Love Therapy ทฤษฎีบำบัดรัก

ตอนที่ 8 : LOVE THERAPY บำบัดรักบทที่ 7: บอดี้การ์ด ‘ให้คุณ’ [Loading250%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 157,149
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12,535 ครั้ง
    3 ก.พ. 62

LOVE THERAPY

บำบัดรักบทที่ 7:  บอดี้การ์ด ให้คุณ




Beer talks.

“แล้วทำไม...” ดวงตายี่หวาไหวระริก “คุณตฤณเบื่อยี่หวาแล้วเหรอคะ”

 

“เปล่า” ยิ้มแบบที่เคยยิ้มให้เธอประจำแล้วจึงโกหก “มีธุระต้องทำต่อ”

 

ยี่หวาก็สวยและร้อนแรงเหมือนทุกครั้งแต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมวันนี้ถึงได้รู้สึกเบื่อวิถีชีวิตแบบเดิมขึ้นมาเสียเฉย ๆ

 

หรือจะเป็นเพราะแก่ขึ้น ?

 

“จริงเหรอ ไม่หลอกใช่ไหม” มือเล็กปาดน้ำใสที่เมื่อครู่เอ่อคลอเบ้าลวก ๆ

 

“อือ” ผมพยักหน้า “วันนี้กลับไปก่อนนะ เดี๋ยวชดเชยให้ทีหลัง”

 

“ต้องบอกมาก่อนค่ะว่าชดเชยอะไร”

 

“อยากได้อะไรล่ะ”

 

“อยากได้...” ทำท่าครุ่นคิดพร้อมลากเสียงยาวก่อนที่ใบหน้าสวยสมตำแหน่งนางเอกจะหันกลับมา “ไม่อยากได้เป็นของแต่อยากไปดินเนอร์ที่คอนโดของคุณค่ะ”

 

คำขอนั้นทำผมชะงัก “ดินเนอร์โรงแรมไม่ดีกว่าเหรอ”

 

“ไม่เอาค่ะ” ยี่หวาส่ายหน้าจนผมสะบัด

 

“ทำไมล่ะ”

 

“ยี่หวาอยากลองไปห้องของคุณบ้างนี่นา”

 

“ก็แค่ห้องผู้ชายโสดธรรมดาไม่เห็นมีอะไรน่าดู” ปฏิเสธอย่างนิ่มนวลก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบบุหรี่มาจุดสูบอีกมวน

 

“ให้แค่คุณกวางเหรอ” น้ำตาแบบสั่งได้ของนักแสดงเอ่อขึ้นคลอเบ้าอีกครั้ง

 

“ก็ไม่เชิง” ผมถอนหายใจ “แค่ไม่ชอบให้ใครยุ่งกับพื้นที่ส่วนตัว”

 

กวางรู้ความจริงเรื่องนี้ดีจึงไม่เคยเข้ามาวุ่นวายในห้องแม้จะได้รับอนุญาตแล้ว ส่วนอีกคนหนึ่งที่นึกสนุกยื่นข้อเสนอไปก็ยังไม่ได้คำตอบ

 

คงจะคิดหนักน่าดู...

 

“หึ...” นึกถึงผู้หญิงขี้ระแวงแล้วอยู่ ๆ ก็เผลอหลุดหัวเราะออกมา

 

ป่านนี้เครียดจนถึงขั้นนั่งสาปแช่งกันอยู่หรือเปล่านะ


“คุณตฤณหัวเราะอะไรคะ” ยี่หวาเอียงคอ ท่าทางสงสัย

 

ยังไม่ทันได้ตอบเสียงเข้มก็ดังผ่านลำโพงตัวเล็ก นายครับ คุณไวน์มาขอพบครับ

 

“ให้เข้ามาเลย” ได้ยินชื่อน้องชายแท้ ๆ ซึ่งเป็นนักบินประจำอยู่สายการบินอาหรับนานทีปีหนจะได้เจอกันครั้งหนึ่งจึงอนุญาตแล้วถือโอกาสตัดบทยี่หวา “ไว้ค่อยคุยกัน”

 

“ค่ะ” ถึงจะไม่ค่อยเต็มใจนักแต่เธอก็ยอมลุกขึ้นเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ไอ้ไวน์และเข้มผลักประตูเปิดเข้ามาพอดี น้องปรายตามองยี่หวาก่อนจะเมินตอนเธอยกมือไหว้แล้วทรุดตัวลงนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน

 

“กลับดี ๆ ครับ” เพราะเห็นว่ายี่หวาหน้าเจื่อนสนิทผมเลยบอกลาเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ รอจนกระทั่งร่างเพรียวระหงหายลงบันไดจึงตำหนิไอ้ตัวไร้มารยาทที่คว้าหมากฝรั่งบนโต๊ะส่งเข้าปาก “มารยาท ไอ้ไวน์”

 

“ขอเถอะ” ไอ้ไวน์เงยหน้าขึ้นสบตา “กับบางคนไม่จำเป็นต้องมี ถ้าต้องจดจำผู้หญิงทุกคนของมึงให้หมด พื้นที่สมองกูคงใกล้เต็มแล้วพี่เบียร์”

