Love Therapy ทฤษฎีบำบัดรัก

ตอนที่ 28 : LOVE THERAPY บำบัดรักบทที่ 25 : ความใกล้ชิดมีผลต่อ ‘ผู้หญิง’ [Loading250%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 216,100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13,794 ครั้ง
    25 ส.ค. 62

LOVE THERAPY 

บำบัดรักบทที่ 25 : ความใกล้ชิดมีผลต่อ ผู้หญิง


.

สัญญาณบางอย่างเตือนว่านี่ไม่ธรรมดา ดังนั้นทั้งที่กลัวคนป่วยจนแทบขาดใจฉันกลับตรงเข้าไปเกาะแขนพี่พรีม แต่แล้ววินาทีที่เห็นสายตาของเธอหัวใจพลันตกมาอยู่ตรงตาตุ่ม “เสร็จหรือยังคะพี่พรีม”

 

สาบานได้ว่ายังไม่เคยเห็นเธอมองใครแบบนี้มาก่อน... ช่างเป็นแววตาที่แฝงไปด้วยความโหยหาจนน่าหวั่นใจ

 

“อ้อ ! เสร็จแล้ว” พี่พรีมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนเหลียวมองซ้ายขวาหาพี่เข้มและพอเห็นว่าเขายังยืนอยู่หน้าประตูเหมือนเดิมจึงบอก “คลาร่าไปรอที่รถกับคุณเข้มเลย พี่ขอคุยกับคนรู้จักแป๊บนึง คุยเสร็จจะรีบล้างมือแล้วไปหาที่รถนะ”

 

“แต่หนูหิว” รู้ว่าไม่ควรเอาแต่ใจกับพี่พรีม แต่ฉันกลับไม่สามารถห้ามตัวเองได้ “แสบท้องไปหมดแล้ว หนูเป็นโรคกระเพาะ”

 

ไม่ให้คุยนะ... ไม่เอา

 

“ไหวไหมเนี่ย” และแล้วความสนใจของพี่พรีมก็พุ่งมายังฉันในทันที

 

“ไม่ค่อยค่ะ” เพราะกลัวไม่สมบทบาทจึงเค้นให้น้ำใสเอ่อขึ้นคลอเบ้าราวกับกำลังทรมาน “เหมือนโรคกระเพาะกำลังจะกำเริบ”


ตอนฉันกำลังแสดงละครเขายืนนิ่ง แต่เป็นความนิ่งที่น่ากลัว เพราะถึงปากจะยังยิ้มแต่ดวงตาคู่นั้นกลับจ้องมองเข้ามายังในตาของฉันอย่างลึกล้ำราวกับจะขุดลงไปให้ถึงก้นบึ้งของจิตใจ ครู่หนึ่งจึงบอกเสียงนุ่ม “พาน้องไปกินป้าแจ๋วหน้าวัดก็ได้”     


“ค่ะ” พอพี่พรีมรับคำเขาจึงปลีกตัวไปล้างมือตรงอ่างใกล้ ๆ “รอแป๊บนึงนะคลาร่า”


บอกฉันเสร็จเธอก็เดินไปยังเตียงที่มีชายในชุดสีฟ้าซอมซ่อนอนอยู่ ร่ำลาอีกสองสามประโยคค่อยยกมือไหว้ แค่เห็นพี่พรีมทำท่าจะมุ่งหน้ามาทางอ่างล้างมือที่ว่างเคียงข้างผู้ชายคนนั้น ฉันก็รีบเดินขนาบข้างเพื่อจะได้ไม่พลาดบทสนทนาของทั้งคู่แม้แต่ประโยคเดียว


“ทิ้งของที่พี่ให้ไปยังเนี่ย”


“ของที่พี่หมอให้ ?” ทวนคำพูดแล้วพี่พรีมจึงขมวดคิ้วขณะที่มือก็ยังคงฟอกสบู่ไม่หยุด “อะไรคะ พรีมจำไม่ได้ว่าพี่หมอเคยให้อะไรนะ”


คนที่ถูกเรียกว่าพี่หมอเงียบคล้ายกับรอให้พี่พรีมใช้ความคิด ครู่หนึ่งเธอจึงทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้ “อย่าบอกนะว่าริบบิ้นขาวอันนั้น”


เรื่องที่ทั้งคู่คุยกันเป็นอะไรที่ฉันเข้าไม่ถึงเลยสักนิด


“อือ” เขาผงกศีรษะ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม


“โหยยย พี่หมอ” น้ำเสียงที่ใช้กับเขาแตกต่างจากน้ำเสียงที่ใช้กับคนอื่นโดยสิ้นเชิง ราวกับว่าคุ้นเคยและสนิทสนมกันมาเนิ่นนานแล้ว “สตัฟฟ์พรีมไว้ที่อายุสิบสี่เหรอ พรีมโตจนไม่ได้ถักเปียแล้วนะ”


“นั่นสิ” เป็นผู้ชายที่เก็บอารมณ์ได้ดีเหลือเกิน เพราะทั้งที่พยายามสังเกตทุกลมหายใจแต่ฉันกลับไม่สามารถอ่านความรู้สึกอะไรจากสีหน้าของเขาได้เลย “ผ่านมานานขนาดนี้”


“...”


