Love Therapy ทฤษฎีบำบัดรัก

  • 600% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 1,648,092 Views

  • 33,477 Comments

  • 17,013 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    441,481

    Overall
    1,648,092

ตอนที่ 3 : LOVE THERAPY บำบัดรักบทที่ 2: ก็แค่เรื่อง ‘บนเตียง’ [Loading250%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 96890
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6873 ครั้ง
    23 ธ.ค. 61

LOVE THERAPY

บำบัดรักบทที่ 2:  ก็แค่เรื่อง บนเตียง


 



“เอ้าตายจริง ! ยี่หวา” พี่ได๋ซึ่งหันมาเห็นว่าบ่อเงินบ่อทองของตัวเองนอนคว่ำไม่เป็นท่าก็รีบตรงเข้าไปรั้งร่างอ่อนปวกเปียกขึ้นมาแล้วเขย่าเธออย่างแรงสองสามหน “ยี่หวา ได้ยินพี่ไหม”

 

แต่ก็ไร้สัญญาณตอบรับใด ๆ ทั้งสิ้น

 

ปลุกไม่ฟื้นแผนจับผู้ชายคงพังไม่เป็นท่าแล้วสิ

 

“เมาขนาดนี้พากลับไปส่งบ้านก่อนเถอะได๋” พอได้ยินที่พี่จ๋าพูดผู้จัดการก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

“งั้นได๋ขอตัวพาน้องกลับบ้านก่อนนะคะ”

 

“จ้า กลับกันดี ๆ นะ” จบคำพูดพี่จ๋าก็รับแก้วไวน์จากพนักงานเสิร์ฟ

 

“ตกลงยังไงพรีม” เมื่อเหตุการ์ณกลับมาเป็นปกติไผ่จึงทวนคำยิ้ม ๆ หลังนิ่งไปครู่หนึ่งฉันก็เลือกจะรักษาน้ำใจเพื่อนโดยการกดเบอร์โทรศัพท์แล้วส่งคืนเขา “ไว้เดี๋ยวโทรหานะ”

 

ได้สิ่งที่ต้องการแล้วไผ่ก็ยิ้มจนตาหยีก่อนจะลุกขึ้นหอมแก้มพี่จ๋าฟอดใหญ่ คล้อยหลังเขาจากไปไม่นานฟิล์มจึงเดินสะเปะสะปะมายื่นแก้วไวน์ให้ฉัน

 

“ไม่เอาอ่ะ”

 

“แก้วเดียว” มันกระซิบ “แล้วแกล้งเมา จะได้รีบกลับไง”

 

ส่ายหน้าเล็กน้อยค่อยบอกเหตุผล “กลัวขากลับเจอด่าน”

 

“คลาร่ามันบอกฉันว่าไวน์ยี่ห้อนี้ ปีนี้ ราคาหลายหมื่นเลย ไวน์ขวดหลายหมื่นแต่วันนี้มีบุญได้ดื่มฟรี แกจะไม่สนใจจริงดิ แม่นางเอกดังยังซัดจนคว่ำคาโต๊ะไปแล้วเลยนะเว้ย”

 

เมื่อได้ยินราคาที่คาดว่าชีวิตนี้คงไม่ซื้อกินเองแน่ฉันจึงรีบคว้าแก้วจากมือเพื่อน “ไหนเอามาลอง”

 

เห็นดังนั้นมันก็ค่อนแคะ “แหม... พอรู้ราคารีบคว้าเชียวนะ ไม่กลัวด่านแล้วไง ?”

 

“ทุกวันนี้เขามีบริการยูดริ้งก์ไอไดร์ฟแล้ว”

 

ผลักศีรษะฉันอย่างมันเขี้ยวครั้งหนึ่งมันก็บอกสั้น ๆ “ไปฉี่แป๊บ แค่จิบนิดหน่อยพอนะ แกคออ่อนอย่าทำเป็นลืม”

 

“เออ” ฉันรับคำ ในใจก็กะว่าจะชิมให้พอรู้รสแต่หลังดื่มอึกแรกกลับต้องเปลี่ยนความคิด เพราะไวน์แก้วนี้นอกจากกลิ่นจะช่างหอมยั่วยวนแล้วรสชาติก็ยังนุ่มละมุนกว่าทุกยี่ห้อที่เคยดื่มมาทั้งชีวิตเลย

 

ผู้ชายของยี่หวารสนิยมดีมาก ดูท่าแค่จิบนิดจิบหน่อยคงไม่พอ...


