Love Therapy ทฤษฎีบำบัดรัก

ตอนที่ 19 : LOVE THERAPY บำบัดรักบทที่ 16: ‘ความรัก’ ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน [Loading250%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 240,576
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20,434 ครั้ง
    25 เม.ย. 62

LOVE THERAPY

บำบัดรักบทที่ 16:  ‘ความรัก ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน




เพียะ !

 

“อย่าค่ะ” ฉันฟาดแขนคุณเบียร์เสียงดังจนบุรุษพยาบาลที่เข็นเตียงผู้ป่วยเดินสวนมาสะดุ้งโหยง “ห้ามยุ่งกับแมสเป็นอันขาด”

 

“ผมหายใจไม่ออก” เขาบ่นอุบเหมือนเด็กสามขวบพลางหดมือ “ไม่ใส่ไม่ได้เหรอ”

 

“ไม่ได้ค่ะ”

 

ไม่รู้จะบอกว่าโชคดีหรือโชคร้ายเพราะถึงจะไม่ได้ติดโรคอีสุกอีใสจากตันหยงให้ตุ่มขึ้นหน้าจนเสียโฉม แต่หมอกลับตรวจพบว่าคุณเบียร์เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่

 

ทั้งที่ควรจะแอดมิทเพื่อกักกันโรคตามคำสั่งแพทย์แต่เขากลับยืนกรานว่าจะไม่ยอมนอนโรงพยาบาลท่าเดียว หลังปะทะคารมณ์สักพักในที่สุดหมอก็ยอมให้คุณเบียร์กลับบ้านโดยมีข้อแม้ว่าต้องสวมแมสปิดปากตลอดและหลังจากหายดีต้องมาฉีดวัคซีนอีสุกอีใสด้วย

 

แน่นอนว่าน้องแจ๋วที่ถูกบังคับขืนใจมาดูแลทำกับข้าวป้อนยาช่วงคุณเบียร์เป็นพาหะนำโรคก็ไม่ใช่ใครที่ไหนคือฉันเอง ด้วยเหตุผลกวนประสาทที่ว่าเราอยู่ด้วยกันต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันและเขาไอใส่หน้าฉันแล้วแต่ฉันแข็งแรงพอจะไม่ติดโรคดังนั้นฉันคือผู้ถูกเลือก

 

...บ้าบอคอห่าน

 

“อยากดูดบุหรี่”

 

“ป่วยอยู่” เพราะรู้ว่าเขาติดบุหรี่มาก วินาทีที่ได้พูดประโยคนี้ก็รู้สึกสะใจพิกล “เลิกฝันไปได้เลยค่ะ”

 

“ไม่ยุติธรรมเลย” แม้จะมีแมสปิดอยู่แต่ฉันก็เดาได้ว่าริมฝีปากสีชมพูคล้ำต้องคว่ำเป็นตัวยู “ทำไมผมต้องมาทรมานอยู่คนเดียวอ่ะ ในเมื่อเมื่อคืนคุณก็...”

 

อย่าพูดออกมาเชียว !

 

ครืดดด ขณะที่ฉันกำลังจะห้าม โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของคุณเบียร์ก็ส่งเสียงดังขัดตาทัพได้ทันท่วงที

 

“ว่าไงครับ... หา ?” มือหนาคว้าหมับเข้ากับข้อมือของฉันก่อนจะฉุดให้เดินแทรกตัวเข้ามาในลิฟต์ใกล้ ๆ ขณะที่ตัวเลขบอกชั้นตรงผนังไต่ระดับหน้าตาคุณเบียร์ก็เครียดขึงขึ้น “กำลังขึ้นลิฟต์ไปครับ ผมอยู่โรงพยาบาลพอดี”

 

เพราะตลอดทางเขาคุยกับคนในสายฉันเลยทำได้เพียงแค่เดินตาม กระทั่งถึงห้องพักคุณเบียร์จึงกดวางก่อนเคาะประตูสองสามหนแล้วผลักเปิดเข้าไป

 

แม้จะไม่รู้ว่ามาหาใครแต่ฉันก็ยกมือไหว้ชายสูงวัยในชุดคนไข้สีฟ้าและหญิงชราร่างท้วมซึ่งกำลังรินน้ำอยู่ตรงโต๊ะหัวเตียงโดยอัตโนมัติ แต่เสี้ยววินาทีพลันต้องช็อกตาค้างเมื่อได้ยินคนข้างตัวเรียกขานด้วยสรรพนามกระแทกใจ

 

“เป็นไงบ้างเตี่ย”

 

เตี่ยงั้นเหรอ ?!


