Love Therapy ทฤษฎีบำบัดรัก

ตอนที่ 4 : LOVE THERAPY บำบัดรักบทที่ 3: ความผิด 'ของผม' ครึ่งหนึ่ง [Loading250%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 151,038
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9,487 ครั้ง
    28 ก.พ. 62

LOVE THERAPY

บำบัดรักบทที่ 3:  ความผิด ของผม ครึ่งหนึ่ง




Beer talks.

ฟุ่บ ! แค่ผมตอบรับคนตัวผอมก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น

 

“ผมช่วย” จังหวะที่โน้มตัวลงแล้วทำท่าจะอุ้มร่างเล็กขึ้นเจ้าตัวกลับรีบยกมือขึ้นมายันอกผมไว้ แม้จะปราศจากคำพูดแต่แววตาก็สื่อความรู้สึกอย่างชัดเจน

 

มันเป็นสายตาที่ผมไม่เคยได้รับจากใครและอ่านความหมายได้ว่า รังเกียจจนไม่อยากเข้าใกล้

 

น่าหงุดหงิด อยากจะทิ้งไว้ตรงนี้ซะให้รู้แล้วรู้รอดแต่แม้จะไม่ตั้งใจหางตากลับเหลือบไปเห็นรอยจ้ำสีช้ำซึ่งปรากฏบนเนินเนื้ออิ่มเข้า สภาพไม่ได้ชวนให้คนทั่วไปคิดดีได้เลย

 

สุดท้ายก็ทำไม่ลง ในเมื่อถึงเมื่อคืนสติจะไม่ค่อยมีแต่สัมผัสที่ได้รับกลับยังติดตรึงอยู่จนถึงขณะนี้

 

เนื่องจากห้องพักชั่วคราวบนชั้นสามไม่ใช่ใครนึกจะเดินขึ้นไปก็ขึ้นไปได้ ดังนั้นตอนทิ้งตัวลงบนเตียงผมจึงไม่ได้เอะใจว่านี่ไม่ใช่ยี่หวา จนกระทั่งทำนั่นแหละถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดแผกจากเดิม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเลือกจะปัดมันทิ้ง

 

กับเธอเป็นความรู้สึกดีที่แตกต่าง ยอมรับอย่างไม่อายเลยว่าตอนนั้น... ไม่อยากหยุด

 

และถ้าไม่ใช่ว่าถุงยางหมดก็คงไม่หยุดจริง ๆ

 

“ไม่ให้ช่วย ?” เลิกคิ้วเล็กน้อยค่อยถามต่อ “แล้วลุกเองได้เหรอ”

 

เห็นชัดว่ายืนแทบไม่ไหวมาตั้งแต่บนห้องแล้ว แถมเมื่อคืนหนักแค่ไหนผมเองก็รู้ดีแก่ใจ

 

“ค่ะ” พอผมยอมผละออกห่างเธอจึงใช้มือค้ำพื้นและออกแรงหยัดกายจนท่อนขาส่วนที่ไม่มีอะไรบดบังถูลู่ถูกังกับอิฐบล็อกรูปตัวหนอน แต่ยกร่างลอยสูงขึ้นได้ไม่กี่เซนติเมตรหัวเข่าซึ่งเปรอะเปื้อนด้วยเศษดินและมีเลือดไหลซิบก็กระแทกลงบนพื้นอีกรอบ

 

กึก !

 

“พอเถอะ” เมื่อทนมองไม่ได้จึงคว้าต้นแขนที่เล็กจนกำรอบด้วยมือเดียวได้ไว้เพราะความหวังดี

 

“ไม่แตะตัวได้ไหมคะ” เธอใช้น้ำเสียงสวิงขั้นสุดตวาดอย่างหมดความอดทน


เพราะผ่านผู้หญิงมามากจึงมองออกว่าเธอไม่ได้ฟอร์มเหมือนคนอื่น ๆ ที่เคยเจอ แต่ที่ทำทั้งหมดหมายความว่าไม่อยากให้แตะต้องจริง และเพราะมั่นใจแบบนั้นความรู้สึกบางอย่างจึงผุดขึ้นมา

 

ยิ่งรังเกียจยิ่งอยากเอาชนะ...

 

กะพริบตามองอย่างคาดไม่ถึงเล็กน้อยจึงปรับสีหน้าให้เปลี่ยนมาเป็นเฉยชา “มากกว่าแตะก็ทำมาแล้วนะ”

 

แค่ได้ยินริมฝีปากสีส้มอิฐก็คว่ำลงแทนการแสดงถึงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ลอบยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อยผมจึงสอดแขนเข้าไปตรงข้อพับพร้อมประคองแผ่นหลังของเธอแล้วลุกขึ้นยืนอย่างง่ายดาย

 

ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบถลนในทันที แถมมือทั้งสองข้างก็กำรองเท้าส้นสูงเอาไว้ไม่ยอมปล่อย กว่าเธอจะหาเสียงตัวเองเจอแล้วพูดละล่ำละลักผมก็ออกเดินมาได้หลายก้าวแล้ว “บะ... บอกแล้วไงว่าไม่ต้องช่วย”

 

คำถามนั้นไม่ได้รับคำตอบ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงได้อยากกวนอารมณ์เธอนัก แต่แล้วจู่ ๆ คนในอ้อมแขนก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้แล้วยกมือซึ่งยังกำก้านรองเท้ามาปิดหน้าตัวเองเอาไว้

 

“หึ...” เป็นภาพที่ตลกจนเผลอหลุดหัวเราะ “ทำอะไร”

 

