สื่อรักปริศนาลับ (สนพ.อรุณ วางแผงแล้ว)

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 17 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 ม.ค. 60

๑๗

 

ชวินทบทวนคำตอบอยู่ในใจ ไม่ละสายตาไปจากคนถาม เขาจงใจตีความหมายไปเรื่องอื่นเพื่อดูปฏิกิริยาหญิงสาว

“ทำไมฟังดูแล้ว...รู้สึกเหมือนจะพิเศษกว่าเพื่อนล่ะ”

เมื่อเขาตอบกลับมาอย่างนั้น สามสราจึงทำหน้าไม่ถูก พลันละสายตามาสนใจอาหารตรงหน้าแทน ชวินมองท่าทางเอียงอายแล้วเปลี่ยนเป็นพูดจริงจัง

“ฉันยอมรับว่ามีเรื่องปิดบังเธออยู่” เขารอให้หญิงสาวสบตาเขาอีกหนแล้วพูดต่อ “ในฐานะเพื่อน ฉันคงตอบเท่าที่ตอบได้ แต่ขอให้เธอเชื่อนะว่า เมื่อถึงเวลา ฉันจะเป็นคนเล่าทุกอย่างให้เธอฟังเอง”

น้ำเสียงเคร่งเครียดบวกกับสายตาอาทร พาจิตใจโอนอ่อนไปตามอารมณ์ที่ควบคุมได้ยากขึ้นทุกที แต่ถึงอย่างไรหล่อนก็เอาชนะความรู้สึกจนได้ในที่สุด หนึ่งคำถามที่อยากรู้จึงถามออกไปตรง ๆ ว่า

“คุณรู้เหตุผลดีว่าทำไมกี้ถึงไม่อยากต่อสัญญา ทำไมคุณถึงพูดไม่ได้คะ”

ชวินยอมรับแต่โดยดีว่าที่สุดแล้ว เขาไม่อาจเก็บความทุกข์ใจไว้เพียงลำพังอีกต่อไป

“เธอเอาชนะฉันจนได้...”

สามสราไม่แน่ใจนักว่าหล่อนทำได้จริง มองชายหนุ่มรวบช้อนส้อมลงแล้วพูดอย่างตั้งใจ

“เพราะฉันเห็นแก่ตัว อยากให้เขาเป็นซูเปอร์สตาร์ในแบบที่ค่ายอยากให้เป็น”

“กี้ไม่ได้อยากเป็นซูเปอร์สตาร์อย่างนั้นหรือคะ” หล่อนทวนคำถามแบบคาดไม่ถึง

“กี้รักการร้องเพลง ความใฝ่ฝันของเขาคือการเป็นศิลปินที่ทุกคนให้การยอมรับ ไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ที่ใครกำหนดให้เป็น”

น้ำเสียงเจือไปด้วยความรู้สึกผิดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่แล้วมา ชวินคิดอยู่เสมอว่าเขาเองมีส่วนไม่น้อยที่ทำให้กวีกรยอมทิ้งความฝันด้วยการไม่ต่อสัญญา

ขณะที่สามสราพอจะเข้าใจแล้วว่า ทำไมวิญญาณหนุ่มถึงเคยพูดว่ายอมแลกความฝันด้วยการขายตัวตน

“คุณรู้ แต่คุณก็ยังบังคับให้เขาเป็นนักร้องในสไตล์ที่ไม่ใช่ตัวเขา”

“เพราะมันเป็นมติของค่าย แล้วกี้ก็เต็มใจที่จะเป็น”

“น่าเห็นใจเขานะคะ เป็นนักร้องรับจ้างร้องเพลงกลางคืนเพื่อหาเลี้ยงตัวเองมาตลอด พอมีโอกาสได้เข้าไปเทสต์เสียงกับค่ายเพลงอันดับหนึ่งของประเทศ เขาคงดีใจมาก โอกาสอยู่ตรงหน้าแล้ว ถ้าเป็นฉัน...ฉันก็คงเลือกแบบเขาเหมือนกัน”

ภาพกวีกรบนเวทีคอนเสิร์ตปรากฏชัดในจินตนาการ บนเวทีใหญ่ นักร้องหนุ่มกำลังร้องเต้นอย่างสนุกสนาน แฟนคลับนับหมื่นส่งเสียงกรี๊ดให้กำลังใจล้นหลาม แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า แท้จริงแล้วเขาต้องฝืนตัวเองเพียงใด...

“ฉันพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เธอรู้ไหม วันที่เขาเดินเข้ามาหาฉัน เอาเพลงที่เขาแต่งเองมาเสนอ ฉันยิ่งรู้สึกผิดที่มัวแต่ผลักดันให้เขามีชื่อเสียง ทั้ง ๆ ที่เขาไม่เคยละความพยายามในการเป็นศิลปินในแบบที่เขาอยากเป็นเลย”

“แต่คุณก็ตอบตกลงให้เขาได้ออกซิงเกิล เพราะคุณเองก็คอยสนับสนุนอยู่”

ชวินแปลกใจเป็นอย่างยิ่งที่หญิงสาวล่วงรู้ความคิดเขา

“ทำไมเธอถึงคิดว่าเป็นอย่างนั้นล่ะ”

“คุณรู้ว่ากี้ไม่ได้อยากเป็นนักร้องขาแดนซ์ แต่เขาชอบเล่นดนตรี คุณถึงยอมให้เขาเปิดตัวด้วยเพลงที่เขาแต่ง พร้อมโชว์ฝีมือการเล่นกีตาร์ที่ไม่เคยมีใครเห็น นี่คือโอกาสที่เขาจะแสดงให้ทุกคนรู้ว่าเขาไม่ได้มีดีแค่การเต้น”

ความทุกข์ใจที่สะสมมานานค่อย ๆ มลายหายไปทีละน้อย ชายหนุ่มสบายใจอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวผู้มีแววตาสดใสตรงหน้ามอบพลังให้เขาได้ถูกที่ถูกเวลา

“เธอรู้ทุกอย่าง เหมือนเข้ามาอยู่ในใจฉันเลยนะ”

หญิงสาวกระโดดออกมาจากในใจเขาแทบไม่ทัน รีบหันเหความสนใจไปที่จานข้าวตรงหน้า

“ฉันแค่สันนิษฐานไปตามที่รู้สึกค่ะ ผิดหรือถูกมีแต่คุณที่รู้อยู่แก่ใจ ถ้าคุณไม่พร้อมที่จะพูด ฉันก็บังคับคุณไม่ได้หรอกค่ะ เรารีบทานต่อเถอะนะคะ เดี๋ยวจะผิดเวลาจนได้”

ต่อจากนั้นสามสราก็เคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ ลืมคำถามต่าง ๆ ไปหมดแล้ว เห็นสีหน้าชายหนุ่มผ่อนคลาย ปรากฏเป็นรอยยิ้มจาง ๆ ก็สบายใจ เวลาเดียวกันนั้นโทรศัพท์มือถือหล่อนดังขึ้น แสดงสายเรียกเข้าที่ไม่คุ้นเบอร์

“สวัสดีค่ะ”

“ฉันเอง”

สามสราใช้เวลานึกเพียงครู่เดียวก่อนตอบกลับไป

“ผู้กองหรือคะ”

ประโยคนั้นสะดุดหูชวินจนต้องเหลือบตามอง ก่อนจะรวบช้อนส้อมอีกครั้ง

“ใช่ ฉันโทร.มาบอกเธอเรื่องผลการตรวจสอบโทรศัพท์กวีกร สะดวกคุยไหม”

สามสราตื่นตัวทันใด หล่อนมองไปทางชวิน ก่อนตัดสินใจตอบนายตำรวจไปว่า

“ผู้กองมีนัดกับคุณชวินบ่ายนี้ เอาไว้บอกรายละเอียดกับคุณชวินเองดีกว่านะคะ”