 

ถึงจะอายุห่างกันหลายปีแต่ที่ใช้สรรพนามแทนการเรียกขานแบบนี้เพราะสมัยผมยังเรียนอยู่ประเทศไทยลับหลังแม่เราทะเลาะขึ้นกูมึงกันบ่อย จนสุดท้ายก็ติดเป็นนิสัยเอามาพูดแทนตัวกันในชีวิตประจำวัน

 

แม้จะเป็นแบบนั้นแต่หลังจากแม่เสียมันก็กลายเป็นน้องที่เคารพและเชื่อฟังผมมาโดยตลอด เว้นเรื่องเดียวที่จะมีปากเสียงก็คือ ผู้หญิง เพราะมันถือหางกวางอย่างออกหน้าออกตา

 

ระหว่างที่เรากำลังคุยกันเข้มก็เปิดประตูให้พนักงานเสิร์ฟลำเลียงเครื่องดื่มมาวางยังโต๊ะรับแขกซึ่งอยู่เยื้องไม่ไกล กระทั่งคนอื่นลงไปหมดแล้วจึงถามหน้านิ่ง “แบบไหนดีครับ”

 

“นี้ทครับ” ไอ้ไวน์ยักคิ้วก่อนจะบุ้ยปากแล้วเดินนำไปทรุดตัวลงบนโซฟา

 

“ไม่บินหรือไง” นั่งลงอีกฟากหนึ่งแล้วผมจึงถาม

 

“เดือนนี้แม็กซ์แล้ว” รับแก้วเหล้ามาจากเข้มเสร็จจึงเชื้อเชิญ “พี่เข้มก็เอาด้วยดิ”

 

คนสนิทหันมามอง และเมื่อผมผงกศีรษะเขาจึงวางออนเดอะร็อกให้อย่างรู้ใจก่อนรินของตัวเองเพิ่ม

 

จิบอึกหนึ่งแล้วค่อยเล่าถึงลูกพี่ลูกน้องอีกคน “เมื่อกี้ไอ้ไอมาหากู”

 

“มันกลับมาจากอังกฤษแล้วเหรอ”

 

“เออ” ในตอนที่ตอบคำถามไอ้ไวน์ เข้มก็เอี้ยวตัวมาทำท่าจะหยิบโทรศัพท์ที่ผมวางไว้บนโต๊ะ แต่ผมไวกว่าดึงมันออกห่างพร้อมหรี่ตา “จะทำอะไร”

 

“แบตฯ นายจะหมดครับ” เข้มยิ้มแหย “ไฟแดงมันกะพริบแล้ว ผมจะเอาไปชาร์ตให้”

 

“ไม่ต้อง”


ไอ้ไวน์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งคล้ายกับงุนงง แต่สุดท้ายก็ยักไหล่ “หาคอนโดดี ๆ ให้ที จะซื้อ”

 

“ที่โดฮามีที่พักให้ไม่ใช่เหรอ”

 

“หมายถึงไทยสิ” ยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแล้วมันจึงพ่นลมจากปากระบายความร้อนที่เกิดจากแอลกอฮอล์ “ว่าจะลาออก”

 

ท่าทางของน้องทำผมชักใจเสีย ยังจำครั้งล่าสุดที่มันติสม์แตกได้ดี

 

“ถ้าทำตัวจรจัดอีกกูไม่แค่ต่อยแล้วนะ” จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ปาไปสิบปีแล้ว

 

ได้ยินที่ผมพูดเข้มผู้ซึ่งตอนนั้นเป็นคนไปประกันตัวมันเป็นเพื่อนก็ขำพรืด

 

“ตอนจรจัดมันก็ดีนะ ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นตอนเราเป็นเรา” อมยิ้มเล็กน้อยมันก็รับแก้วที่เต็มเปี่ยมมาดื่มต่อ

 

คุยสัพเพเหระจนบรั่นดีเหลือติดก้นขวดไอ้ไวน์จึงยกบุหรี่ขึ้นจุดสูบแล้วยกยิ้มมุมปาก “ดึกป่านนี้คงนอนแล้ว”

 

“พูดถึงอะไร”

 

“คนที่พี่เบียร์รออยู่น่ะ” สูดควันเข้าปอดอีกเฮือกหนึ่งมันจึงชี้ก้นกรองมาทางโทรศัพท์ “นอนแล้วมั้ง”

 

“รู้ได้ยังไงว่ากูรอ” ก็ว่าไม่ได้ยุ่งอะไรกับโทรศัพท์เลยนี่นา

 

“รู้ตั้งนานแล้วแค่ไม่ทัก” ยกนิ้วชี้กับนิ้วกลางข้างที่ว่างชี้ที่ตาตัวเองประกอบคำพูด “สายตามึงมองไปทางโทรศัพท์ทุกสองนาทีเลย ไม่เชื่อถามพี่เข้มดูได้”

 

เนื่องจากรู้แก่ใจดีอยู่ผมจึงทำเพียงแค่เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ เหลืออีกสามนาทีจะเที่ยงคืน

 

คงเป็นอย่างที่ไอ้ไวน์พูด เธอคงไม่โทรมาแน่นอนแล้ว

 