“เดินเร็วหน่อยค่ะ” ถึงคำพูดคำจาอู้อี้จนเกือบฟังไม่ได้ศัพท์แต่เจ้าตัวก็คลายความเกรี้ยวกราดลงแล้ว “เผื่อมีนักข่าว”

 

กลัวนักข่าว ? เธอเป็นดารางั้นเหรอ

 

“ถึงแล้ว เปิดประตูให้ที” ไม่ต้องรอให้พูดซ้ำคุณชีก็ควานมือสะเปะสะปะไปเปิดประตูรถให้ เมื่อวางคนตัวเบาโหวงลงบนเบาะแล้วปิดประตูผมจึงเดินอ้อมมานั่งฝั่งคนขับบ้าง หลังสตาร์ทรถและเร่งแอร์ให้เย็นฉ่ำค่อยระบายลมหายใจ

 

“ขึ้นรถแล้วก็เลิกเอารองเท้ามาปิดหน้าเถอะ” ติดฟิล์มทึบขนาดนี้ไม่มีใครมองเข้ามาเห็นหรอก

 

ลดระดับมือลงเล็กน้อยคุณชีค่อยกระถดตัวทีละคืบสองคืบจนสุดท้ายร่างก็ติดกับประตูรถ

 

...ไม่ขยะแขยงกันเลยสักนิดสินะ


แน่นอนว่าการพยายามรักษาระยะห่างอย่างไม่แนบเนียนนั้นเกือบทำผมหลุดหัวเราะอีกรอบแต่ก็ยั้งตัวเองอยู่ “ตกลงจะให้ไปส่งที่ไหน”

 

ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนตอบ “ช่วยโทรหาคุณโซ่ให้หน่อยได้ไหมคะ”

 

ล้วงเอาโทรศัพท์กดโทรออกหาเบอร์คนรู้จักอย่างโซ่แล้วผมค่อยยื่นให้ หลังยกมันขึ้นแนบหูไม่นานนักใบหน้าเนียนใสก็ซีดเผือด

 

คุณชีพยายามติดต่อโซ่อีกสองสามครั้งก่อนจะวางโทรศัพท์คืนให้ตรงช่องวางแก้วน้ำ

 

“โซ่ปิดเครื่อง ?” ถามทั้งที่พอจะเดาคำตอบออกอยู่แล้ว

 

“ค่ะ”

 

อ่านจากท่าทางก็รู้ว่าเธอคงไม่มีที่ไปจึงตัดสินใจเองเสร็จสรรพ

 

“งั้นแปลว่าคุณ...” ขณะที่พูดก็เอนกายเข้าไปจับเบาะด้านข้างเพื่อจะเอื้อมเปิดช่องเก็บของตรงคอนโซลหน้ารถ แต่แล้วเธอพลันเบิกตาโพลงก่อนจะยกเท้าเปล่าเปลือยขึ้นยันผมแล้วเงื้อแขนขึ้นสุดแรง

 

ปึก ! ความเจ็บแปลบซึ่งเกิดขึ้นตรงหางคิ้วด้านซ้ายอย่างปัจจุบันทันด่วนทำผมงุนงงจนต้องค้างตัวอยู่ในท่าคร่อมเธอเอาไว้

 

“ถอยออกไป !” คุณชียกรองเท้าขึ้นขู่ แถมเท้าเล็ก ๆ นั่นก็ยังถีบรัวเข้ากับอกของผม ถึงจะไม่ได้เจ็บมากมายแต่ก็สร้างความรำคาญปนโมโหให้พอสมควร

 

“คุณ !” เมื่อทนไม่ไหวจึงขึ้นเสียงพร้อมรวบข้อเท้าทั้งสองข้างที่ประทุษร้ายตัวเองไว้ “ผมแค่จะเอาของ”

 

ความจริงที่เพิ่งพูดทำเธอหยุดชะงักแต่สายตายังฉายชัดถึงความไม่ไว้ใจ

 

“เรื่องเมื่อคืนผมผิดเองครึ่งนึงที่ไม่ดูให้ดีก่อน ผมยอมรับ ! แต่คุณเองก็มาอยู่ผิดที่ด้วยอย่าลืม เลิกทำเหมือนเห็นผมเป็นผู้ร้ายฆ่าข่มขืนสักทีจะได้มั้ย”

 

กะพริบตาสองสามครั้งคุณชีก็ปล่อยมือออกจากร้องเท้าแล้วยกนิ้วขึ้นจิ้มหางคิ้วตัวเอง “คิ้วคุณ”

 

“คิ้วผม ?” หรี่ตาเล็กน้อยจึงถาม “มันทำไม”

 

“แตกค่ะ”


เธอตอบพร้อมกันกับที่ผมรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างไหลลงมาตามข้างแก้ม พอยกหลังมือขึ้นปาดดูพลันต้องถอนหายใจเมื่อพบว่ามีเลือดสีแดงสดติดอยู่บนผิว

 

ฟาดมาขนาดนี้ไม่แตกก็แปลกแล้ว...