ปลายสายอึ้งไปเล็กน้อย ผู้กองชนะคิดไม่ถึงว่าจะได้ยินคำตอบนี้ ถามกลับไปอย่างไม่แน่ใจนัก

“เธอรู้ว่าฉันมีนัด”

“ตอนนี้ฉันอยู่กับคุณชวินค่ะ”

“อ้อ...” หมดข้อสงสัยทันใด เขาตอบได้เพียงเท่านั้น

“งั้นเดี๋ยวเจอกันนะคะผู้กอง”

ชวินยังไม่ละสายตาไปจากนักข่าวสาว เมื่อเห็นหล่อนวางโทรศัพท์ลงแล้วจึงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเข้มดุดันต่างจากก่อนหน้านี้สิ้นเชิง

“มีแฟนเป็นตำรวจนี่เอง ถึงได้มีอภิสิทธิ์ รู้ลึกแม้กระทั่งผลเลือด”

“ใครบอกคุณคะว่าผู้กองเป็นแฟนฉัน” สามสราทั้งโกรธและอาย ชีวิตจริงหล่อนยังไม่เคยเรียกใครว่าแฟน

“ถ้าไม่สนิทกัน เขาคงไม่โทร.มารายงานเธอหรอก”

“ฉันไปขอร้องผู้กองให้ช่วยตามสืบค่ะ เดอะนิวส์กับตำรวจทำงานช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาเสมอ”

ผู้ฟังสบายใจขึ้นเล็กน้อย แต่อยากให้รู้สึกมากกว่านี้ จึงถามพุ่งเป้าต่อไปว่า

“แปลว่าเธอยังไม่มีแฟน”

หญิงสาวออกอาการเหวอเมื่อเขาถามตรง ๆ ไม่รู้จะรักษาอาการอย่างไรให้เป็นปกติ จึงตอบไปแบบหนักแน่นจริงจัง

“ค่ะ”

ชวินพยายามฝืนตัวเองไม่ให้ยิ้มกว้างออกมาตามความรู้สึก มีเพียงดวงตาที่หรี่ขึ้นแทนรอยยิ้มส่งให้หญิงสาว ก่อนจะพูดแซวไปอย่างอารมณ์ดี

“เป็นลูกคนสุดท้องนี่นะ สงสัยแม่จะหวง”

“คุณอิ่มแล้วก็เรียกเก็บเงินเลยเถอะค่ะ”

ชวินไม่ขัดความต้องการ เขาส่งสัญญาณให้เด็กเสิร์ฟทันใด ระหว่างรอคิดเงิน ขอพูดส่งท้ายจากใจบอกกับหญิงสาวไปว่า

“ตามหลักจิตวิทยา ผู้หญิงที่ชอบพูดเปลี่ยนเรื่องมีอยู่สองอย่าง หนึ่งคือรำคาญ สองคือไม่อยากโดนจับได้ว่าคิดอะไรอยู่ เธอล่ะคืออย่างไหน...”

ตัวเลือกแม้จะมีเพียงสอง แต่หล่อนเลือกตอบไปอย่างมั่นใจ

“อย่างที่สามค่ะ” หญิงสาวขยับแว่นให้เข้าที่อย่างตั้งใจกว่าทุกครั้ง อธิบายหลักจิตวิทยาในแบบฉบับของหล่อนให้เขากระจ่าง จะได้เลิกจ้องตาคาดคั้นหล่อนเสียที “ผู้หญิงที่มีมารยาท รู้จักรักษาช่องว่างของการสนทนาตามที่ควรจะเป็น”

ชวินกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ ปล่อยออกมาพร้อมเสียงหัวเราะเป็นธรรมชาติ อาการนั้นส่งผลให้หญิงสาวทำหน้ามุ่ย

“ขำอะไรคะคุณชวิน”

“ก็ขำเธอไง ปกติเห็นเป็นคนสดใสร่าเริง เหมือนกับว่าโลกทั้งใบเป็นสีชมพูที่เต็มไปด้วยดอกไม้ แต่ดูเธอตอนนี้สิ ทำหน้าเครียดจนแก่เท่ากับฉันแล้วนะ”

“คุณชวิน!