“ลืมคิดไปเลยว่าโตแล้ว”


“แหมมม” พี่พรีมย่นจมูก

 

“ว่างถึงกี่โมง”

 

“น่าจะออกจากที่นี่บ่ายสามค่ะ เพราะต้องแวะไปรับผู้จัดการที่ร้านกาแฟในเมืองด้วย” ช่องท้องของฉันบิดมวนเมื่อพี่พรีมเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนังเรือนใหญ่ที่บอกเวลาบ่ายสองโมงสิบห้านาที “ว่าแต่พี่หมอกินข้าวเที่ยงหรือยังคะ”

 

กินแล้ว ๆ ...ขอให้ผลบุญที่ได้บริจาคเงินห้าหมื่นบาทไปช่วยดลบันดาลให้เขาตอบว่ากินแล้วทีเถอะ ! ฉันภาวนาในใจ

 

“กินแล้ว” ได้ยินคำตอบนั้นฉันก็แทบจะไชโยโห่ร้อง “ซื้อกาแฟเย็นดื่มแก้ง่วงสักแก้วแล้วเดี๋ยวก็ขับรถกลับ”

 

หลังดึงกระดาษทิชชูมาซับมือเสร็จพี่พรีมก็บ่น “รีบขนาดนี้ก็ไม่ได้คุยกันสิ”

 

ท่าทางนั้นทำฉันใจแป้วเข้าไปใหญ่ในเมื่อรู้อยู่เต็มอกว่าเธอเป็นคนระมัดระวังเรื่องผู้ชายมากแค่ไหน ขนาดพระเอกในเรื่องทำท่าจะจีบพี่พรีมยังถอยกรูด ส่วนพี่กว่าจะได้ใกล้ชิดก็อาศัยลูกฟลุกผนวกกับการบีบบังคับ แต่ผู้ชายคนนี้กลับมีบางอย่างที่แตกต่าง... เขาสำคัญ ฉันสัมผัสได้ ไม่ใช่แค่บางคนที่ผ่านเข้ามาแล้วก็ปล่อยผ่านไปในหนึ่งช่วงชีวิตแน่นอน

 

“วันหลังก็ได้” เอ่ยจบเขาก็ก้าวนำมายังประตูทางออก “พี่เป็นอาสาสมัครที่นี่”

 

ทันทีที่เจอพี่เข้มพี่พรีมก็ทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้ก่อนจะรีบแนะนำอย่างเป็นทางการ “นี่พี่หมอกรณ์ เป็นหมอของพรีมค่ะ”

 

จากนั้นค่อยผายมือมาทางเราทั้งคู่ “ส่วนนี่ก็คุณเข้ม กับน้องคลาร่า”

 

ขอเข้าข้างพี่ตัวเองให้ใจชื้นหน่อยแล้วกันว่าที่พี่พรีมอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขานั้นเป็นเพราะไม่อยากให้พี่เข้มเอาไปบอกต่อพี่เบียร์แบบผิด ๆ

 

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” น้ำเสียงของเขานุ่มทุ้มชวนเคลิบเคลิ้มในตอนที่ยื่นมือมาตรงหน้าพี่เข้ม โดยไม่เกรงหน้าตาโหดของอดีตหน่วยคอมมานโดซึ่งผันตัวมาเป็นบอดี้การ์ดเลยแม้แต่น้อย และอาจเพราะพี่เข้มเองก็รับรู้บางอย่างจากผู้ชายคนนี้ได้จึงยื่นมือไปสัมผัสมือกับเขาอย่างมีมารยาท

 

หลังปล่อยมือ หมอกรณ์จึงเบนหน้ามาทางฉันพร้อมส่งยิ้ม

 

น่าแปลก... ไม่ว่าจะถูกมองกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ยังรู้สึกเสียวสันหลังไม่หาย เพราะไม่รู้จะทำตัวยังไงจึงแสร้งยิ้มตอบแล้วหันชมนกชมไม้

 

“เดี๋ยวผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ” เป็นคำตัดบทที่ไร้เยื่อใยซึ่งขัดกับความรู้สึกของฉันมาก “พี่ไปนะพรีม”

 

ถึงจะไม่ได้แสดงออกแต่ฉันก็รับรู้ได้ว่าผู้ชายคนนี้สนใจพี่พรีม และที่น่ากังวลคือเขาไม่ฉวยโอกาสในการเข้าใกล้พี่พรีมแม้จะถูกเชื้อเชิญกลาย ๆ ให้ไปกินข้าวกับเราก็ตาม

 

ตรงข้ามกับพี่ทุกกระเบียดนิ้ว...