รู้ตัวอีกทีไวน์ก็หมดแก้วซะแล้ว ไม่ทันจะยกมือเรียกพนักงานก็เดินมาเติมเครื่องดื่มให้จนถึงระดับที่เหมาะสมอย่างรู้งาน

 

“รสนุ่มมาก” คอไวน์อย่างพี่จ๋าเอนกายมากระซิบ “ฟันธงว่าราคาต่อขวดไม่น่าจะต่ำกว่าห้าหมื่นแน่นอน”

 

อยู่ดี ๆ ฉันก็รู้สึกคึกเป็นพิเศษจึงหัวเราะคิกคักแล้วพูดทีเล่นทีจริง “แบบนี้ต้องดื่มให้คุ้มใช่มั้ยคะ”

 

“ใช่” เธอพยักหน้าพลางยื่นแก้วเปล่าให้น้องพนักงานบ้าง “ขออีกแก้วจ้า”

 

เพราะมันดื่มง่ายมาก ผ่านมาไม่นานนักฉันก็จำไม่ได้ว่าเราซัดไวน์ทั้งหมดกี่แก้ว แต่ในตอนที่พนักงานขอตัวไปเปิดไวน์ขวดใหม่เพิ่มฉันก็เริ่มรู้สึกวิ้งไปทั่วร่างจึงเอนกายพิงพนักโซฟาแล้วปิดเปลือกตา

 

“พี่พรีม” เสียงของใครสักคนกระซิบข้างหู “เมาแล้วเหรอ”

 

ฉันลืมตา ก่อนจะต้องใช้เวลานึกชื่อของเธออยู่นานพอสมควร “คาริสา”

 

“คิดนานแบบนี้แสดงว่าคงเมาแล้วแหละ” เธอยิ้มกว้าง ดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มบ่งบอกได้ดีว่าคงดื่มมาพอสมควร

 

“นิดหน่อย”

 

“งั้นคลาร่าว่าพี่พรีมดื่มแก้วนี้หมดคงต้องกลับแล้วล่ะ”

 

“อือ” พยักหน้าครั้งหนึ่งฉันค่อยรับแก้วจากพนักงาน

 

ดื่มอีกสักแก้ว แล้วก็ถึงเวลาที่ควรต้องกลับสักที แต่ดูเหมือนร่างกายของฉันจะถึงจุดแม็กซ์ของระดับแอลกอฮอล์แล้วดังนั้นเมื่อกระดกไวน์หมดแก้วอาการบางอย่างจึงแสดงออกมาแทบจะในทันที

 

ทำไมมันง่วงแบบนี้ล่ะ ?

 

เพราะรู้สภาพตัวเองดีและไม่ได้ไวใจคนขับรถที่จะเรียกมาเท่าไหร่นักดังนั้นฉันจึงเอนกายไปคว้าแขนไอ้ฟิล์มที่มานั่งดื่มอยู่ตรงโซฟาฝั่งตรงข้ามตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ “ฟิล์ม กลับพร้อมกันตอนนี้เลยได้ป่ะ”

 

“ด้ายยย” เพื่อนตอบรับด้วยเสียงอ้อแอ้ก่อนจะยกแก้วในมือกระดกรวดเดียวหมด “แต่ฉันเอารถมานะ”

 

“โทรเรียกคนขับมาสองคน ฉันนั่งไปกับแก อีกคันก็ให้ขับตามมา”

 

“โอเคซิกกาแลต” ฟิล์มจดนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ แล้วค่อยหันมายังคลาร่าที่นั่งยอง ๆ ข้างโซฟาตัวที่ฉันนั่ง “คลาร่าเอาไง ต่อกับพี่ที่ห้องป่ะ”

 

“ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูโทรเรียกคนขับรถให้” ตอนนี้ภาพของทั้งคู่เริ่มพร่าเบลอ “พี่ฟิล์มพาพี่พรีมออกไปรอด้านหน้าผับเลย”

 

ระหว่างที่คลาร่าเรียกรถ พักสายตาอีกสักแป๊บก็แล้วกัน...

 

“ยัยชี” เสียงเรียกของเพื่อนดังมาจากที่ไกล ๆ แล้วหลังจากนั้นทุกอย่างพลันเงียบลง







หนาว... ทำไมถึงได้เปิดเครื่องปรับอากาศอุณหภูมิต่ำขนาดนี้กันนะ

 

เพราะรู้สึกไม่สบายตัวจึงพยายามเฟ้นหาความอบอุ่นโดยการขยับร่างลงซุกโปงผ้าห่ม แต่ได้เพียงแค่ครู่เดียวบานพับประตูกลับครางขึ้น

 

แอ๊ดดด ! แผ่วเบาทว่าก้องกังวานในความมืด

 

ตามมาด้วยเสียงปิดประตูดัง กึก !