“ก็ชามือชาเท้า” แม้จะมีท่าทางงุนงงอยู่บ้างแต่พ่อของคุณเบียร์ก็รับไหว้ก่อนหันมองลูกชาย

 

“พรีม” เขาสะกิดฉันแล้วบุ้ยปาก “นั่นเตี่ยกับป้าวิไล”

 

“สวัสดีค่ะ” ฉันค้อมศีรษะแล้วปลีกตัวมานั่งบนโซฟารับแขก

 

หลังวางแก้วป้าวิไลจึงอ้าแขนแล้วทำท่าจะตรงเข้ามากอดคุณเบียร์ “ทูนหัวของป้า เป็นอะไรคะ ทำไมถึงได้ใส่ผ้าปิดปาก”

 

“ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ครับ ติดต่อกันได้นะป้า”

 

ได้ยินคำตอบของคุณเบียร์ป้าก็เบรกแทบไม่ทัน “หาหมอมาหรือยังคะ”

 

“หาแล้ว” ผู้ชายตัวโตตอบสั้น ๆ แล้วตรงเข้าไปจับมือพ่อก่อนจะบีบเค้น “ชาไปหมดเลยเหรอ รู้สึกอะไรบ้างไหม”

 

“ถ้าบีบแรงก็รู้สึกอยู่บ้าง”

 

“แล้วหมอบอกว่าเป็นอะไร”

 

“รอผล MRI อยู่” แม้จะตอบคุณเบียร์แต่ท่านก็ลอบมองอยู่บ่อยครั้งราวกับอยากจะรู้เกี่ยวกับตัวฉันให้มากกว่าชื่อ พรีม

 

และดูเหมือนคุณเบียร์จะรู้ทันจึงอาศัยโอกาสนั้นตีเนียนดึงแมสปิดปากออก อมยิ้มเล็กน้อยแล้วจึงพูดเสียงอู้อี้ “คุณ ปอกแอปเปิ้ลให้เตี่ยหน่อยสิ”

 

“ปิดแมสค่ะ เดี๋ยวเตี่ยกับคุณป้าก็ติดไปด้วยหรอก” ปั้นหน้าดุใส่คุณเบียร์ที่ย่นจมูกแล้วปิดแมสกลับคืนเหมือนเดิมเสร็จค่อยเดินอ้อมไปหยิบผลไม้หลากชนิดมาล้างในห้องน้ำ กลับออกมาอีกครั้งก็เป็นตอนที่คุณเบียร์กำลังก้มหน้าลงกระซิบบางอย่างข้างหูคุณเตี่ยซึ่งจ้องมาทางฉันด้วยท่าทางไม่อยากเชื่อ

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก !

 

สิ้นเสียงเคาะพยาบาลก็เปิดประตูเข้ามา “ผล MRI ออกแล้วค่ะ ญาติสะดวกไปพบคุณหมอหรือให้คุณหมอมาที่นี่ดีคะ”

 

“ไปพบหมอที่ห้องตรวจดีกว่าครับ” อาจเพราะสังเกตเห็นมาก่อนแล้วว่าสายตาของป้าวิไลที่ลอบมองมายังฉันนั้นไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่คุณเบียร์จึงเรียก “ป้าไปด้วยกันสิครับ”

 

จังหวะที่เดินสวนมาเขาก็บอก “ฝากเตี่ยด้วยนะ”

 

“ค่ะ” เพราะเข้ากับคนสูงวัยกว่าง่ายอยู่แล้วระหว่างที่ปอกผลไม้ใส่จานฉันก็ชวนคุณเตี่ยคุยสัพเพเหระลามไปยันเรื่องสุขภาพ พอรู้ว่าคุณเตี่ยระบบขับถ่ายไม่ค่อยดีจึงหั่นส้มเป็นแว่นใส่ลงในเหยือกน้ำก่อนรินส่งให้ท่าน “ดื่มแทนน้ำเปล่าได้เลยนะคะคุณเตี่ย”

 

รับไปดื่มอึกหนึ่งเตี่ยก็ชมเปาะ “สดชื่นดีจัง”

 

“ถ้าเป็นตระกูลเบอร์รี่ผสมกับแอปเปิ้ลไซเดอร์แล้วแช่ตู้เย็นไว้สักสองชั่วโมงจะสดชื่นกว่านี้แล้วก็ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายดีด้วยค่ะ ไว้เดี๋ยวพรีมซื้อแอปเปิ้ลไซเดอร์ฝากคุณเบียร์มาให้นะคะ”

 

“จะฝากทำไม” คุณเตี่ยนิ่วหน้า “พี่เบียร์บอกเตี่ยว่าอยู่ด้วยกันที่คอนโดไม่ใช่เหรอ”

 

“...”

“มาหาเตี่ยพร้อมพี่เขาเลยสิ”


“...”

