Love Therapy ทฤษฎีบำบัดรัก

ตอนที่ 27 : LOVE THERAPY บำบัดรักบทที่ 24 : ‘เป็น’ ไปได้ไหมว่าคือคุณ [Loading250%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 218,952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16,549 ครั้ง
    5 ก.ค. 62

LOVE THERAPY 

บำบัดรักบทที่ 24 : ‘เป็น ไปได้ไหมว่าคือคุณ




“แล้วยังไง จะให้ฉันทิ้งแกเหรอ” ลุงเสียงเครือ “ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาขนาดนี้ แกคิดว่าฉันจะทิ้งแกได้ลงคอจริงเหรอ”

 

“ทิ้งที่ไหน อยู่ที่นั่นแกก็ไปเยี่ยมฉันได้ ดีซะอีกจะได้หาเงินให้หลานใช้ได้เต็มที่ พรีมมันจะขึ้นมอสี่แล้วนะ”

 

“...”

 

“เลือกทางนี้มันจะดีกับเราทุกคน เชื่อสิ” ลุงวันดีเลื่อนมือไปกำชายเสื้อยืดของลุงไว้ “เคท พรีมมันมีแค่แกนะ แกดูแลคนป่วยกับเด็กวัยรุ่นที่กำลังเติบโตพร้อมกันไม่ได้หรอก”

 

ข้ออ้างที่กล่าวถึงฉันทำให้ลุงเลิกโต้แย้ง หลังนิ่งไปครู่หนึ่งจึงตัดสินใจ “งั้นก็ไปด้วยกันหมดนี่แหละ ฉันจะไปส่งแกเอง พัทยาอยู่ไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่ !”

 

เพราะเหตุนี้ฉันจึงได้ก้าวเท้ามาเหยียบวัดพระบาทน้ำพุเป็นครั้งแรก และเลือกจะเป็นจิตอาสาดูแลทำแผลให้ผู้ป่วยทุกครั้งที่ลุงพามาเยี่ยมลุงวันดี

 

เจ็บปวดนะ ความโหดร้ายที่ถาโถมเข้ามาในแต่ละช่วงของชีวิตทำฉันเจ็บ เจ็บ... จนกลายเป็นชินชา ถึงท้ายที่สุดเราจะย้ายเข้ากรุงเทพฯ และลุงได้รับโอกาสให้เข้าไปเป็นนางโชว์ในคณะคาบาเรต์แห่งใหม่ก็เถอะ ไม่ว่ายังไงภาพที่ท่านต้องขายตัวริมหาดก็ยังตามหลอกหลอน ดังนั้นหลังจากมีคนเชื้อชวนเข้าโมเดลลิ่งฉันจึงอยากจะเลิกเรียนออกมาทำงานหาเงิน

 

...ไม่อยากเห็นลุงต้องลำบากอีกแล้ว

 

“พี่พรีม” แรงสะกิดตรงแขนทำฉันสะดุ้งหลุดออกจากห้วงอดีตอันแสนขมขื่น

 

“ว่าไงจ๊ะ”

 

“น้องจะบอกว่าถึงแล้ว”

 

หันมองออกนอกกระจกแล้วพบว่าเป็นอย่างที่คลาร่าพูดจริงจึงหยิบแค่โทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์ยัดใส่กระเป๋ากางเกง

 

“อ้าว พี่พรีมไม่เอากระเป๋าไปเหรอ” คลาร่าผู้ซึ่งไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉันจะต้องไปทำต่อจากนี้นั้นต้องอาศัยความคล่องตัวถามอย่างงุนงง

 

“อือ เอาไว้ในรถนี่แหละ” บอกเพียงเท่านั้นฉันก็ลงมายืนเต็มความสูง มองบรรยากาศร่มรื่นทว่าเจือไปด้วยความหดหู่แล้วจึงย้ำ “จะลงมาด้วยแน่นะ”

 

“ค่ะ” ยัยจิ๋วพยักหน้า “เมื่อเช้าพอหนูบอกคุณ... คุณพ่อกับป้าแม่บ้านว่าพี่พรีมจะพามาทำบุญที่วัดพวกท่านเลยฝากเงินมาทำบุญด้วยค่ะ”

 

“แล้วคุณเข้มล่ะคะ”

 

“คุณพรีมไปไหนผมก็ต้องไปด้วยครับ”

 

“มั่นใจแบบนั้นก็ลองดูค่ะ”

 

ทั้งที่รับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่แล้ววินาทีแรกที่ก้าวเท้าขึ้นไปในอาคารแล้วเห็นผู้ป่วยซึ่งบ้างนั่งบ้างนอนกันอยู่บนเตียง มือของน้องพลันเย็นเฉียบ

 

“เราต้องขึ้นมาตรงนี้ด้วยเหรอพี่พรีม” เสียงเล็กสั่นระริก “เหมือนเขาจะป่วยไม่ใช่เหรอ”

 

“ไม่ต้องกลัวนะ มันไม่ติดกันง่าย ๆ หรอก”

 

“เราแค่บริจาคเงินแล้วกลับได้ไหม” หน้าน้องเหมือนพร้อมจะร้องไห้ได้ทุกนาที ส่วนคุณเข้มก็มีท่าทีกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

 

น้อยคนจะรับสภาพชวนสังเวชนี้ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่สัมผัส ขนาดไอ้พลอยนั่งรถมาเป็นเพื่อนฉันหลายครั้งหลายหนกว่าจะยอมลงจากรถก็ต้องหลอกล่อกันอยู่เกือบปี “ถ้าไม่ไหวจริง ๆ คลาร่ากับคุณเข้มไปรอที่รถก่อนก็ได้”

 

พอเห็นฉันตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเข้าหอผู้ป่วยคุณเข้มจึงเอ่ยปาก “คุณพรีมจำเป็นต้องทำแบบนี้จริง ๆ เหรอครับ”

 

“...”

