุดท้ายของผมครับ”

 

พิธีกรสาวไม่แน่ใจความหมายประโยคนั้นเท่าไรนัก เช่นเดียวกับแฟนคลับที่พร้อมใจกันเงียบเสียงลง ต่างจากกลุ่มของนักข่าวที่กระตือรือร้นขึ้นมาทันใด

“กี้หมายถึง เป็นเพลงสุดท้ายที่กี้จะแต่งใช่มั้ยคะ”

กวีกรไม่หลบสายตาผู้ตั้งคำถาม ก่อนจะหันหน้าไปยังผู้ชมในห้อง พูดให้ทุกคนในที่นี้เข้าใจตรงกันว่า

“ผมหมายถึง เพลงนี้จะเป็นเพลงสุดท้ายที่ผมจะร้องให้ทุกคนฟังครับ”

นักข่าวแต่ละสำนักลุกฮือขึ้นมาทันใด พิธีกรไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำตอบที่ไม่ได้มีการเตรียมคำถามไว้ล่วงหน้า พยายามจะแก้ไขสถานการณ์ด้วยการหันไปทางทีมงานข้างเวทีเพื่อขอตัวช่วย ทว่าทีมงานแต่ละคนต่างก็มีสีหน้าตกใจไม่น้อย

ด้านสามสรานั้นอึ้งไปชั่วขณะเหมือนคนอื่น ๆ ก่อนจะปรับความรู้สึกได้อย่างรวดเร็ว หล่อนเชื่อว่าประโยคที่ออกจากปากนักร้องหนุ่มคือเรื่องจริง เพราะสีหน้าแววตาของเขาบอกชัดเจน

“หมายความว่านี่ไม่ใช่การเปิดตัวซิงเกิลใหม่ แต่เป็นการแถลงข่าวออกจากวงการอย่างนั้นเหรอคะ” จุฑามาศไม่รอช้า ใช้โอกาสนี้ตะโกนถามคำถามที่ทุกคนอยากรู้ออกไป ส่งผลให้บรรยากาศรอบห้องส่อแววว่าจะวุ่นวายขึ้นมา

หนึ่งในทีมงานรีบเดินขึ้นไปบนเวทีส่งสัญญาณไปทางพิธีกร แล้วตรงรี่เข้าถึงตัวนักร้องหนุ่มเพื่อพาลงจากเวทีทันที ความโกลาหลเกิดขึ้นทันใดนั้นเมื่อนักข่าวกรูกันมาที่หน้าเวทีเพื่อเก็บภาพ

“เดี๋ยวเราจะพักเบรกสักครู่นะคะ ขอให้ทุกท่านกลับไปประจำที่ก่อนค่ะ”

ไม่มีใครสนใจเสียงประกาศของพิธีกรสาว สามสราลุกขึ้นยืนแล้วเขย่งเท้าเพื่อมองให้ชัดขึ้น หล่อนเห็นชายที่ชื่อชวินเดินหน้าเครียดไปทางหลังเวที ขณะที่นักร้องหนุ่มนั้นถูกพาตัวออกไปแล้ว

ทีมงานเปิดเพลงของกวีกรคั่นช่วงเวลาพัก ยังมีเสียงแฟนคลับตะโกนเรียกชื่อนักร้องหนุ่มดังอยู่เป็นระยะ ปะปนกับเสียงสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอื้ออึงไปหมด ขณะที่นักข่าวต่างก็หยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมาส่งข่าวรายงานต้นสังกัดทันใด

“ไอซ์กลับก่อนนะคะ”

สามสราหันไปทางผู้เอ่ยประโยคนั้น แฟนคลับคนนี้ไม่มีท่าทีแปลกใจหรือตกใจเท่าไรนัก ดูเป็นปกติเสียจนคิดว่าผิดปกติ

“ไม่รอดูแถลงต่อเหรอ”

“ไม่ละค่ะ พี่กี้คงเหนื่อยมามากแล้ว”