 

ก่อนใครบางคนจะทิ้งร่างบนเตียงจนที่นอนหนานุ่มยวบลงเป็นแอ่ง ครู่หนึ่งเสียงหายใจซึ่งตอนแรกอยู่ค่อนข้างไกลกลับดังใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งสุดท้ายลมร้อนผ่าวก็เป่ารดอยู่ตรงข้างหูของฉัน


ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรทั้งนั้นฝ่ามือของคนที่ซ้อนอยู่ทางด้านหลังก็เลื่อนมากอดรัดรอบเอวก่อนจะลูบไล้ไปตามหน้าท้อง

 

ฉับพลันฉันก็นึกถึงบทละครปึกใหญ่ที่เฝ้าซักซ้อมมานานนับสัปดาห์ได้ ฉากตัวละคร รสา เมกเลิฟกับเพื่อนชายคนสนิทฉันยังไม่ได้แสดงหรอกเหรอ ?

 

“อือออ...” ริมฝีปากของฉันขานรับตามที่ท่องจำมาโดยอัตโนมัติ “เช้าแล้ว... ไม่เอาแล้ว”

 

เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมา “ยังไม่เช้า”

 

“ขอนอนได้ไหม” ถึงพยายามจะเล่นตัวตามบท แต่ร่างกายกลับไร้เรี่ยวแรงแถมเสียงวอนขอก็แผ่วระโหยจนแทบจับใจความไม่ได้

 

“ไม่ได้” เอ่ยจบริมฝีปากอุ่นชื้นก็กดลงบนซอกคอของฉัน

 

มันต้องมีบทพูดอีกประโยคหนึ่งก่อนสิ ฟิล์มจำบทไม่ได้หรือไง

 

ขณะที่กำลังจะทักท้วงปลายคางสากก็ลากไล้กับผิวกายจากบริเวณต้นคอต่ำลงมา ไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยอะไรความเจ็บแปลบก็ปรากฎขึ้นตรงเนินอก

 

“อ๊ะ !” ฉันเผลอร้องด้วยเสียงน่าอายซึ่งไม่ได้ปรุงแต่งก่อนจะกัดฟันเพื่อสะกดกลั้นมันเอาไว้


เหมือนจะไม่ไหว อยู่ ๆ ก็ร้อนวูบ ตอนซ้อมไม่เห็นรู้สึกแบบนี้เลย

 

เล่นต่อหรือขอให้ผู้กำกับคัทก่อนดีคำถามที่ผุดขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วนทำเอาภายในสมองปวดหน่วงจนแทบจะระเบิด แต่สุดท้ายก็เลือกคำตอบแรกเพราะไม่อยากจะเล่นวนซ้ำฉากแบบเมื่อครู่อีกรอบ อดทนนะพรีม เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

 

กล่อมประสาทตัวเองได้เพียงครู่เดียวร่างกายกลับผวาเฮือกเมื่อฝ่ามือร้อนจัดที่ก่อนหน้านี้ยังขยำสะโพกเคลื่อนขึ้นมาเคล้นคลึงก้อนเนื้อนิ่ม

 

“เจ็บ” ฉันประท้วงพยายามจะปัดป้องมือที่รุกรานตัวเองออกไปแต่ไม่เป็นผล “ไม่...”

 

แคว่ก !

 

ไม่เล่นแล้ว คือสิ่งที่จะพูดแต่เสียงคล้ายอะไรบางอย่างขาดที่ดังขึ้นกลับทำคำพูดหลุดหายเข้าไปในลำคอพร้อมกันกับที่ร่างกายท่อนบนเย็นวูบ

 

จำได้อยู่หรอกว่าพี่ก้องผู้กำกับขอให้เล่นเลิฟซีนแบบจัดเต็มแต่นี่ฟิล์มจะเล่นสดนอกบทหนักไปหรือเปล่า

 

“อย่าเล่น...” ทั้งที่ริมฝีปากขยับห้ามปรามแต่คำพูดกลับเบาจนเกือบไม่ได้ยิน

 

“หืม ?” เขาครางด้วยโทนเสียงที่บอกกลาย ๆ ว่าให้พูดอีกรอบ

 

“อย่าเล่นสด” เวียนหัวที่สุดเลย

 

ลมอุ่นเป่ารดตรงใบหู แถมกลิ่นบุหรี่ที่ลอยมาแตะจมูกทำให้อาการของฉันแย่ลง “ไม่สด”

 

จบคำพูดฉันสัมผัสได้ว่าร่างสูงใหญ่ผละออกไปรื้อของจากลิ้นชักหัวเตียง และเมื่อเอี้ยวตัวกลับมาอีกครั้งบางอย่างในมือเขาก็ส่งเสียงดังกรอบแกรบ

 

 

 

--CUT เบา ๆ เจอกันในเล่มจ้า--

 

 

 

 

 

 

 

ปวดหัวจัง คอก็แห้งด้วย...

