Love Therapy ทฤษฎีบำบัดรัก

ตอนที่ 10 : LOVE THERAPY บำบัดรักบทที่ 9: ‘คนเดียว’ ที่ยอม [Loading250%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 184,109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15,684 ครั้ง
    18 ก.พ. 62

LOVE THERAPY

บำบัดรักบทที่ 9คนเดียว ที่ยอม



“นะคะคุณเบียร์” เพราะอ่านไม่ออกเลยว่าเจ้าของดวงตาคมที่จ้องมองมานั้นกำลังรู้สึกยังไงจึงขยับมือไปมาพร้อมส่งสายตาสื่อความหมาย ง้อขนาดนี้แล้ว ใจอ่อนเถอะ “จะไฟเขียวแล้ว น้องจะได้กลับบ้าน”

 

คุณเบียร์จิ้มก้นบุหรี่กับที่เขี่ยในรถ ก่อนจะเป่าปากระบายลมหายใจแล้วกำเศษเหรียญจากช่องข้างประตูมานับ เมื่อครบจำนวนค่อยส่งให้ฉันซึ่งยิ้มขอบคุณจนหวานหยด

 

“นี่จ้า หกสิบบาทไม่ขาดไม่เกิน” เอาเงินแลกดอกไม้เรียบร้อยสัญญาณไฟจราจรก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวพอดี

 

“ขอบคุณค่ะพี่” น้องขิงยกมือไหว้ก่อนหมุนตัววิ่งลัดเลาะไปหาชายชราซึ่งนั่งคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าเวฟสภาพเก่าคร่ำคร่า

 

เหม่อมองภาพนั้นอีกครู่หนึ่งฉันจึงกดกระจกรถขึ้น แต่แล้วพลันต้องสะดุ้งโหยงกับเสียงจามที่ดังราวกับฟ้าผ่า

 

“ฮ้าดชิ่ว !” ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เอื้อนเอ่ยอะไร ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการก็จามซ้ำอีกหนจนรถส่ายออกจากเลน “ฮ้าดเช้ย !

 

“คุณเบียร์...” คุณเบียร์แพ้กลิ่นดอกไม้เหรอคะ คือสิ่งที่อยากจะถามแต่แค่อ้าปากฉันก็คันในจมูกยิบ ๆ แล้ว “ฮัดชิ่ว !

 

เพราะรู้แน่ชัดว่าอาการประหลาดของเราสองคนน่าจะเกิดจากดอกจำปีมหาประลัยอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นหลังจากหันซ้ายหันขวาเพื่อหาอะไรสักอย่างมาเก็บกลิ่นแล้วพบว่าเบาะหลังมีถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อพอดี จึงพลิกตัวยืนเข่าบนเบาะแล้วเอื้อมไปหยิบ

 

“ฟัค !” ในขณะที่เหลืออีกไม่กี่มิลลิเมตรปลายนิ้วจะแตะโดนหูหิ้ว คุณเบียร์กลับสบถดังลั่นก่อนหักรถไปทางซ้ายแล้วเบรกอย่างแรง ส่งผลให้ร่างของฉันไถลมาตามแรงเหวี่ยง มือทั้งสองข้างปล่อยกรวยใบตองเพื่อไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวจนดอกจำปีลอยหวือกลางอากาศ

 

เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นและสงบลงอย่างรวดเร็วมาก

 

นั่งเอ๋อได้แว้บเดียวสติที่เตลิดเปิดเปิงก็ถูกเรียกกลับคืนด้วยกลิ่นบุหรี่อ่อน ๆ ซึ่งลอยวนแถวปลายจมูกและเสียงเต้นตุบตรงข้างหูซ้าย

 

ฉันค่อย ๆ เงยหน้า ก่อนที่ภายในช่องท้องจะวูบโหวงเมื่อรู้ชัดว่าตัวเองนั่งซ้อนทับอยู่บนตักคุณเบียร์แถมแขนทั้งสองข้างยังกอดรัดต้นคอหนาเอาไว้อีกด้วย


หลุบมองกันเล็กน้อยคุณเบียร์จึงพึมพำ “นั่งเฉย ๆ จะได้มั้ย”

 

“ขอโทษค่ะ” บอกเสียงเบาแล้วรีบคลายมือ แต่เมื่อขยับตัวสะโพกกลับเสียดสีเข้ากับบางอย่าง ทันใดนั้นใบหน้าฉันก็ร้อนผ่าวก่อนจะรีบลนลานมานั่งที่พร้อมดึงเข็มขัดนิรภัยคาดทับร่าง

 

ก็แค่หัวเข็มขัดหรอกน่า ! อย่าคิดลึกแม้จะมั่นใจเกินครึ่งว่ามันคืออะไรแต่ฉันก็พยายามหลอกตัวเอง แต่แล้วกลับต้องสะดุ้งตอนเขาเลี้ยวรถเข้ามายังคอนโดเจ้ากรรมนายเวร

 

“คุณเบียร์พาพรีมมาที่นี่ทำไม”

 

“บอกแล้วไงว่าต้องคุยกัน”

 