 

ให้ตายเถอะ นี่มันวันวินาศสันตะโรอะไรกันเนี่ย

 

เพราะคุณชีไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรสักนิดสุดท้ายผมจึงจำต้องหยิบกระดาษทิชชู่มากดปากแผลไว้ลวก ๆ ขณะที่ขับรถออกมาก็บอกไปพลาง “เปิดช่องเก็บของ ในนั้นมีคีย์การ์ดสำรองอยู่”

 

ชำเลืองมองผมเล็กน้อยเธอจึงหยิบคีย์การ์ดสีดำออกมาตามคำสั่ง

 

“ระหว่างรอไอ้โซ่เปิดเครื่องถ้าไม่มีที่ไปคุณก็ไปอยู่คอนโดผมชั่วคราวก่อน”

 

“ขอบคุณค่ะ” คุณชีค้อมศีรษะ “แต่ถ้าภายในวันนี้ยังติดต่อคุณโซ่ไม่ได้คุณเบียร์ก็ต้องนอนที่ผับ มันจะไม่เป็นการรบกวนคุณเบียร์เกินไปใช่ไหม”

 

พูดเหมือนมีมารยาท แต่มันคือการบีบบังคับกลาย ๆ ว่า เราจะไม่ใช้ห้องร่วมกัน คุณเบียร์จงนอนที่คลับไปซะ

 

ใจจริงอยากจะแกล้งทำเป็นไม่ยอมแต่ก็กลัวได้เพิ่มมาอีกแผลจึงตอบรับ “ครับ”

 

จบบทสนทนานั้นความเงียบก็โรยตัวอยู่รายล้อมรอบเรา กระทั่งถึงปากซอยหน้าทางเข้าคอนโดเธอจึงหันมาสบตา “ขอแวะร้านขายยาหน่อยได้ไหมคะ”

 

หลังจอดรถตีไฟกะพริบตรงหน้าร้านขายยาจึงล้วงเอากระเป๋าเงินและหยิบแบงก์พันส่งให้โดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องร้องขอ พอร่างเพรียวระหงก้าวลงจากรถผมค่อยกดกระจกเพื่อสูบบุหรี่รอ

 

พอเธอกลับมาก็ดับมันแล้วขับต่อจนถึงคอนโดก่อนจะจอดลงตรงชานพักด้านหน้าแล้วบอก “ชั้น 53  ขึ้นลิฟต์ตัวที่ 3

 

ค้อมศีรษะแทนการขอบคุณเล็กน้อยคุณชีก็ดึงสลักประตูแต่เนื่องจากว่ายังไม่ได้ปลดล็อกจากฝั่งคนขับมันจึงเปิดไม่ออก

 

“คุณเบียร์...”

 

ไม่รอให้เธอพูดจบผมก็สวนกลับ “อุปกรณ์ทำแผลของผมล่ะ”

 

ช้อนตามองกันเล็กน้อยใบหน้าเฉี่ยวคมก็ส่ายไปมา “ไม่มีค่ะ”

 

“แล้วนี่ล่ะ” ขยับมือซ้ายที่ยังคงกดกระดาษทิชชู่ไว้กับหางคิ้วเล็กน้อย “มันปวดมากเลยนะ”

 

“ปวดมากเลยเหรอ” ทวนคำเสร็จคุณชีก็มีท่าทีกังวล

 

“มาก เหมือนเลือดจะยังไม่หยุดไหลด้วย”


อยากรู้ว่าเธอจะทำยังไงถึงได้ทดสอบ...

 

“นานแล้วนะ... ขอดูหน่อยค่ะ” พึมพำด้วยความประหลาดใจแล้วมือผอมจึงจับมือของผมออกพร้อมเลื่อนตัวเข้ามาใกล้เพื่อสำรวจปากแผลครู่หนึ่ง “ไม่ไหลเว่อร์เหมือนเมื่อกี้แล้วค่ะ แค่ซึม ๆ อีกเดี๋ยวก็คงหยุด”

 

พูดจบจึงล้วงกระเป๋ากางเกงขาสั้นหยิบพลาสเตอร์ยับยู่ยี่ยี่ห้องไม่คุ้นตาขึ้นมาฉีก ขณะที่แปะมันลงบนหางคิ้วให้อย่างเบามือก็แนะนำไปด้วย “เดี๋ยวแปะพลาสเตอร์ห้ามเลือดไปก่อน ถึงคลับแล้วคุณเบียร์ค่อยทำความสะอาดแผลนะคะ”

 

ไม่มีการใจอ่อนชวนขึ้นห้องไปทำแผล ดูท่าที่เธอขึ้นมาอยู่บนห้องนอนชั้นสามแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้ คงมีแค่เหตุผลเดียวเท่านั้น พอนึกขึ้นได้จึงเตรียมจะเอ่ยบางอย่าง “เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน...”

 

เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนผมขอโทษ คือสิ่งที่ต้องการบอกแต่ยังพูดไม่จบกลับต้องสะอึก

 

“ก็ให้มันจบที่เมื่อคืนค่ะ” แววตาของคนตรงหน้าแน่วแน่ “คุณคิดว่าฉันเป็นยี่หวา ส่วนฉันเองก็เมาจนจำไม่ได้ว่าขึ้นไปอยู่บนนั้นได้ยังไง เราผิดกันคนละครึ่งอย่างที่คุณบอกนั่นแหละ”

 

“รู้จักยี่หวาด้วย ?”

 

“ค่ะ” เธอไม่ขยายความอะไรมากกว่านั้น “รบกวนคุณเบียร์หาทางติดต่อพลอยผ่านคุณโซ่ทีนะคะ ถ้าติดต่อได้แล้วให้เขามารับฉันที่นี่ แต่ถ้าเขาถามหาเหตุผลคุณเบียร์ก็บอกไปว่าฉันเมาแล้วทำของหาย คุณเบียร์ช่วยไว้แล้วให้ยืมที่พักชั่วคราว”

 

ไม่โวยวาย ไม่ฟูมฟาย และไม่มีการเรียกร้องใด ๆ ทั้งสิ้น

 

นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งผมจึงเปิดกระเป๋าสตางค์แล้วหยิบเงินยื่นให้จำนวนหนึ่งพร้อมกดปลดล็อก “เผื่อต้องใช้”

 

“ขอบคุณค่ะ” รับมันไปแล้วเธอก็เปิดประตูลงจากรถและเดินเข้าคอนโดโดยไม่มีการหันหลังกลับมามอง

 

แปลกซะจนละสายตาไม่ได้ แต่ก็คงเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เจอ

 

ครืดดด เสียงข้อความเข้าดึงผมออกมาจากห้วงอารมณ์ที่ไม่คุ้นเคย และเมื่อเห็นว่าคนส่งเป็นใครความรู้สึกทุกอย่างพลันสะดุดลง

 

‘3.14PM Kwang: วันนี้พี่เบียร์ว่างไหมคะ

End talks.