 

เมื่อพยายามกลืนน้ำลายเหนียวหนืดสองสามอึกแล้วยังไม่รู้สึกดีขึ้นจึงกลั้นใจเอื้อมมือสะเปะสะปะไปยังโต๊ะหัวเตียงซึ่งปกติจะวางขวดน้ำเปล่าไว้เสมอ แต่แล้วพลันต้องขมวดคิ้วทั้งที่ยังไม่ลืมตาเมื่อมือสัมผัสเข้ากับกล่องกระดาษเปล่าขนาดเหมาะมือซึ่งไม่คุ้นว่าเคยอยู่ตรงนี้

 

มันคืออะไร ? ด้วยความสงสัยฉันจึงเปิดเปลือกตาขึ้นก่อนจะพบว่าตัวเองอยู่ในห้องซึ่งมืดทึบซะจนมองอะไรเกือบไม่เห็น กะพริบตาเพื่อไล่อาการตาพร่าเล็กน้อยจึงคิดที่จะเขยิบไปเปิดโคมไฟ แต่แค่ขยับตัวเพียงนิดความรวดร้าวก็บุกจู่โจมทั่วทั้งร่าง



หัวใจฉันตกลงตรงตาตุ่ม สูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ เพื่อเรียกสติไม่นานนักจึงฝืนตัวเขยิบไปเปิดสวิตช์โคมไฟตรงโต๊ะหัวเตียง

 

กริ๊ก !

 

เมื่อแสงสีส้มนวลจากหลอดไฟดวงเล็กสว่างวาบขึ้น ใครบางคนที่อยู่ทางด้านหลังก็ครางอย่างไม่ชอบใจ “อือออ”

 

ซึ่งนั่นก็ทำให้ใบหน้าของฉันชายิบ

 

ฝันร้าย... ฝันร้ายแน่ ๆ ขอให้นี่เป็นแค่ฝันร้ายฉันภาวนา แต่แล้วน้ำเสียงงัวเงียที่ดังตามมาก็ทำลายความหวังไปจนหมดสิ้น “แสบตา”

 

เพราะรู้แน่แก่ใจว่าคนในฝันไม่น่าจะแสบตาได้ฉันจึงกำผ้าห่มแน่นก่อนจะค่อยหันกลับไปมอง ภาพแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อหนั่นแน่นทำช่องท้องของฉันวูบโหวง รอยสักซึ่งปรากฏอยู่แทบทุกส่วนที่โผล่พ้นผ้าห่มเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตตามจังหวะการหายใจ

 

ฉันไม่ได้พลาดกับฟิล์มเพราะฟิล์มไม่สัก...

 

และถ้านี่ไม่ใช่ฟิล์ม แล้วใครกัน ?

 

ยังไม่ทันได้เลื่อนสายตาขึ้นสูงกว่านั้น ความรู้สึกอึดอัดราวกับจะขาดใจซึ่งบุกจู่โจมพร้อมอาการคลื่นเหียนเพราะกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ส่งมาจากร่างกายของเราก็ทำให้ฉันต้องยกมือขึ้นปิดปากเพื่อสะกดกลั้นมันไว้

 

ช่วงที่นั่งนิ่งหางตาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่กองอยู่กับพื้นและสภาพไม่อาจจะเรียกว่าเสื้อเพราะมันขาดวิ่นจนไม่สามารถปกปิดเรือนร่างได้ รอจนกระทั่งดีขึ้นเล็กน้อยจึงเตรียมจะย่องลงจากเตียงไปขโมยชุดจากตู้เสื้อผ้าตรงมุมห้อง

 

แต่แค่ขยับตัวผ้าห่มก็ถูกกระชากออกก่อนท่อนแขนแข็งเกร็งจะตวัดฉับเข้ากับเอวแล้วรั้งร่างจนฉันเสียหลักหงายหลังล้มลงบนที่นอนหนานุ่ม

 

“ทำผมตื่นแล้วจะหนีไปไหน”


ไม่มีเวลาให้งุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้าผู้ชายตัวโตที่ดวงตายังเปิดไม่สนิทดีก็พลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างของฉันไว้

 

ใบหน้าคมคายส่งผลให้ฉันช็อกจนเกือบหยุดหายใจ

 

เขาไม่ใช่คนแปลกหน้าซะทีเดียว เราเคยพบกันมาแล้ว...

 

ผู้ชายคนนี้คือคุณเบียร์ เพื่อนของคุณโซ่ที่ฉันเคยเจอเมื่อไม่กี่วันก่อน

 

“อย่า !” จังหวะที่อุ้งมือหนาจะเลื่อนมากอบกุมอกฉันก็หวีดร้องดังลั่น ถึงสมองจะขาวโพลนแต่มือทั้งสองข้างกลับจิกเกร็งกับแผงอกแกร่งเพื่อทานน้ำหนักเขาเอาไว้ไม่ให้เข้ามาใกล้มากกว่านี้

 

ดวงตาคมประดุจเหยี่ยวเบิกกว้างขึ้น จ้องหน้ากันอย่างงุนงงเสร็จเขาก็สบถดังลั่น

 