“คุยที่อื่นก็ได้” ขณะที่วนรถมายังลานจอดของคอนโดฉันก็โวย แต่นอกจากไม่ยอมตอบแล้วเขายังแทบจะดริฟต์ขึ้นทางลาดอีกต่างหาก กระทั่งรถจอดสนิทฉันจึงบอกอย่างอดทน “ขอโทรศัพท์พรีมคืนด้วย”

 

แทนที่จะทำตามคำขอ คุณเบียร์กลับลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้ “ขึ้นห้องกัน”

 

“ไม่” ฉันจิกเล็บเข้ากับเบาะ “พรีมจะกลับ”

 

“ถ้าไม่ให้กลับล่ะ ?” ค้ำมือเข้ากับกรอบประตูแล้วเขาก็เอนกายเข้ามา ทุกจังหวะที่ใบหน้าคมคายร่นระยะห่างฉันก็เขยิบตัวถอยหลังออกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหมดทางหนีจึงยกมือขึ้นดันแผงอกกว้าง “กลัวเหรอ”

 

โดนคุกคามขนาดนี้ไม่กลัวก็บ้าแล้ว

 

กัดริมฝีปากจนเจ็บร้าวครั้งหนึ่งค่อยขยุ้มอกเสื้อพร้อมดันเขาออกห่างแล้วถามอย่างไม่อ้อมค้อม “คุณเบียร์ทำแบบนี้ทำไมคะ”

 

“แบบไหน”

 

“มาหาพรีมอีกทำไม” ฉันก็แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งซึ่งพลัดหลงเข้ามาในชีวิต สิ่งที่เกิดขึ้นก็แค่เรื่องฉาบฉวยไม่มีอะไรผูกพันกันสักนิด แล้วเพราะอะไรเวลาที่เดือดร้อนคุณเบียร์ถึงได้ปรากฏตัวตรงหน้าซะทุกครั้ง

 

ทำไม ทำไม และทำไม ความสงสัยอัดแน่นไปหมดจนสมองแทบระเบิด

 

“เพราะ...” เว้นคำพูดไปจังหวะหนึ่งเขาจึงแขนฉันออกจากเสื้อ ก่อนจะล้วงเอาบางสิ่งมายัดใส่มือ “ผมยอมคุณแล้วไง”


หัวใจฉันเต้นเร็วขึ้น ๆ เมื่อปลายนิ้วสัมผัสโดนวัตถุทรงสี่เหลี่ยมแบน “หมายถึงว่าคุณเบียร์จะยกคอนโดให้พรีมยืม พรีมเข้าใจถูกไหมคะ”

 

ช่างเป็นผู้ชายที่ใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้ชวนปั่นป่วนเสียเหลือเกิน

 

“อือ” คุณเบียร์คงจะแพ้ดอกจำปีจริง ๆ ถึงได้ขยี้ปลายจมูกจนขึ้นสีระเรื่อ “แต่คุณต้องดูแลบางอย่างให้ผม”

 

ภาพนั้นทำให้ฉันไม่สามารถห้ามริมฝีปากของตัวเองได้ และพอสังเกตเห็นเขาจึงขมวดคิ้ว “ยิ้มอะไร”

 

“เปล่าค่ะ” ให้ตายก็ไม่ยอมเฉลยหรอก “แล้วจะให้พรีมดูแลอะไรเหรอ”

 

“ถึงห้องเดี๋ยวบอก” เอ่ยจบเขาก็ทำท่าจะอุ้ม ร้อนถึงฉันต้องโบกไม้โบกมือพัลวันแล้วรีบแทรกตัวออกมายืนขาเดียว

 

“พรีมเดินได้”

 

“ไม่กลัวเท้าบวม ?”

 

ไอ้กลัวมันก็กลัวอยู่หรอก แต่เวลาโดนเขาแตะเนื้อต้องตัวทีไรมันดันร้อนวูบวาบไปทุกครั้งเลยนี่สิ “ไม่บวมหรอกค่ะ ลิฟต์อยู่ใกล้แค่นี้เอง”

 

บอกเพียงเท่านั้นจึงกระโดดหยองแหยงนำหน้า ระหว่างที่ลิฟต์ไต่ระดับโทรศัพท์คุณเบียร์ก็สั่นยาว ๆ ขึ้น ดังนั้นเมื่อถึงที่หมายรอจนเจ้าของห้องกดเปิดสวิตช์ไฟเรียบร้อยฉันค่อยปล่อยให้เขาคุยธุระตรงบริเวณโถงด้านหน้าแล้วปลีกตัวมายังห้องรับแขก แต่ขณะที่กำลังจะหย่อนก้นลงบนโซฟาเสียงขู่กรรโชกชวนขนลุกกลับดังกรีดผ่านความเงียบงัน

 

“กรรซซซ... โฮ่ง !

 

เมื่อหันไปเห็นต้นตอของเสียงซึ่งกระโจนตัวมาจากมุมห้องเป็นภาพสโลโมชั่นแถมยังแยกเขี้ยวโชว์ฟัน สมองของฉันพลันขาวโพลน แต่ทั้งที่เป็นแบบนั้นปากกลับเรียกหาเขาโดยอัตโนมัติ “คุณเบียร์ !