Clara talks.

“อึ่ก... อุแหวะ !” เสียงอาเจียนที่ดังต่อเนื่องไม่หยุดปลุกให้ฉันลืมตาตื่น นอนนิ่งตั้งสติอยู่ครู่หนึ่งจึงหยัดกายขึ้นในตอนที่พี่ฟิล์มซึ่งยังคงสวมชุดเดิมเดินสะโหลสะเหลออกมาจากห้องน้ำพอดี

 

“ไหวหรือเปล่าพี่” เห็นสภาพของเขาแล้วฉันจึงถามอย่างเป็นห่วง

 

“อึ่ก !” สะอึกและเม้มริมฝีปากเพื่อกลั้นอาเจียนจนตัวโยนครั้งหนึ่งพี่ฟิล์มก็ทิ้งตัวลงนอนด้านข้างฉันนิ่ง ๆ จนกระทั่งรู้สึกดีขึ้นค่อยตอบเสียงเบา “แค่นึกถึงเหล้าอ้วกก็จะพุ่งแล้ว มันจุกอยู่ที่คอตลอดเวฯ”

 

ไม่อ้วกพุ่งก็ไม่รู้จะว่ายังไง เล่นซัดทั้งเหล้า เบียร์ แถมยังตบท้ายด้วยไวน์แบบนันสต็อปซะขนาดนั้น

 

“แล้วนี่เมื่อคืนฉันกลับมาห้องถูกได้ยังไง” เขาถามทั้งที่ยกแขนขึ้นปิดตาเอาไว้ “จำไม่เห็นได้เลย”

 

“เมื่อคืนตอนออกมารอคนขับรถพี่ฟิล์มก็เมาหลับพับหน้าผับเลยค่ะ โชคดีมีเพื่อนพี่ฟิล์มโทรเข้าโทรศัพท์พอดีหนูเลยถือวิสาสะรับแล้วถามทางจากเขา” กว่ายามและคนขับรถจะแบกพี่ฟิล์มซึ่งตัวโตเท่าหมีควายขึ้นห้องพักชั้นสิบแปดได้ก็แทบลากเลือดกันเลยทีเดียว

 

“ถึงว่า...” พึมพำแล้วนิ่งไปเกือบนาทีเขาก็ชักแขนออกพร้อมนิ่วหน้า “แล้วนี่พรีมมันไปไหน ลุกมาอ้วกตั้งหลายทีไม่เห็นเจอ”

 

เพื่อนหายไปทั้งคืนเพิ่งจะมีสติมานึกได้ตอนนี้เนี่ยนะ บอกเลยว่ารู้สึกสงสารพี่พรีมพิกล

 

“ไม่รู้ค่ะ” ฉันส่ายหน้าพร้อมยกมือขึ้นทุบศีรษะ ก่อนตอบในแบบที่มั่นใจว่าเขาจะไม่คาดคั้นอะไรอีก “หนูก็เมา ๆ สติหลุดไปตอนไหนไม่รู้ รู้อีกทีก็ตอนคนขับปลุกบอกมาถึงคอนโดแล้ว”

 

“เหี้ยแล้วไง !” พี่ฟิล์มลุกพรวดขึ้น ถึงหน้าตาจะแสดงออกถึงอาการพะอืดพะอมแต่ก็ยังคลานไปหาโทรศัพท์ที่นอนคว่ำหน้าอยู่ข้างเตียงแล้วกดต่อสาย ระหว่างรอให้ปลายทางรับก็แทะเล็บพร้อมบ่นพึมพำ “รับสิวะนังชี”

 

ตัวกับโทรศัพท์อยู่กันคนละที่ รับได้สิแปลก ฉันลอบยิ้มก่อนจะหยิบมือถือของตัวเองมากดเข้าแอปพลิเคชั่นเรียกรถแท็กซี่โดยมีจุดหมายคือทวิสต์คลับ

 

ตอนนี้บ่ายสามโมงสิบเจ็ดนาที ถึงเวลาที่ฉันต้องกลับไปเก็บหลักฐานให้เรียบร้อยแล้ว !