 

“ผม...” อึกอักเล็กน้อยก่อนระบายลมหายใจ “ผมไม่รู้จะรายงานนายยังไงเลย”


“ไม่ใช่จำเป็นค่ะ เกือบทั้งหมดนี้ก็คนรู้จักพรีมทั้งนั้น พรีมทำอาสาสมัครที่นี่มาสิบกว่าปีแล้วค่ะ”

 

ได้ยินที่พูดทั้งคู่ก็มองหน้าฉันอย่างกับเห็นเป็นตัวประหลาด “ไปหาที่นั่งรอกันเถอะค่ะ เดี๋ยวพรีมจะรีบทักทายแล้วรีบไปหาที่รถ”

 

“แต่เตี่ยฝากเงินมาทำบุญ” คลาร่าอึกอักขณะขยับกระเป๋าลงจากไหล่แล้วล้วงเอากระเป๋าสตางค์ ตอนแรกฉันนึกว่าคงฝากมาไม่เท่าไหร่ แต่พอน้องหยิบแบงก์พันปึกหนาออกมานับแล้วยื่นส่งให้ก็แอบตกใจ “ห้าหมื่น”

 

ท่าทางครอบครัวยัยตัวจิ๋วจะร่ำรวยไม่หยอก

 

“พี่ฝน” ฉันเรียกอาสาสมัครที่คุ้นเคยซึ่งสมัยก่อนตอนงานยังไม่ชุมเท่านี้เรานั่งรถจากกรุงเทพฯ มาช่วยดูแลผู้ป่วยที่วัดด้วยกันบ่อย ๆ

 

“เอ้า ! พรีม พอดีเลย พี่กำลังจะไปทำแผลให้ลุงวันพอดี”

 

“ลุงวันเดี๋ยวพรีมทำเองค่ะ” ที่มาวันนี้ก็เพราะตั้งใจอยากจะมาเจอลุงวันดีนั่นแหละ “วันนี้หลวงพ่ออยู่ไหมคะ”

 

ที่ต้องถามเพราะช่วงนี้ท่านออกไปบิณฑบาตรับเงินบริจาคอยู่บ่อยครั้ง

 

“ไม่อยู่จ้า” เห็นเงินในมือคลาร่าพี่ฝนจึงเดินไปเอาซองจากโต๊ะใกล้ ๆ มาส่งให้ “ถ้าอยากถวายปัจจัยก็ถวายกับหลวงพี่ไปก่อนนะ เงินก็มาช่วยคนป่วยเหมือนกัน”

 

“ขอบคุณค่ะ” ยกมือไหว้ขอบคุณแล้วคลาร่าจึงรับซองมาใส่เงิน

 

“คุณเข้มคะ พรีมฝากพาน้องไปถวายปัจจัยที่ศาลาตรงโน้นนะคะ” หันมองไปทางที่ฉันชี้คุณเข้มก็มีท่าทีละล้าละลัง เพราะรู้ว่าเขาวิตกเรื่องใดจึงดักคอ “ที่นี่ไม่มีอะไรให้คุณเข้มต้องกังวลหรอกค่ะ ให้คนทำงานเขาอยู่เถอะ”

 

ถ้าพวกนักข่าวตามมาถึงที่นี่ก็ดีสิ จะได้ช่วยกันกระจายข่าวบ้าง เรี่ยวแรงหลวงพ่อนั้นถดถอยลงตามกาลเวลา คนที่วัดก็ไม่อยากให้ท่านต้องลำบากออกไปตะลอน ๆ ขอรับบริจาคทุกวี่วัน แต่ก็เป็นไปได้ยากเหลือเกินในเมื่อเงินสนับสนุนจากภาครัฐนั้นไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ทั้งของผู้ป่วยที่สมัครใจมาเองและผู้ป่วยที่ถูกนำมาทิ้ง ยังไม่รวมเด็กติดเชื้อในปกครองซึ่งเรียนและกินนอนอยู่ในโรงเรียนก่อนถึงทางเข้าวัดซึ่งมีไม่ต่ำกว่าแปดร้อยชีวิต

 

...ที่นี่ขาดแคลนตลอดนั่นแหละ เวลาเป็นกระแสก็เป็นกระแสได้สักพัก ผู้ป่วยก็ขาดแคลนคนดูแลจนต้องใช้ระบบคนที่แข็งแรงกว่าดูแลคนที่อ่อนแอกว่า

 

หลังจ้องฉันอย่างประเมินท่าทีอยู่ชั่วครู่คุณเข้มจึงแตะไหล่คลาร่า “มาเถอะครับ ไปถวายเงินกัน”

 

คล้อยหลังทั้งคู่จากไปพี่ฝนผู้ซึ่งรู้ว่าฉันชอบหลอกพาคนโน้นคนนี้มาทำบุญอยู่แล้วก็คว้าถุงมือยางอันใหม่มาให้ รอจนฉันสวมมันเสร็จเรียบร้อยค่อยยกตะกร้าบรรจุอุปกรณ์ทำแผลจำพวกแอลกอฮอล์ เบตาดีน สำลี น้ำเกลือ และชุดผ้าก๊อซยัดใส่มือ

 

ระหว่างเดินมาห้องพักผู้ป่วยเธอก็เล่าไปด้วย “น้าศรีเตียงข้างลุงวันแกไปแล้วนะ”

 

แม้จะชินชากับเรื่องพรรค์นี้เพราะตลอดหลายปีเห็นภาพคนจากไปมานักต่อนัก แต่ก็อดหดหู่ไม่ได้ “เหรอ”

 

“อืม ตอนนี้ข้างเตียงมาใหม่ชื่อว่าลุงคม ดูแลยากมาก แกเป็นเบาหวานด้วย” แค่ได้ยินฉันก็ลำบากใจแทน นอนธรรมดาว่าเกิดแผลกดทับง่ายแล้ว แล้วเป็นเบาหวานด้วยจะเหลืออะไรล่ะ “ดีนะอาสาสมัครคนใหม่เป็นหมอเลยช่วยดูได้”

 

“...”