“ยิ้มอะไร” น้องชายถามติดหัวเราะ

 

“...” ที่ไม่ตอบเพราะไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยไม่รู้จะบอกมันว่ายังไง

 

“จากน้องกวางเหรอ” จิ้มก้นบุหรี่ลงกับที่เขี่ยไอ้ไวน์ค่อยถามต่อ “ถ้าจะขนาดนี้ก็โทรหาไปเลยสิวะ”

 

“นายเลิกกับคุณกวางแล้วครับ” ลูกน้องเฉลย

 

“เลิก ?” ใบหน้าที่เมื่อครู่ดูผ่อนคลายเครียดขึงขึ้นกะทันหัน “ตั้งแต่เมื่อไหร่”


“เดือนกว่าแล้วมั้ง” ตอนตอบผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน

 

“ทะเลาะกันเรื่องอะไร” ถามกลับทันควัน “อย่าบอกนะเรื่องผู้หญิง”

 

เนื่องจากสนิทกัน ถึงไม่ต้องตอบออกมาเป็นคำพูดแต่ไอ้ไวน์ก็เดาได้

 

“แล้วมึงก็ปล่อยเขาไปเฉย ๆ เนี่ยนะพี่เบียร์... เหี้ยจริง” ท้ายประโยคมันพูดเมื่อผมพยักหน้า

 

“มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบฝืนใจใคร” กวางขอเวลาห้าเดือนให้เราต่างทบทวนตัวเอง ซึ่งผมก็เคารพในการตัดสินใจของเธอ

 

“มึงนี่มัน...” ไอ้ไวน์สลดลง “ผู้หญิงแบบนี้มึงจะหาได้จากที่ไหน ไม่มีใครที่จะดีได้เท่ากวางอีกแล้ว มึงก็รู้ไม่ใช่เหรอ”

 

เพราะรู้ไงถึงได้คิดว่าเมื่อครบกำหนดจะยอมเลิกทุกอย่างเพื่อแต่งงาน หากใครสักคนจะเป็นแม่ของลูกก็ต้องเป็นกวาง

 

เมื่อผมไม่ได้ตอบอะไรไอ้ไวน์จึงจี้ “ตั้งแต่เลิกไม่ได้เจอน้องกวางเลยเหรอ”

 

“เจอครั้งนึง” วันที่ตื่นขึ้นมาบนเตียงกับพรีม กวางส่งข้อความมาบอกว่าพ่อเธอชวนไปกินข้าวที่บ้านซึ่งผมก็ไป หลังฉลองกันเสร็จพ่อเรียกผมออกมาคุยที่สวนหน้าบ้านเป็นการส่วนตัวเพื่อถามไถ่เรื่องราวทั้งหมดและเมื่อรู้สาเหตุก็หัวเราะร่วนแล้วบอกว่าเข้าใจผม เพราะท่านเองก็เป็นผู้ชายเจ้าชู้มาก่อนเพิ่งจะหยุดตอนมีกวาง และถ้ารักกวางจริงวันหนึ่งผมเองจะหยุดได้เหมือนกัน

 

...แน่นอนว่าต้องรักสิ ผมเชื่อว่ารู้สึกแบบนั้น มันไม่มีคำอื่นมาอธิบายความสัมพันธ์ของเราได้แล้ว

 

เคาะนิ้วลงบนโทรศัพท์อย่างใช้ความคิดสองสามครั้งผมจึงยื่นให้เข้ม “ชาร์ตให้ที”

 

“ครับ” รับคำเสร็จเข้มก็เอาโทรศัพท์ไปชาร์ตให้ที่โต๊ะทำงาน

 

ระหว่างที่ไอ้ไวน์เดินไปห้องน้ำอยู่ ๆ สมองพลันนึกถึงเรื่องเมื่อหัวค่ำ ปกติขับรถผ่านถนนเส้นนั้นทุกวันไม่เคยจะแวะเลย แต่วันนี้บุหรี่ดันหมดแถมความอยากยังรุนแรงกว่าที่เคยจึงตัดสินใจจอดรถลงไปซื้อบุหรี่ที่ร้านสะดวกซื้อ ยืนจุดสูบยังไม่ทันหมดมวนรองเท้าส้นสูงก็ปักลงกลางหัว... ตามมาด้วยเธอ

 

พรุ่งนี้พวกนักข่าวจะทำอะไรพรีมหรือเปล่า ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว

 

ชำเลืองมองเข้มที่กลับมาทรุดตัวลงนั่งด้านข้างพลางยกเครื่องดื่มขึ้นจดริมฝีปากแล้วผมจึงเอื้อมมือไปดึงแก้วออก

 

ขยับปากงับลมพะงาบ ๆ สองสามครั้งเข้มก็ถามผ่านสายตาว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“พรุ่งนี้ไม่ต้องมา” ผมบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “วันอื่นก็ด้วย”

 

“นาย” คนด้านข้างหน้าเจื่อนสนิท “จะไล่ผมออกเหรอครับ”

 

“เปล่า” ทำไมผมถึงยังว้าวุ่นเรื่องนี้ไม่เลิกนะ “มีงานให้ทำ”

End talks.