 

และดูเหมือน พี่หมอ นี่แหละ จะเป็นผู้ชายในแบบที่เหมาะสมกับพี่พรีม


“ขับรถดี ๆ ค่ะ” พี่พรีมโบกมือลาจนเขาเดินหายลับสายตาไปแล้วจึงคว้าข้อมือของฉัน สัมผัสเย็นชื้นบ่งบอกได้ดีว่าเมื่อครู่เจ้าตัวคงตื่นเต้นไม่น้อย “ป่ะ ไปกินข้าวกัน ร้านป้าแจ๋วก๋วยเตี๋ยวเป็ดอร่อยมาก”

 

“หนูไม่ชอบเป็ดค่ะ” ไม่อยากกินร้านที่ผู้ชายคนนั้นแนะนำหรอก เพราะจำได้ว่าตอนแวะปั๊มน้ำมันพี่เข้มซื้อแซนด์วิชแต่ยังไม่ทันแกะกินจึงถาม “หนูขอกินแซนด์วิชของพี่เข้มได้ไหมคะ”

 

“ได้ครับ” เขาพยักหน้า “เดี๋ยวถึงรถผมเอาให้”

 

ดังนั้นถึงแม้ท้องจะยังแน่นขนัดไปด้วยไก่ทอดจากร้าน Drive thru แต่ฉันก็จำต้องกล้ำกลืนฝืนทนอ้าปากงับแซนด์วิชหกนิ้วที่ยัดไส้ด้วยไก่สไลซ์ แฮม และสารพัดผัก

 

เหลือบมองคนข้างตัวซึ่งอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัดก็ย่นจมูก “ดูพี่พรีมปลื้มเขานะ”

 

“ปลื้มเหรอ” ครุ่นคิดชั่วครู่ก็พยักหน้า “ใช่”

 

พอได้ฟังคำตอบใจฉันพลันร้อนเป็นไฟ ส่วนพี่เข้มก็แอบลอบมองเราจากทางกระจกมองหลัง เมื่อพี่พรีมไม่ยอมอธิบายอะไรต่อจึงต้องจี้ “แล้วทำไมพี่พรีมต้องปลื้มเขาด้วยล่ะ”

 

ถ้าคำตอบออกมาเป็นเธอเคยแอบชอบเขาคาดว่าฉันคงต้องกลั้นใจตายตรงนี้เป็นแน่

 

นิ่งและมีท่าทีเหมือนกำลังต่อสู้กับอะไรสักอย่างอยู่นานนับนาทีพี่พรีมค่อยบอกด้วยโทนเสียงปกติทั้งที่เรื่องมันไม่ปกติเอาซะเลย “พี่หมอเป็นจิตแพทย์คนแรกของพี่”

 

ฉันและพี่เข้มลอบสบตากันผ่านกระจกมองหลังทันควัน ก่อนที่เขาจะบอกผ่านแววตามาว่า เปิดประเด็นให้อยากรู้แล้ว คุณหนูคลาร่านั่นแหละถามต่อเลย ดังนั้นฉันเลยจำต้องใช้แววตาและความใสซื่อแบบเด็กอายุสิบเก้าแสนไร้เดียงสาประกอบการไต่ถาม

 

“เกิดอะไรขึ้นเหรอพี่พรีม”

 

“ตอนเด็กชีวิตพี่ไม่ได้ราบเรียบเท่าไหร่ เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจให้ต้องไปพบจิตแพทย์บ่อยเลย พี่ก็เศร้าเก๊งเก่ง” พี่พรีมบอกเหมือนมันไม่ใช่อะไรที่หนักหนา “แต่พี่หมอเก่งมากเลยนะ ขนาดตอนยังเป็นจิตแพทย์ฝึกหัดก็รักษาพี่จนเกือบหาย”

 

เกือบ แปลว่ายังไม่หายดี

 

“ไม่สิ” เสี้ยววินาทีพี่พรีมก็กลับลำ “ต้องบอกว่าถ้าเขาไม่ได้ทุนไปเรียนต่อซะก่อน คงรักษาพี่จนหายเอง ไม่ต้องเปลี่ยนมือไปอยู่กับจิตแพทย์คนอื่นแน่ ๆ”


“เห็นแก่ตัว ทิ้งคนไข้ได้ยังไง”

 

“ไม่เชิงทิ้ง คนที่มาดูแลพี่ต่อก็เป็นอาจารย์หมอที่ควบคุมดูแลเคสนั่นแหละ”

 

“เป็นหนู หนูโกรธนะ” ฉันพยายามอย่างแรงกล้าเพื่อยั่วยุให้พี่พรีมรู้สึกขุ่นเคืองอีตาพี่หมอบ้านั่นบ้างสักกระผีกริ้นก็ยังดี แต่...

 

“คนเรามีทางเดินเป็นของตัวเองนะคลาร่า ไม่ผิดที่เขาจะเลือกทางที่ดีกว่าให้กับชีวิตรู้ไหม” นอกจากจะไม่ได้ผลแล้วเธอยังเอื้อมมือมาจับศีรษะฉันพร้อมสั่งสอนอีกต่างหาก “เนี่ย.... พูดถึงจิตแพทย์แล้ว เรื่องทุกข์ใจของคลาร่าก็หาได้นะรู้ไหม”

 

หมายถึงเรื่องที่ฉันเคยไปร้องไห้กระจองอแงใส่พี่พรีมน่ะเหรอ ?