“ฟัค !” อึดใจหนึ่งจึงครางเสียงอ่อยต่อท้ายเหมือนไม่อยากเชื่อ “...คุณชี”

 

ฉันเม้มริมฝีปากแน่น เพราะพูดอะไรไม่ออกจึงทำได้แค่เพียงเพิ่มแรงจิกลงบนเนื้อของเขาเพื่อแสดงถึงการต่อต้าน เดาว่าเขาเองก็อ่านการกระทำออกจึงพลิกตัวคว้าผ้าห่มมาบิดบังเรือนร่างให้ฉันก่อนที่ตัวเองจะลุกพรวดขึ้นแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวพันท่อนล่างอย่างลวก ๆ

 

พอเขาเดินกลับมาใกล้อีกครั้งฉันก็รีบนั่งพิงพนักเตียงแล้วกระชับผ้าห่มเอาไว้แน่นชนิดที่ว่าขอตายไปพร้อมกับมันชาตินี้อย่าได้พรากจากกันเลย

 

“มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” จังหวะการพูดของคุณเบียร์ราบเรียบจนจับอารมณ์ไม่ได้

 

ฟังคำถามจบสมองก็ยิ่งตื้อตัน ไม่ว่าจะพยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไงก็ไม่สำเร็จ

 

“คุณชี” น้ำเสียงทุ้มเรียกฉันให้หลุดออกจากภวังค์เพื่อที่จะพบว่าเขาขยับมายืนชิดขอบเตียงจนบางอย่างที่ดุนดันผ้าเช็ดตัวนั้นแทบจะทิ่มหน้ากันอยู่แล้ว “ขึ้นมาห้องนอนผมได้ยังไง”


“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” บอกเพียงเท่านั้นก็หลุบมองมือพลางสูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ เพื่อเรียกสติ

 

ให้คำตอบตัวเองยังไม่ได้ ฉันจะเอาที่ไหนไปตอบเขาล่ะ

 

นิ่งไปครู่หนึ่งคุณเบียร์จึงก้มลงหยิบกางเกงขาสั้น รวมถึงชั้นในขึ้นมาวางบนเตียงทีละชิ้น

 

แต่แล้วเขากลับทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อเห็นชัดถนัดตาว่าเสื้อครอปสายเดี่ยวสีแดงในมือนั้นขาดรุ่งริ่ง

 

ตอนนี้สถานการณ์ระหว่างเราชวนกระอักกระอ่วนเหลือเกิน กัดริมฝีปากล่างอย่างแรงครั้งหนึ่งฉันค่อยถามด้วยเสียงแผ่วระโหย “ขอยืมเสื้อได้ไหมคะ”

 

คนข้างกายหมุนตัวเดินไปยังตู้เสื้อผ้าและสวมเสื้อยืดกางเกงยีนลวก ๆ โดยไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่หลังจากจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อยเขาจึงหยิบเสื้อเชิ้ตสีดำตัวโคร่งมาให้ฉัน ก่อนจะคว้ากล่องบุหรี่และไฟแช็กที่ตกอยู่ใกล้ซากถุงยางอนามัยหลายชิ้นซึ่งถูกทิ้งระเกะระกะไว้อย่างน่าอายบนพรมข้างเตียงแล้วหมุนลูกบิดประตูเดินออกไปโดยไม่ลืมปิดล็อกให้ด้วย

 

คล้ายกับจะบอกกลาย ๆ ว่าเชิญใช้ห้องได้ตามสบาย

 

จะดีใจที่เขาป้องกันหรือเจ็บปวดเรื่องเสียตัวก่อนดี ตอนนี้ฉันไม่สามารถประมวลผลอะไรได้เลย

 

เพราะปวดหนึบไปทุกส่วนฉันจึงหยิบเสื้อผ้ามาสวมทั้งที่นอนอยู่บนเตียง เสร็จแล้วค่อยก้าวลงมาตรงพื้น แต่แค่ทิ้งน้ำหนักเข่าก็อ่อนยวบจนต้องรีบคว้าพนักหัวเตียงพยุงตัวเอาไว้

 

เหมือนถูบสูบเอาเรี่ยวแรงไปจนหมด ไม่ต้องส่องกระจกก็รู้ว่าสภาพต้องยับเยินมากแน่ ๆ

 

ยืนนิ่งจนกระทั่งรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยจึงค่อยกวาดตามองโดยรอบเพื่อจะหากระเป๋าสะพาย แต่ในห้องนี้ของที่เป็นของฉันจริง ๆ นอกจากเสื้อผ้าแล้วกลับมีแค่รองเท้าอีวฟ์ แซ็งฯ ซึ่งนอนแอ้งแม้งอยู่บริเวณหน้าประตูเพียงข้างเดียวเท่านั้น

 

นั่นก็แปลว่าฉันเหลือแต่ตัวในวันที่ 1 มกราคมซึ่งแทบจะเป็นวันหยุดปีใหม่ของทุกคนในประเทศ

 

ไร้ร่องรอยของคีย์การ์ดคอนโด กุญแจรถหายสาบสูญ ไม่มีเงิน ปราศจากมือถือ จำเบอร์โทรใครก็ไม่ได้  

 

และฉันก็รู้ในทันทีว่าตัวเองไม่มีที่ไป


แย่กว่านี้คงไม่มีอีกแล้ว...