“พรีม ตื่น” แรงเขย่าพร้อมเสียงเรียกที่ข้างหูส่งผลให้ฉันจำใจเปิดเปลือกตาขึ้น

 

เป็นความรู้สึกที่ไม่อยากตื่นขึ้นมารับรู้อะไรเลย

 

ถึงอย่างนั้นก็ยังขยับตัวไล่ความเมื่อยขบเล็กน้อยก่อนถามเวลา “กี่โมงแล้วคะ”

 

“แปดโมงครึ่งแล้ว” ในขณะที่ฉันค่อย ๆ หยัดกายพิงพนักเตียงผู้จัดการส่วนตัวก็วางอาหารเช้าซึ่งประกอบไปด้วยน้ำผลไม้และบรอกโคลีต้มไว้ตรงโต๊ะด้านข้าง

 

“ส่งตันหยงไปโรงเรียนแล้วเหรอคะ” เมื่อวานนี้ฉันเครียดเรื่องนักข่าวจนไม่สามารถข่มตานอนได้จึงจำเป็นต้องใช้ยานอนหลับชนิดแรง เพราะกลัวว่านาฬิกาจะปลุกไม่ตื่นและทำให้เสียงานได้ดังนั้นจึงส่งข้อความบอกให้พี่อ้อยมาหาที่ห้องกันเหนียวอีกต่อหนึ่ง

 

“จ้า” พี่อ้อยพยักหน้ารับก่อนกระวีกระวาดไปเปิดตู้เสื้อผ้า ระหว่างที่เลื่อนมือหาชุดปากก็บริภาษไม่หยุด “ถึงขั้นต้องให้พี่มาปลุก ใช้ยาอีกแล้วล่ะสิ พวกยานอนหลับน่ะใช้มากมันไม่ดีนะรู้ไหม”

 

“ทำไงได้ล่ะ” ฉันระบายลมหายใจพลางฝืนหยิบแก้ว ปกติการจิบน้ำส้มคั้นสดยามเช้านั้นทำให้สดชื่นแต่ในวันนี้ฉันกลับรู้สึกดาวน์ ไม่อยากจะทำอะไรเลยแม้แต่ลุกจากเตียง “พรีมยังไม่รู้จะจัดการกับนักข่าวยังไงนี่”

 

“พี่รู้ว่าเรื่องนี้ทำให้พรีมเครียด มาดูอะไรที่มันทำให้จิตใจกระชุ่มกระชวยหน่อยดีกว่า” วางเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นกุดแบรนด์กีฬาที่เป็นพรีเซนเตอร์ไว้บนเตียง แล้วเธอจึงหยิบโทรศัพท์มากดเข้าแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก “เนี่ย โฆษณาเครื่องสำอางที่พรีมรับคู่พลอยกำลังเป็นไวรัลเลยนะ คนถามหากันใหญ่ว่านางแบบที่ถ่ายคู่กับพลอยเป็นใคร ตอนนี้ในทวิตเตอร์ก็ทวีตเรื่องพรีมกันให้ว่อนเลยด้วย ดีไม่ดีมีสิทธิ์ดังเหมือนพลอยเลยนะ คราวนี้โฆษณาเข้าตรึม... อ้าว ! จะไปไหน”

 

ท้ายประโยคพี่อ้อยตะโกนตามหลัง

 

“อาบน้ำค่ะ” ฉันตอบอย่างแสนเซ็ง หากกำลังดังในโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกนัยหนึ่งก็คือฉันเป็นที่สนใจ แน่นอนว่านักข่าวไม่ยอมปล่อยง่าย ๆ แน่

 

เครียดหนักกว่าเดิมอีก !

 

กรี๊งงง ทันทีที่เสียงออดประตูดังขึ้นพี่อ้อยก็รีบเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องนอนโดยไม่ต้องร้องขอ พักหนึ่งเธอจึงกลับมาพร้อมดอกไม้ช่อใหญ่

 

“ของพรีม แม่บ้านเอาขึ้นมาให้” บอกเพียงเท่านั้นเธอก็ยัดมันใส่อ้อมแขนฉันก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูแล้วเดินจากไป

 

ก้มลงมองดอกคาร์เนชันสีแดงสดแล้วฉันจึงเปิดอ่านข้อความจากการ์ด วันนี้ไปหาที่กองนะ - ผิดก

 

ไผ่งั้นเหรอ ?


ถึงจะไม่มั่นใจว่าตอนนี้จุดประสงค์แท้จริงที่เขาพยายามเข้าหาคืออะไรกันแน่ แต่ฉันก็ตัดสินใจรับดอกไม้ของไผ่ไว้ไม่โยนทิ้งเหมือนของคนอื่น ๆ ที่ผ่านมา

 

 

 

 

เนื่องจากวันนี้พี่อ้อยเห็นว่าฉันอยู่ในช่วงวิกฤตจึงเสนอให้ใช้รถรุ่นคุณปู่ของเธอเพื่อหลบนักข่าวและขันอาสาเป็นสารถีขับตามมาเฝ้ายังกองถ่าย แต่แล้วในขณะที่เคลื่อนตัวออกจากสี่แยกไฟแดงแรกไม่เท่าไหร่รถกลับกระตุกถี่ ๆ ก่อนเครื่องยนต์จะดับลงกลางถนน

 

ปี๊นนน ! เสียงบีบแตรไล่ที่ดังจากรถหลายคันทางด้านหลังทำฉันเหงื่อแตกซิก

 

“ทำไมรถดับอ่ะพี่อ้อย” ใกล้ถึงเวลาที่ต้องแต่งหน้าเตรียมเข้าฉากแล้วด้วย

 

“พี่ก็ไม่รู้”

 

แอ๊ดดด แอ๊ดดด...