 

“แคสเปอร์ !” สองพยางค์สั้น ๆ แต่อานุภาพกลับรุนแรงพอที่จะทำให้เจ้าหมายักษ์สีดำทะมึนซึ่งเมื่อครู่เกือบขย้ำคอของฉันเบรกจนเล็บเท้าครูดกระเบื้อง พอมันนั่งจ๋องลงกับพื้นคุณเบียร์ค่อยชี้นิ้วมายังฉันพร้อมเอ่ยเสียงดุ “ห้าม”

 

“...”

 

“นี่คนของพ่อ” และแล้วฉันก็รับรู้ได้ทันทีว่า บางอย่าง ที่คุณเบียร์จะฝากดูแลคืออะไร “ชื่อพริมา”

 

มันเหลือบมองฉันอย่างไม่วางใจแว้บหนึ่งก็อ้อนคุณเบียร์ หงิงงง

 

“คุณเบียร์คะ” ฉันเรียกเสียงอ่อย “พรีมว่าพรีมไม่ไหวค่ะ ดูท่าแรงจะเยอะ”

 

“อ่า...” ครางงึมงำเล็กน้อยเขาก็นั่งยอง ๆ แล้วบอกเจ้าหมาราวกับว่ามันฟังรู้เรื่อง “พริมาตัวนิดเดียว แคสฯ ห้ามเล่นแรง ๆ นะรู้ไหม”

 

เพิ่งรู้ว่าคุณเบียร์มีมุมแบบนี้ด้วย “ถ้าพริมาตี แคสฯ ต้องไม่โต้ตอบ”

 

“...”

 

“พ่อยอม แคสฯ ก็ต้องยอม โอเค๊ ?... ถ้าโอเคเช็กแฮนด์” ท้ายประโยคเจ้าหมาชื่อเหมือนผีน้อยน่ารักแต่ตัวจริงหน้าดำปี๋ก็ยกเท้าหน้ามาวางบนมือของคุณเบียร์ เขย่าสองสามครั้งเขาจึงหันมาบอกหน้าตาย “ทำความรู้จักกันหน่อย”

 

เท่านั้นไม่พอยังดึงให้ฉันทรุดตัวลงคุกเข่าหน้าแคสเปอร์ก่อนจะสั่ง “แบมือ”

 

เพราะไม่แน่ใจเลยถาม “สั่งพรีมหรือหมาคะ”

 

“พรีม” เป็นอีกครั้งที่คุณเบียร์เรียกชื่อฉัน “แบมือหน้าแคสฯ แล้วบอกว่าเชคแฮนด์”

 

ถึงจะไม่ค่อยถูกโรคกับหมา แต่ก็รู้ว่าคุณเบียร์ยอมตัวเองมามากแล้วจึงกลั้นใจ “เชคแฮนด์”

 

อาจเพราะเจ้านายจ้องเขม็งอยู่แคสเปอร์เลยยอมยกเท้าวางบนมือฉันอย่างขอไปที

 

แต่ดูหน้ามันสิ อยากจะเป็นมิตรตายเลย ขย้ำฉันแทนของเล่นตุ๊กตาไดโนเสาร์เน่า ๆ บนพื้นได้คงทำไปแล้ว

 

“คราวก่อนที่มาแคสฯ ไม่ได้อยู่ที่นี่นี่คะ” บางทีอาจจะขอให้คุณเบียร์โยกย้ายมันไปไว้ที่อื่นเหมือนตอนนั้นได้ แต่แล้วความฝันกลับทลายลงในชั่วพริบตา

 

“ป่วย แอดมิทที่โรงพยาบาลสัตว์น่ะ” เขาสลับไปลูบหัวไอ้หมาหยิ่ง “ตอนพ่อไม่อยู่พริมาจะเป็นคนทำข้าวให้หม่ำ”

 

ได้ยินคำว่า หม่ำดวงตาแคสเปอร์พลันทอประกายวิบวับแถมยังเปลี่ยนท่าทีที่มีกับฉันอย่างรวดเร็ว หงิงงง

 

ไอ้หมาตะกละเอ๊ย !

 

และนั่นก็ทำให้คุณเบียร์อมยิ้ม ก่อนจะวางมือทาบทับกับศีรษะของฉันแล้วลูบเบา ๆ “ไม่กลัวแล้วนะ”

 

บ้าบอ ตอนนี้ที่น่ากลัวไม่ใช่แคสเปอร์หรอก... พ่อแคสเปอร์ต่างหาก

 

ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งรู้สึกไม่ปลอดภัย ที่พลอยเคยบอกว่าเขาไม่เคยจีบผู้หญิงพลาดมาก่อนคงเป็นเรื่องจริงซะแล้ว

 

“พรีมไม่ใช่หมานะคุณเบียร์”

 

“หึ...” หลุดหัวเราะแล้วคนร้ายกาจก็ยอกย้อน “คุณเบียร์ก็ไม่ได้ว่าพรีมเป็นสักหน่อยนี่นา”