 

“เงียบแบบนี้จะไม่มาเยี่ยมเตี่ยแล้วเหรอ”

 

คำพูดเชิงตัดพ้อกดดันให้ฉันต้องรับปากทั้งที่ก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าตัวเองจะทำได้ “มาค่ะ”

 

“พรุ่งนี้เลยมั้ย ยังไงดูท่าแล้วเตี่ยก็คงอยู่อีกยาว เป็นอะไรยังไม่รู้เลย” ท้ายประโยคท่านเอ่ยเสียงแผ่ว คาดว่าคงกลัวผลตรวจไม่น้อย

 

“ถ้าเลิกไม่ดึกพรีมจะมาเยี่ยมนะคะ ดึกไปพรีมกลัวรบกวนเวลาพักผ่อนคุณเตี่ย”

 

“พี่เขาดูแลดีมั้ย” เป็นการเปลี่ยนคำถามที่ฉันไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน

 

นึกย้อนไปตั้งแต่วันแรกที่เจอกันแม้จะไม่อยากยอมรับสักเท่าไหร่แต่ก็พยักหน้า “ดีค่ะ”

 

“ถ้าดีงั้นก็มีหลานให้เตี่ยสักทีสิ” คำขอทื่อ ๆ นั้นทำใบหน้าฉันเห่อร้อนไปหมดจนต้องพูดแก้ความเข้าใจของท่านรัวเร็วจนลิ้นแทบพันกัน “ตั้งแต่เบียร์เลิกกับแฟนเก่าไปเตี่ยก็นึกว่าจะอดอุ้มหลานซะแล้ว”

 

“พรีมกับคุณเบียร์เราไม่ได้เป็นอะไรกันแบบนั้นค่ะ แค่คนรู้จักเฉย ๆ”

 

“อ้าว เตี่ยเข้าใจผิดเหรอ” ท่านหัวเราะร่วน “ไม่น่านะ... เบียร์ไม่พาผู้หญิงเข้าบ้านซี้ซั้ว”

 

“บังเอิญค่ะ” นี่ไม่ได้เรียกว่าพาเข้าบ้านสักหน่อย “ถ้าไม่ใช่วันนี้พรีมพาเขามาหาหมอก็คงไม่ได้เจอคุณเตี่ย”

 

ยังไม่ทันที่ท่านจะได้พูดอะไรต่อป้าวิไลก็กลับเข้ามาในห้อง ปรายตามองฉันเล็กน้อยค่อยเดินไปนั่งยังเก้าอี้ว่างข้างเตียงคล้ายกับไม่อยากใช้พื้นที่บนโซฟาร่วมกัน

 

เห็นท่าทางปั้นปึ่งนั้นแล้วฉันก็แสร้งมองผ่านเพราะไม่มีประโยชน์ที่จะโต้ตอบ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ ฉันคงฝืนใจใครไม่ได้

 

“หมอว่าไงบ้างวิไล ฉันเป็นอะไร”

 

“หมอนรองกระดูดทับเส้นประสาทค่ะคุณท่าน”

 

“เบียร์ล่ะ คุยกับหมออยู่เหรอ”

 

“ไปคุยโทรศัพท์ค่ะ” ป้าวิไลเปิดกระเป๋าแล้วล้วงเอาโทรศัพท์ออกมา “วิไลขอโทรบอกหนูกวางกับคุณอาภานะคะ”

 

“ไม่ต้อง ไม่ต้องบอกใครอีก” น้ำเสียงของคุณเตี่ยเหนื่อยหน่าย “ป่วยขนาดนี้ยังจะให้รับแขกอีกเหรอ”

 

คนถูกดุหน้าเจื่อนลง “คุณไวน์ล่ะคะ”

 

“รายนั้นยิ่งไม่ต้อง” ท่านหัวเสียขึ้นไปใหญ่ “แค่เห็นหน้าก็ปวดหัวแล้ว”

 

“แล้วคุณหนู...” ชะงักไปครู่หนึ่งเธอก็เบือนหน้า “คุณหนูเล็กกับเลขาล่ะคะ”

 

“หนูเล็ก” เอียงคอเล็กน้อยท่านก็เหลือบมองฉันก่อนครางงึมงำ “อ่อ... เดี๋ยวเบียร์ก็จัดการเองทั้งเรื่องงานเรื่องคนมาเยี่ยมนั่นแหละ เธอไม่ต้องวุ่นวายหรอก”


จากการตอบแล้วไม่ต้องบอกด้วยคำพูดก็รู้ว่าคุณเตี่ยรักและเชื่อใจคุณเบียร์มากแค่ไหน “หนูพรีมเตี่ยอยากดื่มน้ำอีก”

 

เหมือนกลั่นแกล้งป้าวิไลในเมื่อท่านยืนอยู่ใกล้เหยือกน้ำมากกว่าแต่ฉันก็จำต้องเดินอ้อมหญิงร่างท้วมมารินให้ตามคำขอ “ขอบใจมาก ไว้มาทำให้เตี่ยกินอีกนะ”

 

เมื่อป้ายังทำท่าค้อนปะหลักปะเหลือกฉันก็ชักจะหมั่นไส้จึงรับคำเสียงหวาน “ค่ะ”

 

จบคำพูดคุณเบียร์ซึ่งยังสวมแมสปิดปากก็เดินมายืนเคียงข้างฉัน เสี้ยววินาทีกลิ่นบุหรี่ซึ่งอ่อนกว่าปกติก็โชยมาเข้าจมูก ที่ป้าบอกว่าเขาขอไปคุยโทรศัพท์เห็นทีคงใช้เวลานั้นแอบสูบด้วยสิท่า

 

“หมอว่าไงบ้างเบียร์ จะรักษาเตี่ยยังไง”