“โอ๊ยยย !” รออยู่นานแล้วพี่พรีมไม่รับเขาก็ทึ้งหัวตัวเอง “ฟิล์มเอ๊ยฟิล์ม ถ้านังพลอยรู้มันมาแหกอกแกแน่”

 

“ลองไปหาที่บ้านดูไหมคะ” ทำเป็นเสนอทางเลือกทั้งที่จริงแล้วรู้ดีแก่ใจทุกอย่าง

 

เขาเบิกตาโพลงพร้อมคว้าแขนฉัน “เออ ! ไปรอมันหน้าคอนโดกัน ถ้ามันอยู่คอนโดต้องมีสักวันที่ลงมาหาอะไรกินบ้างแหละ ถ้าไม่เจอมันฉันจะไม่กลับห้องอ่ะพูดจริง”

 

บ้าไปแล้ว เกิดพี่พรีมใช้บริการไลน์แมนมาส่งข้าวส่งน้ำพี่ฟิล์มไม่ต้องรอจนแห้งตายเลยหรือไง

 

“หนูไปไม่ได้ค่ะ มีนัดกับที่บ้าน พ่อหนูดุมากถ้าไปไม่ตรงเวลาโดนว่าแน่ ๆ” ฉันแสร้งทำหน้าสลดแล้วปลดมือเขาออกพอดีกับที่คนขับแท็กซี่โทรเข้ามาเพื่อยืนยัน หลังกดรับสายแล้วแจ้งว่าให้รอตรงหน้าคอนโดจึงบอกพี่ฟิล์ม “หนูเรียกแท็กซี่มารับแล้ว พี่ฟิล์มลงไปส่งหนูหน่อยนะคะ”

 

 

เนื่องจากช่วงเทศกาลคนออกต่างจังหวัดกันซะส่วนมากดังนั้นการจราจรในย่านที่ปกติแท็กซี่ยังต้องส่ายหน้าปฏิเสธผู้โดยสารนั้นถนนหนทางเลยโล่งอย่างไม่น่าเชื่อ ใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีก็มาถึงจุดหมาย

 

ทันทีที่ก้าวเท้าลงมายืนแล้วเห็นว่ามีรถของพี่พรีมจอดอยู่คันเดียวก็กระหยิ่มยิ้มย่อง

 

...ทางสะดวก แถมกล้องก็ตัดไว้เรียบร้อยแล้ว

 

รอจนกระทั่งแท็กซี่ลับสายตาฉันจึงหยิบคีย์การ์ดมาทาบเซ็นเซอร์ตรงประตูพนักงานด้านหลังก่อนจะเปิดเข้าไป อาศัยความเคยชินคลำผนังเปิดไฟเรียบร้อยค่อยเดินขึ้นมายังชั้นสองซึ่งเป็นห้องรับแขกกึ่งห้องทำงานของเจ้าของผับ

 

ฉันคุกเข่าลงบนพรมหน้าโซฟาก่อนจะควานมือเข้าไปด้านใต้เพื่อหากระเป๋าสะพายของพี่พรีมซึ่งโยนทิ้งเอาไว้ แต่แล้วพลันต้องขมวดคิ้วเมื่อพบแต่ความว่างเปล่า

 

หรือเมื่อวานโยนแรงเกินมันเลยไถลเข้าไปลึกกว่าที่คาดนะ ?

 

ไวเท่าความคิดฉันเตรียมจะทิ้งตัวลงนอนราบกับพื้นแต่ขนทั่วร่างพลันลุกซู่ตอนได้ยินเสียงไฟแช็ก

 

ฟุ่บ ! กลิ่นบุหรี่แสนคุ้นเคยทำฉันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แต่นั่นก็ยังไม่น่าหวาดผวาเท่ากับน้ำเสียงทุ้มทว่าเรียบเรื่อยจนไม่บ่งบอกความรู้สึก

 

“หาอะไรอยู่”


สูดลมเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วฉันจึงค่อย ๆ หันกลับไปในตอนที่ผู้ชายตัวโตซึ่งนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ตรงโต๊ะทำงานพ่นควันสีขาวคละคลุ้งจนบดบังใบหน้า “อ้าว ! คุณตฤณ วันนี้ตื่นเร็วจัง”

 

แต่แล้วพอควันจางลงพลันต้องรีบเดินเข้าไปใกล้เมื่อเห็นว่ามีบางอย่างแปะอยู่ตรงคิ้วเข้ม “คิ้วไปโดนอะไรมาคะ”

 

คำถามนั้นไม่ได้รับคำตอบแถมเขายังกดน้ำเสียงให้ต่ำลงอีก “ถามว่าหาอะไรอยู่”

 

“หากระเป๋าคนรู้จักค่ะ เมื่อวานคนรู้จักเมาหลับไปดื้อ ๆ หนูไม่รู้จะทำยังไงเลยพาเขาขึ้นมานอนพักที่โซฟาบนห้องทำงานแล้วก็ลงไปส่งรุ่นพี่อีกคนขึ้นแท็กซี่ พอกลับมาอีกทีเขาก็ไม่อยู่แล้ว หนูพยายามโทรหาทั้งคืนแต่ก็โทรไม่ติดเลยคิดว่าเขาอาจจะทำกระเป๋าตกไว้แถวนี้”

 

เพราะรู้แก่ใจว่าหากเหตุผลไม่ดีพออาจโดนขย้ำตายตรงนี้แน่จึงโกหกตาใสทั้งที่เรื่องจริงก็คือเมื่อวานพอรู้แผนใช้สื่อจับเจ้าของผับของยัยนางเอกหน้าเงินจึงลงทุนไปเอาไวน์ราคาแพงระยับมาล่อ และกำชับให้พนักงานเสิร์ฟวางยานอนหลับอย่างแรงในแก้วของยี่หวาจนล้มฟุบ จากนั้นก็รอจังหวะที่พี่พรีมและพี่ฟิล์มดื่มจนเมาแล้วค่อยวางยานอนหลับในไวน์แก้วสุดท้ายให้ทั้งคู่ดื่มอย่างแนบเนียน

 

เมื่อพี่พรีมหมดสติฉันก็ปล่อยให้พี่ฟิล์มอุ้มเธอออกไปจนถึงหน้าผับ แน่นอนว่าไม่กี่นาทีถัดมาเขาก็มีสภาพไม่ต่างจากเพื่อน

 

พอทุกอย่างสำเร็จตามแผนฉันจึงลอบเข้าห้องซึ่งเป็นที่ตั้งของระบบวงจรปิดจัดการปิดกล้องทุกตัวก่อนจ้างให้การ์ดคนสนิทอุ้มพี่พรีมไปยังชั้นสาม มองดูผลงานไม่กี่นาทีค่อยแยกเอากระเป๋ามาโยนทิ้งไว้ใต้โซฟาบนชั้นสองเพื่อความแนบเนียนแล้วกลับคอนโดพี่ฟิล์ม

 

และที่สามารถเข้านอกออกในได้ทุกส่วน รู้มุมกล้องทุกจุดนั่น ก็เพราะฉันคือน้องสาวแท้ ๆ ของพี่เบียร์ยังไงล่ะ !