การแทนตัวเองอย่างน่ารักทำฉันมึนไปชั่วขณะ “มีใครเคยบอกไหมว่าคุณเบียร์เป็นคนที่ใช้คำพูดคำจาได้ไม่เป็นมิตรกับหัวใจผู้หญิงเอาซะเลย”

 

สาบานได้ว่าถ้าเป็นคนอื่นอยู่ในสถานการณ์เดียวกันนี้คงได้อายม้วนเป็นเลขแปดไปแล้ว

 

“ทุกคน” ตอบโดยไม่หยุดคิดสักนิด “มีคุณคนแรกนี่แหละที่ไม่ตกหลุมพรางสักที”

 

“ถ้ารู้ก็เลิกสิคะ พรีมไม่มีวันหวั่นไหวกับผู้ชายเจ้าชู้อย่างคุณเบียร์หรอกค่ะ” ดึงมือเขาออกจากศีรษะแล้วฉันค่อยเปลี่ยนเรื่อง “ขอให้ข้าวแคสเปอร์ได้ไหม”

 

เขาไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธแต่ทำเพียงแค่หยัดกายขึ้นเดินนำไปยังห้องครัว “อาหารมีสองแบบ อันแรกเป็นแบบแห้งวางอยู่บนชั้นลอยเหนือจานข้าว ส่วนอีกอันคืออาหารเปียกกึ่งสำเร็จรูป”

 

เปิดตู้เย็นแล้วคุณเบียร์ก็หยิบถ้วยพลาสติกขนาดเหมาะมือออกมาส่งให้ฉัน “ฉีกฝาแล้วเอาเข้าไมโครเวฟได้เลย แต่ก่อนอื่นผมขอเวฟน้ำก่อน”

 

“แคสฯ ต้องกินน้ำอุ่นเหรอคะ”

 

“เปล่า หิว จะกินไวไวคัพ” เทน้ำใส่แก้วส่งเข้าไมโครเวฟเสร็จคุณเบียร์จึงขยี้จมูกก่อนคว้ากล่องยาจากหลังตู้เย็นมาวางบนเคาน์เตอร์ หลังตบยาเข้าปากค่อยดื่มน้ำตาม

 

เพราะรู้สึกผิดเรื่องดอกจำปีเลยอาสา “คุณเบียร์ออกไปนั่งรอข้างนอกดีกว่า เดี๋ยวพรีมทำให้”

 

“ไวไวคัพอยู่บนชั้นนะ” ยกมือปิดปากหาวครั้งหนึ่งคนที่ดูใกล้เคียงกับตุ๊กตาถ่านอ่อนก็เดินออกจากครัวโดยไม่อิดออด

 

หลังสัญญาณเตือนตัดฉันก็เทน้ำร้อนใส่ถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จากนั้นจึงอุ่นข้าวให้เจ้าแคสเปอร์ที่นั่งลิ้นห้อยน้ำลายหยดติ๋งรออยู่ข้าง ๆ

 

ใช้เวลาราวสามนาทีทั้งอาหารคนและหมาก็เสร็จพร้อมรับประทาน แต่เมื่อออกมายังห้องนั่งเล่นกลับพบว่าคุณเบียร์ซึ่งถอดเสื้อสูทพาดไว้กับพนักโซฟานอนกรนเสียงดังคร่อกไปแล้ว

 

...เหมือนเขาจะเหนื่อยมาก

 

“โฮ่ง !” พอเห็นว่าชักช้าไม่ทันใจแคสเปอร์จึงเห่าเร่ง หน้าตามันฉายชัดว่า พริมา ให้ไว !’

 

“รู้แล้วน่าแคสฯ”

 

ให้ข้าวหมาป่วนเรียบร้อยฉันจึงเอาบะหมี่ซึ่งเส้นกำลังดูดน้ำได้ที่มาวางบนโต๊ะรับแขก “คุณเบียร์ บะหมี่ได้แล้วนะ”

 

“ขอห้านาที” นอกจากจะไม่ยอมลืมตาแล้วยังย่นจมูกคล้ายกับรำคาญกันอีกต่างหาก

 

โชคดีเจ้าของห้องเอาโทรศัพท์ที่ยึดไปวางไว้บนโต๊ะกระจกฉันเลยได้โอกาสโทรบอกพี่อ้อยมารับ

 

เพราะรู้สัจธรรมของคำว่า ขอห้านาที หลังคุยจบเลยสำรวจวัตถุดิบเหลือ ๆ ในตู้เย็นแล้วจัดการทำผัดมาม่าแบบไม่ใส่น้ำมันทิ้งไว้ให้เผื่อว่าเขาจะหิวกลางดึก จากนั้นค่อยถือวิสาสะเปิดเข้าห้องไปหยิบผ้าห่มมาห่มให้

 

สัมผัสแปลกใหม่ส่งผลให้คุณเบียร์ขยับตัวหยุกหยิกก่อนจะปรือตามอง

 

“แค่ห่มผ้าให้ค่ะ”


“อือออ” พยักหน้าแบบก้ำกึ่งระหว่างมีและไม่มีสติ

 