สามสราพยักหน้างง ๆ พลางขยับตัวหลีกทางให้ไอริณเดินผ่านหน้าไป ตัวหล่อนเองก็นั่งไม่ติด อยากจะออกไปสืบหาข่าวให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือบางทีอาจจะเป็นแผนโปรโมตอย่างที่จุฑามาศพูดไว้ก่อนหน้านี้ก็เป็นได้

สิบนาทีต่อจากนั้น พิธีกรสาวกลับมาขึ้นเวทีแล้ว เรียกให้ผู้ชมมองกันเป็นตาเดียว ใบหน้าของหญิงสาวยิ้มแย้มเป็นปกติเตรียมพร้อมทำหน้าที่

“ไหน...แฟนคลับกี้ยังอยู่กันครบมั้ยคะ ขอเสียงหน่อยเร้ว”

เสียงกรี๊ดดังตอบรับทันใด ทุกคนยังหวังว่าจะได้เห็นกวีกรกลับมาขึ้นเวทีอีกครั้ง

“เมื่อครู่นี้เกิดเหตุขัดข้องนิดหน่อย ต้องบอกก่อนเลยนะคะว่า จริง ๆ งานแถลงข่าววันนี้จะต้องเลื่อนออกไปเพราะกี้ไม่สบายมาก แต่กี้ไม่อยากทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง ก็เลยฝืนตัวเองมางานให้ได้ค่ะ”

เกิดเป็นเสียงทุ้มต่ำ ๆ เซ็งแซ่ทั่วห้อง ต่างก็หันมามองหน้ากันแล้วออกความเห็นกันยกใหญ่ ด้านนักข่าวไม่ปล่อยให้ความสงสัยผ่านเลยไป

“กี้ไม่สบายเหรอครับ”

“กี้ป่วยเป็นอะไรคะ ทำไมถึงต้องฝืนมาแถลงข่าวด้วย”

“แล้วอย่างนี้กี้จะขึ้นเวทีมาแถลงต่อมั้ยคะ”

พิธีกรสาวยิ้มแย้ม ก่อนจะทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

“ถ้าทุกคนในที่นี้อยากรู้ ดิฉันขอเชิญผู้จัดการส่วนตัวขึ้นมาตอบคำถามเลยนะคะ” พิธีกรสาวหันไปทางหลังเวที พลางผายมือต้อนรับอชิเดช

“สวัสดีค่ะทุกคน อชิต้องขออภัยที่เกิดเหตุผิดพลาดบางประการด้วยนะคะ”

“นี่ถือเป็นการสร้างเซอร์ไพรส์หรือเปล่าคะพี่อชิ ทุกคนอยากรู้ค่ะว่าเกิดอะไรขึ้น” พิธีกรสาวถามคำถามที่เพิ่งเตรียมสคริปท์สด ๆ ร้อน ๆ ที่หลังเวที

“จะว่าเซอร์ไพรส์ก็ได้นะคะ คือต้องบอกก่อนว่า ก่อนที่จะมางานวันนี้ กี้เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้สองวันเองค่ะ”

“ตายจริง! กี้ไม่สบายเป็นอะไรคะ”

“โรคภูมิแพ้ เป็นโรคประจำตัวกี้น่ะค่ะ แต่หลายวันก่อนป่วยเป็นไข้หวัดด้วย ก็เลยหนักเอาการอยู่ วันนี้ที่มาแถลงข่าวกี้ก็ยังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์” อชิเดชมีสีหน้าเห็นใจนักร้องหนุ่มขณะเล่า

“ถ้าอย่างนั้น ทำไมไม่เลื่อนงานออกไปก่อนล่ะคะ”

“ทุกคนอยากให้เป็นอย่างนั้นค่ะ แต่กี้ไม่อยากทำให้ทุกคนที่ตั้งตารอต้องผิดหวัง อชิต้องขอโทษทุก ๆ คนด้วยนะคะ วันนี้กี้คงไม่พร้อมที่จะขึ้นเวทีแล้ว ถ้าหายดีเมื่อไหร่จะรีบแจ้งให้ทราบทันทีค่ะ”

 

“สตรอเบอรี่ที่สุด!