 

“หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทครับ ต้องผ่าตัด เบียร์นัดคิวไปมะรืนเลย”

 

“แต่วันนี้เตี่ยมีเอกสารต้องเซ็นอนุมัติ”

 

“เดี๋ยวจัดการเอง สักชั่วโมงคุณตะวันจะเอาใบมอบอำนาจมาให้เซ็น” ไม่บ่อยที่จะได้เห็นคุณเบียร์เป็นงานเป็นการ เพราะปกติหากไม่อยู่ในโหมดขี้เล่นก็บ้าอำนาจไปเลย “เตี่ยพักผ่อนให้ร่างกายพร้อมผ่าตัดเถอะ”

 

“เบียร์ไหวแน่นะ ไม่สบายอยู่ด้วย”

 

“แค่หวัดเอง” คุณเบียร์ผงกศีรษะ “ขอกลับไปนอนพักก่อนนะ เดี๋ยวบ่ายเข้าประชุมไม่ไหว ไปเถอะคุณพยาบาล”

 

ท้ายประโยคเขาหันกลับมาหาฉันซึ่งยกมือไหว้คุณเตี่ยและป้าวิไลตามเรื่องตามราว ระหว่างเดินไปยังประตูฉันก็ลอบมองคนข้างตัวอย่างครุ่นคิด

 

...คุณเบียร์เป็นคนแบบไหนกันแน่

 

“สายตาที่มองผมนี่คืออะไร”

 

คำถามนั้นทำฉันสะดุ้งหลุดจากภวังค์ ตั้งสติได้จึงกลบเกลื่อน “สายตาที่ใช้มองคนขี้โกงไงคะ”

 

“ใครโกง” พอคุณเบียร์ตอบตาใสฉันจึงอดใจไม่ไหวเอื้อมมือไปบิดเอวเขาอย่างแรง “โอ๊ย !”

 

“มีสักครั้งไหมคะที่คุณเบียร์จะไม่ลูกไม้กับพรีม” คอยจ้องแต่จะเอาเปรียบฉันทั้งนั้น

 

“ลูกไม้อะไร”

 

“คุณเบียร์แอบสูบบุหรี่” ตอนอยู่ในห้องตรวจคุณเบียร์เป็นคนพูดเองว่าถ้าฉันยอมดูแล ระหว่างที่ป่วยจะไม่สูบเด็ดขาด

 

พอถูกจับได้เขาก็ผิวปากวืด “ยืนหน้าพัดลมตั้งนาน กลิ่นยังไม่หายอีกเหรอ”

 

“พรีมจมูกหมาค่ะ” เอ่ยจบก็ทำท่าจะหยิกอีกรอบแต่กลับถูกคว้ามือไว้

 

“ทำร้ายลูกชายต่อหน้าคนเป็นพ่อไม่ดีนะ”

 

และเมื่อนึกได้ฉันก็หันขวับก่อนจะพบว่าผู้ใหญ่ทั้งสองอ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน


โดยเฉพาะป้าวิไลนั้นถึงกับยกมือขยี้ตาราวกับว่าไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นเลยทีเดียว พอทำตัวไม่ถูกฉันจึงค้อมศีรษะแล้วหมุนตัวเดินกึ่งวิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิต

 

“จะรีบไปไหน” ก้าวยาว ๆ แค่สามทีเขาก็ตามมาทันที่หน้าลิฟต์ “ถ้าล้มแล้วทำลูกเจ็บผมโกรธนะ”

 

ฉันตวาดด้วยโทนเสียงกระซิบ “คุณเบียร์ !”

 

“ขา...”

 

มาขงมาขาอะไรเล่า “พรีมไม่ได้ท้อง”

 

“แน่เหรอ ?” แค่พูดไม่พอยังทำท่านับนิ้วกวนอารมณ์ “แต่พักนี้คุณดูมีน้ำมีนวลขึ้นนะ ลองตรวจแล้วเหรอ บางทีอาจจะมีเบียร์น้อยอยู่ในท้องคุณก็ได้”

 

“คนสำส่อนอย่างคุณเบียร์คงไม่ประมาทพอจะไม่ใช้ถุงยางหรอกค่ะ” ซากอารยะธรรมที่กองเกลื่อนพื้นฉันเห็นนะ !

 

แม้จะรู้ว่าตัวเองไม่ได้ท้องแน่เพราะประจำเดือนเพิ่งมาเมื่ออาทิตย์ก่อน แต่คำว่า มีน้ำมีนวล ก็ทำให้เผลอยกมือจับหน้าท้องซึ่งไม่รู้ว่าอุปทานไปเองหรือไขมันเริ่มพอกพูนขึ้นจริง และแล้วความหงุดหงิดก็ตรงเข้ามาทักทาย

 

ไม่มีใครเคยบอกหรือไงว่าอย่าทักผู้หญิงเรื่องนี้ ?