โกรธที่เขาล้อ ทั้งที่หล่อนไม่เกี่ยวกับการสนทนาด้วยเลยสักนิด!

“สาม” เขาสนิทใจที่จะเรียกชื่อเล่นแล้ว

“คะ” สามสราขานรับแบบเกรง ๆ

“ฉันไม่แน่ใจว่าช่องว่างที่เธอพูดถึงคืออะไร แต่ถ้าเกี่ยวกับโมนาก็สบายใจได้เลย เพราะว่าเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“นั่นมันเป็นเรื่องส่วนตัวคุณ มาพูดให้ฉันฟังทำไมคะ” คนฟังทั้งเนื้อตัวและหัวใจเต้นแรงไปแล้ว

“เพราะฉันไม่อยากให้มีช่องว่างระหว่างฉันกับเธอ จนต้องอ้างคำว่ามารยาทหรือเกรงใจอีก แล้วฉันก็อยากให้เธอช่วยแก้ข่าวให้ด้วยว่า ฉันกับโมนาไม่ได้เป็นแฟนกัน”

“คงไม่ได้หรอกค่ะ ฉันเป็นนักข่าวสายอาชญากรรม นอกเหนือหน้าที่ที่รับผิดชอบ” แต่นักข่าวสาวก็เก็บข้อมูลเตรียมไปถ่ายทอดให้จุฑามาศเต็มที่แล้ว

“อืม...งั้นไม่ต้องแก้ข่าวก็ได้ แต่เธอช่วยทำความเข้าใจเสียใหม่นะว่าฉันก็ยังโสด”

อยากจะขอบใจเด็กเสิร์ฟที่เข้ามาขัดจังหวะ ทำให้เขาละสายตาไปจากหล่อนเสียที เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวตั้งใจจะเสียมารยาทด้วยการลุกหนีไปเสียจริง!

 

สามสรายังประหม่าจึงวางตัวนิ่ง ๆ ไม่กล้าซักถามอะไรอีก ต่างจากชวินที่ยิ้มถี่ขึ้น ตั้งแต่ออกจากร้านเขาชวนหล่อนคุยไปตลอดทาง จากที่เคยเป็นคนสัมภาษณ์ กลายเป็นคนตอบคำถามเสียเองจึงรู้สึกไม่ชินนัก

ระยะทางจากร้านอาหารมาที่มิวสิคพอยท์แค่ใกล้ ๆ เมื่อรถเลี้ยวเข้ามายังอาคารจอดรถ มาดนักธุรกิจก็กลับมาเคร่งเครียดไม่มีรอยยิ้มแล้ว ชายหนุ่มขับรถขึ้นไปที่ชั้นห้า ก่อนเลือกจอดลงตรงที่ว่างบริเวณเดียวกับที่นักร้องหนุ่มพลัดตกลงมา

หญิงสาวตกอยู่ในสภาวะอารมณ์เดียวกัน เสมือนได้ย้อนเวลากลับไปในวันเกิดเหตุอีกครั้ง หล่อนลงจากรถเดินตามชายหนุ่มไปยังขอบรั้ว ยังไม่กล้าเอ่ยถามอะไร มองเขายืนนิ่งเหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

ชวินนิ่งอยู่สักพัก ก่อนจะพูดทำลายความเงียบขึ้นมาว่า

“เวลาผ่านไปเร็วนะ อาทิตย์นึงแล้วที่เขาจากไป”

ชายหนุ่มหรี่ตาขึ้นเล็กน้อยเพื่อเลี่ยงลมเย็น หันมามองหญิงสาวกำลังใช้มือทัดผมปลิวไสวไว้ข้างหู อาคารทางทิศตะวันออกฝั่งนี้พระอาทิตย์คล้อยตึกไปแล้ว เกิดเป็นสายลมพัดผ่านให้รู้สึกคลายร้อน

“ถ้าเขายังอยู่ คุณคิดว่าเขาจะเซ็นต่อสัญญาไหมคะ”

“คำถามนี้ยากนะ” ชวินเปลี่ยนท่าทาง เท้าแขนทั้งสองไปบนขอบรั้ว “ฉันเชื่อว่าเขาจะไม่ทิ้งการร้องเพลง ที่ฉันจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวซิงเกิลนี้ก็เพื่อปูทางให้เขาสำหรับโปรเจกต์ใหม่ แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะบอกเขาเลย...”