 

พี่อ้อยพยายามบิดกุญแจรถอีกหลายต่อหลายครั้งแต่เครื่องยนต์ทำเพียงครางเหมือนให้ความหวังแล้วสุดท้ายก็ดับไป กึก !

 

“ไม่ติด ทำไงดีอ่ะพรีม”

 

จะทำยังไงได้เล่านอกจาก “โทรเรียกช่างค่ะ”

 

“เออใช่ ๆ” คนสติแตกลนลานควานหาโทรศัพท์ท่ามกลางเสียงแตรระงม ถึงจะเบี่ยงหลบไปได้แต่ผู้ใช้รถใช้ถนนหัวร้อนบางคนก็ยังระบายอารมณ์ใส่เราด้วยแรงโทสะ “พรีมเสิร์ชหาเบอร์อู่แถวนี้ให้พี่ที”

 

“ค่ะ” เพราะฉันยัดมือถือไว้ในกระเป๋ากางเกงจึงสะดวกต่อการหยิบมากกว่าพี่อ้อย แต่ในขณะที่ก้มหน้ารัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์เสียงเคาะกระจกฝั่งคนขับพลันดังขึ้น

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก !

 

“ซวยแล้ว !” คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวพ่วงตำแหน่งผู้จัดการสั่นเป็นเจ้าเข้า “เขาจะมาด่าเราแน่เลยอ่ะ”

 

“กดกระจกลง เดี๋ยวพรีมจัดการเอง”

 

แน่นอนว่าพี่อ้อยทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว เมื่อกระจกลดลงเกือบครึ่งฉันก็ก้มหัวไหว้ปลก ๆ พร้อมขอโทษขอโพย “ขอโทษนะคะ พอดีเรารถเสียน่ะค่ะ”

 

“ให้ช่วยไหมครับ” คำพูดมีน้ำใจในโทนเสียงทุ้มหูเรียกให้ฉันเงยหน้าขึ้นก่อนจะช็อกตาค้าง

 

บ้าบอคอห่าน ! ผู้ชายคนนี้ ตรงนี้เนี่ยนะ

 

...บังเอิญเกินไปหรือเปล่า


“คุณเข้ม” แม้ผู้ชายหน้าดุไว้หนวดเคราในชุดเสื้อยืดทับด้วยสูทสีดำราวกับมาเฟียจะสวมแว่นกันแดดแต่ฉันก็จำเขาได้

 

“ครับ” มือขวาข้างที่เต็มไปด้วยรอยสักดึงแว่นพับเสียบไว้ตรงคอเสื้อเผยให้เห็นขอบตาดำคล้ำคล้ายกับพักผ่อนน้อย “เดี๋ยวผมโทรเรียกรถลากให้ ระหว่างนี้ผมจะเช็กให้ก่อน รบกวนเปิดกระโปรงรถหน่อยได้ไหมครับ”

 

“ค่ะ ๆ” พี่อ้อยก้มตัวลงกดปุ่มใต้พวงมาลัย ทันทีที่แผ่นเหล็กเด้งขึ้นเขาก็เดินไปเปิดฝากระโปรง “เราต้องลงไปดูเขาหน่อยไหมพรีม”

 

“พรีมรู้จักเขา เดี๋ยวพรีมไปเอง” บอกเพียงเท่านั้นฉันก็หยิบแว่นกันแดดและหมวกแกปมาสวมก่อนเดินลงไปเมียงมอง “คุณเข้มมาธุระแถวนี้เหรอคะ”

 

ใช้มือค้ำขอบเหล็กไว้เขาก็หันมาบอกหน้านิ่ง “เปล่าครับ นายส่งผมมาเป็นบอดี้การ์ดให้คุณพริมา”

 

“หา ?” เมื่อคืนฉันก็ปฏิเสธความช่วยเหลือแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของคุณเบียร์โดยการไม่โทรกลับไปแล้วนี่ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ได้ล่ะ “คุณเบียร์เนี่ยนะคะส่งคุณเข้มมา”

 

“ครับ”

 

พอคุณเข้มย้ำคำพูดฉันจึงสวนกลับทันควัน “ไม่เป็นไรค่ะ ช่วยแค่เรื่องรถก็พอ เสร็จจากตรงนี้แล้วคุณเข้มก็กลับไปพักผ่อนเถอะ อาชีพอย่างพรีมอยู่เองสะดวกกว่า”

 

“ให้ผมทำหน้าที่ตัวเองเถอะครับ” เขาบอกอย่างจริงจัง “ไม่งั้นคุณพริมาก็ลองโทรไปคุยกับนายดู”