 

“เหรอ” พี่ครางในลำคอพร้อมจิ้มก้นบุหรี่ลงกับที่เขี่ย

 

“ค่ะ” รู้ดีว่าปล่อยเนื้อไว้กับเสืออะไรจะเกิดขึ้นแต่ก็ยังทำเพราะคาดหวังบางอย่างในใจลึก ๆ...

 

ริมฝีปากที่เมื่อครู่เปื้อนยิ้มแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งสนิทในทันที “บนโซฟาหรือบนห้องนอนกันแน่”

 

ประโยคที่ดูเหมือนรู้ทันทำฉันสะอึก

 

“สนิทกับกวางไม่ใช่เหรอ”


“พี่พูดเรื่องอะไร น้องไม่เห็นเข้า...” ยังพูดไม่ทันจบพี่ชายก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

 

“ในห้องนี้มีกล้องวงจรปิดอีกตัวต่อกับมือถือเข้ม” พอพี่ชายพูดชื่อหัวหน้าการ์ดฉันก็หน้าหด เว้นจังหวะเพื่อกดอะไรในมือถือเล็กน้อยเขาค่อยหันจอมาให้ดู

 

หัวใจของฉันเต้นตุบตอนเห็นภาพของตัวเองเดินนำหน้าการ์ดและพี่พรีมขึ้นบันไดไปชั้นสาม “พี่... ไม่ได้บอกพี่พรีมใช่ไหม”

 

“พรีม ?” ใบหน้าของเขาดูงุนงง แต่ครู่เดียวก็สะบัดมันทิ้งไป “ถ้ารู้ว่าไม่ได้เมาแล้วเดินสะเปะสะปะขึ้นมาเองแต่เป็นแผนของเรา เขาคงเอาเรื่องจนถึงที่สุดแน่”

 

พี่ยังไงก็เป็นพี่วันยังค่ำ ถึงจะรู้ว่าพี่เบียร์ไม่มีวันทำร้ายแต่วูบหนึ่งในใจก็รู้สึกกลัว เพราะถึงจะดูไม่หือไม่อือแต่เซ้นส์บางอย่างกลับบอกฉันว่าพี่พรีมไม่ธรรมดา

 

หากคลิปนี้ถึงมือ เธอคงไม่รั้งรอที่จะแจ้งความจับฉันแน่ !

 

พี่ยกแขนขึ้นกอดอก “ตกลงทำไปทำไม”

 

“น้องชอบเขา ไหน ๆ พี่กวางก็ยื่นกฎเลิกกันห้าเดือนมาแล้วน้องเลยอยากให้พี่เบียร์ลองเปิดใจคุยกับพี่พรีมดู แต่ติดตรงที่ว่าพี่พรีมดูฉลาดเกินไปน้องเลยมั่นใจว่าเจอกันในสถานการณ์ปกติเขาคงไม่มีวันสนใจพี่แน่นอน” สิ่งที่ฉันเพิ่งพูดไปทำพี่เบียร์หนวดกระตุก “น้องพูดไม่ผิดหรอก ผู้หญิงฉลาดไม่พาตัวเองมายุ่งกับคนเจ้าชู้อย่างพี่แน่ มีแต่ผู้หญิงโง่ ๆ เท่านั้นแหละที่อยากได้พี่จนตัวสั่นน่ะ”

 

เพราะเป็นลูกชายคนโตของ พ่อผู้ซึ่งมีหน้ามีตาในสังคม พี่เบียร์จึงถูกส่งไปเรียนโรงเรียนชั้นนำในต่างประเทศตั้งแต่ประถม ผ่านการใช้ชีวิตลำพังแบบเด็กนอกหัวสมัยใหม่ที่มองเซ็กส์เป็นเรื่องธรรมชาติและเกิดขึ้นกับใครก็ได้หากพึงพอใจจนเคยตัว

 

ไม่แน่ใจว่า ผู้หญิง ในสายตาของพี่เบียร์นั้นมีความหมายหรือไม่ แต่สำหรับพ่อบอกได้เลยว่าผู้หญิงทุกคนมีค่าแค่เพียง ดอกไม้สวย หอม และเย้ายวนชวนหลงใหล ติดประดับกระเป๋าเสื้อสูทสักพักพอโรยราก็หาดอกใหม่

 

ทั้งหมดที่ทำเพียงเพราะไม่อยากให้พี่เป็นเหมือนพ่อ ผู้ชายที่กวาดไม่เลือก

 

ฉันมองว่าพ่อเป็นโรค... โรครักใครไม่เป็น ถึงจะไม่มีผลต่อตัวเองแต่กลับทำร้ายจิตใจคนรอบข้างอย่างเลือดเย็น

 

ตอนนี้พี่เบียร์เองก็ไม่ต่างกัน เขาต้องรับการบำบัดอย่างเร่งด่วนที่สุด

 

พี่กวางได้โอกาสนั้นมาเจ็ดปีและทำไม่สำเร็จ ถึงคราวที่ต้องเปลี่ยน ผู้บำบัด คนใหม่สักที

 

“เลิกคิดอะไรแผลง ๆ เพราะไม่ว่ายังไง...”