 

“คนที่ตัดสินใจไปหาจิตแพทย์ ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนบ้า แต่คือคนที่รู้จักหาทางแก้ปัญหาให้ตัวเองต่างหาก”

 

ให้ตายเถอะ พ่ายแพ้ให้ผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว เถียงไม่ได้เลย

 

“แล้ว...” อึกอักชั่วครู่จึงถาม “กับพี่หมอมีอะไรมากกว่านั้นไหม เหมือนพี่พรีมมีความสำคัญกับเขามากกว่าคนไข้ธรรมดา”

 

รู้ไว้ตั้งแต่ตอนนี้จะได้บอกพี่ให้ตกใจทีเดียวไปเลย

 

“อืมมม มากกว่าหรือเปล่าไม่แน่ใจ” เอียงคอเล็กน้อยริมฝีปากสีชมพูวาวจึงคลี่ยิ้ม “แต่นอกจากเขาจะเป็นจิตแพทย์คนแรกของพี่”

 

“...”

 

“พี่ก็เป็นคนไข้คนแรกของเขาเหมือนกัน”

 

แย่... พี่ชายจอมซื่อบื้อเจอคู่แข่งตัวฉกาจเข้าแล้ว !

 

คราวหน้าฉันจะขอเงินเตี่ยอีกสักห้าหมื่นมาทำบุญขอพรพระให้จิตแพทย์คนนั้นโดนเรียกไปประจำการที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เยียวยาจิตใจเหล่าทหารกล้าจนยุ่งวุ่นวายไม่มีเวลากลับมาทำพี่พรีมใจสั่นอีกเลยคอยดู

End talks.

 

 

 

 

 

“คัต !”

 

สิ้นเสียงผู้กำกับ รองผู้กำกับและทีมงานก็รีบวิ่งมาช่วยพยุงฉันขึ้นจากถนนคอนกรีตหน้าวิลล่า อาจเพราะต้องถ่ายชอตล้มถึงห้าเทกด้วยกันกว่าจะได้ภาพที่ผู้กำกับต้องการและฉันติดนิสัยนางแบบสายแคตวอล์กที่ต้องรักษาขาก่อนสิ่งอื่นใด ดังนั้นเวลาล้มน้ำหนักทุกอย่างจึงลงไปตรงก้นและสะโพกส่งผลให้เมื่อหยัดกายจากพื้นเลยรู้สึกร้าวระบม

 

“เป็นอะไรหรือเปล่าพรีม” รองผู้กำกับถามขณะที่ช่วยปัดเศษดินออกจากตัว “วันนี้ดูไม่มีสมาธิเลย”

 

“ขอโทษค่ะ” ฉันยกมือไหว้อีกหนเพราะรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของตัวเอง

 

“ไหวไหมพี่พรีม ล้มตั้งหลายที” คลาร่าผู้ซึ่งรับบทน้องสาวหวงพี่ชายกระโดดลงจากรถแล้วจับตามเนื้อตัวฉัน

 

“ไหว” ฉันปั้นหน้ายิ้ม

 

ทั้งที่ถนัดซีนอารมณ์จำพวกโกรธเคือง หวาดกลัว และเก่งฉากตบตีรวมถึงดึงหน้าร้ายได้ร้ายจับจิต แต่วันนี้กลับไม่สามารถสื่อถึงความตื่นตระหนกของผู้หญิงที่กำลังจะถูกรถชนได้

 

...ผู้กำกับบอกว่าสีหน้าและแววตาของฉันยังแสดงออกถึงความตกใจสุดขีดไม่ดีพอ คล้ายกับว่ามีความกังวลบางอย่างฝังอยู่ในใจ ซึ่งฉันก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าสาเหตุนั้นมาจากอะไร ดังนั้นจึงไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ที่ถูกสั่งซ่อมครั้งแล้วครั้งเล่า


“วันนี้รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้มีถ่ายแต่เช้า” ขณะที่รองผู้กำกับพูดฉันก็สังเกตได้ชัดว่าทีมงานหลายคนลอบมองมาและเมื่อฉันหันไปหาพวกเขากลับหลบสายตา แต่ยังไม่ทันได้นึกสงสัยอะไรจ้อยก็วิ่งกระหืดกระหอบมาหา

 

“คุณพรีมคะ พี่จ๋าเรียกพบค่ะ”

 

เพราะรู้มาก่อนหน้าว่าออกกองหนนี้พี่จ๋าติดไปงานรับปริญญาหลานสาวดังนั้นจึงไม่ได้มาเขาใหญ่ด้วย พอได้ยินว่าเธอขอพบฉันจึงงุนงง “พี่จ๋ามาเหรอคะ”

 

“ค่ะ” จ้อยตอบหน้าเจื่อน “เชิญทางนี้ค่ะ”

 