 

“สำส่อนเลยเหรอ” ดวงตาคมประดุจเหยี่ยวเบิกกว้างอย่างคาดไม่ถึง

 

“ค่ะ” ฉันตอกหน้า “รู้ไหมว่าพรีมต้องแอบไปหาหมอ ทรมานกินยาต้านฯ ฉุกเฉินแล้วก็หลอนอยู่เป็นเดือน ๆ เลยนะ เพราะฉะนั้นเลิกเอาเรื่องนี้มาล้อเล่นได้แล้ว พรีมไม่ตลก”

 

อย่าให้ต้องสาธยายให้ฟังเลยว่าหลังเหตุการ์ณฉันไปหาหมอตรวจเลือดและรับ PEP* มาแล้ว

 

 

[*PEP – Post Exposure Prophylaxis ยาต้านไวรัส HIV แบบฉุกเฉิน ยานี้แพทย์จะจ่ายให้แก่ผู้ที่สงสัยว่าได้รับเชื้อ HIV หรือว่ามีภาวะเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มบุคคลที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ (โดนข่มขืน) กลุ่มบุคคลที่มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกันกับคนแปลกหน้า เป็นต้น]

 

 

หลังมองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อครู่หนึ่งเขาก็กะพริบตาแล้วพูดเสียงอ่อย “ที่ผ่านมาผมเพลย์เซฟตลอดนะ”

 

“พรีมก็แค่เซฟตัวเองเหมือนกัน”

 

“เมื่อกี้ผลตรวจเลือดก็ออกมาแล้วว่าผมปกติดี”

 

แต่ตอนนั้นฉันยังไม่รู้ไงเล่า เหล่มองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาที่โผล่พ้นแมสออกมาแค่เพียงครึ่งแล้วก็หมั่นไส้จนต้องประชด “ค่ะ แต่ทำตัวแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่ปกติเข้าสักวัน”

 

“หึงเหรอ”

 

“...” ใครหึง ไม่มีอ่ะ ก็แค่พูดความจริง

 

“ถ้าบอกว่าไม่ได้ทำแล้ว...” เห็นหน้าฉันแล้วคุณเบียร์จึงย้ำ “จะเชื่อมั้ย”


ไม่สนใจหรอก !

 

ทันทีที่ลิฟต์เปิดฉันก็แทรกตัวเข้ามาด้านในก่อนรัวนิ้วบนปุ่มปิด ซึ่งแน่นอนว่าระบบมันก็ช้าจนน่าโมโห และที่ยิ่งทำเอาฉันเกือบปรอทแตกก็คือเขาเดินเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน

 

พอกวนเรื่องนั้นไม่สำเร็จก็เปลี่ยนมาแหย่เรื่องนี้แทน “ผมว่าหวัดมันต้องมาจากคุณ”

 

“ไม่จริง” ขณะที่ตอบมือก็ยังวนเวียนมาเฟ้นหาห่วงยางรอบเอว “พรีมไม่ใช่ตัวเชื้อโรค”

 

“จริง”

 

“ปากแบบนี้โทรเรียกยี่หวามาดูแลเองแล้วกันค่ะ” บอกด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

 

“ถ้าคุณไม่ดูแล” ชะงักคำพูดชั่วอึดใจคนตัวสูงชะลูดก็ยันมือเข้ากับผนังกักไว้ไม่ให้ฉันถอยหนีก่อนโน้มกายลงมาจนใบหน้าอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ลมหายใจร้อนผ่าวที่แทรกผ่านแมสปิดปากทำหัวใจของฉันเต้นผิดจังหวะเหงื่อซึมออกมาเต็มฝ่ามือในเวลาอันรวดเร็ว “เอาคืนไปมั้ย”

 

โดยไม่ต้องรอให้สมองสั่งการฉันยกมือขึ้นปิดปากทันควัน

 

มองการกระทำอยู่แว้บหนึ่งแววตาจึงทอประกายวิบวับ “ยังไม่ได้บอกเลยว่าจะคืนด้วยวิธีไหน”

 

แย่แล้วไง !

 

“แน่ใจเหรอว่าจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เลย” ได้ยินที่คุณเบียร์พูดฉันก็พยายามสู้สายตาแต่ได้แค่เพียงชั่วครู่พลันต้องหาทางรอดโดยการทิ้งตัวลงกะว่าจะลอดใต้วงแขนหนี ซึ่งน่าโมโหตรงเขารู้แกวเลยเลื่อนมือมาจับต้นแขนเอาไว้ได้ทัน “ผมว่าไม่ใช่แล้วนะ”

 

ชักสีหน้าใส่เล็กน้อยฉันจึงบิดต้นแขนออกจากการเกาะกุม น่าแปลกที่คราวนี้คุณเบียร์ยอมปล่อยโดยง่ายแต่นัยย์ตาคู่นั้นกลับยิ้มอย่างเปิดเผย “อีกอย่าง บอกไว้เผื่อคุณไม่รู้”

 

“...”