ฟังแล้วรู้สึกเศร้าใจยิ่งนัก อยากให้วิญญาณเขาอยู่ตรงนี้เพื่อฟังเหตุผลไปพร้อมกัน

“คุณเป็นหนึ่งในผู้บริหาร ถ้ามติค่ายไม่เห็นด้วยเรื่องที่กี้จะเปลี่ยนแนวเพลง เพราะเขาดังจนเป็นซูเปอร์สตาร์แล้ว มีคุณเพียงแค่เสียงเดียว จะทำได้หรือคะ”

“เมื่อก่อนอาจจะใช่”

“หมายความว่ายังไงคะ”

“สี่ปีที่แล้วฉันเป็นแค่ผู้ช่วยกรรมการไงล่ะ” เขาหยุดเล่า เชื่อว่านักข่าวสาวจะตีความต่อได้แม่นยำเหมือนอย่างหลาย ๆ เรื่อง

สามสราพอจะเข้าใจแล้ว ลองวิเคราะห์ตามข้อมูลที่หามาตลอดหนึ่งสัปดาห์ให้ชายหนุ่มฟัง

“พอคุณพ่อคุณเสีย หุ้นส่วนนั้นก็ได้โอนให้คุณในฐานะทายาท ตอนนี้คุณก็เลยถือหุ้นมากที่สุด มีอำนาจออกเสียงให้กรรมการคนอื่นยอมรับในการตัดสินใจของคุณ อย่างนั้นใช่ไหมคะ”

ชวินเริ่มคุ้นชินกับการที่มีคนล่วงรู้ความคิดเขา ยิ้มก่อนตอบหญิงสาวไปว่า

“เข้ามาอยู่ในใจฉันอีกแล้วนะสาม”

สามสราไม่หลบสายตา หล่อนเองก็เริ่มคุ้นเคยกับดวงตาคู่นั้นจนไม่อาจปฏิเสธความอ่อนโยนที่เขามีให้

“ฉันเตรียมตัวมาดีต่างหากล่ะคะ ตั้งแต่เกิดเรื่อง ฉันต้องหาข้อมูลรอบด้านให้เยอะที่สุดเท่าที่ทำได้ นี่คือการบ้านที่นักข่าวต้องทำค่ะ”

“โชคดีนะที่เธอสงสัยฉัน ก็เลยตามสืบประวัติฉันจนรู้เกือบทุกเรื่อง ยกเว้นอยู่เรื่องเดียว”

หล่อนรู้ดีว่าเรื่องเดียวของเขาหมายถึงอะไร ตอบไปแบบไม่ต้องคิดนาน

“คนทั้งประเทศก็รู้เหมือนกับฉันค่ะ”

พูดจบแล้วก็เบือนหน้าไปมองวิวด้านล่างแทน ทันทีที่สายตากวาดไปยังพื้นด้านล่าง หญิงสาวต้องเบิกตาโตอย่างคาดไม่ถึง เมื่อเห็นวิญญาณเด็กหญิงชุดโจงกระเบนสีน้ำเงินยืนโบกมือให้หล่อนอยู่ตรงนั้น!