เดินลัดเลาะผ่านทางเดินซึ่งมีเพียงไฟสลัวจากโคมรูปคบเพลิงซึ่งตั้งไว้เป็นจุดให้ความสว่างไปยังโซนวิลล่าไม่นานนักก็มาถึงห้องพักที่ทางทีมงานจัดเตรียมไว้ให้ เคาะประตูสองสามครั้งพี่อ้อยก็เป็นฝ่ายเปิดประตูก่อนจะรับฉันเข้ามาด้านในแค่คนเดียว

 

คล้อยหลังประตูปิดลงจึงแอบกระซิบ “มีอะไรเหรอพี่อ้อย”

 

คาดว่าที่ห้องเงียบเชียบขนาดนี้คงเพราะตันหยงหลับไปแล้ว

 

“เพจแอบส่องดาราน่ะสิทำ...” Rrr Rrr Rrr เอ่ยไม่ทันจบประโยคโทรศัพท์ที่เอาไว้ใช้ติดต่องานในมือขวาพี่อ้อยพลันกรีดร้องดังลั่น ขณะเดียวกันเครื่องส่วนตัวในมือซ้ายก็สั่นไม่หยุด ถอนหายใจเฮือกใหญ่เธอจึงบอก “นักข่าวเอารูปพรีมกับคุณเบียร์ไปโรงพยาบาลด้วยกันมาลงเพจ ไปเคลียร์กับพี่จ๋าก่อนเถอะ ควันออกหูใหญ่แล้ว”

 

เธอเปลี่ยนเป็นโหมดเงียบก่อนจะนำฉันมาทรุดตัวลงที่โซฟาฝั่งตรงข้ามพี่จ๋าซึ่งนั่งไถจอโทรศัพท์หน้าเครียด

 

“สวัสดีค่ะพี่จ๋า” ฉันยกมือไหว้ ใจเต้นไม่เป็นส่ำ

 

“ค่ะ” ตอบเสียงเย็นแล้วจึงเงยหน้าขึ้น “พรีมคงยังไม่เห็นข่าวใช่ไหม เอาไปดูซะ”

 

รับโทรศัพท์ของพี่จ๋ามาแล้วฉันจึงเลื่อนดูรูป รูปแรกเป็นรูปที่ถ่ายติดแผ่นหลังคุณเบียร์อุ้มฉันไปขึ้นรถซึ่งก็รู้สึกว่าธรรมดามากเพราะนักข่าวเคยเล่นมาก่อนแล้ว ส่วนภาพถัดมาก็ถ่ายจากมุมข้างในอิริยาบถที่ฉันนั่งอยู่บนรถเข็น โชคดีตอนนั้นคุณเบียร์หันมองไปอีกทางจึงเห็นแค่หลังศีรษะเลยค่อยหายใจหายคอสะดวก

 

“อย่าเพิ่งโล่งอกว่าไม่เห็นหน้า” เห็นอากัปกิริยาของฉันผู้จัดมือทองก็เสียงแข็ง “อ่านเนื้อข่าวซะก่อน”

 

 

 

 

ดังเปรี้ยงในชั่วข้ามคืนสำหรับนางร้ายหน้าใหม่หุ่นแซ่บดีกรีนางแบบแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง พรีม พริมา ซึ่งนาทีนี้บอกเลยว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก รสา หรือ โรส จากละครรักเล่ห์เสน่ห์ร้ายอย่างแน่นอน

ล่าสุดมีคนตาดีแอบแชะภาพมาได้ว่าพรีมกับหนุ่มร่างสูงใหญ่เกินมาตรฐานชายไทยไปไกลโขนาม พี่เบียร์ ไปเยี่ยมคนป่วยด้วยกัน แต่เอ๊ะ ! ทั้งที่วันก่อนสัมภาษณ์ว่าเป็นแค่พี่น้องกันแต่ไหงในภาพดูไม่ใช่แค่นั้นน้า

 

*แก้ไข* ล่าสุดยิ่งกว่า ทางบ้านแอบกระซิบมาว่าพี่เบียร์คนนี้เป็นเจ้าของผับชื่อดังย่านสุขุมวิทที่กองละครรักเล่ห์เสน่ห์ร้ายไปเลี้ยงฉลองกันจ้า ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ส่งภาพมาแล้วกันนะจ๊ะ #จากวันนั้นถึงวันนี้ก็สามเดือนแล้วนะ

ภาวนาให้เพื่อนของทั้งคู่หายในเร็ววัน เจ๊เอาใจช่วย

///ดอกสร้อยซอยเจ็ด

 

 

 

 

 

 

ทันทีที่อ่านเนื้อหาจบฉันก็รีบเลื่อนไปดูรูปอีกรอบ ก่อนจะจิกโทรศัพท์แน่นเมื่อพบว่าคนถ่ายจงใจถ่ายให้ติดป้ายแผนกสูตินรีเวชอย่างมีนัย


นี่มันเต้าข่าวชัด ๆ ! เท่านั้นไม่พอยังชักนำให้คนคิดว่าฉันท้อง แถมเอาคำพูดที่ฉันแก้ข่าวเมื่อวันก่อนเรื่องเรามีเพื่อนร่วมกันมาจิกกัดอีก... เลวและไร้จรรยาบรรณที่สุด