 

ยกมือลูบหน้าตัวเองสองสามครั้งฉันจึงเกี่ยวรองเท้าข้างที่เหลือติดนิ้วแล้วผลักประตูเปิดออกมา ก่อนพบกับคุณเบียร์ที่กอดอกพิงราวระเบียงตรงชั้นลอยกว้างขวางด้านหน้าห้อง เมื่อเราประสานสายตากันเขาก็ยกบุหรี่ในมือขึ้นสูบอีกครั้งก่อนจะพ่นควันเฮือกใหญ่พร้อมจิ้มก้นบุหรี่ลงกับกระจกนิรภัยตรงราวกันตก

 

เป็นคนที่ไม่มีกฎตายตัว อยากสูบตรงไหนก็สูบถึงจะอยู่ในบ้านที่ปิดทึบก็ตามที

 

แม้ด้านนนอกจะมีแค่แสงสว่างสลัว ๆ ที่สาดขึ้นมาจากโคมไฟสีส้มด้านล่างแต่พอได้สังเกตสภาพของฉันอย่างจริงจังคิ้วเข้มก็ขมวดเป็นปม “ไม่มีของเลยเหรอ”

 

ไม่อยากคุยด้วยแม้แต่คำเดียว แต่จะให้ออกไปเผชิญสายตาคนอื่นในสภาพนี้ก็คงโง่เต็มที ตอนนี้อาชีพของฉันคือนักแสดงจะให้ความผิดพลาดครั้งเดียวทำลายมันลงไม่ได้

 

“หายค่ะ”

 

ฟังคำตอบจบ สายตาคู่นั้นก็ตำหนิจนอ่านได้ชัดเจนว่า เมาอีท่าไหนกันเนี่ย หลังนิ่งไปครู่หนึ่งเขาจึงบอกสั้น ๆ “ผมไปส่ง”

 

เพราะไม่มีตัวเลือก ถึงตอนนี้อยากจะวิ่งหนีจากเขาให้ไกลสักเท่าไหร่แต่ก็จำใจพยักหน้า

 

เนื่องจากร่างกายไม่ได้ดีพร้อมสมบูรณ์แถมยังมองทางไม่ค่อยเห็นฉันเลยเกาะราวบันไดไว้แน่นแล้วค่อย ๆ ก้าวเดินอย่างระมัดระวังราวกับคนแก่ ส่งผลให้คนที่นำหน้าไปจนถึงชั้นล่างซึ่งถูกปรับแต่งให้เป็นห้องรับแขกกึ่งห้องทำงานหันขึ้นมามองอยู่บ่อยครั้ง

 

เมื่อฉันลงบันไดขั้นสุดท้ายเสร็จเรียบร้อยคุณเบียร์จึงถาม “ไหวหรือเปล่า”

 

“ค่ะ”

 

พอได้รับคำยืนยันคุณเบียร์ก็กดสวิตช์ตรงผนังก่อนจะดึงประตูกระจกแบบปิดทึบเปิดให้ ทันทีที่เห็นว่าด้านหน้าเป็นบันไดที่ค่อนข้างแคบและทอดยาวอีกต่อหนึ่งฉันก็นิ่วหน้า “ที่นี่มีกล้องวงจรปิดมั้ยคะ”

 

หากเมื่อคืนฉันเมามากจนภาพตัดคงไม่มีปัญญาเดินขึ้นบันไดชันขนาดนี้ได้โดยไม่สะดุดล้มกลิ้งลงไปคอหักตายหรอก

 

“มี”

 

“แล้ว...”

 

“เมื่อกี้ลงมาดูแล้ว” เหมือนเขาเข้าใจสิ่งที่ฉันต้องการสื่อ “แต่มันไม่มีอะไร”

 

“หมายความว่ายังไงคะ” อีกอย่างฉันเปลี่ยนชุดแป๊บเดียวเอง เขาจะดูเหตุการณ์ทั้งคืนรวดเร็วขนาดนั้นได้ยังไง

 

ยกมือเสยผมเหมือนหงุดหงิดกับเรื่องนี้เล็กน้อยคุณเบียร์ค่อยเอ่ยคำตอบที่ทำฉันหูอื้อ “กล้องดับ”