 

“หน้าตาดีแล้วยังจิตใจดีอีก” ท้ายประโยคพี่ฝนยิ้มแหย “วันก่อนก็สอนพี่ตัดเนื้อตายตรงแผลเล็ก ๆ แต่สุดท้ายพี่ไม่ไหว... กลัวทำเขาเจ็บกว่าเดิม”


เข้ามาด้านในแล้วเราก็แยกย้ายกัน พี่ฝนเลี้ยวขวาตรงไปทำแผลให้คุณป้าที่นอนหายใจรวยรินมุมในสุด ส่วนฉันเลี้ยวซ้ายมาหาลุงวันดีผู้ซึ่งถึงจะลุกเดินเองไม่ไหวแล้วแต่ก็ยังมีสุขภาพดีอยู่

 

ทันทีที่เห็นฉันแววตาของลุงวันดีก็ทอประกาย “พรีม วันนี้ไม่มีงานเหรอ”

 

“มีค่ะ”

 

“แล้วทำไมไม่ทำงาน จะมาทำไมบ่อย ๆ” คนขี้บ่นหยัดกายขึ้นมานั่งพิงพนักเตียงเหล็ก “ลุงเห็นละครที่พรีมเล่นแล้วนะ พรีม...”

 

“สนุกใช่ไหมล่ะ” เพราะรู้ว่าเดี๋ยวคงโดนถามเรื่องเลิฟซีนเลยตัดบท “ไหนขอดูแผลหน่อย มีตรงไหนบ้าง”

 

“สนุก ๆ พรีมสวยมากเลย” น้ำตาแห่งความยินดีเอ่อคลอเบ้าในขณะที่ท่านพลิกตัวแล้วเปิดแผลกดทับตรงสะโพกให้ดู “สวยกว่านางเอกอีก”

 

หากยี่หวาได้ยินคงเต้นแร้งเต้นกาแน่ “รู้ไหมทุกคนที่นี่ดูละครของพรีมกันหมดเลยนะ”

 

หลังส่งลุงวันดีที่วัดพระบาทน้ำพุ เราทั้งคู่จึงย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ ทุกวันหยุดลุงก็จะพาฉันนั่งรถตู้มาเป็นอาสาสมัครดูแลคนป่วยที่นี่เพื่อจะได้เจอเพื่อนและทำประโยชน์กับเพื่อนมนุษย์

 

ซึ่งการได้เห็นผู้คนมากมายที่ต้องทนทุกขเวทนากลับเยียวยาจิตใจของฉันและหล่อหลอมให้เข้มแข็งขึ้น กระทั่งลุงถูกแทงเสียชีวิตฉันก็ต้องดูแลตัวเองโดยการรับข้อเสนอของโมเดลลิ่ง แม้จะโดนกดค่าตัวจนเหมือนทำงานฟรี แถมต้องฟาดฟันกับนางแบบเก่าในสังกัดแต่ฉันก็กัดฟันทนหาเงินส่งเสียตัวเองเรียน ทุกวินาทีมีค่าขนาดที่ว่าไม่มีเวลาไปสุงสิงเที่ยวเล่นกับเพื่อนในมหาวิทยาลัย

 

กระทั่งมาเจอพลอยกับฟิล์มโลกมืดมนถึงได้สดใสขึ้น พลอยแชร์ทุกอย่างกับฉันไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ พอรู้ว่าฉันกำพร้าก็พาไปเจอคุณพ่อและยกให้ท่านเป็นพ่อของฉันด้วย

 

หลังเรียนจบฉันก็ก้าวเข้ามาสู่วงการนางแบบเต็มตัวและพอมีเงินเก็บดาวน์คอนโดได้จึงมาขอร้องให้ลุงวันดีไปอยู่ด้วยแต่ท่านกลับค้านหัวชนฝาว่าไม่อยากเป็นภาระ เนื่องจากผู้ป่วยที่รู้ความลับว่าฉันและลุงเป็นคนพาลุงวันดีมาอยู่ที่นี่ได้ล้มหายตายจากไปหมดแล้ว ท่านจึงห้ามบอกใครว่าเรามีความสัมพันธ์กันยังไงเพราะไม่อยากให้ฉันถูกรังเกียจ

 

แค่มาเยี่ยมบ้างบางครั้งก็พอใจแล้ว ให้ท่านเป็นแค่วันดีผู้ติดเชื้อ HIV และฉันคือพริมานางแบบแถวหน้าพ่วงด้วยตำแหน่งนางร้ายหน้าใหม่ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน

 

“สวัสดีครับลุง วันนี้เป็นยังไงบ้าง” เสียงนุ่มทุ้มที่ดังจากด้านข้างเรียกให้ฉันหันมองก่อนจะสบเข้ากับดวงตาทอประกายของผู้ชายร่างสูงใหญ่เทียบเท่าคุณเบียร์