 

สูดลมหายใจเข้าลึกเฮือกหนึ่งเพื่อระงับอารมณ์ค่อยอธิบายอย่างชัดถ้อยชัดคำ “พรีมไม่ได้ท้องค่ะ”

 

“พี่ไม่ได้กลัวเรื่องนั้น” พี่จ๋าสวนเสียงเครียด “แอบส่องดาราเป็นแฟนเพจข่าวบันเทิงของหนังสือพิมพ์สยามเดลี่”

 

สยามเดลี่ ทำไมชื่อนี้ช่างคุ้นหูเหลือเกิน

 

เห็นฉันเอียงคอเธอก็ไม่ปล่อยให้สงสัยนาน “เป็นหนังสือพิมพ์เก่าที่ไผ่เคยอยู่น่ะ”

 

หนังสือพิมพ์เก่าที่ไผ่เคยอยู่อย่าบอกนะว่าเขาโดนจับได้เรื่องลบรูปจึงถูกไล่ออกน่ะ ไวเท่าความคิดเลยรีบถาม “ทำไมถึงออกล่ะคะ”

 

ไผ่อยากเป็นนักข่าวเหมือนพ่อมากนี่นา

 

“ไม่เกี่ยวกับพรีม ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก” เหมือนพี่จ๋าจะรู้ตื้นลึกหนาบางหมดแล้ว “เขาแค่รับความฟอนเฟะไม่ไหว ตอนนี้เก็บผ้าเก็บผ่อนทำเรื่องเตรียมบินไปเรียนถ่ายภาพกึ่งเลียแผลใจที่ออสเตรเลียแล้ว”

 

ท้ายประโยคฉันรู้ดีว่าพี่จ๋าหมายถึงตัวเอง เพราะในวันที่ไผ่เจอกับคุณเบียร์ฉันก็เห็นแล้วว่าสีหน้าของเขาดูเจ็บปวดไม่น้อย แถมแววตาก็ตั้งคำถามอย่างชัดเจนถึงความสัมพันธ์ที่มีให้แก่คุณเบียร์ ซึ่งฉันก็ตอบผ่านการกระทำเพื่อให้เขาตัดใจ

 

เพื่อนก็คือเพื่อนไม่มีวันเป็นอื่น... ให้ได้แค่นั้น

 

“ไผ่เขาเปิดเจอข่าวนี้พอดีเลยมาเล่าเรื่องพรีมถูกถ่ายภาพที่ทวิสต์คลับไว้ให้พี่ฟัง เรื่องส่วนตัวพี่ขอไม่โฟกัสนะเพราะพี่เคารพสิทธิ์พรีม” ตอนเอ่ยถึงเรื่องนี้เธอก็ดูกังวลหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “ที่พี่โฟกัสคือ ไผ่ลบภาพให้พรีมก็จริง แต่ดูจากคำเตือนในเนื้อความแล้ว พี่ไม่แน่ใจว่าฝ่ายนั้นจะหาทางกู้ไฟล์มาจากพวกเมมโมรี่กล้องได้หรือเปล่า”

 

“...”

 

“และที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือถ้าพี่จำไม่ผิด ยี่หวาเคยบอกว่าเจ้าของทวิสต์คลับเป็นแฟนเธอ ถ้ามีคนขุดคุ้ยได้พังกันทั้งกองแน่”


“โอ๊ยยย ! ไม่จริงค่ะพี่จ๋า ยี่หวาพยายามจะจับแต่คุณเบียร์เขาไม่เอาแล้วมาจีบพรีม” พี่อ้อยผู้ซึ่งนิ่งฟังอยู่นานโพล่งขึ้น “นี่ก็มาเล่นสงครามประสาทกับพรีมทั้งที่พรีมเฉยมาก ล่าสุดบ้าถึงขั้นลงรูปถ่ายแขนที่ติดรอยสักในอินสตาแกรมด้วยนะคะ”

 

“หา ?!” ดวงตาภายใต้แว่นกรอบทองเบิกกว้างขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะตบเข่าฉาดแล้วหันขวับมาถามฉัน “แล้ววันที่พรีมถูกแอบถ่ายเนี่ย ถ่ายเห็นรอยสักไหม”

 

แม้ไม่อยากจำแต่ภาพทุกอย่างในวันนั้นก็ยังติดอยู่ในมโนสำนึกและแจ่มชัดเสียจนคิดว่าเพิ่งเกิดเมื่อวาน... คุณเบียร์ใส่เสื้อยืดแขนสั้น

 

“เห็นค่ะ” ฉันรับคำเสียงอ่อย

 

“โอยยย ตายแล้ว” ยกมือทาบอกแล้วเธอก็โอดครวญ “เป็นเหมือนห้วงนิรมิตแน่เลย”

 