“พรีมทำข้าวไว้ให้แล้วด้วย” เพราะกลัวการโต้ตอบจะเป็นไปโดยอัตโนมัติตื่นมาแล้วจำอะไรไม่ได้ฉันเลยดึงกระดาษมาเขียนโน้ตแปะไว้กับโทรศัพท์ของเขาเนื้อความว่า มีผัดมาม่าอยู่บนโต๊ะ ตื่นมาแล้วอย่าลืมทานนะคะ()พร้อมวาดรูปตัวขี้เกียจ ก่อนจะร่ำลา “ไปก่อนนะคะ”

 

“เดี๋ยวไปส่ง” ปากพูดทั้งที่ยังไม่ยอมลุกขึ้นด้วยซ้ำ

 

เวลาเดียวที่ดูจะไร้พิษสงก็คงเป็นตอนง่วงนอนนี่แหละ “ไม่ต้องหรอกค่ะ พรีมโทรบอกผู้จัดการมารับแล้ว”

 

คุณเบียร์ยกปิดตาครู่หนึ่งก่อนจะสูดลมหายใจพร้อมลูบใบหน้าตัวเองแรง ๆ เพื่อให้ความง่วงบรรเทาเบาบางลง

 

ตั้งแต่จำความได้ฉันก็ระมัดระวังตัวและเว้นระยะห่างกับเพศตรงข้ามเสมอ แต่วันนี้มือทั้งสองข้างกลับเลื่อนไปฉุดข้อมือเขาเพื่อหยุดการกระทำนั้นไว้ “คุณเบียร์นอนเถอะ”

 

“...”

 

“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ”

 

ถึงจะไม่ได้ชอบคุณเบียร์สักเท่าไหร่ แต่น่าแปลกที่เวลาแตะเนื้อต้องตัวเขาฉันกลับไม่ได้รู้สึกรังเกียจเช่นกัน





 

Clara talks.

หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ เสียงตอบรับอัตโนมัติที่เช้านี้ฟังมาแล้วห้ารอบทำฉันหงุดหงิด แต่ขณะที่กำลังจะกระแทกโทรศัพท์ลงกับโต๊ะอาหารเสียงเครื่องยนต์ก็ดังกระหึ่มจากทางหน้าบ้าน

 

เมื่อสบโอกาสที่พี่ชื่นเดินเข้ามาเสิร์ฟน้ำส้มจึงถาม “ใครมาแต่เช้าคะพี่ชื่น”

 

“คุณเบียร์ค่ะ”

 

พี่เนี่ยนะกลับบ้าน ? พายุหิมะจะถล่มหรือเปล่าเนี่ย

 

คำตอบของเธอทำฉันลุกพรวดขึ้นแต่ยังไม่ทันได้ไปไหนพี่ชายก็ปรากฏตัวตรงหน้า

 

“พี่...” เรียกได้แค่คำเดียว ป้าวิไล ก็พรวดพราดเข้ามากอดพี่ไว้แน่น

 

เนื่องจากรู้ดีว่าร้อนแรงสู้สาวสูงวัยไม่ได้ฉันเลยรอแม่นมของเขาทักทายให้พอใจก่อน

 

“ทูนหัวของป้า ไม่ได้เจอหน้าตั้งนาน” คนที่สูงแค่เอวพี่ชายเขย่งเท้าขึ้นทั้งฟัดทั้งหอมแถมลูบหลังลูบไหล่เขาเสียยกใหญ่ ก่อนจะบอกพี่ชื่นที่ยืนหลบมุม “ชื่น ! ไปเอากาแฟดำมาให้คุณเบียร์เร็ว”

 

หอมแก้มเหี่ยวย่นเสียงดังฟอดครั้งหนึ่งพี่เบียร์ก็บอก “ไม่ต้องครับ ผมอิ่มมากเลย”

 

“อิ่ม ?” ป้าวิไลตาโต “เพิ่งเจ็ดโมงเองนะ ทานอะไรมาคะ คุณเบียร์ทานหนักตอนเช้าแล้วจะปวดท้องนี่”

 

จริงอย่างที่ป้าพูด นอกจากกาแฟ ตั้งแต่เกิดจนโตฉันยังไม่เคยเห็นพี่ยอมกินมื้อเช้าเป็นเรื่องเป็นราวเลย

 

“ผัดมาม่าครับ”

 

ได้ยินดังนั้นฉันก็เกือบสำลักน้ำส้ม !