“สบายดีจ้าหมอ” หมอ คือคำกล่าวที่ฉันไม่คุ้นชินในเวลานี้ “วันนี้ไม่มีธุระที่ไหนเหรอ”

 

“ครับ” เขาตอบสั้น ๆ เมื่อหมดความสนใจแล้วฉันจึงหันกลับมาทำแผลที่เหลือให้ลุงต่อ

 

“ขึ้นเพิ่มอีกแล้วนี่” ฉันนิ่วหน้าก่อนจะดุ “ยังพอพลิกตัวได้เองก็ต้องพลิกบ่อย ๆ สิลุง ก็รู้อยู่ว่าแผลกดทับเป็นแล้วหายยาก”

 

“บางทีนอนนาน ๆ มันก็ลืม” ท่านตอบอ้อมแอ้ม “คราวก่อนเห็นโอ๊ตบอกว่าพรีมมาไหว้เขตต์

 

“ค่ะ พรีมว่าจะขึ้นมาหาลุงเหมือนกันแต่ต้องรีบกลับ”

 

“ไม่เป็นไร” อาจเพราะลุงวันดีกลัวฉันจะคิดว่าท่านน้อยใจจึงรีบปฏิเสธ “ขยันทำงานน่ะดีแล้ว คนที่จ้างเราเขาจะได้รัก”

 

“ขยันจนสายตัวแทบขาดแล้ว”

 

“ลุงภูมิใจในตัวพรีมนะ เขตต์ก็น่าจะเหมือนกัน” กระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน “ตอนได้ยินคนอื่นชมพรีมว่าทั้งสวยทั้งเก่งลุงนี่อยากป่าวประกาศใจแทบขาดว่านี่หลานลุงเอง”

 

เงยหน้ามองท่านยิ้ม ๆ แล้วค่อยบอก “ไม่เห็นต้องปิด บอกทุกคนไปเลยว่าลุงเป็นลุงพรีม ลุงจะกลัวคนอื่นรู้ทำไม พรีมไม่เห็นแคร์”

 

“ไม่ได้ !” ท่านตวาดในโทนเสียงกระซิบ ก่อนจะมองเลยไปทางด้านหลังในขณะที่ฉันปิดผ้าก๊อซทับแผล

 

หลังทำแผลให้ลุงวันเสร็จเรียบร้อยฉันก็เตรียมจะเดินไปช่วยพี่ฝนอีกฝั่งหนึ่งแต่แล้วพลันต้องหยุดชะงัก “คุณครับ”

 

เพราะไม่มั่นใจว่าเขาเรียกตัวเองหรือไม่ฉันจึงหันมองและพอพบว่าถูกคุณหมอคนใหม่จ้องอยู่จึงขาน “คะ”

 

“กลัวแผลหรือเปล่า” ถามอะไรแบบนี้ ถ้ากลัวจะถืออาวุธครบมือไหมเล่า อีกอย่างเมื่อกี้ก็เห็นไม่ใช่หรือไงว่าคนเขาทำแผลอยู่ แม้จะแอบค่อนแคะกับคำถามในใจแต่ฉันก็ส่ายหน้า

 

“ไม่กลัวค่ะ”

 

“งั้นเป็นผู้ช่วยให้ผมหน่อยได้ไหม” เอ่ยจบเขาก็บุ้ยปากไปทางกล่องกระดาษสี่เหลี่ยม ดังนั้นพอม้วนถุงมือในมือทิ้งเสร็จจึงจำต้องสวมอันใหม่แล้วเดินมายืนฝั่งตรงข้าม มองเห็นแผลใหญ่เท่าครึ่งฝ่ามือขอบนอกเป็นสีดำแล้วไล่ระดับสีไปเรื่อย ๆ จนถึงส่วนกลางที่เป็นสีขาวซีดพลันต้องเพลียใจเพราะเคยปฐมพยาบาลมานานจึงรู้ว่าแผลแบบนี้รักษายากที่สุด

 

ทันทีที่ฉันกำลังจะหยิบสำลีเขาก็ปราม “แผลนี้ผมเช็ดแล้วครับ”

 

“แล้วจะให้ช่วยอะไรคะ” ฉันเอ่ยอย่างงุนงง แต่กลับได้รับคำตอบเป็นการถามคืนมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยไม่บ่งบอกอารมณ์แทน

 

“เป็นผู้หญิงที่ใจดีจังเลยนะ เวลาว่างมาเป็นอาสาสมัครดูแลคนป่วยแบบนี้”

 

กำลังจะจีบเหรอ ?


ทั้งที่เปิดประเด็นแบบนั้นแต่เขากลับเปลี่ยนเรื่อง

 

“ตรงนี้มีเนื้อตาย ผมต้องตัดออก” เพราะการทำหัตถการคุณหมอที่ดูแลจะเป็นผู้จัดทำทั้งหมด ฉันเคยได้มีโอกาสแค่ดูแลแผลกดทับเล็ก ๆ น้อย ๆ พอจะได้เห็นการตัดเนื้อตายจึงค่อนข้างตื่นเต้น

 

 “แปลว่านี่ก็มีเนื้อตายใช่ไหมคะ” พูดพร้อมชี้ไปยังแผลอีกแห่งที่มีขนาดใหญ่กว่ามากแต่อยู่ในลักษณะเดียวกัน

 