 

“ผมไม่ได้ยุ่งกับยี่หวานานแล้ว”

 

 

ถึงช่วงเช้าคุณเบียร์จะยังเริงร่าแต่พอขับรถกลับมาได้ครึ่งทางหน้าตาของเขากลับฉายชัดถึงความเหนื่อยล้าและเมื่อถึงคอนโดคนตัวโตก็เซื่องซึมอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นจากตอนแรกที่คิดว่าจะใจดำทำเป็นเมินให้เขาดูแลตัวเองไปจึงเปลี่ยนความคิดใหม่

 

“เดี๋ยวค่ะ” ทันทีที่เห็นว่าคุณเบียร์ทำท่าจะเดินเข้าห้องฉันก็รีบพุ่งตัวไปขวาง ขืนปล่อยให้นอนคงยากที่จะปลุกแน่

 

“แต่ผมปวดหัว”

 

“พรีมรู้ค่ะ” พูดพร้อมดึงแขนเขามานั่งตรงเคาน์เตอร์บาร์ห้องครัว “พรีมขอเวลาทำข้าวต้มแป๊บเดียว กินข้าวกินยาแล้วคุณเบียร์จะได้นอนสบาย ๆ นะ”

 

“ไม่เอาข้าวต้ม” คุณเบียร์เสียงอ่อยพร้อมเทซองยาออกจากถุง “ผมกินหนักมื้อเช้าไม่ได้ ท้องจะอืดมาก กินยาไปเลยดีกว่า”

 

“ไม่ได้ค่ะ ยามันแรง” ฉันดึงซองยาออกห่างจากตัวเขา “ปกติมื้อเช้าคุณเบียร์ทานอะไรคะ”

 

“กาแฟ”

 

งั้นคงต้องลองอะไรที่เป็นน้ำ ๆ แล้วไม่มีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรตสินะ “เข้าใจแล้วค่ะ นั่งรอแป๊บนึงนะ”

 

คำว่า นั่งรอ คุณเบียร์ได้แปลงสารมันกลายเป็น นอนรอ โดยการฟุบหน้าลงกับเคาน์เตอร์ในทันที


เพราะรู้ดีว่าตอนทานยังไงเขาก็ต้องเปิดแมสดังนั้นฉันจึงล้างมือแล้วสวมแมสป้องกันตัวเองก่อนจะเปิดตู้เย็นหยิบวัตถุดิบจำเป็นต่อการทำซุปหัวหอมออกมาวางบนเคาน์เตอร์หินอ่อน จัดการต้มน้ำซุปทางเตาด้านซ้ายเสร็จค่อยหั่นหอมเป็นชิ้นและผัดแบบใช้เนยติดก้นกระทะที่เตาด้านขวา

 

ไม่นานนักซุปหัวหอมหอมกรุ่นเหมาะแก่การเยียวยาคนป่วยก็เสร็จเรียบร้อย

 

“คุณเบียร์... คุณเบียร์ขา” ต้องสะกิดอยู่ถึงสองครั้งกว่าเขาจะยอมเงยหน้าขึ้น “ซุปหัวหอมแก้หวัดแบบไม่มันได้แล้วค่ะ”

 

กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่แล้วเขาจึงตอบ “ผมไม่หิว”

 

“ไม่หิวก็ต้องกินค่ะ”

 

“ท้องผมจะอืดนะ คุณไม่สงสารเหรอ”

 

“ทำไมต้องสงสารคะ ในเมื่อหอมมีสรรพคุณแก้ท้องอืด” นี่ฉันทำโดยอิงหลักสมุนไพรศาสตร์เชียวนะ “ถอดแมสแล้วรีบกินค่ะ จะได้กินยา”

 

คุณเบียร์ส่ายหน้าพรืด และเมื่อฉันจะเอื้อมมือไปดึงแมสออกก็ยกมือปิดปาก

 

ทีให้ถอดล่ะไม่ยอมถอด !

 

ยื้อยุดพักหนึ่งเขาก็ยอมสารภาพด้วยใบหน้าเหยเก “ผมเกลียดผัก โดยเฉพาะหัวหอม ให้กินนี่ขอตายดีกว่า”

 

“พรีมไม่ให้คุณเบียร์ตายหรอกค่ะ พรีมอุตส่าห์ทำ ไม่กินพรีมโกรธจริงด้วย” พอเขาทำท่าจะลุกหนีฉันจึงคว้าต้นแขนหนาไว้ก่อนจะดึงแมสปิดปากออกแล้วตักซุปหัวหอมใสซึ่งมั่นใจว่าอร่อยมากจ่อไปที่ปาก “กิน”

 

นิ่งมองเหมือนคนปลงกับชีวิตครู่หนึ่งริมฝีปากสีคล้ำก็แยกออกจากกันเปิดทางให้ฉันป้อนซุปหัวหอม ท่าทางที่รีบเคี้ยวแล้วกลืนเหมือนจะให้มันจบ ๆ ไปทำเอาอดรู้สึกเอ็นดูไม่ได้

 

“คุณเบียร์เก่งจังกินหอมได้ด้วย” ฉันชมเปาะ

 

ริมฝีปากสีคล้ำคว่ำเป็นตัวยู “ผมไม่ใช่เด็กนะ”