โน้มตัวไปด้านหน้าอีกนิดเพื่อมองให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด หล่อนลืมเรื่องวิญญาณเด็กหญิงที่ทักหล่อนวันนั้นไปเสียสนิท

ผู้กองหน้าเข้มมารอนานแล้วนะพี่สาว

เสียงเด็กหญิงดังขึ้นรอบทิศทาง หล่อนกำลังจะถามกลับไป แต่ตอนนี้ไม่มีโอกาสแล้ว เมื่อชวินเรียกให้รู้สึกตัว

“เราไปกันเถอะ ผู้กองคงจะมาถึงแล้ว”

หญิงสาวพยักหน้าตกลง เมื่อหันกลับไปมองจุดเดิม วิญญาณเด็กหญิงก็หายตัวไปแล้ว...

ตั้งใจไว้ว่าจะกลับมาถามภายหลัง เรื่องอาจจะง่ายขึ้นหากวิญญาณเด็กหญิงช่วยบอกเบาะแสเพื่อติดตาม

สามสราเดินตามชวินขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นที่เขาทำงาน เมื่อพรรัมภาเห็นเจ้านายเดินมาแต่ไกลจึงลุกจากโต๊ะมาต้อนรับพร้อมรายงาน

“ผู้กองชนะมาถึงได้สักครู่แล้วค่ะ”

ชวินพยักหน้ารับทราบแล้วสั่งเครื่องดื่มไปกับเลขาฯ ก่อนที่สามสราจะเดินตามไป เข้าไปกระซิบถามพรรัมภาว่า

“ฉันไม่ได้มาเลทใช่ไหมคะ”

“ผู้กองมาก่อนเวลาค่ะ นัดไว้บ่ายโมงครึ่ง”

สามสราฉีกยิ้มสบายใจ ก่อนจะรีบเดินตามชวินเข้าไปข้างใน ที่ห้องทำงานเขามีคนรออยู่แล้ว ผู้กองชนะไม่ได้มาในชุดตำรวจเต็มยศ แต่มาดยังคมเข้มเหมือนเดิม เขานั่งอยู่ตรงชุดโซฟารับแขกหลากสีพร้อมกับใครอีกคน!

กี้!’

เรียกชื่อเขาดังลั่นในใจจนเกือบจะเปล่งเสียงออกมา วิญญาณหนุ่มชายตามาทางคนเรียกแล้วยักคิ้วแทนคำทักทาย เขานั่งกอดอกไขว่ห้างเอนหลังสบายใจ ไม่มีทีท่าว่าอยากจะลุกขึ้นยืนตามผู้กองชนะ

“โทษทีครับผู้กอง รอนานหรือเปล่าครับ” ชวินทักทายแขก สามสราจึงละสายตามาทางนายตำรวจหนุ่ม

“ไม่ครับ พอดีเสร็จธุระเร็วก็เลยรีบมา” ผู้กองมองไปทางหญิงสาว “ไม่รู้ว่าคุณชวินจะชวนนักข่าวมาด้วย”

“ผมอยากให้สามทราบข้อมูลไปพร้อมกันครับ”

“ดีครับ ไม่อย่างนั้นวันหลังเธอคงตามไปขอข้อมูลผมถึงที่อยู่ดี”

ชวินรู้สึกแปลกหูนิด ๆ ก่อนจะผายมือให้ทุกคนนั่งลง โซฟาเดี่ยวตัวที่กวีกรนั่งอยู่ไม่มีใครเลือกนั่ง ราวกับรู้ว่ามีคนจับจองแล้ว

สงสัยงานนี้จะมีคนกินแห้ว

สามสรายังไม่มีโอกาสได้เปิดปากพูดกับใคร หล่อนสื่อสารกับวิญญาณหนุ่มในใจก่อน

พูดอะไรไม่เห็นจะเข้าใจ แล้วนายมาที่นี่ทำไมไม่ทราบ

ทำไมฉันจะมาไม่ได้ ลืมแล้วเหรอว่าฉันเป็นเจ้าทุกข์ อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่

ชวินเห็นท่าทางหญิงสาวเงียบผิดปกติตั้งแต่มาถึง จึงหันไปสอบถาม

“ทำไมเงียบไปล่ะ”