“ครับ” ผงกศีรษะครั้งหนึ่งจึงบอก “คุณช่วยล้างแผลนั้นให้ผมก่อน ผมจะตัดเนื้อตายที่แผลนี้ พอผมตัดเนื้อตายเสร็จคุณก็มาล้างแผลอีกรอบ ผมจะสลับไปตัดเนื้อตายอีกแผล”

 

ได้รับคำสั่งฉันก็จัดการเดินอ้อมไปทำความสะอาดแผล ขณะเดียวกันก็ลอบมองนิ้วเรียวยาวขยับกรรไกรสีเงินยวงตัดเนื้อเยื่อส่วนที่เป็นสีขาวทีละเล็กทีละน้อยพร้อมใช้ที่คีบคีบไปวางบนผ้าก๊อซที่ปูทิ้งไว้ อาจเพราะเห็นฉันให้ความสนใจจึงอธิบายไปด้วย “ถ้าเราไม่กำจัดเนื้อตายออกก่อน แผลก็จะไม่หายสักที”

 

“แผลแบบนี้ใครตัดก็ได้เหรอคะ”

 

“ถ้าเล็กก็พอไหว แต่ถ้าใหญ่มากให้หมอทำดีกว่าครับ” แม้จะอธิบายแต่มือกลับทำหน้าที่ไม่ว่างเว้น “ถึงผู้ป่วยโรคเบาหวานจะประสาทรับความรู้สึกเสื่อมก็เถอะ”

 

พยักหน้าสองสามครั้งแล้วฉันจึงจัดการกับแผลต่อ ขณะที่ปากก็บอกคนป่วยที่นอนเหม่อมองออกไปทางประตู “เจ็บบอกได้นะคะ”

 

ซึ่งเขาก็ทำเพียงพยักหน้าโดยไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรแม้แต่คำเดียว เพราะประสบการณ์สอนว่าคนเราจะพูดเมื่ออยากพูดดังนั้นฉันเลยทำหน้าที่ของตัวเองโดยไม่เซ้าซี้ เสร็จเรียบร้อยพอดีกับที่หมอตัดเนื้อตายออกหมดจึงสลับไปทำแผลอีกข้าง

 

จนเห็นว่าใกล้เสร็จแล้วจึงหาทางปลีกตัว “อีกแผลฝากหมอจัดการด้วยนะคะ ฝั่งโน้นเหลือทำแผลอีกหลายคนเลย”

 

เอ่ยจบก็ถอดถุงมือทิ้งถังขยะแล้วคว้าตะกร้าเดินไปหาพี่ฝน ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงก็จัดการผู้ป่วยที่เหลือเสร็จเรียบร้อย แม้อยากกลับไปคุยกับลุงวันต่อใจแทบขาด แต่เพราะคุณหมอยังวนเวียนอยู่ไม่ไกลดังนั้นฉันจึงเลือกจะเดินมาเก็บตะกร้ายากลับเข้าที่

 

พอหันหลังกลับมาอีกครั้งก็พบว่าคุณหมอยืนอยู่ด้านหลังแล้ว เพราะไม่รู้จะทำยังไงฉันจึงยิ้มก่อนเบี่ยงตัวหลบ แต่เดินห่างมาได้ไม่กี่ก้าวกลับต้องชะงักเมื่อถูกเรียก “พรีม”

 

เนื่องจากคำว่ามารยาททางสังคมค้ำคอจึงหันหลังกลับไปในตอนที่ร่างสูงใหญ่ถอดถุงมือแบบสเตอร์ไรด์ซึ่งน้อยครั้งนักที่จะได้เห็นเพราะอาสาสมัครส่วนใหญ่ทำไม่ค่อยถูกแทบทั้งนั้น หลังม้วนถุงมือแล้วทิ้งลงถังขยะติดเชื้อมือหนาก็ดึงแมสก์ออกเผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มที่แสนคุ้นเคย

 

เหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ...

 

นานจนแทบจะลืมเลือนจากชีวิต แต่พอเขากลับมาอีกครั้งกลับรู้สึกเหมือนว่าได้เจอของสำคัญบางอย่างที่คิดว่าได้ทำหล่นหายไปแล้ว

 

“...พี่หมอ” เสียงที่เรียกเบาจนแทบกระซิบแต่คนตรงหน้ากลับยิ้มกว้าง

 

“สบายดีไหม”






Clara talks.

“อะภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจัง วุฒาปะจายิโน จัตตาโร ธัมมาวัฑฒันติ อายุ วัณโณ สุขัง...” นี่คือครั้งแรกที่มีโอกาสเหยี้ยบย่างเข้ามาในสถานที่ที่เรียกว่า วัดดังนั้นจึงทำทุกอย่างตามพี่เข้ม ไม่เว้นแม้กระทั่งพนมมือแต้ในตอนพระสวดภาษาบาลีซึ่งฟังไม่เข้าใจแม้แต่คำเดียว “พลัง”

 

พอพี่เข้มก้มกราบ ฉันก็ทำแบบนั้นด้วย รอจนฉันเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งจึงบอก “ไปเถอะครับคุณหนู”

 

“ค่ะ”

 

สวมรองเท้าเสร็จเรียบร้อยฉันก็ยืนนิ่งทำตัวไม่ถูกว่าควรจะต้องพาตัวเองไปอยู่ส่วนไหนของวัดดี เพราะทุกหนทุกแห่งล้วนแต่มีกลิ่นอายของความหมองหม่นลอยวนปกคลุมอยู่แทบทั้งนั้น

 

เกิดมาไม่เคยเจออะไรที่หดหู่ขนาดนี้มาก่อนเลย...