 

“เด็กชายเบียร์” ได้ทีเลยเริ่มล้อ

 

“ไม่ใช่” คราวนี้ถึงกับย่นจมูก และพอเห็นว่าฉันทำท่าจะอ้าปากจึงสวนทันควัน “โตแล้ว ทุกส่วนด้วย”


“ค่ะ เชื่อแหละว่าโตทุกส่วน อ้าปากเร้ววว”

 

ถึงจะรู้ว่ากำลังตกเป็นเหยื่อแต่ก็ยังยอมอ้าปากรับซุปคำถัดไป จนหมดถ้วยค่อยบ่นอุบ “หอมที่คุณยัดเข้าปากผมมากกว่าหอมที่มันบังเอิญติดอยู่ในอาหารที่ผมกินทั้งชีวิตซะอีก”

 

“ก็ดีแล้วไงคะ” ฉันยิ้มกว้าง “กินยาได้แล้วค่ะ”

 

“ขอแป๊บนึง บ่ายโมงฝากปลุกด้วย” บอกเพียงเท่านั้นเขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าห้องนอน ร้อนถึงฉันต้องคว้าขวดน้ำและซองยาตามไปคุกเข่าข้างเตียง

 

“กินยาก่อนค่ะ”

 

คนตีเนียนที่บัดนี้นอนขดอยู่ใต้โปงผ้าห่มโผล่ศีรษะออกมาทำหน้ามู่ทู่ก่อนจะยื่นมือรับยาตบเข้าปากตามด้วยน้ำเปล่า

 

ดื้อแบบนี้ถ้าไม่ดูแลใกล้ชิดจริง ๆ จะหายเหรอเนี่ย...

 

“คุณใส่แมสแล้วผมไม่ใส่ก็ได้ใช่ไหม” แววตาคู่นั้นอ้อนวอน “ผมหายใจไม่ออก”

 

“เฉพาะอยู่ห้องนะคะ ออกข้างนอกต้องใส่” ว่าจะไม่ใจอ่อนแล้วเชียว “ตกลงปลุกบ่ายโมงนะคะ”

 

“อือ”

 

เห็นสภาพเขาแล้วฉันก็ชักไม่แน่ใจ “ถ้าคุณเบียร์ไม่ไหวพรีมไม่ปลุกนะ”

 

“ปลุก” เป็นคนมีความรับผิดชอบขนาดนั้นเชียว “ประชุมใหญ่ไม่เข้าไม่ได้”

 

นิ่งมองครู่หนึ่งค่อยถาม “ทำไมคุณเบียร์ไม่ยอมแอดมิทคะ”

 

“ผมไม่ชอบบรรยากาศ”

 

“เหตุผลนี้ฟังไม่ขึ้นนะ” โตจนป่านนี้จะมาบอกว่าไม่ทำเพราะไม่ชอบมันใช่ที่ไหน

 

“ต้องฟังขึ้นสิ” เถียงทันควันทั้งที่เปลือกตาเริ่มปรือ “ในเมื่อล่าสุดที่แม่ผมเข้าโรงพยาบาล ผมได้ท่านกลับมาในกล่องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ”

 

แปลว่าคุณแม่คุณเบียร์เสียในโรงพยาบาลอย่างนั้นสิ “ความรู้สึกมันแย่มากเลย”

 

“...”

 

“แย่จนผมไม่เคยบอกใครมาก่อน... จนมาเจอคุณ” ระหว่างเรามี ครั้งแรก เกิดขึ้นมากมายหลายอย่างเหลือเกิน “ถ้าคุณกำพร้าคุณต้องเข้าใจใช่ไหม”

 

“อืม” พอถูกย้อนเข้าฉันก็พยายามเค้นความรู้สึกแต่ที่ได้กลับมาคือความว่างเปล่า “ไม่แน่ใจค่ะ พรีมไม่เคยเห็นหน้าแม่เลย ท่านเสียขณะคลอดพรีมด้วยภาวะครรภ์เป็นพิษค่ะ”

 

จากไปโดยไม่มีโอกาสได้ฟังเสียงร้องของฉันด้วยซ้ำ

 

ดวงตาปรือกะพริบสองสามครั้งก่อนจะปิดลง “คุณโตมายังไงเนี่ย”

 

“เชื่อเถอะว่าคุณเบียร์ไม่อยากรู้หรอก”

 

“อยาก” พึมพำตอบกลับมาก่อนที่แผงอกกว้างจะขยับขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

 

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ไม่บอกหรอก... ฉันจะไม่มีวันบอกเขาแน่ ๆ

 


ไม่เคยเปิดเผยมุมนี้กับใคร แต่อยากอ่อนแอต่อหน้าน้อง

งอแงงงง ไม่เคยอยากให้คู่ไหนได้กันเท่าคู่นี้มาก่อน

โบกธงเชียร์อีพี่ค่ะ ซึมเข้าไปในใจสาวให้ได้สักทีเซ่ น้องบีมรออยู่ !!!!