 

ฉันเบ้ปาก ให้โทรไปคุยกับคนใจดำอย่างคุณเบียร์น่ะเหรอ... เมินซะเถอะ

 

“เพราะขืนไม่ทำตามคำสั่ง นายไล่ผมออกแน่” ไล่ออก เปรียบเสมือนคำวิเศษซึ่งส่งผลให้ฉันไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้ “ว่าแต่คุณพริมาต้องถึงกองถ่ายกี่โมงครับ”

 

“สิบเอ็ดโมงค่ะ” พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นฉันก็สะดุ้ง

 

คุณเข้มก้มลงมองนาฬิกาข้อมือเล็กน้อย “ทันครับ ผมขับไปส่งเอง”

 

ไม่นานนักตำรวจจราจรก็เดินมาถามไถ่ก่อนจะกลับป้อมไปเมื่อคนจากอู่มาถึง หลังจัดการกับรถเรียบร้อย ฉันและพี่อ้อยจึงขึ้นมาบนรถจีปคันโตสีดำสนิทของคุณเข้ม

 

เพราะผู้จัดการรู้เรื่องทุกอย่างจากพลอยแล้ว ฉันเลยแนะนำว่าคุณเข้มเป็นคนของคุณเบียร์ ซึ่งเธอก็อัธยาศัยดีพอจะชวนเขาคุยเรื่องลมฟ้าอากาศแต่คุณเข้มกลับถามคำตอบคำ

 

เมื่อบรรยากาศเริ่มอึดอัดพี่อ้อยจึงหันมาหาฉัน


“เออ เมื่อกี้มัวแต่คุยโทรศัพท์ลืมถามเลยว่าหนุ่มที่ไหนส่งดอกคาร์เนชันแดงมาอ้อนขอความรัก ฮอตตลอดนะเราเนี่ย !” จบประโยคนั้น แม้ว่าจะสวมแว่นตาดำแต่ฉันก็เห็นได้ชัดเจนว่าคุณเข้มแอบชำเลืองมองผ่านกระจกหลัง “บอกจะมาหาที่กองด้วยไม่ใช่เหรอ”

 

แอบอ่านการ์ดกันอีก ! พี่อ้อยนะพี่อ้อย เรื่องคุยก็มีตั้งเยอะแยะไหงเปิดมาแบบนี้ล่ะ นี่ผู้จัดการหรือตัวสร้างภาระกันแน่เนี่ย

 

“เพื่อน”

 

“ใช่เหรอ” พอเธอขยี้ไม่เลิกฉันจึงสอดมือผ่านช่องแคบเบาะฝั่งผู้โดยสารไปหยิกเอวย้วย ๆ ของสาวอวบอย่างแรงเป็นเชิงบอกให้หยุด “อุ๊ย ! หยิกพี่ทำ...”

 

เหลือบมองคนข้างตัวและนึกถึงสถานะเขาได้พี่อ้อยก็รีบกลับลำ “พี่หยอกเล่น”

 

“ไม่ต้องชวนคุยแล้วพรีมจะนอน” เนื่องจากไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวหลุดไปมากกว่านี้ฉันจึงซุกตัวเข้ามุมพร้อมกดปีกหมวดลงบังแดด ราวครึ่งชั่วโมงต่อมารถก็จอดลงหน้าบ้านเช่าซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำของวันนี้โดยไม่จำเป็นต้องบอกทาง

 

แม้อยากจะถามว่าเขารู้ได้ยังไงแต่ก็พับความคิดนั้นไปเมื่อคุณเข้มรีบเดินอ้อมมาเปิดประตูให้

 

“ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้ค่ะคุณเข้ม” ฉันค้อมศีรษะอย่างเกรงใจ แต่เขายังไม่ทันได้ตอบอะไรผู้หญิงตัวเล็กซึ่งพักหลังชอบทำตัวเป็นแมวน้อยคอยเกาะแกะก็วิ่งเข้ามาคล้องแขนพร้อมเรียกด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

 

“พี่พรีม” สงสัยวันนี้จะอารมณ์ดีเป็นพิเศษคลาร่าจึงยิ้มจนตาหยี “ไปแต่งหน้าเร็ว ซีนก่อนหน้าถ่ายใกล้เสร็จแล้ว”

 

พูดจบเธอก็ออกแรงดึงจนต้องก้าวขาตาม แต่เมื่อนึกบางเรื่องได้ฉันเลยหันหลังไปบอกผู้จัดการ “พี่อ้อย จัดการเรื่องข้าวให้คุณเข้มด้วยนะคะ”

 

“จ้า”

 

เมื่อพี่อ้อยรับคำเราสองคนจึงเดินเข้าบ้านมาอย่างสบายใจ แต่แล้วฉันพลันต้องขมวดคิ้วตอนยี่หวาซึ่งดูท่าน่าจะเพิ่งถ่ายเสร็จหมาด ๆ เปิดประตูวิ่งออกจากตัวบ้านก่อนจะหยุดลงตรงหน้า

 