 

อาจเพราะมองออกพี่เข้มจึงเปรย “ไปรอในรถไหมครับ เดี๋ยวผมเปิดแอร์ทิ้งไว้ให้”

 

แปลว่าเขาจะตามไปหาพี่พรีมที่ตึกคนป่วยสินะ หลังครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่จึงตัดสินใจ “กลับไปหาพี่พรีมก็ได้ค่ะ”

 

ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอกำลังจะทำอะไร

 

เพราะอากาศยามบ่ายของประเทศไทยร้อนระอุยิ่งนัก ดังนั้นถึงระยะทางระหว่างศาลาวัดกับตัวอาคารผู้ป่วยจะอยู่ห่างกันไม่มากนักแต่กว่าจะมาถึงเราทั้งคู่ก็เหงื่อซ่กไปตามกัน

 

เนื่องจากยังไม่มีความกล้ามากพอ ฉันและพี่เข้มจึงยืนเงอะงะอยู่หน้าประตูเพื่อเฝ้าดูเจ้าของร่างเพรียวระหงในชุดเสื้อยืดรับกับกระโปรงผ้าพลิ้วรวบผมหางม้าดูทะมัดทะแมงก้ม ๆ เงย ๆ ทำแผลให้คนป่วยร่วมกับผู้ชายตัวสูงใหญ่

 

“พี่พรีมยืนใกล้ผู้ชายนะ ไม่โทรฟ้องพี่เหรอ” ฉันกระเซ้า

 

ซึ่งเขาก็ทำเพียงหันมองแล้วอมยิ้ม อยู่ ๆ คำถามก็ผุดขึ้นมาในใจจึงเรียก “พี่เข้ม”

 

“ครับ”

 

“พี่เข้มว่าพี่เหมาะกับพี่พรีมจริงเหรอ” บางทีฉันก็คิดว่าเธออาจจะเกิดในโลกคู่ขนาน โลกที่เป็นโลกคนละใบกับโลกของฉัน

 

ความเงียบที่ได้รับตอบกลับมาจากคนสนิทของพี่สื่อความหมายได้ชัดเจนว่า ไม่ซึ่งฉันเองก็เห็นด้วยว่าคนอย่างพี่พรีมไม่เหมาะกับใครทั้งนั้น ในเมื่อเธอไม่ใช่คนแต่เป็นนางฟ้าชัด ๆ เลย

 

ปราศจากกล้องคอยจับภาพ ไร้ความรังเกียจ ไม่เคยป่าวประกาศให้ใครรับรู้

เหมือนมีออร่าสักอย่างที่สว่างจ้าเสียจนตาแทบบอดรายล้อมรอบตัวพี่พรีม

 

อาจเพราะไม่มีรังสีการคุกคามดังนั้นพี่เข้มจึงยังเฉยไม่ได้ปรี่เข้าไปกระชากเขาออกห่างจากพี่พรีม เริ่มแรกฉันเองก็คิดแบบนั้นหากไม่ติดว่าจังหวะที่เขาเงยหน้าลอบมองตอนเธอก้มทำแผล สายตาคู่นั้นฉายแววลึกล้ำซึ่ง...

 

มันไม่น่าจะเกิดขึ้นจากคนที่เพิ่งพบกัน


“ดีขนาดนี้ป้าวิไลยังเกลียดได้ลงคอ” พี่เข้มพึมพำ

 

“ก็เขามีคนที่ชอบอยู่แล้วนี่นา แถมคนที่ชอบยังเทียวไล้เทียวขื่อที่บ้านด้วย” หลังถูกตอกหน้าหงายวันนั้นพี่กวางก็หายไปสักพัก ตอนแรกดีใจว่าเธอคงคิดได้แล้วเรื่องตัวเองสมควรเว้นช่องว่างทั้งจากคนรักเก่าและครอบครัวของเขา แต่ดันมารู้จากแม่บ้านคนสนิททีหลังว่าแม้ตัวจะไม่มาแต่คุณพ่อพี่กวางผู้ซึ่งทำธุรกิจเดินเรือก็ยังส่งของบำรุงและบรรดาอาหารเสริมขึ้นชื่อให้อยู่เนือง ๆ

 

ซึ่งป้าวิไลก็ดีใจหาย เช้าตุ๋นโสมตกเย็นตุ๋นรังนกแล้วประกาศคุณความดีให้เตี่ยฟังทุกเมื่อเชื่อวัน แต่สุดท้ายของดีจากทุกมุมโลกกลับพ่ายแพ้ให้แก่เกมเศรษฐีและน้ำดีท็อกซ์สูตรนางแบบ

 

ถึงป้าจะไม่ชอบใจพี่พรีมแต่เห็นได้ชัดจากดาวเสาร์เลยว่าเตี่ยชอบเธอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าสองคนจะถือหางใครผู้ที่จะต้องจบปัญหานี้ก็มีเพียงพี่เท่านั้น

 

และให้ตายเถอะ... จนป่านนี้ฉันก็ยังเดาใจไม่ถูกว่าเขาจะทำยังไง ในเมื่อคนหนึ่งก็ลักษณะเหมือนแม่ราวกับพิมพ์เดียวกัน ส่วนอีกคนก็อบอุ่นอย่างกับดวงอาทิตย์ยามเช้า

 

“แปลกนะครับที่ไม่มีใครบอกคุณกวางกับครอบครัวเลยว่าคุณท่านขอให้คุณพรีมเข้านอกออกในบ้านใหญ่แทบทุกวัน”

 