“อกอีแป้นจะแตก ! เอาอีโนมั้ยคะ” พอเขายิ้มกว้างพร้อมพยักหน้าป้าก็ฟาดท่อนแขนหนาแรง ๆ “นั่นปะไร คุณเบียร์นะคุณเบียร์”

 

“ก็... มันน่าอร่อยดี”

 

“เดี๋ยวป้าไปหายามาให้ค่ะ” ถึงจะบ่นกระปอดกระแปดแต่เธอก็ก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องพร้อมพี่ชื่น

 

พอได้จังหวะอยู่กันสองคนฉันเลยต่อว่าแบบไม่หยุดพักหายใจ “พี่ปิดเครื่องทำไม รู้ไหมน้องร้อนใจแค่ไหน แล้วทำไมพี่ถึงได้ไปแสดงตัวแบบนั้น”

 

เมื่อวานนี้หลังเกิดเหตุการณ์ผิดคิวฉันก็เห็นว่ายี่หวากับผู้จัดการแอบให้สัมภาษณ์นักข่าว แถมช่วงเย็นนักข่าวยังแห่มาออหน้ากองอีกหลายเท่าตัว

 

เพราะเป็นห่วงพี่พรีมฉันเลยโทรบอกพี่เบียร์ให้ส่งคนมาเพิ่ม แต่นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะมาเองแถมยังเดินดุ่ม ๆ เข้าไปอุ้มพี่พรีมจากดงนักข่าวแบบนั้น

 

ทีนี้แหละวุ่นไปกันใหญ่แน่ !

 

“ใครเป็นคนสร้างเรื่องล่ะ” เขาทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม

 

ตอนแรกฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากไปกว่าสะใจที่ได้ตลบหลังนางเอกไซด์ไลน์และแฟนเก่าน่าหมั่นไส้อย่างพี่กวาง แต่พอพาตัวเองเข้าไปใกล้ชิดสนิทสนมจนได้รู้จักตัวตนพี่แท้จริงของพี่พรีมแล้วจึงได้คิด...

 

ฉันมันคนบาปที่ดึงผู้หญิงดี ๆ อย่างพี่พรีมเข้ามาในวังวน

 

แต่ให้กลับตัวสารภาพก็สายไปแล้ว ฉันหลงรักพี่พรีมในฐานะเพื่อนกึ่งพี่สาวจนถอนตัวไม่ขึ้น ดังนั้นหากในวันหนึ่งถูกเธอเกลียดเข้าคงรับไม่ไหว สุดท้ายเลยทำได้เพียงแอบช่วยเหลือด้วยความสำนึกผิดอยู่ห่าง ๆ

 

“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้น้องคงไม่ทำหรอก”

 

พี่เบียร์หรี่ตาพร้อมเอียงคอ “ไหนบอกอยากให้พี่ลองคุยกับเขาดู ?”

 

“น้องไม่หวังแล้วล่ะ” ในเมื่อวันก่อนคนที่คลับโทรมารายงานฉันว่าเขายังยอมให้ยัยจอมร่านขึ้นไปสานสัมพันธ์อยู่เลย

 

“หมายความว่ายังไง” คิ้วเข้มขมวดเป็นปม

 

“พี่ยังมีอะไรกับยัยยี่เป็งหัวโปกอยู่นี่”

 

คนตัวใหญ่ชะงักก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเหมือนรู้ทันแล้ว

 

“ขึ้นมาแค่สามนาทีทำอะไรได้” หากเป็นปกติพี่คงทำแค่ยักไหล่ไม่สนใจคำค่อนแคะ แต่กลับต้องประหลาดใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า “หาสายที่มันแม่นยำกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง”

 

อยู่ดี ๆ มาบอกทำไมกัน ร้อนตัวเหรอ ?... แล้วทำไมพี่เบียร์ต้องเป็นแบบนั้นล่ะในเมื่อฉันไม่ใช่ผู้หญิงในสต็อกของเขาที่ต้องมาแก้ตัวด้วยสักหน่อย


“อ้าว ! หนูกวาง เอาอะไรมาให้อีกแล้วคะเนี่ย” คำทักทายของป้าวิไลที่ดังมาจากนอกห้องรกะชากอาการงุนงงให้แปรเปลี่ยนเป็นหงุดหงิด

 

“ตุ๋นรังแรกค่ะ ว่าแต่เตี่ยลงมาหรือยังคะ”

 

“ยังเลยค่ะ เข้าไปรอในห้องอาหารกัน วันนี้คุณเบียร์ก็อยู่ด้วยนะคะ” ตอนพูดถึงพี่น้ำเสียงของป้าก็ฟังกรุ้มกริ่มจนน่าหมั่นไส้

 

เชียร์กันออกนอกหน้านอกตาเหลือเกิน !

 

“คือ...” พี่กวางมีท่าทีกระอักกระอ่วนเมื่อถูกดึงเข้ามาในห้อง

 

“นี่อีโนค่ะ” วางแก้วน้ำสีส้มใสให้พี่เบียร์แล้วป้าก็กระวีกระวาดพาเธอไปนั่งข้าง ๆ เขา “นั่งรอก่อนนะคะ ป้าไปเอามะตูมร้อนของโปรดมาให้”

 

หลังป้าจากไปความเงียบจนหายใจลำบากก็แผ่ปกคลุมทันที พี่กวางหลุบมองตักตัวเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกมือไหว้พี่เบียร์ “สวัสดีค่ะ”

 

“อือ สบายดีมั้ย” พี่ยิ้มแล้วเอื้อมมือไปลูบเรือนผมสีน้ำตาลเข้ม เหมือนที่เคยทำเป็นประจำตอนยังคบกันซะจนฉันเดาความรู้สึกเขาไม่ออก “ผอมลงนะ”

 

ทุกคนในบ้านเรารักพี่กวาง ฉันเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น...