ถึงจะเพิ่งเข้ามาในวงการแต่ฉันก็ได้ยินคำเล่าลือถึงเรตติ้งละครฟอร์มยักษ์ทุนหนาอย่างเรื่อง ห้วงนิรมิต ก่อนฉายเสียงตอบรับจากผู้คนทางบ้านอุ่นหนาฝาคั่งมากเพราะดัดแปลงมาจากนิยายของผู้แต่งชั้นครู แต่แล้วนางเอกของเรื่องกลับมีข่าวแย่งสามีของนางเอกร่วมค่ายและถูกแฉป่นปี้ไม่มีชิ้นดีว่าแอบคั่วกันนานแล้วก่อนที่ผู้ชายจะหย่าขาดจากภรรยา ดังนั้นพอละครฉายเรตติ้งจึงดิ่งลงเหวถึงขั้นเรียกได้ว่าแทบไม่มีคนดู

 

แน่นอนว่าเรตติ้งสัมพันธ์กับสปอนเซอร์ หากเรตติ้งสูงแปลว่าคนสนใจมากจำนวนโฆษณาก็จะเพิ่ม

 

ดังนั้นไม่แปลกเลยที่เวลามีเรื่องพวกผู้จัดจะเอาไปเปรียบเทียบเป็นกรณีศึกษา เพราะ ห้วงนิรมิตเรียกได้ว่าทำมาเพื่อล้างผลาญความดีงามทุกอย่างอย่างแท้จริง

 

“รู้ไหมเกิดอะไรขึ้นกับละครที่คนดูเท” อยู่ ๆ พี่จ๋าก็เอ่ยขึ้น “ความน่าเชื่อถือของพี่ ปากท้องของทีมงาน ชื่อเสียงของพรีม หมด ! ...ทุกอย่างจะหายไปในพริบตา”

 

“พรีมขอโทษค่ะ” ฉันพนมมือไหว้ เครียดจนเริ่มหายใจลำบาก “พรีมไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นเลย”

 

จ้องมองฉันอยู่พักใหญ่คนที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นฟืนเป็นไฟก็ระบายลมหายใจ “ถ้าเป็นอย่างที่เล่ามาจริงพรีมก็ไม่ผิดหรอก โตป่านนี้พี่มองคนออกว่าใครเป็นยังไง”

 

ใครเป็นยังไง คงไม่ได้หมายถึงฉันแค่คนเดียวแต่น่าจะเหมารวมคู่กรณีด้วยเป็นแน่

 

“จะหาทางแก้ปัญหานี้ยังไงดีล่ะเนี่ย ยี่หวากับได๋ไปเทศกาลหนังที่ฮ่องกงติดต่อลำบากด้วย” บ่นพึมพำแล้วนิ่งไปครู่หนึ่งแววตาเธอก็ทอประกายเจิดจ้าขึ้น “มีรายการไหนติดต่อมาขอสัมภาษณ์พรีมหรือยังอ้อย เอาที่ไม่ใช่ในเครือของสยามเดลี่นะ พี่จะสั่งยี่หวาลบรูปแล้วให้พรีมตอบตามสคริปต์”

 

“แป๊บนะคะ โหยยย คว่ำไว้แป๊บเดียวร้อยกว่าสาย” หงายโทรศัพท์ขึ้นวินาทีเดียวพี่อ้อยก็ปาดเหงื่อ “เอางี้ดีกว่าค่ะพี่จ๋า พี่จ๋ารีเควสต์มาเลยว่าอยากให้น้องพรีมไปออกรายการไหน”

 

“แฉยามเช้า” ได้ยินชื่อรายการหน้าคุณทิมพิธีกรชายแท้และคุณแจ็กกี้พิธีกรสาวประเภทสองที่ฝีปากจัดจ้านสุดในปฐพีก็ลอยมาในสมองเรียกให้ขนแขนทั้งสองข้างลุกซู่ทันที “เดี๋ยวพี่จัดการให้ พรุ่งนี้กลับถึงกรุงเทพฯ ไปอัดเลย พรีมมีคิวว่างบ้างไหม”

 

“พรุ่งนี้...” ยกตารางงานขึ้นมาดูแล้วพี่อ้อยค่อยแจ้ง “กลับถึงกรุงเทพฯ เวลาประมาณบ่ายสามแล้วมีถ่ายงานตอนห้าโมงเย็นค่ะ ว่าแต่พี่จ๋าจะนัดได้ทันเหรอคะ”

 

“ทัน รายการนั้นโปรดิวเซอร์เป็นเพื่อนพี่เอง” เธอสลายความข้องใจ “ก่อนไปออกรายการพี่แนะนำว่าให้พรีมลงรูปคู่ผู้ชายคนนั้นในไอจีสักรูปนะ... ถ้าเผื่อพวกนั้นมันกู้รูปได้จริง ๆ”

 

“...”