“ไม่แปลกหรอกค่ะ ก็ป้าห้ามแม่บ้านทุกคนไว้เองนี่นา” แม่นมกลัวพี่กวางไม่เหลียวแลพี่จะตาย “เรื่องพี่กวางไม่น่าเก็บมาคิดหรอก ที่น่าคิดคือเรื่องพี่พรีมต่างหาก”

 

...ที่ความไม่แตกมาตั้งแต่ต้นเพราะฉันไม่ได้ใช้นามสกุล โอภาทพิพัฒน์

 

นึกแล้วความวิตกกังวลก็มาเยือนอีกครา เพราะพี่บ้าคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ถึงได้พาพี่พรีมไปเจอเตี่ย แถมยังเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนวันปีใหม่ทั้งหมดให้เตี่ยกับป้าวิไลฟัง ก่อนจะตราสถานะให้เธอว่าเป็น ผู้หญิงของเบียร์ แถมยังขอให้เปลี่ยนคำเรียกขานฉันว่า หนูเล็ก

 

เรื่องเลวร้ายทั้งหมดฉันคือผู้กระทำ แต่พี่เป็นคนปิดบัง ตอนนี้ความผิดเราน่าจะพอ ๆ กันนั่นแหละ และถ้าหากพี่พรีมรู้เข้า ฉันก็เดาคำตอบได้แบบไม่ต้องใช้สมองไตร่ตรองเลยว่าเธอคงพาลเกลียดพวกเราทั้งตระกูล

 

วันนั้นคล้อยหลังพี่พรีมกลับฉันก็เข้ามาเยี่ยมเตี่ย ทั้งที่คิดว่าคงโดนส่งตัวไปทรมานที่ฮ่องกง แต่ท่านกลับทำเพียงแค่ตักเตือนว่าสิ่งที่ทำไปนั้นผิดและห้ามทำกับใครอีกเป็นอันขาดด้วยแววตามีความสุข ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าท่านถูกใจพี่พรีมมากนั่นเอง

 

เด็กที่ไม่เคยได้รับความรักอย่างฉันควรต้องอิจฉา แต่น่าแปลกที่กับพี่พรีมนอกจากไม่รู้สึกแบบนั้นแล้วตรงกันข้ามกลับอยากจะเข้าไปคลอเคลียขอความรักเสียด้วยซ้ำ

...เพราะอะไรก็บอกไม่ได้

 

ไม่รู้ว่าเวลาที่ใช้ในการทอดอารมณ์คิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตนั้นผ่านไปนานสักเท่าไหร่ แต่ในที่สุดฉันก็ถูกดึงออกมาจากห้วงอารมณ์เพราะพี่เข้ม “คุณพรีมน่าจะเสร็จแล้วครับ”

 

มองตามพี่เข้มบอกแล้วฉันก็เตรียมจะชะโงกหน้าไปโบกมือเรียก แต่แล้วพลันต้องขมวดคิ้วเมื่อพี่พรีมถูกผู้ชายที่ยังคงสวมถุงมือยางรั้งไว้เสียก่อน “พรีม”

 

ตอนพี่พรีมหันกลับไปเขาก็ถอดถุงมือทิ้งถังขยะแล้วดึงแมสก์ปิดปากออกเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาน่าหลงใหล จมูกโด่งเป็นสันรับกับดวงตาคมกริบ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นกันเพราะดูเหมือนเธอจะพูดเสียงเบามาก แต่หลังจากนั้นเจ้าของริมฝีปากได้รูปก็ยิ้มก่อนถามด้วยสีหน้าและแววตาอ่อนโยน “สบายดีไหม”

 


ยัยจิ๋วยังบอกว่าหล่อเหลาน่าหลงใหล อีพี่ตายแน่ !!!!!

 

ช่วงนี้ออัปยาวให้จุใจ ๆ เน้อรีดเดอร์

เพราะวันจันทร์บู้บี้จะส่งหนังสือล็อตแรกออกแล้ว 2,000 เล่มมมมมม ยู้ฮู้ววววว

เคลียร์ชั้นหนังสือรอสามีกันนะคะ

คิวต่อ ๆ ไปพุธและศุกร์นะคะ รอรับได้เลย รอบนี้ไม่พลิ้วแล้วแพ็กรอบแรกเสร็จแล้วจย้ากำลังเร่งรัดกล่องอยู่ !!!!

 

ฝากเด็กน้อยแสนเร่าร้อนคนใหม่ของบู้บี้ด้วย

หล่อ สุขุม นุ่มนวล พูดน้อย ต่อยอย่างเดียว

v

จิ้ม ๆ

 

 

 

 

 


เล่นทวิตติดแท็ก  #คุณชีขยี้เสือ ด้วยนะคะ

หรือถ้ากลัวคนเปิ้บป๊าบแบบบี้ไม่เห็น @realbabylinlin ต่อเลยจ้า

จะเข้าไปรีรัว ๆ เลย จ๊วบบบบ



*อิมเมจตัวละคร*

   

 

 

 

 

 

 

   

 

 

 

 

   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16.549K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52,877 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #48697 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 07:45
    ทำไมเคมีคู่นี้มันดี
    #48,697
    0
  2. #47798 kumkongpimpisa (@kumkongpimpisa) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 16:57
    แม่ริม เชียงใหม่ได้รับเล้มแล้วอะบี้ หนามากๆๆๆ กำลังอ่านอยู่คะ
    #47,798
    0
  3. #47730 MyMINO (@brandname) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 00:26
    ยกพี่หมอให้้ยัยน้องได้มั้ยคะ555
    #47,730
    0
  4. #47586 97line (@mysocute) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 22:41
    คุณเบียร์ระวังคนหายนะคะ
    #47,586
    0
  5. #47434 Sssss (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 19:42