“ดับได้ไง” ระดับความระแวงซึ่งมีมากอยู่แล้วพุ่งสูงขึ้นจนทะลุปรอท ถึงจะไม่รู้ว่าสายตาที่ใช้จ้องมองคุณเบียร์ตอนนี้เป็นเช่นไรแต่ก็เดาได้ว่าน่าจะแสดงออกตามที่คิด ดังนั้นยามตอบกลับท่าทางเขาจึงดูไม่ค่อยพอใจ

 

“ผมก็ไม่รู้”

 

โมโหอย่างหนักแต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังโมโหอะไรหรือใคร ฉันกำมือจนเล็บที่ไว้ยาวพอประมาณจิกลงบนเนื้อก่อนจะเดินลงบันไดนำหน้าเขาอย่างทุลักทุเล เพราะสายตาชินกันความมืดแล้วจึงเห็นลาง ๆ ว่ารอบข้างเต็มไปด้วยชั้นวางของติดกำแพงซึ่งบนนั้นอัดแน่นไปด้วยกล่องทรงสูง

 

เพราะไม่รู้ว่าต้องออกทางไหนฉันจึงหยุดอยู่กับที่ วินาทีที่คุณเบียร์เดินไปผลักประตูซึ่งกลืนกับผนังออกฉันพลันต้องยกมือขึ้นป้องตาเมื่อแสงสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาถึงด้านใน

 

ไม่ใช่เวลาค่ำอย่างที่เข้าใจ ดูจากความสว่างและไอแดดซึ่งลอยมากระทบผิวกายเดาเอาว่าตอนนี้น่าจะเป็นเวลาบ่ายแล้ว

 

เมื่อก้าวพ้นตัวอาคารและชินกับแสงแล้วฉันก็เหลียวมองรอบกาย ตอนแรกยังไม่คุ้นว่าคือที่ไหนแต่พอสายตาปะทะเข้ากับรถยนต์ตัวเองซึ่งจอดห่างจากด็อดจ์ ชาเลนเจอร์ของคุณเบียร์ไปห้าล็อกหัวใจก็เต้นแรงขึ้น ๆ จนแทบจะหลุดออกมานอกหน้าอก

 

ฉันยังอยู่ทวิสต์คลับ และเจ้าของทวิสต์คลับคือแฟนยี่หวาที่ชื่อว่า ตฤณ

 

ติ๊ด ! เสียงกดปลดล็อกรถทำฉันสะดุ้งโหยง

 

“คุณ...”

 

“ร้อน” ไม่รอให้ฉันพูดจบประโยคคนข้างกายซึ่งเริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าก็ขยับเอาตัวเองมาบังแดดให้ “รีบขึ้นรถ”

 

“คุณตฤณ” เรียกแล้วก็วอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เขานิ่งเฉยไม่ก็มองหน้าฉันแบบงงงวย

 

ไม่ใช่คนเดียวกันหรอก... ตฤณก็ตฤณ เบียร์ก็เบียร์สิ คุณเบียร์อาจเป็นพี่หรือน้องชายของคุณตฤณก็ได้ มองในแง่ดีตฤณคือชื่อจริงส่วนชื่อเล่นน่าจะเป็นโอวัลติน เบียร์กับโอวัลตินก็ชื่อของเครื่องดื่มเหมือนกันนี่นาเวลาตื่นเต้นสมองมักจะคิดเพ้อไปเรื่อย

 

“ครับ ?” แต่แล้วปฏิกิริยาของคนตัวโตที่หันขวับพร้อมครางในลำคอนั้นก็ทำเอาฉันสะดุดเท้าตัวเองจนเสียการทรงตัว ส่งผลให้เข่าซึ่งอ่อนแรงอยู่แล้วทรุดฮวบ

 

 

.

โง้ยยยยย ช็อกในช็อก แม่ชีสติหลุดอีกรอบแล้ว=..=

เรียกคุณเบียร์ก็หัน เรียกคุณตฤณก็ครางหงุงหงิง

ตายละหว่า เขาเป็นคนเดียวกันค่ะลูกสาว ฮือออออ

 

ย้ำอีกที ตฤณ อ่านว่า ตริน นะคะ

ถ้าอ่าน ตะ-รึ-นะ นี่บันเทิงเลยเด้ออออ55555

 


เล่นทวิตติดแท็ก  #คุณชีขยี้เสือ ด้วยนะคะ

หรือถ้ากลัวคนเปิ้บป๊าบแบบบี้ไม่เห็น @realbabylinlin ต่อเลยจ้า

จะเข้าไปรีรัว ๆ เลย จ๊วบบบบ


*อิมเมจตัวละคร*


 

 