“อ๋อ คือฉันกำลังลุ้นอยู่ค่ะว่าผู้กองได้ข้อมูลอะไรมา อ้อ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะเป็นนักข่าวจอมแฉนะคะ ขอรับรองด้วยเกียรติของเดอะนิวส์ว่าข้อมูลวันนี้จะไม่รั่วไหลแน่นอน”

“ฉันเชื่อใจเธอ แล้วก็มั่นใจฝีมือการทำข่าวของเธอ ถึงพามาด้วยไงล่ะ”

สามสรายิ้มรับขอบคุณความเชื่อใจจากชวิน ก่อนจะหันไปพูดกับนายตำรวจว่า

“ผู้กองมั่นใจได้เลยนะคะว่าฉันจะทำข่าวอย่างสร้างสรรค์ จะช่วยติดตามคดีให้ถึงที่สุดค่ะ”

ผู้กองชนะตอบนักข่าวสาวไปอย่างหนักแน่นไม่แพ้ชวินเช่นกัน

“ฉันยินดีทำงานร่วมกับเธอ”

โอ๊ย! จะชื่นชมกันอีกนานมั้ย

เสียงใส ๆ ของกวีกรคอยพูดแทรกขัดอารมณ์หล่อนอยู่เรื่อย!

เมื่อผู้กองชนะพูดจบ เขาก็หยิบเอกสารหลายแผ่นออกมาจากแฟ้มที่เตรียมมาด้วย เวลานี้ความสนใจทั้งหมดจึงเทไปอยู่ที่ผลการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ ทั้งคนและวิญญาณต่างจดจ่อรอฟังนายตำรวจหน้าเข้มพูด

“ประเด็นที่เราสงสัยว่ากวีกรอาจจะไม่ได้คิดสั้น มีความเป็นไปได้น้อยมาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย”

เพียงเริ่มต้น ความมั่นใจของผู้ที่รอฟังก็หดหายไปเกือบหมด แม้จะยังมีความหวังอยู่บ้างกับประโยคท้าย แต่ก็ไม่ได้มากจนคลายความกังวล ผู้ฟังรอผู้กองชนะอธิบายต่อ

 “เราไม่มีภาพกล้องวงจรปิดจากชั้นที่เกิดเหตุ จึงไม่มีหลักฐานยืนยันว่ากวีกรตกจากตึกได้ยังไง แต่หลังจากที่ได้ผลการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือก็พบว่า หลังจากงานแถลงข่าวจบลงไป เขาใช้มือถือโทร.หาใครบ้างในช่วงเวลาใกล้เคียงก่อนเกิดเหตุ นั่นอาจเป็นจุดเชื่อมโยงได้”

ข้อมูลนั้นทำเอาความหวังที่มีน้อยนิดกลับมาฉายแสงขึ้นอีกครั้ง ผู้กองชนะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขาใช้ปากกาไฮไลท์ไว้หลายจุดวางลงบนโต๊ะให้ทุกคนได้เห็นไปพร้อม ๆ กัน รวมถึงกวีกรที่ชะโงกหน้ามาดูด้วย

“มีอยู่สองเบอร์ ที่เขาโทร.ออกและรับสาย”


ฝากติดตามตอนต่อไป


ขอบคุณทุก ๆ การติดตามค่ะ :)

เจนิน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

714 ความคิดเห็น

  1. #698 แม่ลูก1 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 16:12
    ชอบนะ ตัวละครที่มีความสามารถพิเศษแบบนางเอก
    #698
    0
  2. #697 แม่ลูก1 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 16:12
    ชอบนะ ตัวละครที่มีความสามารถพิเศษแบบนางเอก
    #697
    0
  3. #634 Meen_Gun (@meen-gun) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 20:15
    สามนี่เสน่ห์แรงจริงๆ
    #634
    0
  4. #153 ขวัญข้าว (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 07:31
    ชอบคุณชวินแล้วสิ
    #153
    0
  5. #152 นกฮู้ก (@wivi) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 04:56
    น่ารัก จัง
    #152
    0
  6. #151 yoz iiTa * (@yoziita) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 01:05
    โอ้ย เขินนน
    #151
    0