    แแนะนำว่าการอ้างถึงสถานที่บางอย่าง ถ้าไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นยังไง หรือไม่เคยไป อย่าพยายามใส่อินเนอร์มากเกินไป หรือบรรยายจนขัดกับความจริงนะคะ วัดนี้เป็นวัดใหญ่ สภาพแวดล้อมร่มรื่น จัดสภาพแวดล้อมเป็นกึ่งสถานที่เรียนรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ มีหลายอาคาร แม้กระทั่งมินิมาร์ทในนั้น เจริญก้าวหน้ามากเพราะหลวงพ่อท่านบริหารจัดการได้ดีมากๆ อาคารผู้ป่วยอยู่เป็น-ส่วน นั่นคือผู้ป่วยหนัก ส่วนคนอื่นๆ มีงานมีหน้าที่ต่างๆ กัน ทุกคนช่วยเหลือกันดีมาก แม้จะหดหู่ในโรคาที่เบียดเบียน แต่แทบทุกคนอยู่อย่างสุขใจพอสมควร แต่เห็นด้วยเรื่องการบริจาค ที่ทุกคนควรช่วยเหลือวัด ซึ่งที่นี่มีญาติโยมไปทำบุญทอดผ้าป่าบ่อยๆ นะคะ ไม่ใช่มีใครปล่อยให้วัดขาดแคลน

    #47,434
    0
  6. วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 16:24

    เจอคนหล่ออึกแล้วววว

    #47,421
    0
  7. #47398 สาวน้อยบานเฉิ่ม (@nanziiz) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 13:55

    คือส่งหนังสือวันสุดท้ายวันไหนคะ


    สายอีบุ๊คอย่างเราใจจะขาดแล้วค่าาาาาาาา

    #47,398
    0
  8. #47343 jansamorn2 (@jansamorn2) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 12:23
    คุณตฤนไปทำงานหรืออะไรคะหายไปจนนางเอกจะเจอพระเอกใฟม่แล้วค่ะคุณ555555
    #47,343
    0
  9. #47342 Kang Chul (@LadyMerry) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 10:43
    คิดถึงคุณเบียร์
    #47,342
    0
  10. #47340 patty (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 09:36

    okนางฟ้าแสนดีอย่างชีพรีมต้องพ่ายรักให้กับแบดบอยแบบพี่เบียร์อยูและ

    ยัยจิ๋วกับพี่เบียร์ผิดพอกันอย่างว่าแต่ใครจะโดนหนักกว่านี่ พี่เบียร์ฟันธง

    #47,340
    0
  11. #47339 indiie (@tistee) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 09:33
    ebook มาเมื่อไหร่ค้า
    #47,339
    0
  12. #47338 kantiphon (@kantiphon) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 08:50
    ยังไม่เฉลยอี๊กกกกกกก ว่าหมอคือใคร เห็รอัพหลายทีิดว่าจะบอกสักที แง้งง
    #47,338
    0
  13. #47337 Baitoey115 (@Baitoey115) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 08:44
    พี่หมอ x คลาร่า เลยค่ะ55555555
    #47,337
    0
  14. #47336 PloyTreetipnipa (@PloyTreetipnipa) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 08:09
    อยากได้เล่มจังค่ะ
    #47,336
    0
  15. #47335 ซา หมุด โน้ด (@thippawan00) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 07:52

    ดีย์~

    คุณหมอคือดีเด้อออ

    ถ้าพี่เบียร์ไม่รีบกลับมา จะย้ายฝั่งล่ะเน้อ
    #47,335
    0
  16. #47334 hayou2 (@HAYOU) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 06:54
    ดีงามค่ะ
    #47,334
    0
  17. #47333 kung3488 (@kung3488) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 06:33
    อยากได้เล่มคะ
    #47,333
    0
  18. #47331 may0234 (@usamasa0234) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 04:05

    พี่หมอคนนี้คือใคร เฉลยซะทีๆๆๆๆๆ 5555555

    #47,331
    0
  19. #47330 maitaii (@maitaii) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 01:55
    e-book มาเมื่อไหร่หรอคะ
    #47,330
    0
  20. #47329 pptmk (@poppy_patimakorn) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 00:51
    ทีมพรีมคลาร่าดีมั้ยชั้นชอบนางจริงๆ
    #47,329
    0
  21. #47328 PPSD PLAI (@plai43) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 00:14
    ฉากเปิดตัวพระเอก55555
    #47,328
    0
  22. #47327 Envi_H (@Envi_H) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 00:00
    ทำไมจิ้นคลาร่า พี่หมอ
    #47,327
    0
  23. #47326 Ptttttch (@Ptttttch) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 23:09

    พี่หมอน่ารัก ศีลเสมอกันเชื่อเรา55555

    #47,326
    0
  24. #47325 kk1988 (@kk1988) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 22:55
    ข้ามสปอยเ์พรุ่งนี้เลยไหม 555
    #47,325
    0
  25. #47324 beeoooo03 (@beeoooo03) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 22:53
    ไม่ใช่ว่าอีบุ๊คเป็นคิวสุดท้ายนะ โปรดเห็นใจด้วยยยยยย
    #47,324
    0
  26. #47322 suphansakhiewp (@suphansakhiewp) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 22:40
    ช้ามาก และก็เลื่อนวันทุกขั้นตอน
    #47,322
    1
    • #47322-1 0853202652 (@0853202652) (จากตอนที่ 27)
      6 กรกฎาคม 2562 / 12:01
      เห้นด้วยค่ะ
      #47322-1