   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.873K ครั้ง

1,084 ความคิดเห็น

  1. #32428 Lalilaa (@Lalilaa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 18:32
    สวัสดี แฟนใหม่ฮ่ะ #บราโววววว
    #32428
    0
  2. #31371 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 16:12
    คาร่า ยูทำอะไร
    #31371
    0
  3. #30715 Lalilaa (@Lalilaa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 02:34
    คุณเบี๊ยร์รรรรรรร คุณเบียร์จะคลำแล้วฟรันนนนงึมงำแบบนี้ไม่ด๊ายยยย #ของดีต้องมีสติ 5555555
    #30715
    0
  4. #27072 Phornkamon (@Berriest) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 20:39
    เห้ยยยยยยย
    #27072
    0
  5. #26463 fardoremee (@jaratrawee2544) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 22:29
    กรีสส คุณเบียร์
    #26463
    0
  6. #22979 นางฟ้ามายา (@bybytuy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 16:35
    อื้อหือออออ คุณเบียร์
    #22979
    0
  7. #20795 Illusion pony (@immy07) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 23:11
    แบบที่2
    #20795
    0
  8. #20605 blankmode (@blankmode) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 14:46
    เบียร์น้ำเสียงเซ็กซี่จัง แต่คือ ฉันได้ยินได้ไงวะ
    #20605
    0
  9. #14240 Lalilaa (@Lalilaa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:32
    โว๊ะ พี่เบียร์อย่าทึ้งเสื้อน้องงงงงง
    #14240
    0
  10. #13973 Amineen27 (@Amineen27) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:37
    555555555หนูพรีมสติหลุดไปแล้วอะ
    #13973
    0
  11. วันที่ 29 มกราคม 2562 / 03:26
    ที่ครางเนี้ยเพราะชีเรียกชื่อคุณตฤณครั้งแรกใช่มั้ยยย
    #9737
    0
  12. วันที่ 27 มกราคม 2562 / 13:58
    ต่อไปคงได้กินไวน์ราคานี้ง่ายๆ พี่เบียร์ยกให้ได้ทุกอย่างง555
    พอเรียกคุณเบียร์ตอบรับปกติ
    พอเรียกคุณตฤณปุ๊ปปป ว๊าววครางในลำคตอบเลยจ้าาา ฉันเขินทุกครั้งที่กลับมาอ่าน
    #9114
    0
  13. #9022 คนมโน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 23:22

    ไฟแรงร้อนแรงขนาดไหนก็ลองนับเสบซากดูแค่ชีสตรองอะยังเดินไหวหรือเฮียไม่แรงพอสยบน้องชี...อิอิอิ

    #9022
    0
  14. #8907 minnie_binnee (@platinumpinin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 19:50
    ละคือนักข่าวที่ยี่หวาเรียกไว้ก็จะได้ถ่ายพรีมแทน555
    #8907
    0
  15. วันที่ 24 มกราคม 2562 / 13:58
    กลับมาอ่านก็ยังฟินนนนและขำพรีม
    #8464
    0
  16. #8459 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 13:28
    แผนของคาริสาเหรอ
    #8459
    0
  17. #7912 ❥Woaini (@Janejira-M) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 20:25

    5555 ผิดแผนไปหมดแล้วว ไม่ใช่ยี่หวาแต่เป็นชีจ้าาา ให้เดาต้องคาริสาตัวการแน่ๆ

    #7912
    0
  18. วันที่ 21 มกราคม 2562 / 14:12
    ครางในลำคอ.... โอ๊ยยยยชอบ ผช แซ่บบบบ
    #7572
    0
  19. #6310 นิตา (@exofan-thanita) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 20:43
    กรี๊ด แซ่บ
    #6310
    0
  20. #5302 palllll (@palllll) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 02:10
    รอเล่ยเลย
    #5302
    0
  21. #3753 mawmeaw00000 (@mawmeaw00000) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 20:10
    ไรท์เป็นคนตลก (ตะ-รึ-นะ) 555555
    #3753
    0
  22. #3729 mielovekie (@mielovekie) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 12:49

    ใครกันหนออ แต่เหมือนได้ยินมีคนเรียกนางว่ายัยชี

    คาริสารึป่าว

    พรีมเป็นข่าวแทนยี่หว่าแน่เลย เพราะเรื่องนักข่าวมาดักรอหน้าผับตอนเช้า ซวยไปอี๊กกกกกก
    #3729
    0
  23. #3548 Honery (@Miramarin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 14:44
    แบบคาริสาอยากเอาคืนยี่หวาเปล่าเลยส่งคุณชี(555) มาเสียบแทนอ่ะ
    #3548
    0
  24. #3241 naphalai41 (@naphalai41) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 10:12
    คาริสาต้องเป็นญาติตฤนแน่เลย
    #3241
    0
  25. #3161 nuttaporn_ntpppk (@nuttaporn_ntpppk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 21:30
    งานนี้ฝีมือคาริสารึป่าว5555 อยากรู้แล้วว่าคาริสานางเป็นใครกันแน่ อยากให้นางมาเป็นหน่วยซัพพอร์ตให้ยัยชี
    #3161
    0