 

ห้วงความคิดของฉันสะดุดเมื่อเตี่ยซึ่งสวมสูทผูกไทด์เต็มยศเดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งตรงหัวโต๊ะ “ว่าไงหนูกวาง มาแต่เช้าเชียว”

 

โชคดีผู้หญิงที่เตี่ยพาเข้าบ้านมาเมื่อคืนนั้นจากไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วไม่งั้นบรรยากาศคงเป็นพิษมากกว่านี้

 

“สวัสดีค่ะเตี่ย” สีหน้าพี่กวางดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย “คุณแม่ฝากตุ๋นรังแรกมาให้เตี่ยค่ะ”

 

“ฝากขอบใจแม่ด้วยนะ” เตี่ยยิ้มกว้างก่อนตั้งแท็บเล็ต ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเขาต้องกดเข้าเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ออนไลน์อย่างเคย “แล้วแกล่ะไอ้เสือ วันนี้นึกยังไงถึงโผล่มาบ้านได้”

 

“กะว่าจะมาอยู่บ้านสักพัก”

 

คำตอบนั้นทำพี่กวางชะงักเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง ส่วนฉันก็ถึงกับขมวดคิ้ว

 

“งั้นหรอกเหรอ” คนที่ตกใจได้ปกติสุดเห็นจะเป็นเตี่ยซึ่งที่หันไปกระเซ้าพี่กวาง “หนูกวาง จะไม่ใจอ่อนจริงเหรอ”

 

สำหรับฉัน พี่กวางน่ารังเกียจก็ตรงนี้แหละ เหมือนเข้มแข็งแต่สุดท้ายกลับเหลวยิ่งกว่าขี้ผึ้ง ถึงปากจะบอกว่าไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยแถมยังทำเป็นมึนตึงไม่ยอมเจอพี่เบียร์แต่กลับยังพาตัวเองมาพัวพันกับผู้หลักผู้ใหญ่ฝั่งเราไม่จบสิ้น

 

อาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของพี่กวางส่งผลให้เตี่ยหัวเราะร่วน “พี่เขารออยู่นะ”

 

“...”

 

“คบรอบนี้เตี่ยไม่ให้เลิกแล้วด้วย”

 


หืมมมมมม ทำไมต้องชอบกันขนาดนี้ =_=

ตอนเขียนต้องมโนว่าตัวเองเป็นคลาร่า แล้วพอเป็นคลาร่าเขียน ๆ ไปก็อยากจะทุบโต๊ะ !!!!!

 

บี้ขอ ๆ ๆ ๆ  อ่านพาร์ทไหนรีดเดอร์มโนว่าตัวเองเป็นตัวละครนั้นเลย แบบ... พี่ฉันเจ้าชู้ พี่ฉันเลยโดนผู้หญิงบอกเลิกแต่ผู้หญิงดันยังวนเวียนมาหาพ่อกับแม่ที่บ้านงี้ แล้วมันจะได้อรรถรสจริง ๆ !

 

เสริมความฮู้ รังแรก = (เชื่อกันว่า)เป็นรังนกที่มีสารอาหารครบถ้วนดีจังค่ะ =..=

 

จัดให้หนักค่ะ ฮี่ฮ่า !

 

 

 

 


 




เล่นทวิตติดแท็ก  #คุณชีขยี้เสือ ด้วยนะคะ

หรือถ้ากลัวคนเปิ้บป๊าบแบบบี้ไม่เห็น @realbabylinlin ต่อเลยจ้า

จะเข้าไปรีรัว ๆ เลย จ๊วบบบบ


*อิมเมจตัวละคร*

 

    
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15.684K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52,877 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #50992 Duongkamon_Ploy (@Duongkamon_Ploy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 10:38
    พูดแบบพลอย คนดีโลกนี้มีเยอะแล้ว อยากได้นางเอกวร้ายๆ
    #50,992
    0
  2. #50450 kook-kook22 (@kook-kai22) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 12:43
    รู้สึกเคมี พ่อ แม่ ลูก ของคุณเบียี พรีม แคสฯ น่ารักอ่ะ ตัดภาพมาที่กวาง อารมณ์เ-่ยวเฉา นางก็ดีนะแต่เหมือนเป็นคนดีที่น่าเบื่อ
    #50,450
    0
  3. #50263 Junechava (@Junechava) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 09:40
    ทำไมรู้สึกเขินกับคำว่า "พ่อยอม..แคสฯก็ต้องยอม"
    #50,263
    0
  4. #49037 AnTANDAN (@AnTANDAN) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 21:58
    ตอนแรกสงสารกวาง พอไปๆมาๆอ่านช่วงความรู้สึกของคลาร่าแล้วมันก็รู้สึกไม่ชอบกวางขึ้นมาอ่ะ เออมันก็จริงอย่างที่คลาร่าคิดอ่ะ ไม่ชอบแล้ว เลิกกันแล้วแต่ทำไมต้องมาพัวพันธ์กับทางผู้ใหญ่ฝ่ายตรงข้ามอีกทำไมอ่ะ ทำไมตัดขาดไปเลย
    #49,037
    0
  5. #47927 littledaydreame (@littledaydreame) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 11:03
    คลาร่าต้องรู้อะไรมากกว่าที่เรารู้แน่ๆ เลย ถึงได้เกลียดพี่กวางขนาดนี้
    #47,927
    0
  6. #46089 may0234 (@usamasa0234) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 18:21