 

“เปิดตัวก่อนพวกนักข่าวได้เปรียบกว่า”

 


กราบแนบอกแม่จ๋า เปิดก่อนได้เปรียบ

ว่าแต่พริมาจะกล้าเปิดม้ายยยยยยย

 

 

***อัปเดตจ้า***

ปกแข็ง-ปกคู่ ท่านใดที่ไม่ได้แทร็กติดต่อแอดมินที่ไลน์แอด @babylinlin เลยนะจ๊ะ ข้อมูลบางอย่างอาจจะผิดพลาดจ้าหรือทางขนส่งติดต่อนักอ่านไม่ได้จ้า

 

รอบสต็อก สั่งที่นี่ <<จิ้ม ๆ>>

 

อีบุ๊กวันจันทร์น้า


ป่ะ ระหว่างรออ่านธิดาสวนกล้วยกับผู้ชายความจำเสื่อมกันนนนน

จิ้ม ๆ

v

 

 

 

 

 

 





เล่นทวิตติดแท็ก  #คุณชีขยี้เสือ ด้วยนะคะ

หรือถ้ากลัวคนเปิ้บป๊าบแบบบี้ไม่เห็น @realbabylinlin ต่อเลยจ้า

จะเข้าไปรีรัว ๆ เลย จ๊วบบบบ



*อิมเมจตัวละคร*

   

 

 

 

 

 

 

   

 

 

 

 



 

 
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13.794K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52,877 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #50472 MN23d32c (@Bs-Benya) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 19:09
    กราบงามๆแนบอกแม่จ๋าเลยค่ะ
    #50,472
    0
  2. #49942 -PartTime- (@Writer-PartTime) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 20:08
    "เปิดตัวก่อนได้เปรียบกว่า" ชอบๆๆ
    #49,942
    0
  3. #49218 chana2018 (@chana2018) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 16:12

    พรีม สู้ๆ

    #49,218
    0
  4. #49123 T--dZ (@lllvioletlll) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 18:24

    อิพี่เบียร์ได้ใจเลยทีนี้


    คริคริ

    #49,123
    0
  5. #49029 kannikar_nam (@kannikar_nam) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 18:56
    พรีมจะเปิดตัวพี่เบียร์แล้ววววววว
    #49,029
    0
  6. #48930 kaadom (@kaadom) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 11:46
    ไปลาก e book มาแล้วจ้าาา เหมาะกับคนที่อยู่ต่างประเทศจริงๆค่ะ
    #48,930
    0
  7. #48910 pontiproj (@pontiproj) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 00:27
    ได้ e book แล้วเด้อ
    #48,910
    0
  8. #48895 ChanChao18 (@ChanChao18) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 00:18
    เว็ปล้มจ้าาา
    #48,895
    0
  9. #48763 Wedaruby (@0033weda) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 14:37
    e book ค้าา รอแต่เช้าแล้ว
    #48,763
    0
  10. #48756 kulyasalin2 (@kulyasalin2) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 14:09
    พี่จ๋าปูทางมาดี 5555 แต่ยายชีอะเตรียมใจรึยัง
    #48,756
    0
  11. #48720 SarutaBuatong (@SarutaBuatong) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 10:25
    อีบุ๊คยังไม่มาเลยยยยยยย
    #48,720
    0
  12. #48704 GardInfahsaeng (@GardInfahsaeng) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 08:47
    ตกลงพี่เบีเปิดตัวมั๊ยคะ ยังไม่ได้หนังสือเลย
    #48,704
    0
  13. #48527 wcrkkcrs (@wcrkkcrs) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 17:32
    เปิดตัวก็มา
    #48,527
    0
  14. #48483 LEK (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 16:42

    ใครมีภาพคู่ส่งให้ชีพรีมอย่าช้า แบบว่าเปิดก่อนได้เปรียบไงคะ

    #48,483
    0
  15. #48471 mltnp (@mltnp) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 16:32
    มาได้แล้วพี่เบียร์
    #48,471
    0
  16. #48423 vipk2 (@vipk) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 14:45
    ได้ยินข่าวว่า อิพี่เบียร์หนีสาวไปบาหลี ไม่ออกมา2-3บทแล้ว 5555
    #48,423
    0
  17. #48422 Drmanornare (@Drmanornare) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 14:13

    ยังสั่งซื้อได้อยู่มั้ยคะ

    #48,422
    0
  18. #48420 Y. WaRiNRaN (@warinran) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 13:44
    อิพี่ จะไปมีรูปคู่กะพรีม รอนไหนละ จะจัดฉากทันรึ

    ลองให้พี่เบียร์เคลียร์เอง มีหงายเงิบ หลายคน แหงมๆ เลยอ่าาา
    #48,420
    0
  19. วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 13:41

    งานยากด้วยสิพรัม

    #48,418
    0
  20. #48417 berry_auuka (@berry_auuka) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 13:08
    come on my baby...
    #48,417
    0
  21. #48416 mino_incle4 (@mino_incle4) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 12:51
    พระเอกค่าตัวแพงอีกแล้วววววว
    #48,416
    0
  22. #48415 AU_BB (@Au_mouknoum91) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 12:07
    พี่เบียร์เธออยู่ไหนนนนนน
    #48,415
    0
  23. #48414 taetapp (@taetapp) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 11:58
    รออีบุ๊คคคค
    #48,414
    0
  24. #48413 bambam290927 (@bambam290927) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 11:51
    เฮียโอกาสมาแล้วแต่งเลย 555
    #48,413
    0
  25. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(