“ใครมาส่งเธอ” ทั้งหน้าตาและน้ำเสียงยี่หวาดูกระหายใคร่รู้

 

ฉิบหายแล้ว ฉันลืมไปได้ยังไงว่ายี่หวาเป็นคู่ขาคุณเบียร์ ไม่ว่ายังไงต้องเคยเห็นคุณเข้มมาก่อนแน่นอน


“คนขับรถ”

 

“ถอยสิ” นางเอกดังพยายามเอียงคอมองผ่านฉันและคลาร่าซึ่งขยับไปทางซ้ายทีขวาทีเพื่อช่วยกันกันซีนโดยไม่ต้องนัดหมาย จนคุณเข้มกลับขึ้นรถเรียบร้อยยี่หวาจึงสั่งเหมือนตัวเองเป็นใหญ่ “ฉันจะดูหน้าเขาให้ชัด ๆ เรียกเขามานี่หน่อยซิ”

 

“ทำไมฉันจะต้องทำตามที่เธอสั่งด้วย” ฉันสวนกลับทันควันทั้งที่ใจเต้นไม่เป็นส่ำ

 

“จริง” ยัยตัวดีหันมองไปทางรถ “คนขับรถพี่พรีมหน้าไปเหมือนโคตร...”

 

ไม่ทันพูดจบเจ้าของมือเล็กก็เขย่าแขนฉันยิก ๆ “พะ... พี่พรีม นักข่าวบุก !

 

ได้ยินดังนั้นยี่หวาก็สะบัดผมเพื่อที่จะได้ดูสวยสมฐานะเวลาโดนกล้องจับภาพ ก่อนจะเม้มปากเกลี่ยสีสิปสติกให้อยู่ในสภาพพร้อมรบ

 

ฉันทันได้เห็นใบหน้าสวยหวานเชิดขึ้นก่อนที่ยี่หวาจะโดนนักข่าวชายหญิงและช่างภาพร่วมสิบชีวิตซึ่งตรงเข้ามารุมล้อมฉันเบียดจนกระเด็น ยืนงงอยู่ได้เพียงเสี้ยววินาทีไมค์ลอยก็ถูกยื่นมาใกล้จนแทบจะกระแทกปาก “น้องพรีมคะ พี่ขอสัมภาษณ์หน่อยค่ะ เรื่องนางร้ายหน้าใหม่ที่มีข่าวขึ้นคอนโดผู้ชายใช่น้องพรีมมั้ยคะ”

 

เห็นฉันโดนรุมคุณเข้มซึ่งยกโทรศัพท์แนบหูอยู่จึงลงจากรถแล้ววิ่งเข้ามาใกล้ แต่ฉันก็ใช้สายตาแทนคำพูดว่า อย่าเพิ่งเข้ามา

 

ดูเหมือนนักข่าวทุกคนจะอยากรู้หลายอย่างเพราะหลังจากนั้นพวกเขาก็แย่งกันถามจนสมองของฉันขาวโพลน กระทั่งคลาร่าบีบตรงต้นแรง ๆ หนหนึ่งสติของฉันจึงเริ่มกลับมา

 

“...แล้วเรื่องที่น้องพลอยบอกว่าน้องพรีมซื้อคอนโดใหม่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาราคาหลายสิบล้านจริงหรือเปล่าครับ”

 

ตอนนี้ฉันเหมือนคนน้ำท่วมปาก ทั้งที่ภายในใจกรีดร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่านั่นไม่ใช่เรื่องจริง แต่หากพูดออกไปพลอยจะกลายเป็นคนโกหกในทันที

 

“ว่าไงคะน้องพรีม” ผู้หญิงรูปร่างอวบสวมแว่นหนากดดันฉันแถมยังใช้น้ำเสียงที่ฟังแล้วน่าหมั่นไส้สุดกู่พูดถึงพลอย “หรือไม่ใช่อย่างที่น้องพลอยให้สัมภาษณ์ น้องพลอยโกหกเหรอคะ”

 

ฉันตวัดสายตาไปยังคนพูดก่อนจะโพล่งโดยไม่ต้องหยุดคิด “อย่างที่พลอยพูดค่ะ ที่มีภาพหลุดออกมาคือวันปีใหม่ พรีมไปเช็กว่าห้องตกแต่งถึงไหนแล้ว”


รักษาหน้าเพื่อน... ห้าแสนก็ห้าแสนวะ !

 

“ถ้าแค่นี้” นักข่าวคนเดิมแสยะยิ้มก่อนจะขยี้คำถามชวนหัวร้อน “แล้วเมื่อวานจะหนีทำไมล่ะคะ”

 

คำพูดไร้มารยาทประโยคนั้นเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายทำให้ความอดทนของคุณเข้มขาดผึง ดังนั้นเขาจึงแหวกผ่านเข้ามากลางวง “สัมภาษณ์แค่นี้ครับ คุณพริมาต้องไปเข้าฉากแล้ว”

 

ฉุดแขนฉันและคลาร่าเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าว เสียงแหลมเล็กก็หวีดดังลั่น “นายเข้ม !