 

พี่เบียร์: โตแล้ว ทุกส่วนด้วย



 

 




เล่นทวิตติดแท็ก  #คุณชีขยี้เสือ ด้วยนะคะ

หรือถ้ากลัวคนเปิ้บป๊าบแบบบี้ไม่เห็น @realbabylinlin ต่อเลยจ้า

จะเข้าไปรีรัว ๆ เลย จ๊วบบบบ



*อิมเมจตัวละคร*

   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20.434K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52,877 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #52858 18233001 (@18233001) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 00:59
    อ้อนเก่งกันจัง ทั้งพ่อ ทั้งลูก
    #52,858
    0
  2. #49478 บุคคลทั่วไป (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 23:27

    สายพันธ์ —> สายพันธุ์

    #49,478
    0
  3. #46147 may0234 (@usamasa0234) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 02:23

    ฮืออออดีต่อใจ อ่อนแอแล้วงอแงแค่กับน้องพอนะ

    #46,147
    0
  4. #44753 0986390484 (@0986390484) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 09:35
    เเง~นุ้งไม่ไหวใจบางมากก
    #44,753
    0
  5. #39952 SnowNan2201 (@SnowNan2201) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 09:55
    โอ้ยย ฉันกำลังจะตาย หลงพระเอกมากตอนนี้
    #39,952
    0
  6. #39905 Iglues_M (@mieexol) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 18:31
    คุณเบียร์เก่งแล้วววว
    #39,905
    0
  7. #37146 Rakly you (@ChanarchRaksasri) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 01:43
    เเอบคิดถึงน้อนบีม> <
    #37,146
    0
  8. #34294 Kaoztt (@Kaoztt) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 17:17
    แหม่พี่เบียร์อ้อนเก่ง
    #34,294
    0
  9. #34193 97line (@mysocute) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:40
    ชีวิตที่ผ่านมาของทั้งคู่จ่างก็เคยเจ็บกันมาทั้งนั้น
    #34,193
    0
  10. #34181 JoyNapatsorn (@JoyNapatsorn) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 17:52

    รอออออออ
    #34,181
    0
  11. #34110 ป้ามโน (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 09:25

    ยัยพลอย ช้านเพิ่งรู้เธอเป็นนักชง..

    ปล.จะฟ้องโซ่..ว่สเธอแอบปันใจ


    #34,110
    0
  12. #33853 ปอปา (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 21:00

    อ้อยมาก

    #33,853
    0
  13. #33812 palllll (@palllll) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 13:32
    พี่เบียร์
    #33,812
    0
  14. #33579 D-Dimples (@dew-dimples) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 23:54
    ได้ยินเตี่ยเรียกแทนว่าพี่เบียร์ แล้วก็อยากให้พริมเรียกคุณเบียร์ว่าพี่เบียร์จัง
    #33,579
    1
  15. #33532 jibccc (@neenajang) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 14:53
    บี้คะอยากเห็นเฮียเบียร์เลี้ยงน้องบีมจุงจะมุ้งมิ้งฟุ้งฟิ้งขนาดไหน
    #33,532
    0
  16. #33462 nararada (@radapupu) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 10:33

    โอ๊ยยยยย......... นี่ก็ไม่เคยว้าวุ่นกระวนกระวาย​รอไรท์มาอัพเท่าเรื่องนี้มาก่อนเลยให้ตายเถอะะะะะะ
    #33,462
    0
  17. #33450 รันเซีย (@oil-melody) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 10:20

    ละมุนจริงๆ เด็กชายเบียร์ หัวหอมนี้พี่กินเพื่อเธอ 555

    #33,450
    0
  18. #33443 nutcharin_fang (@nutcharin_fang) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 10:13

    เขิรคุณเบียร์
    #33,443
    0
  19. #33407 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 08:37
    พรีม ใจอ่อนซักทีสิ รออุ้มหลานกันอยู่เยอะเลย
    #33,407
    0
  20. #33406 beetjang (@beetjang) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 07:03
    เด็กชายบีมมมม รีบออกมาเล่นกันนนน พี่แคสรออยู่~~~~ >~<
    #33,406
    0
  21. #33405 P-r-o-u-d (@p-r-o-u-d) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 07:00
    งื้อ น่ารักเกิ้น
    #33,405
    0
  22. #33404 richajeedsy (@richajeedsy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 04:59

    น้องบีมมาได้แล้วพ่อเบียร์รอนานหล่ะ

    #33,404
    0
  23. #33403 IMBB947g (@IMBB947g) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 02:46
    รีบมัดใจเค้าพ่อ ทางนี้รออุ้มหลาน
    #33,403
    0
  24. #33402 Bebe_nn (@nn9991679) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 00:20
    อ้อนเก่งงงงงงง งื่อออ น่ารักชอบคู่นี้ //ไรท์บี้สู้ๆน้าาาา
    #33,402
    0
  25. #33401 Arnaud (@Arnaud) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 00:19
    รอค่าไรท์
    ปล. ขอไอจีเจ้าของอิมเมจคุณเบียร์ได้ไหมคะ
    #33,401
    1