เมื่อเจอหน้าเพื่อนรัก จุฑามาศใส่อารมณ์หงุดหงิดทันที หลังจากงานแถลงข่าวเปิดตัวซิงเกิลใหม่ล่มลงไปแล้ว หล่อนกับสามสรายังไม่กลับ เช่นเดียวกับนักข่าวสำนักอื่นที่รอเกาะติดข่าวเรื่องนี้ไม่ปล่อย ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร

“เป็นโรคภูมิแพ้แถมยังเป็นไข้หวัดแทรกซ้อน ก็เลยเบลอเพราะฤทธิ์ยา ทำให้พูดไม่รู้เรื่อง โอ๊ย! ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าเดี๋ยวนี้จะโปรโมตศิลปินกันด้วยวิธีนี้”

สามสราเองก็คิดไปในทางเดียวกัน

“นั่นสิ กี้ยังดูมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนดีนะ แถมยัง...” หล่อนนึกไปถึงเรื่องการเดินทาง แปลกใจว่าถ้านักร้องหนุ่มยังไม่หายป่วยจริง ทำไมผู้จัดการส่วนตัวถึงปล่อยให้เขาขี่มอเตอร์ไซค์มาคนเดียว

“แถมยังอะไร”

“กี้ขี่มอเตอร์ไซค์มาที่นี่เอง”

“ขี่มอเตอร์ไซค์!” จุฑามาศประหลาดใจจนพูดเสียงดัง “แกรู้ได้ไง”

เดิมทีสามสราตั้งใจจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ แต่ตอนนี้หล่อนคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญกว่าที่จะมาคิดมากตีความเพียงคนเดียว

“ก็เพราะฉันนั่งซ้อนท้ายรถกี้มายังไงล่ะ” นึกถึงช่วงเวลานั้นใจยังหวิว ๆ อยู่เลย เห็นสีหน้าเพื่อนรักตะลึงจนแน่นิ่งไป จึงพูดขยายความต่อ “ฉันถึงมาทันงานนี้ แล้วก็ได้เข้างานอย่างที่แกเห็นนั่นแหละ”

“โอเค ถึงฉันจะนึกภาพแกนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์นักร้องซูเปอร์สตาร์ไม่ออกก็ไม่เป็นไร” เรื่องนี้เอาไว้ค่อยลงรายละเอียดภายหลัง ตอนนี้หล่อนกำลังนึกถึงความเป็นไปได้เรื่องแถลงข่าวเมื่อสักครู่มากกว่า “งั้นก็ชัวร์ กี้ไม่ได้ป่วย”

“ไม่รู้สิจุ๊น แต่ฉันรู้สึกได้นะว่ากี้มีเรื่องไม่สบายใจ”

“แหม แค่เจอกันครั้งเดียว มองตาแล้วรู้ใจกันดีเหลือเกินนะ ยายติ่งแว่น!

ปล่อยให้คำพูดกระแนะกระแหนของเพื่อนรักผ่านหูไป หล่อนไม่ได้คิดมาก ไม่อย่างนั้นแล้ว กวีกรคงจะไม่ประกาศกลางเวทีราวกับจะยุติบทบาทการเป็นนักร้องแน่

เธอผู้เป็นเสียงเพลงแห่งหัวใจ หรือนี่คือบทเพลงสุดท้ายของเขาจริง ๆ


ฝากติดตามตอนต่อไป

by เจนิน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

714 ความคิดเห็น

  1. #622 ปลาย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 14:50
    สนุกค่ะน่าติดตาม
    #622
    0
  2. #621 Boss6789 (@Boss6789) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 20:12
    รอติดตามนะค
    #621
    0
  3. #18 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 11:28
    รอลุ้นต่อค่าาา
    #18
    0
  4. #17 Beautyfah (@mathulada-fah12) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 08:19
    รอค่ะรอ
    #17
    0