 

“...”

 

“อีกห้าเดือนพี่ก็จะแต่งงานกับกวาง”


แต่งงานงั้นเหรอ ? จะได้แต่งจริงไหม... ฉันจะรอดู

End talks.

 

 


ปุ้งๆๆๆๆๆๆ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ค่ะรีดเดอร์

ขอให้มีแต่ความสุขและเฮง เฮง เฮง นะคะ!!!!


อัปยังไงให้ค้างกว่าเดิม5555

เดือดเว่อร์!!!!!! ทำไมทุกคนแลดูมีปูมหลังกันหมด=,,=

เอาต่อมั้ยค้า แฮ่กๆๆๆๆ

 

 




เล่นทวิตติดแท็ก  #คุณชีขยี้เสือ ด้วยนะคะ

หรือถ้ากลัวคนเปิ้บป๊าบแบบบี้ไม่เห็น @realbabylinlin ต่อเลยจ้า

จะเข้าไปรีรัว ๆ เลย จ๊วบบบบ


*อิมเมจตัวละคร*

 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9.487K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52,877 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #51595 Primrose997 (@Primrose997) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 15:27
    น้องน่ารักเหมือนน้องหมอนิ่งเลยอะ555555
    #51,595
    0
  2. #51123 จูปาจุ๊ปสฺ (@warunon18) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 23:41
    ยัยน้องเป็นแม่สื่อ
    #51,123
    0
  3. #50443 kook-kook22 (@kook-kai22) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 11:31
    ชอบคาริสาค่ะ #ทีมหาพี่สะใภ้ 5555
    #50,443
    0
  4. #49603 goldpaddy (@goldpaddy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 22:24
    ว่าแล้ว ว่าคาริสา ต้องมีแผนร้าย
    #49,603
    0
  5. #49167 PeachyD (@peachneung) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 21:49

    ถ้าน้องว่ามาแบบนี้ และหมายความตามที่พูดจริงๆ เราจะอยู่ฝั่งน้องนะ 55555555555 ชูป้ายไฟเชียร์คุณชีค่า

    #49,167
    0
  6. #47894 littledaydreame (@littledaydreame) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 22:08
    คลาร่า! เธอร้ายมากเลยนะ!
    #47,894
    0
  7. #47584 Dame_SD (@damesdark) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 22:05
    เข้าใจแหละที่น้องมันทำอะ แต่ก็สงสารกวางว่ะ
    #47,584
    0
  8. #41064 เสม ฮะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 22:50

    ที่จริงน้องไม่ควรสอดมือมายุ่งเลยอ่ะ แต่ไหนๆ ก้สอดมาแล้ว จัดเต็มเลยค่ะน้องยี่หวา

    #41,064
    0
  9. #40891 Fei's (@pope18) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 23:57
    เป็นการกระทำที่แย่มากสงสารกวางเลย หวังดีแต่ทำร้ายคนอื่นคาริสาทำไมทำแบบนี้กวางก็รักพี่ตัวเองแท้ๆแทนที่จะช่วงสนับสนุนคาริสาคงมีคาแรคเตอร์คนเห็นแก่ตัว ไม่ก็เอาแต่ใจ
    #40,891
    0
  10. #39300 popeye1a (@popeye1a) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 18:03
    รู้ว่าทำเพื่อพี่แต่ก็ไม่ควรลากคนอื่นที่แม่งไม่เกี่ยวไรมายุ่งเปล่าวะ เราเองก็เป็นเหมือนพ่อแหละที่ไม่เห็นใจคนอื่น พูดมาดูเป็นคนดีแต่จริงๆ แล้วแย่
    #39,300
    0
  11. #38346 ujasaai (@ujasaai) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 14:19
    ความหวังดีทำร้ายคนอื่นแท้ๆเลวน้าเราอะ พี่ตัวเองก็ไม่ใช่คนดีก็รู้อยู่แล้วยังจะมอมยาคนอื่นมาให้พี่ตัวเองอีก คนแบบนี้ควรไปอยู่ในคุกมั้ยอะ เกินไปมากๆน่ารังเกียจ
    #38,346
    0
  12. #38225 nattyness1 (@nattyness1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 23:40
    น้องแสบมากกก เหมือนพี่เปี๊ยบเลยย
    #38,225
    0
  13. #37721 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 16:33
    อ้าวเห้ยพี่ชายแกยังมีพันธะกะกวางนะ เขาฟันกันแล้วด้วยนะแก ยังจะให้คนอื่นมารับกรรมอีกไม่สงสางพรีมบ้างอ่อว่ะ
    #37,721
    0
  14. #37479 iowatrumpet (@iowatrumpet) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 11:21
    รู้ว่าพี่ชายตัวเองชั่ว ยังจะลากคนดีๆเอามาสังเวยพี่ชายตัวเองอีก
    น่าโดนแจ้งความนอนคุกซะให้เข็ดนะผู้หญิงแบบนี้
    คือที่ทำไม่ใช่หาคนบำบัดจิตให้พี่หรอก เรียกหาคนมาบำบัดความใคร่มากกว่า จะบำบัดจิตพาไปพบจิตแพทย์สิจ้ะ ไม่ใช่หาผู้หญิงไปปรนเปรอพี่
    ให้พี่ชายเอากะหรี่ระดับยี่หวาไปน่ะเหมาะแล้ว ผู้หญิงฉลาดๆดีๆ จะดึงเค้าลงมาเกลือกกลั้วเพื่อ? นี่สงสารนางเอกมาก อ่านแล้วรู้สึกถึงความขยะแขยงที่นางเอกรู้สึกเลย ประมาณเซ้นส์มันบอกว่าผู้ชายคนนี้เลวแค่ไหน ไม่อยากเอาตัวไปยุ่งด้วย แต่ตื่นมากลับเจอตัวเองเสียจิ้นให้ผู้ชายแบบนี้ โหว เป็นเราวูบหนึ่งคงอยากตายแล้วเกิดใหม่อ่ะ เอาจริงๆนะ เหมือนมีคนเอาตัวเราไปคลุกขี้โดยที่เราไม่เต็มใจ ผิดก็แต่ขี้มันล้างออก แต่เรื่องที่เกิดกับนางเอกมันล้างไม่ออก ขยะแขยงมากกกกก
    #37,479
    0
  15. #36743 Lalilaa (@Lalilaa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 01:41
    ว๊าาา อยากได้นักระวังน๊าาาา ยี่หวาาาเอ๊ยย
    #36,743
    0
  16. #31374 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 16:35
    เอ๋!!!! รัก หรือแค่เคยชิน คาร่าอิหยังถึงอยากได้พรีมล่ะ
    #31,374
    0
  17. #26466 fardoremee (@jaratrawee2544) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 22:47
    คาริสาแสบมากก
    #26,466
    0
  18. #25810 White Knight (@Aimylovely) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 15:18
    รักพี่มากลูก
    #25,810
    0
  19. #22380 Bchankim (@Bchankim) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 23:38
    คาริสาลูกกกก ดึงสติก่อนนนนนนนนนนนน