    เตี่ยค่ะ เขาจะไม่กลับมาแล้วคะ

    #46,089
    0
  7. #43397 T--dZ (@lllvioletlll) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 16:13

    เราว่าเคมีพี่หมี กับ พรีม เข้ากันม้ากมากก


    ส่วนหนูกวาง ก็แค่ผูกพันธ์แหละน่าาา


    เชียร์พรีมต่อไม่รอละนะ

    #43,397
    0
  8. #39705 Kaew (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 17:27

    ก็จิงแบบที่คลาร่าพูด แต่กวางก้น่าสงสารคงรักเขามากหวังว่าจะเปลี่ยนเขาได้อะไรๆๆๆก้รุ้มเร้าเข้ามาผิดจังหวะไปหมดเลย น่าสงสาร

    #39,705
    0
  9. #38567 miramari (@miramari) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 08:54
    กวาง//ก็คนมันยังรักนี่จะให้ไม่ยุ่งเกี่ยวเลยก็ใจไม่แข็งพอ
    คลาร่า//เลิกแล้วก็เลยไปเลยซิพี่เบียร์จะได้เจอคนอื่นบ้าง
    555
    #38,567
    0
  10. #38355 ujasaai (@ujasaai) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 15:12
    กวางร้ายมั้ยเนี้ย คุณเบียร์คะเคลียร์ด่วนค่ะ
    #38,355
    0
  11. #37728 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 17:38
    กวางนี่ยังงัยแต่เบียร์ไม่น่าทำกับรักฝังใจแบบนั้นนะ
    #37,728
    0
  12. #37351 Cali17 (@cali17) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 06:20
    คนรอบตัวแบบคุนกวางเนียะมีเยอะ ไม่รุว่าตัวเองต้องการอะไรหรือเสแสร้งกันแน่
    #37,351
    0
  13. #36529 Phingthing (@Phingthing) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 23:41
    ร้ายลึกป่ะกวาง
    #36,529
    0
  14. #31382 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 18:47
    จริง เหมือนจะเด็ดเดี่ยว แต่ความจริงไม่ใช่เลย เหมือนเป็นวิธีกดดันฝ่ายชาย
    #31,382
    0
  15. #30678 READER ^0^ (@mamagustiung) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 19:10

    ชอบน้องคาริสาจัง^^ แอบลุ้นกะไผ่ด้วยค่ะ

    #30,678
    0
  16. #27732 comtoontrans (@comtoontrans) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 00:50
    เราว่านะ อันนี้ความเห็นส่วนตัว

    กวางไม่น่าสงสารหรอก

    ดูเหมือนจะร้ายลึกยิ่งกว่าใครด้วยมั้ง55555.
    #27,732
    0
  17. #27107 Phornkamon (@Berriest) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 21:41
    มันมีอะไรให้กอไผ่ใช่ไหม
    #27,107
    0
  18. #24717 pigin (@2Eve111131) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 13:42
    ก็คือสองจิตสองใจว่าจะยังไงกับกวางดี เพราะอิมเมจกวางคือพัค ชินฮเยที่รักของฉันน่ะสิ ไหนจะอิมเมจคาริสาอีก พิ้งกี้ของช้านนน แงงง จะว่าไรท์ใจร้ายก็ไม่ได้55555555555
    #24,717
    0
  19. #24421 Diamondgirl (@phetnaree0002013) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 02:48

    เอาจริงคือยิ่งอ่านยิ่งหมั่นไส้ ระหว่างยี่หวากับกวางไม่รู้จะหมั่นไส้ใครก่อนดี แต่กับพี่เบียร์นี่คือไม่อ่อนโยนต่อใจน้องเลยจริงๆ สนุกมาก
    #24,421
    0
  20. #20893 k.am. (@kam0) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 23:28
    เทอต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ
    #20,893
    0
  21. #20626 blankmode (@blankmode) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 16:56
    กวาง เลิกก็คือเลิก
    #20,626
    0
  22. #19622 AnnChS (@AnnChS) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:59

    คำว่า 'รกะชาก' เขียนผิดนะคะ 'กระชาก'

    #19,622
    0
  23. #19433 cafe milk (@0877300530) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:14
    กลับมาทำไมนังกวาง แกนี่มีกลิ่นตุๆนะจ้ะ
    #19,433
    0
  24. #19309 Kaoztt (@Kaoztt) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:44
    เขินพี่เบียร์โว้ยยยยยยนนนนน
    #19,309
    0
  25. #19042 mukkyy1234 (@mukkyy1234) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:12
    ชอบมากกกกกกกกก
    #19,042
    0