 


เธออออ เธอจะสะบัดผมเหมือนเป็นศูนย์รวมจักรวาลไม่ได้ วันนี้นักข่าวไม่ได้มาสัมฯ เธอไงยี่หวา 555555555

 

เอาต่อมั้ย ถามแค่นี้=..= ฮีฮ่า !

สปอยด้วยภาพ


 

 



เล่นทวิตติดแท็ก  #คุณชีขยี้เสือ ด้วยนะคะ

หรือถ้ากลัวคนเปิ้บป๊าบแบบบี้ไม่เห็น @realbabylinlin ต่อเลยจ้า

จะเข้าไปรีรัว ๆ เลย จ๊วบบบบ


*อิมเมจตัวละคร*

 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12.535K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52,877 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #52851 18233001 (@18233001) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 16:23
    ทรีมพรีมเพียบ 55
    #52,851
    0
  2. #46064 may0234 (@usamasa0234) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 16:22

    ยี่หวาเธอ... 5555555 พรีมรับมือดีๆนะสู้ๆ

    #46,064
    0
  3. #41347 Rosdukon2535 (@Rosdukon2535) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 16:53
    เขินนนน
    #41,347
    0
  4. #39509 Sinek Blue (@sinek1411) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 16:10
    พระเอกเทาๆ หน่วงใจ แต่สำนวนดีจัง
    #39,509
    0
  5. #37726 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 17:18
    ยี่หวาจะคบผู้ไม่ได้เช็คประวัติญาติพี่น้องเขาบ้างเหรอเนี่ย
    #37,726
    0
  6. #36994 darkeye2229 (@darkeye2229) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 00:00
    สะบัดผมเก้อเลยอ่ะยี่หวา...
    ว้ายยยยยยยย
    #36,994
    0
  7. #36747 Riboflavin (@charib55) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 03:56
    พิเข้มสุดยอดดดดด
    #36,747
    0
  8. #31379 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 18:07
    เข้มนี่ลูกน้องผู้ซื่อสัตย์
    #31,379
    0
  9. #23978 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 19:52
    ชงพี่เข้มกับพี่อ้อย
    #23,978
    0
  10. #22632 chana2018 (@chana2018) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 15:33

    พี่เข้มโดนใจ เข้มสมชื่อจ้าา... งานนี้น้องพรีมคงต้องง้อพี่เบียร์สินะ หุหุ

    #22,632
    0
  11. #20620 blankmode (@blankmode) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 16:16
    แง สนุกอะ ไม่ได้อ่านนิยายนานแล้ว กลับมาเจออ่านเรื่องนี้คือประทับใจมาก
    #20,620
    0
  12. #15723 qzzoqomqzqo (@mayinz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:01
    จริงๆ อย่าพึ่งท้องนะ ไม่อยากให้หยุดที่พรีมเพราะพรีมท้องอยากให้หยุดเพราะพรีมเอาอยูาจริงๆ เดี๋ยวก็มารักเพราะนางเอก งอแงอีก ไม่ด้าน
    #15,723
    0
  13. #14944 kpumja (@kamlangjai-dd) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:50
    พรีมจ๋า หญิงแกร่งแห่งปี
    #14,944
    0
  14. #13986 Amineen27 (@Amineen27) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:11

    ไม่เอาอย่าเพิ่งท้องงงง
    #13,986
    1
    • #13986-1 Iglues_M (@mieexol) (จากตอนที่ 8)
      24 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:29
      ชอบการสปอยภาพ5555
      #13986-1
  15. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:59
    ชีวิตพรีมจะวุ่นอีกนานมั้ยเนร้ยย
    #13,656
    0
  16. #13601 Yougain (@Yougain) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:27
    หืมมมม ท้องงงง
    #13,601
    0
  17. #13302 Lalilaa (@Lalilaa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:03
    ท้อวววววงงงงงง!?!?!?
    #13,302
    0
  18. #12117 palllll (@palllll) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:30
    ลำไยนีกข่าว
    #12,117
    0
  19. #11855 Nong (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:35

    ต่อค่ะบี้ ขอเล่มเลยก็ได้น๊าาา บี้ลงเล่มทีไรเราไม่ทันหลายทีละต้องมีเหตุตลอดสิน่าาาาา เรื่องก่อนเราพลาด เราแทบจะลงแดงอ่ะบี้!!!!!!

    #11,855
    0
  20. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:52
    พรุ่งนี้คงต้องตื่นแต่เช้ามาส่อง
    #11,849
    0
  21. #11846 Poukaa (@Poukaa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:45
    ต่อสิบี้ ไม่น่าถามเลย
    #11,846
    0
  22. #11836 อืหิ่น (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:15

    500000 เชียวนะยัยชี...เพื่อเพื่อน

    #11,836
    0
  23. #11834 DunkinD-do (@nattanaree1005) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:14
    ขอเล่มด่วนค่ะะะะะะ
    #11,834
    0
  24. #11809 cp_psr (@cp_psr) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:08
    เสียงยี่หวาสินะ คลาร่าจัดการนักข่าวให้พี่สะใภ้ซิ
    #11,809
    0
  25. #11781 Bzllll (@kanyapakBoonyai) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:18
    สปอยทำไมมมมมม ปาเล่มมาเลยยยยย
    #11,781
    0