    มันเอ่อเลวร้ายไปมั้ยอ่ะ สงสารพรีม
    #22,380
    0
  20. #22371 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 18:38

    เหตุผลแค่นี้ ทำให้น้องสาวพระเอก วางยานอนหลับนางเอก เพื่อให้พระเอกขมขื่น เพียงเพราะอยากให้พระเอก เปลี่ยนตัวเองเนี่ยนะ โห เบามากเลย ปัญญาน่ะ คิดได้ยังไง หึหึ

    #22,371
    4
    • #22371-2 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 4)
      7 มีนาคม 2562 / 19:27
      ขอโทษ เช่นกันนะคะ
      ที่เราว่าน่ะ เราว่าน้องสาวพระเอกนะคะ นิยายก็คือนิยาย ก็ถูกไงคะ เราว่าตัวละครในนิยายค่ะ

      ขำหนักมาก หะหะหะ
      #22371-2
    • #22371-4 dazzleD9 (@dazzleD9) (จากตอนที่ 4)
      7 มีนาคม 2562 / 20:07
      อันนี้เห็นด้วยกับคุณ
      @pun Arun นะคะที่พิมมาเหมือนเปนการบั่นทอนกำลังใจของนักเขียนนะคะ นิยายก้อคือนิยายเปนจินตนาการของนักเขียนที่เค้าจะรังสรรค์ขึ้นมานะคะ ซึ่งที่เรารวมกันตรงนี้คือคนที่ชอบและชอบสไตล์งานเขียน แนวนี้นะคะ แบบสกิลการแต่งของแต่ละคนก้อไม่เหมือนกันไง หากไม่ชอบก้อแค่ไม่ต้องอ่านก้อจบ ไม่จำเปนต้องเม้นแดกดันเบาปัญญาขนาดนี้นะคะ ความเห็นส่วนตัวเหมือนกัน
      #22371-4
  21. #20610 blankmode (@blankmode) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 15:08
    เอ้าาา
    #20,610
    0
  22. #18054 มะuาวไม่มีน้ำ (@03123) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:07
    แล้วกวางทำผิดอะไรอะ
    #18,054
    1
    • #18054-1 K A N N A (@kanankanna) (จากตอนที่ 4)
      13 มีนาคม 2562 / 17:45
      น่าจะผิดที่รักคนเลวค่ะ 5555
      #18054-1
  23. #17080 Nut'reeeee (@nutree) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:15
    เอาจริงเลวมาก ทำกับผญ.ด้วยกันเองแบบนี้ได้ยังไง ไม่สงสารกันบ้างเลย ถ้าสุดท้ายแล้วเขาไม่รักกัน หรือนางเอกมีแฟนที่คบหาลับๆอยู่แล้ว คลาล่าคือทำชีวิตเขาพังเลยนะ นี่มันคือการข่มขืน ไม่เต็มใจ คลาล่าน่าจะลองโดนคนแปลกหน้าข่มขืนบ้าง จะได้รู้สึก เหอะๆ
    #17,080
    0
  24. #14973 kpumja (@kamlangjai-dd) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:02
    รอดูคนจะแต่งงานอีกห้าเดือน สาธุ ให้ไปดีนะจ้ะ ปล่อยยายชีเลย คนเจ้าชู้พันธ์นี้
    #14,973
    0
  25. #14242 Lalilaa (@Lalilaa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:50
    ท๊าาาดาาา... คลาร่าลูกกกก "ติดตรงที่พี่พรีมฉลาดเกินไป" กลัวเค้าไม่เอาพี่ชายขนาดหนัก 55555555 #พี่เบียร์ยังไม่อิ่มนะ หนูมีกี่แผนสารภาพค่ะลูก...หมดแค่นี้?!
    #14,242
    0